โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

D869

แล้วได้บุญเยอะกว่าแล้วได้อะไรครับ :09:

ไว้เบ่งเหรอ :09:
"รักอดทนนาน กระทำคุณให้ รักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง... "
                                                            - โครินทร์1 13:7

คนตาบอดข้างเดียว

อ้างอิงยกตัวอย่างเช่น  สมมติมีคนอยู่ 2 คน ฐานะไม่เท่ากัน คนแรกมีทรัพย์มาก คนที่ 2 มีทรัพย์น้อยปากกัดตีนทีบ
ทั้ง 2 คน ทำงานแล้ว มีอยู่วันหนึ่ง มีความคิดที่จะออกบวชช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน ฯลฯ
ผมมองว่า คนแรก - สามารถไปบวชได้ง่ายกว่าคนที่ 2 ครับ

หรือแม้แต่การลาไปปฏิบัติธรรม 3 วัน 7 วัน คนที่มีทรัยพ์มาก เป็นเจ้าของกิจการ ย่อมหาโอกาสไปฏิบัติได้มากกว่า คนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนครับ

อันนี้ผมว่าไม่เป็นความจริงครับ
ลองคิดดูดีๆนะครับ
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

เดอะบุ๋ม


YDA

      การทำบุญ  ไม่ใช่การทำในสิ่งที่มาก แต่เป็นการทำในสิ่งที่ตั้งใจดี ทำด้วยใจ
มีจิตใจที่เปี่ยมด้วยศรัทธา คนรวยมีโอกาสทำบุญมากกว่า จริงหรือ คนจนก็สามารถทำได้
หากแต่การทำบุญอาจต่างกัน ในยุคสมัยปัจจุบัน การบอกว่าต้องออกบวช นุ่งขาวห่มขาว ไปปฏิบัติธรรมนั้น
ยอมรับว่าหากไม่มีเงินเพียงพอแก่การดำรงชีวิตแล้วเป็นไปได้ยากในยุคสมัยนี้
แต่การทำดี ทำบุญ นั้น ไม่ใช่มีแค่นั้นนี่ การคิดดี ทำดี ก็คือบุญ
       การเกิดบุญมี 3 ประการย่อ ๆ คือ
              1.บุญเกิดจากการให้ทาน
              2.บุญเกิดจากการรักษาศีล
              3.บุญเกิดจากการภาวนาอบรมจิต
        สรุปแล้วการสร้างความดีทุกประการล้วนเป็นแหล่งของการเกิดผลบุญกุศลทั้งสิ้น การทำสิ่งใดแล้ว
ตนเอง ผู้อื่น สรรพสัตว์ทั้งหลาย ไม่เดือดร้อนเพราะเรา นั่นก็เกิดผลบุญแล้ว
        บุญกริยาวัตถุ 10 ได้แก่
                 1. ทานมัย การให้สิ่งที่เป็นประโยชน์สุขแก่ผู้รับ (ไม่ใช่เพียงสิ่งของเงินทอง)
                 2. สีลมัย บุญที่สำเร็จได้ด้วยการรักษาศีล  (ศีล 5 เบื้องต้น ทำที่ใดก็ได้)
                 3. ภาวนามัย บุญที่สำเร็จได้ด้วยการเจริญสมถภาวนา และวิปัสสนาภาวนา
                 4. อุปจายนะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการอ่อนน้อมถ่อมตน ต่อผู้ที่ควรเคารพนบนอบ (คุณวุฒิ วัยวุฒิ ชาติวุฒิ)
                 5. เวยยาวัจจะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบ (ไม่เฉพาะช่วยเหลืองานบุญ
                     งานการกุศล หรืองานในวัดเท่านั้น งานใดที่ทำแล้วดี เราสบายใจดี คนรอบข้างสุขใจดี นั่นคือบุญ)
                 6. ปัตติทานะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้อื่น (การแผ่เมตตา)
                 7. ปัตตานุโมทนา บุญที่สำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ (เห็นคนอื่นทำบุญแล้วรู้สึกยินดีในบุญที่เขาทำ)
                 8. ธัมมสวนะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการฟังธรรม  (อ่านหนังสือก็ได้)
                 9. ธัมมเทสนา บูญที่สำเร็จได้ด้วยการแสดงธรรม (การบอกกล่าว การสอนในสิ่งที่ดีที่ควร)
                10. ทิฏฐุชุกรรม บุญที่สำเร็จได้ด้วยการทำความเห็นให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง
        แต่การทำบุญใด ทำแบบนักบุญหัวเต่า (อยากทำก็ทำไม่ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ทำหวังป้ายประกาศทำแล้ว
แหมไม่ประกาศชื่อเราเลยทำไปตั้งเยอะ) ทำบุญแบบนินทาข้างเสา (ไปวัดฟังธรรมทุกวันพระ แต่พอถึงวัดจับกลุ่มคุยกัน
นินทาคนมาทำบุญ นินทาพระ นินทาคนนั้นคนนี้) บุญนั้นย่อมไม่เกิด บางคนไม่มีเงินทำบุญแต่เห็นคนอื่นทำก็พลอยยินดี
นั่นคือบุญอย่างหนึ่ง
        สุดท้ายการทำบุญ คือ การทำสิ่งใดก็ตามที่ไม่เบียดเบียนใคร ไม่เบียดเบียนตนเอง ทำด้วยจิตที่มุ่งมั่น
เมื่อทำแล้วไม่หวังผลว่าต้องได้อะไร นั่นแหละ บุญ  :46: :46:
"หากชีวิตสิ้นหวังกับการล้มเหลว ก็ยากที่จะพบกับความสำเร็จที่รออยู่"


เดอะบุ๋ม


จักรี

- ในขั้นทานศีล ไม่แน่ใจว่าใช่เกิดขึ้นหลังจากการเปลี่ยแปลงพระไตรปิฎกฉบับ นิพพานเป็นอัตตา ของธรรมกาย หรือเปล่า
แต่ทำให้หลักทฤษฎีส่วนใหญ่ ตรงตามพระไตรปิฎกเกือบหมด แต่ถ้าเราสังเกตหลักทฤษฎีกับวิธีการเราจะรู้สึกว่าเป็นการจับจุดมา
เพื่อประโยชน์บางส่วนเท่านั้น ยกตัวอย่างหลักทฤษฎีที่พี่ YDA  ยกมา 
              เรื่องการเกิดบุญมี 3 ประการย่อ ๆ คือ
              1.บุญเกิดจากการให้ทาน
              2.บุญเกิดจากการรักษาศีล
              3.บุญเกิดจากการภาวนาอบรมจิต

   วิธีการที่เราๆ ต่างเห็นและรับรู้จนมีคนออกมาวิพากษ์หลายต่อหลายกรณี คือการนำหลักบางข้อมาแล้วใช้วิธีการที่แปลกและ
แตกต่างจนเรารุ้สึกถึงความขัดแย้งในตัวบทที่กล่าวมา  บุญทั้งสามอย่างข้างต้น พุทธศาสนาจัดความสำคัญของมันเป็น ภาวนา
รักษาศีล และการให้ทาน  ถ้าวัดเป็นปริมาณขั้นตอนภาวนาถือว่าเป็นที่สุดของการทำบุญแล้ว การเจริญสติ
ถ้าทำได้แม้เพียงนาทีเดียวก็ยิ่งกว่าการทำทานร้อยล้านพันล้าน แต่ข้อเสียของการภาวนาคือทำยากและไม่มีผลประโยชน์ทาง
ด้านวัตถุแก่ใครทันที ตรงนี้ อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธรรมกายไม่สนใจจะหยิบยกหรือโปรโมทขึ้นมาให้สาวกได้รับรู้เท่าการ
ทำบุญ การส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ที่มีผลทางด้านจิตใจของสาวกหลังจากการทำบุญแล้ว เราไม่ปฎิเสธและอนุโมทนาในความบริสุทธ์
ของการให้ทานของพวกท่านแต่เราปฎิเสธวิธีการที่มันส่อเจตนาหลายอย่างของทางวัด  กิจกรรมที่เราเห็นหลายต่อหลายครั้งในการทำบุญ
กุศโลบาย ไม่คล้ายทำให้คน อยู่ในบุญ แต่มันทำให้ หลงในบุญ มากกว่า คำว่าติดในความสุขนั้นมีจริงหรือไม่
มันทำให้เรารู้ไม่เท่าทันกิเลสของตัวเองจริงหรือเปล่า ? คงต้องอยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคน  อันนี้ก็ขึ้นอยุ่กับว่าวิจาณญาณนั้นเจือไปด้วย
โมหะและอคติหรือเปล่า อาจเป็นฝ่ายไม่เห็นด้วย ที่มีโมหะ หรืออาจเป็นฝ่ายธรรมกายเอง 
ยากที่ใครจะตอบได้ ยกเว้นเมื่อถึงเวลาที่สามารถรับรู้ได้เฉพาะตนแล้วเท่านั้น แต่ผู้ที่มีโมหะ ไม่สามารถอยุ่จุดนั้นได้อย่างแน่นอน
ก็เลยอาจจะถึงจุดนั้นด้วยความคิดของใครของมัน นิพานของเราจึงอาจไม่เหมือนกันเช่นนั้นแล.....


ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

TangMo


iSharp

http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/42.gif

มาเที่ยววัดมั้ยครับ ?
เปิดหูเปิดตาหน่อย เผื่อมีเรื่องให้ด่า เยอะกว่านี้
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

O.D.M.

เคยไปบ่อยแล้วครับ ขอบคุณครับผม  :42:
- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

จักรี

เคยไปเหมือนกันครับ  แม่เพื่อนเพิ่งโดนพระที่นั่นโทรมาตามไปทำบุญ อยู่เลยครับ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

เดอะบุ๋ม

คุณชาร์ปชวนซะทำให้ไม่อยากไปเลย  :22:  





ชอบดู DMC  เพราะมีการ์ตูนพุทธประวัติ  


ชอบรายการวีสตาร์ด้วย

แต่คุณชาร์ปรู้ไหมคะ  ชักชวนแบบนี้แหละ  มันไม่น่าฟังเท่าไหร่นะ(โดยส่วนตัวคิดแบบนี้)
ชวนคนไปวัด ชวนให้ไปหาเรื่องด่าวัดเนี่ยนะ  :42:


คนตาบอดข้างเดียว

ผมไม่ได้ว่าอะไรลูกศิษย์นะครับ
ผมว่าไอ้ตัวหัวโจกต่างหาก
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

TangMo


ความฝันกลางฤดูร้อน

<เข้ามาบอกว่าอ่านมาหลายหน้าแล้ว มีความคิดบางอย่างที่ยังกลั่นไม่ออก> :31:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines