โชว์สวน

เริ่มโพสต์โดย Degreelanna, 15 ก.ย. 2016, 14:08 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

iannnnn

โอ๊ย นี่แหละตูกำลังวนเวียนอยู่ในสงคมเมืองกรุงที่ดิ้นออกไปไม่ได้ซะที :3005:
เลยอิจฉาทุกคนที่ได้อยู่แบบนั้นแบบจริงๆ จังๆ แล้ว ไม่ต้องมาบ้ากับรถติดบ้าๆ นี่แล้ว

ตอนนี้คือมีไร่อยู่ไร่นึง แต่ยังไม่มีปัญญาจะทำอะไรกับมัน
นอกจากจ้างคนไปปลูกต้นไม้ไว้ แล้วอีกหลายๆ ปีจะลงไปอาศัย

เดี๋ยวเล่ามั่ง รองานหนังสือเสร็จก่อน ฮึบ :07:

Degreelanna

  :05: ดีใจจัง ที่เข้ามาอ่านกัน
เดี๋ยวรวบรวมหลักฐานก่อนนะ แล้วมาต่อกัน
อยากเห็นสวนคนอื่นมั่ง
พี่แอน ทำธุรกิจน่ะดีแล้วครับ
สวนเอาไว้เป็นการพักผ่อนดีกว่า
มันเหนื่อยนะ.... :55:

iannnnn

ของผมน่าจะทำธุรกิจส่วนตัวต่อไป ไม่ได้จะมองว่าทำสวนเป็นอาชีพครับ ไม่มีปัญญาแน่ๆ
(อย่างที่บอกว่าญาติโยมก็ทำเกษตรกันทั้งหมด เลยพอรู้ว่ามันยาก :3005:)
แต่สนใจการใช้ชีวิตในสวนมากๆ ครับ เป้าหมายคืออารมณ์ประมาณโฮมสเตย์ ตอนนี้เลยเริ่มศึกษาอยู่

IM

มองให้มันเป็นธุรกิจก็ได้ครับ
เหมือนหลายๆที่ ที่ทำเป็น FarmStay หรือเป็น Resort ไปเลยก็มี
ซึ่งเราไม่ต้องอยู่กับมันตลอดเวลาก็ได้ จ้างคนสวน จ้างผู้จัดการ
เราแค่เป็นเจ้าของทุน เจ้าของที่ เจ้าของไอเดีย ผมว่าพี่แอนทำได้

แล้วมาช่วยผมทำด้วยนะ :30:

Layiji

#34
โอ้ย ชีวิต little forest :25:

ช่วงนี้วิถีเกษตกรกำลังอินเทรนเลยครับ
นักเขียนการ์ตูนรายปี

iannnnn

อ้างคำพูดจาก: IM เมื่อ 17 ก.ย. 2016, 11:28 น.
มองให้มันเป็นธุรกิจก็ได้ครับ
เหมือนหลายๆที่ ที่ทำเป็น FarmStay หรือเป็น Resort ไปเลยก็มี
ซึ่งเราไม่ต้องอยู่กับมันตลอดเวลาก็ได้ จ้างคนสวน จ้างผู้จัดการ
เราแค่เป็นเจ้าของทุน เจ้าของที่ เจ้าของไอเดีย ผมว่าพี่แอนทำได้

แล้วมาช่วยผมทำด้วยนะ :30:

ไว้อีกพักใหญ่ๆ จะขอไปฝึกวิชานะ ตูกลายเป็นพวกคนกรุงเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อไปแล้ว :3005:

IM

การเรียนรู้ไม่มีสิ้นสุดครับ
นี่ก็เพิ่งกลับจากแม่แตง เชียงใหม่
ไปเติมเต็มกับ อ.โจน จันใด

Layiji

อ้างคำพูดจาก: IM เมื่อ 17 ก.ย. 2016, 17:03 น.
การเรียนรู้ไม่มีสิ้นสุดครับ
นี่ก็เพิ่งกลับจากแม่แตง เชียงใหม่
ไปเติมเต็มกับ อ.โจน จันใด
ได้ความรู้เรื่องทำสวน?
นักเขียนการ์ตูนรายปี

IM

หลายอย่างครับ
การทำปุ๋ย การปลูกผักบางชนิด การเก็บเมล็ดพันธุ์ การแปรรูป การทำบ้านดิน

Layiji

วุ้ย ตอบอะไรแบบนี้ เซ็ง
ชงซะหวานเจี๊ยบแล้ว
:11:  :05:
นักเขียนการ์ตูนรายปี

IM

อ้าว~!!
ไม่ได้เล่นนาน  ลืมสเตปหมดแล้ว :30:

icez

#41
ทำไมเห็นแล้วนึกถึงอันนี้


Degreelanna

#42
มาต่อกัน...
บอกก่อน ยังไม่เข้าเรื่องสวนนะ  :43: บอกแล้วไงว่ามันเป็น history
แค่อยากจะเล่าวิถีชีวิต กับที่มาที่ไปน่ะ
ตอนนี้ก็เลยขอออกทะเลไปก่อนแล้วกัน

ตอนที 2 นายทุน

วันเวลาผ่านไป.... ชาวบ้านทำนาในหน้าฝน
ทำไร่ข้าวโพด ยาสูบ กระเทียม หลังฤดูเก็บเกี่ยว
ใช้ชีวิตตามวิถีครรลอง คนบ้านนอก
จนกระทั่งปี 2532 หมู่บ้านกันดารหลังเขาได้มีไฟฟ้าใช้
พิธีส่งมอบไฟฟ้า มีผู้ว่า นายอำเภอ และนายทุน มาร่วมยินดีกับชาวบ้าน
(ปี 32 นะครับ ผมเกิดมาในหมู่บ้านที่นั่งล้อมตะเกียงฟังคนแก่เล่าเรื่อง :05:)
เมื่อแสงสว่างเข้าถึง ชาวบ้านก็เหมือนได้เปิดหูตาให้สว่าง
สว่างจากแสงนีออน และแสงจากจอโทรทัศน์ขาว-ดำ
คนบางกอก เอาผ้าป่าสามัคคีมาทอด นำเงินเข้าวัดเข้าหมู่บ้าน

และที่ดินที่เคยเป็นของชาวบ้าน ก็ถูกกว้านซื้อโดยคนบางกอก
เงิน 100 ของนายทุน เหมือนเงิน 10,000 ของชาวบ้าน
ที่ไร่ ที่นาถูกซื้อขายกันไร่ละ 20,000
ผู้ใหญ่บ้าน กำนันมีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการเป็นนายหน้า
น้ำแม่ลาว (คนเหนือไม่เรียก "แม่น้ำ" แต่จะเรียก "น้ำแม่") แล้วตามด้วยชื่อลำน้ำนั้นๆ
ที่เคยใสจนมองเห็นตัวปลา ชาวบ้านเคยหว่านแห ช้อนกุ้งช้อนหอยตามลำน้ำเลี้ยงชีพ
กลายเป็นสายน้ำที่ขุ่นคลัก จากตะกอนดินทราย ด้วยท่าทรายมาตั้งอยู่ทางต้นน้ำ
ไร่นาที่เคยทำกิน แปรเปลี่ยนเป็นของนายทุน
จากเจ้าของที่นา กลายมาเป็นผู้เช่าที่นา :16:
ผู้นำชุมชน ก็มีอาชีพใหม่คือ เก็บค่าเช่านา เพื่อส่งนายทุนอีกที
ชาวนาบางคนได้เงินก้อน ก็มุ่งเข้าเมือง เข้ากรุงเทพบางกอกเพื่อสร้างชีวิตใหม่
จากเกษตรกร กลายเป็นกรรมกร(ช่างเป็นวิวัฒนาการทางอาชีพที่น่าภูมิใจจริงๆ) :48:

ผืนน้ำที่เคยจับปู จับปลา ขึ้นโตกประจำบ้านโดยไม่ต้องซื้อหา
ก็จับมากินไม่ได้ เพราะปลาสาบกลิ่นน้ำมันดีเซลจากท่าทราย
จนถึงปี 2540 เขาเรียกพิษฟองสบู่ เศรษฐกิจต้มยำกุ้ง อะไรประมาณนี้หล่ะ
นายทุนที่เคยเข้าออกหมู่บ้านก็หายหน้า ที่ดินก็รกเรื้อไร้ผู้ดูแล
ที่ลุ่มที่เคยทำนาได้ จากน้ำไม่เคยท่วม ก็ถูกน้ำท่วม
หลังน้ำท่วม ที่นาแปรเปลี่ยนเป็นป่าไมยราบยักษ์
ด้วยตะกอนดินทรายจากท่าทรายถับถม

แต่ก็ยังมีชาวนาบางคนยืนหยัด และรักผืนแผ่นดิน ไม่ยอมขาย!
ที่ดินผืนนี้และอีกไม่มาก ยังอยู่ในกรรมสิทธิ์ของชาวนาบางครอบครัว
ผมรู้ตอนหลังว่า ที่ดินมากกว่า 4,000 ไร่รอบๆ หมู่บ้าน เป็นของนายทุนจากเมืองบางกอก
เหลือที่ทำกินกรรมสิทธิ์ชาวบ้านจริงๆ ทั้งหมู่บ้านหลักร้อยไร่ แค่นั้นเอง

ตอนนั้นผมโตแล้ว ได้เรียนหนังสือในเมือง
แต่ตกเย็นหรือเสาร์ทิตย์ยังคง แหวกกอข้าว ปักเป็ด ตกปลาอยู่รอบๆ ที่ดินผืนนี้
ในขณะที่เพื่อนวัยเดียวกัน ไปเที่ยวห้าง หรือไปติวไปเรียนหลังเลิกเรียน??
ตัวผมกลับหิ้วไฟฉาย สะพายข้อง กับกระป๋องเหยื่อ
อยู่กลางทุ่งนาอยู่คนเดียว เพื่อ "ปักเบ็ด"

เนี่ย ปักเป็ด ทำกันแบบนี้ ไม่รู้ภาษากลางเรียกอะไร

ขโมยรูปจาก : bansuanporpeang.com

เด็กบ้านนอกหากินกับแบบนี้ ตกเย็นก็รวมกลุ่มกันหอบเบ็ดลงทุ่ง
...ไปคนเดียวไม่ได้ กลัวผี :14:
เป็นเป็ดเหลาคันเล็กๆ ปลายอ่อน สายไนล่อนเส้นเล็กๆ
เหยื่อก็มีตั้งแต่ ลูกปลา เขียด ใส้เดือน แล้วแต่จะหาได้หล่ะ
ปลาที่ได้ก็จะเป็นปลากินเนื้อเช่น ช่อน ดุก หมอ กราย บู่ เป็นต้น

ผมนี่ลุยเดียวเลยหล่ะ เพื่อนคนอื่นเข้าเมืองไปติว ไปห้าง กันแล้ว
แต่ผมยังวนๆ กับวิถีบ้านนอก
มันจะมีห้างนาเก่าๆ อยู่ปลายที่ดิน(ผืนนี้)
ผมใช้เป็นที่นอนดูดาวระหว่างรอรอบไปตรวจเบ็ด ทุ่ม-เที่ยงคืน
เดินผ่านที่ตรงนี้ตอนกลางคืนบ่อยๆ กล้าจนลืมกลัวไปเลยหล่ะ
มาถึงตรงนี้บวกกับตอนที่ 1 อยากจะบอกว่า
มันมีความผูกพันธ์กันกับที่ดินตรงนี้ หลงไหลวิถีชาวบ้าน
และเป็นความไฝ่ฝันแต่วัยเด็กแล้วว่าอยากจะมีบ้านสวน
ที่ลอบล้อมด้วย ทุ่งนาป่าข้าว
และถ้าได้เป็นเจ้าของที่ตรงนี้มันจะวิเศษไปเลยหล่ะ
จบตอน.

ตอนหน้าค่อยมาเข้าเรื่องสวนกันนะครับ  :43:



IM


Degreelanna

อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 16 ก.ย. 2016, 16:27 น.
เพลินมาก ขอทราบชื่อด้วยเธอ เราจะได้ฉีก เอ้ย เรียกถูก

เรียก "ดีกรีลานนา" ได้ป่ะ มันฟังดูไม่ลืมกำพืด แต่ก็ Modern อยู่ในที  :11:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines