ทุกอย่างในอุดมคติ

เริ่มโพสต์โดย e-nesra, 06 มี.ค. 2009, 00:47 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

วันดี.ฮอลิเดย์

ตอนเป็นครูแรกๆ คิดว่า ครูนี่เป็นคนเลวไม่ได้เลย ต้องเป็นคนดีเท่านั้น
แต่พอนานๆ ไปก็เริ่มคิดว่า ครูก็คือคนธรรมดา ถ้าเคยทำไม่ดี สู้เอามาเล่าเป็นกรณีศึกษาให้เด็กฟังยังจะเท่กว่าอีก เด็กคงไม่แฮปปี้ถ้ารู้ว่าครูคนนี้ทำผิดแต่ไม่รู้จักยอมรับ ที่โรงเรียนก็เล่านะ หรือว่าถ้าครูทำผิดก็จะขอโทษเหมือนกัน ให้เด็กรู้ว่าทุึกคนพลาดกันได้ แต่ไม่ได้ว่าทุกคนต้องพลาดตลอดไป ไม่มีอะไรที่เป็นตลอดไป มันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ทุกลมหายใจเลย

แต่ก็ยอมรับ ว่าการเป็นครูทำให้อยากเป็นคนที่ดีขึ้นจริงๆ เวลาจะทำอะไรก็จะระวังมาก เพราะเราเป็นคนสอนเขา เราไม่ควรทำซะเอง
http://wdgd.multiply.com/journal/item/149
วางแผงแล้วจ้า (^0^)/

e-nesra

เป็นคุณครูที่น่ายกย่องแบบสุดยอดเลยครับ  :45: :45: :45:
ยามเฝ้าเว็บไซต์
http://th.superbook.cbn.com/

วันดี.ฮอลิเดย์

ตอนนี้ไม่ได้เป็นครูแล้วนะคะ เป็นงานที่เสียดายเลยละ แต่ก็ไม่ืได้คิดว่าตัวเองเป็นครูที่มีคุณสมบัิติสักเท่าไหร่ คือใจเราน่ะได้ แต่คุณสมบัติหลายข้อก็ไม่ค่อยผ่าน :02: แต่.. ครูดีๆ ที่เคยเจอและรู้จักก็มีหลายคนนะคะ บางท่านนำเสนอไม่เก่ง ไม่มีใครรู้จักว่าครูคนนี้ทุ่มเทให้สังคมมากมาย เพราะวันๆ เขาเอาแต่ทำงานค่ะ อิอิ เขาไม่มีเวลามาเล่นตามเว็บบอร์ดอย่างเราเลย (เข้าตัว ๕๕)

แต่ตอนที่สอนก็ไม่ค่อยไม่มีเวลาจริงๆ นั่นล่ะ ช่วงนั้นจำได้ว่าแทบไม่ได้ออนไลน์มาเล่นเรื่อยเปื่อยเลย เพราะกว่าจะถึงบ้านก็เหนื่อยมาก แล้วต้องตื่นเช้ามากเพื่อไปสอน(ใ้ห้ทัน ๕๕) แล้วเวลาให้การบ้านเด็กนี่หาใช่ความสะใจไม่.. คือต้องตรวจเองล้วนๆ ที่เด็กสอบว่าทุกข์ใช่ไหม ครูออกข้อสอบนี่ก็ทุกข์นะ ๕๕ กลัวออกข้อสอบไม่ดี เพราะมันหมายถึงการวัดผลคนหลายๆ คนเลยนะ (เฮื๊อก..) ก็จะออกข้อสอบหลายๆ แบบค่ะ คือต้องเผื่อว่าถ้าเด็กที่เขียนไม่เ่ก่งทำแล้ว เราจะรู้ว่าเขาเข้าใจหรือไม่เข้าใจ เช่นให้วาดรูป หรือให้มานั่งคุยกันก็มี .. แถมพอเด็กสอบเสร็จยังไงล่ะ.. ก็ต้องมาตรวจอีกแล้ว โอ้ว..

มิน่าคนจีนเขาถึงบอกว่า "นักเรียนไม่ดี เป็นเพราะครูขี้เกียจ"
จริงแท้แน่นอน :02:
http://wdgd.multiply.com/journal/item/149
วางแผงแล้วจ้า (^0^)/

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

IM

วันนี้เข้าไปส่งงานใน ม. น้องในคณะที่จับกลุ่มกันก็เรียกเข้าไปปรึกษาโปรเจค
แล้วสุดท้ายด้วยการคุยเรื่องระบบการศึกษา  ยังไม่เคยได้ยินใครที่นี่บอกพอใจสักคน
ไม่รู้ท่านอธิการบดีเคยได้ยินเสียงของพวกนักศึกษาบ้างหรือเปล่า
หรือคอยแต่กอบโกยเงินเพื่อไปดูงานต่างประเทศ

ได้ยินมาว่าปีหน้าจะเปลี่ยนระบบอะไรอีกไม่รู้
ไม่เป็นไร  ผมจะไม่อยู่แล้ว  ห่วงก็แต่น้องๆ ต้องต่อสู้กันต่อไป

iannnnn

ครูหยกมาในมาดครูอีกแล้ว :25:

Romzaikyu

แล้วอาจารย์แอนนนนนล่ะครับ  :25:

เก้อ

จำได้ว่า หนังสือของรพินทรานารถ ฐากูรหลายๆเล่ม
พูดถึงโรงเรียนใต้ต้นสาละ ที่แกพึ่งสร้าง ไม่นานต่อมาโรงเรียนใต้ต้นไม้นั้น
กลายเป็นต้นแบบโรงเรียนทางเลือกให้ทั่วโลก
(และตอนนี้กลายเป็นมหาลัยสำคัญของอินเดีย)

การเรียนการสอน ความรู้ก็เป็นส่วนหนึ่ง
แต่ส่วนสำคัญกว่า คือการเข้าใจในโลกและชีวิต
แกบอกว่า โลกอุดมคติ มันมีอยู่ในอุดมคตินั่นแหละ อยู่ในอากาศ ยังไม่มีอยู่จริง
แต่ยังไงไอ้การจะสร้างโลกแบบนั้นได้เราต้องมีอุดมคติก่อน ฝันก่อนว่างั้น
แล้วโรงเรียนแห่งนั้น ก็บอกว่า เรามาเริ่มเป็นพลเมืองในอาณาจักรแห่งอุดมคติเถอะ

คุณฐากูร เป็นเพื่อนรุ่นๆเดียวกับคานธี
คำๆนี้ของแก ก็เป็นอมตะและมีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า
Be the change you want to see in the world ของคานธี


(ป้ายในพันธมิตรก็ใช้คำนี้เยอะนะ :30:)

การศึกษาก็น่าจะเป็นยังงั้นมั้ง นอกจากมันจะสอนให้เราทำมาหากินได้แล้ว
มันก็น่าจะส่งเสริมให้เราเข้าใจโลก เข้าใจชีวิตมากขึ้น

ก็คิดว่าตัวเองมีความสุขกับการอยู่โรงเรียนดี โชคดีที่เจอแต่เพื่อนดีๆ
อยู่กันปัญญาอ่อนไปวันๆ เรียกว่าสนุกกับการไปโรงเรียนกับสังคมเลยแหละ
แต่นั่นก็ไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับสิ่งที่โรงเรียนสอน เพราะผมไม่ได้สนใจอะไรที่ครูในห้องพูด

โดยที่จำวันเวลาได้แน่ๆด้วย ว่าเริ่มคิดยังงี้เมื่อไร
ครูเขาไม่ได้สอนแย่อะไรตรงไหนนะครับ ก็ธรรมดา นั่นคือหน้าที่ของครู
ผมเคารพในการทำหน้าที่นั้น แต่คำถามในใจเรามันซับซ้อนเกินเขาจะตอบได้
เกินกว่าสิ่งที่ิเขาพูดในห้องเรียนจะตอบได้

ที่สำคัญบางครั้งพวกเขาก็มากับการ"ใช้อำนาจ" ไม่ว่าจะใช้โดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว
นอกจากมันจะตอบคำถามอะไรไม่ได้สักอย่างแล้ว มันยังมาบอกว่าการสงสัยตั้งคำถาม
ทั้งหลายแหล่นี่ มันผิด และเป็นเรื่องเสียเวลา

เรื่องการใช้อำนาจโดยไม่รู้ตัวนี่ ผมว่ามันเกิดขึ้นแม้แต่กับครูที่ใจดีที่สุด
เพราะกรอบในสังคมไทยนั่นเอง ที่บอกว่า เราต้องเคารพครู
จริงๆแล้ว ความเคารพ มันไม่น่าจะมาจากการสอนว่า
"นักเรียนเคารพครู เพราะครูคือผู้ให้ความรู้"
ความเคารพมันน่าจะเกิดขึ้นมาระหว่าง มนุษย์กับมนุษย์ เอง ไม่ใช่ระหว่าง นักเรียนกับครู
เราไม่สามารถแสวงหาความเคารพ ได้จากการบอกว่า "ให้เคารพ"
แต่เราหามันได้จากสิ่งที่เราทำ(ในที่นี้ หมายถึงการกระทำของครู)

เราเลือกเคารพและไม่เคารพครูคนไหนก็ได้ เด็กมีสิทธิ์นั้น
และไม่เคารพ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด ใจเขาจะคิดอะไรกับใคร
นั่นก็คือวิจารณญานของเขา ให้มันได้ทำหน้าที่

ผมเห็นว่า ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่และไม่ว่าจะตั้งใจดีแบบไหน
คติของการเคารพครูเนี่ย แน่นอนมันก็มีส่วนดีอยู่ แต่ในอีกมุม
มันมาพร้อมกับคำว่า ให้เรายินยอม, เป็นผู้รับ, และทำตาม
ไม่จำเป็นว่าเราจะคิดเห็นต่างเป็นอย่างอื่นอย่างไร และแน่นอน
การตั้งคำถามเป็นเรื่องผิดและไร้สาระ

วันนั้นเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ม.4 อยู่บนชั้น 4 ของตึก 4
(อาจารย์ที่สอนชื่ออ.ถาวร ละเอียดมะ :30:)
ผมก็คิดในใจว่า สิ่งทั้งหลายนี่มันไม่มีประโยชน์สำหรับชีวิตเลย
และทุกคนเข้ามาและเรียกร้องความเคารพ ไม่ว่าจะทางตรงทางอ้อมด้วยวิธีต่างๆ
และผมให้ไม่ได้ และผมยังหาเหตุผลไม่เจอว่า เราจะทนฟังทำความเข้าใจทั้งหลายนี่ไปทำไม
วันนั้นเป็นตอนบ่ายที่ฝนพึ่งหยุดตก ผมไม่ได้ยินเสียงอาจารย์พูดอีก เลิกฟังไปซะเฉยๆ


อีกนิดนึง ประเดี๋ยวจะว่ามองแต่ในแง่ลบ ผมเข้าใจนะครับว่า
วาทะกรรมของคำว่า เคารพครู นี้ มันมาจากไหน
อาชีพนี้ต่างจากอาชีพอื่นมาก อาชีพทั้งหลายมีหน้าที่ผลิตอะไรต่างๆ
เช่น ผลิตข้าว ผลิตของ ผลิตเวบ ผลิตโชค ฯลฯ สรุปว่าทุกคนคือผู้ผลิต
แต่ครูมีหน้าที่ผลิตคน(และแถมด้วยผลิตความรู้เพื่อมาผลิตคน)
ซึ่งเป็นต้นธารของการผลิตสิ่งอื่นทั้งมวลในโลก และเป็นหลักค้ำยัน
ความเป็นไปของโลก-ของสังคมในทุกๆด้าน
(ด้านที่สำคัญสุดผมว่าคือจริยธรรม)

อาชีพนี้จึงสำคัญสุด และไม่ว่าจะผลิตสิ่งไหน จะนาโนเทคโนโลยียังไง
ก็ไม่ซับซ้อนละเอียดอ่อนเท่าผลิตคน สิ่งที่เรียกร้องเอาจากครูจึงมีมากเหลือเกิน
คนเป็นครูจึงเป็นอะไรที่ไกล้เคียงจากพระ ต้องเป็น 24 ชั่วโมง
ต้องเป็นทั้งตัวทั้งใจ ผมเคารพครูในแง่ที่ว่ามานี้
แต่มันคนละส่วนกัน กับคำถามส่วนแรกที่ผมมีต่อสิ่งที่เราเจอกันมาในประเทศนี้
ซึ่งปัญหานั้น แสดงผลออกมาให้เราเห็นอย่างไม่หยุดหย่อนในปัจจุบัน


ผมอยากรู้เหมือนกันนะครับ ถ้าคุณเป็นครูแล้วเจอเด็กแบบนี้
จะให้คำอธิบายเด็กเปรตแบบเต่านี่ว่ายังไง



I ROCK , THEREFORE I AM

ยุนเอ



:12: :12: :12: :12:


โป้งพี่เก้อจนเริ่มเบื่อแล้วเนี้ย  :30:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

☼ แอนมินิ ☼

 :25: อ้ะ มาแปะ เดี๋ยวมีเวลาจะมานั่งถกด้วย

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

e-nesra

ไม่ใช่ถกกระโปรง  :07:

เรากำลังพูดถึงระบบกันอยู่ใช่ป่ะครับ แต่สำหรับคุณครูที่ผลิตนักเรียนนักศึกษาออกมาผู้ใหญ่
น่าจะได้ปรับเงินเดือนกันใหม่นะ จะได้มีพลังในการทำงานพร้อมที่จะสร้างคนมันเป็นอาชีพที่
หนักเหมือนกันนะ ไม่ได้สร้างคนแบบตัวต่อตัวซะหน่อยสร้างคนออกมาปีละ40 - 50 คนต่อ
คุณครูและอาจารย์ 1 คน (บางทียังต้องดูแลให้นักเรียนที่สังคมมองว่าคนนี้ไร้อนาคตเอาตัว
ไม่รอดหรอก ต้องปั้นเขาขึ้นมา)ผมนับถือคุณค่าของครู อาจารย์ตรงนี้ แต่ก็ไม่ค่อยชอบกรอบ
เก่าๆที่ไม่ให้เราคิดที่พูดกันว่า จิตนาการสำคัญกว่าความรู้ ? อ่อแล้วที่มีอาจารย์บอกว่าไม่ควร
ตั้งคำถาม ผมไม่ค่อยชอบเลยนะ ถ้าสมมุติเราตอบไม่ได้ก็น่าจะสามารถพูดกับคนที่เรียนกับ
เราว่าตรงนี้ครูก็ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวจะไปหาข้อมูลมาให้ หรือจัดเป็นการศึกษาร่วมกันระหว่าง
อาจารย์กับศิษย์ได้ไหมครับ มันทำให้ได้ลงมือศึกษากันมากกว่านะ แต่ก็เข้าใจอยู่ว่าอาชีพครู
มันเป็นอาชีพที่เหนื่อย(มาก)จะมาคาดหวังกับคนเป็นอาจารย์หมดก็คงไม่ได้หรอกจริงไหมครับ
ยามเฝ้าเว็บไซต์
http://th.superbook.cbn.com/

edมาหยอก

#27
ปิคเพิ่งจบมา แต่รู้สึกว่าการศึกษาของเมืองไทยมันงี่เง่ายังไงก็ไม่รู้ลองคิดๆดู

ไม่งี่เง่าหรอกครับ เด็กไทยออกจะเก่ง นักเรียนไทย นักศึกษาไทย แข่งนู่นแข่งนี่ชนะต่างชาติมาก็เยอะ ,,,
สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆเจ๋งๆ จากเด็กไทยก็มีให้เห็นเรื่อยๆ ก็ผลพวงจากการศึกษาทั้งนั้น

ก็ ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าเห็นว่าไม่ควรมีจู๋นี้ก็ลบออกไปเลยดีกว่าครับ ตอนเรียนๆ กันอยู่รู้สึกกันมั่งไหมครับว่า การศึกษาของเรานี่ไม่ได้ช่วย ให้ผู้เรียนรู้จักคิดเลย

องค์ประกออบการศึกษา แบ่งออกเป็นหลายอย่าง หลักๆครับ หลักสูตร, ผู้เรียน, ผู้สอน, กิจกรรม และ  อุปกรณ์
ผมว่าประเทศหลักสูตรก็ไม่ต่างจากเรามากครับ เช่น แคลคูลัส ประเทศอเมริกา กับ ประเทศไทยก็หน้าตาเหมือนกันเด๊ะ ,,,
ส่วนตัว ผมว่า หลักสูตรบ้านเรา ไม่ได้มีปัญหา
แต่ที่มีปัญหาคือ ทัศนคติ,ศักยภาพของผู้เรียนและผู้สอน และมันก็เป็นวงจรอุบาทว์อีกต่างหาก ,,,
คนไทยมองว่า การเรียนการสอน คือ ตำรา สอบ คะแนน เกรด บูชาๆๆๆ แต่กิจกรรมคือเรื่องบั่นทอน,
การให้เด็กหาคำตอบเอง คืออาจารย์ขี้เกียจ,
โครงงานคือก็แของเสริมสำหรับเด็กเก่งๆ
ผมเชื่อว่าในหลักสูตรนั่นกำหนดกิจกรรมให้เด็กได้ทำประกอบการเรียนเรียบร้อยแล้ว
หรือต่อให้ไม่เขียน ครูผู้สอนก็คิดเองได้
แต่ปัญหาคือ ครูผู้สอนพร้อมที่จะพาเด็กทำแค่ไหน และถ้าพร้อมเด็กอยากทำแค่ไหน,,,
เมื่อไม่นานมานี้ มีน้องคนนึงมาเล่าให้ผมฟังว่า ครูตั้งโจทย์ปัญหามาให้
แล้วให้เด็กหาว่าจะใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์อะไรแก้ปัญหานั้นๆ ผมก็คิดในใจว่า ดีจัง ให้เด็กได้รู้จักค้นคว้า,,,
แต่น้องแกบอกว่า เพื่อนในห้องบ่นกันระนาวเลย คิดว่าอาจารย์กลั่นแกล้ง,,,
การศึกษาก็แค่เข็มทิศ ส่วนเรื่องคิดไม่คิดนี่ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบระหว่างผู้สอน ผู้เรียน (และอาจจะรวมไปถึงผู้ปกครอง)

มีแต่อะไรก็ไม่รู้บางอย่างเอาไปใช้งานจริงไม่ได้ เรียนทำไม? เรียนเพื่อ? แถมบางตัวโดนกำหนดเป็นตัวหลักอีก มากไปแ้ล้วในเืมื่ออนาคตไม่ได้ใช้ในการทำงานอ่ะ

1ส่วน นึงก็ต้องยอมรับว่า หลักสูตรการศึกษาในระดับมัธยมโคตรจะจับฉ่าย
อะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้ ถูกยัดเยียดเข้ามาใส่สมองของผู้เรียน ,,, 
ลองนึกถึงสมัยเรียนเล่นๆ ในแต่ละเทอมเราจะต้องเรียนหรือถูกยัดเยียดให้เรียนอะไรบ้าง

2.แต่บาง ครั้ง จะว่ายัดเยียดไปซะทั้งหมด ก็คงไม่ถูก
เช่น ถ้าให้เลือกเรียน จะมีเด็กซักกี่คน ที่อยากเลือกเรียนวิชาศาสนา ,,,,
จะมีเด็กผู้ชายซักกี่คน ที่อยากเรียนวิชาภาษาไทย ,,, 
หรือ น้องผู้หญิงบางคนก็อาจจะไม่อยากเรียนวิชาพละกลางแดด

3.ลองย้อน กลับไปตอนอยู่มัธยม บางคนก็ยังไม่รู้ตัวเองเลย ว่าชอบอะไรกันแน่ ,,,
บางคนก็พอถูๆไถๆ ได้บางวิชา ,,, บางคนก็เก่งทุกวิชา ,,, และบางคน ก็ห่วยแตกทุกวิชา ,,,
การให้เรียนแบบจับฉ่าย ก็เพื่อให้เด็กได้ลองศึกษา เพื่อเข้าใจว่า ตัวเองถนัด หรือไม่ถนัดอะไร
เช่น โอเค เรียนแคลคลัส เรียนฟิสิกส์ แล้วไม่เวิร์ค ก็ไม่ต้องสะดิ้งไปสอบวิศวะ(ตามเพื่อน) ,,,
เรียนภาษาไทยแล้วง่วงทุกที ผันวรรณยุกต์ก็ยังไม่สู้เด็กป.สี่ อักษรศาสตร์เอกภาษาไทย ก็คงไม่ใช่คุณ ,,,
เพราะบางคน มีแค่ความชอบ แต่ไม่มีความถนัด
ถ้าไม่ลองเรียนดู ก็อาจจะไม่รู้ว่าไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้
ดังนั้น การได้ลองซดจับฉ่ายหลายๆชาม
ก็อาจจะเหมาะสำหรับคนที่กำลังตามหาว่า
ตกลงกูชอบชามไหนกันแน่
(ซึ่งคนประเภทนี้ มีมากซะด้วย ,,, รวมทั้งตัวผมเองนั่นแหละ)

4.เราเกิดมา ในยุคที่โชคดีสุดๆ
ที่คนรุ่นก่อนได้คิดอะไรต่อมิอะไรแบบสำเร็จรูปไว้ให้เราแทบจะหมดแล้ว
ของบางอย่าง มันง่ายซะจนเราไม่รู้ว่า กว่าจะได้มันมา เขามีกระบวนการคิดอย่างไร ,,,
เมื่อไม่สนใหรือ อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องสนใจ ความรู้พื้นฐานต่างๆ เราก็พลอยคิดไปว่า มันคงไม่ได้ใช้หรอก ,,,
แต่สาบานต่อนรกอเวจีเลยว่า
ถ้าไอแซค นิวตัน, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, โทมัส อัลวา เอดิสัน, พี่น้องตระกูลไรท์ หรือท่านอื่นๆ คิดแบบนี้กันหมด
ลองจินตนาการดูว่า เทคโนโลยีอะไรจะหายไปบ้าง? ,,,
และถ้า คนรุ่นเรา คิดว่า เรียนไปก็คงไม่ได้ใช้เหมือนๆกันหมด
เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ ศิลปะ วรรณกรรม ก็คงจะหยุดนิ่ง ณ ตรงนี้

5.ในขณะที่ เราไม่ได้ใช้งาน หรือต้องการเรียนแค่เพียงให้มันผ่านๆไป หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ,,,
ลองมองไปรอบข้างสิ อาจจะมีเพื่อนเราซักคน ที่จะได้ใช้งานมันในอนาคตก็ได้ ,,,
สมมติมีเด็ก 50 คน ,,, อาจจะมีเด็กเพียงแค่คนเดียว ที่สามารถนำความรู้ไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้
แต่มันก็คุ้ม ไม่ใช่รึ? ,,,
เพื่อนๆ แถวๆบ้านของท่าน สุนทร ภู่ อาจจะไม่มีใครสนใจโคลง กลอนเลย ,,,
เพื่อนๆร่วมรุ่นของไอแซค นิวตัน อาจจะสงสัยว่า ทำไมท่านต้องสนใจคณิตศาสตร์ และฟิสิกส์ขนาดนั้น ,,,
สิ่งที่หลายๆคน มองว่า คงไม่เป็นประโยชน์ ในภายภาคหน้า สิ่งนั้น อาจจะเป็นคุณอเนกอนันต์ก็เป็นได้ ใครจะรู้?

6.ความรู้ที่ ต้องใช้ในแต่ละสายอาชีพ  ก็แตกต่างกันไป ,,,
วิชาๆนึง บางคน ใช้มาก บางคนใช้น้อย บางคนก็ไม่ได้ใช้ ,,,
แต่ผมเชื่อว่า การที่ถูกเรียกว่า ความรู้ มันมีคุณค่าในความหมายของตัวมันเองอยู่แล้ว ,,,
คำถามคือ เราจะมีโอกาสและความสามารถที่จะหยิบมันมาใช้ประโยชน์ได้ไหม เท่านั้นเอง?

7ผลการเรียนไม่ได้บอกว่าเราเก่งซักแค่ไหน เสมอไป ,,,
บางครั้ง มันก็แค่ บอกเราว่า เรา...มีความรับผิดชอบขนาดไหน เท่านั้นจริงๆ

แล้วก็มีอีกเรื่องที่ไม่เข้าใจผู้ใหญ่ นักเรียนต้องใส่ยูนิฟรอม อันนี้ไม่ได้ซีเรียสเพราะ บางที่ก็สวยดี ดูเป็นระเบียบดีเหมือนกัน แต่ไอ่เรื่องทรงผม อ่าอันนี้คงจะอยู่ในความคิดของเด็กผู้ชายหลายๆ คนว่าเห้ยก็มันหัวตูอ่ะไว้ผมยาวก็ไม่เห็นเกี่ยวกับการเรียนนี่หว่า สำหรับบางคนทำให้มีความสุขในการเีรียนการมากกว่า ย้อมผมก็ถูกมองว่าไม่เรียบร้อยเด็กคนนี้ก้าวร้าว คือว่าพวกมันทำอะไรแล้วเหรอครับไปมองเด็กแบบนั้นไม่ตัดสินง่ายเกินไปเหรอ

ผมเห็นด้วยที่ว่าไม่ควรตัดสินเด็กจากภายนอก ,,,
ถ้าอยู่ระดับต่ำกว่ามัธยม ข้อดีของมันก็มีอยู่ ตรงที่เด็กไม่ต้องคิดมากเรื่องทรงผม หรือเสื้อผ้า  ,,,
ส่วนในระดับมหาลัยนั้น ผมคิดว่าอาจารย์ก็ปล่อยๆแล้วนะ
อาจจะมีแซวๆ หรือบ่นๆบ้าง แต่ก็ไม่ได้บังคับหรือเอากรรไกรมาไล่เฉือนแล้วล่ะ 

เดี๋ยวครึ่งหลังจะมาร่วมถกใหม่ ครอบครัวเป็นเกษตรกรอยู่พอดีเลยครับ

Romzaikyu

เอ๊ดเอ้ย อ่านยาก จัดหน้าด้วย  :05a:

เห็นด้วยกับประเด็นให้เรียนหลายๆ อย่างเพื่อให้ดูว่าชอบ ไม่ชอบอะไรนะ
เพราะบ้านพี่ทั้งบ้านเลย ตอนเรียน เรียนไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าอยากทำอะไรกับชีวิต
มีน้องคนเล็กที่มุ่งไปเรียนอิเล็กฯ แล้วก็เสือกกลับมาเรียนคหกรรม
ต้องสัมผัสกับมันน่ะ ถึงจะรู้ว่าชอบไม่ชอบ แต่ปัญหามันอยู่ที่ผู้สอน ผู้เรียน และวิธีการเรียนมากกว่า บางคนนนะ ไม่ใช่ทั้งหมด
เกิดมาโชคดีอย่าง เจอครูค่อนข้างดี มีความสุขในวิชาที่ตัวเองสอน เลยได้"เรียน"จริงๆ
จำได้ว่าตอนม.4 เคยเกลียดวิชาฝรั่งเศสสเพราะครูผู้สอนไร้จรรยาบรรณ พอมา ม.5 เจอครูดีเลยสนุกกับการเรียนวิชานี้
จากเคยเรียนได้เกรด 1 ก็มาเป็นเกรด 2 เกรด 3 เกรด 4 ไม่หวังอยู่แล้วเพื่อนมันเก่งกว่า
แล้วเด็กเองก็ไม่รู้จักการเรียนน่ะ ว่าต้องตั้งใจจึงจะเข้าใจ อะไรยากนิดหน่อยก็ไม่คิดแล้ว ชินแต่เปิดปุ๊บ ติดปั๊บ
ต้องปีรับทัศนะคติเรื่องการเรียนการสอนใหม่น่ะ ทั้งผู้สอน ผู้เรียน และผู้ปกครอง
ย้ำว่าบางคนนนะ ไม่ใช่ทั้งหมด

ส่วนการบังคับเรียนบางวิชาก็เห็นด้วย ใครใส่ใจสุขศึกษาซึ่งที่จริงจำเป็นต่อชีวิต
ใครใส่ใจพุทธศาสนาที่จำเป็นต่อจิตใจ ใครใส่ใจวิชาแนะแนวบ้าง ศิลปะล่ะ และหลายอย่างที่ไม่ใช่วิชาสอบเข้า
นี่พูดถึงทั้งนักเรียน และ ครูด้วยนะ วิชาเหล่านี้ก็สำคัญมาก แต่ก้ไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร
มีแต่วิชาการ ไม่มีวิชาชีวิต จบมหาลัยออกมาปัญญาอ่อน ทำอะไรไม่เป็นก็เยอะ เรียนมาสูง แค่เรื่องเกรดตกฆ่าตัวตายก็มี

ครูต้องสอนไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ นักเรียนต้องเรียนไม่ใช่แค่เพื่อสอบ


ป.ล. เพิ่งเคยเห็นหน้าเอ๊ด  :56:

ยุนเอ


ถ้ายังงั้นต้องระบุหลักสูตรออกมาก่อนว่า เราให้เรียนให้จบแล้วไม่ใช่เพื่อออกมาทำงาน


:30:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines