เหรียญควอนตั้ม จริงหรือหลอก?

เริ่มโพสต์โดย หมีโหด*, 14 ม.ค. 2009, 17:22 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ถามผมได้

ขอบคุณคุณ ODM นะครับที่เข้าใจถูกต้องแล้ว
ข้อ 1 และ 2 นี่ ถูกใจใช่เลยครับ
ส่วนข้อ 3 นี่ผมก็ไม่แน่ใจว่าทำไมยกได้ แต่ลองหลายครั้งแล้ว ผลมันก็เหมือนกันทุกครั้ง แค่ยกคนนะครับ ใหญ่กว่าันั้นยังไม่เคยลอง แต่คงไม่น่าไหว ถ้าไหวก็เว่อร์เกินไปแล้ว
ส่วนตัวผมคิดว่า ปกติถ้าร่างกายเราสมบูรณ์ มีการทรงตัวที่ดีขึ้น ก็น่าจะทำได้ มันไม่น่าจะเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์อะไร 4คนยก 1 คนก็คงไม่เกินความสามารถคนธรรมดา อาจจะมีส่วนของการเพิ่มกำลังใจ และเป็นผลของการป้องกันคลื่นจากมือถือด้วยก็ได้ เพราะัเคยลองให้พกมือถือแล้วช่วยกันยก
จะไม่ค่อยมีแรงยก หลังจากถอดวางมือถือแล้วมายกใหม่ ปรากฎว่ายกได้ง่ายขึ้นครับ

พลังงานสเคล่าร์ไม่ได้ไปกระตุ้นสมองครับ เพียงแต่ในสมองก็มีน้ำเป็นส่วนประกอบ กลไกลการทำงานต่างๆ ในสมองมันก็ทำงานได้ง่ายขึ้นครับ

หมีโหด*

ชอบที่สรุปจังเลยค่ะ  :25:

รู้สึกว่าอ่านง่ายเข้าใจง่าย
ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก

B o o k

อ่านจบแล้วรู้สึกดีค่ะ

ไม่ได้เชื่อเรื่องอิทธิปาฏิหารย์ของเหรียญนั่นเพิ่มมากขึ้นเลยนะ
แต่รู้สึกดีกับการตอบของคุณถามผมได้ บางเรื่องอาจจะไม่ตรงประเด็นไปบ้าง
แต่ก็ยอมคุยกับพวกเราดีๆ ชอบที่สรุปมาน่ารัก และไม่หัวชนฝา
ชอบใจค่ะ +๑

~ZephyR~

#183
อ้างคำพูดจาก: ถามผมได้ เมื่อ 26 ก.พ. 2009, 14:08 น.
สรุปแล้วกันนะครับ เหนื่อยแล้ว


สรุป
1. เหรียญควอนตัม เป็นชื่อเรียก เหรียญพลังงานๆ กลมๆ ดำ แบบเหมารวมทุกยี่ห้อ ทั้งของจริงของปลอม
2. เหรียญควอนตัม เป็นเครื่องประดับ ไม่ใช่ยา ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ ไม่ใช่เหรียญรักษาโรค
3. พลังงานและแร่ธาตุในเหรียญ ช่วยให้กระบวนการทำงานระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่พลังงานวิเศษ หรือเครื่องรางของขลัง
4. ถ้าสนใจจะซื้อจริง ขอแนะนำ ว่าให้ระวังของปลอม ผมได้มีโอกาสทดลองหลายยี่ห้อเหมือนกัน แทนที่จะดีกลับให้โทษ ไม่มีประโยชน์ แถมเสียเงินฟรีๆ ใช้ไม่ดีก็คืนไม่ได้
5. ผลิตภัณฑ์พลังงานธรรมชาติแนวนี้ มีออกมาเยอะมากมาย ไม่ใช่แค่เหรียญควอนตัม ออกมาดีๆ ก็มีเยอะ แหกตาก็มากมาย เลือกใช้อันที่สมเหตุสมผลที่สุดละกันนะครับ
6. ถ้าใครต้องการที่จะลองทดสอบดู หรือต้องการรายละเอียดเพิ่ม หากอยู่แถวๆ ลาดพร้าว ก็มาพบปะพูดคุยกันได้ และไม่จำเป็นต้องมาจ่ายตังค์หรือมาซื้ออะไรจากผม หากคุณมีข้อมูลอะไรดีๆ ก็มาแบ่งปัน มาเล่าให้ผมฟังได้นะครับ ผมชอบหาความรู้ใหม่ๆ
7. จะใช้หรือไม่ อันนี้แล้วแต่ครับ ไม่มีใครผิดใครถูก ไม่มีใครบังคับ เหมือนอาหารเสริม ไม่กินก็อยู่ได้ครับ

อ๊ะ โพสนี้ + :12:

ชอบ ข้อ 4 กับ 5 นะ


edit : พิมพ์ผิด
เกือบลืมไปเลยว่าเคยแนะนำตัว

Romzaikyu

ดีครับที่ออกมายอมรับทัศนคติกัน

แต่เรื่องอธิบายให้รู้เรื่องนี่ก็ยังไม่รู้เรื่องนะครับ  :37:

ถามผมได้

ขอบคุณทุกๆคำติชมนะครับ ผมจะได้ไว้ปรับปรุงตัวเอง

เรื่องการอธิบายการโพสนี่บอกตรงๆ ว่าไม่ถนัดเลยจริงๆ ต้องขอโทษที่ผมอาจจะให้คำอธิบายได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
จะพยายามปรับปรุงครับ

icez

อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 26 ก.พ. 2009, 14:40 น.
ดีครับที่ออกมายอมรับทัศนคติกัน

แต่เรื่องอธิบายให้รู้เรื่องนี่ก็ยังไม่รู้เรื่องนะครับ  :37:
เห็นด้วย

ผมอุตส่าห์ไปขุดหาเรื่องโมเลกุลของน้ำมาแทบตาย T_T



น้ำที่เป็น "ผลึก" โมเลกุล 6 แฉก เกิดจากการแข็งตัวของน้ำอย่างเดียวครับ
ถ้าอยู่ในสภาวะ "ของเหลว" ยังไงโมเลกุลพวกนี้จะจับตัวกันหลวมๆ แล้วก็ไม่ได้เกาะแน่นเป็นโมเลกุลขนาดนั้น
ร่างกายคนเราดูดซึมน้ำที่เป็น "ผลึก" ไม่ได้นะครับ ต้องให้น้ำอยู่ในสถานะ "ของเหลว" ที่อุณหภูมิร่างกายซะก่อน

เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ผมไม่เชื่อโดยเด็ดขาดครับว่าไอ้น้ำผลึก 6 แฉกอะไรนั่นมีประโยชน์


ส่วนพลังงานสเกลาร์...  ถ้าแปลตรงตัวคือ scalar energy
http://www.google.co.th/search?q=scalar+energy
ผมเจอแต่ ทฤษฎีสนามสเกลาร์แฮะ ไม่ยักกะเจองานวิจัยเรื่องพลังงานสเกลาร์ที่เป็นผลการทดลองจริงๆ จังๆ









ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้จะโจมตีว่าไอ้เหรียญนี่มันมีโทษนะ เพราะการที่ใจคนเรา "เชื่อ" ว่าเป็นอย่างนี้ๆ
มันทำให้ร่างกายของเรา "เป็น" ได้ตามที่เราเชื่อจริงๆ (ไอนี้มีผลทดลองชัดเจน ทั้งเรื่อง placebo ทั้งผลทางจิตวิทยา)
ถ้าคนที่เชื่อเค้าเชื่อ เค้าก็จะเชื่อว่าเค้าเป็น แล้วเค้าก็จะเป็นตามที่เค้าเชื่อเอง

เก้อ

ชอบที่สรุปเช่นกันครับ ฟังดูไม่งมงายดี เพราะตอนแรก
ฟังดูเหมือนแอมเวย์ขายตรงอะไรแบบนั้น ขอโทษที่เข้าใจผิดนะครับ :46:

ส่วนตัว สรุปง่ายๆว่า เหตุผลและข้อมูลหลักฐานไม่มากพอจะเชื่อ
และไม่มีเหตุผลจูงใจใดๆ ที่จะต้องไปศึกษาหาข้อมูลเพื่อจะเชื่อ

หากให้ชั่งน้ำหนัก ระหว่างที่พี่บอกว่าเราในนี้ติดอยู่ในกรอบ
อันหมายถึง กรอบของเหตุผลหรือวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน
ซึ่งก็ยังมีข้อจำกัดและความสามารถในการพิสูจน์
การวัดสิ่งต่างๆจำกัด เท่าที่ความรู้หรือเครื่องมือในปัจจุบันจะไปถึง

เราใช้กรอบนี้ ก็เเมื่อเผชิญกับความรู้ ข้อมูลชนิดใหม่ที่น่าเคลือบแคลงนั่นเองครับ
ไม่ใช่เป็นการยึดติด ไม่มองหาอะไรใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ตัวข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญนี้เอง ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ตนเองในทางวิทยาศาสตร์
จนเป็นที่ยอมรับได้ทั่วไปด้วยซ้ำ ดังนั้น การจะบอกให้คนอื่นๆหันมาใช้
การอ้างวิทยาศาสตร์มาอธิบาย ในขณะที่ตัวมันยังอธิบายตัวเองได้ไม่ชัด
ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องระวังเช่นกันครับ ไม่เช่นนั้น การเลือกข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการทดสอบ
ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับทั่วไปเช่นนี้มาตอบ มาอธิบาย
ย่อมต้องเผชิญกับข้อสงสัยเช่นนี้เสมอ คำถามนี้ก็จะยังคงอยู่ต่อไป
คำอธิบายเหล่านั้น ก็จะถูกแย้งด้วยวิทยาศาสตร์ปัจจุบันเสมอ
ไม่ว่าจะบอกว่า คนใช้แล้วได้ผลเป็นแสนๆอย่างไรก็ตาม

และจากข้อสรุปของพี่นะครับ ผมมีมุมมองว่า
หากเรามองสิ่งนี้เหมือนเครื่องราง มีเชื่อ/ไม่เชื่อ
เลือกเอาตามที่ตนเองแต่ละคนจะสบายใจ ข้อนี้ผมเข้าใจและยอมรับ

ส่วนถ้าหากมองข้ามช็อตต่อไป ปัจเจกบุคคลเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
หากมองจากมุมมองทางสังคม ระหว่างการอยู่ในกรอบของความเชื่อ
(ที่ถูกพิสูจน์โดยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับ
ด้วยคำอธิบายที่ยังมีข้อโต้แย้ง)

กับกรอบของเหตุผล(ที่ได้รับการพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน)
ถ้าให้เลือกว่า อย่างไหนจะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนและสังคมมากกว่า
ผมยังขอเลือกอย่างหลังครับ และสนับสนุนให้สังคมเลือกในอย่างหลังอีกด้วย

ดังนั้นผมจึงอาจไม่สนับสนุนเหรียญนี้ครับ

นั่นคือในแง่สังคม ในแง่ส่วนตัว เรื่องสุขภาพ-เรื่องธรรมชาติของร่างกาย
ผมเชื่อว่าธรรมชาติไม่เคยสร้างอะไรเกิน สิ่งนี้คือสัจธรรม
ธรรมชาติไม่ทำหรือสร้างสิ่งใดโดยปราศจากจุดหมาย
ระบบการแพทย์การรักษาโรคเท่าที่มีในปัจจุบัน เพียงพอต่อชีวิตมนุษย์หนึ่งคน
ที่จะดำรงอยู่บนโลกในช่วงระยะเวลาอันพอเหมาะพอควร และด้วยความสุขสบาย
ตามอัตภาพเท่าที่เหมาะที่ควรแล้ว สิ่งใดนอกเหนือกว่านั้น
เพื่อจุดประสงค์อื่นใด ผมถือว่าเกินธรรมชาติ มันจึงเกินความจำเป็นต่อชีวิตผมครับ
ส่วนจะจำเป็นต่อชีวิตใครอย่างไรหรือไม่ ก็ตามแต่ใครจะเชื่อจะพิสูจน์เอา
(แต่ก็แน่นอน ทุกความเชื่อ ทุกข้อมูล ไม่ได้ตั้งอยู่เดี่ยวๆ
มันต้องถูกตั้งคำถามโดยสังคมเสมอ)

ยังไงขอบคุณสำหรับข้อมูลและคำอธิบายนะครับ
และรู้สึกดีมากครับที่ตอบหลายๆข้อสงสัย จากตอนแรกคิดว่าโพสขายตรงอะไรแบบนั้น
(อันนี้ก็ขออภัยไว้อีกหนึ่งที ที่เข้าใจผิด) ค่อยๆทำความเข้าใจกัน
รับฟังเหตุ-ผลกันและกันแบบนี้ เป็นการสนทนาที่สนุกจริงๆครับ :12:

I ROCK , THEREFORE I AM

ปิติ.sss

#188
มาเพิ่มเติมนิดหน่อย

เรื่องการทดสอบยกคน นี่เป็น "กล" รูปแบบหนึ่งครับ
ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีเหรียญหรือ เอามือไปแช่น้ำล้างเหรียญ
จะประยุกต์เป็นร่ายมนต์ร่ายคาถา หรือให้ห้อยพระอะไรก็ได้
เหมาะกับการเอามาหลอกขายของให้ดูเหมือนมีอิทธิปาฏิหารย์มากๆ  :12:

ลองดูใน Youtube จะเจอคลิปเยอะแยะเลยครับ
เช่นอันนี้

http://www.youtube.com/watch?v=hS9SO5VBSG4
(ตาม related video ไปจะมีอีกเพียบ)


ผมยังไม่มีคำอธิบายชัดเจนในเรื่องนี้
แต่เข้าใจว่าเป็นเรื่องของจังหวะในการยก และความเชื่อมั่นในฤทธิ์ของเหรียญหรือคาถาที่ท่อง
(จัดเป็น Placebo Effect แบบหนึ่งเหมือนกัน)
คล้ายๆ กับกรณีการยกองค์พระ หรือยกหินเสี่ยงทายอะไรเทือกๆนั้น


ปล. ไอ้เครื่องเสริมพลังน้ำอะไรเทือกๆนั้น (ไม่แน่ใจว่าอันเดียวกับที่ลุงร่มเอามาโพสต์รึเปล่า)
ก็เคยมีคนที่ห้องหว้ากอพันทิพย์ ชำแหละสิทธิบัตรว่าแหกตามาแล้วนะครับ  :47:
ของพวกนี้ก็หากินกันกับ Placebo Effect นี่แหละครับ

นักศิลปะ

5 ปีมานี้ผมไปงานศพญาติผู้ใหญ่มา 5 งาน
ฝ่ายผม 4 งาน เมีย 1 งาน
แล้วมีเพื่อนผูกคอตาย 1 คน
หัวใจวายตายขณะขับรถพาครอบครัวไปซาฟารี 1 คน

ชีวิตคนเท่านี้เองแหละ

ผมคิดกะแฟนว่า จะไปบริจาคร่างกาย อวัยวะให้สภากาชาด



ไม่เกี่ยวกะ นาโน หรือ ควอนตัม และเหรียญอะไรหรอก
โยนิโสมนสิการ นะครับ
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

ปิติ.sss

#190
เรื่องรูปถ่ายผลึกน้ำ ขอแยกมาอีกโพสต์นึงให้เห็นชัดๆหน่อย

จะบอกว่า ผลการทดลองของ "ดร." มาซารุที่เอามาโชว์เนี่ย
ไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนทำออกมาได้ผลตามที่แกว่าเลยครับ

ถึงขนาดมีคนเสนอเงินรางวัลให้ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ
ถ้าแกสามารถทำการทดลองตามหลักวิทยาศาตร์แล้วได้ผลออกมาตามที่แกว่าจริง
แต่ตั้งแต่มีการเสนอเงินรางวัลในปี 2003 จนถึงตอนนี้
เงิน 1 ล้านก็ยังอยู่สบาย ไม่มีแววว่าจะต้องจ่ายแต่อย่างใด  :42:

(ย้ำอีกรอบว่าแกจบ "แพทย์ทางเลือก" คือหมอสมุนไพร ฝังเข็ม นวดแผนโบราณ อะไรเทือกๆ นั้น
ไม่ได้จบทางสายวิทย์หรือแพทย์แผนปัจจุบัน
และมหาวิทยาลัยที่ออกประกาศนียบัตรให้แก ก็ไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่ทางการอินเดียยอมรับซะด้วย)

เพราะอะไรน่ะหรือครับ?
ก็เพราะ "ดร." มาซารุแกใช้วิธี "เลือกเฉพาะผลอันที่ต้องการ" (ภาษาอังกฤษเรียกว่า cherry-picking results)
คือ ทำไว้เยอะๆ อันไหนออกมาแบบที่แกอยากจะให้เป็น แกก็เก็บรูปไว้
อันไหนออกมาไม่ตรงที่แกอยากให้เป็น ก็ทิ้งไป
ทำซ้ำไปเรื่อยๆ ก็ได้ออกมาเป็นหนังสือรวมภาพ 1 เล่ม
(ภาพที่เห็น สมมติว่า 100 ภาพ อาจจะได้มาจากการถ่ายภาพผลึกน้ำนับแสนภาพ)

การทดลองแบบนี้อยากตั้งสมมติฐานอะไรก็ได้ครับ
ทำๆไป เก็บเฉพาะผลที่อยากจะเก็บ เดี๋ยวก็ได้ตามสมมติฐานเอง  :47:

ลองนึกภาพดูว่า ถ้าวิทยาศาสตร์แท้ๆ ทดลองกันแบบนี้
ยา 1 ตัว ทดลองกับคนไข้ 1000 คน หายป่วย 10 คน
ที่เหลือเกิดผลข้างเคียงจากยา ตายเรียบ
แต่คนคิดค้นบอกว่ายานี้ใช้รักษาโรคได้ จะเป็นยังไงล่ะครับ  :47:


ปล. แนะนำให้อ่าน:
http://www.is-masaru-emoto-for-real.com/


ปอ. เรื่องพลังงานสเกลาร์ นี่น่าจะมาจากทฤษฎีสนามสเกลาร์ ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์เทียม (ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน) อีกเช่นกันครับ
(คนละอันกับทฤษฎีสนามสเกลาร์ของกลศาสตร์ควอนตัม
แค่ตั้งชื่อเหมือนกันเฉยๆ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย)

ลิงค์ Wikipedia:
ทฤษฎีสนามสเกลาร์ในวิชาฟิสิกส์/กลศาสตร์ควอนตัม:
http://en.wikipedia.org/wiki/Scalar_field_theory
http://en.wikipedia.org/wiki/Scalar_field_(physics)
(อันนี้ให้เดือนหรือคนที่เรียนฟิสิกส์มาอธิบาย น่าจะได้เรื่องได้ราวกว่า
แต่เท่าที่อ่านดู มั่นใจว่าไม่เกี่ยวอะไรกับหินภูเขาไฟหรือพลังงานสเกลาร์แน่นอน)

ทฤษฎีสนามสเกลาร์ที่เป็นวิทย์เทียม: http://en.wikipedia.org/wiki/Scalar_field_theory_(pseudoscience)
ว่าด้วยการแผ่สนามแม่เหล็กไฟฟ้าสเกลาร์ หรือเรียกอีกอย่างว่า "พลังงานสเกลาร์"

ยุนเอ



ชอบตรงที่บอกไม่ได้ว่าในมวลสารของเหรียญควอนตั้มมีอะไรบ้าง ติดลิขสิทธิ์


ถ้ายังงั้นซื้อของไทยดีกว่าครับ
บอกมวลสารเรียบร้อย
ชื่อรุ่น แบ่งชัดเจน
บางรุ่นดีไซน์สวยกว่าด้วย


แต่ของไทยไม่ใช้ผลึกน้ำแข็ง ใช้สะเก็ดน้ำมนต์แทน
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

น็อต

อืม ผมว่าพลังของข้อมูลนี่น่ากลัวนะ

ถ้าเราอุปโลกน์อะไรซักอย่างขึ้นมา เอาข้อมูลเทียมขึ้นมาอ้างอิง สร้างหลักฐานปลอม แต่คนอื่นทำตามแล้วไม่เห็นได้ผลดังที่ว่า หรือพิสูจน์แล้วผลไม่ตรงตามที่อ้าง อันนี้ก็น่ากลัวอยู่ โดยเฉพาะการอาศัยพึ่ง google เพราะโลกอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ใครก็สามารถเขียนลงไปได้ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบข้อมูลเท็จจริงมันค่อนข้างหลวม อย่าง Forward mail ที่ป่านนี้ผ่านไปเกือบจะ 10 ปีแล้ว เมลลูกโซ่ข้อมูลปลอมเดิม ๆ ยังอุตส่าห์ส่งวนกลับมาซ้ำ ๆ เดิม ๆ อยู่เลย อย่างงี้คนที่เข้ามาอ่าน หรือไปค้นมามีสิทธิถูกหลอกได้ง่าย อันนี้ผมพูดรวม ๆ นะครับ ถ้ามั่นใจว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริง ผมว่าทดลองสด ๆ ให้เห็นกันผ่านรายการทีวีเลยว่าสิ่งที่ว่านั้นมันจริงแค่ไหน เดี๋ยวบรรดานักวิทยาศาสตร์เฉพาะทางก็ออกมาให้ข้อมูลกันเอง

ถ้าพูดตามตรงคือเหมือนตอนนี้ ยังสรุปไม่ได้ว่าจริงเท็จแค่ไหน (เหมือนที่เราเชื่อว่าผีมีจริงหรือไม่จริง) เพราะยังไม่มีอะไรพิสูจน์ได้ และไม่มีข้อยืนยันว่าข้อมูลไหนจริงไม่จริง ทางที่ดีสิ่งที่ควรเชื่อควรเป็นเรื่องการดูแลเอาใจใส่ตัวเองมากกว่า ไม่มีใครตายเพราะดูแลเอาใจใส่ตัวเองหรอกครับ

อันนี้ขอนอกเรื่องนิดนึง ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่พูดมาทั้งหมดนะ แต่ด้วยความมันส์จึงขอพิมพ์ยาว

ผมว่าชีวิตคนเราเหมือนแค่แวะมาบนโลกนี้แค่ชั่วคราวเท่านั้น เรามาอาศัยโลกอยู่ (แต่มนุษย์ทำเป็นเหมือนผู้ครอบครองซะงั้น) ความจริงอาจเป็นเหมือนที่หนัง The day the earth stood still ต้องการจะสื่อไว้ก็ได้ ถ้ามองในมุมมองของดาวเคราะห์ (ถ้ามันมีความคิด) มนุษย์ก็คงเป็นปรสิตหัวเกรียนที่กำลังดูดซับเลือดให้อ่อนแอลงทุกวัน ๆ บางทีมนุษย์อาจเป็นสิ่งที่โลกไม่ต้องการก็ได้ .. ที่พูด ๆ มาฟังดูเหมือนผมเป็นคนรักโลกเนอะ แต่จริงแล้วผมเองก็เป็นปรสิตหัวเกรียนตัวนึงเหมือนกันน่ะแหละ  :42:
.. What you think, you are ..

Earthchie

ขอบคุณคุณปิติครับ กะลังจะถามเรื่องพลังเสกลาร์ ว่ามันอะไรยังไง

เพราะโลกวิทยาศาสตร์เราตอนนี้ยอมรับว่ามีแรง 4 รูปแบบ คือ แรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง แรงนิวเคลียร์ชนิดอ่อน และแรงนิวเคลียร์ชนิดเข้ม

แต่ก็มีนักวิทย์บางคนทำการศึกษาแรงที่ 5 กัน ซึ่งเชื่อว่าไม่ใช่ซับเซตของแรงอีกสี่ตามข้างบน คือแรงฟิวชั่นเย็น


นึกว่าเป็นหนึ่งในหมวดของแรงฟิวชั่นเย็นซะอีก เลยสนใจเลย :30:
ชื่อ Earth ครับ เรียกเอิดก็ได้ | Earthchie's Blog

~ZephyR~

อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 26 ก.พ. 2009, 17:34 น.
ขอบคุณคุณปิติครับ กะลังจะถามเรื่องพลังเสกลาร์ ว่ามันอะไรยังไง

เพราะโลกวิทยาศาสตร์เราตอนนี้ยอมรับว่ามีแรง 4 รูปแบบ คือ แรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง แรงนิวเคลียร์ชนิดอ่อน และแรงนิวเคลียร์ชนิดเข้ม

แต่ก็มีนักวิทย์บางคนทำการศึกษาแรงที่ 5 กัน ซึ่งเชื่อว่าไม่ใช่ซับเซตของแรงอีกสี่ตามข้างบน คือแรงฟิวชั่นเย็น


นึกว่าเป็นหนึ่งในหมวดของแรงฟิวชั่นเย็นซะอีก เลยสนใจเลย :30:

ผมรู้จักอยู่สองแรงเองงง  :30: :30:
เกือบลืมไปเลยว่าเคยแนะนำตัว

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines