เหรียญควอนตั้ม จริงหรือหลอก?

เริ่มโพสต์โดย หมีโหด*, 14 ม.ค. 2009, 17:22 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

ณต

#241
อ้างคำพูดจาก: ถามผมได้ เมื่อ 01 มี.ค. 2009, 14:38 น.
แต่สองร้อยคนในภาวะแวดล้อมที่ควบคุม
จำนวนก็ยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ
ที่จะตอบว่าได้ผลจริงนะครับ
-------------------------------------

มันต้องขนาดนั้นเลยเหรอครับพี่น้อง
นี่คนนะครับ ไม่ใช่หนูทดลอง
ถ้าต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดียวกันทั้งหมดถึงจะใช้ได้ผล
ผมว่าอย่าใช้เลยดีกว่า อยู่เฉยๆ ดีกว่า

100% ของ 200 คนนี่มันยังน้อยไปอีกเหรอครับ
ถ้าทั้งหมดตอนนี้ในประเทศไทยมีคนใช้ ประมาณ 2แสนคน


ไม่ใช่ว่าต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดียวกันถึงจะใช้ได้ผล

แต่ผมพูดถึงการทดลองที่มีการควบคุม
และเอาผลมาตอบสมมติฐานนะครับ
ว่าที่ว่าดีขึ้นเนี่ย มันมาจากเหรียญจริงๆ
มีการตรวจค่าชี้วัดจริงๆ ไม่ใช่จากความรู้สึกว่าดีขี้น
หรือว่า ดีขึ้น จาก Placebo effect
หรือว่า รู้สึกว่าดีขึ้น แต่พอไปตรวจค่าชี้วัดต่างๆ
กลายเป็นสุขภาพแย่กว่าเดิม

นี่เป็นสิ่งที่วงการนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเขาทำกันนะครับ
กว่าจะออกผลิตภัณท์ อะไรออกมาสักชิ้นที่เกี่ยวกับสุขภาพ
ไม่ใช่แค่มาบอกว่า สองแสนคนใช้แล้วดี
นั่นไม่ได้ตอบคำถามแบบวิทยาศาสตร์แล้วครับ

แล้วทฤษฎีที่ทำให้น้ำเป็นผลึกสวยงามนั่น
ขัดกับข้อเท็จจริงอย่างแรกเลยคือ
น้ำที่ร่างกายคนเราใช้
ต้องอยู่ในสภาพของเหลวเท่านั้น
การที่จะบอกว่าทำให้น้ำในร่างกาย
เป็นผลึกสวยงามได้(ซึ่งเป็นไปไม่ได้
ยกเว้นคุณจะตายแล้วเอาศพไปแช่แข็ง
แล้วแยกน้ำออกมาจากเลือดและน้ำเหลือง)

รวมไปถึงว่า ยังไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆ
ที่บอกได้ว่า ถ้าเลือดกลายเป็นน้ำแข็ง
(โดยที่คุณยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้)
ผลึกน้ำที่สมบูรณ์ จะทำให้เราสุขภาพดีขึ้น

ข้อสรุปของผมก็คือ ทฤษฎีเรื่องผลึกที่คุณกล่าวอ้างมา
ยังไม่สามารถตอบได้ว่า มันเกี่ยวข้องยังไง
กับการห้อยเหรียญและสุขภาพดีขึ้น

สิ่งที่ผมพูดมา นี่เป็นหลักการวิทยาศาสตร์ล้วนๆ
ไม่ได้มีอคติหรือคิดลบอะไรเลยนะครับ
เพราะคำถามพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดามากๆ
เวลาที่นักวิทยาศาสตร์ เขาพิจารณาผลงานวิจัยกัน





ความฝันกลางฤดูร้อน

ประการแรกสุด ก่อนที่จะไปเข้าที่เหตุผลอื่นใดก็ตามที ผมต้องขอค้านประโยคหลังๆที่ผู้ขายเข้ามาบอกไว้ก่อนที่ว่า
ผมว่า ที่สำคัญมันคือ ผล ของมันมากกว่าที่มานะ
แต่ผมเชื่อนะว่าวันนึง เรื่องจริงมันต้องปรากฎ

ผมบอกไปนิดนึงแล้วว่าการจะมาบอกว่าสิ่งนี้ดีพอที่เราจะใช้มัน  มีหลายระดับ
ถ้าเป็นการบอกว่า ทำไว้ไม่เสียหาย มีไว้ไม่เสียหาย หรือประเภท ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ .... อันนี้โอเค ผมยอมรับได้ครับ
แต่การมาอ้างว่ามันน่าจะช่วยได้ มันน่าจะมีผลดี หรือมีไว้ไม่เสียหาย แต่ว่าเสียเงิน 6000 บาท ....
ประโยคหลัง ผมบอกไว้เลยว่านี่คือการหลอกลวงแบบนึง

การที่คนเราจะต้องเสียเงินออกไปจำนวนหนึ่ง เพื่อซื้อสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ว่ามันมีประโยชน์หรือไม่ มันไร้สาระครับ

เรื่องของควอนตั้มอะไรพวกนี้ ถ้าไม่เสียเงิน ก็ไม่ต่างอะไรกับพระเครื่อง ไม่ต่างอะไรกับการสวดมนต์ครับ
ข้อดีบังเกิดได้กับคนที่มีความเชื่อ

แต่ถ้าพระที่ไหนก็ตาม ทำพิธีเป่าน้ำมนต์รักษาโรคโดยเก็บเงิน / วัดไหนก็ตามทำบุญเรี่ยไรตามหมู่บ้านโดยบอกว่าได้บุญสุขภาพดี พวกนี้ก็ผิด

ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า เจ้าเหรียญเหล่านี้ มีการทดลองออกมาจริงหรือไม่ว่าได้ผล ... ซึ่งผมบอกไว้ก่อนเลยว่าจากการค้นหามานานพอสมควรสรุปได้เลยว่า "ไม่เคยมีการทดลองที่เชื่อถือได้" แม้แต่ครั้งเดียว
ถ้ามีกรุณาเอามาให้ดูด้วยครับ ถ้าผมเห็นแล้วว่าเชื่อถือได้ ผมจะเอาไปโพสในpantip.comช่วยยืนยันคุณให้อีกแรงนึง ... ( เห็นคุณที่pantipแล้ว )


ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

iannnnn

:25: ที่แท้ก็รู้จักกันมาก่อนนี่เองเองเองงงง

ความฝันกลางฤดูร้อน

ต่อจากนี้เป็นเรื่องทางวิชาการ ใครเห็นว่ามีส่วนที่ผมอธิบายผิดขอให้ัทักท้วงนะครับ บางส่วนผมก็อาจจะลืมๆไปแล้ว

1. เรื่องผลการรักษา
คุณผู้ขาย บอกว่า 100%ของผู้ที่ใช้งานพึงพอใจ ซึ่งการเก็บข้อมูลแบบนี้ เป็นสิ่งที่ในงานวิจัยเราเรียกว่า Sampling Bias

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ทำๆกัน มีหลายระดับ เพื่อความไม่งง ยกมาแค่บางส่วนแล้วกัน
- case report
เช่น เอาเหรียญไปให้คนๆนึงใช้ แล้วเค้าบอกว่าหายจากโรคนั้นโรคนี้ ... หรือตรวจเจอว่าหายจริงๆ
(ข้อด้อยของอันนี้คืออาจจะมีปัจจัยส่วนตัวหลายอย่าง อาจจะไม่เกี่ยวกับเหรียญก็ได้ งานวิจัยระดับนี้ปกติมีค่าในระดับให้นักวิจัยคนอื่นมองดูว่าเอาไปทำอะไรต่อได้ไหม)

- cohort study
เช่น เอาเหรียญไปให้คนกลุ่มนึงใช้สัก 100 คน แล้วตามดูว่าผลออกมาหายกี่คน หรือผลออกมาเป็ฯอย่างไร
(ข้อด้อยของอันนี้คือ ไม่มีอะไรมาเปรียบเทียบ อาการที่ว่าอาจจะหายเองก็ได้ หรืออาจจะเป็นจริงก็ได้ ... อันนี้ในระดับของงานวิจัย ก็ถือว่ามีความน่าเชื่อถือระดับต่ำ)
เรื่องคน200คนที่ใช้เหรียญแล้วดี 100 % ก็อยู่ในระดับงานวิจัยประมาณนี้ ซึ่งโดยตัวมันเองเอาไปใช้ยืนยันอะไรไม่ได้มากอยู่แล้ว

- randomized controlled trial
เอาคนมาสองกลุ่ม กลุ่มละ 100 คน คุณสมบัติต่างๆเท่าเทียมกัน จากนั้นกลุ่มนึงให้เหรียญจริง อีกกลุ่มให้เหรียญปลอม จากนั้นติดตามผลว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร .... เมื่อติดตามผลเสร็๗ จึงเปิดออกมาดูว่าคนไหนได้เหรียญจริง คนไหนได้เหรียญปลอม แล้วจึงเอาข้อมูลมาแสดง
ถ้าจะให้ดีที่สุดต้องเป็นการทดลองแบบ Double blinded  randomized controlled trial
** คนแจกเหรียญ ไม่รู้ว่าเหรียญไหนเหรียญจริง
** คนที่ได้เหรียญ ไม่รู้ว่าเหรียญไหนเหรียญจริง
** คนที่ตรวจร่างกาย ก็ไม่รู้ว่าเหรียญไหนเหรียญจริง
เป็นการลดอคติจาก Placebo effectซะ


นอกจากรูปแบบการทดลอง การทดลองจะน่าเชื่อถือหรือไม่ ก็ยังขึ้นกับอีกหลายปัจจัย
- การเลือกกลุ่มการทดลอง
ต้องให้กลุ่มที่เลือกมานั้นมีความเท่าเทียมกัน ทั้งเรื่องเพศ อายุ ความรวยจน โรคประจำตัว โรคที่เป็น สภาพร่างกายที่เป็นตอนเริ่มการทดลอง .... จำนวนของกลุ่มที่มาทดลองต้องมากพอ
- การเก็บผลการทดลอง
ผลการทดลองที่เชื่อถือได้ควรจะเป็น Objective มากกว่า Subjective นั่นคือเป็ฯตัวเลขหรือผลที่จับต้องได้มากกว่าการบรรยาย
การบอกว่าดีขึ้น รู้สึกดี รู้สึกแข็งแรง .... ก็ไม่เพียงพอ ต้องบอกเป็นตัวเลขให้ได้ เช่น ดีขึ้นอย่างไร ทำงานได้มากขึ้น ชีพจรเต้นช้าลง เดินขึ้นบันไดได้มากชั้นขึ้นโดยไม่เหนื่อย
ถ้าจะอธิบายสิ่งที่ไม่มีตัวเลขวัด ก็ต้องหาทางแปลงเป็ฯตัวเลขให้ได้ เช่น รู้สึกสดชื่น รู้สึกเจ็บปวด รู้สึกดี ... ของพวกนี้มีระบบในการวิจัย เช่นให้ผู้ป่วยบอกว่าให้คะแนน 1-10 ให้แค่ไหนถ้า 1=แย่มากที่สุดในชีวิต 5=เฉยๆ 10=ดีมากที่สุดในชีวิต
ผลการทดลองที่บอกแค่ว่าดี ... แปลผลไม่ค่อยได้ครับ หรือออกมาก็ไม่น่าเชื่อถือ
-การแปลผล
ใครจะแปลผลอย่างไรก็ได้ การแปลผลมีความสำคัญมาก เพราะการมีอคติแม้แต่น้อยหรือความรู้ไม่เพียงพอ จะทำให้ผู้แปลผลแปลผลการทดลองเข้ารกเข้าพงไปเลย
เช่น ผมขายไป 200กว่าอัีน ไม่เคยมีใครเอามาคืนเลย (จริงๆคนที่ซื้อแล้วเฉยๆ ก็ขี้เกียจเรื่องมาก บางคนซื้อไปแล้วไม่ได้ผลเข้าICUไปแล้ว ตายไปแล้ว ก็เลยไม่ได้มาเอาคืน)
เช่น สอบถามแล้ว ผู้ซื้อทุกรายพอใจ 100% .... (ได้ลองไปถามซ้ำที่ 30-90-180วันหลังการขายหรือไม่ เพราะจากงานวิจัยบางชิ้นพบว่าผู้ที่ได้สิ่งที่ตนถูกใจตอนแรก เมื่อเวลาผ่านไปสามเดือน ความพึงพอใจมักจะลดลง)
ฯลฯ

เหรียญนี้ไม่มีงานวิจัยใดที่ดีพอที่จะมาบอกว่ามันได้ผล
ดังนั้นการบอกว่ามันได้ผล ... เป็นการบอกที่เลื่อนลอยเกินไป
ไม่คุ้มกับเงิน 6000 บาทที่คนทั่วไปต้องจ่ายไป
ไม่คุ้มกับเวลาที่คนที่โดนหลอกลวงต้องเสียไป
และเมื่อหายจากโรคด้วยการรักษาทางการแพทย์ มันทำให้คนบางคนไปหลงเชื่อเหรียญที่ว่านี้ และไม่รักษาด้วยวิธีที่ถูกต้อง

ผมเสียคนไข้ไปหลายคนกับการรักษาที่อ้างอะไรแบบนี้ บางคนชมการรักษาจอมปลอมที่พาเค้าไปหาความตายด้วยซ้ำ
ดังนั้นเรื่องแบบนี้ผมไม่ประนีประนอม

ต่อไป ... จะว่าเรื่องวิทยาศาสตร์ปลอมที่มีการอ้างในกระทู้
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

iannnnn

โอ้ ขอบคุณครับ ได้ความรู้เรื่องการทำวิจัยไปด้วย :46:


เรื่องการทดลองโดยการปลอมปนเอาของปลอมเข้าไปในกลุ่มผู้ถูกวิจัยด้วยนี่น่าสนใจครับ
เพราะคุณถามผมได้สองร้อยแต้ม ทีแรกได้บอกว่ามันได้ผล?จริงๆ
แต่ตอนหลังเริ่มบอกว่ามันได้ผลทางจิตใจละ (เอ๊ะแล้วทำไมถึงต้องไปว่า "เหรียญปลอม" เขาล่ะครับ)

Ah!

ขอบคุณคุณหมอแมวมากครับ
ที่นำเรื่องดีๆมาบอกกล่าวกัน

หมอแมวเป็นพุทธ (ผู้ตื่นรู้) มากกว่าชาวพุทธอย่างผมเยอะเลยครับ  :46:
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

ณต

อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 01 มี.ค. 2009, 22:39 น.
โอ้ ขอบคุณครับ ได้ความรู้เรื่องการทำวิจัยไปด้วย :46:


เรื่องการทดลองโดยการปลอมปนเอาของปลอมเข้าไปในกลุ่มผู้ถูกวิจัยด้วยนี่น่าสนใจครับ
เพราะคุณถามผมได้สองร้อยแต้ม ทีแรกได้บอกว่ามันได้ผล?จริงๆ
แต่ตอนหลังเริ่มบอกว่ามันได้ผลทางจิตใจละ (เอ๊ะแล้วทำไมถึงต้องไปว่า "เหรียญปลอม" เขาล่ะครับ)

เพราะมันต้องจ่ายเงินหกพันไงครับ
คือถ้าเป็น Placebo เราก็ห้อยเหรียญตะบักตะบวยอะไรก็ได้
มันก็ให้ผลเหมือนกัน

Romzaikyu

อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 01 มี.ค. 2009, 22:36 น.
ผมเสียคนไข้ไปหลายคนกับการรักษาที่อ้างอะไรแบบนี้ บางคนชมการรักษาจอมปลอมที่พาเค้าไปหาความตายด้วยซ้ำ
ดังนั้นเรื่องแบบนี้ผมไม่ประนีประนอม

สมเป็นหมอ :46:


อันนี้ขอฝากไปถึงคุณถามผมได้ด้วยนะครับ
ว่าคุณมั่นใจขนาดที่กล้ารับประกันชีวิตของคนที่ใส่ด้วยมั้ย

ถ้าญาติผู้ใหญ่คุณป่วย แล้วห้อยเหรียญนี้ แล้วบอกว่า"รู้สึก"ดีขึ้น จะไม่ไปหาหมอแล้ว
คุณจะให้ท่านไปหาหมอมั้ย หรือเชื่อในอานุภาพของพลังสเกลล่า

คำถามพวกนี้ไม่ต้องตอบนะครับ ให้คิดเฉยๆ

ความฝันกลางฤดูร้อน

อ้อ ก่อนเข้าตรงส่วนที่ว่าเป็นวิทยาศาสตร์เทียม ผมขอเล่นตรงนี้ก่อน
อ้างอิงสรุป
1. เหรียญควอนตัม เป็นชื่อเรียก เหรียญพลังงานๆ กลมๆ ดำ แบบเหมารวมทุกยี่ห้อ ทั้งของจริงของปลอม
ทุกยี่ห้อก็บอกอย่างนี้ ... ผมสงสัยด้วยซ้ำว่าแต่ละยี่ห้อเจ้าของเดียวกันหรือเปล่า
2. เหรียญควอนตัม เป็นเครื่องประดับ ไม่ใช่ยา ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ ไม่ใช่เหรียญรักษาโรค
แต่ก็มีโฆษณามากมาย
3. พลังงานและแร่ธาตุในเหรียญ ช่วยให้กระบวนการทำงานระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ง่ายขึ้น
ไม่เคยมีงานวิจัยใดบนสากลโลกที่ออกมาบอกว่าข้อความนี้เป็ฯความจริง
4. ถ้าสนใจจะซื้อจริง ขอแนะนำ ว่าให้ระวังของปลอม ผมได้มีโอกาสทดลองหลายยี่ห้อเหมือนกัน แทนที่จะดีกลับให้โทษ ไม่มีประโยชน์ แถมเสียเงินฟรีๆ ใช้ไม่ดีก็คืนไม่ได้
ทุกยี่ห้อก็บอกอย่างนี้ ... ผมสงสัยด้วยซ้ำว่าแต่ละยี่ห้อเจ้าของเดียวกันหรือเปล่า
5. ผลิตภัณฑ์พลังงานธรรมชาติแนวนี้ มีออกมาเยอะมากมาย ไม่ใช่แค่เหรียญควอนตัม ออกมาดีๆ ก็มีเยอะ แหกตาก็มากมาย เลือกใช้อันที่สมเหตุสมผลที่สุดละกันนะครับ
ทุกยี่ห้อก็บอกอย่างนี้ ... ผมสงสัยด้วยซ้ำว่าแต่ละยี่ห้อเจ้าของเดียวกันหรือเปล่า
6. ถ้าใครต้องการที่จะลองทดสอบดู หรือต้องการรายละเอียดเพิ่ม หากอยู่แถวๆ ลาดพร้าว ก็มาพบปะพูดคุยกันได้ และไม่จำเป็นต้องมาจ่ายตังค์หรือมาซื้ออะไรจากผม หากคุณมีข้อมูลอะไรดีๆ ก็มาแบ่งปัน มาเล่าให้ผมฟังได้นะครับ ผมชอบหาความรู้ใหม่ๆ
7. จะใช้หรือไม่ อันนี้แล้วแต่ครับ ไม่มีใครผิดใครถูก ไม่มีใครบังคับ เหมือนอาหารเสริม ไม่กินก็อยู่ได้ครับ
ถ้าซื้อขายในราคา6000โดยหวังว่าจะปรับระบบร่างกายให้ดีขึ้นหรือหวังช่วยให้อาการของโรคดีขึ้น อันนี้ผิดแน่นอน

มา เรามาเข้าเรื่องน้ำโมเลกุล 6 กันต่อ
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย


蓝月 (lán yuè)

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

Nichnan


iannnnn

โอ้ว แฟนคลับมาจ่อคิวรอ :27a:


(ถ้าให้เดา คุณถามผมได้คงจะไม่มีปัญญามาโต้แล้วมั้งครับ เจอวิทยาศาสตร์แท้แบบนี้)

ณต

อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 01 มี.ค. 2009, 22:50 น.
โอ้ว แฟนคลับมาจ่อคิวรอ :27a:


(ถ้าให้เดา คุณถามผมได้คงจะไม่มีปัญญามาโต้แล้วมั้งครับ เจอวิทยาศาสตร์แท้แบบนี้)

คงมาประมาณว่า สมัยก่อนโลกกลม นักวิทยาศาสตร์ก็ยังเชื่อกันว่าโลกแบน
รวมไปถึงก็ยังมีอะไร อีกมากในโลก ที่วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถอธิบายได้  :21:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines