โชว์สวน

เริ่มโพสต์โดย Degreelanna, 15 ก.ย. 2016, 14:08 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

iannnnn

ซุ้มอะไรครับ การะเวกหรือว่าไง

IM

ถั่วฝักยาว บวบ มะระ อะไรพวกนี้แหล่ะครับ


Vikz

ของคุณ degreelanna ห่านน่าสนใจ

:42:
There's only one "Jack Russell"

Degreelanna

กลับมาที่สวนผมต่อนะ
รู้สึกว่าจู่ๆ ตัวเองก็โผล่มากลางเรื่องเลย
เอาใหม่ได้ไหม แบบเรื่องสวนเนี่ยมันเป็น history ส่วนตัวเลยนะ
ไม่ใช่แค่ story สั้นๆ เริ่มเลยแล้วกัน  :42:

ตอนที่ 1 เด็กน้อย

   Once upon a  time... (แม่เล่าให้ฟังอีกที)
ก่อนผมเกิด ที่ตรงนี้เป็นของชาวนาแก่ๆ คนหนึ่ง
เป็นที่หัวไร่ปลายนา ซึ่งเป็นที่ดอน(น้ำไม่ท่วม)
และอยู่ห่างจากหมู่บ้านของแกประมาณ 5 ก.ม.
แต่อยู่ห่างจากบ้านของผมไม่ถึง 2กิ โล
แกปลูกกระต๊อบอาศัยอยู่ลำพัง
(เอารูปมาประกอบให้ได้บรรยากาศ แต่ไม่ใช่รูปในเรื่องนะ  :43:)


แต่ในฤดูทำนา ก็จะมีลูกๆ มาช่วยทำนา
ส่วนในฤดูแล้งแกก็เก็บผักเก็บไม้ ทำสวน
ตามประสาชาวบ้าน นานๆ กลับไปในหมู่บ้านสักครั้ง
แกรักที่ของแกมาก
จนวันหนึ่งแกก็จากไป.... :16:

ลูกหลานก็จัดสรรแบ่งที่นาของพ่อกันเรียบร้อย
ที่ตรงนี้เป็นที่ดอนทำนาไม่ได้ ไม่มีใครสนใจจึงปล่อยร้าง
พอผมโตขึ้น ที่ตรงนี้ก็ร้างและเปลี่ยวมากๆ
ด้วยมีหนองน้ำอยู่ติดกับที่ดิน ผักกูด ผักหนามก็ขึ้นอยู่เต็ม
บริเวณนั้นรกครึ้มไปด้วยดงไม้ ที่เจ้าของเดิมปลูกไว้
ตลอดทั้งปีก็จะมีผักผลไม้ให้เก็บกินฟรีตลอด
ทั้งมะม่วง ลำไย ขนุน กระท้อน ฯลฯ หล่ะ

แต่ชาวบ้านไม่กล้ามาเก็บลำพังหรอก เจ้าที่แรง!!
มากันทีต้องมาแบบรวมกลุ่มหลายๆ คน
ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดสอยห้อยตามแม่กับชาวบ้านมาเก็บผักป่า
ตอนนั้นยังทันได้เห็นกระต๊อบร้างของลุงแกอยู่
โหย...หลอนมาก  :38: เถาไม้คลุมรกเรื้อ กระเบื้องดินเผาหลุดร่วง
ตัวกระต๊อบโยกโย้ไปตามอายุ
ไปแถวนั้นจะได้ยินเสียงกระต๊อบลั่น ออดแอด ตามแรงลมโกรก
ชาวบ้านไม่คิดว่า ลมเป็นต้นเหตุของเสียง หรอกครับ
ได้ยินเสียงกระต๊อบลั่นออดแอด
กระเบื้องร่วงที่ไร เป็นเผ่นป่าราบทันทีหล่ะ  :14: :14:

ผมก็ทั้งกลัวทั้งหลอนล่ะนะ  :44:
แต่ด้วยความที่ในสวนมีต้นกระท้อนป่าต้นใหญ่ต้นหนึ่งอยู่(ใหญ่มาก 2 คนโอบได้)
และทำสำคัญมันเป็นกระท้อนหวาน
ก็หวานสำหรับเด็กบ้านนอกคอกนาสมัยนั้นหล่ะนะ
(มันอัตคัตการกินอยู่ทุกอย่างครับ...  :0105:)
แน่นอนคงสู้กระท้อนสมัยนี้ไม่ได้ แต่มันออริจินอล..ครับ
หลังเลิกเรียนผมกับเพื่อนจึงมักพากันมาเก็บกระท้อนที่ร่วงอยู่ใต้ต้นบ่อยๆ
เก็บหมดก็โกยแนบหล่ะครับ :43:
เสาร์-อาทิตย์ ก็พากันมาตีผึ้งมิ้น เอารังเอาน้ำหวานไปกินมั่ง
และมีหนองน้ำติดกับที่ดินด้านทิศใต้กับทิศตะวันตก แบบโอบที่ดินไว้เลยหล่ะ
ผมกับเพื่อนๆ ก็มักจะพากันมาตกปลา ตกแบบเด็กบ้านนอกน่ะครับ
(เพื่อบรรยากาศเอารูปมาประกอบอีก.. ไม่ใช่รูปจริงอีกเช่นกัน)


มักจะได้ปลาหมอ ปลาเกล็ดขาว ปลากระดี่ อะไรประมาณนี้
ช่วงปิดเทอมก็จะพาควายมาเลี้ยงเล็มหญ้ารอบๆ
มันเลยเกิดความผูกพันกับที่ตรงนี้แบบกล้าๆ กลัวๆ :08:
จบตอนที่ 1

Vikz

คั่น ๆ

รออ่านต่อ สนุก  :45:
There's only one "Jack Russell"

iannnnn

ต่อเลยครับ
ถือเป็นการแนะนำตัวที่ยอดเยี่ยมมาก :12:

(ชื่อคุณอะไรยังเรียกไม่ถูกเลย :3005:)

แอ้

เพลินมาก ขอทราบชื่อด้วยเธอ เราจะได้ฉีก เอ้ย เรียกถูก

คุณชาย ( 737 )

ผู้บ่าวไทบ้านเลยนะเนี่ย  :45:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

IM

ผมเบื่อชีวิตมนุษย์เงินเดือน
เบื่อฟังหัวหน้าบ่น เบื่อสังคมสองหน้า
สามหน้า สี่หน้า ห้าหน้า

ก็เลยลาออกมาทำสวน
อยากกินอะไรก็ปลูกอันนั้น
แต่พื้นที่มีน้อย ก็เลยต้องปลูกน้อยๆ
ขายผลผลิตคงไม่พอใช้
เลยเปลี่ยนขยายพันธุ์ เก็บพันธุ์ และพัฒนาพันธุ์

ทุกวันนี้ ยังไม่มีรายได้จากตรงนี้เลย :30:

เก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ
หมดฝนเมื่อไหร่ จะทำบ้านดินต่อ

สวนมีประปา แต่ก็ขุดสระไว้ด้วย
จะขอเจาะบาดาล ไม่รู้จะได้รึเปล่า
ปีหน้าน่าจะพอมีเงินติดโซล่าเซลล์

เพื่อความเป็นอิสระทางการเงิน

ฮิปปี้ อินดี้ เป็นง่าย แต่รอดยาก

iannnnn

สนใจครับ การเริ่มต้นนี่คือเริ่มยังไง หรือไปขอเรียนวิชาจากคนที่เป็นอยู่แล้วครีับ
อย่างตอนนี้แค่นึกภาพว่าวันหนึ่งตัวเองจะเลี้ยงเป็ด เลี้ยงห่านบ้าง ก็ยังนึกไม่ออกเลย โง่มากๆ

IM

จริงๆ มันก็คล้ายๆ งานอย่างอื่นแหล่ะ
ศึกษาหาความรู้จากตำรา internet
แล้วก็ไปลงคอสเรียนบ้างอะไรบ้าง
พบอาจารย์ พบปราชญ์ พบไอดอล
เยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ พูดคุยกับคนในวงการ

ความรู้ที่อ่าน มันทำให้เรารู้
แต่การได้เริ่มลงมือทำ มันทำให้เราเป็น
การเกษตรมันก็แบ่งไปอีกมากมายหลายแขนง
กสิกรรม เกษตรกรรม ปศุสัตว์ อะไรอีกมากมาย
สายเกษตรอินทรีย์ สายปุ๋ยเคมี ฆ่าหญ้า ฆ่าแมลง
สายไม้ผล สายผัก สายไม้ดอก บลาๆๆๆๆๆ

วาดภาพความฝันออกมาก่อนครับ
มี Final Image ในหัวก่อนว่าจะทำอะไร อยากมีแบบไหน
ถ้ายังนึกไม่ออก ไปเอาแบบที่ชอบของคนอื่นมาก่อนก็ได้
แล้วหาข้อมูลที่จะสร้างขั้นบันไดที่จะไปให้ถึงภาพนั้น

การเข้าค่าย เข้าอบรม บางทีก็จะช่วงตรงนี้ได้
ช่วยให้รู้ว่าต้องเริ่มยังไง และไปต่อยังไง

iannnnn

:25:

ตอนนี้ยังนึกอะไรไม่ออกครับ เพราะวาดฝันอนาคตไว้ไกลมากๆ
กว่าจะดิ้นออกจากเมืองได้ ก็ต้องรอให้ลูกฏตจนปีกกล้าขาแข็งนั่นแหละ
แต่ก็นะ ที่บ้านก็เป็นตระกูลชาวไร่ชาวนาทั้งหมด แต่วิชาไม่ได้ตกมาถึงตัวเลย

IM

พ่อแม่ผมราชการหมด นี่แม่งแหกคอกอยู่คนเดียว :30:

IM

จริงๆ มันเป็นความมั่นคงในชีวิตเราเองด้วย
เราถูกปลูกฝัง ยัดเยียดใส่หัว ว่าการทำงานหนัก มีเงินเยอะ คือความมั่นคงในชีวิต
แต่เราต้องเสียสุขภาพให้กับงานไปเท่าไหร่ ทนอยู่กับกรอบสังคมยุคใหม่กันไปทำไม
มันอาจใช้ไม่ได้กับพี่แอนที่หลุดจากกรอบตรงนั้นออกมาแล้ว ซึ่งเป็นคนแค่หยิบมือที่ทำได้
คนส่วนใหญ่ยังต้องทนทุกข์ทรมานกับการทำงาน นอนดึก ตื่นเช้า ใช้ชีวิตเร่งรีบทุกวัน
ได้เงินมาก็ซื้อแต่สารพิษเข้าตัวเอง ผัก ผลไม้ สมัยนี้ไว้ใจไม่ได้เลย ถ้าไม่ปลูกเอง
ดินก็มีแต่สารเคมี อากาศก็มีแต่สารพิษ ฝนก็กินไม่ได้ เครื่องกรองน้ำก็โม้เหม็น
ดิ้นรนทำงาน เก็บเงิน เพื่อบั้นปลายชีวิตจะได้สุขสบาย ... แล้วตอนนี้ล่ะ?

ผมไม่ได้บอกให้ทุกคนหันมาทำเกษตรนะ
ไม่งั้นก็จะไม่มีหมอ ครู ทหาร ตำรวจ พ่อค้า จิตรกร โปรแกรมเมอร์ ฯลฯ
และอยากจะบอกว่า อย่าคิดว่าการเกษตรเป็นอาชีพ

มันเหมือนเราอาบน้ำ เราก็ไม่เคยมองมันเป็นอาชีพ
การเกษตรก็เหมือนกัน แต่ควรต่อยอดจากมันให้เป็นอาชีพ
เช่น การขายผลผลิต หรือการนำผลผลิตมาแปรรูป เป็นต้น
ดังนั้น คนเป็นหมอ ครู ทหาร ตำรวจ พ่อค้า จิตรกร โปรแกรมเมอร์ ก็ทำเกษตรได้

แต่เมื่อไหร่ที่เราอยู่ได้ด้วยเกษตร เราก็เหมือนอยู่เฉยๆ ไม่ต้องมีอาชีพก็มีกินมีใช้

การมีอิสระทางการเงิน ไม่ใช่การอยู่โดยไม่ใช้เงิน
แต่เป็นการอยู่โดยไม่ได้เอาเงินเป็นตัวตั้ง

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines