ป๋าณตอายไม่กล้าตั้งเอง
บอกว่า ตัวเองยังไม่เก่ง
แต่ตู ศิษย์นัมเบอร์วัน (พุดเองเออเอง :30:)
ขอการันตีว่า ซอมเมอลิเย่ร์เมพนามว่าป๋าณตผู้นี้
คือ ชาบูแห่งวงการละเมียดไวน์อย่างแท้จริง
คือพี่แกครบองค์
ความรู้แน่น
ภาษาสลวย
จินตนาการสูง
และหน้าตาน่าเชื่อถือ (อันนี้สำคัญ)
เริ่มคำถามแรกโดยพี่ร่ม
แกถามว่า
ปกติไวน์ที่ถือว่าใช้ได้ ราคาประมาณเท่าไหร่
คำตอบคือ ตอบไม่ได้ว่ะ 555
จำไว้ว่า ราคาไวน์ ไม่ได้เกี่ยวกับรสชาติที่เราถูกใจ
มันขึ้นอยู่กับว่า เรากินไวน์กับอาหารชนิดไหน
แต่ราคามันก็บอกอะไรได้บางอย่าง
เพราะเมืองไทยมันมีไวน์กล่อง ไวน์ไห ราคาถูกเยอะแยะ
ซึ่งคุณภาพมันเฮงซวยมากๆ ไม่ได้หมักบ่มอย่างที่ควรจะเป็น
เผลอๆ เติมแอลกอฮอล์เข้าไปอีก
สรุปเราควรจะเลือกไวน์ตามอาหารที่เรากิน
และพยายามเลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ
มีการเก็บไวน์ที่ดีใช่ไหมป๋า
แล้วประเทศที่ผลิตล่ะสำคัญไหม
มีประเทศอะไรแนะนำบ้าง
แล้วก็แนะนำไวน์เบื้องต้นที่ควรกินกับประเภทอาหารให้ทีนะจ๊ะ
เช่นไวน์ขาวเหมาะกับซีฟู๊ดไรงี้
Gewurztraminer เกวูซทรามิเนอร์ กินกับอาหารทะเลจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด หรือส้มตำปูปลาร้า :37:
จริงๆ เคยตอบเรื่องไวน์คร่าวๆ ไว้หนนึง ในจู๋นี้ http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,15001.15.html (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,15001.15.html)
ก็ตัดเอามาให้อ่านก่อนแล้วกัน
Quote from: ณต on 08 Jan 2009, 20:03 น.
ออกตัวก่อนว่า ตูไม่ใช่ไวน์กูรู
แล้วก็ยังถือว่าเป็นมือใหม่
ในเรื่องของการชิมไวน์อยู่
เพียงแต่ตูเป็นคนชอบกินชอบชิม
ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม
ดังนั้นก็หวังว่าคำแนะนำจะพอมีประโยชน์บ้าง
แต่ก็คงไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะเอาไปอ้างอิงได้กับทุกคน
คือทุกครั้งที่ผมกินไวน์ก็ไม่เห็นจะรับรู้ว่ารสชาติมันอร่อยยังไง หรือว่าคุณภาพไวน์อันไหนมันคุณภาพดียังไงเลยอะครับ
ดื่มเหล้าดื่มเบียร์ก็ตัดสินเองที่รสชาติ + กลิ่นล้วนๆ เลย
ก่อนอื่นเลยต้องถามบวบกลับไปว่า
แล้วดื่มเหล้าดื่มเบียร์เนี่ยมันอร่อยตรงไหน
อันนี้ถามจริงๆ จะได้แนะนำถูก
คนส่วนใหญ่ถ้าไม่เคยดื่มไวน์มาก่อน
เวลาพูดถึงไวน์ปุ๊บ
ในจินตนาการก็มักจะคิดว่า
มันน่าจะหอมหวานเหมือนน้ำผลไม้
แต่พอได้กินเข้าจริงๆ มันกลายเป็นคนละเรื่อง
ดังนั้นต้องเข้าใจก่อนว่า ไวน์คือไวน์
ไม่ใช่น้ำผลไม้คั้นหรือกล่องที่เราเคยกิน
- ไวน์มีกี่ประเภท แต่ละประเภท มีจุดเด่นจุดด้อยยังไง
ตอบเรื่องชนิดของไวน์ง่ายๆ ก่อนก็
มีไวน์แดง ไวน์ขาว ไวน์โรเซ่ ไวน์ฟอง(แชมเปญหรือสปาร์กลิ่งไวน์)
และไวน์หวาน(Dessert wine)
วิธีการทำไวน์ก็ง่ายมาก
เก็บเอาองุ่นมาใส่ถัง บีบให้น้ำองุ่นออกมา(สมัยก่อนเขาใช้ตีนย่ำเอา)
ปล่อยให้ยีสต์ที่อยู่ที่เปลือกองุ่นตามธรรมชาติ
ทำงานในกระบวนการหมัก
แล้วรอ :56:
จะเห็นว่ากระบวนการทำไวน์
เป็นกระบวนการที่เกิดจากธรรมชาติ
คนส่วนใหญ่เลยเชื่อกันว่า ดื่มไวน์ดีต่อสุขภาพ
ทีนี้วกกลับมาที่ชนิดของไวน์ก่อน
ไวน์แดงก็ทำมาจากพันธุ์องุ่นแดง
ไวน์ขาวก็ทำมาจากพันธุ์องุ่นเขียว
(องุ่นบางสายพันธุ์ ที่เอามาทำไวน์ขาว สีเปลือกเป็นสีแดงก็มี)
ไวน์โรเซ่ทำจากองุ่นแดงส่วนใหญ่
แต่แยกน้ำองุ่นไม่ให้ไปแช่รวมกับเปลือกตอนผลิต
ไวน์ฟอง ปกติเขาจะเติมส่วนผสมที่เป็นน้ำตาลกับยีสต์เพิ่มลงไป
เพื่อทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ ในกระบวนการหมัก
ไวน์หวาน ก็เติมปริมาณองุ่นเพิ่มลงไป
หรือเป็นไวน์ที่มีน้ำตาลเหลือจากกระบวนการหมัก
พักก่อนแป๊บ เดี๋ยวมาต่อ :42:
Quote from: ณต on 08 Jan 2009, 20:46 น.
- เขาเลือกไวน์กันยังไง โดยเฉพาะไวน์ในระดับที่ซื้อหาได้นะครับ ไม่ใช่แบบไฮโซแก้วละหลายตัง
คำตอบของตูในข้อนี้ง่ายมากแต่ก็ยากด้วย(เอ๊ะ ยังไงกัน :07:)
ที่ว่าง่ายคือเลือกไวน์ที่ตูกินแล้วชอบ
แต่ที่ว่ายากคือ แล้วตูจะรู้ได้ยังไงว่าตัวไหนตูชอบ
คำตอบสุดท้ายคือ ต้องชิม ครับ :56:
ทีนี้แล้วจะเลือกชิมยังไงล่ะ
เพราะไปร้านขายไวน์ก็มีไวน์ละลานตาเต็มไปหมด
ซื้อไปซื้อมา ก็กลายเป็นไวน์ที่คนขายกินแล้วอร่อยไปซะทุกที
ยกเว้นจะไปเจอคนขายที่เก่งๆ และใจดี
เขาจะมีวิธีทำให้เรารู้ว่า เราชอบไวน์แบบไหน
โดยการให้เราชิม :56:
ปกติแล้ว องุ่นแต่ละสายพันธุ์
ก็จะมีสี รสและกลิ่นเฉพาะตัว
เราก็เริ่มชิมและจำจากสายพันธุ์องุ่นนี่แหละ
เพราะส่วนใหญ่ ฉลากไวน์ ก็จะบอกพันธุ์องุ่นเอาไว้
เริ่มจากไวน์แดงก่อน
องุ่นที่นิยมเอามาทำไวน์แดงก็มี
Merlot อ่านว่า แมร์โล
Cabernet Sauvignon อ่านว่า คาเบอร์เนต์ โซวีญง
Pinot Noir อ่านว่า พิโนต์ นัวร์
Shiraz อ่านว่า ชีฮาส แต่ส่วนใหญ่ก็ออกเสียงว่า ชีราซ
ไวน์ขาวก็มี
Chardonnay อ่านว่าชาร์ดองเน
Sauvignon Blanc อ่านว่า โซวีญง บลังค์
Pinot Gris อ่านว่า พิโนต์ กริส
Gewurztraminer อ่านว่า เกวูซทรามิเนอร์
Riesling อ่านว่า ฮีสลิง แต่ส่วนใหญ่ก็ออกเสียงว่า รีสลิง
ก็แนะนำให้ ชิมตามสายพันธุ์องุ่นก่อน
แล้วก็จำไว้ว่า สายพันธุ์องุ่นไหน
ที่เราดื่มแล้วชอบ ต้องรู้ตรงนี้ให้ได้ก่อนครับ
เดี๋ยวมาต่อ :42:
ตอนนั้นยังไม่เทิร์นโปร
ตอนนี้เป็นโปรแล้วป๋า
ตอบได้งี้ไม่เป็นกูรูแล้วเป็นไร
กูรู้ปะเนี่ย
Quote from: ณต on 08 Jan 2009, 21:29 น.
วิธีการดื่มที่ถูกต้อง
ก็ไม่ควรดื่มเกินวันละสองแก้ว :37:
ขั้นตอนในการชิมไวน์ หลักๆ
มีดังต่อไปนี้
- ใช้ตามอง
มองอะไร มองสีครับ
วิธีมอง ก็เอียงแก้วดู สีของไวน์บอกอะไรมากมาย
ตั้งแต่ พันธุ์องุ่น อายุของไวน์ ไปจนถึงความเข้มเต็ม
หรือความสมดุลระหว่างแอลกอฮอล์กับน้ำผลไม้ในไวน์
- ใช้จมูกดม
ดมอะไร ดมกลิ่นครับ
ให้เติมไวน์ลงในแก้วไวน์
อย่าเยอะมากให้สูงแค่พอส่วนโค้งเริ่มต้นของกระเปาะแก้ว
วิธีดม อย่าเพิ่งแกว่งแก้ว ให้ดมก่อน
ทีนี้แกว่งแก้ว แล้วดมอีกที ให้สังเกตความแตกต่าง
เพราะไวน์บางตัวกลิ่นยังไม่เปิด เราต้องแกว่งแก้ว
เพื่อให้น้ำไวน์สัมผัสกับอากาศ กลิ่นที่ซ่อนไว้ก็จะเผยออกมา
กลิ่นของไวน์แต่ละชนิด ก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต หรือเขตแคว้นที่ปลูก
ไวน์บางตัวเราดมแล้วได้กลิ่นกาแฟคั่ว
บางตัวได้กลิ่นดินกลิ่นหญ้า บางตัวได้กลิ่นดอกไม้
บางตัวได้กลิ่นยางไหม้
สำหรับคนที่ิไม่เคยกินไวน์มาก่อน
ตูแนะนำให้ดมเยอะๆ ดมไปเรื่อยๆ แล้วสังเกตดูการเปลี่ยนแปลง
(แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องใช้แก้วไวน์ที่คุณภาพดีพอสมควร
เพราะแก้วไวน์ห่วยๆ จะไม่สามารถทำให้เราดมกลิ่นอะไรได้
บางทีได้แต่กลิ่นแอลกอฮอล์)
- อม
พอดมจนเริ่มเบื่อแล้ว
ทีนี้ก็ถึงเวลาเอาไวน์เข้าปาก
ต้องเข้าใจก่อนว่า ตำแหน่งตุ่มรับรสของลิ้นเรา
กระจายไปทั่วลิ้น โดยรสหวานจะอยู่ปลายลิ้น
ถัดเข้ามานิดนึง ข้างๆ ลิ้นทั้งสองข้างจะเป็นรสเค็ม
ลึกเข้าไปหน่อย ก็จะเป็นรสเปรี้ยว
ส่วนโคนลิ้นก็จะเป็นรสขม
(ดูจากภาพประกอบ จากเว็บ http://www.2basnob.com/ (http://www.2basnob.com/))
(http://img3.f0nt.com/08/ab2c699ef6ba9f981e5e867ab87d4cde.gif)
ไม่ต้องแปลกใจไปว่า คนที่เคยกระดกแต่เหล้า
พอมากินไวน์ แล้วบอกว่าเห็นไม่อร่อย
เพราะกระดกพรวดไปทีเดียวที่โคนลิ้น
ก็จะเจอแต่รสขมกับเปรี้ยวฝาด
วิธีอมที่ถูกต้องคือ อมให้ตุ่มรับรสได้สัมผัสกับไวน์ทั้งหมด
บางคนอาจจะให้อากาศเข้าไปผสมด้วยโดยการกลั้วลิ้น
(จะเห็นนักชิมไวน์บางคน ดื่มแล้วทำเสียงซืดๆ ครอกๆ ไปด้วย)
- กลืน
ตอนกลืนนี่สำคัญ เพราะไวน์จะมีอาฟเตอร์เทสเฉพาะตัว
หรือที่เซียนไวน์เมืองไทยเขาเรียกกันว่า ตอนจบ
การสังเกตการจบของไวน์
นั่นคือความรู้สึกซาบซ่าที่ยังคงอยู่ในปาก
หลังจากที่เรากลืนไวน์ลงไป
ก็ดูว่ายาวนานแค่ไหน ลองจับเวลาในใจดู
แสดงว่าในเบื้องต้นเราต้องชิมไวน์อย่างน้อยเก้าขวด :47:
:54:
เจ๋ง เดี๋ยววันนี้จะลองดูค่ะ
ส่วนที่ป๋าบอกว่า ให้หาตัวที่ชอบๆมา
ชอบ Pinot Noir อ่านว่า พิโนต์ นัวร์ ค่ะ
มันเป็นไวน์แดงที่ขมติดลิ้นนิดๆ
แต่ไม่ขมจนรู้สึกสากไปทั่วกระพุ้งแก้ม
แล้วก็ชอบ ชาดองเน่กับเกวูซทรามิเนร์
ไวน์ขาวรสอมหวานนิดๆ โดยเฉพาะอย่างหลัง
ที่เก็บหลังฤดูกลาล แต่บางคนก็บอกเหมือนไวน์เน่า
ถ้าเลือกมาสายนี้ละไปทางไหนต่ออะป๋า
ตูชิมเป็นร้อย ไม่เห็นบ่น :11:
Quote from: ณต on 08 Jan 2009, 21:58 น.
- ไวน์ไทยที่น่าสนใจ มีที่ไหน ยี่ห้ออะไร หาซื้อได้สะดวกๆ ที่ไหนบ้างครับ
ไวน์ไทย เท่าที่ตูชิมมา ยังไม่โดนสักตัว
องุ่นที่ใช้ก็ไม่เห็นจะบอก บางทีบอกแล้วก็ยังงงๆ
ผู้ผลิตไวน์ในไทยบางราย ก็นำเข้าน้ำองุ่นจากต่างประเทศอีกต่างหาก
ล่าสุดกินโรเซ่ของ กรานมอนเต้มา อร่อยเลยนะ :12:
เมืองไทย ตูว่า ไวน์จากออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ไม่น่าจะแพงมาก
เท่าที่เคยเห็นราคาไม่กี่ร้อย ก็ได้ไวน์ดีพอใช้เพื่อกินกับอาหารให้อร่อยแล้ว
เรื่องยี่ห้อ ตูแนะนำให้ชิมเอง เพราะเรื่องรสชาตินี่ ของใครของมัน
ไวน์ที่ดี สำหรับตูคือ ไวน์ที่ดื่มแล้วอร่อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาดื่มไปพร้อมอาหาร
หลักการง่ายๆ ก็ตามที่หลายๆ คนบอกไป
คือ ไวน์แดงกินกับเนื้อสัตว์ที่เป็นสีแดง
ไวน์ขาวกินกับเนื้อสัตว์ที่เป็นสีขาวหรืออาหารทะเล
แต่ก็ไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัว
ไวน์แดงบางตัวก็กินกับปลาได้เหมือนกัน
แต่ต้องเลือกดีๆ ไม่อย่างนั้น
น้ำองุ่นแดงจะทำปฎิกิริยากับไอโอดีน
ทำให้กลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วปาก :41:
แต่หลักๆ เวลาเขาจับคู่อาหารกับไวน์
เขาจะดูเครื่องปรุงกับวิธีการทำเป็นหลักด้วย
นอกจากเรื่องของชนิดของเนื้อสัตว์
ส่วนอาหารรสจัด อย่างพวกยำหรือส้มตำบ้านเรา
ตูแนะนำให้กินกับไวน์ขาวพันธุ์ Riesling หรือ Gewurztraminer
แต่ยำหรือส้มตำต้องไม่เผ็ดมากนะ
ถ้าเผ็ดมาก กินกับเบียร์จะดีกว่า
กินไวน์ไปก็ไม่รู้รส เปลืองเปล่าๆ
อุณหภูมิของไวน์เวลาเสริฟนั้น
ส่วนใหญ่ ไวน์ขาว อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 8-11 องศาเซลเซียส
ไวน์แดง ก็จะอยู่ที่ 14 ถึง 18 องศา
โพสของเก่าไปก่อนนะ
แล้วเดี๋ยวจะทยอยมาตอบทีหลัง
Quote from: ณต on 09 Jan 2009, 07:57 น.
Hardy นี่ก็ถือว่าเป็นไวน์โลกใหม่
ที่รสชาติได้มาตรฐานใช้ได้เลย
ส่วน Gallo Family บางตัวก็กินได้ดีเลยนะครับ
เหมาะกับการกินพร้อมอาหาร
เมื่อมีไวน์โลกใหม่แล้ว ก็ต้องมีไวน์โลกเก่าด้วย
หลายๆ คนคงสงสัยว่า มันต่างกันยังไง
แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าอันไหนคือไวน์โลกเก่า ไวน์โลกใหม่
ข้อแตกต่างหลักๆ
ของไวน์โลกเก่ากับโลกใหม่คือ
ความเก่าแก่ของพื้นที่ในการปลูกองุ่นทำไวน์
เอาเป็นว่า ยุโรป ก็ถือเป็นไวน์โลกเ่ก่า
พวกประเทศอาณานิคมทั้งหลายก็เป็นไวน์โลกใหม่
ไวน์โลกเก่า ส่วนใหญ่เลย
จะมีการควบคุมคุณภาพการผลิต
ที่คัดสรรจากธรรมชาติเกือบทั้งหมด
รวมถึงขั้นตอนต่างๆ เรียกว่าเหมือนเป็นกฎหมายเลยก็ว่าได้
ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจไปว่า
ทำไมจึงเห็นไวน์โลกเก่าที่เก็บไว้จนได้ที่
มีราคาต่อขวดนับแสนบาท
กฎหมายที่ว่า เป็นที่รู้จักกันคือ
Medoc 1855 Classification
ซึ่งเป็นการควบคุมคุณภาพของแคว้น Bordeaux (บอร์กโดซ์)
ก็จะจัดชั้นลำดับผู้ผลิตของไวน์ฝรั่งเศส
เป็นชั้นๆ หรือที่เราเรียกกันว่า
Grand cru Classe อ่านว่า กรอง ครู คลาสเส
ซึ่งมีอยู่ห้าลำดับชั้น
ไวน์ชั้นดีที่สุด หรือที่เรียกว่า
Premiers Crus อ่านว่า เปรมิเยร์ ครู
มีอยู่ห้าตัว คือ
* Chateau Lafite-Rothschild อ่านว่า ชาโต ลาฟิต ฮอตชิลล์
* Chateau Latour อ่านว่า ชาโต ลาตู
* Chateau Mouton-Rothschild อ่านว่า ชาโต มูตอง ฮอดชิลล์
* Chateau Margaux อ่านว่า ชาโต มาโกซ์
* Chateau Haut-Brion อ่านว่า ชาโต โอต บริยอง
ไวน์พวกนี้ ราคาดีกว่าทองเสียอีก
แต่ไม่ต้องไปคิดหาซื้อนะครับ
มีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ :30:
(Vintage ใหม่ๆ หาซื้อได้ยาก
เพราะจะถูกประมูลไปตั้งแต่ยังไม่ได้ผลิต)
สิบปีผ่านไป ราคาไวน์พวกนี้จะขึ้นเป็นหลายสิบเท่า
ส่วนเรื่องรสชาติ ตูเคยชิมแค่ ชาโต มูตอง รอดชิลล์ ปี1970
ซึ่งไม่ถูกลิ้นกับตูมากๆ เพราะกลิ่นรสที่ตูรับไม่ได้
เข้าใจว่าเป็นกลิ่นยางไหม้กับหนังสัตว์ :41:
แต่ฉลากสวยมาก เพราะเป็นปีที่ใช้รูปของ Marc Chagall
(มูตอง ฮอดชิลด์จะใช้ศิลปินดังๆ วาดรูปลงฉลากในแต่ปี)
กฎหมายพวกนี้ในแต่ละแคว้นของฝรั่งเศสก็มีต่างๆ กันไป
อย่างแคว้น เบอร์กันดี หรือ แซง เตมิญอง (St Emilion)
ซึ่งรสชาติหรือมาตรฐานก็ดีไม่แพ้กัน
แต่ถ้าใครอยากลอง ตูแนะนำให้ลองดู
ชั้นที่รองๆ ลงมา แต่ต้องซื้อมาเก็บแต่เนิ่นๆ
เรียกว่าพอออกมาปุ๊บ ก็ซื้อเก็บไว้
ราคาอยู่ในหลักพันบาท แต่ถ้าทิ้งไว้สิบปี
ราคาจะกลายเป็นหลายหมื่นบาทอย่างไม่น่าเชื่อ
แล้วไวน์โลกใหม่ล่ะ มันเป็นยังไง
ไวน์โลกใหม่คือไวน์ที่มีการควบคุมการผลิต
ทุึกขั้นตอน ด้วยคน ด้วยเครื่องจักร
เพื่อที่จะให้ได้ รสชาติเป็นมาตรฐาน
(ไวน์โลกเก่า การเลือกปี จึงสำคัญ
เพราะขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศในปีนั้นๆ ด้วย
ว่าจะทำไวน์ออกมาได้คุณภาพดีแค่ไหน)
ไวน์โลกใหม่ส่วนใหญ่ ก็จะเก็บไว้ได้ไม่นาน
ซึ่งเราจะเห็นเขาเขียนที่ฉลากว่า
ควรดื่มก่อน ปี xxxx
แต่ไวน์แดงโลกเก่า
สามารถเก็บได้ เพราะไวน์ในขวด
จะมีการพัฒนาการไปเรื่อยๆ
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มหัดดื่มไวน์
ตูแนะนำให้ชิมตามสายพันธุ์องุ่น
จากไวน์โลกใหม่ก่อน
เพราะไวน์โลกเก่า ส่วนใหญ่
จะมีการใช้องุ่นมากกว่าหนึ่งชนิด
รวมถึงกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ของผู้ผลิตแต่ละราย ซึ่งจะยากมากๆ ในการชิม
...............................
ส่วนเรื่องการเมาไวน์
อย่างที่เก้อบอก มันเป็นการเมาที่ซึมลึก
ค่อยๆ ซึม ค่อยๆ เมา แต่ถ้าเมาจนอ้วกจะทรมาณมากๆ
เคล็ดลับถ้าต้องดวดไวน์ในปริมาณเยอะๆ จนเมา
ก็คือห้ามหลับตา ห้ามนอน
ให้หาน้ำโซดามากิน จนสร่างก่อน
มีความเชื่อกันว่า แอลกอฮอล์จากไวน์
จะสลายไปจากตับภายใน 16-24 ชั่วโมง
แต่ถ้าเป็นแอลกอฮอล์จากเหล้าหรือเบียร์
จะตกค้างอยู่ในตับถึงหกเดือน
และที่สำคัญที่สุดคือ เมาไม่ขับนะครับ :42:
สุดยอดไปเลย :05: อ่านแล้วซาบซึ้งมาก
ถ้าเขียนหนังสือ ก็ยินดีจะซื้อเลยนะเนี่ย
ดื่มไวน์ไม่เป็นเลย แต่แปะไว้ติดตามผลงานป๋า :25:
ที่บ้านชอบกิน แต่หลังจากชิมสรุปได้ว่า
ชิม 10 ขวด จะชอบสักขวดเดียว :05:
มันต้องละเลียดดิ ไม่ใช่ละเมียด
โธ่ ไม่มีใครทักเลย
เอแบคมีเทศกาลไวน์ทุกปี
จัดโดยคณะ ไบโอเทค
ผมก็เคยแอบไปจิบกะเขามั่ง
เรามันคอเหล้า แต่ก็อยากลองอะเนอะ
(นานมาละ ร่วมสิบกว่าปี)
แรกๆ ก็
- มอง
- ดม
- แกว่ง
ตามที่คนกินไวน์ในนั้นสอน
พอตกดึกกลายเป็น
- ไม่มอง
- ไม่ดม
- กระดก
เรียบร้อยเลย จำได้ว่า
ตายที่เบียร์ดำ ได้ยินเสียงสุดท้าย
คือหัวฉีดฟอง หลังจากนั้นก็มาตื่นเอาชั้นล่าง
(งานจัดอยู่ชั้น 9)
ละก็ไม่กินอีกเลย เห็นไวน์แล้วจะร้องไห้
:58: :58:
คือไปงานชิมไวน์แบบนี้ต้องบ้วนทิ้งน่ะครับ
ไม่งั้นแก้วที่สี่ที่ห้าไปแล้วก็จะชิมอะไรไม่รู้รสแล้ว :30:
แล้วถ้าไม่ชิมไปบ้วนไปเนี่ย
เผลอแผล็บเดียว ที่ชิมไปทั้งหมด
มันจะโดนบ้วนออกมาเองนิ่มๆ โดยอัตโนมัติ :28:
คิดยังไงกะ สปาย ครับ
ประมาณว่า กากเทียบไวน์จริงๆไม่ได้หรอก หรือ กินได้ไม่ซีเรียสอะไร
ในมุมมองของป๋านะครับ ตอบแบบไม่ต้องเกรงใจเลยนะครับ
เพราะจากที่กินไวน์ ขวดไม่กี่ร้อย กะ สปาย พบว่า สปายมันอร่อยกว่า
(คือแบบ เคยชินกะสปาย มันเลยมีรสชาติของสปายอยู่ในใจ
พอลองไปกินไวน์ แล้วจินตนการว่ามันจะนุ่มๆ หวานๆ ซาบซ่านไปถึงขั้วหัวใจ
พอกินปุ๊บ อ่าาา ผิดที่จินตนาการไว้แฮะ แต่ ก็กินกันจนหมด แล้วก็ต่อด้วยเบียร์ไปตามเรื่องตามราว :30: )
กินไม่เป็นเหมือนกัน สงสัยคอหอยต่ำไป :30:
พูดจริงๆ เลยนะ สปายอร่อยครับ :30: :30:
ไม่แปลกที่คนไทยที่กินวิสกี้ผสมโซดา
กันมาแต่ไหนแต่ไร พอมากินไวน์แล้วก็จะรู้สึกว่า
ไม่เห็นมันจะอร่อยตรงไหน แพงก็แพง
เพราะคนส่วนใหญ่ถ้าไม่เคยดื่มไวน์มาก่อน
เวลาพูดถึงไวน์ปุ๊บ ในจินตนาการก็มักจะคิดว่า
มันน่าจะหอมหวานเหมือนน้ำผลไม้
แต่พอได้กินเข้าจริงๆ มันกลายเป็นคนละเรื่อง
ดังนั้นต้องเข้าใจก่อนว่า ไวน์คือไวน์
ไม่ใช่น้ำผลไม้คั้นหรือกล่องที่เราเคยกิน
และสาเหตุที่กินไวน์ไม่อร่อย
เนื่องจากเหตุผลตรงนี้เลยครับ
Quote from: ณต on 08 Jan 2009, 21:29 น.
ทีนี้ก็ถึงเวลาเอาไวน์เข้าปาก
ต้องเข้าใจก่อนว่า ตำแหน่งตุ่มรับรสของลิ้นเรา
กระจายไปทั่วลิ้น โดยรสหวานจะอยู่ปลายลิ้น
ถัดเข้ามานิดนึง ข้างๆ ลิ้นทั้งสองข้างจะเป็นรสเค็ม
ลึกเข้าไปหน่อย ก็จะเป็นรสเปรี้ยว
ส่วนโคนลิ้นก็จะเป็นรสขม
(ดูจากภาพประกอบ จากเว็บ http://www.2basnob.com/ (http://www.2basnob.com/))
(http://img3.f0nt.com/08/ab2c699ef6ba9f981e5e867ab87d4cde.gif)
ไม่ต้องแปลกใจไปว่า คนที่เคยกระดกแต่เหล้า
พอมากินไวน์ แล้วบอกว่าเห็นไม่อร่อย
เพราะกระดกพรวดไปทีเดียวที่โคนลิ้น
ก็จะเจอแต่รสขมกับเปรี้ยวฝาด
จริงๆ แล้วคุณค่าของไวน์ จะอยู่ที่กลิ่น 70% เลยครับ
และจะอยู่ที่รสชาติแค่ 30% เท่านั้น
เพราะจมูกมนุษย์เราสามารถดมกลิ่นได้เป็นร้อยเป็นพันกลิ่น
แต่ลิ้นเรามีตุ่มรับรสได้แค่ห้ารสเท่านั้น
นั่นคือ หวาน เค็ม เปรี้ยว ขม และอูมามิ
อีกอย่างนึงคือ สปายไม่ใช่ไวน์
หากแต่เป็นน้ำแต่งกลิ่นสีผลไม้สังเคราะห์อัดแก๊ส
และเติมแอลกอฮอล์ :37:
ทีนี้ถ้าอยากหาไวน์ที่คล้ายๆ สปาย แต่เป็นไวน์จริงๆ
ที่มีความหอมที่ซับซ้อนจากธรรมชาติ ที่เกิดจากองุ่น
และฟองนุ่มเนียนไม่บาดคอ เหมือนสปายไวน์คูลเลอร์
ตูแนะนำไวน์ฟองของอิตาลี ที่ชื่อว่า Brachetto
(เห็นเวลาเขาออกเสียงจะออกว่า บรูาว์เช็ตโต้)
จะเป็นไวน์ฟองสีชมพู ฟองนุ่ม มีรสหวานนิดๆ
และมีกลิ่นหอมของสตอร์เบอรี่
ที่เกิดจากกระบวนการหมักองุ่นตามธรรมชาติ
แน่นอนล่ะ ราคาของมันไม่ถูก
เพราะการทำไวน์ฟอง ขั้นตอนยุ่งยากเยอะกว่า
ที่สำคัญส่วนผสมมาจากธรรมชาติทั้งหมด
ไม่มีการเติมโน่นนี่นั่นที่เป็นสารเคมีสังเคราะห์
อาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วฟองมาจากไหน
ตรงนี้อาจจะเคยเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมกันมาแล้ว
ว่ากระบวนการหมัก มีสมการง่ายๆ คือ
ยีสต์ + น้ำตาล = แอลกอฮอล์ + คาร์บอนไดออกไซด์
คนทำไวน์ฟองเขาก็หาวิธีเก็บกักคาร์บอนไดออกไซด์เอาไว้ในขวด
พูดง่ายๆ ว่ากระบวนการหมักจะอยู่ในขวด
และหาวิธีกรองเอากากยีสต์ออกมาทีหลัง
กระบวนการเหล่านี้ก็ทำด้วยมือ (Hand Made) ครับ
:25: :25: :25:
บรูาว์เช็ตโด้วววววว.... :25:
กะจะเล่นมุกอีตั้งเลย :30: :30:
คนไทย ติดกินอะไรซ่าๆอะ
พออะไรไม่มีโซดา รู้สึกไม่ค่อยอร่อย
ไปหลายๆประเทศ ไม่มีใครกินวิสกี้กับโซดาเลย :30:
มีแต่กินกับน้ำเปล่า บางทีก็โค้ก
มันเป็นการตลาดของสิงห์หรือเปล่า ขายเหล้าควบโซดา
และสร้างเป็นวัฒนธรรม
และหลายๆประเทศกินโซดาเปล่าๆ เหมือนกินน้ำอัดลม
ซึ่งในประเทศไทยไม่มีใคร เปิดโซดาแล้วซดอักๆๆๆ :30:
เค้ากินกันจริงๆบักตั้ง
แฟนก็ชอบมาก พี่จิบๆไป รับรสชาติไม่ได้
(คำว่าโซดา ฝรั่งจะจินตนาการว่าหวานๆ
แต่ไอ้น้ำโซดาบ้านเค้าเรียกสปาร์คกลิ้งวอเตอร์)
พี่เลยบอกว่าไอ้โซดาซ่าๆแบบนี้ เค้าต้องกินกับวิสกี้เว้ย
พี่แกทำหน้าเอ๋อไปเลย
แต่พอลองชงให้กิน ผสมกับโซดาและโค้ก
ปรากฏว่าชอบ :30:
นี่อย่าบอกนะ ว่าเอาซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ มาผสมโซดาโค้กกิน :05:
คือบ้านเราที่กิน เหล้าผสมโซดาโค้กเนี่ย
ตูว่าสาเหตุหลักมาจากเด็กเห่อหะมอยทั้งหลาย
เวลาเริ่มหัดกินเหล้าน่ะ คือกินไม่เป็นแต่ก็อยากเมา :30:
จะกินแบบเพียวๆ หรือผสมน้ำ
มันก็ไม่คุ้น กินไม่อร่อยหรือกินไม่ได้กัน
ก็เลยทำยังไงก็ได้ ให้กินแล้วเมาได้
เลยผสมโค้กกับโซดาให้มันซ่าๆ หวานๆ แล้วเมาได้ :30:
รักกระจู๋นี้อะ :25:
ไม่มีความรู้เรื่องไวน์เลย แต่ไวน์เต็มตู้ กินแบบซดโฮก ไม่ละเมียดซักกะนิด
เคยไปโรงบ่มไวน์ที่เพื่อนเป็นคนคุมอยู่ (แถวๆเขาใหญ่ ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม)
เพื่อนพาเข้าไปชิมไวน์สด เออ รสชาตนี้แหละที่ชอบมากๆๆๆๆๆ ไม่ฝาดมาก หวานนิดๆ
เสิร์ฟที่ 13 องศาเซลเซียส ควง 4 รอบ ขาไวน์เว้นระยะเท่ากันเป๊ะๆ :12:
ไวน์ของที่ไหนอ่ะพี่เต้ย :25:
ตอนนี้ไวน์ไทยที่ตูชิมแล้วชอบเป็นของกรานมอนเต้
เป็นโรเซ่ที่ชื่อ Sakuna(สกุณา)
เอาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องขาไวน์มาเล่าสู่กันฟัง
อาจารย์ของตูเขาบอกว่า
สมัยโบราณ เราเชื่อกันว่าขาไวน์
สามารถบ่งบอกคุณภาพของไวน์ได้
ว่าขาไวน์ถี่เว้นระยะเท่ากัน ไวน์จะเป็นแบบนั้นแบบนี้
ส่วนความเชื่อนี้โบราณแค่ไหน
อาจารย์ของตูเขาใช้คำว่า Once upon time เลยนะ :30:
เขาบอกว่าในปัจจุบัน เรารู้กันแล้วว่า
ขาไวน์เกิดจากปรากฎการณ์อันซับซ้อน
ของแรงเสียดทาน กับอัตราการระเหย
ของแอลกอฮอล์บนพื้นผิวแก้วไวน์
(ฟังแล้วงง ล่ะสิ)
ครูตูเขาก็เสริมเลยว่า ถ้าเกิดคุณเป็นนักฟิสิกส์
ช่วงนี้ก็จะได้โชว์ออฟความรู้
ช่วยอธิบายเรื่องแรงเสียดทานบนพื้นผิว
กับคนที่ชิมไวน์ด้วยกัน :30:
แต่ถ้าเกิดเราไม่ใช่นักฟิสิกส์แล้ว
ก็ให้ดูแต่สีของไวน์อย่างเดียว
อย่าไปใส่ใจกับขาไวน์มากนัก หรือไปรีบสรุป
ว่าไวน์มันจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
ก่อนที่จะดม และชิม :37:
ตูงงตั้งกะขาไวน์แล้วล่ะ :30: :30:
ขาไวน์หรือน้ำตาไวน์คือ เวลาเราแกว่งแก้วเสร็จ
ขอบน้ำไวน์ที่เกาะแก้วไวน์ มันจะค่อยๆ ไหล ลงมาช้าๆ
เป็นหยดๆ รอบๆ แก้วน่ะครับ
อ่านจู๋นี้แล้ว เมื่อเย็นเลยไปซื้อสปาย มานั่งดูๆ ดมๆ อมนานๆกว่าจะกลืน
แหม้ ทำเป็นเท่ :52:
Quote from: DAYLIGHT on 03 Mar 2011, 18:15 น.
และหลายๆประเทศกินโซดาเปล่าๆ เหมือนกินน้ำอัดลม
ซึ่งในประเทศไทยไม่มีใคร เปิดโซดาแล้วซดอักๆๆๆ :30:
ผมกินนะ โซดาเปล่า :30:
ที่บ้านมีแต่ไวน์โลกใหม่ทั้งนั้นเลยฮะ
หาซื้อง่าย ราคาถูก แต่รหัสที่ข้างขวดนั่น ไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร :29:
ที่ดวดกันประจำก็ penfolds
BIN2 shiraz mourvedre
BIN389 carbernet shiraz
BIN407 carbernet sauvignon
กิน bin2 บ่อยกว่า เพราะมันถูก :22:
:30: ขำตั้ง
แต่ตูก็ชอบสปายนะ อร่อยดี
จัดหมวดหมู่ในมันอยู่ในหมวดน้ำหวานมากกว่า
ตอนนี้มีความรู้สึกอยากตั้งจู๋ชีสบ้าง
ไม่ได้รู้ไรมากหรอก แต่รู้สึก โลกของชีสนี่ก็กว้างใหญ่ไม่แพ้โลกไวน์เลย
ละลานตา ตื่นใจสุดๆ
ผมว่าเรื่องรหัสข้างขวด ไม่รู้ก็ไม่เป็นไรฮะ
แต่ที่ควรรู้คือ น้ำไวน์ข้างในขวดมันเป็นยังไงมากกว่า
กลิ่นเป็นยังไง รสชาติเป็นยังไง ตอนกลืนแล้วเป็นยังไง
จะบอกว่าเพนโฟลด์นี่
เป็นยี่ห้อที่ผมไม่กล้าซื้อกินในเมืองไทยล่ะ
เว้นแต่จะเป็นร้านที่ไว้ใจได้
เพราะเคยเห็นวางขายแม่สายราคาถูกมาก :05:
(กลัวจะปลอม :05: ขนาดบุหรี่ปลอม
แบล็คปลอมมันยังมี ประสาอะไรกับไวน์ )
เรื่องรหัส Bin ของ เพนโฟลด์
ส่วนใหญ่ก็บอกชนิดองุ่นและที่มาแหละครับ
ว่ากันว่า Bin 95 ดีที่สุด
เป็นไวน์ทำจากองุ่นชีราส
วินเทจ 1990 เขาว่ากันว่าเป็นไวน์แดงดีที่สุดในโลกในปีนั้น
แต่ไวน์ที่ดีของเพนโฟลด์จริงๆ คือ Penfolds Grange ครับ
สปาย เป็นแอลกอฮอล์อย่างแรกที่ป๊าให้กินตอน 9 ขวบ
ตอนนั้นกินได้หมดขวด
ตอนนี้กลั้นใจกลืนยากมาก ไม่หมดขวดซักครั้ง
ใครชอบกินสปาย ตูแนะนำค็อคเทลตัวนึงให้
ใช้น้ำองุ่นทิปโก้
ว้อดก้า
และโซดา
วิธีทำ ก็เอาน้ำองุ่นแช่เย็นจัดๆ มาใส่แก้ว
เติมว้อดก้าลงไปสองช็อต
ท็อปด้วยโซดาแช่เย็นๆ เหมือนกัน
อร่อยกว่าสปายนะเออ :27:
Quote from: ณต on 04 Mar 2011, 12:30 น.
ใครชอบกินสปาย ตูแนะนำค็อคเทลตัวนึงให้
ใช้น้ำองุ่นทิปโก้
ว้อดก้า
และโซดา
วิธีทำ ก็เอาน้ำองุ่นแช่เย็นจัดๆ มาใส่แก้ว
เติมว้อดก้าลงไปสองช็อต
ท็อปด้วยโซดาแช่เย็นๆ เหมือนกัน
อร่อยกว่าสปายนะเออ :27:
คอนเฟิร์ม เคยมีคนทำให้ลองเหมือนกัน
แซ่บมาก :27:
ที่บ้านไวน์ฝรั่งเศสรวดเลยค่ะ :05:
อยากจะลองไวน์โลกใหม่ ไวน์แปลกๆกับเขาบ้าง
ไปในห้างก็เจอแต่ไวน์ออสเตรเลีย
ไวน์ชิลีที่เคยกินละอร่อยๆก็ไม่มี
พูดถึงรหัส
แฟนบอกไวน์ดีๆ ก็มีโค้ด จริงปะไม่รู้
บอกว่าผลิตกี่ขวด ขวดที่เราซื้อมาเป็นขวดที่เท่าไหร่
จริงไงไม่รู้ แต่รหัสโคตรเท่อะ สวยมาก
ใช่ๆ เคยลองชิมไวน์ชิลี อร่อยมั่กๆ ไม่เฝื่อนเหมือนพวก bin ทั้งหลาย
ส่วนค็อกเทลสูตรเย็นนั้น...เดี๋ยวเย็นนี้ลอง! :25:
คอนเฟิร์มว่าไวน์ชิลีอร่อยๆ หลายตัวครับ
ส่วนปุก มีของดีอย่างไวน์ฝรั่งเศสอยู่กับตัว
ควรจะเรียนรู้มันก่อน :51:
เรื่องไวน์ดีๆ มีโค้ด เป็นเรื่องจริง
โดยเฉพาะไวน์ฝรั่งเศส
บางตัว บางปี มันผลิตมาน้อยมาก
โพสก่อนหน้านี้ ปุกคงรู้แล้วว่า ตัวท็อปของบอร์กโดซ์ชื่ออะไรบ้าง
ถ้าเจอในเซลล่า ปุกก็แยกไว้และเก็บไว้ดีๆ ล่ะ
แล้วเอามาเปิดในโอกาสพิเศษ ก่อนจะเปิดก็ดูปีก่อนด้วย
ถ้าปีมันยังไม่ได้ที่(Mature) ก็อย่าเพิ่งเอามาเปิด เพราะจะไม่อร่อย
ทีนี้ตูจะให้ชื่อไวน์ที่หายากและแพงโคตรๆ จากแคว้นอื่นบ้าง
(จริงๆ มันขัดต่อความรู้สึกส่วนตัวของตูมากเลยนะ
เพราะจะไม่อยากให้ใครมานั่งจำชื่อไวน์
ว่าไวน์ตัวนี้มันดี หรือไม่ดี ด้วยราคา หรือชื่อชั้น
คืออยากให้ชิมมากกว่า แต่กรณีของปุกนี่
มันมีไวน์ในเซลล่าอยู่หลายร้อยขวด
เหมือนถูกหวย ดังนั้นเลยต้องบอกให้รู้ไว้นิดนึง
จะได้แยกของดีๆ เอาไว้)
ไวน์แดงจากเบอร์กันดี ถ้าเห็นคำนี้บนขวด
Domaine de la Romanee Conti หรือ DRC ก็ให้เก็บไว้ได้เลย
ไม่ว่าจะเป็น Romanee Conti, Richbourg, La tache
Romanee St. Vivant, Grands Échezeaux, Échezeaux
เพราะพวกนี้ขวดนึงราคาแพงกว่าทอง
(DRC Romanee Conti เป็นไวน์ที่แพงที่สุดในโลก)
รองลงมาก็ Vosne Romanee ที่ผลิตโดย อองรี จาเยร์ Henry Jayer
คือจริงๆ แล้ว ไวน์อะไรก็ตาม
ถ้ามีชื่อตานี้อยู่บนฉลาก ก็มั่นใจได้ว่าดีและแพงแน่ๆ
รองลงมาก็ไวน์เบอร์กันดี ที่เขียนบนฉลากว่า Grand Cru
พวกนี้หายาก ถ้าเจอก็แยกไว้ล่ะ
ต่อมาเป็นไวน์จากแคว้น Pomerol
ก็จะมี Chateau Petrus
และ Château Le Pin
สองตัวนี้ราคาแพงหูดับมากๆ เช่นกัน
บางปีแพงกว่าตัวท็อปของบอร์กโดซ์อีก
ส่วนต่อมา ก็ไวน์บอร์กโดซ์ที่เขียนบนฉลากว่า
ครู บูชัวร์ เอกเซปติองนาล (Cru Bourgeios Exceptional) มีอยู่ 9 ตัว
พวกนี้เป็นไวน์ดี ชื่อชั้นรองลงมาจาก 1855 medoc
เก็บก็ได้ กินก็ดี(แต่ดูปีด้วย จะกินก็อย่าลืมเช็คก่อนว่ามัน Mature หรือยัง)
รู้จัก โรมาเน่ กองติ เพราะเป็นรางวัล แฟนพันธุ์แท้ไวน์ :30:
รู้จัก โรมาเน่ กองติ จากการ์ตูน คินดะอิจิ :42:
ขอบคุณมากป๋าณต เดี๋ยวจะจดๆไว้นะ
วันนี้ได้ตู้เย็นใหม่มา โคตรเท่ เลยรื้อบ้าน
เจอไวน์ตามซอกตามมุมมาอีกยี่สิบขวด :53:
เป็นไวน์แบบรสชาติดี แต่ไม่ได้มียี่ห้ออะไรนะ
แต่ละปีๆ แฟนได้ไวน์เกือบร้อยขวด
ทุกเทศกาลเลย เคยได้จากคนเดียว ยี่สิบขวดก็มี
เค้าให้มาเป็นลัง
ไปทัวร์บ้านเจ๊ปุกกัน :25: :25: :25:
วันนี้ไปร้านไวน์มา
เจอไวน์มหาเมพด้วยปี 1980 โรมาเน่ กองติ
ขวดละเกือบสองแสนบาท
ไปจับเล่น ตื่นเต้นมาก กลัวหล่น :30:
แต่ไปสอยนี่มาแทน ไวน์จากฮังการี ตามคำแนะนำป๋าณต
โตไค (Tokaji) เป็นไวน์หมวดเดียวกับโซเทิร์น
เดาว่าน่าจะหวานๆ เดี๋ยวจะกินกับอาหารญี่ปุ่นพรุ่งนี้แหละ :25:
มาเลยเต้ย เมาตายแน่ ไวน์เยอะมากๆๆๆๆ
ที่ไทย เออะอะไรซื้อตุ๊กตาใช่ปะ
ที่นี่เอะอะซื้อไวน์ วันนี้ก็ไปซื้อที่เปิดไวน์ให้วันเกิดลูกน้องแฟน
สวยมากๆๆๆๆๆ ไว้รอบหน้าเอากล้องไปถ่ายร้านไวน์ให้ดู สนุกๆๆๆ
โตไกจากฮังการี ถ้าเป็นไวน์หวาน
อย่าไปกินกับอาหารคาวเด็ดขาดนะครับ :48:
ไม่ว่าจะเป็น Tokaji Azsu หรือ Eszencia
ไวน์โตไกจากฮังการี จะเหมาะกับของหวานที่เป็นคาราเมลมากที่สุด
ของคาวที่พอจะกินกับมันได้คือ ฟัวกราส์ กับซอสผลไม้
ความหวานของโตไก ให้ดูที่ฉลาก
มันจะมีตัวเลขนำหน้าคำว่า Puttonyos
ตัวเลขยิ่งมาก ก็ยิ่งหวานมาก
อย่าง 6 Puttonyos ก็จะหวานกว่า 5 Puttonyos หรือ 3 Puttonyos
แต่ถ้ามีคำว่า Eszencia ก็หวานที่สุดล่ะ
เครื่องดื่มที่กินกับอาหารญี่ปุ่น
ที่เหมาะที่สุดคือ Japanese Rice wine หรือสาเก
แต่ถ้าจะกินไวน์จริงๆ ก็ต้องลองดูล่ะ ต้องหาไวน์ที่มันเบาๆ แอซิดดิตี้ดีๆ
เท่าที่ลองมาพอได้ก็มี Sauvignon Blanc
กินกับปลาดิบที่ไขมันเยอะๆ ก็พอใช้ได้เลย
นึกถึง เรากินแซลมอนดิบ ความมันของแซลมอนก็จะเคลือบลิ้นเคลือบปาก
จิบไวน์ Sauvignon Blanc ที่แอลกอฮอล์ไม่สูงนักและไม่บ่มโอ้คตามลงไป
กลิ่นและรสของไวน์ เมื่อผสมผสานกับความมันของแซลมอน
จะทำให้เกิดรสชาติใหม่ ที่หอมมันอย่างบอกไม่ถูก
และพอกลืนลงไป ไวน์ก็จะช่วยลดความมันในปากด้วย
อีกตัวที่กูรูเขาว่าเหมาะนั่นคือ Riesling แต่ตูว่าคนไทยไม่น่าจะชอบ
เพราะ Riesling มันจะมีกลิ่นของน้ำมันดีเซลเจืออยู่
(เป็น Character ขององุ่นพันธ์นี้ล่ะ และคนไทยก็มักจะจับกลิ่นนี้ได้
เพราะเราชินกับรถเมล์ที่ติดตามสี่แยก กลิ่นน้ำมันจากมอเตอร์ไซด์ อะไรเทือกนี้)
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตูว่า สาเกไปกับอาหารญี่ปุ่นได้ดีสุดล่ะ :12:
ป๋าณตเขียนหนังสือไวน์ขายเหอะ :25:
รออีกสักห้าปีนะ ให้ตูสอบมาสเตอร์ออฟไวน์(MW) ให้ได้ก่อน
(ห้าปีนี่เร็วสุดแล้วนะในความคิดตู
ก็คิดว่าน่าจะสักสิบถึงสิบห้าปีแหละน่าจะสอบผ่านได้)
5 ก็ไม่ทันสิ โลกแตกซะก่อน :07:
แต่จริงๆ นะ
น่าทำมาก เขียนแบบให้ชาวบ้านทั่วไปอ่านรู้เรื่องอ้ะ :25:
หนับหนุนครับ
แค่นี้ผมก็ปริ้นท์เก็บไว้อ่านแล้วอะ พกใส่เป๋าตังค์ไว้ เผื่อไปซื้อไวน์จะได้จกออกมาดู
Quote from: JanΣ on 05 Mar 2011, 10:24 น.
5 ก็ไม่ทันสิ โลกแตกซะก่อน :07:
แต่จริงๆ นะ
น่าทำมาก เขียนแบบให้ชาวบ้านทั่วไปอ่านรู้เรื่องอ้ะ :25:
เนี่ยแหละเป็นความตั้งใจของตูเลย
เพราะตอนเริ่มหัดกินไวน์ที่เมืองไทย
อะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้เรื่องเลย
มีแต่คนสอนให้จำชื่อไวน์ตัวนั้นตัวนี้ มาจากเขตนั้นเขตนี้
บอกว่าไวน์ตัวนั้นเป็นอย่างนี้ ไวน์ตัวนี้เป็นอย่างนั้น
กินไวน์ไปสามสี่ปี แต่ไม่รู้อะไรเพิ่มขึ้นเลย :05:
มาอยู่อังกฤษก็กินไวน์หลากหลายขึ้น
โชคดีที่ทำงานนั่งข้างๆ กับซอมเมอริเยร์ชาวฝรั่งเศส
ซึ่งเค้าจะพูดเรื่องไวน์ทั้งวัน :30:
ตรงนี้ก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังเป็นแบบอ๊อดๆ
นั่นคือ จำขี้ปากเขามาพูดต่อ
แต่เวลาตัวเองชิมไวน์เองก็ยังจับต้นชนปลายไม่ได้เท่าไหร่
จุดเปลี่ยนจริงๆ คือ การได้ไปชิมไวน์ในงาน London International Wine Fair
เมื่อสามปีก่อน โชคดีตอนนั้นมี connoisseur ไปด้วย
เขาก็พาไปชิม ชิมไปสงสัยอะไรก็ถามเขาตรงนั้นได้เลย
ตอนนั้นได้ชิมไวน์แทบทุกประเทศ
(จบงานนั้นลิ้นชา กินอะไรไม่รู้รสไปเป็นอาทิตย์ )
ปีที่ผ่านมา เจออาจารย์ที่เป็นมาสเตอร์ออฟไวน์(MW)
นั่นเหมือนมีคนมาทะลวงลมปราณให้
นั่นทำให้ตูกลับมาฝึกพื้นฐานของการชิมไวน์ใหม่
และเริ่มต้นเรียนรู้พื้นฐานอย่างเป็นระบบ
ตอนนี้ไอ้ที่จำๆ ขี้ปากเขามาตั้งแต่แรก
มาถึงตรงนี้ก็รู้เหตุรู้ผลแล้ว ว่าที่มาที่ไปมันเป็นยังไง
ก็นึกอยู่ว่า แล้วทำไมถึงต้องสอนกันให้มันยากนัก
เหมือนกับว่า ต้องเป็นคนมีพรสวรรค์พิเศษ
ต้องมีความรู้เยอะ ถึงจะชิมไวน์เป็น เรียนรู้เรื่องไวน์ได้
แต่อาจารย์ตูบอกว่า จะเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องไวน์
จำเป็นต้องมีความรู้ดังต่อไปนี้นั่นคือ
1 รู้ว่า องุ่นคืออะไร
2 รู้ว่า จมูกเราอยู่ตรงไหน
3 รู้ว่า ลิ้นเราอยู่ตรงไหน
แกบอกว่าถ้าใครรู้สามข้อนี้
ก็เรียนรู้เรื่องไวน์ได้แล้ว :30:
ยังไงก็จะทยอยโพสความรู้ที่ได้มา
ในจู๋นี้ไปเรื่อยๆ นะครับ
Quote from: ณต on 05 Mar 2011, 10:57 น.
...
ก็นึกอยู่ว่า แล้วทำไมถึงต้องสอนกันให้มันยากนัก
เหมือนกับว่า ต้องเป็นคนมีพรสวรรค์พิเศษ
ต้องมีความรู้เยอะ ถึงจะชิมไวน์เป็น เรียนรู้เรื่องไวน์ได้
...
เป็นพฤติกรรมการกั๊กความรู้ของชาวโลกเก่ารึเปล่า :58:
อยากไปบ้านปุกซักอาทิตย์นึง โดยมีณตไปด้วย จะไม่ออกนอกบ้านเล้ย :07:
ก่อนอื่นต้องออกจากบ้านตัวเองให้ได้มากกว่า 1 ชม.ก่อน :47:
Quote from: JanΣ on 05 Mar 2011, 11:16 น.
เป็นพฤติกรรมการกั๊กความรู้ของชาวโลกเก่ารึเปล่า :58:
ตูว่าคงไม่ใช่ แต่คิดว่าน่าจะเป็นเรื่อง
เราเจอคนที่เขาไม่รู้ลึกซึ้งประการนึง
อีกประการก็เป็นเรื่องไวน์แต่ละชนิด แต่ละขวด
มันมีการเปลี่ยนแปลงในตัวมันอย่างช้าๆ
ขึ้นอยู่กับว่า เราไปชิมมันตอนไหน
และปัจจัยแวดล้อม อย่างแก้ว อุณหภูมิ วิธีการเก็บไวน์
ตรงนี้ก็มีผลต่อไวน์ด้วย
ก็ต้องทดลองกันไป ไม่มีถูกไม่มีผิด
และเรื่องรสชาตินี่ถือเป็นรสนิยมส่วนตัว
อย่างโพสก่อนที่ตูบอกว่า
ไวน์หวานโตไก อย่าไปกินกับของคาว
มันก็แค่คำแนะนำที่บอกไว้กว้่างๆ
บางทีมันก็อาจจะไปกินกับของคาวได้อร่อยเช่นกัน
แต่นั่นก็ต้องทดลองกันดู
คือจริงๆ เรื่องจับคู่อาหารกับไวน์เนี่ย
มันก็มีหลักการอยู่พอสมควรล่ะ
ซึ่งไว้จะมาบอกโดยละเอียดอีกที
Quote from: DAYLIGHT on 05 Mar 2011, 18:55 น.
ก่อนอื่นต้องออกจากบ้านตัวเองให้ได้มากกว่า 1 ชม.ก่อน :47:
:30:
เค้าเขียนข้างขวดไว้ว่าให้กินกับเอเซียนฟู๊ดอะป๋าณต
ไอ้โตไกไรนี่ อันนี้เป็นระดับสี่แหละ
บอกเหมากับบลูชีสและอาหารเอเซียน
ส่วนพี่ฝรั่งเศส เราก็เอาองค์ความรู้ไวน์โซเทิร์นไปบอก
เนี่ยมันต้องกินกับบลูชีสนะ บลาๆ
เถียงกันหูดับ บอกซอมเมอลิเยร์ไม่มีความรู้
ไวน์ขาวกับบลูชีสไม่มีทางอร่อย
เถียงในใจ เมิงแหละไ่ม่มี :30:
ความคิดของคนฝรั่งเศสทั่วไปคือ
บลูชีส ต้องกินกับไวน์แดงขมๆ
เราถามว่าละเคยกินไหม
พี่แกตอบไม่เคย นี่ถามไปสิบคน ตอบเหมือนกันสิบคนเลยนะ
พอดีมะวานไปปาร์ตี้มา
บางทีวัฒนธรรมประเพณีก็ทำให้โลกเราแคบขึ้น
อยากจะเก่งแบบเชพกะทะเหล็กนี่
ต้องกล้ากินหลู้ เปิดโลกใหม่ทางอาหาร :07:
เขากินชีสแรงๆ กับไวน์แดงเข้มๆ แทนนินจัดๆ
มันก็กินได้เหมือนกัน แ่ต่ที่ตูแนะนำปุกให้กินกับ Sauternes
เพราะเห็นว่าน่าผู้หญิงน่าจะชอบอะไรหอมหวานนุ่มนวลมากกว่า :42:
คือเรื่องไวน์กับอาหารนี่อย่าไปเถียงกันฮะ ให้ลองชิมกันดูเลย
รสชาติใครรสชาติมันอยู่แล้ว ดีก็บอกว่าดี
ไม่เข้ากันก็บอกไม่เข้ากัน ของใครของมัน
เพราะนี่เป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัว
การได้ลองรสชาติใหม่ๆ หรือไม่เคยชิมมาก่อน ตูว่าสนุกดีออก
แต่ถ้าเริ่มเถียงกันเมื่อไหร่ เวลาชิมมันจะมีอคติน่ะ
เมื่อกี้มีคำว่า แทนนิน เป็นศัพท์เทคนิคหลุดมาหนึ่งคำ
แทนนินคืออะไร แทนนินเป็นรสฝาดฮะ
ฝาดแบบไหน ให้ลองนึกถึงเวลาเรากินชาแก่ๆ เข้มๆ ดู
หรือถ้ายังนึกไม่ออก ให้นึกถึงตอนที่เผลอเคี้ยวเมล็ดองุ่นดู
ขมๆ ฝาดๆ เฝื่อนๆ แบบนั้นแหละ นั่นคือแทนนิน
องุ่นเป็นผลไม้่ที่มีแทนนินมากที่สุด
ซึ่งจะพบแทนนินมากในเมล็ดองุ่น เปลือกองุ่น และก้านองุ่น
ทีนี้เหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงแนะนำ
ให้กินชีสกับไวน์แดงที่แทนนินจัดๆ
ก็ให้นึกถึงเวลาที่เรากินชาแบบฝรั่งดู
ปกติเราก็จะเติมนมหรือครีมใช่ไหม
เพราะอะไร เพราะถ้าถ้าไม่เติมนม ชาก็จะฝาดนั่นเอง
เหตุผลตรงนี้ก็คือ โปรตีนและไขมัน
จะช่วยลดความฝาดเฝื่อนของแทนนินได้
นี่ก็เป็นเหตุผลว่า ทำไมเขาถึงแนะนำให้กิน
อาหารที่มีโปรตีนและไขมันสูงอย่างสเต็ค หรือ ชีส
กับไวน์แดงที่เข้มๆ แทนนินจัดๆ นั่นแหละ
ส่วนคำถามที่ว่า แล้วจะรู้ได้ไงว่า ไวน์ตัวไหนแทนนินจัด
ตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คือ ชิมดู
แต่ถ้าอยากรู้จริงๆ ก็ต้องเรียนรู้วิธีการทำไวน์
และเรื่ององุ่นแต่ละสายพันธุ์
เพราะองุ่นแต่ละพันธุ์ เปลือกหนาบางไม่เท่ากัน
(ไว้จะค่อยๆ มาเล่าให้ฟัง)
ทีนี้พอจะตอบกันได้ไหมว่า
ถ้าองุ่นพันธุ์เปลือกหนา แทนนินจะมากหรือน้อย ?
ส่วนองค์ความรู้ที่ว่า ทำไมบลูชีสต้องกินกับไวน์โซเทิร์น
หรือ ไวน์ที่ทำจาก Noble Rot นั้น
ก่อนจะอธิบายเรื่องนี้ มันต้องมีความรู้พื้นฐาน
ถึงวิธีการทำไวน์นิดหน่อย
ไว้จะค่อยๆ ทยอยมาอธิบายในโอกาสต่อไปฮะ
ป.ล. เอเซียนฟู้ดนี่ไม่น่าจะรวมอาหารญี่ปุ่นนะ :09:
คำว่าเอเซียนฟู้ดปกติจะหมายถึง อาหารที่มีเครื่องเทศ(spice)
พอพูดถึง(spicy) คนไทยหลายๆ คนยังเข้าใจว่า อาหารเผ็ดจัดๆ
แต่จริงๆ มันหมายถึง อาหารที่มีเครื่องเทศจัด
อย่างแกงกูรม่า หรือมัสมั่น เป็นต้น
แต่ยังไง ปุกควรจะลองกินกับอาหารญี่ปุ่นดู
ได้ผลยังไง มาบอกตูด้วย :30:
ตูมี Tokaji Furmint อยู่ขวดนึง
ถ้ากินกับอาหารญี่ปุ่นเวิร์ค จะได้ลองบ้าง :30:
เค้าก็แอบคิดเหมือนกัน
ว่าเอเซียนฟู๊ดในที่นี่คือ อาหารที่มีรสจัดจ้านหรือเปล่า
เพราะพี่ยุ่นนี่ จืดเค็มลูกเดียวเลย
เลยขอเก็บโตไก ไว้ซัดกับหมูผัดพริกแดงใส่ใบมะกรูดมื้อเย็นดีกว่า :54:
หรูเว้ย มีใบมะกรูดกินด้วย :07:
ทั้งๆ ที่ไม่ดื่มไวน์ แต่อ่านแล้วสนุกไปด้วยเลยค่ะ :25:
สรุปว่าโตไกกัวุ้นเส้นอบทะเลเริ่ดมากๆ
(http://img3.f0nt.com/07/15f65dd75fabe936c75c5eeb80a22977.jpg)
ได้คุยกับบรูโน
คนนี้เค้ามีความรู้เรื่องสัพเพเหระเยอะกว่าแฟนมาก
เค้าบอกว่า โตไกไวน์ฮังการีนี้กำลังฮิตที่ฝรั่งเศสเหมือนกัน
บอกว่าเป็นกลุ่มไวน์ใหม่ ที่ให้รสชาติแปลกไปจากไวน์เดิมๆของโลกเก่า
คนที่รู้จักได้ชิมได้กินได้โม้ ละจะดูเทรส์ ฟาซิองนาเบลอะ
สำหรับตู
คิดว่าโตไกนี่ให้อารมณ์ของไวน์โซเทิร์นที่มีรสหวาน
ผสมกับอุเหมะชูไห่ของญี่ปุ่นที่หวานอมเปรี้ยว
แต่ไม่รู้มีวิธีหมักบ่มยังไง
ความหวานถึงไม่แสบคอ
อร่อยมากๆ
แฟนถึงกับจะไปซื้อเพิ่มวันเสาร์นี้
มีข้อสงสัยอยากถามป๋าครับ ไม่เกี่ยวกะไวน์ คือ
พวก เครื่องในสัตว์ทั้งหลาย ปอด ม้าม เซ่งจี้ ตับ ไต ไส้ พุง หรือ รักกางเกงที่นุ่ง ....
ในต่างประเทศเขาเอาไปกิน หรือ เอาไปทำอะไรไหมครับ
เพราะ ประเทศแถบเอเชีย นี่ ต้มแซ่บ ต้มเกี่ยมฉ่าย ซัดเรียบไม่เหลือ (กินทุกส่วนแบบครบครันคุ้มค่า)
:30:
แถวนี้เครื่องในหายากเหมือนกันนะ
ส่วนใหญ่ก็เอาไปทำพาย(Kidney pie)
ที่เห็นวางขายตามซูเปอร์ใหญ่ๆ
ก็มี ไตแกะ ตับไก่ หัวใจวัว ประมาณนี้
ฝรั่งกินเครื่องในส่วนใหญ่ก็เอาไปอบกับพาสทรี่
หรือไม่ก็ตุ๋นเป็นสตูว์แหละ
แหม้...น่า ไปเป็นเอเย่นต์ รับเครื่องใน เปิดร้านต้มแซ่บ
ไม่ก็นำเข้า เครื่องในต้มแซ่บ เป็นเครื่องในนำเข้า ให้วัวกินเบียร์จนตับแข็ง เมื่อนำมาต้มกะข้าวคั่ว จะได้รสชาติที่นุ่มละมุนลิ้น
.....
ว่าไปนั่น :37:
ตูว่าถ้าตูทำอาชีพชำแหละเนื้อหรือของสด
หรือเอาเครื่องในอะไรมาขายนี่
ตูต้องเป็นมังสวิรัติหรือเลิกกินเนื้อสัตว์ไปเลยแน่ๆ
คือของพวกนี้เวลาเราเห็นมันจำนวนมากๆ
มันชวนให้ไม่อยากอาหารเลยนะ
แล้วยิ่งถ้าต้องอยู่กับมันทุกวัน :05:
แล้วหมอสูฯ ไม่กามตายด้านเรอะ :05:
หมอสูฯอาจจะไม่
แต่หมอฟัน........ :01:
โอ๊ววว จู๋ไวน์ก็ยังเสื่อมได้อีก :3005:
เคยดื่มไวน์ Cabernet Sauvignon ของ Bordeaux
จิบเปล่าๆ แล้วรู้สึกแย่มาก อยากคายเลย
แต่พอจิบระหว่างกินสเต็ก แล้วอัศจรรย์ใจมาก
กลายเป็นของล้ำค่าคู่เมนูสเต็กเนื้อไปเลย :07:
เนื่องจากงบน้อย ก็จะจัดแค่ Jacob's Creek
คู่กับสเต็ก แก้เลี่ยนในวันที่จัดชุดใหญ่
ตอนนี้นิยม Shiraz Cabernet :56:
ปกติไม่ค่อยดื่มแอลกอฮอล์
ดื่มแล้วรู้สึกทรมานเครื่องใน :41:
ไม่ชอบไวน์ขาวเหรอพี่ติ๊ก
ส่วนเค้าชอบไวน์แดง เเทนนินไม่สูง
รสฝาดๆมันทรมาน
ยังไม่เลิกกินนมขวดเลย
อารมณ์ชอบอะไรหวานๆ
ไวน์แดงที่ชอบเลยเป็นเจ้านี่
(http://img3.f0nt.com/10/db7da3f2c76ede2ef42ba3a5d7bb500e.jpg)
มีทั้งปี 2005 และ 2006 (ต่างกันปีนึง ปีสองพันหกราคาครึ่งนึงเลยนะ)
เป็นไวน์รสกลมกล่อม เหมาะกับมือใหม่อยากจิบไวน์
เข้ากันดีกับเสต๊กเนื้อรสดี
ไวน์ตัวนี้มีกลิ่นหอมของดอกไม้
และเป็นไวน์ที่ดื่มละเมางุงิมากๆ
ชอบแบบแทนนินไม่สูงเหมือนกัน :12:
สำหรับพี่ Jacob's Creek ก็พอ ขวดไม่ถึงพัน
ไม่ได้ดื่มจริงจังอะไร งบน้อยด้วย
มีมาให้ดื่มก็ดี แต่ไม่ได้โปรดปราน
ยังไม่เคยลองไวน์ขาว
ไม่ค่อยนิยมซีฟู้ดสไตล์ฝรั่ง เลยไม่ได้ลอง
ดื่มเดี่ยวๆ ก็คงไม่เอา กลัวติดใจ มันเปลืองน่ะ :30:
ซีฟู้ดสไตล์ไทยๆ
ชอบกินคู่กับเป๊บซี่ สไปรท์ น้ำเขียว
ส่วนพี่เจนชอบกินกับเบียร์
ปกติไม่ค่อยดื่มแอลกอฮอล์
แต่สนใจพวก Liqueur สำหรับขนมหวาน :53:
:07: :07:
บักปุก เอ็งเอานุยแซงจอร์จ เปรมิเยร์ ครู
ปีสองพันห้ามาเปิดกินเรอะ :05: :05: :05:
จะบอกว่าถ้าเก็บไว้อีกสักสิบปี
เอ็งเปิดขวดมา รินใส่แก้ว
มันจะหอมไปทั้งห้องเลยนะ :07: :07:
ปี 2005 เป็นปีที่ดีที่สุดของไวน์เบอร์กันดี
นับตั้งแต่ปี 1990 เลยนะเว้ยเฮ้ย
(เขาเรียกว่า Super Vintage
ที่ผ่านๆ มาก็มี 2005 กับ 1990 นี่แหละ)
ถ้าเจอก็เก็บๆ ไว้ก่อน อย่าเพิ่งใจร้อน
จริงๆ ปี นุยแซงจอร์จ ปี2005
กินตอนนี้ยังถือว่าเป็นทารกอยู่ด้วยซ้ำ
ปุกเอ็งโหดร้ายมาก :05:
แต่จะว่าไปตูโหดกว่า ตูทำแท้งเลยล่ะ
เคยเปิดกินเมื่อสองปีก่อน :05:
ดีแคนท์ปุ๊บ กลิ่นหอมฟุ้งเลย
(แบบว่าอยากรู้ว่ามันดียังไง)
โลกที่เรายังเข้าไม่ถึง :05: :05:
Quote from: นายร่มไทร on 10 Mar 2011, 11:25 น.
โลกที่เรายังเข้าไม่ถึง :05: :05:
จับใจความได้แค่ว่า ป๋าณตทำแท้ง แล้วก็ปุกกินเด็ก :05:
สรุปว่าไวน์บางตัวนี่ซื้อมาก็เหมือนเลี้ยงต้อย จะให้ดีก็ต้องรอเป็นสาวเต็มตัวก่อน :30:
ถ้าซื้อมาเก็บแล้วตายก่อนได้กินนี่นะ :3005:
Quote from: นายร่มไทร on 10 Mar 2011, 11:39 น.
สรุปว่าไวน์บางตัวนี่ซื้อมาก็เหมือนเลี้ยงต้อย จะให้ดีก็ต้องรอเป็นสาวเต็มตัวก่อน :30:
:30: :30: :30:
ลุงร่มเปรียบเทียบได้ตรงเลยแหละ
เดี๋ยวขอปั่นฟ้อนสุดก่อนนะ
แล้วจะมาอธิบายรายละเอียดตรงนี้อีกที
เป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ถ้าคิดจะชิมไวน์ให้เป็น
ยังไงซะก็รีบกินก่อนปี 2012 นะ :30:
Quote from: JanΣ on 10 Mar 2011, 12:10 น.
ยังไงซะก็รีบกินก่อนปี 2012 นะ :30:
มันปีหน้าเองไม่ใช่เรอะครับนั่นน่ะ :56:
งั้นเราให้แฟนซื้อไวน์ดีๆตุนไว้สักพันขวด
เก็บไว้สิบปี
ละลอบสังหาร ฮุบไวน์ดีกว่า
:53:
กินไปไม่รู้เลยป๋าณต
รู้แต่มันอร๊อย อร่อย
เดี๋ยวไปรื้อดูก่อนมีอีกไหม
เวลาป๋าณตบิ๊วที รู้สึกไวน์เรามีค่าขึ้นสิบเท่า :30:
Quote from: นายร่มไทร on 10 Mar 2011, 11:39 น.
สรุปว่าไวน์บางตัวนี่ซื้อมาก็เหมือนเลี้ยงต้อย จะให้ดีก็ต้องรอเป็นสาวเต็มตัวก่อน :30:
โอ้ว.. เริ่มเข้าใจก็อีตรงเนี้ย.. :25:
Quote from: ChubbyPook on 10 Mar 2011, 14:07 น.
งั้นเราให้แฟนซื้อไวน์ดีๆตุนไว้สักพันขวด
เก็บไว้สิบปี
ละลอบสังหาร ฮุบไวน์ดีกว่า
:53:
เป็นความคิดที่ดี :51: :51:
Quote from: นายร่มไทร on 10 Mar 2011, 11:39 น.
สรุปว่าไวน์บางตัวนี่ซื้อมาก็เหมือนเลี้ยงต้อย จะให้ดีก็ต้องรอเป็นสาวเต็มตัวก่อน :30:
โอเค เดี๋ยวจะเริ่มออกหาสาวเต็มตัวมาเลี้ยงต้อย
Quote from: บักเต้ย on 10 Mar 2011, 23:40 น.
โอเค เดี๋ยวจะเริ่มออกหาสาวเต็มตัวมาเลี้ยงต้อย
เวลาเมียจับได้ ก็อ้างว่า เอาไว้เรียนรู้เรื่องไวน์ใช่ไหมครับ :30:
เพื่อนแฟนซื้อเจ้านี้มาให้เป็นของขวัญวันแต่งงานแหละ
เค้าเรียกมันว่าเดเวลอปเปอร์
เอาไว้ใส่ไวน์แดง เพราะมีความเชื่อว่า เวลาเทไวน์ลงแก้ว
มันมีออกซิเจนที่มาทำปฏิกิริยามันไม่เพียงพอ
แบบว่าแก้วมันเล็กอะเนาะ วิํธีใช้ก็คือเทไวน์ผ่านฝาแสตนเลสอันนี้
ไวน์จะค่อยๆไหลลงตามร่องเล็กๆ ผ่านด้านในของขวดแก้ว
แล้วไปบรรจบกันอีกทีปลายขวด
เพื่อเพิ่มออกซิเดชั่นและ ลดซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ไม่เข้าใจเท่าไหร่ รู้แต่แฟนกรี๊ดมากๆ
(http://img3.f0nt.com/13/74a8fc536b584ec77ad94a43eb45243d.jpg)
Developer2
เค้าว่า
ใช้แล้วไวน์แดงจะอร่อยขึ้นแหละ
ไม่รู้จริงมะ
เริ่มเข้าสู่โลกของอุปกรณ์เสริมแล้วสินะ
จริงๆ ไม่อยากแนะนำเลย อยากให้เรียนรู้พื้นฐานก่อน
เพราะเดี๋ยวมันจะมีอุปกรณ์เสริมงอกขึ้นมาอีกเยอะ :30:
เขาเรียกดีแคนเตอร์น่ะ decanter
คือช่วยให้ไวน์มีพื้นผิวให้ผ่านอากาศเยอะขึ้น
และช่วยกรองตะกอนที่มีอยู่ในไวน์
คือไวน์แดงดีๆ อายุน้อยๆ เขามีความเชื่อว่า
ต้องให้มันหายใจระยะนึง กลิ่นรสจะดีกว่าเดิมมาก
ปกติก็คือรินไวน์ทิ้งไว้ในดีแคนเตอร์ระยะเวลานึง
ครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมง หรือสองชั่วโมง
แต่อันที่ปุกเอามาให้ดูนี้เป็นดีแคนเตอร์
ที่เหมือนจะมี aerator มาให้ด้วย
(ตัวเร่งให้ไวน์ผ่านอากาศเยอะขึ้น)
ซึ่งก็ไม่ทำให้ต้องรอนานมาก สามารถกินได้เลย
ส่วนอีกกรณีที่จะใช้ดีแคนเตอร์คือ
ไวน์แดงที่เก่ามากๆ มันจะมีตะกอน(sediment)
ก็ใช้ดีแคนเตอร์นี่แหละ
ช่วยกรองตะกอนไม่ให้ตกลงไปในแก้วไวน์
แต่ถ้าเป็นไวน์แดงปีเก่าๆ ตูไม่แนะนำให้ใช้ aerator ตรงฝานะ
เพราะไวน์จะไม่เหลือกลิ่นรสอะไรเลย
คือถ้าเข้าใจพื้นฐานในเรื่องของไวน์
จะตอบได้ว่า ทำไมถึงต้องใช้ดีแคนเตอร์กับไวน์อายุน้อยๆ
และทำไมไวน์ปีเก่า ถ้าเอามาดีแคนท์ และทิ้งไว้นาน
ไวน์จะไม่เหลือกลิ่นรสอะไรเลย
เีดี๋ยวจะมาอธิบายให้ฟังในโอกาสต่อไป
ตูก็มีดีแคนเตอร์อยู่ใบนึงเหมือนกัน สวยงามเลยแหละ
แต่นานๆ จะใช้ทีนึง เหตุผลก็คือ
ไม่ค่อยอยากเอาไวน์แดงดีๆ ทีอายุน้อยๆ มาเปิดกิน
(เพราะนั่นคือการทำแท้ง :07:)
อีกสาเหตุคือ แก้วไวน์ที่ตูใช้
เป็นแก้วคริสตัลยี่ห้อ Riedel รุ่น Vitis
ซึ่งเป็นแก้วไวน์ที่ใบใหญ่และสูงมากๆ อยู่แล้ว
อีกทั้งแก้ว Riedel จะออกแบบแก้ว
มาให้ใช้กับพันธุ์องุ่นที่ต่างกันด้วย
ไม่ใช่แยกแค่ แก้วไวน์แดงไวน์ขาวอย่างแก้วไวน์ทั่วไป
เช่น พิโนต์ นัวร์ ก็แบบนึง ชาร์ดอนเนย์ก็อีกแบบ
คาร์แบรเนต์ โซวิญง ก็อีกแบบ
วุ่นวายชีวิตมากๆ :3005:
อย่าได้ไปลองใช้เชียว
แต่ที่ตูซื้อมาใช้ ก็เพราะดันไปดูเขาสาธิตนี่แหละ :3005:
คือเขาจะเอาแก้ว Riedel Vitis มาวาง
แล้วเอาแก้วไวน์ธรรมดามาวางข้างๆ
เสร็จแล้วรินไวน์ใส่ทั้งสองแก้ว
ให้เราดมเทียบกัน ซึ่งผลเป็นที่น่าอัศจรรย์มาก
คือดมไวน์จากแก้วไวน์ Riedel Vitis
กลิ่นต่างๆ ในไวน์ก็จะพรั่งพรูออกมาชัดเจน
อย่างเช่นกลิ่นดอกไม้ กลิ่นเบอรี่ เครื่องเทศหรือสมุนไพร
ก็จะหอมอบอวลอยู่ในแก้ว
แต่พอดมจากแก้วไวน์ธรรมดา
อืมม์ กลิ่นเบอรี่ก็ไม่ชัดเจน
กลิ่นดอกไม้ กลิ่นเครื่องเทศหรือสมุนไพรหายไปเฉยเลย :07:
แต่สาเหตุที่สำคัญที่สุด
ที่ไม่ค่อยเอาดีแคนเตอร์ออกมาใช้คือ
มันล้างทำความสะอาดยากมาก :3005:
ปกติก็ต้องใช้น้ำยาเคมีเพื่อลดแรงตึงผิวของน้ำ
แล้วก็ต้องมีที่คว่ำดีแคนเตอร์ อย่างรูปข้างล่าง
(http://img3.f0nt.com/13/5e2225d5767e4b7321c826f5b5c2ca3d.jpg)
ภาพจากเว็บ www.madeindesign.co.uk (http://www.madeindesign.co.uk)
ถ้าใช้น้ำธรรมดาและทิ้งไว้ให้แห้งเอง
ดีแคนเตอร์ก็จะมีคราบน้ำเป็นดวงๆ
ก็ต้องหาวิธีเช็ด ซึ่งก็จะต้องมีอุปกรณ์อย่างรูปข้างล่าง
(http://img3.f0nt.com/13/7d504ded3908e3d6b91112a4cb14918f.jpg)
ปกติเราจะไม่ใช้น้ำยาล้างจาน กับแก้วไวน์หรือดีแคนเตอร์
เพราะมันจะมีกลิ่นของน้ำยาล้างจานติดค้างอยู่
ก็ใช้แค่น้ำอุ่นล้างกับฟองน้ำแค่นั้นพอ
จริงๆ พวกนี้ไม่อยากให้รู้มากเลย
เพราะเดี๋ยวชีวิตจะยุ่งยากเพิ่มขึ้นอีกเยอะ :30: :30:
แม่เจ้าโว้ย :3005:
รีเจนซี่ละกัน :3005:
แค่จำพันธุ์องุ่นของแต่ละแคว้นก็แย่แล้ว
ยังมาเจอของเล่นเพิ่มเติมอีกมากมาย ตูจาบ้า :3005:
แต่ไวน์มันอร่อยจริงนะ บางขวดนี่อร๊อยอร่อย :54:
รอให้ไอ้ปุกหิ้วขวดที่มันว่าอร่อยๆ มาให้ชิมมั่ง :54:
Quote from: Ah! on 13 Mar 2011, 21:27 น.
รีเจนซี่ละกัน :3005:
หงส์ทองก็พอแล้ว :3005:
ฟังดูยุ่งยากนะคะ :3005:
ยากว่ะ เจอที่ล้างเข้าไป หงายเงิบ :30:
แต่คงจะลองใช้ดูสักหนแหละ
อยากรู้มันสวยไหม
ของเค้ามันรุ่นสอง ขวดมันเท่ดี
รูปที่ให้ดูมันเบอร์หนึ่ง
กรี้ดดด ยังมีแบบอื่นอี๊กกกก :3005:
Quote from: eThics on 13 Mar 2011, 21:29 น.
แค่จำพันธุ์องุ่นของแต่ละแคว้นก็แย่แล้ว
ยังมาเจอของเล่นเพิ่มเติมอีกมากมาย ตูจาบ้า :3005:
จริงๆ ไม่จำเป็นเลยนะ ที่จะต้องจำพันธุ์องุ่นทุกชนิด
หรือแคว้นบ้าบออะไรจนหมดทุกแคว้น
แค่จำว่าไวน์ที่เราชิมแล้วชอบชื่ออะไร ใช้องุ่นพันธุ์อะไรก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ
แล้วอะไรที่เราชอบ มันก็จะติดในความทรงจำเราโดยที่เราไม่ต้องไปท่องเลยนะ :56:
แนะนำว่าให้ชิมก่อน ถ้าชอบค่อยมาดูฉลากแล้วจำชื่อเอาไว้น่ะ :12:
ขอถามครับ
อย่างเสธ.หนั่น ที่ดื่มไวน์ขวดเป็นแสนๆ เค้ากินเฉยๆทำเป็นเท่ หรือ เค้าละเลียดอะไรแบบนี้เยอะแยะ ครับ
(ดึงเข้าการเมือง :30: )
Quote from: ณต on 14 Mar 2011, 09:44 น.
แนะนำว่าให้ชิมก่อน ถ้าชอบค่อยมาดูฉลากแล้วจำชื่อเอาไว้น่ะ :12:
ของฝรั่งเศสเนี่ย ไม่เคยจำได้เลย
อันแรกที่ชิมกับสเต็กแล้วรู้สึกปลื้มเนี่ยเป็นไวน์ของ Bordeaux
แต่กว่าจะจำได้ว่าว่ามันเป็น Cabernet Sauvignon ใช้เวลาเกือบเดือน งงอยู่นั่นแหละ :3005:
ชิมไปชิมมาชักชอบ Shiraz Cabernet
อีกซักพักคงถอยกลับมาที่น้ำองุ่น :30:
อยากหาน้ำองุ่นที่มีรสหวาน+ฝาด
มาดื่มตอนกินสเต็กเนื้อจัง :56:
ปล.
ชอบสีของ Pinot Noir มาก สีเหมือนน้ำองุ่นเลย :53:
เออ นึกหัวข้อที่จะเขียนได้อีกหัวข้อนึงล่ะ
นั่นคือการอ่านฉลากไวน์
เพราะสมัยก่อนตูอ่านฉลากไวน์ฝรั่งเศส
แล้วก็มึนงงเหมือนกัน :3005:
Quote from: DAYLIGHT on 14 Mar 2011, 09:47 น.
ขอถามครับ
อย่างเสธ.หนั่น ที่ดื่มไวน์ขวดเป็นแสนๆ เค้ากินเฉยๆทำเป็นเท่ หรือ เค้าละเลียดอะไรแบบนี้เยอะแยะ ครับ
(ดึงเข้าการเมือง :30: )
ตูว่าเสธ.หนั่นแกจริงจังกับเรื่องไวน์เลยนะ
แกน่าจะลองผิดลองถูกมาเยอะล่ะ
ตอนนี้น่าจะถือว่าเป็นระดับครูคนนึงเลย
เพราะว่าแกมีโอกาสได้ชิมไวน์ดีๆ เยอะ
โดยเฉพาะไวน์เบอร์กันดี
แกน่าจะเก่งที่สุดในเมืองไทยแล้ว
จริงจังแค่ไหน แกทำไร่ไวน์เองนะเว้ย
ไวน์ดีด้วย หายากเพราะผลิตน้อย
ชื่อ ชาโต เดอ ชาละวัน Chateau de Shala one
ฉลากเป็นรูปวาดลายเส้นเป็นหน้าแกกับแก้วไวน์
หาโลโก้ดีๆหน่อยได้ไหม
ทำไมต้องเอาหน้าแกใส่ไปด้วย :30:
เขียนด่วนเลยป๋า
เดี๋ยวเค้าจะหยิบมาถามเรื่อยๆเลย
อยู่นี่ได้ชิมไวน์บ่อยมากๆ (ก็ไวน์ธรรมดาๆอะนะ)
แต่ไม่เคยจำชื่อไวน์ได้เลย จริงๆก็กับชื่อสัตว์ ชื่อผัก ชื่อของกินทุกอย่าง :3005:
เดี๋ยวจะลองทำแบบป๋าณตมั่ง ต้องเริ่มที่พันธุ์องุ่นสินะ :25:
ปล. ไปแคว้นนอมองดี โฮสตาทำ Cidre ขาย
เป็นคล้ายๆไวน์ฟอง แต่ทำมาจากน้ำแอปเปิล
อร่อยดีนะ แต่กลิ่นแบบ หืนพระเจ้าาาาาาาาา :05: :05:
คงอารมณ์เดียวกับการ์มองแบร์ ทำไมแคว้นนี้ชอบกินอะไรหืนๆ
คงเพราะคนแคว้นนี้หื่นๆ :51:
แอปเปิ้ลไซเดอร์หรือเปล่า
อร่อยออก คนที่นี่ชอบกินกับเครป :25:
ยังอ่านไม่จบนะครับ จะบอกว่าเคยไปกินไวน์ของกรานมอนเต้
กินที่ไร่กรานมอนเต้เลยนี่ล่ะ อยู่แถวเขาใหญ่ บรรยากาศดี
และคิดว่าไวน์ก็อร่อยดี
แล้วเรื่องที่คนไม่ค่อยรู้ก็คือ เจ้าของที่นี่ เป็นกิ๊กคนนึงของ อ.ศิลป์
ก็เลยได้ตั้งชื่อเป็นภาษาอิตาลี กรานมอนเต้ ก็แปลว่า Grand Mountain หรือเขาใหญ่
เท่านี้ล่ะครับ แต่ไม่ต้องเอาไปพูดที่ไหนนะครับ โดนด่าตาย :30:
:30: :30:
Quote from: eThics on 13 Mar 2011, 21:29 น.
แค่จำพันธุ์องุ่นของแต่ละแคว้นก็แย่แล้ว
จริงๆ มันมีวิธีจำอยู่นะ
ถ้าสนใจ ก็ลองหัดร้องเพลงข้างล่างดู :30:
An MW student's guide to remembering grape varieties (http://www.youtube.com/watch?v=lKFyENAK_zY#)
ปกติแล้วองุ่นจะมีอยู่ประมาณ 60 Species
แต่ที่เอามาทำไวน์เนี่ยก็จะมีแค่ Species เดียว
นั่นคือ Vitis Vinisfera ซึ่งพันธุ์องุ่นตามเพลงด้านบน
ก็มาจาก Species นี้ทั้งสิ้น
องุ่นแต่ละพันธุ์หรือที่เราเรียกกันว่า Grape Variety
ก็จะมีลักษณะแตกต่างกันออกไป
แต่ไม่ว่าจะองุ่นเปลือกสีเขียว สีชมพู หรือสีดำ
เนื้อองุ่นจริงๆ จะเป็นสีใสๆ
ดังนั้นน้ำองุ่นเมื่อคั้นออกมาก็จะเป็นสีใสๆ
(จำไว้ว่าน้ำผลไม้รสองุ่นเทียมที่ไม่ได้ทำจากองุ่น 100%
ที่เห็นเป็นสีม่วง มันใส่สีนะจ๊ะห์ :37:)
สีแดงในไวน์นั้นมาจากสารที่ชื่อว่า Anthocyanin
ที่มีอยู่ในเปลือกขององุ่น ซึ่งเวลาเขาทำไวน์แดง
เขาก็จะให้เปลือกขององุ่นแช่ในน้ำองุ่น
ซึ่งนอกจากจะให้สีแดงกับไวน์แล้ว
ก็ยังให้แทนนินอีกด้วย
ทีนี้พอนึกออกไหมว่า
เวลาเขาทำไวน์โรเซ่หรือไวน์ขาวเขาทำยัังไง
แล้วแทนนินในไวน์ขาวมีมากหรือน้อย
เดี๋ยวจะค่อยๆ ทยอยเล่าเรื่องกระบวนการทำไวน์
แต่ละแบบโดยละเอียดให้ฟัง
อ่านป๋าณตสนุกมาก
แต่คิดไม่ออกทำไวน์ขาวยังไง
ไม่แช่เปลือกองุ่นไปด้วยเหรอหรือไงป๋า
เพลงนั่นมีไว้บอกใช่มั้ยว่ามึงจำหมดไม่ได้หรอก :30:
:30: :30:
Quote from: ChubbyPook on 15 Mar 2011, 09:11 น.
อ่านป๋าณตสนุกมาก
แต่คิดไม่ออกทำไวน์ขาวยังไง
ไม่แช่เปลือกองุ่นไปด้วยเหรอหรือไงป๋า
บีบเอาแต่น้ำ ประมาณนั้นแหละ
Quote from: นายร่มไทร on 15 Mar 2011, 09:44 น.
เพลงนั่นมีไว้บอกใช่มั้ยว่ามึงจำหมดไม่ได้หรอก :30:
MW บางคนจำได้หมดนะเออ :05:
(ที่จำได้นี่ ไม่ได้จำได้แค่ชื่อและประเทศที่ปลูกนะ
แต่จำได้ถึงขนาดว่าองุ่นพันธุ์นี้มีลักษณะยังไง
ต้องปลูกในดินแบบไหน รสชาติองุ่นเป็นยังไง
ต้องเอามาผลิตไวน์ด้วยวิธีการแบบไหน
พอเอามาทำไวน์แล้วให้กลิ่นพื้นฐานเป็นอะไร
รสชาติของไวน์จะเป็นแบบไหน
ที่สำคัญกว่านั้นคือ บางทีชิมแล้ว
บอกปีที่ผลิตได้ด้วยอีกต่างหาก )
แต่เวลาเขาบอกลูกศิษย์ก็บอกว่าอย่าไปจำเลยรกสมอง :30:
ขนาดตัวของอาจารย์เองก็ยังผิดได้อยู่บ่อยๆ :37:
แต่เขาจะให้จำคุณลักษณะพันธุ์องุ่นหลักๆ
หรือที่เขาเรียกกันว่า Noble Grape Varieties
ซึ่งมีอยู่ 7 สายพันธุ์
Noble grape ของพันธุ์องุ่นเขียว
ที่เอามาทำไวน์ขาวก็จะมี
- Riesling (อ่านว่า รีสลิงหรือฮีสลิง)
- Sauvignon Blanc (อ่านว่า โซวิญง บลองค์)
- Chardonnay (อ่านว่า ชาร์ดองเนย์)
ส่วน Noble grape ของพันธุ์องุ่นแดงหรือดำ
ที่เอามาทำไวน์แดงก็จะมี
- Pinot Noir (อ่านว่า พิโนต์ นัวร์)
- Syrah (อ่านว่า ซีฮาห์) หรือถ้านอกฝรั่งเศสมักจะเรียก Shiraz ( อ่านว่า ชีราส)
- Merlot (อ่านว่า แมร์โล)
- Cabernet Sauvignon (อ่านว่า กาแบร์เนต์ โซวิญง)
สาเหตุที่เราเรียกพันธุ์องุ่นพวกนี้ว่า
Noble Grape Varieties ก็เพราะว่า
พันธุ์องุ่นเหล่านี้ ไม่ว่าจะไปปลูกที่ไหนบนโลก
ก็จะยังคงคุณลักษณะพื้นฐานเอาไว้
ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะภูมิประเทศนั่นเอง
Quote from: ณต on 17 Mar 2011, 10:01 น.
สาเหตุที่เราเรียกพันธุ์องุ่นพวกนี้ว่า
Noble Grape Varieties ก็เพราะว่า
พันธุ์องุ่นเหล่านี้ ไม่ว่าจะไปปลูกที่ไหนบนโลก
ก็จะยังคงคุณลักษณะพื้นฐานเอาไว้
ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะภูมิประเทศนั่นเอง
เจ๋งอ่ะ อัศจรรย์ใจจริงๆ :25:
แล้วอีองุ่นพวกนี้ เค้ากินสดกันมั้ยป๋าณต
รสมันเหมือนองุ่นทั่วไปป่ะ :25:
:25:
งั้นตูจำเจ็ดอันนี้ก็โม้ได้ละ :30:
สนุกมาก รีบๆมาเขียนต่อนะจ๊ะห์
ถ้านานาชิมแล้วบันทึก นานาเอามาแปะที่นี่ได้ไหมอ่า
ไม่รู้ว่ามีจู๋ชิมไวน์รึยัง แต่เมื่อวานชิมไปสามขวด รู้สึกว่าควรแปะไว้สักที่ :33: :31:
(http://img3.f0nt.com/22/6876fa2fd06248519c8ad5f788ca2e45.jpg)
1 - โฮสเรียกว่า muscadet มันคือไวน์ขาวใช่ป่าว :31:
ทำจากพันธุ์องุ่นขาว Viognier
กินกับออเดิร์ฟ เป็นขนมคล้ายๆขนมปังอบกับชีส แล้วก็สลัด
กลิ่นหอมๆ หวานๆ กินง่าย
พอลองกินกับไส้กรอก ปรากฏว่าโดนรสกับกลิ่นไส้กรอกกลบหมดเลย :30:
2 - ไวน์แดง Cabernet franc
ไปกันได้ดีกับไส้กรอก กินง่ายดีไม่ขม ไม่ฝาด ไม่รู้จะอธิบายยังไง :05:
บนฉลาก มีแปะรูปถังไม้เขียนว่า elevé en fûts de chêne
โฮสอธิบายคร่าวๆว่า เป็นไวน์ที่ถูกทำให้เก่าในถังไม้โอ๊ค
แต่ไม่ได้กลิ่นไม้เลย (รอป๋าณตมาอธิบาย :25:)
3 - ไวน์แดง หลังขวดเขียนว่าผสมจากองุ่นสี่สายพันธุ์ :31: :31:
(Syrah , Grenche , Carignan , Cinsault )
โฮสคุยกันว่าไวน์ตัวนี้ดี หอม จริงๆนานาก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าวัดกันตรงไหน
แต่ถ้าเทียบกับขวดก่อนหน้า นานากว่ากลิ่นเค้าเข้มกว่า รสนุ่มกว่า ประมาณนั้นมั้ง :31:
เพิ่งไปเจอรายการ wine line up จาก iHere TV มา เผื่อมีประโยชน์ :42:
Wine Line Up : Wine Options
Wine Line Up : Wine Options (http://www.youtube.com/watch?v=lHUaekE5QH0#)
คลิปล่าสุดชวนชิมไวน์ :54:
Jacob's Creek Chardonnay Vintage 2005 (http://www.youtube.com/watch?v=u0DAF4XKjXI#ws)
ไวน์ที่พี่ติ๊กชอบนี่นา
ป๋าณตทำคลิปบ้าง รับรองเกิดๆๆๆๆ
ตูขี้อาย ไม่กล้าโชว์หนังหน้า :30: :30:
อีกอย่างก็ยังไม่เก่งด้วย
แอบฮาในคลิปนะ แนะนำให้กินกับชีสบรี หรือกามองแบร์
แต่ชีสที่กินในคลิปแรก ตูว่ามันเป็นเชดด้า :30: :30:
ส่วนจุกสูญญากาศนั่น ไม่ใช่ดึงแค่สามทีนะครับ :05:
เราจะต้องดึงอากาศออกมาจนหมด
ทีนี้มีคำถามว่า แล้่วจะรู้ได้ไง
สมัยก่อนเขาดึงจนมันดึงไม่ขึ้นนั่นแหละ
แต่จุกสูญญากาศรุ่นใหม่ๆ เนี่ย
พอดึงจนอากาศหมดปุ๊บ
มันจะมีเสียงดัง กริ๊ก
ก็จะทำให้เรารู้แล้วว่าอากาศออกหมดแล้วนั่นเอง
Quote from: นานาาา on 22 Mar 2011, 17:20 น.
ถ้านานาชิมแล้วบันทึก นานาเอามาแปะที่นี่ได้ไหมอ่า
ไม่รู้ว่ามีจู๋ชิมไวน์รึยัง แต่เมื่อวานชิมไปสามขวด รู้สึกว่าควรแปะไว้สักที่ :33: :31:
ขวดแรกเป็นไวน์ขาว ทำจากพันธุ์องุ่นชื่อ วิออกนิเยร์ ครับ
งงเหมือนกันว่าทำไมโฮสถึงเรียกว่า มุสคาเดต์
เพราะมุสคาเดต์เป็นชื่อไวน์ในแคว้นลัวร์(Loire)
พันธุ์องุ่นที่ใช้ก็คนละชนิด
ไปลองถามโฮสดูหน่อยสิ
ว่าทำไมเขาถึงเรียกมันว่ามุสคาเดต์
หรือเขาจะยกตัวอย่างให้นานาฟัง
ประมาณว่าอร่อยเหมือนมุสคาเดต์ที่นานาชอบ
ส่วนขวดที่สองที่โฮสบอกว่าทำให้เก่าในถังไม้โอ้ค
คืองี้ครับ หลังจากกระบวนการหมักไวน์เนี่ย
เขาก็จะมีกระบวนการบ่ม
(ซึ่งไว้ว่างๆ จะเล่าในขั้นตอนทำไวน์โดยละเอียดอีกที)
ซึ่งการบ่มในถังไม้โอ้คเนี่ย
มันจะทำให้ไวน์สัมผัสอากาศอย่างช้าๆ ผ่านไม้โอ้ค(Micro Oxidation)
การบ่มตรงนี้มันก็จะช่วยลดทอนความฝาดเฝื่อนของแทนนินลง
ทำให้ Aroma ที่มีอยู่ในไวน์มีตัวตนมากขึ้น
และสิ่งที่ได้ตามมาอีกนั่นคือ
กลิ่นของแอลกอฮอล์ที่ทำปฎิกริยากับไม้โอ้ค
เ่ช่น กลิ่นวานิลลา กลิ่นกานพลู กลิ่นหีบไม้ฉำฉา
กลิ่นดินสอเวลาเหลา หรือกลิ่นมะพร้าว อะไรแบบนี้ เป็นต้น
ขึ้นอยู่กับว่าเอาไม้โอ้คพันธุ์อะไรมาใช้
เป็นถังไม้โอ้คเก่าหรือถังใหม่ เผาไฟหรือเปล่า อะไรแบบนี้
(จริงๆ เรื่องโอ้คนี่ แยกเป็นอีกตอนนึงได้เลย)
ดังนั้นการบ่มในถังไม้โอ้ค
ไม่จำเป็นว่าจะต้องได้กลิ่นไม้เสมอไปนะ
แนะนำว่าเวลานานาชิมไวน์ ได้กลิ่นรสอะไร
ก็จำภาพที่เกิดขึ้นในสมองเอาไว้ว่า
เออ ไวน์ขวดนี้รสชาติแบบนี้ กลิ่นแบบนี้
จำจินตนาการในแบบของนานาเอง
แต่อย่าไปจำว่า คนอื่นเขาบอกว่ามันเป็นกลิ่นอะไร
เพราะมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ว่าทุกคนจะได้กลิ่นเหมือนกัน
เนื่องจากเรื่องกลิ่นนั้น
เกิดจากความทรงจำของเรา
ซึ่งมีที่มาแตกต่างกัน
อย่างที่ตูบอกไปเรื่องกลิ่นโอ้ค ก็เป็นแค่ตัวอย่างน่ะ
ฟังดูพิธีกรสาวทอมคนนั้นก็มั่วๆหลายอันอยู่
แต่ถ้าดูเอาสนุกก็ไม่เป็นไรหรอก น่ารักดี :25:
เหมือนคนชอบ ละศึกษาจากเวบบ้างหนังสือบ้าง
แต่ไม่ได้รู้จริงรู้ลึก เหมือนชีสที่ป๋าณตว่า บรีมันต้อง
มีระดับแยกสีของมัน ประมาณเปลือกขาวตุ่นหรือเหลือง
ส่วนไส้มันสีอ่อนลงมา และบรีมันนุ่มมาก ไม่น่าหั่นได้แข็งเป๊ก
ตั้งเป็นก้อนขนาดนั้น
สงสัยเหมือนกันกลิ่นถังโอ๊คเนี่ย
มันให้กลิ่นพีช กลิ่นวนิลาได้ไง
โอ๊คมันมีหลายกลิ่นมากเลยเหรอ :09:
จนบัดนี้ก็ยังประทับใจ โตไกมากๆ
หอมซับซ้อนสุดๆ :25: :25: :25: :25:
ปกติกลิ่นพีชในไวน์ไม่ได้มาจากถังโอ้คนะครับ :48:
กลิ่นที่เกิดจากถังไม้โอ้ค
ก็จะมีประมาณอย่างที่ตูบอกไป
นั่นคือ กลิ่นพวกวานิลลา คาราเมล มะพร้าว
กาแฟคั่วบด อัลมอนด์ ถั่วคั่ว ขนมปังปิ้ง ดินสอเวลาเหลา
หีบไม้ฉำฉา อะไรทำนองนี้
แต่ถ้าไม่ได้กลิ่นเหมือนคนอื่นก็ไม่ต้องตกใจ
อย่างที่ตูบอกคือ ไม่มีทางที่คนเราจะได้กลิ่นเหมือนกันทุกคน
เพราะเราอ้างอิงกลิ่น จากความทรงจำที่ต่างกัน
ยกตัวอย่างเช่น กลิ่นวานิลลา
บางคนนึกถึงฝักวานิลลาดำๆ
แต่บางคนอาจจะนึกถึงกลิ่นวานิลลาในเค้กก็ได้
(และนั่นจริงๆ อาจจะเป็นกลิ่นคาราเมลหรือวานิลลาผสมเนย)
แล้วเมื่อไหร่ที่เริ่มเถียงกันเรื่องกลิ่น
(อย่างที่คนไทยบางกลุ่มชอบทำ :58:)
ว่าฉันได้กลิ่นนี้ เธอไม่ได้กลิ่นแสดงว่าเธอผิด ยังไม่เก่งพอ
กินไวน์ไม่รู้เรื่องนี่หว่า ต้องไปฝึกมาอีก อะไรแบบนี้
ผลสุดท้ายอาจจบด้วยการเอาขวดไวน์ฟาดกันแทน :30: :30:
ฝรั่งที่เขาชิมกันแล้วบอกกันว่าได้กลิ่นอะไรกันบ้างนั้น
เป็นการแบ่งปันประสบการณ์มากกว่า ที่จะเถียงเอาชนะกัน
เพราะบางทีเราก็นึกไม่ออก แบบว่ากลิ่นมันคุ้นมาก
พอเพื่อนพูดออกมาก็ เออใช่ กลิ่นนี้แหละ
จริงๆ แล้ว เรากินไวน์เพื่อเสพย์ความสุขนะครับ
เราไม่ได้ชิมไวน์แบบนักเคมี หรือหมา
ที่จะต้องมาจับกลิ่นรสและส่วนประกอบต่างๆ ของไวน์ออกมาจนครบหมด
การพูดเรื่องกลิ่น ก็เอาไว้เป็นเพียงแค่หลักอ้างอิงของตัวเอง(ย้ำว่าตัวเอง)
เวลาชิมไวน์ขวดต่อๆ ไป มันก็มีหลักอ้างอิงเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
จากประสบการณ์ของตัวเองนี่แหละ
ยังไม่ได้เริ่มขั้นตอนการผลิตไวน์สักที :30: :30:
แล้วสรุปกลิ่นผลไม้มาจากไหนพี่
โตไกนี่มาให้รึ่ม
โอ้ววววว :07:
Quote from: ChubbyPook on 23 Mar 2011, 08:15 น.
จนบัดนี้ก็ยังประทับใจ โตไกมากๆ
หอมซับซ้อนสุดๆ :25: :25: :25: :25:
งั้นเอาอันนี้ล่ะ :51:
พามาให้ถึงมือนะเว้ย :30:
ถามครับ
ถ้าไม่มีที่เปิดจุกคอร์ก ไวน์ ทำไงดีครับ
มีวิธีที่ดีกกวว่า ดันให้จุกลงไปข้างล่างมั้ยครับ อนาถ :05:
แม่เจ้า ดันจุกก๊อกลงไปข้างล่าง :05:
ซื้อดิตั้ง ดีที่สุดคือซื้อ
เวลาผมทำจุกคอร์กมันแตก ผมก็ดันลงไปผสมกับไวน์เหมือนกันนะครับ
เคยเห็นรูปเพื่อนเอากระชอยกรองจุกที่มันแตกๆ ตอนเทลงแก้วด้วยนะ :30:
ไม่รู้ป๋าณตว่าไง
แต่เค้าก็กรองนะ แต่กรองจากแก้วตัวเอง
ในขวดปล่อยไว้เหมือนเดิม
คือจุ๊กก๊อกเก่าๆรสมันชั่วร้ายมาก :05:
กรณีที่ไม่มีที่เปิด ผมแนะนำให้ซื้อไวน์ฝาเกลียวนะครับ :37:
ถ้าคอร์กมันหลุดลงไปในขวด
จะด้วยคอร์กขาดครึ่ง หรือไม่มีที่เปิด
ปกติก็ใช้ดีแคนเตอร์นั่นแหละครับ
ไม่ต้องไปหายี่ห้อดีขนาดปุกก็ได้
ก็แค่หาขวดเปล่าๆ มาเทไวน์ลงไป
จริงๆ Decanter ก็คือการ Switch the glass
หรือการสลับแก้วหรือขวดนั่นแหละ
หรือไม่ก็ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Cork retriever ดังรูปข้างล่าง
(http://www.winestuff.com/acatalog/argyle-cork-retriever.jpg)
(http://www.akitchen.com/store/media/fr1030.jpg)
ส่วนเศษคอร์กนั่น มันก็จะมีตอนแรกๆ เท่านั้นแหละครับ
ก็รินนิดเดียว แล้วเททิ้งไป
:25:
แต่ปัญหาคือ เวลาจุกคอร์คมันหลุดลงไป
มันแตกเป็นเสี่ยงๆอะจิ
ถ้าใช้ดีแคนเตอร์หรูของปุก มันก็จะไม่ลงไปนะ
แต่อย่างที่บอกคือ คอร์กมันจะลอยอยู่ข้างบน
ตอนรินแรกๆ มันก็จะปนออกมา ก็ให้รินทีละนิดแล้วทิ้งไป
กินไวน์ผสมเศษไม้ มันก็อร่อยไปอีกแบบนะ :54:
Quote from: ณต on 25 Mar 2011, 13:14 น.
ถ้าใช้ดีแคนเตอร์หรูของปุก มันก็จะไม่ลงไปนะ
แต่อย่างที่บอกคือ คอร์กมันจะลอยอยู่ข้างบน
ตอนรินแรกๆ มันก็จะปนออกมา ก็ให้รินทีละนิดแล้วทิ้งไป
ก็พี่บอกมันล้างยาก จนบัดนี้ยังมิกล้าใช้เลย
ไม่รู้จะล้างไงอะ
ล้างน้ำอุ่นๆ ไง
แล้วก็เช็ด
ไม่มีที่เช็ดแบบในรูป ก็ใช้ด้ามตะหลิวยาวๆพันผ้าไปก่อน :30: :30:
อยากแจมจู๋นี้ด้วยนานแล้ว แต่กินไวน์ไม่เป็นอ้ะ
พอกินได้ก็พวกsparkling wine
ชอบ verdi raspberry หอมหวานอร่อยนักแล
(http://cf.mp-cdn.net/60/11/261628f9ad56063bd86c4a1663f1.jpg)
กินได้2แก้วก็เมาแล้ว (คออ่อน!)
แล้วก็กิน sauvignon blanc ชอบของ Oyster bay กับ Villa Maria กินง่าย อร่อยดี
ช่วงปีใหม่จะได้ไวน์จากsupplierเยอะมาก ส่วนมากเขานิยมให้ penflods Bin กับอีกยี่ห้อก็ lindemans ...ลองกินแล้วยังไม่รู้ถึงความอร่อย อาจเป็นเพราะกินไวน์แดงไม่เป็น ก็รู้สึกแค่ว่ามันนุ่มๆกว่าไวน์ตัวอื่นที่เคยกินนะ...แล้วมันอร่อยยังไงล่ะ? กินไม่เป็น
Quote from: ChubbyPook on 25 Mar 2011, 13:03 น.
แต่ปัญหาคือ เวลาจุกคอร์คมันหลุดลงไป
มันแตกเป็นเสี่ยงๆอะจิ
ถ้าเศษลงไปไม่เยอะ ปกติปาล์มจะใช้หลอดดูด ม้วนปลาย แล้วก็ช้อนเขี่ยเศษมันออกมา <---อันนี้ทำบ่อย เพราะเจอลูกค้าชอบจิกใช้ให้เปิดไวน์ปีเก่าๆ คอร์คเปื่อยๆ ...อย่างเซ็ง
ถ้าเศษลงไปเป็นผงเยอะ แนะนำใช้ผ้าขาวบางกรอง เนียนกิ๊ง รสไวน์ไม่เสียด้วย <---อันนี้เคยทำร้ายตัวเองเพราะความไม่ระวัง ลูกค้าก็แสนดีปลอบใจเราแล้วก็บอกให้กรองด้วยผ้า ไอ้เราก็งงว่ารสไวน์มันจะไม่เพี้ยนหรอ ลูกค้าก็ว่าfine
สีสวยน่ารัก น่าอร่อย :25:
:25: สีน่ารักมากๆ
เวอร์ดิตัวนี้เป็นของอิตาลี เหมาะแก่การสังสรรในทุกๆโอกาส เหมาะมากๆสำหรับผู้หญิง เพราะรสชาติมันหอมหวาน นุ่ม อร่อย กินง่าย เมาง่าย :54:
(http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/167268_154483404599247_100001127646182_264038_2043442_n.jpg)
คริสมาสต์ที่แล้วพาไปเที่ยวทะเลมา มันช่วยให้บรรยากาศดึขึ้นอีกสเต็ปนึงล่ะ
อยากชิมมมม :54:
แตกหน่อเรื่อง ค้อกเทล (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,18593.0.html) ให้แล้วเด้อค่ะ :51:
ไปเจอข่าวนี้มาครับ
เขาบอกว่า ไวน์ราคาถูกกับไวน์ราคาแพงไม่ต่างกัน
http://www.bbc.co.uk/news/uk-13072745 (http://www.bbc.co.uk/news/uk-13072745)
เขาเอาคน 500 กว่าคนมาชิมไวน์
ราคาต่ำว่า £5 กับ ไวน์ราคา £10-£30
โดยที่ไม่เห็นฉลากมาก่อน
ปรากฎว่า 50% ไม่สามารถบอกได้ว่า
ไวน์แก้วไหนราคาแพง ไวน์แก้วไหนราคาถูก
อันนี้ยืนยันสิ่งที่ตูบอกมาตลอดคือ
รสชาติไวน์ที่เราถูกใจ
กับราคาไวน์มันเป็นคนละเรื่องกัน
จริงๆ การทดลองนี้มันชี้นำผิดไปนิดนึง
คือไม่ควรตั้งคำถามหลังชิมว่า ไวน์แก้วไหนแพงกว่า หรือถูกกว่า
แต่ควรจะถามว่า ชอบ หรือไม่ชอบ ไวน์ แก้วไหนมากกว่า
นักชิมไวน์ เขาจะไม่เอาราคามาเป็นตัวตั้งเวลาชิมนะ
อีกเรื่องก็คือ ตาลุงที่ออกแบบการทดลองนี้
ดันให้ไวน์ราคา £10 - £30 เป็นไวน์ราคาแพง
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไวน์ระดับราคาตั้งแต่ £5-£50
มันจะไม่ค่อยมีความแตกต่างกันเท่าไหร่
นั่นน่ะสิ ราคามันใกล้กันไปหน่อยมั้ย :30:
ว่าแล้วสงกรานต์นี้ยังไม่มีแอลกอฮอล์ตกถึงท้องเลยนี่หว่า :05:
คุณลุงบอกว่า
ถ้าเอาไวน์ขวดละร้อยอัพ คุณลุงอาจจะ
ต้องขายบ้านมาหนับหนุนกองทุน
อ่านมาสิบหน้า เริ่มอยากเป็นคอไวน์ซะแล้ว :3005:
เมื่อวานได้ชิมโรเซ่ อองจูมา
เป็นแคว้นเดียวในประเทศที่ผลิตโรเซ่รสนุ่ม
อร่อยตามเคย :04: (ประสาคนชอบไวน์นุ่มๆ)
ซอสมะเขือเทศ :09:
นั่นมันโรซ่า :07:
ไม่ตบไม่ฮานะเนี่ย บวกบุ๊คด่วนเลยเอ็ม :30:
บวกไปแต่แรกแล้ว :30:
ไม่ต้องแย่งกันนะงัฟ เค้ายอมให้บวกทั้งคู่แหละ :56:
เมื่อวันก่อนมีโอกาศได้ลอง Rose Brut
แฟนซื้อมาเพราะคำว่าโรเซ่ บรุทนี่แหละ
มันคอนทราสต์กันสุดๆ
โรเซ่นี่จะเป็นไวน์สีชมพูรสหวานนุ่ม
ส่วนบรุทนี่เข้มจัด ออกฝาดๆ
ละหวานกับเข้มมาเจอกัน
ออกมาได้ปะแล่มๆมาก :30:
ละแฟนเจือกชอบอีกนะ ส่วนเค้าแก้วเดียวผ่านเลย
ชอบไวน์ไม่ซับซ้อน รสออกนุ่มๆมากกว่าแหละ :54:
ขุดครับ
หากระจู๋เหล้าไม่เจอเลยมาแจมในนี้ละกัน
วันนี้ได้ลอง cognac ของ camus
ปกติไม่เคยกินอะไรแบบนี้เลย เคยแต่วิสกี้ที่ต้องชง
อันนี้มีคนแนะนำมา บอกว่า อยู่บ้านคนเดียวเหงาๆ ต้องลอง
ไม่ต้องชงให้ยุ่งยากด้วย คิดซะว่ามันเป็นยา..ไม่ใช่เหล้า
อร่อยดีนะครับ หอมๆ ติดคอ ติดปาก นานเลย เหมือนกินลิสเตอลีน :12:
คอนยัค เป็นสุดยอดของสุราที่ทำจากองุ่นแล้วครับ
ผมก็ชอบเหมือนกัน จิบหลังอาหารช่วยย่อย
ทำให้นอนหลับสบาย
เล่าเรื่องคอนยัคให้ฟังดีกว่า
จากไวน์ที่มาจากแถบตะวันตกของฝรั่งเศส
เริ่มมีชื่อเสียงในคริสต์ศตวรรษที่ 12
เป็นที่นิยมของคนอังกฤษ เนเธอร์แลนด์
และประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย
มีการเอาไวน์จากแถวนี้ไปกลั่น
ก็จะกลายเป็นเหล้าชนิดหนึ่ง
หรือที่เราเรียกกันว่า eaux-de-vie
(อ่านว่าโอดาวีความหมายของโอดาวี แปลว่า น้ำแห่งชีวิต)
เสร็จแล้วก็บ่มในถังไม้โอ้คต่อ
ก็จะกลายมาเป็นคอนยัคที่เรารู้จักกัน
วิธีการตรงนี้เป็นวิธีการเดียวกันกับที่เราใช้ในการผลิตบรั่นดีนั่นเอง
ดังนั้นคอนยัคทุกขวดก็คือ บรั่นดี
แต่ไม่ใช่บรั่นดีทุกขวดจะเป็นคอนยัค
เพราะคอนยัคคือพื้นที่เล็กๆ
บริเวณภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส
ที่มีกฎหมายควบคุมการผลิต(AOC)อย่างเข้มงวดโดยเฉพาะ
พูดง่ายๆ คือ ถ้าไม่ได้ผลิตแถวนี้ก็จะเป็นแค่บรั่นดีไม่ใช่คอนยัค
(http://img3.f0nt.com/21/2fb630fb9d44190c3167cfa8f9012037.jpg)
องุ่นที่ถูกเลือกมาใช้ทำคอนยัค
จะใช้องุ่นพันธุ์หลักคือ อักนี่ บลองค์ (Ugni Blanc)
ที่ถูกเก็บเกี่ยวในเดือนตุลาคม จากไร่องุ่นในหกพื้นที่
ประกอบไปด้วย Grande Champagne,
Petite Champagne, Borderies,
Fins Bois, Bons Bois and Bois Ordinaires.
ปกติข้างขวดคอนยัคก็จะเขียนบอกไว้ครับ
ว่าเอาองุ่นมาจากพื้นที่ไหน อย่างถ้าเขียนว่า Fine Champagne
ก็คือ องุ่นที่มาจาก Grande Champagne และ Petite Champagne ผสมกัน
วิธีการทำเริ่มต้นก็เหมือนกับการทำไวน์
นั่นคือเอาองุ่นมาบีบน้ำออก แล้วก็หมักจนได้ไวน์ขาว
หลังจากนั้นก็จะเอาไวน์ตัวนี้ไปกลั่น โดยจะต้องกลั่นใน
หม้อกลั่นรูปแตงโมหรือที่เราเรียกว่า Charentais pot stills
(http://img3.f0nt.com/21/0fedf1df444988521d143a25bed7fceb.jpg)
ซึ่งก็จะได้ eaux-de-vie ออกมา โดยมีแอลกอฮอล์สูงถึง 70 ดีกรี
หลังจากนั้นก็ต้องเอาไปบ่มในถังไม้โอ้คฝรั่งเศสอย่างน้อยสองปี
ระหว่างการหมักบ่มนี้ eaux-de-vie ก็จะระเหยไปจำนวนนึง
การระเหยของโอดาวีก็ประมาณ ยี่สิบล้านขวดต่อปี
คนทำคอนยัคเขาจะเรียกการระเหยนี้ว่า
"Angels Share" หรือเป็นเหล้าของนางฟ้า
หลังจากบ่มจนได้ที่ ก็จะมีการเอามาเบลนด์หรือผสมกัน
เพื่อให้ได้กลิ่นสีและรสที่เป็นเอกลักษณ์
เสร็จแล้วก็จะเอาไปบ่มต่ออีกหกเดือน
เกรดของคอนยัคแบ่งง่ายๆ ก็มีสามชนิดนั่นคือ
- VS หรือ Very Special ซึ่งต้องบ่มอย่างน้อย 2 ปี
- VSOP หรือ Very Superior Old Pale ต้องบ่มอย่างน้อย 4 ปี
- XO หรือ Extra Old ซึ่งต้องบ่มอย่างน้อย 6 ปี (แต่เห็นว่ามีการแก้กฎหมายให้บ่มอย่างน้อย 10 ปีแล้ว)
จริงๆ ก็ยังมีเกรดพิเศษอีกมาก ซึ่งราคาก็จะต่างกันไปด้วย
ปัจจุบันก็มีผู้ผลิตคอนยัคประมาณสองร้อยเจ้า
แต่ผู้ผลิตคอนยัครายใหญ่สี่เจ้า ที่มีคุณภาพดีที่สุด
ซึ่งได้แก่ Martell, Hennessy, Courvoisier และ Remy Martin
ในบรรดานี้ Martell ถือว่าเป็นผู้ผลิตที่เก่าแก่ที่สุด
กลิ่นรสของคอนยัคจะแตกต่างกันไปตามแต่ผู้ผลิต
ซึ่งคัดสรรองุ่นมาจากพื้นที่ต่างกัน
เวลาดื่มคอนยัคเราต้องดื่มในแก้วบอลลูน
ซึ่งจะทำให้กลิ่นรสของคอนยัคออกมาเต็มที่
ปกติกลิ่นของคอนยัค
ก็จะเป็นกลิ่นดอกไม้หรือผลไม้แห้งและสมุนไพร
รสของคอนยัคจะนุ่มไม่บาดคอเหมือนเหล้าโรง
การดื่มคอนยัคหลังอาหาร
ก็จะช่วยย่อยอาหารและแก้เลี่ยนได้เป็นอย่างดี
ยิ่งเวลากินอาหารจีนเลี่ยนๆ ได้คอนยัคสักเป๊ก
จะรู้สึกดีขึ้นเยอะ :12:
(http://img3.f0nt.com/21/3264bb54053c47e5345faab83f77ec2b.jpg)
:25a:
:25: อะไรมันจะนุ่มลึกขนาดนี้
จานป๋าณตมีวิธีให้คะแนนในการชิมสุรามั๊ยครับ สมมติเต็ม 10 เราจะแบ่งคะแนนยังไงดี ต้องสังเกตอะไรบ้าง
ปกติเวลาตูชิมไวน์ตูให้คะแนนเป็นดาวนะตั้งแต่ 0 - 5 ดาว
แต่ถ้าเป็นสุรา(หมายถึงเหล้ากลั่นทั้งหลาย) ก็จะพิจารณาน้อยกว่านั้น
หลักๆ ก็คือ ความประทับใจส่วนตัวซึ่งรวมอาการหลังกินไปแล้วด้วย
กลิ่น แล้วก็ความสมดุลในปากเวลากินเข้าไป
ถ้าคิดเป็นคะแนน สามอย่างนี้ก็คงมีน้ำหนักพอๆ กัน
ยกตัวอย่าง จอห์นนี่ แบล็คเลเบิล
ถ้าเต็ม10 ตูให้แค่ 4 เพราะตูไม่ชอบกลิ่น
ยิ่งผสมโซดามานี่กินไม่ได้เลย เวียนหัว
เลยไม่ประทับใจเข้าไปอีก
แต่ถ้าเป็น เรดเลเบิล ตูจะไม่กิน
เรดนี่ให้ 0 คะแนนเลย
ไม่ถูกโฉลกอย่างแรง อาการตื่นเช้าหลังกินไปแล้วแย่มาก
ถ้าให้ตูเลือก ตูเลือกกินฮันเดรดมากกว่า
หรือกินเหล้าข้าวโพด สี่สิบดีกรียังดีกว่า
หรือถ้าเป็น แจ็ค แดเนียล
อันนี้ก็ให้ 5 เต็มสิบ เพราะไม่ชอบกลิ่นอีกนั่นแหละ
เพราะแจ๊คแดเนียล จะมีกลิ่นวานิลลาหรือกลิ่นกะทิอยู่
อ่อ ปกติตูกินเหล้าผสมน้ำน่ะ หรือไม่ก็กินเพียวๆ
ส่วนใหญ่ ก็กินเพียวๆ หรือไม่ก็ออนเดอะร็อคนี่แหละ
อยู่แถวนี้ ซิงเกิ้ลมอลต์ดีๆ เยอะมาก ก็ต้องกินเพียวๆ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับ กับแกล้มนะ
ถ้าไม่มีกับแกล้ม ก็ไม่กินเหล้า :37:
แล้วเหล้ายี่ห้อตลาดๆ ในไทยนี่ป๋าให้คะแนนเหล้าไหนเยอะสุด
หรือว่า แจ็ค ได้ 5 นี่เยอะสุดแล้ว
ยี่ห้อที่เป็นที่รู้จักกันในบ้านเรา
ที่ให้เยอะสุดก็เป็น จอห์นนี่วอล์คเกอร์สวิง ครับ 7 คะแนน
ผสมน้ำจางๆ ดื่มแล้วรื่นรมย์มากๆ
ตั้งจู๋ชิมสุรามั๊ยครับ
ผมอยากหัดเป็นนักชิม
เอาแบบว่า ในเกรดเดียวกัน ยี่ห้อไหนอร่อยสุด
ป๋าเริ่มเลยครับ :27:
เต้ยตั้งเองได้เลยครับ
เดี๋ยวเข้าไปแจม
จะว่าไปเดี๋ยวนี้ตูไม่ค่อยกินเหล้าแล้วนะ
เน้นกินกับแกล้มกับไวน์หรือไม่ก็เบียร์ :30:
สุรากลั่นจะมีก็คอนยัคนี่แหละ
จริงๆผมก็กินแต่เบียร์ :33:
แต่พอดีกำลังออกแบบ้านให้ลูกค้าคนนึง เค้าชอบ"ชิม"เหล้ามากๆ
เลยอยากหาข้อมูลไปเมาท์กะแก
พอดีเมื่อคืนลุงร่มไปคุยงานมา แล้วมีโอกาสละเลียดไวน์ไปด้วย
เดี๋ยวลุงร่มคงมาเล่าความประทับใจให้ฟัง
แต่เรื่องของเรื่องคือ หลังจากคุยกับลุงร่มในเฟซบุ๊ค
มันก็ทำให้ตูอยากกินไวน์อิตาเลียนขึ้นมา :07:
ไปรื้อในเซลล่าดู ก็มีแต่ไวน์อิตาเลียนที่ยังไม่พร้อมดื่ม
แต่โชคยังดีที่ชั้นวางหนังสือที่มักจะมีไวน์ที่ตูกินบ่อยๆ วางอยู่นั้น
มีไวน์อิตาเลียน ชั้น DOCG อยู่ด้วย
(http://img3.f0nt.com/12/338c3304f036c52d74a9fe8645e233e1.jpg)
ก็เอามากินแกล้มกับ แฮมและAntipasti Mixed
ที่มีมะกอกและเห็ดนานาชนิดคลุกเคล้าด้วยเครื่องเทศและน้ำมันมะกอก :52:
(http://img3.f0nt.com/12/d18d0a550db2e87fa4bfc4fc95966c18.jpg)
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็เล่าเรื่องลำดับชั้นของไวน์อิตาเลียนคร่าวๆ ให้ฟังดีกว่า(Italian Wine Classifications)
ที่ต้องเป็นคร่าวๆ ก็เพราะว่าตูก็ยังมะงุมมะงาหรากับไวน์อิตาเลียนอยู่เลย :30:
ไวน์อิตาเลียนก็ไม่ต่างอะไรกับไวน์ฝรั่งเศส
ที่ถือตัวว่าเป็นไวน์โลกเก่ามีความเป็นมายาวนาน
ตั้งแต่สมัยกรีกที่เริ่มต้นปลูกไวน์ในคาบสมุทรแห่งนี้ 800 ปีก่อนคริสต์กาล
ดังนั้นจึงต้องมีการจัดลำดับชั้น
มีการออกกฎหมายและข้อกำหนดเพื่อควบคุมคุณภาพในการผลิต
ซึ่งก็เหมือน Appellation d'Origine Contrôlée (AOC) ในไวน์ฝรั่งเศสนั่นเอง
ไวน์จากอิตาลีนั้น เป็นไวน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมากๆ
และมีไวน์ที่มีความหลากหลายซับซ้อน
แค่ชื่อองุ่นที่ใช้ในการผลิตไวน์ในอิตาลีก็มีมากกว่า 1000 ชื่อแล้ว
ไม่นับสถานที่ ที่ผลิตไวน์คุณภาพที่มีมากกว่า 300 แห่ง :07:
สิ่งแรกที่ตูคิดหลังจากรู้เรื่องนี้ก็คือ แล้วใครจะไปจำหมดวะ :07:
ตอนอยู่เมืองไทย ถามเรื่องไวน์อิตาเลียนกับคนโน้นคนนี้
รวมถึงถามคนอิตาเลียนเอง ก็จะได้ชื่อไวน์แปลกๆ งงๆ
มาให้เราสับสนเพราะแม่มคล้ายกันไปหมด
ยิ่งฟังก็ยิ่งมึน จนตอนนี้ก็ยังงงอยู่ :30:
เอาล่ะ กลับมาเข้าเรื่องลำดับชั้นดีกว่า
ก็คล้ายๆ กับของฝรั่งเศสนั่นแหละ โดยเริ่มจากชั้นล่างสุด
นั่นคือ Vino da tavola หรือเหมือนกับ vin de table ของฝรั่งเศส
ซึ่งของอิตาลีจะต่างกับฝรั่งเศสตรง บางทีแม่มแทบไม่บอกอะไรเลยบนฉลาก
บางทีไม่มีปีที่ผลิต ไม่มีชนิดองุ่น ไม่มีชื่อของหมู่บ้าน
อันดับต่อมาที่สูงขึ้นก็คือ Indicazione Geografica Tipica หรือ IGT
เริ่มแรกเลย การจัดลำดับไวน์ที่ออกมาตั้งแต่ปี 1963 ยังไม่มีชั้นนี้
อย่างที่บอกคือ ผู้ผลิตไวน์อิตาเลียนดีๆ มีเยอะมาก คุณภาพดีกว่า vino da tavola เยอะ
ดังนั้นชั้น IGT ก็เลยถูกเพิ่มเข้าไปเพื่อรองรับไวน์พวกนี้
อันดับที่สูงขึ้นไปอีก ก็คือ Denominazione di Origine Controllata หรือ DOC
ส่วนอันดับสูงที่สุด นั่นคือ Denominazione di Origine Controllata e Garantita หรือ DOCG
ซึ่งเงื่อนไขในแต่ลำดับชั้นก็จะมากตามไปด้วย และไวน์ในชั้น DOCG ก็จะมีจำนวนน้อยที่สุด
(http://www.theitalianwineconnection.com/Wine_articles/italian_wine_classifications.gif)
ข้อดีของการจัดลำดับชั้นของไวน์อิตาเลียนก็คือ
ไวน์ที่อยู่ในสามอันดับบน ที่คอขวดก็จะมีฉลากปิดอยู่
ให้รู้ว่าเป็นไวน์เกรดไหน อย่างรูปข้างบนนั่น
อย่างน้อยผู้ซื้อ ถ้าไม่รู้อะไรเลย ก็ยังมั่นใจได้ว่า ได้ไวน์คุณภาพ
ไม่โดนหลอกแน่นอน (แต่รสชาติเป็นอีกเรื่องนะ :37: )
เดี๋ยวรอลุงร่มมาโพสก่อน คราวหน้าจะเล่าเรื่องไวน์ต่างๆ
ที่ถือเป็นเสาหลักของไวน์อิตาเลียนให้ฟัง
ชอบป๋าณตเล่าเรื่องแนววิชาการ อ่านเพลิน :25:
มาแล่ว :30:
เมื่อคืนไปคุยงานมา เจ้านายพาไปที่ร้าน D'vine
เพราะคนที่จะไปเจอเค้าเป็นพี่ที่ทำรายการโทรทัศน์ที่อเมริกา และดื่มไวน์
สาระสำคัญอยู่ที่นี่ครับ
(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/150773_2128613992307_1754684340_1042714_1521407740_n.jpg)
ตัวแรกนั้น ไปหาข้อมูลมาได้ว่า
(http://img3.f0nt.com/12/685c56eda56f7bc11772152e52970bbe.png)
และขวดที่ 2 นั้นคือ
(http://img3.f0nt.com/12/d2f74c3c23421758c9ba2ed2a404d561.jpg)
อะไรก็ไม่รู้ :30: เอามาให้อีป๋าดูเฉยๆ :30: :30:
จะมาให้วิจารณ์ไวน์ว่าไอ้ที่ดื่มไปเมื่อคืนนั้นมันอะไรยังไงก็คงลำบาก
เพราะไม่มีความรู้ห่าอะไรเลย คือคนสั่งมาดันไปโทรศัพท์ พนักงานมาถามว่าจะชิลล์ก่อนมั้ย ห้ะ เอิ่มเอ่อ ไงดีวะ
ดีว่าพี่อีกคนเค้าตัดสินใจให้ว่าไม่ต้อง มาอุณหภูมินี่เลยก็ได้ พอเค้าถือขวดมาจะเปิด ก็ถามอีกว่าเอาอะจะประแฮฟด้วยมั้ย
(จำไม่ได้ว่ามันเรียกว่าอะไร) ต้องเรียกท่านผู้รู้มาตอบให้ว่า ไม่เอา (จริงๆ มันถือไอ้ถังน้ำแข็งแช่ไวน์)
รู้สึกอยู่ผิดที่ผิดทางมากๆ :30:
ก็คงบรรยายความรู้สึกแล้วกันน่ะนะ ว่าบรรยากาศการละเลียดไวน์มันเป็นยังไง
คือต้องบอกก่อนว่าเมื่อก่อนไม่เคยชอบไวน์เลย เคยกินกับเพื่อนบ้าง แต่ก็ไม่ใช่คนกินไวน์กัน ได้มาก็กิน
ก็โอเคแค่ว่าเราชอบดื่ม อะไรก็ดื่มได้ แต่ไวน์มันมีทางเฉพาะของมัน ที่เรารู้สึกว่ายังเข้าไม่ถึง กินเหล้า กินเบียร์ดีกว่า
ตอนทำแฟนพันธุ์แท้ไวน์ ก็ได้ลองจิบไอ้ขวดเป็นหมื่นๆ มาแล้ว โรมาเน่ กองติ ขวดละเป็นแสนก็จิบมาแล้ว
เสียของมาก เพราะไม่ได้ซาบซึ้งอะไรเลย :30:
จนเมื่อคืนได้ไปนั่งกับไวน์จริงๆ จังๆ นั่งข้างๆ คนที่เค้ากินจริงๆ เราก็ไม่กล้าผลีผลามอย่างไร
พี่เค้ามีความสุขในการดื่มอย่างไร เราก็ทำตาม แล้วก็ค้นพบว่า เออ สนุกดีนะ :30:
เริ่มมาตั้งแต่พอเค้าเปิดไวน์ทิ้งไว้ให้หายใจก่อน ตูซึ่งนั่งข้างขวด ก็ค่อยๆ ได้กลิ่นที่ค่อยๆ เข้มข้นขึ้น
ก็กลิ่นไวน์ ดมก็รู้ว่าไวน์ :30: แต่พอมานั่งละเลียด แล้วจินตนาการรสชาติ
(ตูจะเปรียบไวน์กับผู้หญิงละนะ คือ อีป๋าบอกบางขวดก็เป็นผู้ชาย ไม่รู้สิ ตูไม่กินผู้ชายโว้ย :30:)
คือ ตูมีความสุขกับการดมกลิ่นอยู่แล้ว พอขวดนี้มา เค้าก็มารื่นๆ เรื่อยๆ
พอเริ่มเทใส่แก้ว แน่นอนว่าต้องเอามาดม ขวดนี้กลิ่นองุ่นยังมีกว่ากลิ่นแอลกอฮอล์ แต่พวกกลิ่นถังไม้โอ๊คอะไรนั่น ไม่รู้ ไม่เคยดมถังโอ๊ค :30:
เหมือนมีผู้หญิงวัยซักยี่สิบปลายๆ แต่งหน้า ใส่ชุดเดรสยาวสีเข้ม แต่เป็นประกายนิดๆ
เข้ามานั่งเงียบๆ นั่งหน้านิ่งๆ บนเรียวปากมีรอยยิ้มเล็กน้อย แต่เราจะไม่รู้เลยว่าเธอคิดอะไรอยู่
พอจิบ อมให้มันอยู่ปลายลิ้น เข้ามากลั้วที่กระพุ้งแก้ม เหมือนให้ทั้งปากมันรับรสและสัมผัส
รสชาติก็ส่วนหนึ่ง คือมันก็จะผสมกัน ทั้งฝาด แอบหวาน นิดๆ แล้วสัมผัสของแอลกอฮอล์ที่มีซ่านในกระพุ้งแก้ม
กลืนลงลื่นคอ แล้วมานั่งละเลียดความรู้สึกทั้งหมดที่ได้จิบไปเมื่อกี้นี้
ยุ่งยากเนอะ :30: เข้าใจแล้วว่า เวลาจะจิบไวน์ อย่าเมา อย่ารีบ :30:
แล้วมันสนุกตรงที่ว่าพอดื่มไปเรื่อยๆ ความรู้สึกก็ค่อยๆ เปลี่ยน ไป
อีป๋าบอกว่าดื่มไวน์ ดีๆ ก็เหมือนอ่านเรื่องสั้นดีๆ ซักเรื่อง
แต่ตูชอบคนมากกว่า ก็เลยเปรียบเหมือนเรานั่งคุยกับคนคนนึง
เราอาจจะมี first impression กับคนคนนั้นอย่างนึง แล้วพอยิ่งคุยๆ ไป มันอาจจะยิ่งย้ำความรู้สึกนั้นๆ
หรืออาจจะค้นพบอะไรบางอย่างที่ลึกขึ้น ที่ไม่ทันสังเกตุในตอนแรก แล้วมันจะสนุกขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งตูว่าถ้าไวน์เหี้ย ก็เหมือนคุยกับอ๊อด ห่า เมื่อไหร่จะคุยให้จบๆ :30:
ขวดแรกผ่านไปแบบลื่นๆ ไม่โฉงฉาง (ไวน์นะ การสนทนาสนุกสนานเฮฮามาก เสียแต่ที่นี่เพลงดังไปหน่อย)
เหมือนผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เรียกร้องความสนใจอะไร แต่เรากลับจดจำเธอไปไม่รู้ตัว
ไวน์ซิซิลี ที่อีป๋าเปรียบกับดอน คอลิโอเน่ ว่านิ่งๆ แต่มีข้อเสนอที่คุณไม่อาจปฎิเสธได้ :30:
แต่ให้ตูจินตนาการว่าแดกลุงมาลอน แบรนโด ในชุดทักซิโด้ คาบซิการ์ ตูไม่อาววว :30: :30:
ขวดสองมา อืมมม ท้าทายครับ กลิ่นอาจไม่รุนแรงมากนัก หรือ ตูอาจมึนๆ ขวดแรกไปแล้ว
แต่พอเอาแก้วมาดมที่จมูก ก็เหมือนมีคนมาตบไหล่ ว่ามาแล้วนะ เธอแรงกว่าขวดเมื่อกี้อย่างเห็นได้ชัดครับ
ณ จุดนี้ สุภาพสตรีและคนชราถึงกับขอผ่าน เหลือชายหนุ่มกลางคน 2 คน และ ชายชรากร้านโลกอีก 1
สาวคนนี้ก็อายุอานามไม่ต่างกับคนแรก แต่ผิวจะเข้มกว่า ชุดเดรสพื้นเมืองสีฟ้าสด เดินตีนเปล่าเข้ามา
เหมือนเรายังได้กลิ่นแดดจากตัวเธออยู่เลย เธอรื่นเริง โผงผาง กว่า คุยสนุกกว่า
คุยไปคุยมาหมดไปสองขวดแล้ว
เมา
เมาลึกกว่า แต่สติแจ่มใสกว่า ไม่หลงลืมอะไร ไม่ได้ช้านะ แต่ละเลียด
ตื่นมาขี้เกียจนิดหน่อย แต่ไม่รู้สึกโดนทำร้ายอะไร
คราวหน้า โซวอนทั้งหลาย เตรียมละเลียดไวน์กับสาวๆ กันดีกว่านะจ๊ะ :27:
ผู้หญิงกับขวดคอยาวนี่ของคู่กันจริงๆ
เรื่องไวท์นี่น่าปวดหัวจริงๆนะ :05:
อิ่มไม่ดื่ม แต่ต้องรู้ด้วย เพราะทีร้านขาย
เมื่อวานมีลูกค้ามาขอให้แนะนำไวท์ให้ดื่มหน่อย อิ่มแบบ งง เลย ตูไม่ดื่มค่า :3005:
อยากให้ใครซักคน (คงต้องเป้นป๋าณตแหล่ะ :30:) มาช่วยบอกจุดเด่น จุดด้อยของไวท์พวกนี้หน่อยค่า
1. House wine dry (white/ red)
2. ชาดอนเน่
3. เซอร์วีอองบลอง
4. พีนอร์ นัว (อ่านหยั่งงี้ถูกป่ะ)
5. ชีราส คาบอนเนต (แล้วไม่คาบอนเนต มีไม๊?)
6. โรส เมาท์ อะไรซักอย่าง (น่าจะอัดแก๊ส)
7. เมอล๊อต
8. เพนโฟล (ใช่ไม๊?)
แล้วยังมีแบบ ชีราส+เมอล๊อต+คาเบอเนต บ้าบออะไรเยอะแยะไปหมด :05:
นี่ยังไม่รวมพวก Ports, Liqueur อีกนะ :05:
แค่ชื่อก็จำยาก เขียนก็ยาก แล้วที่นี่ยังมีชื่อเล่นให้อีก :05:
บางคนก็ครีเอตเมนูดริ๊งประหลาดๆ จนคนทำงงเอง :05:
ลูกค้าที่นี่เดินมาทื่อๆ จะสั่งอะไรยังไม่รู้ ให้เราแนะนำหยั่งกะร้านในโรงแรม 5ดาว
ใครจะไปรู้ พอบอก หนูไม่ดื่มค่ะ ชักสีหน้าเลย :41:
เดี๋ยวนะลุง ไวน์ขวดแรกที่ลุงกินนี่มันเป็นไวน์ขาวหรือไวน์แดงอ่ะ :09:
Quote from: หมีเล็ก on 12 May 2012, 13:18 น.
เรื่องไวท์นี่น่าปวดหัวจริงๆนะ :05:
อิ่มไม่ดื่ม แต่ต้องรู้ด้วย เพราะทีร้านขาย
เมื่อวานมีลูกค้ามาขอให้แนะนำไวท์ให้ดื่มหน่อย อิ่มแบบ งง เลย ตูไม่ดื่มค่า :3005:
อยากให้ใครซักคน (คงต้องเป้นป๋าณตแหล่ะ :30:) มาช่วยบอกจุดเด่น จุดด้อยของไวท์พวกนี้หน่อยค่า
1. House wine dry (white/ red)
2. ชาดอนเน่
3. เซอร์วีอองบลอง
4. พีนอร์ นัว (อ่านหยั่งงี้ถูกป่ะ)
5. ชีราส คาบอนเนต (แล้วไม่คาบอนเนต มีไม๊?)
6. โรส เมาท์ อะไรซักอย่าง (น่าจะอัดแก๊ส)
7. เมอล๊อต
8. เพนโฟล (ใช่ไม๊?)
แล้วยังมีแบบ ชีราส+เมอล๊อต+คาเบอเนต บ้าบออะไรเยอะแยะไปหมด :05:
นี่ยังไม่รวมพวก Ports, Liqueur อีกนะ :05:
แค่ชื่อก็จำยาก เขียนก็ยาก แล้วที่นี่ยังมีชื่อเล่นให้อีก :05:
บางคนก็ครีเอตเมนูดริ๊งประหลาดๆ จนคนทำงงเอง :05:
ลูกค้าที่นี่เดินมาทื่อๆ จะสั่งอะไรยังไม่รู้ ให้เราแนะนำหยั่งกะร้านในโรงแรม 5ดาว
ใครจะไปรู้ พอบอก หนูไม่ดื่มค่ะ ชักสีหน้าเลย :41:
1 House wine- ปกติคำว่า house wine ก็คือ ไวน์ที่ถูกที่สุดในร้าน
คำว่า Dry ปกติจะใช้กับไวน์ขาว ตรงนี้บอกถึงระดับความหวาน
ที่เกิดจากปริมาณน้ำตาลที่เหลือจากกระบวนการหมัก(Residual Sugar)
ซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณของ แอลกอฮอล์, acidity(ความเปรี้ยว) และแทนนินหรือความฝาดเฝื่อน
คือปกติแล้ว การหมักไวน์ก็คือ การที่ยีสต์เปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์
ทีนี้บางทียีสต์ตายหมดก่อน หรือบางทีองุ่นปีนั้นมีปริมาณน้ำตาลอยู่ในผลองุ่นเยอะกว่าปกติ
มันก็จะมีน้ำตาลคงเหลืออยู่ ซึ่งนั่นคือ Residual Sugar นี่แหละ
การวัดระดับความหวาน แบ่งคร่าวๆ เริ่มจาก
Sweet -> Medium -> Medium Dry -> Dry
ดังนั้น ไวน์ที่ Dry ก็แปลได้ว่า
เป็นไวน์ที่มีน้ำตาลคงเหลือน้อยที่สุดนั่นเอง(ไม่หวาน)
2 ชาดองเนย์ Chardonnay
3 โซวิญง บลองก์ Sauvignon Blanc
4 พิโนต์ นัวร์ Pinot Noir
7 แมร์โล Merlot
พวกนี้เป็นชื่อของชนิดองุ่นที่เอามาทำไวน์
5 ชีราส คาเบอร์เนต์ Shiraz Cabernet
เป็นไวน์ที่ผสม(Blend) ระหว่างองุ่น ชีราส กับ คาเบอร์เนต์ โซวิญง Cabernet Sauvignon
6 Rosemount 8 Penfolds เป็นชื่อยี่ห้อของไวน์ ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็มีไวน์อยู่เป็นร้อยตัว
การที่จะให้บอกจุดเด่นจุดด้อยของไวน์พวกนี้
โดยที่ไม่ชิมคงยาก เพราะการสอนเรื่องไวน์มันต้องสอนแบบ มุกขปาฐะ
ไม่ใช่เรียนรู้โดยการอ่าน ถามว่าคนไม่กินไวน์จะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้ไหม ก็ตอบว่าได้
นั่นคือการชิม แล้วบ้วนทิ้งไปไงจ๊ะห์ :42:
เอาง่ายๆ ก่อนเลย สำหรับอิ่ม ฝากให้เป็นการบ้าน
ไอ้ชื่อองุ่นที่อิ่มถามมานั่นน่ะ
ไปหามาให้รู้ว่าอันไหนเป็นไวน์ขาว อันไหนเป็นไวน์แดง
ให้เริ่มจากตรงนี้ก่อนแล้วกัน :30:
ลองหาจากในจู๋นี้ก็ได้ มีอธิบายไว้ในหน้าแรกๆ
ส่วนประโยคสุดท้ายนั่น ถ้าตูเป็นเจ้าของร้าน
แล้วได้ยินอิ่มตอบแบบนั้นจะเรียกมาด่าแล้วลดชิปนะครับ
เพราะถือว่าเซอร์วิส มายด์ น้อยไปหน่อย :30:
แทนที่จะบอกลูกค้าว่า เออเดี๋ยวหนูจะตามคนที่เขาแนะนำเรื่องไวน์ได้มาให้
จะไปบอกลูกค้าทำไม ว่าชั้นไม่กินไวน์นะยะ ลูกค้าไม่ได้อยากรู้เรื่องของอิ่มสักหน่อย :37:
จริงๆ พนักงานเสิร์ฟ อย่างน้อยก็ควรรู้ว่าเมนูในร้านมันมีอะไร มันคืออะไรบ้าง คร่าวๆ
เอาเมนูมานั่งอ่านนั่งดูบ้างก็ยังดี อันไหนไม่รู้ อากู๋ก็มีหาเข้าไป
Quote from: ณต on 12 May 2012, 19:13 น.
เดี๋ยวนะลุง ไวน์ขวดแรกที่ลุงกินนี่มันเป็นไวน์ขาวหรือไวน์แดงอ่ะ :09:
แดงสิ ...สงสัยข้อมูลขวดแรก ตูเอาขาวมาสินะ ปีเดียวกันมีมีทั้งขาว ทั้งแดง :47:
โอ้ย อ่านนานๆแล้วเปรี้ยวปาก
ไม่เคยชอบไวน์นะ อาจจะเพราะตอนกินครั้งแรกยังวัยรุ่นมากมั้ง
จนตอนนี้ก็ร่วมสิบปีแล้วมั้งที่ไม่ได้กินไวน์
แต่ลุงร่มเขียนแล้ว อยากลองกลับไปชิมดูอีกสักที :22:
Quote from: RomSaiKyu on 12 May 2012, 20:29 น.
แดงสิ ...สงสัยข้อมูลขวดแรก ตูเอาขาวมาสินะ ปีเดียวกันมีมีทั้งขาว ทั้งแดง :47:
ตูก็ว่าอยู่ :30: ตอนคุยกันในเฟซ บุคคลิกมันเป็นไวน์แดงนี่หว่า
พอมาอ่าน อ้าวทำไมเป็นไวน์ขาว :59:
ที่ลุงร่มเขียนอธิบายถึงความประทับใจในไวน์ ตูชอบมากเลยนะ
เพราะนี่คือ wine expression หรือ Tasting Note ชั้นดี
ถ้าลุงร่มศึกษาเรื่องไวน์มากกว่านี้ ได้ชิมไวน์มากขึ้นกว่านี้
แล้วยังเขียน wine expression สไตล์นี้ได้อยู่
รับรองเลย ลุงจะเป็นนักวิจารณ์ไวน์ที่ดังไปทั่วโลกแน่ๆ :12:
(อย่าไปอ่าน Tasting Note ของใครหรือเซียนไวน์คนไหนเลยนะลุง
ชิมแล้ววัดจากความรู้สึกตัวเอง แล้วเขียนแบบนี้แหละ เจ๋งที่สุดแล้ว)
ทีนี้ย้อนกลับมาที่สไตล์ของไวน์อิตาเลียน
อย่างที่บอกคือ ไวน์อิตาเลียนแต่ละตัวจะมีบุคคลิกแตกต่างกันไป
มีความเป็นปัจเจก เป็นตัวของตัวเองสูงมาก
ซึ่งจะสร้างความลำบากใจให้กับนักชิมไวน์มือใหม่เวลาเลือกไวน์อิตาเลียนพอสมควร
เนื่องจากจับจุดไม่ได้ ขนาดเป็นพื้นที่เดียวกัน ก็ให้รสชาติไม่เหมือนกัน
พี่เขยตู(เป็นคนอิตาเลียน)บอกว่า ไวน์ของอิตาเลียน
ที่มีอยู่ทุกจังหวัด ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน
มีสไตล์แตกต่างกันทั้งนั้น เพราะไม่มีใครอยากเลียนแบบใคร
บางทีอยู่หมู่บ้านเดียวกันยังไม่เหมือนกันเลย
ส่วนนึงเป็นเพราะ ชนิดขององุ่นที่เอามาทำไวน์ค่อนข้างหลากหลาย
ส่วนใหญ่เป็นองุ่นที่ปลูกกันแค่ในท้องถิ่นนั้นๆ ก็มีเยอะ
ทีนี้นักชิมไวน์มือใหม่อย่างเราๆ จะทำยังไง
เวลาที่จะเลือกไวน์อิตาเลียนมาชิม
อย่างที่ตูบอกไปก็คือ เราสามารถเลือกไวน์จากลำดับชั้นของไวน์อิตาเลียนได้
IGT, DOC, DOCG เพราะอย่างน้อยก็การันตีว่า เป็นไวน์ที่มีคุณภาพดีระดับนึง
และลำดับชั้นของไวน์อิตาเลียนนั้น ก็เป็นคนละเรื่องกับราคา
ไม่เหมือนไวน์ฝรั่งเศส ที่ถ้าลำดับชั้นสูง ราคาก็แพงลิบลิ่วตาม
อย่างไวน์ชั้น DOCG ที่ตูโพสไว้ก่อนหน้านี้
ราคาถ้าคิดเป็นเงินไทย ก็ไม่เกินสองร้อยห้าสิบบาท :12:
ในขณะที่ไวน์ลำดับชั้น DOC หรือ IGT ที่ตูมีเก็บไว้
บางขวดราคาเป็นหมื่นบาทไทยก็มี
ยกตัวอย่างเช่น ไวน์ Sassicaia (ซาสซิกายา)
ที่เมืองไทยเป็นที่นิยมมากและราคาก็แพงด้วย
(เข้าใจว่าเป็นเพราะสไตล์ที่คล้ายๆ กับไวน์บอร์กโดซ์
ที่เซียนไวน์เมืองไทยชอบกัน)
ก็เป็นไวน์ที่อยู่ในชั้น IGT
นี่คือเรื่องที่ดีของไวน์อิตาเลียน
ที่ไม่ได้ทำการตลาดปั่นราคาจากลำดับชั้น
แต่ทำการตลาดด้วยสไตล์ของไวน์ที่เป็นเอกลักษณ์แทน
เอาล่ะ ทีนี้นอกจากลำดับชั้นของไวน์อิตาเลียนแล้ว
เราจะเลือกจากอะไรได้อีกบ้าง
ใครก็ไม่รู้ บอกว่า เสาหลักของไวน์อิตาเลียน
มีอยู่สี่กลุ่ม นั่นคือ Barolo, Super Tuscan, Amarone และ Brunello di Montalcino
(มีไวน์เป็นร้อยภายใต้กลุ่มเหล่านี้ )
ทีนี้เราก็ควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องรสชาติและสไตล์มากกว่าเรื่องชื่อชั้นลำดับ
บุคคลิกของไวน์อิตาเลียน ที่ตูจับจุดได้อย่างนึง
นั่นคือ สไตล์ที่เป็นผู้ชาย และสไตล์ที่เป็นผู้หญิง
ถ้าลุงร่มจำบทสนทนากับตูได้ เรื่องไวน์อิตาเลียนที่ลุงเอามาโพส
จะเห็นว่า คำถามที่ตูถามคือ ถ้าให้เปรียบเทียบไวน์ตัวนี้
เขาจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนั่นเอง
พอจับหลักตรงนี้ได้ ก็จะทำให้เราเข้าใจไวน์อิตาเลียนมากขึ้นด้วยนะจ๊ะห์
จะไปอ่านคอมเมนท์ใครที่หน้าย แค่จะได้กินอีกเมื่อไหร่ยังไม่รู้เล้ย :30:
ซื้อไวน์แบบขวดละ 400 ตามห้างมาลองกินดู :30:
มันชื่อ santa cecilia ....ปี 2011 :30: :30:
ที่ซื้อมาเพระมันเป็น คาบิเน่ ซัลวิยง :30: อ้อ ของชิลีด้วย :30: :30:
ถ้าคราวที่แล้วผมพาทุกท่านไปยังเมรัยไวน์สถาน ถึงแม้จะครึกโครมไปนิด ก็ยังพอเจอสาวๆ ที่ประทับใจบ้าง
ถ้าเทียบกับ 2 นาง (ขวด) คราวที่แล้ว ว่าเป็นหญิงสาว วันนี้ผมจะพาท่านไปสนทนากับสก๊อยซ์ :30: :30: :30:
ไม่ทราบว่า 2 นางที่เจอคราวที่แล้วมีค่าตัวเท่าไหร่ แต่น่าจะหลักพัน ตามมาตรฐานเจ้านาย
และคุณประณตบอกว่าไวน์แพง ไม่แพง จะอร่อย ไม่อร่อยก็แล้วแต่คน
ข้าพเจ้าจึงลองไปซื้อของตลาดมา น่าจะเป็นพวก table wine รึเปล่าไม่ทราบ เพราะรสชาติไม่น่าจะเป็นของละเลียดเอาสุนทรีย์ได้เลย :30:
แจ่ก็เพลินได้ในอารมณ์อยากเสพย์นั่นแหละนะ ข้าพเจ้าไม่ใช่ผู้มีรสนิยมสูงผู้นับถือไวน์เป็นศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ :30:
เปิดขวดมาปั๊บ...(เท้าความ ซื้อไวน์มา หาที่เปิดไม่เจอ เปิดกูเกิ้ลหาวิธีเปิดโดยไม่ใช่ค็อก สครูวได้ละ พอมาดูที่ขวด..ห่าเป็นฝาเกลียว :30: :30:)
กลิ่นพอใช้ สมที่ฉลากมันบอกว่าของมัน high aroma คือกลิ่นไม่น่าเกลียดน่า ดมแล้วก็อืมห์ ไวน์ละนะ ไม่ใช่น้ำองุ่นบูด
แต่พอจิบปั๊บ..(อ้อ ไม่มีแก้วไวน์ด้วย มีแต่แก้วบางๆ) อืมมมมม คือที่บอกเป็นสาวสก็อยส์เนี่ย
คือมองเห็นก็รู้ว่าเป็นเด็กสาวที่ยังไม่เป็นสาวเต็มตัวแหละนะ แต่ไอ้กิริยามารยาทนี่ไม่ไหวแฮะ พูดจาไม่ค่อยน่าฟังนัก
เหมือนอารมณ์ตุ่ยๆ มาจากไหน เลยไล่ไปอาบน้ำสักพัก (เอาไปแช่เย็น) :30: :30:
เผื่อว่าอารมณ์จะดีขึ้นมั่ง จะได้คุยกันรู้เรื่อง..จริงๆ เธอก็ยังมีความเป็นเด็กน่ารักๆ อยู่บ้างนะ แต่เผอิญแก่แดดไปหน่อย
แถมยังไม่กำซ่านรัญจวนกระพุ้งแก้มชวนประทับใจเท่าไหร่ ต้องรอพี่เมาๆ นิดนึงนะครับ ถึงจะเห็นเราน่ารัก :30: :30:
โอเค พอไปได้จ้ะ ค่อยเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย ทำใจตามราคา หาความสุขตามอัธยาศัย ยะฮู้
ป.ล.แกล้มยำไส้กรอกรสไม่จัด
ดื่มไวน์นี่มันรู้สึกกันขนาดนี้เลยเหรอ ต้องหัดมั่งซะแล้วอะ :56:
อ่านแล้วเปรี้ยวปาก :54:
ไวน์อุ่นกินแล้วเมาเละ ไวน์เย็นกินแล้วเมาแบบสุขุมนุ่มลึก :52:
เอาล่ะ ลุงร่มกินไวน์ Cabernet Sauvignon ของชิลีไปอีกขวดแล้ว
คำถามให้ลองสังเกตดูนะลุง นั่นคือ ไวน์ชิลีสองขวดที่ลุงกินไป
มันย่อมมีความเหมือนกันอยู่ในบางประการ
ลุงนึกออกไหมว่ามันมีอะไรบ้าง :25:
อุณหภูมิในการเสิร์ฟไวน์เป็นเรื่องจำเป็นพอสมควรนะครับ
ตามที่ปรมาจารย์อย่าง Steven Spurrier ได้เคยกล่าวไว้ว่า
Don't serve white wine too cold and red wine too warm.
นั่นคือ อย่าเสิร์ฟไวน์ขาวเย็นจัด และอย่าเสิร์ฟไวน์แดงอุ่นเกินไป
อุณหภูมิที่เหมาสมในการเสิร์ฟไวน์ ตูเคยบอกไว้แล้วในโพสต้นๆ
นั่นคือ ไวน์ขาวอยู่ที่ 8-11 องศาเซลเซียส
ส่วนไวน์แดงก็จะอยู่ที่ 14-18 องศาเซลเซียส
คนที่บอกว่าเสิร์ฟในอุณหภูมิห้องนั่นมันต้องเป็นแถวยุโรปนะครับ
ไม่ใช่อุณหภูมิห้องแอร์ในกรุงเทพ :30:
ดังนั้นเวลาเสิร์ฟไวน์ในกรุงเทพ เราก็ควรใช้
ไอซ์บักเก็ตหรือถังใส่น้ำแข็ง (หรือไอ้อะจะประแฮฟที่ลุงร่มว่า)
ปัญหาที่ตูเจอก็คือ หลายร้านเด็กเสิร์ฟไม่รู้
ก็เติมน้ำแข็งเต็มถังแล้วแช่ไวน์แดงลงไป :05:
เวลากินความเย็นจัดก็จะทำให้รสไวน์แดงฝาดเฝื่อนขมไปทั้งปาก
ถ้าไม่เชื่อลองเอาชาแก่ๆ ไปแช่เย็นจัดๆ แล้วลองชิมดู
ตูเลยตัดปัญหา ไม่เอาถังแช่ไวน์ :30:
แต่จะถามว่าไวน์แช่มาหรือยังแทน (ร้านดีๆ จะมีตู้เก็บไวน์อยู่แล้ว
หรือบางร้านจะเปิดแอร์ไว้ 24 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่ 18 องศา)
เรื่องถังน้ำแข็งนี่ บางร้านจะใช้ถังแสตนเลสหรือเซรามิค
ที่ขนาดพอดีขวดแช่ในตู้เก็บไวน์เอาไว้
พอจะเสิร์ฟก็ค่อยเอาขวดไวน์มาใส่
ซึ่งก็จะไปได้ดีกับไวน์แดง ในอุณหภูมิสำหรับเมืองไทย
แต่ถ้าไวน์ขาวก็คงต้องใช้ถังแช่น้ำแข็งอยู่ดี
(แต่เห็นว่าถังเซรามิคบางรุ่น รักษาอุณหภูมิได้ดีมาก
ก็แช่แยกอุณหภูมิสำหรับไวน์แดง และไวน์ขาวได้เลยโดยไม่ต้องเติมน้ำแข็ง)
ทีนี้จะเติมน้ำแข็งในถังแค่ไหน ถึงจะได้อุณหภูมิที่พอเหมาะนั้น
นี่เป็นเรื่องประสบการณ์ล้วนๆ เลย เพราะขึ้นอยู่กับขนาดถังด้วย ขนาดก้อนน้ำแข็งด้วย
คร่าวๆ จากประสบการณ์ของตู สำหรับอุณหภูมิที่เมืองไทยก็มีดังนี้
ถ้าเป็นไวน์แดง ใส่น้ำแข็งยูนิตในถังแช่ไวน์มาตรฐาน 1 ส่วน แล้วเติมน้ำ 4 ส่วน
แล้วแช่ไวน์แดงไว้อย่างน้อยสักสิบห้านาที ค่อยเอามาเสิร์ฟ
เพราะไวน์แดงถ้าเสิร์ฟอุ่นเกินไป จะทำให้ไวน์กลิ่นรสเหมือนกาวลาเท็กซ์หรือน้ำส้มสายชูหมัก :37:
ทริกอย่างนึงก็คือ ถ้าเราเอาอุ้งมือจับขวดไวน์ แล้วเรารู้สึกว่าขวดไวน์อุ่นกว่าอุ้งมือเรา
นั่นแปลว่าอุณหภูมิไวน์แดงขวดนี้อุ่นเกินไป อย่างน้อยต้องจับแล้วรู้สึกเย็น
ถ้าเป็นไวน์ขาวปกติเราก็จะไม่แช่เย็นจนเกินไป อย่างเอาไปยัดในช่องฟรีซ
เพราะนั่นจะทำกลิ่นจะหายไป และความเย็นจะทำให้ไวน์จะออกรสเปรี้ยวเกิน
แต่ถ้าเสิร์ฟไวน์ขาวอุ่นเกินไป เราก็จะสูญเสียความสดชื่นที่ควรมีในไวน์ขาว
สำหรับไวน์ขาวก็ใช้น้ำแข็งครึ่งนึง แล้วก็น้ำอีกครึ่งนึง แช่ไว้สักพักเหมือนกัน
ถ้าเป็นแชมเปญก็ใช้น้ำแข็ง สามในสี่
ย้ำอีกครั้งว่านี่คือ คร่าวๆ สำหรับอุณหภูมิในเมืองไทยเท่านั้น
ถ้าอยากรู้ว่าสูตรที่ตูบอกมันโอเคไหม ก็ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดในถังน้ำแข็งดู :37:
เหมือนตอนเวลาเราล้างฟิลม์ ที่ต้องคอยหยิบน้ำแข็งใส่
หรือเอาออก เพื่อควบคุมอุณหภูมิ แล้วเราก็จะกะอุณหภูมิในถังได้คร่าวๆ ด้วยตัวเอง
สนุกดี :25:
แต่รู้สึกว่ายากไป :30:
ไม่ชอบไวท์แดง เหม็น :05:
ไวท์เก่า เปิดทีไร จุกก๊อกไม้หักครึ่งทุกที
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไปบ้านเพื่อนซึ่งรวย (เป็นบ้านพร้อมสตูถ่ายรูปมูลค่า 30 ล้านบาท)
เครื่องดื่มปาร์ตี้มีทั้งเบียร์ (อาซาฮี และ โคโลน่า พร้อมเลม่อน) เตกิล่า แบล๊ดเลเบิ้ล สาโท smirnoff ทั้งชนิดเพียวและ ผสมสำเร็จ
ซึ่งตูเลือก BIN2 ไวน์สามัญประจำบ้านในระดับชนชั้นกลาง (แต่เฮียวิโรจน์เรียกว่าเศษน้ำไวน์ผสม :30:)
สาวสมัยคนนี้ก็ดีครับ ผมอาจไม่ได้กลิ่นสาบสาวอันเป็นเอกลักษณ์เหมือนที่ผมเคยประทับใจ
อาจเป็นเพราะวันนั้นสูบบุหรี่ด้วย อ้อ วันนั้นมีถังแช่ไวน์ด้วยล่ะ แน่นอนมันเป็นพรอพสำหรับถ่ายรูป เจ้าบ้านไม่ดื่มไวน์
แต่บทสนทนาของผมกับเธอก็ไหลลื่น เธอไม่ใช่สาวหวาน หรือสาวเปรี้ยว หรือสาวดุ
ก็สาวสังคมที่มีบุคลิกกลางๆ หลายๆ คนอาจชอบ ผมก็ไม่ได้ไม่ชอบนะ แต่เผอิญว่าผมชอบสาวที่มีบุคลิกจัดจ้านกว่านั้น
เมื่อเจ้าบ้าน(ผัวเพื่อน)เห็นว่าผมชอบดื่มไวน์ ก็บอกว่ามีอยู่ขวดนึง ลูกค้าเอามาฝากบอกว่าเป็นของดี
แต่ไม่ดื่มไวน์อยู่แล้ว ก็เลยเก็บไว้งั้น จะไปเอามาให้
แล้วเธอก็โผล่เข้ามาครับ
...
...
..
(http://img3.f0nt.com/23/2f73176951cc258d715c33dcfad16287.jpg)
ข้าแต่เทพไดโอนิซุส (เทพแห่งเหล้าองุ่น) ท่านประทาน Cabernet Sauvignon ของชิลี มาอีกขวดหนึ่งแล้ว :30:
เหมือนถูกชะตากับสาวตระกูลนี้จริงๆ และนี่ ปี 2002 ถึงจะไม่รู้ว่าปีไหน ปีดีหรือไม่ แต่ก็เป็นครั้งแรกที่เจอรุ่นใหญ่ขนาดนี้
หลังจากแช่ถังน้ำแข็ง และเปิดให้หายใจแล้ว กลิ่นหอมฝาดก็ลอยมายั่วกระพุ้งแก้ม
คุณประณตเคยตั้งคำถามไว้ว่าเห็นลักษณะของไวน์ตระกูลนี้รึยัง
ผู้หญิงแถวนี้โผงผางครับ เพื่อนผมคนนึงที่ศึกษามาล้ำลึก บอกว่า เธอเหล่านี้เป็นตัวปิดเกมส์ :30:
ด้วยความคาดหวัง หลังจากผ่านบินทูสาวกลางๆ มา เมื่อเจอกับสาวชิลีที่คุ้นเคย
ผมจึงค่อยๆ รับสัมผัสให้เต็มที่ แทบต้องบ้วนน้ำลายทิ้งก่อน เพราะอย่างที่บอก กลิ่มมันยั่วกระพุ้งแก้มเหลือเกิน
ผ่านลิ้นมา ไม่หวาน ไม่เปรี้ยว เพราะนี่ไม่ใช่สาวน้อยมากจริต แต่เสน่ห์สาวเต็มตัวกลมกล่อมมาแบบรุ่นใหญ่กว่า
และ ไม่ทันถึงกระพุ้งแก้ม ความฝาดซ่าน ก็คุกคามมาแต่ไกล จนได้กลั้วรับสัมผัสแอลกอฮอล์เต็มๆ นั่นแหละ ไม่ผิดหวัง
ไม่รีบแต่แรง ไม่ประนีประนอมแต่ไม่กระโชกโฮกฮาก เธอเอาชนะผู้ชายด้วยบุคลิกที่คุณไม่สามารถต่อต้านได้
ถ้าเธอจะเข้ามานั่งประชิด วางมือหมับไว้ที่ต้นขา อีกมือโอบไหล่ของคุณ แล้วถามคุณว่า "เป็นยังไงบ้างพ่อหนุ่ม"
สิ่งที่คุณทำได้ก็แค่สบตาเธอ ยิ้ม และขอบคุณไดโอนิซุสในใจ แล้วปล่อยตัวปล่อยใจไปตามเกมของเธอ
คุณอาจจะลูบไปตามชุดผ้าฝ้ายบางของเธอ แน่น ใหญ่ คล้ำไปสักนิดถ้าคุณชอบนางแบบสาวบนเวทีมิลานหรือปารีส
แต่เผอิญว่าผมเกิดเมืองร้อน ริมทะเลซะด้วย วันนี้จึงเป็นวันที่มีความสุขอีกวันหนึ่ง
ให้ตายสิ ผมจินตนาการผู้หญิงชิลีจริงๆ ไม่ออกซะแล้ว ตั้งแต่ดื่มไวน์มา :30:
ป.ล. ไม่เคยไปคุ้ยข้อมูลอะไรเลย เกี่ยวกับไวน์ วัดเอาด้วยอารมณ์ล้วนๆ :30: :30:
อย่างกะจะเขียนหนังสือเลยแฮะ :25:
นั่นน่ะสิ :30:
ตั้งแต่กลับมาเป็นนักอ่านอีกครั้ง ความฝันจะเป็นนักเขียนก็ถูกปลุกขึ้นมาพร้อมๆ กันล่ะมั้ง
ยิ่งอ่านมูราคามิด้วยนะ มันเหมือนเรื่องราวทั้งหลายเกิดขึ้นอยู่ใกล้ๆ นี่เอง
เขียนเทสติ้งโน้ตได้ขนาดนี้ เดี๋ยวตูกลับไปเมืองไทย
ต้องมาสนทนาธรรมกันหน่อยแล้วลุง :30: :30:
ตอนนี้คิดว่าลุงคงจับลักษณะเด่นของ คาเบอร์เนต์ โซวิญงจากชิลีได้พอประมาณแล้ว
คำถามให้ลุงไปขบคิดเล่นต่อ นั่นคือ ถ้าลุงเปรียบว่าไวน์เป็นผู้หญิง
แล้วที่ๆ เธออยู่นั้น อากาศแถวบ้านเธอร้อนหรือว่าหนาว :27:
จริงๆ ตอนอ่านเทสติ้งโน้ตของลุง
มันมีเรื่องที่ตูอยากจะเสริมเหมือนกัน
แต่มันควรจะต้องจิบไปพร้อมๆ กันด้วย :30:
อีกเรื่องก็คือมันมีเรื่องสำคัญสำหรับมือใหม่หัดชิมไวน์ควรจะรู้
นั่นคือ ไวน์เสียหรือไม่เสียจะรู้ยังไง
ที่เมืองไทยปัญหาส่วนใหญ่ที่ตูเจอเวลากินไวน์นั่นคือ
มันออกซิไดด์จากความร้อน อย่างเทสติ้งโน้ตของลุง
ตอนที่บอกว่ายังได้กลิ่นแดดจากตัวของเธออยู่เลย
หรือแอลกอฮอลล์จัด ไม่เปรี้ยวไม่หวาน
นั่นตูแอบสงสัยนะ นั่นเป็นเพราะว่าไวน์มันออกซิไดด์
หรือไวน์เริ่มหมดอายุแล้วหรือเปล่า(เก็บไว้นานเกิน) :30:
แต่ไวน์บางตัวเราก็สามารถได้กลิ่นแดดจริงๆ
(ซึ่งมันเป็นกลิ่นพื้นดินแห้งๆ เวลาโดนแดด
หรือบางทีเป็นกลิ่นหินแกรนิตที่โดนแดดเผา)
นี่จึงเป็นเหตุว่า ทำไมเวลาชิมไวน์แล้วเขาถึงบอกสภาพภูมิอากาศของไร่องุ่นที่เอามาทำไวน์ได้
แต่เวลาตูกินไวน์ที่คนอื่นหรือผู้ใหญ่เขาให้มา ถ้าไวน์มันแค่ออกซิไดด์
ตูก็ไม่กล้าบอกนะว่าไวน์มันเริ่มไม่ดีแล้ว เดี๋ยวผู้ใหญ่หรือเจ้าภาพ
ที่เขาเอาไวน์มาจะเสียหน้าถ้าเขานั่งอยู่ด้วย :30:
เว้นแต่ถ้าไวน์มันเน่าเลย อันนี้ตูอาจจะกระซิบบอก แต่ก็ต้องดูสถานการณ์ด้วย
เป็นขนบไทยชัดๆ เลย แต่รู้สึกฝรั่งก็เป็นเหมือนกันแฮะ :59:
เรื่องไม่เปรี้ยว ไม่หวาน นี่คือไม่ได้โดดเด่นนำอะไรประมาณนั้นน่ะ
เออ หรือว่ามันหมดอายุจริงวะ :47:
เริ่มโดนดึงเข้าศาสตร์มืดแล้ว เพื่อนแนะนำมา เห็นว่าชอบชิลี :30: :30:
(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/401748_10150872164183528_634498527_9925666_1746894810_n.jpg)
ยี่ห้อไวน์ชิเลียนที่ตูกินประจำๆ เรียกว่าเป็นไวน์ประจำโต๊ะอาหารที่บ้าน
ก็จะเป็นยี่ห้อ Casillero del diablo หรือแปลชื่อเป็นไทยได้ว่า ปราสาทอสูร (http://img3.f0nt.com/25/edfed4470f1ff70c1d1afc3fcdc95add.gif)
(http://www.casillerodeldiablo.com/minisitios/noticias/wp-content/uploads/2012/05/Concours-Mondial.jpg)
http://www.casillerodeldiablo.com/ (http://www.casillerodeldiablo.com/)
ไวน์ดีราคาไม่แพง เป็นของดีราคาถูก(แถวนี้) ไม่รู้เมืองไทยจะขายเท่าไหร่
แต่แถวนี้ขวดละ หก ถึง แปดปอนด์ (300-400 บาท)
มีให้เลือกหลายพันธุ์องุ่นทั้งไวน์แดงไวน์ขาว ตามแต่เราชอบ
ไวน์แดง มีตั้งแต่
คาเบอร์เนต์ โซวิญง (Cabernet Sauvignon)
ชีราส (Shiraz)
พิโนต์ นัวร์ (Pinot Noir)
แมร์โล (Merlot)
คาเมเนียร์ (Carmenere)
ไวน์ขาวก็มี (แต่ส่วนตัวไม่แนะนำ)
เรียกว่าค่ายนี้ปลูกสายพันธ์ุองุ่น Noble Grape ทุกพันธุ์เลยก็ว่าได้
(์องุ่น Noble Grape คืออะไร คลิกที่นี่ (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,18499.msg1533919.html#msg1533919)
(http://img3.f0nt.com/25/a7def1345ac75afe364cea8efa97ca88.png)
คำถามแรกร้านขายไวน์ที่กรุงเทพ แต่มาถามคนอยู่ลอนดอนเนี่ยนะ :30:
ส่วนตัวตูชอบ Wine Loft ทองหล่อนะ ร้านไม่ใหญ่มาก เปิดแอร์ทั้งวันทั้งคืน(สลับตัว)
เพื่อรักษาอุณหภูมิของไวน์ในร้านไม่ให้เสีย มั่นใจได้ระดับนึงว่าไวน์ไม่ออกซิไดด์
เด็กเสิร์ฟมีความรู้ดีมากแต่ไม่อวดดี แนะนำและบริการลูกค้าได้ดี สงสัยอะไรถามได้
ไวน์ในร้าน มีหลากหลายราคา หลายพื้นที่ในโลก
เจ้าของร้านเลือกนำเข้าไวน์ได้เก่ง ไวน์ในร้านส่วนใหญ่จะเป็นไวน์ดีๆ ทั้งนั้น
มีตู้ไวน์ให้ชิม (สามารถลองไวน์เป็นแก้วได้ราคาก็จะถูกกว่าซื้อเป็นขวด)
ซึ่งไวน์ในตู้ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
น่าจะมีแต่คนอยู่ลอนดอนเนี่ยแหละที่จะตอบได้ :30:
คำถามต่อมา
ไวน์แดงออกหวานๆ สำหรับคนชอบไวน์ขาวอย่าง โซวิญง บลองก์
จริงๆ แล้ว คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่ตอบยาก :59:
เพราะไวน์ขาวอย่าง โซวิญง บลองก์ ที่ทำๆ กันออกมา
มักจะเป็นไวน์ที่มีรสหวานน้อย และจะมีรสเปรี้ยวนำ(Acidity สูง)
เรียกว่าแทบจะไม่มีรสหวานเลยก็ว่าได้
นี่หลอกถามลองภูมิตูใช่ไหม :3005:
ตรงนี้ขอเสริมความรู้เรื่องการชิมไวน์กันก่อน
องค์ประกอบพื้นฐานที่ถือเป็นโครงสร้างหลักในไวน์
มันมีอยู่ สามประการใหญ่ๆ นั่นคือ
1 แอลกอฮอล์ 2 แทนนิน 3 Acidity
แอลกอฮอล์ เกิดจากกระบวนการหมักที่ยีสต์เปลี่ยนน้ำตาลน้ำองุ่นให้เป็นแอลกอฮอล์
รสหวานที่เกิดขึ้นในไวน์ ก็มาจากที่ยีสต์ตายหมดก่อนที่จะเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์จนหมด
ดังนั้นก็จะเหลือน้ำตาลคงค้าง(Residual Sugar) ซึ่งความหวานของไวน์
จะมากหรือจะน้อย หลักๆ ก็มาจากน้ำตาลคงค้างนี่แหละ
ตรงนี้เคยตอบคำถามอิ่มเรื่อง ไวน์ Dry ซึ่งบ่งบอกถึงระดับความหวานเอาไว้ตรงนี้ (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,18499.msg1635081.html#msg1635081)
แทนนิน เป็นรสฝาดที่เกิดจากเปลือกองุ่นหรือก้านองุ่น
เคยอธิบายเรื่องแทนนินไว้ตรงนี้ (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,18499.msg1529966.html#msg1529966)
หน้าที่ของแทนนินที่มีอยู่ในไวน์ นั่นก็คือช่วยทำให้ไวน์มีอายุยืนนาน สามารถเก็บได้นานขึ้น
Acidity ไม่รู้จะแปลเป็นภาษาไทยยังไงดี เอาเป็นว่าคือรสเปรี้ยว
แต่รสเปรี้ยวในที่นี้มันก็เจือความหวานอยู่ด้วย
และ Acidity ก็จะสร้างความสดชื่นให้กับเรา
เหมือนเวลาเรากินน้ำผลไม้คั้นสดๆ
ทั้งสามอย่างนี้คือ โครงสร้างหลักของไวน์
ไวน์ที่ดี คือไวน์ที่มีสมดุลของทั้งสามสิ่งนี้
ถ้าเป็นไวน์โลกเก่าที่นิยมเก็บนานๆ
เขาจะรอเวลาที่จะให้สามสิ่งนี้มันค่อยๆ เข้าสู่จุดสมดุลนั่นเอง
คร่าวๆ ก็ดูตามรูปข้างล่างก็ได้(เป็นของไวน์แดงโลกเก่าที่ต้องเก็บไว้นานๆ)
(http://img3.f0nt.com/25/1e56745390bca895c7aa6ba0b45ba235.jpg)
(แล้วถ้าใครเสือกไปรีบเปิดกินก่อน ก็จะเจอรสฝาดเฝื่อนจากแทนนิน
และรสเปรี้ยวจี๊ดจากแอซิดดิตี้ ที่ยังไม่เข้าสู่จุดสมดุล
นี่เป็นเหตุที่หลายคนเวลาชิมไวน์บอร์กโดซ์ชั้นดี ที่เป็น กรองครูคลาสเซ่ Grand Cru Classe
กินแล้วบอกว่า ไม่เห็นอร่อยเลย ฝาดๆ เฝื่อนๆ เปรี้ยวจนเข็ดฟัน :41:
แต่ลืมดูไปว่า ไวน์เพิ่งจะออกมาปีเดียว ปกติเขาต้องเก็บกันเป็นสิบปี กว่าจะกินได้ :37:)
ทีนี้ย้อนกลับไปที่ไวน์ขาวกัน กฎโครงสร้างหลักสามอย่างก็ใช้ได้กับไวน์ขาวเหมือนกัน
แต่อย่าลืมว่า ไวน์ขาวเป็นไวน์ที่มีแทนนินน้อย เพราะโดยทั่วไป
ขั้นตอนการผลิตเขาจะบีบเอาแต่น้ำ
ไม่เอาเปลือกหรือก้านองุ่นลงไปหมักด้วย
ดังนั้นเมื่อมีแทนนินน้อย คำถามเล่นๆ ตรงนี้คือ
ไวน์ขาวปกติจะเก็บได้นานหรือไม่นาน :27:
เมื่อแทนนินแทบไม่มี โครงสร้างหลักก็เหลือสองอย่าง
นั่นคือ แอลกอฮอล์ และ Acidity บวกตัวเสริมคือ
น้ำตาลคงเหลือที่จะเป็นตัวบ่งบอกความหวาน
ทีนี้ย้อนกลับไปที่โซวิญง บลองก์ มันมีคุณลักษณะยังไง
เมื่อเทียบกับไวน์ขาวที่ทำจากองุ่นพันธุ์อื่น
ลองดูจากรูปข้างล่าง
(http://img3.f0nt.com/25/850057e7840ec00d7972f1c83791e575.jpg)
เอาล่ะ ทีนี้เมื่อเรารู้แล้วว่าโซวิญง บลองก์ มีจุดเด่นที่กลิ่นหอมจรุงใจ
การจะหาไวน์แดงหวานๆ ตรงนี้ตูขอเปลี่ยนคำเป็นคำว่า Fruity แล้วกัน
สำหรับคนที่ชอบไวน์ขาว โซวิญง บลองก์นั้น
สิ่งที่เรามองหาคือ Aroma, Acidity และ Fruity (รึเปล่า :3005: )
คร่าวๆ มีตัวเลือกดังต่อไปนี้
1 Merlot เป็นไวน์แดงที่ Fruity กลิ่นผลไม้มาเต็ม กินง่าย
ข้อเสียคือกินแล้วปากดำ ผู้หญิงอาจจะไม่ชอบ
2 Pinot Noir ตูคงไม่แนะนำไวน์เบอร์กันดีของฝรั่งเศส
เพราะมันจะต้องใช้ไวน์ชั้นกรองครู อย่าง Nuits-Saint-Georges หรือ romanee ปีเก่าๆ ซึ่งราคาแพงหูดับ
ถึงจะได้ไวน์ที่ Fruity และมีกลิ่นหอมของดอกไม้ที่หอมฟุ้ง
หรือถ้าชอบกลิ่นกุหลาบ ก็ Barolo Ginestra หรือ Barbaresco ปีเก่าๆ ของอิตาลี
ไวน์ชิเลียนก็ทำ Pinot Noir ยังได้ไม่ดีเท่าไหร่
แนะนำ Pinot Noir ของ นิวซีแลนด์ จากเขต Marlborough :12:
3 Anjou Red จากแคว้น ลัวร์ ของฝรั่งเศส มีความหวาน Fruity กินง่าย
ลองไปเลือกดูแล้วกันครับ :59:
คำถามต่อมา เรื่อง ศึกษาไวน์ จริงๆ จังๆ แบบสมัครเล่น
เว็บหรือหนังสือ ภาษาไทย เท่าที่ตูเห็น
ส่วนใหญ่มุ่งเน้นให้จดจำชื่อชั้น คะแนนจากนักวิจารณ์ไวน์
หรือไม่ก็ไวน์ตัวไหนราคาแพง :39:
เห็นรุ่นน้องตูที่เมืองไทยมันบอกว่า
มีหนังสือการ์ตูนแปลจากเมืองนอกที่เกี่ยวกับความรู้เรื่องไวน์อยู่สองเล่ม
นั่นคือ โลกของไวน์ กับ ไวน์ของโลก ตูยังไม่เคยอ่านนะเลยไม่รู้ว่าดีหรือเปล่า
รู้แต่ว่ามีประวัติอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ
แต่เป็นการ์ตูนก็คงทำให้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้นแหละ
อีกอย่างนึง เรียนเรื่องไวน์เราเรียนจากการอ่านอย่างเดียวคงไม่ได้
มันต้องชิมและชิม เรียนรู้ด้วยผัสสะของเรา
หรือมีคำถามอะไรก็ลองมาแปะดู
อะไรที่ตูตอบได้ก็จะมาตอบนะ
ไม่ได้ลองภูมิ :3005:
ก็ข้อมูลมีเท่านี้ มันบอกว่าปกติชอบ โซวิญญง บลองซ์ พอชวนกินแดง มันก็บอกว่าเอาหวานๆ นะ :3005:
Quoteแนะนำ Pinot Noir ของ นิวซีแลนด์ จากเขต Marlborough :12:
ไอ้นี่ กูรูเมืองเหนือเพื่อนตูก็แนะนำมา น่าจะลงตัวที่สิ่งนี้
การมีเพื่อนดื่มไวน์ 2 คนที่มีความรู้เรื่องไวน์พอสมควร แต่พอเอาไวน์มาลองให้ดูส่วนมากก็ไม่รู้จัก
มันทำให้รู้ว่าโลกของไวน์นี่ช่างกว้างใหญ่ :30:
ส่วนเรื่องความรู้พื้นฐานลองไปอ่านใน web winescale ดูละบางส่วน ก็โอเคดี อ่านง่าย
แต่ก็เหมือนจะยังไม่สว่างคาใจตูเท่าไหร่นัก
ป๋าณตนี่แหละ อธิบายได้ใจตูสุดแล้ว :30: :30:
เดี๋ยวนี้มีชาร์ตด้วยเว้ยเฮ้ย :30:
ไว้ฟ้อนสุดรายเดือนจะบรรจุคอลัมน์ละเลียดไวน์ไว้ด้วยนะ เตรียมตัวนะ :47:
ส่วนปราสาทไดอะโบลจะลองไปหาดู มีหลากหลายสายพันธุ์ดี จะได้ซื้อมาลองชิมเทียบกัน
ถ้าราคาประมาณนี้ เหมาะแก่นักศึกษาดีแท้ (แต่ก็เชื่อว่าบวกภาษีไปอีกขวดละสองร้อยแหงมๆ)
แต่ร้านไวน์นี่น้อ มันต้องไปอยู่แถบคนรวยสินะ ห่าน :05:
ภาษีไวน์บ้านเราไม่ได้บวกไปแค่ร้อยสองร้อยนะลุง
มันคูณสามเป็นอย่างน้อย :41: (ถ้าจำไม่ผิด อัตราภาษี 300%) :05:
สรุปคือ ถ้าไวท์ขาว โซวิญง บลองค์ จะหอมกว่า ชาดอนเน่ (แต่ชาดอรเน่ดันขายดีกว่า)
ส่วนไวท์แดง พินอ นัวร์ ดีกว่า เมอลอต
อิ่มเข้าใจถูกป่ะคะ?
(จดใส่กระดาษ ไว้เตรียมตอบลูกค้า)
คืองี้ครับ เราไม่สามารถบอกได้หรอกว่า โซวิญง บลองค์ จะดีกว่าชาดองเนย์
หรือ พิโนต์ นัวร์ จะดีกว่าแมร์โลต์
เหมือนเรากำลังจะบอกว่า ฟุตบอล สนุกกว่าบาสเกตบอล หรือปิงปอง สนุกกว่าวอลเลย์บอล
ซึ่งจริงๆ แล้วมันคงเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้
เนื่องจากองุ่นพันธุ์ต่างๆ ก็มีคุณลักษณะเด่นที่ต่างกันไป
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับ รสนิยมของคนดื่มซึ่งเป็นรสนิยมส่วนตัวครับ
แต่การเลือกไวน์ในร้านอาหาร
ก็มีหลักอยู่ประการนึงก็คือ
มันต้องกินควบคู่ไปกับอาหารที่สั่งได้ดีด้วย
แต่ลูกค้าบางคนก็ไม่สนใจเรื่องนี้นะครับ
สั่งไวน์เพราะเคยชินกับรสชาติก็มีเยอะ
ขอบคุณค่ะ
แล้วแต่ละยี่ห้อมันรสเดียวกันไม๊คะ?
ทั้งที่มันก็ชนิดเดียวกันอ่ะค่ะ
ปล. เมื่อวานมีคนเอาไวท์มาเปิด กลิ่นหอมหวานมาก
เหมือนผลไม้สุกใหม่ๆ เหมือนลูกอมด้วย ไม่รู้ยี่ห้ออะไร เค้าเอาขวดกลับบ้านไปด้วย
เหมือนถามว่า คนไทย กับอินเดีย อะไรมันกว่ากันใช่ไหมครับ
Quote from: หมีเล็ก on 26 May 2012, 08:28 น.
ขอบคุณค่ะ
แล้วแต่ละยี่ห้อมันรสเดียวกันไม๊คะ?
ทั้งที่มันก็ชนิดเดียวกันอ่ะค่ะ
ไวน์แต่ละยี่ห้อ ต่อให้เป็นองุ่นพันธุ์เดียวกัน
ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเหมือนกันนะครับ
เพราะบางทีปลูกคนละพื้นที่ บางทีผู้ผลิตบ่มในถังโอ้ค
บางเจ้าก็บ่มในถังแสตนเลส ซึ่งเหล่านี้
สร้างความแตกต่างให้ไวน์แต่ละขวด
แต่อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่เหมือนกัน
ไวน์ก็เหมือนคนนะครับ นิสัยใจคอหน้าตาก็แตกต่างกันไป
บางทีเป็นพี่น้องกัน หน้าตาคล้ายๆ กัน
แต่นิสัยแตกต่างกันก็มี :56:
หลังจากรู้เรื่องโครงสร้างหลักในไวน์
ซึ่งประกอบไปด้วย Alcohol แทนนิน และ แอซิดดิตี้ไปแล้ว
มันก็มีเรื่องที่มือใหม่ควรต้องรู้อีกอย่างนึง
คือเวลาเราไปซื้อไวน์ตามร้านก็จะมีป้ายบอกโน่นนี่นั่นอยู่
และจะมีบริเวณใดบริเวณนึงของป้าย ที่เขียนว่า Full Body หรือ Medium Body
สงสัยกันไหมครับ ว่าไอ้ Body นี่มันคืออะไรกัน
แล้วมีไวน์ที่เป็น Nobody ไหม
แล้วไอ้ Body นี่สำคัญยังไง
นั่นคือ ไวน์ที่Full Body
มันก็จะนำมาซึ่งรสชาติในปาก
มากกว่าไวน์ที่เป็น Light Body
จริงๆ แล้ว Body นี่ถ้าจะเปรียบเทียบ
เราก็พอจะเรียกมันว่าน้ำหนักของไวน์เวลาอยู่ในปากก็พอได้
ทีนี้เราจะรู้ได้ยังไง ว่าไวน์ตัวนี้มันเป็น Full Body, Medium Body หรือ Light Body
อาจารย์ของตูยกตัวอย่าง ของนมชนิดต่างๆ นั่นคือ
ซิงเกิลครีม นมWhole Milk นมSemi Skim Milk(ถ้าเป็นเมืองไทยคงเทียบได้กับนม Low Fat)
นั่นคือให้เราลองกินนมชนิดต่างๆ แล้วจำความรู้สึกเวลาอยู่ในปากเอาไว้
อย่าง ซิงเกิลครีม ก็คือ Full Body, Whole Milk ก็จะเป็นมีเดียมบอดี้,
Semi Skim ก็จะเป็น Light Body ส่วนน้ำเปล่าก็จะเป็น โนบอดี้นะจ๊ะห์
หลายๆ คน เข้าใจผิดว่า Body คือเรื่องสี ถ้าเป็นสีเข้มดำทึบจะเป็น Full Body
หรือ เห็นสีแดงใสๆ จะเป็น มีเดียมบอดี้ ซึ่งไม่ถูกต้อง
อย่างไวน์ Pinot Noir บางทีก็เป็น Full Body ได้ ถึงจะเห็นว่าสีใสๆ อย่างนั้นก็เถอะ
เพราะอย่างที่บอกคือ เวลาเราพูดถึงบอดี้ เราพูดถึงน้ำหนักของไวน์ที่อยู่ในปาก
ไม่ใช่แค่มอง ก็บอกได้แล้วว่า ไวน์นี้บอดี้เป็นยังไง
เตรียมเขียน ก้าวแรกสู่สังเวียนไว้ด้วยนะครับ เรียบเรียงของเก่าก็ได้ :47:
อารมณ์แบบ for dummies อะไรแบบนั้น ช่วยทำให้เห็นภาพด้วย แบบเรื่อง body เนี่ย ชัดเจนดี
แต่ก็ขอให้ยกตัวอย่างดีๆ หรือ เหมาะกับมือใหม่ พี่พอจะหาแดกได้ในไทยด้วย
..แต่ป๋ามันอยู่ลอนดอนนี่เนอะ :47:
บอกอเริ่มแล้ว :30:
อ๊ะ เข้ามาลากป๋านตด้วยเรอะพี่ร่ม :58: :30:
วันนี้โดนสามรายครับ :47:
(http://img3.f0nt.com/28/2735aa165c97e894921506f1a84051cb.jpg)
กับ pinot noir ขวดแรก จากโลตัส :30:
ราคาประมาณ 679 กว่าบาท ไม่ต้องเลือกนาน เพราะมี pinot noir อยู่ขวดเดียว :58:
ดมน่ะกลิ่นผลไม้หอมหวาน เปรี้ยวลอยมาก่อนเลย แต่พอจิบแล้วไม่ประทับใจเลย :05:
เปรี้ยว กลบรสอื่นหมดเลย :05: ไม่ฟูลด้วย :05: ไม่กลมกลืนอะไรซักอย่าง ไร้อารมณ์สุนทรีจะบรรยาย :05:
จบข่าว เสียดายตังค์ :05: :05:
/// ไปหยิบแหนมกับกระเทียมมาแดกแกล้มแม่ม :05:
มันมีกฎง่ายๆ ในการซื้อไวน์ฝรั่งเศสอยู่นะลุง
นั่นคือถ้าเราจะหาไวน์ฝรั่งเศสที่มีคุณภาพเท่าไวน์โลกใหม่
อย่างชิลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา อาร์เจนตินา
ในแบบที่เรากินทั่วๆ ไป เราจะต้องจ่ายแพงกว่าสามถึงสี่เท่านะครับ :30:
แหม แล้วนี่เล่นซื้อไวน์ที่ทำจากองุ่นตัวยากๆ อย่างพิโนต์ นัวร์
แถมเป็นของฝรั่งเศส แล้วราคาถูกด้วยอีกต่างหาก
ตูถึงบอกว่าให้ซื้อ Pinot Noir จากแถบ Marlborough ของนิวซีแลนด์
เพราะตูชิมมาให้แล้ว :59:
จริงๆ มือใหม่หัดชิมไวน์นี่เขาจะไม่แนะนำให้กิน พิโนต์ นัวร์จากฝรั่งเศสกันนะครับ
แล้วยิ่งถ้าเป็นไวน์จากแคว้นเบอร์กันดี ของฝรั่งเศสที่ใช้องุ่นพิโนต์ นัวร์เป็นหลักแล้ว
นั่นยิ่งเลือกยากเข้าไปใหญ่ เนื่องจากการเลือกไวน์เบอร์กันดี ในเกรดทั่วๆ ไปนั้น
โอกาสที่จะไม่ประทับใจ มีมากกว่าเยอะ :37:
ไม่ได้หมายความว่าไวน์เบอร์กันดีไม่ดีนะ
แต่ตูว่ามันอาจจะไม่ถูกปากคนไทย
ที่เคยชินกับไวน์บอร์กโดซ์ หรือไวน์โลกใหม่
สาเหตุก็เพราะ ไวน์ที่ทำจากองุ่นพิโนต์นัวร์ จะมีแอซิดิตี้สูงมาก
ในขณะที่แทนนินต่ำ เพราะเป็นองุ่นเปลือกบาง
แอลกอฮอล์ก็ไม่สูง ยิ่งถ้ามาจากไวน์โลกเก่าเกรดธรรมดา แอลกอฮอล์ก็จะต่ำ
เนื่องจากภูมิประเทศอากาศเย็น องุ่นก็สุกน้อย น้ำตาลก็เลยน้อยตาม
พอน้ำตาลน้อย จิบแรกก็จะไม่ค่อยประทับใจเพราะไม่มีรสหวาน
(รสหวานจะเป็นรสที่เราสัมผัสได้ก่อนรสอื่นเวลาชิมไวน์
เนื่องจากตุ่มรับรสหวานอยู่ปลายลิ้น)
แล้วไวน์ขวดที่ลุงซื้อมาเนี่ย องุ่นแม่มเหลือจากที่คัดเอามาจากไร่ไหนบ้างก็ไม่รู้
ดังนั้นรสชาติก็จะขาดความเป็นเอกภาพ
พูดๆ ง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์นี้ปลูกก็ลำบาก เอาใจก็ไม่ค่อยถูกใจ พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง
เหมือนเด็กวัยรุ่นแตกเนื้อสาวที่มีปัญหา กินยาก เพราะเธออาจจะเพิ่งทะเลาะกับผัวเด็กแว้นมา
ทำให้เงินหล่นทับตีนเราขาดได้ไม่ยาก (เขียนแบบนี้ลุงคงเข้าใจ :30: )
แต่กลับกันถ้าเราได้กินในช่วงเวลาที่เหมาะสม ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ
มีกับแกล้มที่เข้ากัน รวมถึงเพื่อนสนทนาที่เข้าใจเรา
มันก็ทำให้เราขึ้นสวรรค์ได้เช่นกัน
ไหนๆ ลุงก็ซื้อไวน์ตัวนี้มาแล้ว ตูแนะนำให้กินแกล้มกับเป็ดนะ
เป็ดแบบหนังเยอะๆ มันเยอะๆ กินไวน์ตัวนี้แกล้มแก้เลี่ยนดีนักแล
หรือไม่กินกับหูหมูก็ได้ จิ้มพริกตำกับเกลือ แต่ไม่ต้องใส่น้ำส้มสายชู
เออ ก็ว่าน่าจะกินกับอะไรมันๆ ....แต่ก็มันมีแค่ขวดเดียวนี่หว่า ยังไม่ได้ไปไวน์ลอฟท์หรืออะไรที่มันมีให้เลือกเยอะๆ นี่ว้อย :3005:
Quote from: ณต on 29 May 2012, 01:40 น.
พูดๆ ง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์นี้ปลูกก็ลำบาก เอาใจก็ไม่ค่อยถูกใจ พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง
เหมือนเด็กวัยรุ่นแตกเนื้อสาวที่มีปัญหา กินยาก เพราะเธออาจจะเพิ่งทะเลาะกับผัวเด็กแว้นมา
ทำให้เงินหล่นทับตีนเราขาดได้ไม่ยาก (เขียนแบบนี้ลุงคงเข้าใจ :30: )
ได้อรรถรสจริงๆ :30: :30:
ป๋าพีร่ณตขอถามอีกเรื่องนะคะ
วันก่อนโดนลูกค้าถามอีกแล้วเรื่องไวท์
ทีร้านอิ่มมีไวท์ขายเป็นแก้วแค่ 2 ชนิด คือ dry white กับ dry red
นอกนั้นเป็นขวด
อีกไวท์แก้วเนี่ยชื่อเต็มๆมันคือ
Brown brothers house dry white/ red อะไรประมาณนี้แหล่ะ
ทีนี้ลูกค้าที่เคารพก็มาถามว่า..ช่วยอธิบายความแตกต่างระหว่าง dry white กับ ชาดอนเน่ หน่อย
ไอ่ dry นี่ ไม่ใช่ ชานดอนเน่หรอ
รสมันเป็นยังไง อันไหนหวานกว่า (มาอีกละ ไวท์หวาน)
อิ่มก็ไม่รู้ บอสก็ไม่รุ้ เพราะไม่กินทั้งคู่
สรุปเลยต้องให้ชิม
แล้วอิ dry กับ ชาดอนเน่ นี่มันต่างกันยังไงคะ?
อ่อ dry มาเป็นกล่องอ่ะ ไม่ใช่ขวด :37:
อธิบายเรื่อง Dry ไปแล้วนะ ที่ตอบคำถามที่อิ่มถามไปหนก่อนไง ที่นี่ (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,18499.msg1635081.html#msg1635081) :59:
ชาดอนเนย์คือพันธุ์องุ่น
จะ Dry หรือไม่ Dry ก็แล้วแต่ผู้ผลิตนะครับ (ส่วนมากจะ Dry)
ทีนี้ ไอ้ Brown Brothers เนี่ยมันคือผู้ผลิต
house wine ของเขาใช้องุ่นพันธุ์อะไรล่ะครับ :09:
ถ้าไม่ได้ระบุไว้ข้างกล่อง (ไวน์กล่องราคาถูก บางทีก็ไม่ได้ระบุพันธุ์องุ่น)
ก็แปลว่าเป็น เอาองุ่นที่เหลือๆ ที่เป็นกากเดนแล้ว
มาจากพันธุ์อะไรก็ได้ จากไร่ไหนก็ได้ เอามาทำไวน์
บางทีก็เติมแอลกอฮอล์เข้าไปด้วยนะเออ
ไม่แนะนำให้กินไวน์ประเภทนี้ แต่ถ้าอยากเมาในราคาถูกก็โอเค
(จริงๆ ไม่ควรเรียกว่าไวน์ด้วยซ้ำ)
เข้าใจว่าลูกค้าอยากรู้ว่า เฮ้าส์ไวน์
กับชาดอนเนย์ที่อยู่ในเมนู มันต่างกันยังไงมากกว่า
ตอบลูกค้าไปเลยฮะ ว่าเฮ้าส์ไวน์ราคาถูกกว่า :30:
จริงๆ ก็ต้องอธิบายเรื่องรสชาตินั่นแหละ ว่ามันต่างกันยังไง
ถ้าเล่าเรื่องการผลิตไวน์ราคาถูกให้ฟัง ร้อยทั้งร้อยลูกค้าจะเลือกกินไวน์แพง
เพราะคนที่มันกินไวน์ถูก มันไม่มาถามเปรียบเทียบรสชาติไวน์หรอก :30:
อิ่มอธิบายเค้าไปแล้วนะว่ามันเป็นดราย
เหมือนเค้าก็งงว่าดรายเป็นยังไง
เรียกบอสไปคุย มันขอ definition เลยนะ โอยปวดหัวเลย :3005:
ส่วนพันธ์องุ่นอิ่มไม่ทราบเพราะว่า มันเทใส่เหยือกแช่เย็นไว้แล้วอ่ะค่ะ
ส่วนไวน์ใส่แอลกอฮอล์นี่คือ กูน ป่ะคะ?
เมาเร็ว แฮ้งง่าย ปวดหัวสุดๆ
แต่อันนี้ไม่น่าใช่แบบใล่แอลกอฮอล์นะ ดูดีกว่าหน่อยนึง
สรุปเลยต้องเอาให้ชิมน่ะแหละ
หรือมันหลอกชิมฟรี?
ก็อธิบายไปสิ ว่าไวน์ดรายเป็นยังไง :59:
ไวน์เติมแอลกอฮอล์นั่นเรื่องนึงนะ
แต่มันยังมีวิธีการเพิ่มระดับแอลกอฮอล์ในไวน์
นั่นคือการเติมน้ำตาลเข้าไป
ในระหว่างกระบวนการหมักด้วย
เราเรียกว่า Chaptalization
(จุดประสงค์ในการเติมน้ำตาลในระหว่างกระบวนการหมัก
ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ไวน์หวานนะ
แต่เติมเข้าไปเพื่อให้ยีสต์เปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์)
คือจุดเริ่มของการเติมน้ำตาลเข้าไปเนี่ย
มันอาจจะเกิดจากองุ่นปีผลผลิตนั้นไม่ดี น้ำตาลในผลองุ่นน้อย
เวลาหมักเสร็จมันก็ทำให้แอลกอฮอล์ต่ำเกินไป
ซึ่งก็จะทำให้ไม่ผ่าน AOC หรือกฎหมายควบคุมไวน์ของฝรั่งเศส
การเติมน้ำตาลเข้าไปนั้น ถ้าไปเป็นไวน์ระดับ AOC
ก็จะมีกฎระเบียบในการทำอย่างเคร่งครัด
ไม่ใช่นึกจะเติมก็เติมเข้าไป
ทีนี้มันก็มีปัญหาอยู่ที่ไวน์ที่ไม่มี AOC ควบคุมนี่แหละ
ไม่รู้ว่าผู้ผลิตจะเติมอะไรขนาดไหนเข้าไปบ้าง
Lilfe's too short to drink cheap wine :59:
3 วันนี้ล่อไป 7 ขวด 5 สายพันธุ์ :30:
คืนพุธ เมลเบก ชีราส กับชาวโซวอน (อีเอ เริ่มสนุกกับการกินไวน์แล้ว เดี๋ยวเอาไวน์ขาวให้อีบิ๊กกินน่าจะชอบ :30:)
คืนพฤหัส โซวิญญง บลองค์ กับ คาบิเน่ โซวิญญง กับเพื่อนพี่น้องคณะ (ไวน์ขาวมันกินง่ายจริงๆ นั่นแหละ)
เมื่อคืน เมอร์โล (ปากดำจริงด้วย :30:) ชีราส ตบด้วย คาบิเน่ โซวิญญง กับ เอิ่ม .... :47:
เยอะเกิน ขออนุญาตไม่ส่งการบ้านเป็นรายตัวนะ แต่เดี๋ยวเอาปลากรอบมาแปะ :47:
ขอบคุณป๋าณตค่ะ :56:+
เรียนป๋าณตที่เคารพ
ผมเป็นอีกคนที่ติดตามกระจู๋นี้จนเปรี้ยวปาก สุดท้ายเลยค้นห้อง และได้มาซึ่งไวน์ทีายังหลงเหลือ
เนื่องมาจากเมื่อก่อนไม่ดื่มไวน์ ที่มีอยู่ก็ธรรมดาๆ จึงแจกเค้าหมด พอแก่ตัวขึ้นก็เริ่มหันมาสนใจ เพราะดื่มเหล้าแล้วตื่นไม่ไหว
หลังจากที่อ่านงานเขียนอันทรงคุณค่าของป๋า รวมถึงของลุงร่ม(ขออนุญาติเรียกนะครับ) ทำให้อยากลองทำเทสติ้งโน้ตดู
ไวน์ที่ผมมีคือ Yali - Cabernet Sauvignon 2011 (Chile)
เนื่องจากเดิมที่เคยกินมันฝาดมาก แม้จะใช้กฏ 15 นาทีก่อนดื่มก็ตาม. .. ก็บังไม่ไหวอยู่ดี
วันนี้เลยเปิดทิ้งไว้มันซะ 2 ชั่วโมงซะเลย 555 (เป็นคำถามด้วยครับ เปิดนานเกินไปไหม)
หลังเปิดทิ้งไว้ พอจะเริ่มดื่ม เป็นดังนี้ครับ
จากการดู : สีม่วงอมแดง ใสโปร่ง
แกว่งปั๊บ : ได้กลิ่นผลไม้หวานๆ ซึ่งผมเองก็ไม่เคยดมกลิ่นพวกเบอร์รี่ทั้งหลายว่าเป็นอย่างไร จึ
ต่อครับ
คือไม่เคยดมกลิ่นเบอร์รี่ครับ จึงไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังได้กลิ่นเครื่องเทศคล้ายๆพริกไทด้วยครับ
พอชิม : รสหวานมีนำมานิดๆ ทั้งที่เมื่อก่อนดื่มแล้วไม่เคยได้รสนี้จากยี่ห้อนี้
รสฝาด (เรียกว่าแทนนินใช่ป่าวคับ) ค่อนข้างเยอะ (เรียกว่าหยาบได้ไหมครับ)
ความเปรี้ยว (acidity) ปานกลาง
ตอนกลืน : ความรู้สึกซาบซ่าจบเร็ว แต่ทำไมก่อนจบมีหวานอีกระลอกครับ หรือผมทำอะไรไม่ถูกหรือเปล่าครับ
รบกวนป๋าณตช่วยแนะนำด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับ
โอ้โห มาเพื่อการนี้เลยใช่ไหมครับ รู้สึกเป็นเกียรติแทน :25:
ยินดีต้อนรับสู่เว็บฟู้ดนะครับ :30:
เรื่องเบอรี่ ถ้าไม่เคยดม ก็ลองนึกเทียบกับผลไม้ไทยดูก็ได้ครับ
อย่างมะยม มะปราง ตะขบ อะไรก็ว่ากันไป
คือเรื่องกลิ่นอย่างที่ผมเคยบอกคือ เราเทียบกับความทรงจำของเรานี่แหละ
เทสติ้งโน้ต ก็เทียบกับตัวเราล้วนๆ เลยครับ
เรารู้สึกอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น อย่าไปเชื่อคนอื่น
เพราะรสชาติเป็นเรื่องเฉพาะตัวของปัจเจกบุคคลที่มีการรับรู้และความทรงจำต่างกัน
ปกติแล้ว ไวน์ที่ทำจากองุ่น คาเบอร์เนต์ โซวิญง
ความฝาดหรือแทนนินก็จะเยอะเป็นเรื่องปกติขององุ่นพันธุ์นี้อยู่แล้ว
ก็มีตั้งแต่ หยาบเป็นขี้แรดไปจนถึงนุ่มลื่นดุจแพรไหม
ขึ้นอยู่กับไวน์และผู้ผลิตว่าจะทำให้ได้ดีขนาดไหน
เพราะตรงนี้ขึ้นอยู่กับสมดุลของโครงสร้างหลักที่มีอยู่ในไวน์
นั่นก็คือ แทนนิน แอซิดิตี้ และแอลกอฮอล์ นั่นเอง
ตรงนี้ก็ลองเทียบกับ ชาแก่ๆ, ชาแก่ๆ เติมนม, ชาแก่ๆ เติมนมเติมมะนาวดูนะครับ
ว่าไวน์ที่เรากิน ความฝาดมันอยู่ตรงไหน
ถ้าฝาดติดปากติดคอเหมือนกินชาแก่ๆ เพียวๆ ก็ถือว่าแทนนินหยาบ
ที่คุณ vikz ถามมาเรื่องเปิดทิ้งไว้ 2 ชั่วโมงนานเกินไปไหม
ผมก็คงต้องบอกว่าอาจจะนานเกินไป
คือปกติแล้วไวน์ คาเบอร์เนต์ โซวิญง เกรดทั่วๆ ไป เป็นไวน์ที่เราควรกินคู่กับอาหารครับ
ถ้ามาดื่มเพียวๆ ก็อาจจะไม่ประทับใจเท่าไหร่
ลองหาชีส มาแกล้ม หรือไม่ก็กินกับสเต็คเนื้อดู
รสชาติของไวน์ก็จะดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อนะครับ
รสหวานที่ได้รับตอนสัมผัสแรก
เพราะไวน์จะโดนตุ่มรับรสหวานบนลิ้นก่อน
เหตุที่ก่อนหน้านั้นอาจจะไม่รู้สึก อาจเป็นเพราะสมาธิไม่ดี
หรือว่าทานอาหารอะไรไปแล้วด้วยก็ได้ครับ
ส่วนตอนจบ ปกติเขาจะนับระยะเวลาที่รสชาติไวน์คงค้างอยู่ในปากครับ
ยิ่งค้างอยู่นาน ก็จะถือว่าเป็น Long Finish
:46:
ต้องขอขอบพระคุณป๋าณตที่มาช่วยไขความกระจ่างให้ผมเพิ่มเติมนะครับ
สำหรับเรื่องกลิ่นที่ป๋าให้เปรียบ ผมไม่รู้จะเปรียบกับอะไรนะครับ เนื่องจากว่าผลไม้ชนิดที่ได้กลิ่นไปนั้น มันไม่มีผลไม้ในไทยเทียบเลย
ส่วนความฝาด หรือ แทนนินนั้น เมื่อลองเทียบดูแล้ว มันฝาดมากเอาเรื่องอยู่ครับ คล้ายชาแก่ไม่เติมอะไรเลย :49: อย่างนี้ก็เรียกหยาบ ใช่ไหมครับ
สำหรับอาหารที่ทานคู่ไปเมื่อวาน ผมเลือกสเต๊กหมูครับ (ต้องขออภัยที่บอกรายละเอียดไม่หมด เพราะเมื่อวานใช้มือถือแฟนในการเล่นครับ - มันพิมพ์ยาก)
ซึ่งอาหารที่เลือกทานด้วย ทำให้ลดระดับความฝาดไปได้ส่วนหนึ่ง และอ้อ พอจะคิดออกแล้วครับ น่าจะเป็นเพราะสเต็กหรือเปล่า ที่ทำให้รู้สึกได้ว่าไวน์หวานขึ้น (สเต็กหมูพริกไทดำ)
โดยส่วนตัวแล้ว ตอนนี้สนุกกับการอ่านงานของป๋าณตมาก อีกทั้งลุงร่มได้เปรียบไวน์เป็นสาว ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ผมติดตามมาตลอด
อย่างไรแล้ว อย่าลืมกลับมาเขียนเรื่องที่เป็นประโยชน์แบบนี้อีกนะครับ จะรอครับ
ขอบคุณมากครับ :46: :45:
Quote from: RomSaiKyu on 02 Jun 2012, 18:57 น.
3 วันนี้ล่อไป 7 ขวด 5 สายพันธุ์ :30:
คืนพุธ เมลเบก ชีราส กับชาวโซวอน (อีเอ เริ่มสนุกกับการกินไวน์แล้ว เดี๋ยวเอาไวน์ขาวให้อีบิ๊กกินน่าจะชอบ :30:)
คืนพฤหัส โซวิญญง บลองค์ กับ คาบิเน่ โซวิญญง กับเพื่อนพี่น้องคณะ (ไวน์ขาวมันกินง่ายจริงๆ นั่นแหละ)
เมื่อคืน เมอร์โล (ปากดำจริงด้วย :30:) ชีราส ตบด้วย คาบิเน่ โซวิญญง กับ เอิ่ม .... :47:
เยอะเกิน ขออนุญาตไม่ส่งการบ้านเป็นรายตัวนะ แต่เดี๋ยวเอาปลากรอบมาแปะ :47:
เอ่อ ลุงร่มครับ
จะทำอย่างงี้อีกบอกนะครับ :54:
เปรี้ยวปากสุด ๆ :42:
เข้าโหมดพ่อบ้านแล้วตอนนี้ :05:
Quote from: RomSaiKyu on 16 Aug 2012, 16:59 น.
เข้าโหมดพ่อบ้านแล้วตอนนี้ :05:
งั้นเค้าตามไปตะลุยบ้านลุงร่มแทนได้ไม๊
จะสนทนาเรื่องไวน์ชิลีกับลุงร่มเพราะงานเขียนลุงร่มทำให้ผมเห็นภาพเลยครับ ไม่เหมือน Taste Note ท่านใดเลยจริง ๆ
และะใจจริงก็อยากมาสายนี้
เพราะเคยลองยี่ห้อ Gato Negro ของชิลี ซึ่งเป็นขวดแรกที่เคยกิน แล้วโดนมาก แต่จำปีไม่ได้ เพราะตอนนั้นอาจารย์พาไปเที่ยวที่สมุยด้วยกัน
ตอนไปเที่ยว ประมาณปี 2005 ไวน์น่าจะตอน 2003 หรือ 2004 นี่ละครับ เด็ดโดนใจ อยู่นั่น 5 วัน กินไป 1 ลัง
โซวอนเพลสไร้ความหมายแล้วซินะ :05a:
ไม่ใช่ไม่มี แต่กลับสู่โหมดเดิม เข้าใจกูนะ :05a:
Quote from: RomSaiKyu on 16 Aug 2012, 17:37 น.
ไม่ใช่ไม่มี แต่กลับสู่โหมดเดิม เข้าใจกูนะ :05a:
:46:
อาเมน
:46:
คุณวิคส่งจมลมาถาม จริงๆ ถามในนี้ก็ได้ครับ
เพราะเผื่อว่าคนอื่นจะได้ช่วยกันแสดงความเห็นได้
Quote from: vikz on 16 Aug 2012, 11:33 น.
ป๋าณตครับ
รบกวนสอบถามบางเรื่องเกี่ยวกับไวน์นะครับ
เห็นป๋าณตแนะนำไว้ใน ละเลียดไวน์ ว่า Pinot Noir ควรจะหาที่มาจาก Marlborough ของ New Zealand ใช่ไหมครับ
ผม Search เจออยู่ีตัวนึงชื่อว่า "Tahuna" ครับ มาจาก Hawke's Bay และเขตแถบ Marlborough ครับ
เลยจะถามป๋าณตว่ายี่ห้อนี้เป็นไงครับ?
และ ... ถ้าจะให้ป๋าแนะนำ Merlot ของไวน์โลกใหม่ มีตัวไหนแนะนำครับ ผมเคยกิน Gato Negro ของ Chile ครับ แต่คุ้น ๆ ว่า เป็น Cabernet ครับ แต่มันมี Merlot ด้วย แต่ยังไม่ได้ลอง คิดว่าสิ้นเดือนนี้อาจจะถอยมาลองครับ
อีกคำถามครับ ... จำได้ว่าป๋าณตเคยบอกว่าไวน์เรากินกลิ่นกว่า 70% ใช่ไหมครับ
ดังนั้นถ้าผมเป็นคนสูบบุหรี่ ซึีงจะมีปัญหาทางนาสิกโสต (จมูกจะไม่ค่อยรู้กลิ่น) ควรอย่างยิ่งไหมครับที่จะเลิกสูบดีกว่า เพื่อเอาจมูกมาดมกลิ่นไวน์ครับ
รบกวนป๋าด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับ
เรื่อง Pinot Noir จาก Marlborough ของนิวซีแลนด์
อันนั้นแนะนำลุงร่มไปครับ เพราะด้วยเงื่อนไขที่ลุงร่มแกตั้งไว้
อีกอย่างโดยส่วนตัวผมคิดว่าไวน์ Pinot Noir จากแคว้นนี้
คุณภาพดีกินง่ายกว่าไวน์ Pinot Noir จากประเทศอื่นเมื่อเทียบเคียงจากราคา
ส่วนที่คุณวิคถามว่า ยี่ห้อ Tahuna เป็นยังไงนั้น ผมตอบไม่ได้เพราะไม่เคยชิม :30:
ก็แนะนำให้ลองซื้อมาชิมดูนะครับ รสชาติเป็นไงก็เอามาบอกกัน
ส่วนไวน์ Merlot จากโลกใหม่ ผมชอบยี่ห้อ ปราสาทอสูร (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,18499.msg1637205.html#msg1637205) จากชิลีครับ
ยี่ห้อ Gato Negro ไม่เคยชิม เลยบอกไม่ได้
คุณวิคก็ลองหามาลองชิมดูนะครับ แล้วก็อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังล่ะ
เรื่องบุหรี่ ผมแนะนำว่าถ้าคิดจะเสพไวน์จริงจัง ก็อย่าสูบเลยครับ
เพราะบุหรี่จะทำให้ประสิทธิภาพของผัสสะในการเสพไวน์ลดลงไปเกินครึ่ง :37:
ทำให้กลิ่นรสไวน์จะเพี้ยนไปหมดเวลาสูบบุหรี่
แต่ถ้าไม่จริงจัง กินไวน์เพื่อสังสรรค์ ก็ตามสะดวกครับ
ขอบคุณมากครับ ป๋าณต :46:
อ้อ เมื่อวานมีคนแนะนำมาอีกตัวแล้วครับ Brancot Estate ครับ จากเขตเดียวกันเลย
อันนี้ไม่ทราบว่าป๋าณตได้ลองหรือยังครับ
:46:
ชาบูป๋าณต
:42:
เมื่อวานไปเดินวิลล่ามาร์เก็ตมาครับ สอยมาได้สามตัว
แต่ถ่ายรูปไว้ตัวนึง ตัวนี้ครับ
(http://img3.f0nt.com/21/56fa4333344ef6af6b3a3a307618ad3b.jpg)
ได้มาในราคา 6XX บาท
เป็น Merlot นะครับ
อีกสองตัวเป็น Pinot Noir จากฝรั่งเศส
และเป็น Reisling จาก Germany
เดี๋ยวถ่ายรูปแล้วจะเอามาให้ป๋าณตแนะนำอีกครั้งครับ
:46:
ชาบูวววววววววววววววววว
Quote from: ณต on 25 May 2012, 08:28 น.
ยี่ห้อไวน์ชิเลียนที่ตูกินประจำๆ เรียกว่าเป็นไวน์ประจำโต๊ะอาหารที่บ้าน
ก็จะเป็นยี่ห้อ Casillero del diablo หรือแปลชื่อเป็นไทยได้ว่า ปราสาทอสูร (http://img3.f0nt.com/25/edfed4470f1ff70c1d1afc3fcdc95add.gif)
(http://www.casillerodeldiablo.com/minisitios/noticias/wp-content/uploads/2012/05/Concours-Mondial.jpg)
http://www.casillerodeldiablo.com/ (http://www.casillerodeldiablo.com/)
เมื่อวานไปหา ไม่มี Pinot Noir อะตัวนี้
แต่ซื้อตัวอื่นมาแล้วที่เป็น Merlot เลยไม่ได้เอามา
คราวหน้าจะไปเอาใหม่ครับ
Quote from: RomSaiKyu on 28 May 2012, 23:41 น.
(http://img3.f0nt.com/28/2735aa165c97e894921506f1a84051cb.jpg)
พลาดแล้วตู หยิบตัวนี้มานี่แหละ
:05:
เต็มตีนเลย :08:
เดี๋ยวจะลองหาวิธีกินไม่ให้เปรี้ยวหนักก่อน
ปล. ถ้าเอาสำนวนของป๋าณตมาพูดก็จะประมาณว่า
"มันจะทะเลาะกะผัวเด็กแว้นมันมาป่าวว้า" :30:
รออุณหภูมิให้ดีก่อน อย่าดื่มตอนเย็นเกินไป ก็เท่านั้นแหละ
ตอนลุงร่มชิมสาวน้อยจากฝรั่งเศสคนนี้ :27: ลุงร่มพาเธอไปชิมที่อุณหภูมิอย่างไรครับ
ว่าจะพาเธอไปทะเลครับ ไม่รู้จะช่วยได้หรือเปล่า
:46:
ตอนแรกแช่ตู้เย็น เอาออกมากินเลย...เปรี้ยวซะ :30:
รอซักแป๊บเถอะ ค่อยๆ จิบ ค่อยๆ ชิม เดี๋ยวก็รู้ :30: :30:
Quote from: RomSaiKyu on 21 Aug 2012, 13:41 น.
ตอนแรกแช่ตู้เย็น เอาออกมากินเลย...เปรี้ยวซะ :30:
รอซักแป๊บเถอะ ค่อยๆ จิบ ค่อยๆ ชิม เดี๋ยวก็รู้ :30: :30:
งั้นแสดงว่าสาวคนนี้ปล่อยให้เย็นเยียบมิได้ ชิมิเคอะ :25:
ท่าทางจะต้องคุยกันที่อุณหภูมิห้องแอร์แบบไทย ๆ แน่แท้ :26:
ขอบคุณฮะ
:46:
ได้ข่าวว่ารัฐบาลจะขึ้นภาษีสุรา
ถ้าเป็นสุรานอกจะขึ้นราคาอีก 400 บาท :07:
ไวน์โดนกับเขาด้วยหรือเปล่า :05:
ไวน์ไม่โดนครับ :25:
เมื่อวานไปเก็บของเก่าที่เหลือในร้าน
(http://img3.f0nt.com/23/52583c56c053ef06612330c21f865f66.jpg)
แล้วก็เลยทดสอบทฤษฎีที่ว่าไม่ควรกินกับอาหารทะเลด้วยการกินแกล้มยำปลาหมึกมันซะ
:30:
ผลไม่ต้องพูดถึงคร้าบ
:29:
แก้ไขโดยการเพิ่ม Tasting Note ครับ
สีของไวน์ : ออกแดงอมม่วง สีใส
กลิ่น : ได้กลิ่นลูกพลัม เชอร์รี่ แล้วก็ดอกไม้อะไรซักอย่าง (นึกชื่อไม่ออกครับ)
รสชาต : ออกหวานนิด ๆ จากนันก็ฝาดแ่ต่ไม่มาก แทนนินหยาบแต่บาง
ตอนจบ : สั้นแต่หอมนิด ๆ
เจ็บปวดตอนที่มารู้ความจริงว่าขวดที่เป็นโปรโมชั่น ซื้อ 2 แถม 1 ราคาขวดละ 8xx บาท ที่จริงแล้วซื้อไ้ด้ใน Villa Market แค่ 2xx บาท :33:
ขออนุญาติเบิ้ลครับ
มีเรื่องสงสัยจะถามป๋าณตเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง ไวน์อ๊อกซิเดชั่นครับ
คือถ้าชิมแล้วมีรสเป็นสนิม มันถือว่าเป็นปฏิกิริยา oxidation หรือไม่ครับ
เมื่อวานดื่มตัวที่เหลือ (รูปด้านบน) แล้วรู้สึกว่ารสชาติออกประมาณสนิม ก็เลยไม่แน่ใจครับ
:49:
รบกวนแก้ไขความสงสัยให้ด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับ
:46:
ชาบูวววววววววววววววววววววว
เมื่อวันเสา์ร์ไปทะเลมา
เอาตัวนี้ไปด้วยครับ
(http://img3.f0nt.com/27/83609ca3af52c1161397aa7797c301a0.jpg)
ทานคู่กับปลาหมึกนึ่งมะนาว ยำปลาดุกฟู
เปิดแล้วปล่อยไวน์หายใจ 20 นาที พร้อมบอกเด็กเสิร์ฟไม่ให้เอาน้ำแข็งมาแกว่งในแก้ว
ปล่อยน้ำไวน์ลงแก้วปั๊บ ..... อืม สีเหลืองสวยดี
แกว่งแก้วปั๊บ .... โอ้ว บร๊ะเจ้า หอมองุ่นมาก ๆ :10: มันสุดยวดจริง ๆ นะครับ ไม่ได้กลิ่นอย่างอื่นนอกจากองุ่นเลย (แต่บางอารมณ์รู้สึกเหมือนคล้ายกลิ่น Spy)
พอชิม อืม หวานนิด ๆ ไม่ฝาด (น่าจะตามแบบฉบับของไวน์ขาวที่แทนนินน้อยหรือเปล่าครับ)
ตอนจบไม่นาน แต่ให้ความรู้สึกหอมตามลำคอ
ลุงร่มครับ ถ้าเปรียบเป็นสาวของลุงร่ม ผมเทียบเธอเป็นผู้หญิงแนวผู้ดีครับ มาในชุดสีขาวทันสมัย แต่เรียบหรู
เป็นผู้หญิงมีกริยามารยาทเรียบร้อย แต่น่าค้นหา น่าคุยด้วย
สนทนากับเธอเร็วมากครับ เพราะ้ด้วยแต่ละคำที่เธอสนทนาด้วยนี่มันช่างมีเสน่ห์อย่างลึกล้ำครับ
เดี๋ยวจะไปหาซื้อมาตุนไว้ซัก 3 - 4 ขวด เพราะทั้งโต๊ะที่ไปกินด้วยกันชอบมาก ๆ
ราคา 4 ร้อยกว่า ๆ จาก Villa Market @ J - Avenue (Thong Lor) ครับ
:46:
โอ้ว เพิ่งเห็นว่ามาโพสถามไว้
เรื่องไวน์เสียหรือ oxidation นี่ ความจริงแค่ดมกลิ่นก็พอจะรู้แล้วนะครับ
มันมีกลิ่นของไวน์เสียหลักๆ อยู่ไม่กี่กลิ่น
อย่างเช่น กลิ่นน้ำส้มสายชู กลิ่นไข่เน่า กลิ่นขี้ม้า กลิ่นไม้คอร์ก กลิ่นผักบูดๆ เป็นต้น
ส่วนรสชาติสนิมที่คุณวิคพูดถึง ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นรสชาติแบบไหน
แต่ส่วนตัวเท่าที่อ่าน คิดว่าน่าจะเป็นปฎิกิริยาของแอนโทไซยานินและแอซิดิตี้ที่ผสมรวมกับไอโอดีนมากกว่า
(กินไวน์แดงกับยำปลาหมึกนั่นแล :59: )
หรือบางทีกินกับอาหารรสเค็มจัด
ก็อาจจะทำให้เกิดรสชาติเหมือนสนิมในปากได้เหมือนกัน
เรื่องไวน์ รีสลิ่งของยี่ห้อหอคอยทมิฬ จากเยอรมันนั้น
ส่วนตัวผมว่ามันหวานเกินไปนิดนึง แอซิดิตี้และแอลกอฮอล์ต่ำไปหน่อย
(ไม่รู้ว่าปีที่คุณวิคซื้อมา แอลกอฮอล์เท่าไหร่ ที่ผมเคยชิมคือ 8.5%)
แต่เรื่องกลิ่นหอมของดอกไม้และผลไม้สุกนี่ถือว่าเป็นไวน์ที่มีอโรมาดีครับ
แช่เย็นๆ กินกับอาหารอิสานแซ่บๆ ไปด้วยกันได้ดีมาก
ขอบคุณป๋าณตที่มาไขความกระจ่างให้นะครับ
:46:
สำหรับหอคอยทมิฬนั่น กินคืนวันเสาร์ เที่ยง ๆ วันอาทิตย์ยังรู้สึกถึงรสชาติและความหอมอยู่เลยครับ :30:
(เว่อร์ไปไม๊ แต่รู้สึกจริง ๆ นะ) :22:
ชอบอ่ะ คุ้มค่าัตัวสุด ๆ
อ้อ ป๋าครับ ตอนนี้เพื่อนผมมันอยู่อังกฤษ น่าจะไปลอนดอนเนี่ยแหละ ฝากมันซื้อไวน์มาลองซักขวด พันธุ์ Merlot
ป๋าแนะนำซักยี่ห้อได้ไหมครับ
ขอบคุณมากครับ
:46:
เมื่อวันเสาร์เอาตัวนี้ไปเปิดมาครับ
(http://img3.f0nt.com/03/56fa4333344ef6af6b3a3a307618ad3b.jpg)
มาขอเบิ้ลเพื่อเขียน Tasting Note ตามนี้ครับ
เปิดทิ้งไว้ 15 นาที แช่ในถังน้ำแข็งประมาณ 1 ใน 3 ส่วน
พอรินลงแก้ว ยังไม่ทันแกว่งกลิ่นก็มาแล้วครับ ลูกพลัม เบอร์รี่ดำ (น่าจะมีกลิ่นชะเอมด้วย)
พอแกว่งแก้วก็ชัดเจนเลยครับ ลูกพลัม กับ เบอร์รี่ดำชัดมาก
ชิมแล้วหวานนิด ๆ เผ็ดซ่าปลาย ๆ
แต่ตอนจบค่อนข้างสั้นครับ ไม่ทิ้งความหอมอะไรไว้ให้
ถึงตรงนี้มีคำถามอยากถามป๋าณตครับ เคยเจอในเว็บเค้าบอกว่า สมดุลย์มัน "แบน" ครับ อยากทราบว่า "แบน" นี่คือยังไงครับ
ส่วนตอนนี้ไปซื้อตัวนี้มาเก็บไว้
(http://img3.f0nt.com/03/bd8dd25dc5d3d069d317f7456fbcbf04.jpg)
ได้มาจาก Villa Market ที่เดิม ในราคา 5xx บาท (เดินไปดู Wine Loft ในทองหล่อมาแล้ว แต่ให้ตาย ไม่ไหวจริง ๆ กับราคา :05:)
เสาร์นี้ว่าจะเอาไปเปิดที่บ้าน อ่านจากในเว็บเห็นว่าองุ่นพันธุ์นี้ character คล้าย ๆ กับ Reisling เลย และเห็นว่าไปได้ดีกับอาหารไทยจำพวกปิ้ง ย่าง
ถ้าชิมแล้วจะมาโพสท์บอกอีกนะครับ
(ก่อนจะเป็นไวน์ ตูจะติดเหล้าก่อนไม๊อ่ะ)
รบกวนป๋าณตมาแนะนำเพิ่มด้วยนะครับ
:46:
โอ๊ะ ไม่รู้มาตอบช้าไปหรือเปล่าเรื่องไวน์แมร์โลในลอนดอน
คือบอกมาแค่นี้ก็ยากเหมือนกันนะครับ
เพราะแมร์โลเป็นไวน์ตลาดมากๆ มีอยู่เป็นร้อยๆ ยี่ห้อ
ที่ทำไวน์ตัวนี้ออกมาขาย :30:
เอาเป็นว่าผมแนะนำยี่ห้อปราสาทอสูร (http://www.casillerodeldiablo.com/)ก็แล้วกัน ราคาไม่แพง หาซื้อง่าย
มีขายตามซุเปอร์มาร์เก็ตแทบทุกแห่ง
ส่วนไวน์เกวูรซ์ทรามิเนอร์ของยี่ห้อทะเลสาปนกกระเรียนของอเมริกานั้น
อันนี้ไม่เคยชิมมาก่อน ปกติไวน์เกวูรซ์ทรามิเนอร์ที่เคยชิม
จะมาจากเยอรมันหรือไม่ก็ฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่
เคยชิมของชิลีและออสเตรเลีย(ก็ไม่ประทับใจเท่าไหร่)
ยังไงๆ ลองชิมแล้วมาเล่าสู่กันฟังนะครับ :12:
ขอบคุณป๋าณตที่แนะนำครับ
เมื่อวานถือโอกาสเิปิด Crane Lake ของ USA (จาก Napa , Sonoma ) แล้วนะครับ ปี 2011 ครับ :27:
กลิ่นนี่หอมมาเลยครับ ผลไม้สุกฉ่ำ ๆ องุ่น น้ำผึ้ง ลังไม้นิด ๆ
ส่วนรสชาตนั้น เป็นแบบหวานค่อนข้างจัดครับ มีเปรี้ยวนิด ๆ พอสดชื่น
จบกำลังดีครับ (นับในใจประมาณ 5 วินาที อย่างนี้ถือว่าสั้นไปไหมครับ)
แต่ความหอมที่ได้นั้นมัน ..... สุดจะบรรยายจริง ๆ ครับ
ที่ดื่ม Reisling ของ Black Tower ไปนั้น (อ้อ ลืมบอกไป เช็คดูแล้ว ปี 2009 ครับ Alc อยู่ที่ 9.5 % ครับ) ตัวนี้หอมกว่าเยอะครับ
ให้ความรู้สึกถึงดอกไม้หอม ๆ ด้วย แต่ไม่แน่ใจว่ากลิ่นอะไร อยากแนะนำจริง ๆ ครับ ถ้าป๋าณตหรือท่านใดชอบไวน์ขาว แนะนำตัวนี้ให้เป็นอีก 1
ตัวที่ขาดไม่ได้เลยครับ
เมื่อวานดื่มกับอาหารฟิวชั่น (มั่ว ๆ) คือ เส้นสปาเก็ตตี้หมึก + ผักสด + น้ำสลัด Sesame ของญี่ปุ่นครับ
ติดใจมาก ถ้าให้คะแนนก็คงจะ 90 up เลยครับ เสียแค่หวานมากไปหน่อย วันนี้เลยว่าจะเปลี่ยนน้ำสลัดเป็นน้ำยำแบบของคนไทย ๆ เราดูบ้าง เผื่อครึ่งขวดที่เหลือจะเด็ดกว่าเดิมครับ
:46:
Quote from: vikz on 04 Sep 2012, 17:36 น.
รบกวนขอความรู้เพิ่มเติมครับ จะไปโพสท์ในจู๋ก็กลัวจะเบิ้ลมากไป
องุ่นพันธุ์ gewurztraminer ปกติรสชาตมันจะหวานมาก และหอมมาก (กว่า Reisling) เหรอครับ
ผมสงสัยมากครับ เพราะ Sales ที่ขายบอกไว้อย่างนั้นครับ
และสิ้นเดือนนี้ จะไปเที่ยวแพ ว่าจะเอาไปซัก 4 ขวด ซึ่งเล็งไว้แล้วว่าจะเป็น
1. Black Tower - Reisling
2. Crane Lake - Gewurztraminer
3. อยากได้ Rose ไวน์ครับ จำไ้ด้ว่าพี่แนะนำ Sakuna ไว้
ไม่ทราบว่าทางพี่ณตจะมีตัวไหนแนะนำเพิ่มอีกครับ
อ้อ รบกวนชี้แจงเรื่อง สมดุลย์ "แบน" ให้ด้วยครับ
รบกวนเท่านี้ครับ
ขอบคุณมากครับ
:46:
ไม่ต้องกลัวเบิ้ลนะครับ โพสถามในจู๋นี่แหละดี
เอาเรื่องไวน์เกวูร์ซทรามิเนอร์ก่อนว่า
จำเป็นไหมที่จะต้องหวานกว่ารีสลิ่ง
คำตอบคือไม่จำเป็นเสมอไปนะครับ :27:
เพราะเรื่องความหวาน มันมีที่มาที่ไปของมัรอยู่
เรื่องกลิ่นหอมนั้นเนื่องจากองุ่นพันธุ์เกวูร์ซทรามิเนอร์
ก็เป็นองุ่นที่มีคุณลักษณะที่ให้กลิ่นหอมค่อนข้างมาก
ส่วนจะหอมกว่ารีสลิ่งหรือเปล่านั้นคงตอบยาก
เพราะไวน์แต่ยี่ห้อ แต่ละพื้นที่ ก็มีคุณลักษณะแตกต่างกันไปครับ
อยากให้ลองย้อนกลับไปอ่าน ตรงนี้ (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,18499.msg1637207.html#msg1637207)นิดนึง
เพราะจะอธิบายเรื่องพื้นฐานของการชิมไวน์ และโครงสร้างของไวน์เอาไว้
น่าจะตอบคำถามคุณวิคได้ระดับนึงล่ะ
ถ้ายังสงสัยอยู่ ก็ให้ถามมาอีกนะครับ จะลองอธิบายเพิ่มให้อีก
ไวน์โรเซ่ ถ้าจะกินกับอาหารไทยแซ่บๆ ก็คงต้องติดหวานนิดนึง
อย่างพวก White Zinfandel ที่ไม่ได้บ่มโอ้ค จากอเมริกา
ส่วนเรื่องสมดุลแบน ตรงนี้ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ
ว่าเซียนไวน์ในเมืองไทยเขาพูดถึงอะไรอยู่ :30:
แต่ผมเดาเอานะ ว่าน่าจะแปลมาจากคำอธิบายรสชาติของไวน์จากฝรั่ง
คือถ้าเป็นแถวนี้ เราจะมีคำที่ไว้อธิบายรสชาติของไวน์อยู่คำนึง
ที่เรียกกันว่า Flat Wine แต่ความหมายมันคงไม่ใช่
"แบน" อย่างที่เราแปลกันออกมา
ความหมายจริงๆ ของคำว่า Flat wine ของคนแถวนี้
นั่นคือไวน์ตัวนี้มีแอซิดิตี้น้อยครับ
คำว่า Flat ก็สามารถใช้กับโค้กได้เหมือนกัน
ยกตัวอย่างเช่น Flat Coke ก็หมายความว่า
โค้กขวดนี้เปิดไว้นานจนหายซ่าแล้ว เป็นต้น
ดังนั้น Flat wine ถ้าพูดถึงไวน์ฟอง
ก็จะหมายถึงไวน์ฟองที่เปิดไว้นานจนหายซ่านั่นเอง
ขอบคุณป๋าฮะ
:46:
เดี๋ยวถ้าซื้อมาแล้วได้ลองจะเอามาเขียนอีกนะครับ
ปราสาทอสูรนี่คงไม่ซื้อไม่ได้แล้ว เห็นเว็บแล้วชอบมาก มีการบอกถึงการดื่มคู่กับอาหารด้วย
ส่วนเรื่อง "แบน" นั้น ขอบคุณอีกครั้งครับ :46: พอบอกว่า Flat Coke เป็นอย่างไร เห็นภาพเลยครับ
ป๋าณตครับ ผมสงสัย จากที่อ่าน ๆ มาจากเว็บ winescale (พาดพิงหน่อยครับ ขออภัย) เห็นบางทีเค้าพูดถึงแต่ไวน์ตัวเมพ ๆ
อยากทราบจริง ๆ ครับ ว่าไวน์เมพเนี่ย มันดื่มแล้วหลุดไปอีกโลกเลยหรือเปล่าครับ หรือถ้าป๋าพอจะบรรยายเป็นตัวอักษรได้ รบกวนหน่อยได้ไหมครับ ว่ามันเป็นอย่างไร
(ยกตัวอย่าง mouton rothschild ก็ได้ครับ)
ขอบคุณมากครับ
:46:
ป๋าณตครับ อีกเรื่องนึงที่ผมอยากให้ป๋ามาเขียนก็คือ "โอ๊ค" ครับ
ตอนนี้หลังจากที่อ่านพวก Tasting Note หลาย ๆ อันแล้ว รู้สึกอย่างนึงครับ
ที่เค้าได้กลิ่น ดินเขียว วนิลา เลนท้องร่อง ยาสูบ อะไรพวกนี้ มันอาจจะเป็นไปได้ไหมครับ ว่าเกิดจากเนื้อไม้ที่ดูดซับเอากลิ่นต่าง ๆ เข้าไปในเนื้อไม้
ในขณะที่ียังเป็นต้นโอ๊คอยู่ ณ ตอนนั้น
หรือแม้กระทั่งกลิ่นของกระสอบป่าน ที่อาจจะเกิดจากการนำไม้โอ๊คมาใส่ในกระสอบ (หรือเปล่า) สำหรับการเตรียมทำถังหมัก
รบกวนป๋าณตมาให้ความกระจ่างด้วยนะครับ
:46:
เบิ้ลอยู่คนเดียว จู๋นี้
เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ไปแพมา เลยเอาไวน์ไปด้วย 3 ขวด ตามรูปครับ
(http://img3.f0nt.com/24/7b5ab25a1cd93b89725953cec7010a6b.jpg)
(http://img3.f0nt.com/24/254758e4cd1aa5e38365abf0f782d26a.jpg)
และอีกหนึ่งก็คือ Black Tower เจ้าเก่าครับ Reisling 2009
สรุป 3 ขวดที่ซื้อไป เป็นปี 2009 หมดเลย
เปิดขวดแรกเป็น Black Tower หลังจากที่นำไปแช่ในถังน้ำแข็งเกือบ ๆ ชั่วโมงให้ได้อุณหภูมิที่เย็นเจี๊ยบ
กลิ่นแรกนั้นเหมือนเคย ดอกไม้ขาว องุ่นขาวสุกฉ่ำ
แต่รสชาต ไม่เหมือนตอนทริปชลบุรีแฮะ ไม่หวาน แต่ได้กลิ่นน้ำมันดีเซลจาง ๆ ปนมา
ขวดนี้ดื่มเปล่า ๆ ไม่ได้ดื่มกับอาหาร ไม่ประทับใจเท่าที่ควร ไม่แน่ใจว่าเพราะดื่มเปล่า ๆ หรือเพราะการเก็บรักษาของร้านที่ไปซื้อมา (From Foodland) ให้คะแนนทีี่ 7 เต็ม 10 กับไวน์ขาวนี่ คงต้องหาลองยี่ห้ออื่น ๆ ที่เป็น Reisling เพื่อเอามาเทียบซะแล้ว
ขวดต่อไป Rose Wine จาก South Africa
ตัวนี้ไม่ได้หวังอะไรเลย เพราะไม่เคยดื่ม Rose มาก่อน
เปิดมาปั๊บ อืม กลิ่นสตอร์เบอร์รี่ กับผลไม้แดง ๆ ที่ยังไม่สุกเท่าไหร่ลอยมา แต่รู้ได้เลยว่าไม่ออกหวานแน่นอน แล้วก็ตามคาด Dry จริง ๆ
แต่สดชื่นดี ดื่มคู่กับอาหารไทยเช่น พะแนงก็โอเคนะ ลดเลี่ยนของพะแนงไปได้ ตัวนี้ให้ 8 เต็ม 10 และคิดว่าคงต้องศึกษา Rose อีกเยอะเลย เพราะมันก็เป็นตัวที่น่าสนใจเหมือนกัน ดื่มง่ายดี สีสวยด้วย
ขวดสุดท้า่ย ไวน์ Merlot จากฝรั่งเศสที่เห็นแต่ตัวปีกับพันธุ์องุ่นก็หยิบเลย เพราะนึกไม่ออกแล้วว่าจะเอาขวดไหน
ปรากฎว่าดื่มง่ายกว่าที่คาด สีของไวน์ออกแดงใส ตอนแรกเข้าใจว่าไวน์กำลังพร้อมดื่ม แต่พอดื่มแล้วไม่ใช่ มันจะออกแนวน้ำเนื้อน้อยมากกว่า เพราะรู้สึกได้ว่ามันขาด ๆ หาย ๆ อะไรบางอย่างไป
กลิ่นของขวดนี้ก็เป็นองุ่นแดงสุก เครื่องเทศอย่างพริกไทย ก้านไม้แห้ง
รสชาตไม่เลวร้าย เปรี้ยวนิด ๆ แต่ไม่เสีย แทนนินดี(เทียบเป็นชาแบบที่ป๋าณตเคยให้เทียบก็จะประมาณ ชาเติมนมเล็กน้อย) จบนานพอควร (นับเลขในใจได้ประมาณ 7 - 8 วินาที)
คะแนนที่ให้ของขวดนี้คือ 7.5 เต็ม 10 (ตัวนี้ก็ดื่มเปล่า ๆ ไม่ได้คู่กับอาหาร แต่มีแก้วนึงที่ลองกับทาโร่ อี๋มาก กลิ่นสนิมเต็มปาก)
สรุปว่า 3 ขวดที่ผ่านมาถือว่าดีหมด (เป็นโชคดีจริง ๆ) หรือเพราะปี 2009 องุ่นค่อนข้างดีก็ไม่รู้ได้ แต่ทุกยี่ห้อที่ลองในปี 2009 ถือว่าถูกใจหมด
เรื่องไวน์หอคอยทมิฬ ที่บอกว่ากลิ่นมันหายไป
ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะแช่เย็นเกินไปหรือเปล่านะครับ
มันเป็นกฎของไวน์เลย คือถ้ายิ่งเย็นมากขึ้น
กลิ่นก็จะค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ
ความเปรี้ยวก็จะเด่นชัดมากขึ้นตามไปด้วย
เห็นวันก่อนมาถามเรื่องโอ้ค ว่าจะมาตอบอยู่
แต่ก็คิดไม่ตกว่าจะอธิบายยังไง
เอาจริงๆ เรื่องโอ้คนี่ เอามาเขียนหนังสือไวน์ได้อีกเล่มด้วยซ้ำ
ทว่าแค่อ่านมันก็ไม่ทำให้เข้าใจอยู่ดี
เรื่องแบบนี้ต้องเรียนแบบ มุขปาฐะ
เรื่องกลิ่นต่างๆ นั้น ก็มีหลายตำราว่าไว้
ผมขออ้างอิงจาก Jean Renoir แล้วกัน
แกว่ากลิ่นต่างๆ ในไวน์นั้น
มันมาจากผลองุ่นเป็นหลักนะครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่องุ่นเริ่มออกดอก
ก็จะเก็บกลิ่นต่างๆ ของสิ่งแวดล้อมในที่ปลูกเอาไว้
ตรงนี้นี่เองที่เซียนไวน์หลายคน เวลาชิมไวน์
เขาถึงสามารถบอกได้ถึง Terroir หรืิอพื้นที่ปลูกไวน์ได้
บางคนบอกได้ถึงสภาพดินฟ้าอากาศในปีนั้นๆ
ซึ่ง Terroir นี่ แต่ละพื้นที่ก็จะมีคุณลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป
ทีนี้กลิ่นของโอ้ีึค ก็จะเข้ามาตอนที่เราบ่มไวน์
โดยที่แอลกอฮอล์ในไวน์ จะทำปฎิกริยากับออกซิเจน
โดยผ่านไม้โอ้คอย่างช้าๆ
คือสมัยก่อนเราเก็บไวน์ไว้ในถุงหนังสัตว์
หรือพวกเทอราคอตต้า(เครื่องปั้นดินเผา)
หนังสัตว์ก็จะทำให้รสชาติไวน์เลวลง
เทอราคอตต้าก็จะทำให้ไวน์กระด้าง
เหมือนที่ทำให้น้ำกระด้างนั่นแหละ
จนกระทั่งไ้ด้ไอเดียจากชนชาติ(celt)
ที่เก็บเบียร์ไว้ในถังไม้โอ้คเวลาขนส่ง
หลังจากนั้นก็เลยมีการนำเอาถังโอ้คมาใช้
ในการผลิตไวน์ในที่สุด
ปกติที่เราจะแบ่งเป็นโอ้คอเมริกัน กับโอ้คฝรั่งเศส
ซึ่งจะมีคุณลักษณะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
อย่างโอ้คอเมริกัน ก็จะมีกลิ่นวานิลลา หรือกลิ่นมะพร้าวคั่วเป็นต้น
แต่จริงๆ สายพันธุ์ของไม้โอ้คที่เอามาทำไวน์ฺ
มันสามารถแยกย่อยได้มากกว่านั้น
รวมถึงกลิ่นก็แตกต่างกันออกไปด้วย
ถ้ามีโอกาสจะมาเพิ่มเติมให้นะครับ
กราบขอบพระคุณป๋าอย่างสูง ที่ยังไม่ลืมน้อง และสละเวลามาให้ความรู้ครับ
ยังไงก็จะรอตอนต่อไปนะครับ
ได้ความรู้ดีมาก
อ้อ ป๋าครับ ปี 2009 นี่เป็นปีดีขององุ่นหรือเปล่าครับ ที่ฝรั่งเศส และพวกชิลีน่ะครับ ลองหลายตัวแล้ว ปี 2009 ชอบหมดเลย
:46:
เรื่องวินเทจ ปีไหนดีไม่ดีนี่ มันมี vintage chart อยู่น่ะครับ(ลองหาในกูเกิลดู)
หลักๆ เลย ก็อยู่ที่ดินฟ้าอากาศของ Terrior แต่ละที่
ปี 2009 เขาว่ากันว่าเป็นปีที่ดีมากของไวน์ Bordeaux
ที่ต้องบอกว่าเขาว่ากัน เพราะก็ยังไม่ได้ชิม
แล้วก็ไม่คิดจะชิมไวน์ Bordeaux ปี 2009 ตอนนี้ด้วย
เนื่องจากยังไม่ถึงเวลา ต้องรออีกสักสิบปีหรือสิบห้าปีค่อยว่ากัน :30:
กินตอนนี้ก็เจอแต่ความเปรี้ยวฝาดนะครับ
วินเทจพวกนี้ เขาไว้ให้นักเก็งกำไรซื้อไวน์โลกเก่าดีๆ ที่สามารถเก็บได้
เอาไว้ขายต่อในอนาคต
ส่วนไวน์โลกใหม่ในระดับราคาไม่แพง
ผมว่าวินเทจไม่ค่อยจะมีผลเท่าไหร่ครับ
Quote from: vikz on 02 Oct 2012, 09:17 น.
เรียนป๋าณต
จะรบกวนสอบถามเรื่องพันธุ์องุ่นกับรสชาตครับ
เมื่อวานนี้ไปยืนส่องไวน์ที่ Villa Market ตรงเมเจอร์รัชโยธินมา ตรงมุมไวน์ Argentina ทำให้ผมสงสัยเกี่ยวกับเรื่องรสชาตครับ
องุ่นพันธ์ Malbec นี่รสจะประมาณไหนครับ ความฝาดพอ ๆ กับ Cabernet Sauvignon หรือไม่ครับ
แล้วพันธุ์อื่น ๆ ล่ะครับ อย่างเ่ช่น Sangoviese หรือ Tempranillo, Grenache
รบกวนด้วยนะครับพี่
เมื่อวานไปยืนเลือกเกือบชั่วโมง ตัดสินใจไมุ่ถูกว่าจะเอาตัวไหนดี เพราะไม่ชินกับองุ่นพันธุ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ 4 พันธุ์หลักที่เคยเจอครับ
ขอบคุณครับ
คำถามที่ว่าไวน์องุ่นแต่ละพันธุ์รสชาติประมาณไหนนั้น
คำตอบง่ายมากครับ ลองซื้อมากินให้ครบทุกตัวเลย :30:
ชิมแล้วชอบตัวไหน ก็กลับไปซื้อซ้ำ ไม่ชอบตัวไหนก็อย่าซื้ออีก
คืองี้ครับ มันเป็นเรื่องยากพอสมควร
ในการแยกแยะไวน์ที่ทำจากองุ่นสายพันธุ์ต่างๆ
ขนาดคนที่เป็นมาสเตอร์ออฟไวน์ ก็ยังพลาดได้บ่อยๆ
(ลองปิดฉลากขวด แล้วชิมดู ว่าไวน์ไหนทำจากองุ่นพันธุ์อะไร
ไม่แนะนำให้ทำนะครับ เพราะไม่มีประโยชน์อะไร)
ยิ่งถ้าพันธุ์ฺองุ่นไม่ได้เป็น noble grape variety (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,18499.msg1533919.html#msg1533919) แล้วยิ่งยากมาก
เพราะคุณลักษณะพื้นฐานของพันธุ์องุ่น
มันจะแปรเปลี่ยนไปตามภูมิประเทศที่เพาะปลูก
หนำซ้ำเทคนิคของคนทำไวน์แต่ละที่ก็ต่างกันไป
ยกตัวอย่างเราเคยชิมไวน์ที่ทำจากองุ่นพันธุ์นี้แล้วไม่ชอบ
แต่บางทีพอเปลี่ยนผู้ผลิตหรือประเทศ เราอาจจะชอบขึ้นมาก็ได้
ดังนั้นไม่มีสูตรสำเร็จครับ ต้องเลือกชิมเอาโลด :30: :30:
Quote from: ณต on 02 Oct 2012, 17:40 น.
คำถามที่ว่าไวน์องุ่นแต่ละพันธุ์รสชาติประมาณไหนนั้น
คำตอบง่ายมากครับ ลองซื้อมากินให้ครบทุกตัวเลย :30:
ชิมแล้วชอบตัวไหน ก็กลับไปซื้อซ้ำ ไม่ชอบตัวไหนก็อย่าซื้ออีก
คืองี้ครับ มันเป็นเรื่องยากพอสมควร
ในการแยกแยะไวน์ที่ทำจากองุ่นสายพันธุ์ต่างๆ
ขนาดคนที่เป็นมาสเตอร์ออฟไวน์ ก็ยังพลาดได้บ่อยๆ
(ลองปิดฉลากขวด แล้วชิมดู ว่าไวน์ไหนทำจากองุ่นพันธุ์อะไร
ไม่แนะนำให้ทำนะครับ เพราะไม่มีประโยชน์อะไร)
ยิ่งถ้าพันธุ์ฺองุ่นไม่ได้เป็น noble grape variety (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,18499.msg1533919.html#msg1533919) แล้วยิ่งยากมาก
เพราะคุณลักษณะพื้นฐานของพันธุ์องุ่น
มันจะแปรเปลี่ยนไปตามภูมิประเทศที่เพาะปลูก
หนำซ้ำเทคนิคของคนทำไวน์แต่ละที่ก็ต่างกันไป
ยกตัวอย่างเราเคยชิมไวน์ที่ทำจากองุ่นพันธุ์นี้แล้วไม่ชอบ
แต่บางทีพอเปลี่ยนผู้ผลิตหรือประเทศ เราอาจจะชอบขึ้นมาก็ได้
ดังนั้นไม่มีสูตรสำเร็จครับ ต้องเลือกชิมเอาโลด :30: :30:
ยังงั้นก็ต้องเป็นลังแหง ๆ :05: ฮือ :05:
เมื่อวานลองตัวนี้ไปครับ
(http://img3.f0nt.com/03/30123ff90d88dffb139caccf6beca665.jpg)
ทานคู่กับสปาเก็ตตี้แฮมเห็ด สเต็กเนื้อ
เปิดขวดทิ้งไว้ 20 นาที
เทลงแก้ว สีมันแปลก ๆ แฮะ ออกหม่น ๆ ยังไงไม่รู้ (จำเป็นไม๊ครับ ป๋าณต ว่าถ้าไวน์โดนความร้อนมาแล้วจะเกิดปัญหาทำให้สีเปลี่ยนไป)
กลิ่นปิดพอสมควร ได้กลิ่นแต่ลังไม้ืชื้่น ๆ และเบอร์รี่แดงดำนิดหน่อย พลัมจาง ๆ
ตอนแกว่งแก้วกลิ่นก็ยังไม่เปิด แต่ได้กลิ่นดอกไม้อ่อน ๆ เพิ่มมาอีกหน่อย
รสชาต ออกแนวดราย แต่ไม่ฝาด แทนนินค่อนข้างเยอะ แต่ไม่บาดคอ (เหมือนชานมมากกว่านะครับ)
จบสั้น แต่หอมต่อในคออีกพักนึง
ถือเป็นไวน์กินง่าย ๆ หนุก ๆ จากอิตาลี ซึ่งวันหลังจะไปลองซื้อไวน์อิตาลีมาดื่มเพิ่ม เพราะเริ่มอยากรู้จักมากกว่านี้แล้ว
สำหรับพันธุ์องุ่นที่ป๋าบอกว่าให้ไปลองซื้อ ท่าทางจะมีเงินหล่นทับตีนขาดกันบ้างละคราวนี้ :30:
ขอบคุณป๋าครับ
:46:
กลับมาอีกครั้ง กับการขุดและเบิ้ล
แฟนซื้อมาให้จากฟาร์มโชคชัย ด้วยความที่พอได้ยินชื่อไวน์ก็สะดุ้ง บอกให้ซื้อทันที
(http://img3.f0nt.com/29/c8127df418aff9256253764feaf01cd0.jpg)
ราคา 660 บาท ต่อ 500 ml ถือว่าแพงไปนิด
แต่ยังไม่ได้ลองชิมจัง ๆ ครับ เดี๋ยวเย็นนี้จะชิมแล้วพรุ่งนี้จะเอามาเล่า
อยากกินตัวนี้มานานแล้ว เพราะพี่ณตเคยบอกไว้ในหน้าแรก ๆ ว่าอร่อย
:46:
คือไวน์ตัวนี้ผมว่าผู้หญิงก็น่าจะชอบนะครับ
หอมหวาน สดชื่น เหมือนเราเดินเล่นกับสาวน้อย
ในสวนดอกไม้กลางแจ้งที่มีกลิ่นหอมระเรื่อๆ
มีลมพัดผ่านละอองน้ำพุโชยมาปะทะใบหน้า
แถมสาวน้อยคนนี้เธอก็ช่างพูดช่างคุยเสียด้วยสิ :56:
ว่าแต่ว่าซื้อมาขวดเดียวเดี๋ยวไม่พอกินนะครับ
เวลาหมดแล้วจะรู้สึกค้างคามากๆ :30:
มันแพงไปนิดอ่ะครับ
ในกรุงเทพหาซื้อได้ืที่ไหนครับ มีใครรู้บ้าง
อยากได้เก็บไว้ิอีก
:46:
ตูก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าหาซื้อในกรุงเทพได้ที่ไหน :37:
หรือมันขายที่นั่นที่เดียว
ไม่ไหวนะ ถ้าที่นั่นที่เดียว
จะกินทีต้องไปถึงฟาร์มโชคชัย
ต้องซื้อกลับมาซัก 2 ลัง
:30:
ไม่งั้นก็ต้องไปที่แหล่งกำเนิด ที่ไร่กรานมอนเต้ เขาใหญ่ล่ะครับ
ว่าแต่ ลองชิมดูก่อนดีกว่า บางทีคุณวิคอาจจะไม่ชอบก็ได้นะครับ :30:
เมื่อวานลองชิมแล้วครับ
ประทับใจมาก
:33:
จากบทบรรยายที่ป๋าณตให้ไว้ ผมขอเพิ่มเติมหน่อยนะครับ
สาวน้อยคนที่ว่านี่ เป็นสาวหมวย สาวแว่นด้วยนะครับ มีลูกเล่นในการพูดคุยพอตัวเลย มีทั้งอ่อนหวาน ทั้งขึงขัง :52:
เมื่อวานทานคู่กับเป็ดพะโล้ และแรงเงา :26: เพลินดีเหลือเกินครับ
กลิ่นสตอร์เบอร์รี่อ่อน ๆ องุ่นยังไม่สุกดี แต่ทำไมผมได้กลิ่นลังไม้นิด ๆ ครับ ปกติ Rose บ่มโอ๊คด้วยเหรอครับ
พอหมดขวด (ซึ่งเร็วมาก) หาเบอร์โทรศัพท์ของไร่ ไม่มีแฮะ จะโทรไปถามซะหน่อยว่าขายที่ไหนมั่ง
สงสัยต้องไปเองซะแร้ว :30:
ป๋า
ซื้อปี 2011 มาลอง
ไม่ประทับใจเลย
สีก็หม่น ๆ
กลิ่นก็ปิด ๆ
รสชาติไม่อร่อยเท่าขวดปี 2012 เลย
เสียใจสุด ๆ
:05: :05:
เคยไปซื้อที่คริสตัลดีไซน์ครับแถวเรียบทางด่วนแต่ราคามันชวดละ900มั้งครับถ้าจำไม่ผิดนะ
ตัวนี้ชอบเหมือนกันครับแต่เวลากินทำไมรู้สึกว่ามีรสเผ็ดๆด้วยแฮะ
เท่าที่จำได้ มันเป็น 1 ใน character หลัก ๆ ของ Shiraz นะครับ
ว่าแต่ว่า ขวดที่ซื้อมา 900 นี่ ขวดใหญ่ป่ะครับ (750 ml).
:46:
Quote from: vikz on 05 Nov 2012, 08:04 น.
ป๋า
ซื้อปี 2011 มาลอง
ไม่ประทับใจเลย
สีก็หม่น ๆ
กลิ่นก็ปิด ๆ
รสชาติไม่อร่อยเท่าขวดปี 2012 เลย
เสียใจสุด ๆ
:05: :05:
โรเซ่สกุณาสีหม่นๆ นี่วายป่วงแล้วนะครับ
น่าจะออกซิไดด์อย่างแรง หรือไม่ก็ตากแดดมา :37:
Quote from: ณต on 06 Nov 2012, 04:40 น.
โรเซ่สกุณาสีหม่นๆ นี่วายป่วงแล้วนะครับ
น่าจะออกซิไดด์อย่างแรง หรือไม่ก็ตากแดดมา :37:
เอาตังค์เค้าคืนมา
ยังเหลืออีกตั้งครึ่งขวด เททิ้งดีกว่า
ฮือ
:05a: :05a:
คุ้นๆ ว่า คุณวิคถามเรื่องไวน์ออกซิไดด์กับไวน์ตากแดด
ต่างกันยังไงไว้ที่กระจู๋ไหนสักแห่ง
ว่าจะมาตอบก็ลืมๆ ทุกที
คืองี้ครับ ไวน์ออกซิไดด์คือไวน์ที่โดนออกซิเจนทำปฎิกริยากับไวน์แล้ว
ปกติขวดไวน์ที่ยังไม่ได้เปิด อากาศจะเข้าไปในขวดได้ในปริมาณน้อยๆ
ออกซิเจนทำปฎิกริยากับน้ำไวน์ในขวดอย่างช้าๆ
แต่ถ้าไวน์ออกซิไดด์ นั่นคืออากาศรั่วเข้าไปในขวดก่อนเปิดในปริมาณมาก
สาเหตุไม่ว่าจะเป็นคอร์กแห้ง หรือว่า อากาศร้อนจัด(คอร์กจะถูกดันออกมา)
ไวน์ที่ออกซิไดด์ บางทีก็จะไม่มีรสมีชาติ หรือบางทีรสชาติจะแปร่งพิกล
(ให้นึกถึงไวน์ที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้หลายๆ วัน)
ส่วนไวน์ตากแดด ก็จะทำให้สีของไวน์ขุ่นมัว
แต่ถ้าจับวางตั้งตากแดดนานๆ ก็จะพ่วงอาการออกซิไดด์มาด้วย
เพราะคอร์กแห้งอากาศก็รั่วเข้าไปครับ
ขอบคุณครับป๋า
แล้วไวน์ อ๊อกซิไดด์ กับไวน์ตากแดด ยังดื่มได้อยู่หรือเปล่าครับ
กรณีสกุณาน่าจะตากแดดนะครับ
เพราะจุกเป็นฝาเกลียวครับ
เย็นนี้จะไปถอยไวน์ใหม่ ๆ มาอีกนะครับ เดี๋ยวจะถ่ายรูปแล้วมารีวิวอีกครับ
:46:
ดื่มได้ครับ ถ้าไม่คิดอะไรกับเรื่องรสชาติ
หรือไม่ก็เป็นคนชอบเสพย์ซากศพไวน์ :30:
เพราะไวน์ออกซิไดด์หรือตากแดดนานๆ
คือไวน์ที่ตายไปเรียบร้อยแล้ว :46:
Quote from: ณต on 20 Nov 2012, 10:51 น.
ดื่มได้ครับ ถ้าไม่คิดอะไรกับเรื่องรสชาติ
หรือไม่ก็เป็นคนชอบเสพย์ซากศพไวน์ :30:
เพราะไวน์ออกซิไดด์หรือตากแดดนานๆ
คือไวน์ที่ตายไปเรียบร้อยแล้ว :46:
ติดใจอีตรงซากศพไวน์นี่แหละครับ
:05: :05:
อ่านข่าวนี้แล้วไม่อยากกินไวน์จากท็อปชาโตราคาแพงๆ เลยครับ
พอๆ กันกับไวน์ออสซี่ตระกูล Bin ทั้งหลายในเมืองไทย
http://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/asia/china/9665023/10000-bottles-of-red-wine-found-in-abandoned-Chinese-house.html (http://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/asia/china/9665023/10000-bottles-of-red-wine-found-in-abandoned-Chinese-house.html)
ไวน์ปลอมหมื่นขวด :07:
มันใส่อะไรไว้ข้างในกัน :05:
ฮือ
ใครซื้อไปเจ็บใจตาย
ปล. แต่เราไม่มีปัญญากินตัวท็อป กินได้แต่ Table Wine ธรรมดา ๆ ก็มีความสุข ไม่ต้องกลัวปลอมเนอะ
:45:
:52:
ขอบคุณข่าวสารจากป๋าณตครับ
ทำให้รู้ว่าต้องระมัดระวังมากขึ้น แต่ว่าจะดูยังไงล่ะครับ ไวน์ปลอมไม่ปลอมเนี่ย ไม่เหมือนชายเฉาะนะ ที่ดูง่าย ๆ
:46:
เมื่อวันศุกร์ไปได้ตัวนี้มาครับ
(http://img3.f0nt.com/27/af4a0061f1999b4a6c5078b35b4b0a19.jpg)
เอามาลอง ทำตามสูตร
เปิดทิ้งไว้ 15 นาที แช่เย็น
กลิ่นตอนเปิดหอมครับ ได้กลิ่นเบอร์รี่ดำสุก โอ๊คตามหลังจาง ๆ
แต่รสชาดไม่ดีแฮะ แทนนินไม่หยาบไม่หนา เปรี้ยวสดชื่นดี
กินแล้วไม่ค่อยประทับใจเลยครับ
เปรียบเหมือนกำลังคุยกะผู้ชายใส่แว่น แต่งตัวแบบคนทำงานออฟฟิศ คือคุยดี แต่รีบ ๆ คุย ดูมันไม่ละเลียดเลย
เดี๋ยวอาทิตย์หน้าเอาใหม่ จะลอง Malbec ให้ได้สักที
:46:
จริงๆ ไวน์ Primitivo จาก Salento เป็นไวน์ที่ดีตัวนึงเลยนะครับ
แต่ก็แล้วแต่ผู้ผลิตอีกนั่นแหละ
ตอนผมชิมหนแรก
เหมือนกำลังขี่ม้าพยศที่กำลังวิ่งตะลุยเข้าไปในป่าโบราณ
กลิ่นเหงื่อม้าปนกับกลิ่นผลไม้ในป่า
รวมไปถึงกลิ่นของต้นไม้สับสนปนเปจนมึนหัว
แล้วกิ่งไม้ก็ตีหน้าตีตาแหกจนตกจากหลังม้า :41:
ตอนนั้นจำได้คือกินต่อไม่ได้ ก็ปิดจุกสูญญากาศเอาไว้
อีกสองสามวันค่อยมาคุยกันใหม่ :30:
สามวันถัดมาก็เอามาเปิดกินครับ เพราะคิดว่าน่าจะคุยกันรู้เรื่องแล้ว
เหมือนตอนนี้ม้าสงบแล้ว ได้กลิ่นอานม้าจางๆ
ค่อยๆ พาเราเดินเข้าไปในป่าโบราณ
กลิ่นผลไม้ป่า กลิ่นดอกไม้ ท่ามกลางสายหมอกชื้นๆ
ก็เป็นไวน์ของอิตาลีที่ดีตัวนึงเลยครับ
Quote from: ณต on 27 Nov 2012, 10:40 น.
จริงๆ ไวน์ Primitivo จาก Salento เป็นไวน์ที่ดีตัวนึงเลยนะครับ
แต่ก็แล้วแต่ผู้ผลิตอีกนั่นแหละ
ตอนผมชิมหนแรก
เหมือนกำลังขี่ม้าพยศที่กำลังวิ่งตะลุยเข้าไปในป่าโบราณ
กลิ่นเหงื่อม้าปนกับกลิ่นผลไม้ในป่า
รวมไปถึงกลิ่นของต้นไม้สับสนปนเปจนมึนหัว
แล้วกิ่งไม้ก็ตีหน้าตีตาแหกจนตกจากหลังม้า :41:
ตอนนั้นจำได้คือกินต่อไม่ได้ ก็ปิดจุกสูญญากาศเอาไว้
อีกสองสามวันค่อยมาคุยกันใหม่ :30:
สามวันถัดมาก็เอามาเปิดกินครับ เพราะคิดว่าน่าจะคุยกันรู้เรื่องแล้ว
เหมือนตอนนี้ม้าสงบแล้ว ได้กลิ่นอานม้าจางๆ
ค่อยๆ พาเราเดินเข้าไปในป่าโบราณ
กลิ่นผลไม้ป่า กลิ่นดอกไม้ ท่ามกลางสายหมอกชื้นๆ
ก็เป็นไวน์ของอิตาลีที่ดีตัวนึงเลยครับ
ขอบคุณมากครับป๋า
งั้นคราวหน้า เดี๋ยวจะลองซื้อใหม่ แล้วเปิดจุกทิ้งไว้ 3 วันก่อนกิน
องุ่นพันธุ์นี้ (Primitivo) มีเอกลักษณ์อย่างไรบ้างครับ
:46:
ความเห็นส่วนตัวนะครับ ต้องบอกตามตรงว่า
ไวน์จากอิตาลีนี่ ผมจับคุณลักษณะของพันธุ์องุ่นได้ยากมาก
(จริงๆ คือยังไม่เก่งนั่นแหละ :30:)
เพราะเหมือนกับมันโดนแปลงโฉมมาเรียบร้อยแล้ว
ถ้าเป็นอัศวินก็ใส่เกราะขี่ม้ามาอย่างดี
ถ้าเป็นผู้หญิงก็แต่งหน้าทาปากแต่งตัวมาแล้ว
ก็ขึ้นอยู่กับว่า มาจากที่ไหน
อันนี้ก็พอจะจับแนวทางได้ลางๆ
Primitivo จริงๆ เป็นโคตรเหง้าของ Zinfandel นะครับ(เป็นDNA สายเดียวกัน)
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะไปปลูกที่ไหนภูมิอากาศแบบไหนแล้วครับ
ไม่ได้ถามป๋านานแล้ว
รบกวนถามป๋าเกี่ยวกับไวน์หน่อยครับ
ป๋าครับ อาทิตย์นี้ผมกับแฟนจะไปกินเป็ดปักกิ่งกัน
มีไวน์แดงตัวไหนที่ป๋าจะแนะนำได้บ้างครับ
อยากได้แบบที่กินกับเป็ดแล้วเข้ากั๊น เข้ากันครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับป๋า
:46:
คำถามคือ จริงๆ แล้วชอบไวน์แดงหรือไวน์ขาวล่ะครับ :30:
Gewürztraminer สำหรับไวน์ขาว
Chateauneuf du pape สำหรับไวน์แดง
นี่ก็เป็นคำแนะนำทั่วๆ ไปนะครับ
หาได้ตามตำราทั่วไป
แต่เอาเข้าจริง อาหารจีนมันหลากหลายซับซ้อน
กว่าที่ไวน์สองตัวนี้จะเอาอยู่ :07:
เป็ดปักกิ่งก็อย่างนึง เป็ดย่างก็รสอีกอย่าง
เป็ดผัดก็มีอีกเป็นสิบ
ซุปมีอีกเป็นร้อย ผัดผักอีก
ก๋วยเตี๋ยวอีก หลากหลายนะครับ
ความเห็นส่วนตัวนะครับ
ถ้ากินกับเป็ดปักกิ่งที่กินหนังเป็ดห่อแป้งต้นหอมซอยราดซอสหวาน
ไวน์แดงที่ไปได้ดีก็จะเป็น Pinot Noir จากแคว้น มาร์ลโบโร นิวซีแลนด์
หรือ Rioja ชั้น Reserva ขึ้นไปจากสเปน นะครับ
อันนี้เจาะจงนะครับ ถ้าได้ Pinot Noir จากที่อื่น
หรือ Rioja ถูกๆ ก็ไม่คิดว่าจะดีเท่าไหร่
คำตอบจริง ๆ คือชอบทั้งคู่ครับ
แต่จะแยกเป็นดังนี้ครับ
ขาว ชอบ Gewurztraminer ครับ
แดง ตอนนี้กำลังสับสน หาทิศทางไม่ถูก เพราะ ตอนนี้กำลังอยากลองพวก Malbec, Granache (เขียนผิดขออภัย) จากทางฝั่งอเมริกาใต้ด้วยครับ
ถ้าถึงกับชาโตว์เนิฟ ดู ป๊าป ละ ไม่ต้องกินเป็ดกันพอดีครับ หมดตังค์ก่อน :30: :30: :30:
Rioja Reserva น่าสนใจนะครับ
แต่เอ๊ะ ปราสาทอสูรของป๋า พอจะดื่มได้กับเมนูนี้หรือไม่ครับ
ปล. + ทันที หลังจากที่เห็นป๋าตอบ
เมพขิง ๆ
:46:
ไม่คิดว่าจะเหมาะนะครับ ไม่ว่าจะเป็นองุ่นพันธ์ไหน
เพราะปราสาทอสูรมันดุดันไปนิดนึงสำหรับอาหารจีน
Rioja Reserva น่าสนใจครับ ไปกับอาหารจีนได้อย่างน่าอัศจรรย์
ไม่ใช่แค่เป็ดปักกิ่งด้วยนะครับ
หมูกรอบ เนื้อตุ๋น หรือเมนูผัดๆ ทั้งหลายก็ไปได้ดีด้วย
Quote from: ณต on 17 Dec 2012, 12:10 น.
ไม่คิดว่าจะเหมาะนะครับ ไม่ว่าจะเป็นองุ่นพันธ์ไหน
เพราะปราสาทอสูรมันดุดันไปนิดนึงสำหรับอาหารจีน
Rioja Reserva น่าสนใจครับ ไปกับอาหารจีนได้อย่างน่าอัศจรรย์
ไม่ใช่แค่เป็ดปักกิ่งด้วยนะครับ
หมูกรอบ เนื้อตุ๋น หรือเมนูผัดๆ ทั้งหลายก็ไปได้ดีด้วย
ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องเลือกพันธุ์ด้วยหรือเปล่าครับ หรือว่าพันธุ์อะไรก็ได้
ปีมีความสำคัญแค่ไหนครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ
:46:
Rioja เป็นชื่อแคว้นในสเปนน่ะครับ (la Rioja)
ไวน์ Rioja มีกฎหมายกำหนดอยู่แล้วว่าต้องใช้องุ่นพันธุ์หลักเป็นอะไร
ปกติแล้วจะเป็น Tempranillo
แล้วก็จะมีองุ่นพันธุ์อื่นมาผสมเช่น Garnacha
อย่างแถว Navarra ทางตะวันออกของ Rioja
ก็จะมีองุ่น Garnacha หรือ Grenache ผสมมากกว่าที่อื่น
ราคาก็จะถูกกว่าด้วย
ลำดับชั้นของ Rioja แบ่งเป็น
- Crianza นั่นคือไวน์จะถูกบ่มอยู่ในถังไม้โอ้คอย่างน้อยหนึ่งปี
(แต่ถ้าเป็นที่อื่นที่ไม่ใช่ Rioja ก็จะบ่มแค่หกเดือนเท่านั้น)
- Reserva ไวน์จะถูกบ่มในถังไม้โอ้คอย่างน้อยหนึ่งปี
แล้วบ่มในขวดอย่างน้อยอีกสามปีหรือมากกว่านั้น
- Gran Reserva ก็จะบ่มในถังไม้โอ้คสองปี บวกกับในขวดอย่างน้อยอีกสี่ปี
ดังนั้นถ้าเราเห็นไวน์ Rioja Gran reserva ปี 2012 มาวางขายตอนนี้(ปลายปี 2012)
นั่นแสดงว่าเป็นไวน์ปลอม เพราะ vintage ของ Gran Reserva
ที่วางขายตอนนี้จะต้องไม่เกินปี 2006 น่ะครับ :30:
อ่อ จริงๆ แล้วยังมี Rioja ที่เป็นไวน์ขาวด้วย
ทำจากองุ่นพันธุ์ Viura (Macabeo)
แต่ไม่แนะนำให้เอามากินกับเป็ดนะครับ
สงสัยจะต้องเอา Reserva มาลองแล้วละครับ
ฟังดูไม่น่าจะหนักเกินไป
คราวนี้ขอถามเพิ่มเติมครับ
Temparillo กับ Grenache มีคุณลักษณะเด่น ๆ อย่างไรบ้างครับ
ขอบคุณป๋าณตมากครับ
:46:
เรื่องคุณลักษณะเด่นขององุ่นแต่ละพันธุ์นี่
ตูแนะนำให้ชิมและบันทึกจดจำเองนะ
อย่ามาเชื่อตู หรือเชื่อตำรา
ได้ครับ
ได้ความอย่างไร จะมาแจ้งให้ทราบนะครับ
จริง ๆ อาทิตย์ก่อนหน้า ได้ลอง Malbec ของอาร์เจนไปตัวนึงแล้ว แต่ลืมถ่ายรูปไว้
ร้านไวน์ที่ Mansion 7 รัชดาครับ รสชาติดีครับ จำได้ลาง ๆ แล้วว่าเป็นเบอร์รี่ดำ โกโก้ โอ๊คปลาย ๆ บาง ๆ
:46:
ขออนุญาติเอา Vintage Chart มาลงนะครับ
อันที่หามา มาจาก หลากหลายเว็บ นะครับ
:46:
http://vinumvine.files.wordpress.com/2012/02/wine-enthusiast-february-2012-vintage-chart-europe.jpg (http://vinumvine.files.wordpress.com/2012/02/wine-enthusiast-february-2012-vintage-chart-europe.jpg)
http://somedamngoodwine.com/wp-content/uploads/2010/11/VintageChart-1.jpg (http://somedamngoodwine.com/wp-content/uploads/2010/11/VintageChart-1.jpg)
เบิ้ลครับ
เมื่อวานได้ 3 ตัวนี้มาครับ จากที่เดิม Villa Market ทองหล่อ
(http://img3.f0nt.com/26/b636f570d691f94042a34078150ea40b.jpg)
ตัวนี้ตามที่ป๋าแนะนำเกี่ยวกับไวน์ที่คู่กับเป็ดปักกิ่งครับ เห็นราคาตัว Reserva แล้ว ไม่ไหว ขอเป็นตัวนี้ก่อนก็แล้วกัน
(http://img3.f0nt.com/26/17505d9c9beef11d9ae6a03145604270.jpg)
ตัวนี้ซื้อตามที่ป๋าแนะนำครับ ว่าเป็นไวน์สามัญประจำบ้านของป๋า
(http://img3.f0nt.com/26/0a0de32d8defd4c790b4cc20af6c9fe0.jpg)
ตัวนี้ซื้อเพราะอยากลอง Reisling หรือ Gewurtztraminer ใหม่ ๆ ครับ พอดีตัวนี้มีลูกผสมพอดีก็เลยลอง
ไว้ทดสอบรสชาติแล้วจะมาแจ้งอีกครั้งครับ
:46:
เมื่อวันศุกร์ ไปนั่งชิวไวน์มา 1 ตัวครับ
Jacob's Creek - Grenache Shiraz Vintage 2011
(http://img3.f0nt.com/30/0feb06621c4414d0918667e41af266c2.jpg)
แรก ๆ กลิ่นปิด ได้กลิ่นผลไม้แดงดำยังไม่สุกดี
พอทิ้งไว้เกิน 15 นาที กลิ่นเริ่มดี ผลไม้ดำสุก วนิลาบาง ๆ ตอนท้าย
สีน้ำไวน์แดงใส
จิบแรกก็หวานดีครับ แล้วเผ็ดตามมาด้วยเอกลักษณ์ของ Shiraz (เท่าที่จับลักษณะได้ พันธุ์นี้จะเผ็ด ๆ เครื่องเทศ)
จบค่อนข้างสั้น
ดื่มกับสลัดเป็ดรมควัน แล้วก็พาสต้าครีมซอสกับแซลมอนรมควัน อร่อยมากครับ
:46:
เมื่อคืนเอาไวน์ขาวตัวที่เคยโพสไว้มาเปิดกิน
Hardy's Reisling - Gewurtztraminer 2011
กลิ่นผลไม้เหลืองสุกชัดเจน น้ำผึ้งนิด ๆ กลิ่นบอกให้รู้เลยว่าหวาน มีกลิ่นน้ำมันตอนท้าย แต่นิด ๆ
แก้วแรกลองที่อุณหภูมิเย็นเกินไป รสเปรี้ยวนำ แต่สดชื่นดีมาก
หลังจากนั้นเอามาแช่ในถังน้ำแข็งที่เย็นน้อยกว่าเดิม อืม รสหวานก็มีตามที่ต้องการ แม้จะไม่หวานเท่า CraneLake ที่เคยกิน แต่ก็เป็นตัวที่ไม่เลวเลยทีเดียว
จบกลาง ๆ ไม่ค่อยทิ้งความหวานหอมให้ได้จำ แต่อร่อยจนเผลอดื่มคนเดียวหมดขวด
ก็คงต้องไปซื้อมาอีก หวังว่า Villa Market จะยังไม่เลิก Promotion ไวน์ตัวนี้นะครับ ถูกดี
:46:
เมื่อวันก่อน ได้เปิด ปราสาทอสูร ที่ซื้อมาตามคำแนะนำป๋า ดื่มคู่กับอาหารอย่าง ยำเนื้อ
แซ่บอย่าบอกใคร
ไวน์ตัวนี้เยี่ยมเลยครับ กลิ่นที่ได้ก็องุ่นแดงสุกได้ที่ วนิลา เครื่องเทศอย่างพริกไท ได้กลิ่นไม้ด้วย
สีออกแดงม่วงครับ ใสนิดหน่อย
ไม่ฝาดมาก จบไม่นาน แต่อร่อย
ขอบคุณป๋าณตที่แนะนำตัวนี้ครับ
:46:
ปราสาทอสูรชื่อน่ากลัว แต่เป็นไวน์กินง่าย :30:
ว่าแต่ว่า แมร์โลของปราสาทอสูร ที่เมืองไทยขายเท่าไหร่อ่ะ
699 จ้ะ
Villa Market นะคะ
:46:
แถวนี้ซื้อได้ประมาณหกปอนด์ :30:
เคยซื้อ Cabernet Sauvignon ของปราสาทอสูร
ที่ร้านไวน์ลอฟท์ ราคาตั้ง 1600 :05:
นี่แหละค่ะ
"ภาษี"
:05:
ทำไมต้องแพงที่พันธุ์นี้ด้วยวะ :05:
Quote from: RomSaiKyu on 02 Jan 2013, 12:42 น.
ทำไมต้องแพงที่พันธุ์นี้ด้วยวะ :05:
ตัวไม่แพงมันก็มีนะจ๊ะห์ตัวเธอว์
ค่อย ๆ หา แต่มันหายากหน่อย
:52:
ชอบกาบิเน่ ซัลวิยงนี่หว่า :05:
Quote from: RomSaiKyu on 02 Jan 2013, 19:57 น.
ชอบกาบิเน่ ซัลวิยงนี่หว่า :05:
ชอบหนักแน่นเหรอจ๊ะห์
:21:
ชิลีด้วย เอาสิ :54:
ลอง YALI ไหมจ๊ะห์ Cabernet Sauvignon - Chile ด้วยนะเออว์
เค้าหาซื้อได้ในราคาขวดละ 3 ร้อยก่า ๆ
แน่น เข้ม ตามสไตล์คุณพี่เลยนะ
:46:
จะจำไว้ :25: :25:
แต่ข้างนอกมันจะแพงก่านี้นะ แต่ไม่แพงมากหรอก
ที่เค้าซื้อราคานี้ เพราะเค้าซื้อทีละ 6 ขวดอ่ะ
:46:
พูดถึงแล้วก็เปรี้ยวปาก รอแฟนกลับมาจากบ้านก่อน จะไปกินเป็ดปักกิ่งแกล้มไวน์ให้สมอยากซักที
ปกติซื้อไหนเหรอ ถ้ามันราคานี้จะซื้อมาตุนมั่ง ราคาแบบนี้แม่บ้านไม่บ่น :47:
ซื้อจากเพื่อนที่ทำงานของแฟนครับ
นี่ก็ได้เวลากลับไปซื้อแล้วสินะ
:52:
ฝากซื้อมั่ง :47:
จ้ะห์
จะซื้อแล้วจะมาถามอีกทีนะจ๊ะห์
จมล. เบอร์โทรของลุงมาเลยจ้ะห์
เดี๋ยวจัดการให้
:46:
กาเบอร์เนต์ โซวิญงปราสาทอสูรดีกว่า Yali เยอะเลยนะ :05:
คือผมแนะนำในระดับราคาที่แม่บ้านของลุงไม่บ่นน่ะครับ
:46:
ส่วน ปราสาทอสูรดีฝ่าอยู่แล้ว จากการลองด้วยตนเอง
:52:
สามร้อยกะพันกว่าน่ะป๋า :05:
เอาจริงๆ ซื้อเองมานั่งกินนี่ไม่เคยมากกว่าเจ็ดร้อยเลย :05: :05:
Quote from: RomSaiKyu on 03 Jan 2013, 11:42 น.
สามร้อยกะพันกว่าน่ะป๋า :05: - Merlot ขวดล่าสุดที่เค้าถอยมา จาก Villa Market 699 บาทครับ :46:
เอาจริงๆ ซื้อเองมานั่งกินนี่ไม่เคยมากกว่าเจ็ดร้อยเลย :05: :05:
ซื้อมานั่งกินเอง แพงสุดตอนนี้ที่ซื้อคือ 899 อ่ะ อย่างอื่นอยากลอง แต่มือสั่น กลัวตังไม่พอกินข้าว
:30:
จริงๆ แถวนี้ ราคาไวน์ปราสาทอสูรเท่าๆ กันหมดนะลุง
เว้นแต่ Pinot noir ที่แพงกว่าชาวบ้านปอนด์นึง
ตาวิคบอกว่าซื้อแมร์โลปราสาทอสูรได้ หกร้อยกว่าๆ
ถ้าเป็น การ์เบอร์เนต์ โซวิญงก็ไม่ควรต่างกันหรือเปล่า
รบกวนตาวิคช่วยสืบราคาให้ด้วยนะครับ :46:
ที่ตูซื้อร้านไวน์ลอฟท์มันแพง เพราะเป็นไวน์บาร์ด้วยน่ะ
ซื้อตามซูเปอร์หรือร้านไวน์เฉยๆ ราคาคงไม่ขนาดนั้น
เดี๋ยวไปสำรวจราคาทั้งสองอย่างเลยละกัน :54:
ราคาปราสาทอสูรในบ้านเรา (อ้างอิง Vintage 2010 นะครับ เพราะซื้อมา) คือ 699 บาท บวกลบกันไม่เกิน 30 บาทครับ
ส่วน Vintage อื่น ๆ นั้น ไม่เห็นในร้านครับ
ร้านประจำผมคือ Villa Market ทองหล่อ
ไวน์เยอะ หลากหลาย พนักงานมีความรู้ดี แนะนำได้ดี (เป็นบางคน)
:46:
อ่านในเว็บนี้
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=why_wine&group=1&page=1 (http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=why_wine&group=1&page=1)
เห็นแล้วอยากถามป๋าว่า ได้ลองหรือยังครับ
(http://img3.f0nt.com/06/49b3372503f8d3e086bbb6363f86396a.jpg)
เค้าบรรยายไว้อย่างนี้ครับ
WINE CHILE : Casa la Joya Estate Gran Reserve Merlot 2008
ไวน์แดงMerlot จากเขตColchagua Valley, Chile
CASA La Joya เป็นไร่องุ่นและโรงไวน์ขนาดเล็ก
ที่ดำเนินงานโดยครอบครัว Bisquertt โดยมีพ่อ ลูกสาวและลูกชายเป็นWinemaker
เปิดขวดแล้วทำดีแค้นท์ประมาณ1ชั่วโมง
น้ำไวน์สีโกเมนแดงเข้มสวย ทึบปานกลาง
กลิ่นแรกเป็นกลิ่นผลไม้แดงเข้ม หอมมาก
ประมาณลูกอมซูกัสสีชมพู สีม่วง กลิ่นราสเบอรี่ สตอเบอรี่
โอ็คหอมเนียนอยู่ด้านหลัง กลิ่นไม้ รากไม้ มีเขียวบางๆ
บอดี้กลาง เนื้อน้ำแน่นดี แทนนินเนียน ไม่หนามาก
แอซิดดีใช้ได้ จบดีหอมและฝาดเนียน
ด้วยที่เป็นไวน์ Old vine และใช้โอ็คฝรั่งเศสแบบพอดีๆ
ทำให้ Casa la Joya Estate Gran Reserve Merlot
เป็นไวน์ merlot โลกใหม่ที่ โดดเด่นกว่าเพื่อนไวน์ชิลีด้วยกัน
สมกับทีึ่เคยได้รางวัล Best Merlot in the World at the 2002 London International Wine & Spirit Competition
เลยอยากรู้จากป๋าณตว่าลองแล้วเห็นเป็นอย่างไรครับ
:46:
ไม่เคยกินยี่ห้อนี้ครับ
แต่แอบสงสัยว่าไวน์แบบนี้ มันต้องดีแค้นท์ด้วยเหรอ
แถมทิ้งไว้ตั้งชั่วโมง :05:
คือสงสัยเหมือนกันครับว่าดีแคนท์ทำไม เปิดตั้งชั่วโมงกลิ่นไม่หายหรือ
แล้วเท่าที่อ่านๆมา แนวทางคนนี้เหมือนปาร์คเกอร์พอควรคือชอบหนักๆ แน่นๆ
ก็เลยสงสัยว่าแล้วเปิดนานขนาดนี้ มันยังจะเหลืออะไร
:43:
ตัวนี้ป๋าลองยังครับ
http://www.bloggang.com/data/w/why_wine/picture/1357881676.jpg (http://www.bloggang.com/data/w/why_wine/picture/1357881676.jpg)
เห็นฉลากแล้วน่าสนใจมั่ก ๆ
ราคาที่นู่นเท่าไหร่ครับ
:46:
ไวน์อิตาเลียนตอนนี้ตูยังเตาะแตะอยู่นะ
ยังไม่ได้เริ่มไวน์จากแคว้น Tuscany เท่าไหร่
ตัวนี้แถวนี้ขายอยู่ประมาณ 25 ปอนด์มั๊งครับ
Quote from: ณต on 11 Jan 2013, 22:57 น.
ไวน์อิตาเลียนตอนนี้ตูยังเตาะแตะอยู่นะ
ยังไม่ได้เริ่มไวน์จากแคว้น Tuscany เท่าไหร่
ตัวนี้แถวนี้ขายอยู่ประมาณ 25 ปอนด์มั๊งครับ
ขอบคุณครับ
:46:
เมืองไทยคงถึงสองพัน
:07:
ป๋าครับ มีคำถามครับ
จากลิงค์นี้
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=why_wine&group=1&page=1 (http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=why_wine&group=1&page=1)
ตัวนี้ครับ WINE ITALY : WINE ITALY :DA VINCI Chianti Riserva 2008
เซียนเค้าใช้คำว่า "Firm&Round" มันแปลว่าอะไรครับ
:46:
firm and round ปกติพูดถึงเรื่องแทนนินครับ
แต่พูดถึงความรู้สึกในปาก
ไวน์ firm and round
เวลาไวน์อยู่ในปากเราจะรู้สึกได้ถึงความฝาดเฝื่อนของแทนนิน
แต่ก็ไม่ได้ฝาดจนรับรู้รสอื่นไม่ได้
ลองนึกถึงชาฝรั่งแก่ๆ(อีกล่ะ :30:)
ไวน์ firm and round ก็คือ ชาที่เติมนมลงไปในปริมาณนึง
คือรับรู้ได้ถึงความเป็นชาที่เข้มๆ อยู่ แต่ก็ไม่ได้ฝาดจนติดปากติดคอ
ถ้าตามความรู้สึกผม มันคือ อารมณ์ประมาณว่าชาเข้ม แต่นวล อย่างนี้หรือเปล่าครับ
:46:
เมื่อวันเสาร์ไปเสม็ดมา
เอาตัวนี้ไปเปิดมาครับ
Deinhard - Reisling (Vintage 2011)
(http://img3.f0nt.com/21/8f49e53d8b3a386d42f8321fd82032dc.jpg)
ซื้อมาจาก Villa Market ได้มาแทน Black Tower เพราะว่า Reisling ของ Black Tower หมด ก็เลยหันไปเจอขวดนี้เข้า ขวดสวย เลยหยิบ
599 บาท
จับแช่ถังน้ำแข็ง เปิดทิ้งไว้สักครู่
กลิ่นแรก ผลไม้เหลือง องุ่นสุก น้ำผึ้งนิด ๆ แต่น่าแปลกที่ไม่ได้กลิ่น น้ำมันดีเซลอย่างที่ปกติจะได้กลิ่นจาก Reisling เลย
รสชาติ หวานนิด ๆ ไม่ถึงกับ Black Tower แต่สดชื่นใช้ได้เลย
หายเหนื่อยจากการขับรถมาไกล ๆ และนั่งเรือกระเด้งไปกระเด้งมาได้อย่างน่าชื่นชม
จบไม่นาน แต่หอมสบายใจดีจังครับ
:46:
https://www.facebook.com/buywinenow (https://www.facebook.com/buywinenow)
น่าสนใจมั้ยครับ เพจนี้
เมื่อวันเสาร์เปิดตัวนี้
(http://img3.f0nt.com/04/b636f570d691f94042a34078150ea40b.jpg)
ไปร้านอาหารกับเพื่อนแฟน ปรากฏว่าร้านมีแต่แก้วไวน์อะไรก็ไม่รู้ ที่ร้านทั่ว ๆ ไปชอบเอาไว้ใส่ House Wine น่ะ
ขนาดแก้วเป็นแบบนี้ แต่กลิ่นนี่ ..... อืม หอมองุ่นแดงดำสุกพอดี ๆ เลยละครับ
วนิลาตามมาทีหลังแบบอ่อน ๆ
จิบแล้วได้รสหวานปะแล่ม ๆ เปรี้ยวสดชื่นก็ใช้ได้ ตอนกลืนมีรสเผ็ดซ่าด้วย
แต่จบสั้นจัง เสียดายที่แก้วไม่ดี ให้กลิ่นไม่ออกเยอะ
เหลืออยู่เกือบครึ่งขวด วันนี้จะลองกับแก้วที่บ้าน คิดว่ากลิ่นคงจะอลังการงานสร้างกว่านี้
ส่วน FB ที่ลุงร่มแนะนำ กำลังนั่งอ่านครับ เดี๋ยวมาแจมความเห็นครับ
:46:
ป๋าณตครับ
ตัวนี้
http://www.bloggang.com/data/why_wine/picture/1363671852.jpg (http://www.bloggang.com/data/why_wine/picture/1363671852.jpg)
เหมาะจะทานกับอาหารประเภทเนื้อย่างไหมครับ หรือเป็ดปักกิ่งดีครับ
:46:
ส่วนตัวชอบ รีออคค่า กับอาหารจีนนะ
ยิ่งพวกอบๆ ย่างๆ สไตล์จีนนี่เข้ากันมาก
แต่กินกับเนื้อย่างลำดวนก็น่าจะไปได้ดีล่ะ
วันศุกร์เอาตัวนี้ไปเปิดมา
(http://img3.f0nt.com/01/b1b1bb2d069f9d7455bbfb5eb3bd9503.jpg)
สั่งสปาเก็ตตี้ซอสเนื้อ และสเต๊กเนื้อมากินคู่
เปิดมา ได้กลิ่นหอมของลังไม้ องุ่นดำ
รสชาติดีทีเดียวครับ หวานนิด ๆ เผ็ดปลาย ๆ
กลาง ๆ ขวดมีรสเค็มและกลิ่นดินแห้งนิดหน่อย
เริ่มได้กลิ่นองุ่นดำแดงกึ่งสุกช่วงนี้
ได้กลิ่นช็อคโกแลตนิด ๆ อีกเช่นกัน
ปลายขวดดันแช่ให้เย็นไปหน่อย เปรี้ยวซะ
โดยรวมถือว่าคุ้มตังค์ครับ สี่ร้อยกว่าบาทจาก J Avenue เจ้าเดิม
ทำไมกินขวดนี้แล้ว รู้สึกเหมือนได้อ่านการ์ตูนที่มีเจ้า "อิชิดะ อุริว" แห่ง Bleach เป็นแกนหลักนะ
:46:
ก่อนสงกรานต์ เอาตัวนี้ไปเปิดกินเล่น ๆ มา
กินคู่กับยำแมงกะพรุน
(http://img3.f0nt.com/17/f1f3c4484eb0254ede710e16c2b37039.jpg)
กลิ่นแรกเป็นองุ่นขาวกำลังสุกพอดี มีกลิ่นลังไม้ น้ำผึ้ง
แรก ๆ แช่ยังเย็นไม่พอ รสชาติไม่ได้ แต่ออกหวาน แล้วก็สดชื่นดี
พอแช่เย็นได้ที่ ทีนี้มีกลิ่นลิ้นจี่มาด้วย อร่อยกว่าต้น ๆ ขวดเยอะเลย ทีนี้มีกลิ่นดอกไม้ขาวลอยมาอีก
สนุกสนานมาก Alc 7.5% เองด้วย
สอยมาจาก Villa Market ที่เดิม ชอบแฮะ อะไรจะมีไวน์เจ๋ง ๆ ได้เยอะขนาดนี้
แล้ววันศุกร์นี้เจอกันใหม่ ไปเอามาอีก
มอสคาโต ตัวนี้อร่อยนะ หอมกลิ่นกะทกรก
มีรสซ่าปลายลิ้นนิดๆ เป็นไวน์ที่เอาไว้แนะนำให้นักดื่มวิสกี้หรือเบียร์กิน
แล้วจะเปลี่ยนความใจมาชอบไวน์ได้เลย :30:
แต่โดยส่วนตัวรู้สึกว่ามันไลท์บอดี้ไปนิดนึง
เรื่องความเย็นของไวน์ในเมืองไทย เป็นเรื่องยากครับที่จะควบคุมอุณหภูมิ
ตูแนะนำ ก้อนน้ำแข็งพลาสติกแบบนี้ http://www.bizrice.com/upload/20120510/plastic_ice_cubes_star_ice_cubes.jpg (http://www.bizrice.com/upload/20120510/plastic_ice_cubes_star_ice_cubes.jpg)
หย่อนลงไปในแก้วสักก้อนหรือสองก้อน จะช่วยได้เยอะเลย
เพราะมันจะไม่ละลายปนกับไวน์เหมือนน้ำแข็งจริง
ขอบคุณครับป๋า
ลืมบอกไปว่าแรก ๆ เปิดขวดมามันซ่าจริง ๆ ด้วย ยังเถียงกับเพื่อนเลยว่าใช่ sparkling wine หรือเปล่า ทำไมมันมีฟองล่ะ
เราก็บอกว่า เฮ้ย ไวน์ขาว ไม่มีบอกบนฉลากนะว่า sparkling น่ะ
อร๊อย อร่อย
549 บาท คุ้มนะ เลิกซื้อ Crane Lake ละ
:46:
เป็นสไตล์ที่คล้ายๆ ไวน์หวานมีฟองของอิตาเลียนที่เรียกว่า Asti น่ะครับ
แต่ไม่ได้เป็นฟองฟู่เหมือน Sparkling wine หรือแชมเปญ
เราจะเรียกสไตล์ไวน์ที่มีฟองละเอียดๆ ซ่านิดๆ ว่า Frizzante ครับ
ข้อเสียประการนึงของ moscato คือไม่ได้ช่วยชูรสอาหาร เนื่องจากบอดี้บางมาก
แต่ข้อดีก็คือ ช่วยทำให้ไม่ฝืดคอมากกว่า ดังนั้นก็กินกับอะไรก็ได้ :30:
งั้นกินกับอาหารญี่ปุ่นน่าจะเข้าไหมครับป๋า
เพราะอีกจู๋นึง เอารีวิวอาหารญี่ปุ่นไปลงมา ซึ่งคิดอยู่ว่าจะไปอีกพร้อมกับไวน์ซักขวด
:46:
ของแบบนี้ต้องลองเองนะครับ เพราะมันคือการทดลอง
หล่นไม่หล่น ต้องซื้อด้วยประสบการณ์ตัวเอง :30:
ส่วนตัวคิดว่าถ้าจะกินกับอาหารญี่ปุ่น
ขอเป็นสาเก วิสกี้ดีๆ หรือเบียร์ จะดีกว่า :37:
Moscato ต้องตัวนี้เลย brown brother moscato
(http://img3.f0nt.com/18/80d4704762e507fa71a7857518109128.jpg)
หอม หวาน กำลังดี อร่อยยยย :54:
ราคาเท่าไหร่ล่ะนั่น
:05:
ขวดหรู ดูไม่น่าไว้ใจเลย
ที่นี่ขาย$16คิดเป็นเงินไทยก็ 480บาทค่ะ
ที่ไทยขายกันเท่าไรไม่รู้ :42:
บวกภาษีเข้าไปอีก
พันกว่าพอดี
:05: :05: :05:
Quote from: ณต on 17 Apr 2013, 11:11 น.
ของแบบนี้ต้องลองเองนะครับ เพราะมันคือการทดลอง
หล่นไม่หล่น ต้องซื้อด้วยประสบการณ์ตัวเอง :30:
ส่วนตัวคิดว่าถ้าจะกินกับอาหารญี่ปุ่น
ขอเป็นสาเก วิสกี้ดีๆ หรือเบียร์ จะดีกว่า :37:
ขอให้โชคดีมีทอนนะครับ :47:
ขอบันทึกไว้หน่อย วันนี้ทำแกงเขียวหวานหมูสามชั้นใส่ฟัก
โดยปกติแล้วอาหารไทยจำพวกแกงที่มีรสเผ็ดร้อน
(ตูตำพริกขี้หนูสดกำมือนึงเพิ่มเข้าไปในเครื่องแกงด้วย)
เราจะไม่กินกับไวน์แดงที่โอ้คจัดๆ บอดี้เยอะๆ
อย่าง Cabernet Sauvignon
เพราะโอ้คก็จะทำให้รสชาติอาหารไทยฝาดเฝื่อน
แอลกอฮอล์ก็จะทำให้ความเผ็ดติดลิ้นยาวนาน
ไวน์แดงที่พอจะไปได้ก็มีแต่ Shiraz
แต่ตอนที่ทำแกงไปชิมแกงไป จู่ๆ ก็นึกขึ้นมาว่า
เอ๊ะ แกงเขียวหวานหมูสามชั้นใส่ฟัก
ที่กะทิแตกมันๆ บวกกับหมูสามชั้นที่เคี่ยวจนนุ่ม
และฟักที่ดูดเอาน้ำมันจากหมูและแกงกะทิเข้าไปอยู่ในตัวฟักเนี่ย
มันน่าจะไปกันได้กับไวน์ Cabernet Sauvignon
ยี่ห้อปราสาทอสูรที่เป็นไวน์ประจำบ้านหรือเปล่า
เลยลองเอามาจับคู่กันดู ปรากฎว่าเป็น Perfect Marriage ล่ะ :12:
ไวน์ทำให้รสชาติของหมูเด่นชัดขึ้น ทำให้รสของแกงกะทิกลมกล่อม
และช่วยตัดความเลี่ยนของหมูสามชั้นและกะทิได้ด้วย
หนำซ้ำยังช่วยชูรสกลิ่นของเครื่องเทศให้หอมมากขึ้นอีก
ส่วนความฝาดเฝื่อนของแทนนินในไวน์
ก็ถูกดูดซับจากกะทิและหมูสามชั้น(มันเยอะ)
ความฝาดเฝื่อนก็แทบจะหายไปจนหมด
(http://img3.f0nt.com/20/b8ceda59a2cccdd7206039734e75196d.jpg)
ไวน์คาเบอเนต์ โซวิญง ปี 2011 ของยี่ห้อ ปราสาทอสูรเนี่ย
เหมือนเรานั่งอยู่ใต้ต้นตะขบท่ามกลางแสงแดดยามเช้าของฤดูหนาวริมแม่น้ำปาย
มีลมเย็นพัดผ่านมาเบาๆ พร้อมกับกลิ่นเฝื่อนๆ ของใบไม้และลูกตะขบสุกๆ
จู่ๆ ก็มีผู้ชายวัยกลางคนที่ใส่ชุดแดงเข้มขรึม บุคคลิกสง่างาม
มาชวนเรากินกาแฟ ที่กลิ่นหอมเหมือนเพิ่งคั่วเมล็ดกาแฟสดๆ ใหม่ๆ
แกล้มกับขนมที่ทำจาก Dark Chocolate ผสมกับ Thyme
บรรยากาศเหมือนกับที่เราสั่ง Cafe Gourmand ในร้านหรูๆ
ทำให้ติดตรึงในความทรงจำยาวนาน
ป๋าบรรยายน่ากินจัง อยากกินแกงเขียวหวานเลย :05: :05:
อ่านแล้วเห็นภาพชัดมากเลยค่ะ
ทำให้นึกได้ว่าที่ร้านลูกค้ามักสั่ง Cab Sav กินกับพวกแกงเขียวหวาน แพนง มัสมั่น
ส่วน Shiraz ทานกับพวกยำ
Merlot ทานกับข้าวเหนียวไก่ย่าง (ออกแนวBBQ)
ส่วนตัวกินไวน์แดงไม่เป็นรู้สึกมันกลืนยาก
แล้วส้มตำ ข้าวเหนียวไก่ย่างนี่มันต้องกินคู่กับแสงโสมไม่ก็เหล้าขาวนะ เข้ากันสุดแล้ว
อยากลองแนะนำลูกค้าจริงๆ :30:
Quote from: นานาาา on 20 Apr 2013, 12:59 น.
ป๋าบรรยายน่ากินจัง อยากกินแกงเขียวหวานเลย :05: :05:
ด้วย :30:/
ไวน์คาเบอเนต์ โซวิญง ปี 2011 ของยี่ห้อ ปราสาทอสูรเนี่ย
เหมือนเรานั่งอยู่ใต้ต้นตะขบท่ามกลางแสงแดดยามเช้าของฤดูหนาวริมแม่น้ำปาย
มีลมเย็นพัดผ่านมาเบาๆ พร้อมกับกลิ่นเฝื่อนๆ ของใบไม้และลูกตะขบสุกๆ
จู่ๆ ก็มีผู้ชายวัยกลางคนที่ใส่ชุดแดงเข้มขรึม บุคคลิกสง่างาม
มาชวนเรากินกาแฟ ที่กลิ่นหอมเหมือนเพิ่งคั่วเมล็ดกาแฟสดๆ ใหม่ๆ
แกล้มกับขนมที่ทำจาก Dark Chocolate ผสมกับ Thyme
บรรยากาศเหมือนกับที่เราสั่ง Cafe Gourmand ในร้านหรูๆ
ทำให้ติดตรึงในความทรงจำยาวนาน
ไม่เคยไปปาย :05:
เว้ย บรรยายสุดตีนอีกแล้วป๋า
:52:
เย็นนี้ไปสอยแกงเขียวหวานมากินดีกว่า :30:
ว่าแต่ว่า เมื่อวันเสาร์เอา MOSCATO ของ Yellow Tail ไปหลอกให้แม่กิน (เหลือมาครึ่งขวด เปิดไว้ตั้งแต่วันพฤหัส เพื่อฉลองวันเกิดกับแฟน)
กลิ่นแม่งยังไม่หายไปไหนเลยอ่ะ ลิ้นจี่ ดอกไม้เหลืองขาว องุ่นเขียวขาวสุกฉ่ำ น้ำผึ้ง ลังไม้ มากันยังกะกองท้พ
แม่บอกว่าทำไมเอามาแค่นี้วะ :59:
เลยบอกว่าวันหลังจะซื้อให้ใหม่ 3 ขวดเอาไปเลย แม่ยิ้ม :08: แม่ตูเปลี่๊ยนไป๋ :05:
ท้ายนี้ขอถามครับป๋า
Cab Suv เนี่ย ควรจะกินกับแกงกะทิเท่านั้นหรือเปล่าครับ
จริงๆ คาเบอเนต์โซวิญง มันไม่ค่อยเหมาะกับอาหารไทยล่ะ
ต้องทดลองเป็นกรณีๆ ไปเลย ถึงจะรู้ว่าอันไหนเข้ากัน
และคาเบอเนต์โซวิญงแต่ละยี่ห้อก็ให้ผลไม่เหมือนกันด้วย :59:
โดยทั่วไป อาหารที่กินกับไวน์ คาเบอเนต์โซวิญง
ก็จะเป็นพวกสเต็ค บาร์บีคิว พวกตุ๋น หรืออบ
เนื้อสัตว์ก็จะเป็นสัตว์เนื้อแดง อย่างเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อกวาง
ถ้าเป็นสัตว์ปีกก็จะเป็นเป็ด ที่ทำสไตล์ฝรั่ง
แต่ถ้าเป็นพวกพาสต้า ก็ต้องเป็นพวกครีมเบสซอส
อย่าง คาโบนารา อะไรทำนองนี้
จริงๆ พูดถึงเมืองไทยนี่
เหมาะกับไวน์ขาวด้วยประการทั้งปวงนะครับ :30:
ไม่ว่าจะสภาพภูมิอากาศ อาหาร
แต่ไม่รู้ทำไม คนไทยก็กินกันแต่ไวน์แดงเป็นส่วนใหญ่
ผู้นำเข้าก็ทำตลาดกันแต่ไวน์แดง หาไวน์ขาวดีๆ ยาก :59:
งั้นเด๋วเค้าไปสายขาวแล้วจะมาเล่าให้ฟังทีละตัว ๆ เนอะ
แดงเริ่มไม่ไหวละ
ชักกลืนไม่ลง แรงไปอ่ะบางขวด
:46:
White wineในดวงใจ
Oyster Bay sauvignon blanc
(http://img3.f0nt.com/24/c09f96738c70c142c20bc95c8d79a32a.jpg)
Villa Maria sauvignon blanc
(http://img3.f0nt.com/24/19bef802cd340cf85b043846da8f0e7c.jpg)
อร่อย :10:
ชอบเหมือนกัน เจ๋งทั้งสองตัวเลย กลิ่นหอมมากๆ
ปาล์มลองชิม Sauvignon Blanc ที่มาจาก Wairau Valley ดูสิ
เป็นไวน์ Marlborough เหมือนกัน
แต่มันจะดีขึ้นไปอีกระดับเลยนะ
ยี่ห้อ Villa Maria ก็มีจาก Wairau Valley ด้วยนะ
เอาจริงๆ ตอนนี้ตูยกให้ไวน์ Sauvignon Blanc จากนิวซีแลนด์
เป็นไวน์ Sauvignon Blanc ที่ดีที่สุดในโลกเลยแหละ :12:
ว้าวๆๆๆ พรุ่งนี้ลองเลยประไร :25:
Quote from: PalmySyd on 24 Apr 2013, 20:26 น.
White wineในดวงใจ
Oyster Bay sauvignon blanc
(http://img3.f0nt.com/24/c09f96738c70c142c20bc95c8d79a32a.jpg)
Villa Maria sauvignon blanc
(http://img3.f0nt.com/24/19bef802cd340cf85b043846da8f0e7c.jpg)
อร่อย :10:
ราคาเป็นอย่างไรอ่ะครับ
:46:
Oyster Bay $16
Villa Maria $14
ปกติซื้อตอนลดราคาก็$12ค่ะ :33:
ขอบคุณครับ :52:
แต่เว้ย
เมืองไทยขวดเป็นพันอีกละ
:05: :05:
ช่วงนี้มีแต่คนชวนกินไวน์
วันก่อนก็ Rose Brut De Chanceny ไม่อร่อย
เมื่อคืน Mont Clair Brut (brut อีกแล้ว) พอกินได้ แต่กินไปเค็มมากๆๆ เป็นเพราะอะไรครับ?
สุดท้าย BIN2 ก็โอสุดล่ะ
ไวน์ฟองที่กินแล้วเค็มขึ้นตูไม่เคยเจอนะ อันนี้ตอบไม่ได้แฮะ
ว่าทำไมถึงเค็ม เค็มแบบไหน นึกไม่ออกจริงๆ :44:
พอใกล้ๆ หมดแก้วมันจะเค็มมากกกก เค็มแบบเกลือเลย
นึกถึงเวลากินอีโน พอกินหมดมันจะเหลือผงเกลือก้นแก้ว
แต่อันนี้ไม่มีอะไรค้างในแก้ว แต่ก้นแก้วจะเค็มมาก
กินหมดรินใหม่ก็ปกติ แค่พอลิ้นชินความเฝื่อนจะลดลง
แต่เค็มนี่เป็นแทบทุกครั้งที่กินใกล้หมดแก้วเลยนะ
โดนผงซักฟอกตกค้างก้นแก้วหรือเปล่า :41:
ม่ายยยน้าาาาาาาาา :05:
แก้วแชมเปญมันล้างยากอยู่นะ :37:
จริงๆ คือใช้แก้วธรรมดานี่แหล่ะกิน
หิ้วไปกินเสพบรรยากาศข้างนอก ไม่อยากเอาแก้วบอบบางไปเสี่ยง :37:
มีคนเขาว่ามาเหมือนกันว่า ไวน์ออสเตรเลียหลังๆ
มักจะทำไวน์ฟูลบอดี้ แอลกอฮอล์เยอะ รสเข้มข้น และมีรสเค็มขึ้น :37:
แต่ที่มิ้มกินมันเป็นไวน์ฟองนี่นา :47:
ใช่ครับ
ตอนเปิดขวดนี่ อยากเขย่าฉีดแบบพวกแชมป์เค้าทำกันจริงๆ :42:
รบกวนถามครับป๋า
คือจะทำอาหารเมนู สปาเก็ตตี้ผัดเบคอน แบบใส่พริกแห้งด้วยอ่ะครับ ออกแนวเผ็ด ๆ แบบไทย ๆ
คำถามคือ เราควรกินกับไวน์ขาว หรือแดง จะดีกว่ากันครับ
จะไปซื้อมาทำสัปดาห์นี้ครับ
ขอบคุณครับ
:46:
ต้องถามคนกินก่อนครับ ว่าปกติชอบกินไวน์ขาวหรือไวน์แดง :59:
เพราะถ้าปกติชอบไวน์ขาว แล้วไปแนะนำให้กินกับไวน์แดงมันก็ไม่เวิร์ค
หรือชอบกินไวน์แดง แล้วไปกินกับไวน์ขาวมันก็ไม่เวิร์คอีกอยู่ดี
คือพาสต้าใส่พริก(ปกติ พาสต้าหลายๆ สูตรจากอิตาเลียนก็มักจะใส่พริกอยู่แล้ว)
และเขาก็กินได้ทั้งกับไวน์แดงและไวน์ขาว
ขึ้นอยู่ว่าจะชอบกินไวน์แบบไหน
ถ้าไวน์แดง ก็แนะนำ Italian Primitivo หรือ ซิซิเลียน Nero D'Avora ก็โอเค
หรือจะเลือก Zinfandel จากแคลิฟอร์เนียก็ได้
เลือกที่แอลกอฮอล์ไม่สูงนัก ก็จะช่วยสมดุลรสชาติในปากได้ดี
ถ้าเป็นไวน์ขาว ลอง Italian Soave หรือ Sauvignon Blanc หรือจะเป็น Riesling ก็ได้
หรือถ้าชอบไวน์ฟอง ลอง Cava จากสเปนดูครับ :12:
คือกินได้ทั้งแดงและขาวครับ
แต่ตอนนี้จะเน้นขาวมากกว่า เพราะว่ากินง่ายกว่าครับ
แดงนี่จะคุ้นเคยกับ Nero D' Avora มากกว่า
Zinfadel ไม่เคยครับ เป็น Rose หรือเปล่าครับ
Riesling น่าสนใจ
Gewurtztraminer พอได้ไหมครับ
:46:
ป๋าครับ
ตัวนี้ น่าสนไหม
WINE Australia: WARBURN ESTATE GOSSIPs PINK MOSCATO 2012
Warburn Estate Gossips Sweet Lips Pink Moscato 2012 , Riverina , New South Wales, South Eastern Australia
ไวน์โรเซ่ พิงค์มอสคาโต้ จาก เขตSouth Eastern Australia
เมือง Riverina , New South Wales
ซึ่งเขต South Eastern Australia
เป็นเขตที่มีการผลิตไวน์เป็นปริมาณมากที่สุดในออสเตรเลีย
Riverina มีสภาพภูมิอากาศแดดค่อนข้างจัดแต่อบอุ่นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ย 25 องศา
น้ำฝนปีละประมาณ 400mm สภาพดินส่วนใหญ่เป็นดินแดง ดินลูกรัง
โดยมีดินเหนียวดินตะกอนแม่น้ำ และกรวดทรายบ้างตามพื้นที่
(http://img3.f0nt.com/31/72c248d6412455f513bdd2dd61a5befd.jpg)
เค้าบรรยายไว้แบบนี้ครับ
น้ำไวน์สีชมพูอมส้มบางๆ
กลิ่นสตอเบอรี่แช่อิ่ม ท้อแช่อิ่ม ดอกกุหลาบตูม กลิ่นหมักนิดๆ
น้ำไวน์ดูหนืดนิด ใสและมีพรายฟองบางๆ
บอดี้กลางต่ำ แอซิดพอได้ ออกหวานอมเปรี้ยวซ่า
เหมาะสำหรับดื่มคู่กะอาหารที่รสจัด แต่ไม่เผ็ดจนเกินไป
คนชอบไวน์หวาน ดื่มง่ายๆ น่าจะชอบไวน์ตัวนี้ แอลกอฮอล์แค่5%
ที่สำคัญ ราคาถูกคุ้มค่ามาก
:46:
ส่วนตัว ตูจะไม่กินไวน์ที่แอลกอฮอล์ต่ำกว่า 10 ดีกรีนะ :30:
มันจะไม่เมาหรืออย่างไรครับ
:52:
คือผมดูเผื่อคุณแม่ด้วยน่ะครับ เพิ่งจะมาลองกิน ดันติดใจ เลยให้หามากินด้วยกัน
:30:
ไวน์แอลกอฮอล์ต่ำส่วนใหญ่มันจะหวานเกินน่ะ
แล้วแอซิดิตี้มักจะไม่ค่อยดี รวมไปถึงบอดี้ที่ไม่เป็นรูปเป็นร่าง
จะทำให้รู้สึกว่า เหมือนกินไวน์ผสมน้ำ
ชอบเวลาเมาไวน์นะ รู้สึกมันกริ้มกรึ่มดี
เปรมๆ เหมือนคนเมายา ไม่ทรมานเหมือนเมาเหล้า :30:
Quote from: ณต on 01 Jun 2013, 08:47 น.
ไวน์แอลกอฮอล์ต่ำส่วนใหญ่มันจะหวานเกินน่ะ
แล้วแอซิดิตี้มักจะไม่ค่อยดี รวมไปถึงบอดี้ที่ไม่เป็นรูปเป็นร่าง
จะทำให้รู้สึกว่า เหมือนกินไวน์ผสมน้ำ
บอดี้ไม่เป็นรูปเป็นร่าง มีความหมายอย่างไรครับ
:46:
คือเหมือนกับน้ำไวน์มันถูกแยกส่วนน่ะครับ
ส่วนนึงรู้สึกว่าเป็นไวน์อีกส่วนเป็นน้ำเปล่า
ลองเอาไวน์เติมน้ำแล้วชิมดูจะรู้ :47:
Quote from: ณต on 03 Jun 2013, 11:26 น.
คือเหมือนกับน้ำไวน์มันถูกแยกส่วนน่ะครับ
ส่วนนึงรู้สึกว่าเป็นไวน์อีกส่วนเป็นน้ำเปล่า
ลองเอาไวน์เติมน้ำแล้วชิมดูจะรู้ :47:
:46:
เบิ้ลครับ
วันนี้ไปถอยมาสองตัวครับ
เดี๋ยวเปิดชิมแล้วจะมารีวิวอีกทีนะครับ
:46:
(http://img3.f0nt.com/22/37b1a5f967b5cea290e393e6694a81fe.jpg)
(http://img3.f0nt.com/22/1f59e19fa38e8fcf2956fdee526696b3.jpg)
ทริปเปิ้ลครับ
เมื่อวานลอง Hardy's Moscato 2012 แล้วครับ
เปิดขวดมาได้กลิ่นองุ่นเหลือง ๆ เขียว ๆ มาก่อนเลยครับ
พอรินลงแก้ว มีฟองนิด ๆ (เหมือนที่ป๋าณตว่าไว้ว่าเป็น Frizzante)
ดมตอนยังไม่แกว่งแก้ว เอ๊ะ กลิ่นไม่มีเลยแฮะ (ได้กลิ่นแค่องุ่นอย่างเดียว)
พอแกว่งแล้วถึงจะได้กลิ่น ดอกไม้ (เหมือนลิลลี่) น้ำผึ้ง ลังไม้ (ผมนึกถึงลังไม้่ 4 เหลี่ยมแบบที่ใส่อุปกรณ์ทหารน่ะครับ :30:)
รสชาติ ออกหวานครับ หวานนำเลย เปรี้ยวมีนิดหน่อย คาดหวังว่าจะเจอเปรี้ยวกว่านี้แต่ไม่เจอ คิดว่าคงเพราะแช่เย็นไม่จัดมาก (ยัดช่อง Freeze ไปแค่ 20 นาที ที่เหลือเอามาแช่ช่องธรรมดา)
แต่กินกับไก่อบ "ในจู๋ ทำอะไรกินบ้างฯ" แล้วเข้ากันดี รสหวานของไวน์ตัวนี้ ตัดเค็มของไก่อบได้ีดี
เผลอกินคนเดียวหมดขวดอีกและ แฟนได้กินอยู่ 2 แก้ว :30:
ราคา (ถ้าจำไม่ผิด) ประมาณ 5xx บาท จาก Villa Market - อารีย์ ครับ
:46:
ขุดครับ
ป๋าณตครับ
เคยลองไวน์อินเดียไหมครับ
:46:
เคยครับ เคยกินของไร่ไวน์ Grover จาก Nandi Hills แคว้นบังกาลอร์
ทั้งโซวิญง บลองก์ และ คาเบอเนต์ ชีราส
โซวิญง บลองก์ ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่
คาเบอเนต์ ชีราสก็ถือว่าพอได้
คืออันนี้เทียบกับไวน์สามัญประจำบ้านน่ะนะ(ปราสาทอสูร)
แต่ถ้าเทียบกับไวน์ไทย ก็ถือว่าดีกว่าหลายๆ ยี่ห้อของไทยนะครับ :30:
ว่าจะตอบป๋านานแล้ว แต่ไม่ได้ตอบ
ผมได้ลองแล้วครับ ไวน์อินเดีย
กลิ่นแป้งนานนี่รึ่มเลยครับ แต่กลิ่นอื่น ๆ โอเคนะครับ คล้าย ๆ ไวน์โลกใหม่ทั่ว ๆ ไป เช่น องุ่นดำแดงสุก วานิลลา
กินง่ายดีครับ แต่เหมือนโครงสร้างขาดอะไรไปซักอย่าง
:46:
เบิ้ลครับ
ยังรอคอยการมาเขียนเรื่อง "วิธีการอ่านฉลากไวน์" ของป๋า นะครับ
:46:
สวัสดีครับขอมาแจมด้วยน่ะครับ :26:
มีคำถามครับ
ไวน์นี่ถ้าเปิดแล้ว ควรกินให้หมดรึเปล่าครับ
ถ้ากินไม่หมดนี่ สามารถเก็บไว้ได้กี่วัน
ควรกินให้หมดครับ ยิ่งถ้าอากาศร้อนๆ นี่ข้ามคืนก็ไปแล้วครับ
ถ้าเหลือแล้วจะเก็บจริงๆ ก็ให้เก็บในที่เย็นๆ
แล้วใช้จุกที่ดูดอากาศในขวดออกได้(Vacuum wine stopper)
ขอบคุณครับ..... :12:
ประเด็นคือ ชอบกินไวน์นะ แต่อยากกินแค่วันละแก้วพอเพื่อสุขภาพ ให้กินหมดขวดทีเดียวไม่ไหว เมาแน่
Quote from: Uncle Bear on 26 May 2014, 16:28 น.
ขอบคุณครับ..... :12:
ประเด็นคือ ชอบกินไวน์นะ แต่อยากกินแค่วันละแก้วพอเพื่อสุขภาพ ให้กินหมดขวดทีเดียวไม่ไหว เมาแน่
ผมกินที่เหลือให้ครับ
(http://img3.f0nt.com/18/cb0e2946f0e804d045acfe580c329649.jpg)
(http://img3.f0nt.com/18/e0801a93a332882cf82d1045366e4e68.jpg)
(http://img3.f0nt.com/18/a560a30596b4007c9034565ce6836aab.jpg)
(http://img3.f0nt.com/18/899d1e73ea398682b627df9ef201e335.jpg)
:58: ในกลุ่มแชร์มา ถามไปยังหาต้นตอไม่ได้ แต่ถูกจนน่าตกใจ (ไม่รู้เลยครับว่าข่าวเก่าด้วยรึเปล่า)
:59: Robert Mondavi Woodbridge Cabernet Sauvignon 1,300 เหลือ 399
:46: หรือท่านใดชี้เป้าได้จะขอบคุณมากๆเลยครับ
ราคาแบบนี้แนะนำให้ซื้อมาอย่างละขวดแล้วเปิดชิม
ชอบตัวไหนที่สุด ก็ไปเหมามาให้หมดเชลฟ์ :47:
มีทริคเปิดไวน์โดยไม่ใช้ที่เปิดมั้ยครับ? วันก่อน (ไอ้โบซซึ) เพื่อนพยายามเปิด ผลคือได้ร่องรอยอารยธรรมบนผนังบ้าน.. สูงถึงเพดานเลย :30:
เคยเห็นอันนี้
Mirabeau Wine // How to open a bottle of wine - without a corkscrew (http://www.youtube.com/watch?v=u1wROm-OF9w#ws)
เชี่ย ดูง่ายสัส :07:
มันจริงเหรอว่ะเนี่ย.... :07:
ทำได้จริงนะครับ แต่รสชาติไวน์จะเหี้ยไปเลย
โดยเฉพาะถ้าเป็นไวน์เก่าๆ :30:
แนะนำให้ใช้ screw ยาวสักครึ่งนิ้ว ไขลงไปตรงกลางจุกคอร์ก
เหลือโผล่หัวมานิดหน่อย แล้วก็ใช้คีมหนีบตรงหัว screw ดึงออกค่อยๆ จะดีกว่า
แต่คำแนะนำจริงๆ คือไม่มีที่เปิดก็อดใจไว้ครับ หรือทีหลังก็ซื้อแบบฝาเกลียว :47:
ทำได้ๆ เคยทำอยู่แต่ต้องกระแทกแรงๆ หน่อย
กระแทกแรงๆ หน่อย :51:
แต่กระแทกเยอะไปไวน์กระฉอกเลอะนะครับ :47:
:18:คุณวิคกับป๋าณตหายเลยทั้งคู่ ผมรอชิมไวน์ตามคุณวิคอยู่ ว่าแต่ป๋าณตกะคุณวิคมีไวน์ตัวไหนแนะนำมือใหม่มั้งครับพอดีผมกับแฟนเพิ่งหัดกินไวน์กัน
ส่วนใหญ่ที่เลือกซื้อจะเป็นพันธุ์กาบอเน่ โซวิญงกัน แต่เธอกินไม่กี่แก้วก็เมาละ ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ อิอิ
สวัสดีค่ะ..มือใหม่ขอความรู้ค่ะ
เคยทานไวน์กับลูกค้าอร่อยมากค่ะ ไม่ฝาดเกิน อมเปรี้ยวหน่อยๆ หอมและหวานกำลังดี กินง่ายต่างกับไวน์ตลาดคือฝาดขมคออ่ะค่ะ... สรุปคืออร่อยค่ะ แต่ไม่ได้ดูยี่ห้อค่ะ คือไม่มีความรู้เลย แต่กินได้ทุกอย่าง ( ฟรี 5555 ) แน่นอนลูกค้าคุยจังงงงต้องแพงอ่ะนะในความรู้สึก..ถ้าอยากทานไวน์รสชาติประมาณที่เล่ามาแนะนำเป็นตัวไหนค่ะ..ขอกลุ่มราคาตั้งแต่ 700-3000 พอหารสชาติแบบนั้นได้บ้างมั้ยค่ะ...ขอบคุณค่ะ :56:
ไวน์แดงหรือไวน์ขาวฮะ
รบกวนแนะนำทั้ง แดง และ ขาว ได้มั้ยค่ะ แต่เท่าทีลองสัมผัสมาบ้างคิดว่าตัวเองคงไม่เหมาะกับไวน์
แดงแน่เลยเพราะหาที่ไม่ฝาดน้อยมาก คอเด็กน้อยอ่ะค่ะ :43:
โดยส่วนตัวผมชอบพวก moscato นะครับ เป็นไวน์ขาว ดื่มง่าย ดื่มเล่นๆก็เพลินดี หรือกับอาหารจำพวกยำก็เข้ากัน
หรือองุ่นพันธุ์ gewurtztraminer ก็เข้าท่าครับ
ส่วนยี่ห้อ ต้องลองเองนะครับ
แล้วมาแชร์กันด้วยนะครับ
Moscato มีตัวนี้ค่ะที่กินแล้วชอบเป็น spark อ่ะค่ะ
ที่เหลือไวน์แดงค่ะ ยังไมได้ลองชิมค่ะพอทราบรสชาติมั้ยค่ะและมีไวน์ขาวอีกตัว kim ค่ะ
(http://img3.f0nt.com/01/6eec453ca30f342fc7c817fbcaefa1ea.jpg)
ช่างเป็นกระจู๋ที่กระตุ้นต่อมกิเลส ข้าพเจ้าเสียจริง
ป๋าณต อธิบายเรื่องไวน์ แบบจินตนาการตามได้ ง่ายๆ ฟินๆ
หัดดื่มไวน์ เพราะอ่านกระจู๋นี้หล่ะ (อ่านมา 6 ปีแล้ว)
ปกติเราดื่มเบียร์เป็นหลัก กินง่ายสุดละ ในยามบ่ายลมเย็นๆ
หรือเหล้ารัมบ้างนิดหน่อยชอบความหอมหวานของมัน แสงโสม/หงษ์ทอง นะ
และตอนสังสรรค์ ส่วนมากก็จะเป็นวิสกี้
แต่ถ้าครึ้มๆ ดื่มคนเดียวก็บรั่นดี
ไวน์ ไม่เคยอยู่ในหัวเลย
จนมาอ่านจู๋นี้
ไวน์ มันช่วยชูรสของอาหารได้ดีจริงๆ นะ :54:
อาหารหลายๆ อย่างกินกับไวน์แล้วมันอร่อยขึ้นแฮะ
ปกติเราไปกินไวน์ที่ร้าน wine connection เป็นหลัก ขวดไม่กี่ร้อย
เพราะแถวที่เราอยู่มันมีแต่ร้านนี้
และไวน์ก็อยู่ในระดับที่เราจับต้องได้ (อันนี้สำคัญสุด)
แต่เราก็ยังไม่เข้าถึงไวน์เท่าไหร่
เพราะส่วนใหญ่จะดื่มเมรัยตอนทานอาหาร
และน้ำพริก ผักลวก แกงส้ม แกงอ่อม ที่บ้านมันก็ไม่ค่อยเหมาะกับไวน์เท่าไหร่ :22:
อีกอย่างไม่มีเพื่อนที่ดื่มไวน์เลย
เพื่อนเราดื่มเอาเมาอย่างเดียว
ไม่เคยถามหารส หากลิ่น ของเมรัยทุกชนิดที่แหลกเข้าไป :11:
เราเลยเลิกคบมัน ไปแอบหามุมสงบเมาเงียบอยู่คนเดียว :43:
เห็นจู๋นี้ละหัดกินไวน์มั่งดีกว่า
Quote from: ณต on 08 Jan 2009, 20:46 น.
เริ่มจากไวน์แดงก่อน
องุ่นที่นิยมเอามาทำไวน์แดงก็มี
Merlot อ่านว่า แมร์โล
Cabernet Sauvignon อ่านว่า คาเบอร์เนต์ โซวีญง
Pinot Noir อ่านว่า พิโนต์ นัวร์
Shiraz อ่านว่า ชีฮาส แต่ส่วนใหญ่ก็ออกเสียงว่า ชีราซ
ไวน์ขาวก็มี
Chardonnay อ่านว่าชาร์ดองเน
Sauvignon Blanc อ่านว่า โซวีญง บลังค์
Pinot Gris อ่านว่า พิโนต์ กริส
Gewurztraminer อ่านว่า เกวูซทรามิเนอร์
Riesling อ่านว่า ฮีสลิง แต่ส่วนใหญ่ก็ออกเสียงว่า รีสลิง
ก็แนะนำให้ ชิมตามสายพันธุ์องุ่นก่อน
แล้วก็จำไว้ว่า สายพันธุ์องุ่นไหน
ที่เราดื่มแล้วชอบ ต้องรู้ตรงนี้ให้ได้ก่อนครับ
เดี๋ยวมาต่อ :42:
แค่นี้ก็ 9 ขวดแล้วปะ :07:
ชีวิตนี้มีวาสนาแค่สปายไวน์คูลเลอร์ :05:
ไวน์รสชาติดีตามราคาที่พอรับได้ มีเยอะนะครับ
ลองเดินเข้าร้านไวน์แล้วบอกรสชาติที่อยากกิน
คีย์เวิร์ด มีแค่ ชอบหวานๆ ฝาดๆ หอมๆ อุณหภูมิไหน กินกับอะไร
จากคนเคยอยู่ในสมาคมนิยมไวน์ แต่กินในห้องรังหนู 555
Quote from: ยุนเอ on 23 Aug 2016, 13:50 น.
ไวน์รสชาติดีตามราคาที่พอรับได้ มีเยอะนะครับ
ลองเดินเข้าร้านไวน์แล้วบอกรสชาติที่อยากกิน
คีย์เวิร์ด มีแค่ ชอบหวานๆ ฝาดๆ หอมๆ อุณหภูมิไหน กินกับอะไร
จากคนเคยอยู่ในสมาคมนิยมไวน์ แต่กินในห้องรังหนู 555
กินกับใครครับ :42:
พี่บิ๊กไง
เห็นปกติกินเบียร์นี่นา :49:
ไหนๆ ก็คุ้ยกระจู๋นี้ขึ้นมาละ มาทวงสัญญาป๋าณตดีกว่า
ผมถือว่าเป็นสัญญาน่ะ เพราะรออ่านอยู่
แต่ป๋าก็ไม่มาเขียนต่อซะงั้น :58:
เรื่องแรกเลย ที่เคยบอกว่าองุ่นแต่ละพันธ์ุเปลือกหนาบางไม่เท่ากัน
2.เรื่องสำคัญจริงๆ ถ้าคิดจะชิมไวน์ให้เป็น ผมเดาว่าเรื่อง "มูร์แตร์" ใช่ป่ะ
3.ความรู้พื้นฐานวิธีการทำไวน์
เอาแค่นี้ก่อน จำไม่ได้ว่ามีเรื่องไรบ้าง
จำได้แต่ว่าป๋าเคยบอก "ไว้ค่อยๆ จะมาอธิบายให้ฟัง"
จำได้ขึ้นใจเลย :17:
ช่วงนี้ดราม่าในชีวิตเยอะครับ :30:
ไม่สามารถใช้เวลาเป็นก้อนใหญ่หน้าคอมได้เหมือนเมื่อก่อน
ว่าแต่ มูร์แตร์ คืออะไรอ่ะ :05:
Quote from: ณต on 30 Aug 2016, 04:21 น.
ช่วงนี้ดราม่าในชีวิตเยอะครับ :30:
ไม่สามารถใช้เวลาเป็นก้อนใหญ่หน้าคอมได้เหมือนเมื่อก่อน
ว่าแต่ มูร์แตร์ คืออะไรอ่ะ :05:
:08: อ้าว..ป๋าณต หรือ ใครเขียนไว้ ที่ไหนสักที่ในจู๋นี้หล่ะ
ผมนี่งงมาหลายปีล่ะ
:48:
ไม่เห็นคำว่ามูร์แตร์นะครับ
อาจติดหัวมาจากที่อื่นก็ได้
:46:
:09: :22: :22:
เออนะ คนเราเวลาสนใจอะไรแล้วเก็บข้อมูลจากหลายๆ ที่นี่
มักเอามาปนกันไม่รู้ตัว แล้วก็มั่วทึกทักไปเองก็เป็นได้ครับ :15:
ไม่ถึงกับมั่วหรอกครับ
ผมเองก็เป็นบ่อย เวลาเจอข้อมูลอะไรแล้วมันติดลงในหัว
แล้วเข้าใจว่าจำมาจากอีกที่นึงน่ะครับ
:52:
ครับ :56:
เอาเป็นว่า อีกเรื่องที่จำได้ คือการอ่านฉลากไวน์
ถ้าป๋าณต ว่างๆ ขอความรู้ด้วยนะครับ
มาครับ พอดีช่วงนี้ป่วย เลยมีเวลาเขียนอะไรบ้าง
ความรู้เบื้องต้นในการอ่านฉลากไวน์
(http://img3.f0nt.com/25/d940db75cdb00f5bf5d1c572b842e752.jpg)
เรื่องจริงๆ มีอยู่ว่า เราจะไม่ต้องสนใจฉลากไวน์เลยก็ได้
ถ้าเรากินไวน์โลกใหม่ ราคาไม่แพง อย่างไวน์ชิลี ออสเตรเลีย
เพราะไวน์พวกนี้เห็นปุ๊บ ก็มีข้อมูลที่เราคนดื่มไวน์ทั่วๆ ไปต้องการครบ
พูดง่ายๆ ก็คือ UI ดี :30:
พื้นๆ เลย มันก็จะบอก พันธุ์องุ่น ปีที่ผลิต ปริมาณแอลกอฮอล์ ปริมาตร ชื่อแบรนด์ผู้ผลิต ประเทศ(บางที)
ซึ่งแค่นี้ก็พอเพียงสำหรับนักดื่มที่เมาไวน์เป็นคราวๆ อย่างเราๆ กันแล้ว
จริงๆ สิ่งที่ต้องการอีกอย่างนั่นคือ ไวน์นี้กินกับอาหารอะไรอร่อย
ซึ่งไวน์โลกใหม่หลายยี่ห้อ ถ้าเราดูฉลากด้านหลัง
บางทีก็จะมี Food Match ระบุไว้ให้ด้วย :12:
แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นทันที เวลาเราจะซื้อไวน์โลกเก่า อย่างสเปน อิตาลี หรือฝรั่งเศส
โดยเฉพาะอย่างยิ่งไวน์ฝรั่งเศส ฉลากมันซับซ้อนอย่างไม่น่าเชื่อ
แต่ในความซับซ้อนนั้น มันก็บอกอะไรเราหลายอย่างเช่นกัน
ลองดูตัวอย่างรูปข้างล่าง เทียบกันระหว่างไวน์โลกใหม่กับโลกเก่าดู
(http://img3.f0nt.com/25/09b31d7847d277e7a76ac3cd26b7ed65.jpg)
จะเห็นว่า ด้านซ้ายเป็นไวน์โลกใหม่
แถวบนซ้ายเป็นไวน์ขาวจากนิวซีแลนด์ บอกชื่อพันธุ์องุ่น แคว้นที่ผลิต เสร็จสรรพ
แถวบนขวาเป็นไวน์ขาวจากสเปน (บอกอะไรบ้าง :05:)
แถวล่างด้านซ้ายเป็นไวน์จากชิลี
ส่วนด้านขวาเป็นไวน์จากฝรั่งเศส(อันนี้ก็บอกเยอะเกิน :05:)
เดี๋ยวมาต่อ
รอคอยเธอมาแสนนาน :05a:
จริงๆ การอ่านฉลากไวน์จะไม่มีความสำคัญเลย
ถ้าไม่มีคนทำไวน์ฝรั่งเศสปลอมขึ้นมา :30:
เลยเป็นจุดเริ่มให้ผู้ผลิตไวน์
ต้องทำฉลากไวน์ให้ตรงตามข้อกำหนด
แล้วก็โชคดีที่สมัยนี้เรามี Google และ แอพเกี่ยวกับ wine บนมือถือ
การอ่านฉลากไวน์จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป :12:
ตรงนี้ก็จะเล่าถึงข้อกำหนดที่ต้องมีในฉลากไวน์ฝรั่งเศส (ซึ่งถือเป็นกฎหมาย)
เริ่มต้นจาก ปริมาตรในขวด ซึ่งปกติ ก็มี 37.5 cl, 75 cl
หรือเป็น 150 cl (ถ้า 150cl เราจะเรียกว่าขวด Magnum)
ต่อมา ก็จะเป็น ชื่อ และที่อยู่ของผู้บรรจุไวน์ซึ่งบางทีอาจจะเป็นผู้ผลิตด้วยก็ได้
มาถึงตรงนี้คงสงสัยว่า คนบรรจุกับผู้ผลิตต่างกันยังไง
คืองี้ครับ วงการไวน์ฝรั่งเศสเนี่ยมันสืบทอดกันมายาวนาน
บางยี่ห้อก็เป็นผู้ผลิต ที่มีไร่องุ่นเอง (บางที่ไร่เดียวมีสามผู้ผลิตก็มี)
หรือบางทีก็เป็นผู้ผลิต ที่รับซื้อน้ำองุ่นจากไร่ต่างๆ มาทำไวน์ต่ออีกที
พูดง่ายๆ ว่าเป็นพ่อค้าคนกลางนั่นเอง
ซึ่งตรงนี้ ฉลากไวน์ฝรั่งเศสบางยี่ห้อ จึงมีโค้ดประหลาดๆ โผล่ขึ้นมา
เป็นตัวเล็กๆ ข้างๆ ขวด อย่าง JFV à 5600 หรือ L010110 อะไรทำนองนี้
ข้อมูลสุดท้ายที่จำเป็นต้องมี ก็คือสถานที่ที่ไวน์ถูกผลิตขึ้นมา
รวมไปถึง Vintage ซึ่งถ้าไม่มีตรงนี้
ก็จะถือเป็นไวน์ชั้น Vin de Table ทันที (ไวน์ทั่วไปคุณภาพอยู่ในลำดับล่างสุด)
แล้วจะเล่าเรื่องลำดับชั้นของไวน์ฝรั่งเศสในโอกาสต่อไป
อ่อ สิ่งที่ต้องมีเพิ่มเติมอีกอย่างนั่นคือเรื่องสารก่อภูมิแพ้ 14 ชนิด
(Gluten กุ้ง/ปู หอย ไข่ ปลา ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วอื่นๆ งา นม มัสตาร์ด ขึ่นช่าย ซัลไฟด์ Lupin)
เพราะในยุโรปเพิ่งมีกฎหมายบังคับให้อาหารและเครื่องดื่ม
ต้องระบุสารก่อภูมิแพ้(ถ้ามี) บนฉลาก
ซึ่งในไวน์บางทีก็จะมี ซัลไฟด์ กับ ไข่
(งง ล่ะสิ ไข่มาได้ไง :30:
คือสมัยก่อนเขาจะใช้ไข่ขาว
ทำให้ไวน์ใสขึ้น และทำให้ตะกอนจมลงก้นถัง)
โอ้ววว..เคยได้ยินว่าเขาใช้ปลาในกระบวนการผลิตเบียร์ :08: (ไม่รู้ว่าใช้อะไร ใช้จริงหรือเปล่า)
และพึ่งมาได้ยินว่าใช้ไข่ขาวในการผลิตไวน์นี่หล่ะครับ ..แต่อันนี้เชื่อ :52:
มารอ :25:
มีปราสาทอสูรเป็นตัวอย่างในชั้นเรียนด้วย :30:
:25:
เออ วันก่อนคนที่ร้านไวน์ลอฟท์ทองหล่อโทรมา
บอกว่าจะปิดกิจการในเดือนนี้แล้วนะครับ :05:
ขาดทุนสินะครับ :38:
ดูๆ ไป บ้านเราก็ยังไม่ค่อยนิยมไวน์ เหมือน Lกฮ ประเภทอื่นนะ
คิดเองนะว่า "ไวน์" อาจไม่คุ้นลิ้นคนไทย
อาจเพราะไม่ใช่ Lกฮ ชนิดแรกๆ ที่คนไทยส่วนใหญ่ลิ้มลอง
แพงด้วยแหละ อาจมีไวน์ถูกน่ะนะ แต่รวมๆ แล้วแพงกว่าเหล้า/เบียร์ พื้นๆ
คิดเล่นๆ ว่าคนดื่มไวน์ บ้านเรามีไม่กี่กลุ่ม
กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่เลือกไวน์เป็นเครื่องดื่มปกติของเค้า
อาจเพราะฐานะดี+สังคมที่สังกัดทำให้ดื่มอะไรอื่นไปไม่ได้
เทเบิลไวน์ไม่เลือก ประมาณเนี๊ย
กลุ่มสอง ดื่มไวน์เพื่ออัพหน้าตาในโชเชียล
แต่ดื่มแล้วแหวะ...ไม่คล่องคอ :59:
คือจริงๆ ไม่ดื่มไวน์หรอก แต่จะดื่มอะไรทีขอหรูไว้ก่อน
กลุ่มสาม ดื่มเพื่อเก็บข้อมูล
ดื่มมันไปทุกอย่างแค่ไม่ค่อยมีตังค์ เลยไม่ค่อยได้ดื่ม
ผมอยู่กลุ่มนี้แหล่ะ อิอิ
กลุ่มสี่ ดื่มเพราะเพื่อนดื่ม...มันดื่ม เราก็เลยดื่ม
แต่ไม่อินเนอร์ในรสชาด เลือกได้ก็จะไม่ดื่ม
จริงก็เลือกได้หล่ะ แต่ต้องจ่ายเอง ก็เลยดื่มๆ มันไป :49:
ผมว่าประการนึงคือ คนที่นำเข้าไวน์ หรือร้านขายไวน์
เป็นคนที่กำหนดตลาดไวน์ด้วยส่วนนึง
ไวน์ที่กินง่ายๆ อร่อย ราคาไม่แพงนัก
ไม่ค่อยมีใครนำเข้า โดยเฉพาะไวน์ขาว
ที่เหมาะกับภูมิอากาศเมืองไทย และอาหารไทย
อีกอย่างนึงก็คือ ภาษี ซึ่งแพงชิบหายวายป่วง
ส่วนตัวผมกินไวน์เพราะชอบ "กลิ่น"
มันยากเหมือนกันที่จะชวนก๊วนเพื่อนที่กินเหล้าผสมโซดา
ให้เปลี่ยนมากินไวน์ เพราะต้องบอกให้มันดมไวน์จนกว่าจะอยากกิน
ซึ่งยาก เมาช้าไม่ทันเพื่อนอีก :59:
กลุ่มสอง ที่ผมเขียนไว้ข้างบนน่าจะช่วยปั่นยอดขายในตลาดไวน์ได้ดี
ดูจากความแรงของโซเชียลมีเดีย
ที่กลายเป็นปัจจัยหลักในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป(เสียแล้ว)
เพียงแต่คนค้าไวน์ จะทำตลาดยังไงให้ได้ผล
เพราะกฎหมายไทยห้ามโฆษณา...อิอิ
ผมเองเริ่มจากมีคนให้ไวน์มาคู่หนึ่ง
แต่เรื่องมากไม่กล้าเปิดกิน เพราะไม่เคยกิน :50:
ก็เลยลองหาข้อมูลเรื่องไวน์ต่างๆ จากเน็ตนี่หล่ะ
จนมาเจอจู๋ ละเลียดไวน์ By ป๋าณต นี่หล่ะ
ที่ทำให้อินเนอร์เรื่องไวน์มากๆ ไม่ใช่จะรู้จักไวน์หรอกนะ
แต่อ่านแล้วทำให้อยากดื่มไวน์ขึ้นมา...อาาาา
แล้วไม่รู้เป็นไร ตั้งแต่นั้นมาก็มีคนให้ไวน์เรื่อยๆ
ส่วนใหญ่เป็นไวน์พื้นๆ นี่หล่ะ ไม่ใช่ไวน์แพง
ผมชอบดื่มนะ แต่ไม่มาก ไม่ได้ดื่มถึงกับเมา
ไวน์นี่พอดีกับผมเลย ซักขวดนึงได้ พอไหว
ตื่นเช้าไม่มีอาการตกค้าง ผมโอเคเลย
ที่สำคัญผมว่าดื่มไวน์กับอาหารแล้ว
มันช่วยชูรสชาดของอาหารให้อร่อยขึ้นได้มากเลย
โดยเฉพาะอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์นะ ได้ทุกชนิด
ผมยกให้เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับการดื่มพร้อมทานอาหารเลย
เบียร์ ผมชอบดื่มเรียกความสดชื่นช่วงบ่ายๆ
ผมไม่ดื่มพร้อมทานอะไร มันทำให้อืดท้อง
เหล้า ก็นานๆ ที ถ้าจะดื่มก็เป็นช่วงกลางคืน-อยู่ดึก
ดื่มกับของทอดหรือถั่วซักจาน พอ