โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

roundbol123

อ้างคำพูดจาก: แตงโม เมื่อ 30 มิ.ย. 2007, 19:27 น.

ก็ต้องบอกว่า สาเหตุที่แท้จริง คือ พุทธบริษัท 4 (ทั้งพระ ทั้งฆราวาส) หย่อนยาน ในพระธรรม วินัย ของแต่ละเพศภาวะครับ


ไม่เข้าใจแฮะ  :08:/

ตีความแบบนานาๆ ก็เกิดคำถามและถ้าบรรจุไป แล้วจะทำให้พระและฆราวาสเคร่งครัดในพระธรรมวินัยมากขึ้นเหรอคะ  :09: (ใช้คำไม่ถูกแฮะ  :05:)

แล้วจะใช้วิธีการอะไร  :09:

เพื่ออะไร  :09:

งงจริงๆ


ปล.ห่างกัน 9 ปี ขอเรียกว่าคุณจะเหมาะสมกว่าค่ะ  :46:
:22: :47:

จักรี

#1561
นานาเป็นสาวแล้วจริงๆด้วย   :25:







"ตูกู ของกู ศาสนากู ลัทธิกู อาจารย์กู"    <<<<< โมหะ + อัตตา กลายเป็นการยึดติด นะครับแบบนี้  :17:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

TangMo

#1562
 :05:  ยอมแล้วครับ (กลับมาอ่านสิ่งที่ผมพิมพ์ไปมันมั่วจริงๆ)

ข้อคิดที่ผมได้จากการที่ สสร ไม่บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติคือ
1.ชาวพุทธไม่เห็นคุณค่าของ พระ  (พระขาดความศักดิ์สิทธิ์ (ที่เป็นอย่างนี้เพราะพระทำตัวเอง))
2.ชาวพุทธไม่เห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนา (เกิดจาก 1.พระทำตัวไม่ดี ไม่ประพฤติตามธรรม วินัย  2.ชาวพุทธเองไม่ทำตามคำสอนของพระพุทธศาสนา)

สิ่งที่ผมคิดได้ ก็คือ เรา(ชาวพุทธ)ต้องกลับมามองตัวเอง แล้วหันมาให้ความสำคัญของพระพุทธศาสนามากขึ้นครับ


ปล.  ขออภัยพี่แอ๊ะครับ ผมพิมพ์ได้ส่งเดชจริงๆครับ   :46: (ผมเห็นด้วยกับพี่แอ๊ะครับ)

iannnnn

อยาก ทำให้ ทุกข์
เพราะอยากแท้ๆ ทำให้แย่อยู่ทุกวัน

ลายเซ็นแตงโมเท่ดีครับ

เก้อ

อ้างคำพูดจาก: แตงโม เมื่อ 30 มิ.ย. 2007, 19:51 น.
:05:  ยอมแล้วครับ (กลับมาอ่านสิ่งที่ผมพิมพ์ไปมันมั่วจริงๆ)

ข้อคิดที่ผมได้จากการที่ สสร ไม่บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติคือ
1.ชาวพุทธไม่เห็นคุณค่าของ พระ  (พระขาดความศักดิ์สิทธิ์ (ที่เป็นอย่างนี้เพราะพระทำตัวเอง))
2.ชาวพุทธไม่เห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนา (เกิดจาก 1.พระทำตัวไม่ดี ไม่ประพฤติตามธรรม วินัย  2.ชาวพุทธเองไม่ทำตามคำสอนของพระพุทธศาสนา)

สิ่งที่ผมคิดได้ ก็คือ เรา(ชาวพุทธ)ต้องกลับมามองตัวเอง แล้วหันมาให้ความสำคัญของพระพุทธศาสนามากขึ้นครับ


ปล.  ขออภัยพี่แอ๊ะครับ ผมพิมพ์ได้ส่งเดชจริงๆครับ   :46: (ผมเห็นด้วยกับพี่แอ๊ะครับ)

ตกรถไฟอีกแล้ว ถามตอบกันไปหมดแล้ว
ผมเห็นด้วยกับทุกถ้อยคำของ ส.ส.ร.เลยครับ
โดยเฉพาะคำว่าอาณาจักรกับศาสนจักร

ผมว่าบทความที่แตงโมยกมา
มันอ่านแล้วรู้สึกได้ชัดเจนว่ามันเจือด้วยโมหะ
เพราะผู้เขียนผลักไสทุกคนที่ไม่เห็นด้วย หรือไม่เห็นความจำเป็นในการ
บรรจุพระพุทธศาสนานี้ ให้กลายเป็นคนไม่ได้รับการศึกษาทางศาสนา
และเป็นอะไรต่ออะไรอีกมากมาย ในขณะที่อยากให้
ชาวพุทธสามัคคี แต่ผู้เขียนกลับไม่ปฏิบัติตามถ้อยคำ

โดยส่วนตัว ผมมองว่ามนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน
ในแง่การแสดงความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนสังคม

เสียงพระหรือเสียงฆราวาส จะห่มผ้าสีไหน ถ้าหากพิจารณา
แล้วว่าประกอบด้วยเหตุผล ผมก็รับฟังทั้งนั้น ผมว่า
การพิจารณาประเด็นนี้ของ ส.ส.ร.เช่นกัน
เขาจำเป็นต้องชั่งข้อมูลเหล่านี้ เปรียบเทียบผลดีผลเสีย

เหตุผลของฝ่ายสนับสนุนเหล่านั้น ก็คือการแสดงความคิดเห็น
จากบุคคลกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งของสังคมผ่านมุมมอง/ประสบการณ์
/บทบาทหน้าที่ของท่าน ซึ่งในที่นี้คือพระ

ภาคส่วนอื่นๆเขาก็ออกมาแสดงความคิดเห็น
ตามมุมมองและบทบาทของแต่ละคน

ซึ่งในมุมมองและประสบการณ์ของพระ
ก็อีกแบบหนึ่ง มุมมองของผู้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการปกครองของรัฐ
ก็อีกแบบหนึ่ง ส.ส.ร.มีหน้าที่นำเหตุผลหลากหลายด้านเหล่านั้น
มายำรวมกันแล้วหาผลสรุป

มองลำดับขั้นแบบนี้แล้ว มันแปลว่าเขาไม่ได้เคารพพระหรือเปล่าครับ

ผมเดาว่า อ่านถึงตรงนี้แล้ว กำลังคิดว่าผมไม่เคารพพระอยู่หรืเปล่าครับ
เดาทางล่วงหน้า อิอิ ตอบก็ได้ว่า ในเรื่องการแสดงความคิดเห็น
จะเป็นพระหรือเป็นใครก็เท่าเทียมกันหมดสำหรับผมครับ
"เหตุผล"ต่างหาก ที่จะทำให้เรารับฟัง ผมไม่ได้เคารพหรือฟังใคร
เพราะคนๆนั้นห่มผ้าเหลือง ผมเคารพในความศักดิ์สิทธิ์ของ
"ปัญญา"คนๆนั้นครับ

ตรงนี้อาจตรงกันกับวงเลบของชาร์ปที่ว่าเพราะพระทำตัวเองก็ได้
แต่ผมไม่เคยตัดสินนะ ว่าพระศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ศักดิ์สิทธิ์อย่างไร
ความเป็นมนุษย์ของเราทุกคนเท่ากัน ไม่มีใครศักดิ์สิทธิ์กว่าใคร

สำหรับข้อ 2 ชาวพุทธไม่เห็นความสำคัญของพุทธศาสนา
ผมว่าระหว่างคนที่คัดค้านด้วยเหตุผล กับคนที่ปล่อยปละละเลย
ไม่สนใจหรือสนใจแต่เรื่องขอหวย/จตุคาม
อย่างไหนคือคนที่ไม่เห็นความสำคัญที่ว่าครับ

ส่วนเรื่องมุสลิมจะเป็นใหญ่ ค่อยๆแทรกซึม
อ่านแล้วเหมือนนิยายทฤฎีสมคบคิด ขออนุญาตจริงๆ
ผมว่ามันไร้สาระ วิธีการเขียนหรือให้ข้อมูลในการ
ปลุกระดมมวลชน เขาอาจทำได้ง่ายๆโดยการบิดเบือนข้อเท็จจริง
แต่นั่นมันง่าย วิธีที่เนียนกว่าคือ "เลือกพูด"
ไม่่ว่ามันไม่เป็นความจริง แต่เลือกพูดเฉพาะที่สนุบสนุน
ข้อความที่ตนเองต้องการจะโน้มน้าวผู้ฟัง

ข้อมูลที่ยกมานั้น ผมว่ามันเข้าข่ายข้อนี้ครับ
ซึ่งก็ได้ผลครับ ผมเคยได้ยินเจ้าอาวาสแถวบ้านพูดด้วย
ว่ามุสลิมจะเป็นใหญ่ หัวหน้ารัฐบาลตอนนี้มันแบบนั้นแบบนี้
พร้อมทั้งยกข้อมูลที่ได้รับฟังมาประกอบ

แต่ถ้าแตงโมบอกจักรีว่า มองโลกในแง่ดีเกินไปหรือเปล่า
แสดงว่า แตงโมรู้มามากกว่านั้น หนักกว่านั้น
จึงมีความคิดเห็นแน่ชัดว่า มันต้องเป็นแบบนั้นแน่
จริงป่าว  :09:

ส่วนเรื่องชาวพุทธต้องหันกลับมามองตัวเองเห็นด้วยทุกประการครับ :46:

แต่ที่เห็นด้วยหนักกว่าเก่าคือ อิมเมจิ้น ที่พี่แอ๊ะยกมาครับ  :30:

I ROCK , THEREFORE I AM

iannnnn

อุ๊ย เขียนอร่อยจังเลยเว้ย :25:+

ขอบคุณที่มาเขียนแก้เรื่องข้อสองข้อของแตงโมนะครับ
เข้าใจว่าวินาทีนั้นคนอื่นคงขี้เกียจอธิบายกันแล้ว
ต้องรอตำรวจมานี่แหละ ถึงเคลียร์ (หรือเปล่าไม่รู้)

TangMo


iannnnn

อ้างอิงคำถามของผมไม่ใช่ "เกิดอะไรขึ้น?" แต่เป็นว่า หากนี่คือ 'พุทธศาสนา' ที่หลายคนต้องการให้กำหนดเป็นศาสนาประจำชาติ เราอาจต้องถอยกลับมาตั้งหลักและคิดดูใหม่หรือไม่? อย่างน้อยก็ควรตั้งคำถามก่อนว่า 'พุทธศาสนา' ที่ว่านี้คือ 'พุทธศาสนา' จริงๆ หรือไม่ ใช่พุทธแบบที่พระพุทธองค์ตรัสสอน (พระพุทธองค์ตรัสให้เราคิดก่อนเชื่อ และไม่สักการะวัตถุมงคลใดๆ) หรือว่าพุทธแบบเหยียบกันตายเพื่อจองวัตถุมงคลไว้บูชา?

ผมยังมอง โลกในแง่ดีว่า แม้ว่าคนที่เรียกร้องให้พุทธเป็นศาสนาประจำชาติให้ความสำคัญความเชื่อทาง ศาสนามากกว่าเสรีภาพของมนุษย์ แต่ก็เชื่อว่าพวกเขามีความหวังดีต่อชาติ อยากให้ประเทศของเราที่กำลังจมปลักสกปรกทางจิตวิญญาณสะอาดขึ้นอีกครั้ง แต่เจตนาดีเป็นคนละเรื่องกับเสรีภาพครับ

หากเราเปรียบเทียบ ประเทศเป็นบ้าน รัฐธรรมนูญก็เป็นเจตนารมณ์ของเจ้าของบ้านในการที่จะสร้าง 'บ้าน' ที่ทุกคนอยู่ได้อย่างสันติ จำเป็นแค่ไหนที่จะต้องกำหนดในเจตนารมณ์ว่าจะต้องสร้างบ้าน 'ทรงไทย' หรือ 'ทรงอินเดีย' เสรีภาพของมนุษย์ควรอยู่เหนือความเชื่อทางศาสนาหรือไม่?

http://www.onopen.com/2007/02/1761
วินทร์ เลียววาริณ คุยกับปราบดา หยุ่น ใน ความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน
(เดี๋ยวนี้ต้องอ้างชื่อคนดังพูดถึงจะยอมอ่านกัน)

จักรี

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ตั๊กจังโฮะโฮะโฮะ...

~_~ ภูมิใจที่เกิดเป็นลูกชาวนา ~_~   ;D

iannnnn

นั่นสินะ ปล่อยออกมาทีไรก็ กริบ :16:

จักรี

ใครจะเหมือนพี่ละ ปล่อยออกมาที่ไรก็เหม็นกันทั้งห้อง 
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

psyfer

เอ้อ เมื่อกี๊ยังเครียด ๆ อยู่เลย
ฮาซะและ  :31:

ยุนเอ



มาซะพระสึกหมดแล้วละป้า  {หมีโหด}
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

psyfer


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines