โลกนี้สีชมพู

เริ่มโพสต์โดย เดอะบุ๋ม, 17 มิ.ย. 2008, 15:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

กวางจ้ะ

อ่านไปอมยิ้มไป


ช่วยคั่นจ้ะ

ฟิ้งซ์

อ๊ะ       อ่ะ แน่ๆ        ฮั่นแน่          ฮิฮิ้ววว :53:
ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

Rabbitinblack


เดอะบุ๋ม

#1608
ข้อยอ่านจบแล้ววววว  :25:


พี่ฟิ๊งส์  :16:  ไม่รู้จะพูดออกว่าอะไรดีเลยค่ะ   คงเจ็บจี๊ดใจมากๆ  :39:   แต่ตอนนี้ก็มีรักครั้งใหม่ก็ดีแล้วเนอะ  :40: 



วันเวลาไม่ช่วยอะไร คนใหม่เท่านั้นที่ช่วยได้ ใครพูดไว้น๊า  :56: :53b:




บักน้องกันย์   :27:   

มาเล่าต่อเร็วๆเล้ย   :07b:     ลุ้นมาก  :53b:

ผู้ชายเวลามาเขียนอะไรงุงิแบบนี้มันน่าอ่านดีเนอะ  :27:   




รอพี่ปุก  รอทั้งพี่บิ๊ก   รอทั้งจั๊วเลยเนี่ย  :25:

Rabbitinblack

มาเล่าต่อแล้วกัน

หลังจากจบค่ายแล้ว ก็มีคุยเอ็มกันบ่อยเหมือนกัน เราก็นะ หยอดไปเรื่อย

เรียกเค้า เรียกตัวเองตลอด  :30:

ก็เหมือนแอบกิ๊กๆ กันอยู่ซักพัก ก็ขอเบอร์เม้งมา แล้วก็ให้เบอร์เม้งไป

เราก็จะโทรไปหาบ้าง sms บ้าง ขอบอกว่า ตอนแรกเล่นๆ จริงๆ

ไม่กะว่าเรื่องมันจะเลยเถิดมาถึงแบบนี้  :16:

คือ หลังๆ เราเกิดชอบเม้งขึ้นมาจริงๆ แล้วเม้งก็ดันชอบเราขึ้นมาเหมือนกัน

คราวนี้ก็เป็นเรื่องซิครับ เพราะว่าเม้งก็มีแฟนอยู่

ยอมรับว่าตอนนั้นเราผิดเต็มๆ เลย แต่มันถลำลึกไปแล้ว

แล้วแฟนเค้าก็มาจับได้ว่าคุยกับเรา เค้าก็ทะเลาะกัน จนในที่สุด

ก็มานั่งคุยกันสามคน เราก็พยายามไกล่เกลี่ยให้เค้าดีกัน

แต่ว่าแฟนเค้าไม่ฟัง แล้วก็เดินจากไปเลยหลังจากคุยไปได้ซักพัก

ก็ถามเม้งว่าจะเอาไง เม้งบอกว่า เม้งอยากเลือกแฟนเก่า

เราก็ไม่ได้ว่าอะไร

// ตอนนั้นชอบเพลงท่อนนี้มากเลย

" ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นใคร จะผ่านอะไรมา ขอจงอย่าเป็นกังวล

นี่คือคนของเธอ ไม่ว่ามันจะเกิดอะไร ต่อจากนี้ไปฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ

ด้วยคำว่ารัก ด้วยใจ" เคยไปเกะด้วยกันครั้งนึง ก็ร้องเพลงนี้ให้เม้งฟัง  :22: //

แต่เหมือนว่าวันรุ่งขึ้น จำได้เลย วันที่ 22 พ.ย.

วันลอยกระทง ตอนแรกสัญญากันไว้ ว่าจะไปลอยกระทงด้วยกัน

ไม่รู้นึกอะไร เลยส่ง sms ไปว่า ถ้าตัวเองได้รับ sms นี้ ให้ส่งกลับมาว่า ใช่

แล้วเค้าจะหายไปเลย ไม่ยุ่งเกี่ยวแล้ว จะได้ไม่มีปัญหาอีก

(เหมือนพวกอยากเจ็บ)

ผ่านไปเกือบสองชม. เป็นสองชม.ที่นานมาก ไม่คิดว่าการรอ sms ใครซักคน

โดยไม่รู้ว่าเค้าจะส่งมาตอนไหน มันนานมากขนาดนี้

ซึ่งเม้งส่งกลับมาบอกว่า " ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ ขอบคุณสำหรับความรัก และทุกสิ่งที่ตัวเองให้เค้า

เค้ารับรู้และสัมผัสได้ เค้ารักตัวเองนะ แต่ลึกๆ ในใจมันยัง เรียกหา (แฟนเก่า) อยู่ ไม่่รู้ว่าเพราะอะไร

มันคงคล้ายกับเหตุผลที่ทำไมตัวเองชอบเค้า ทั้งๆ ที่มีคนดีๆ อีกมาก

ยังแอบหวังซักวันเราจะได้อยู่ด้วยกัน

ตั้งใจเรียนนะคะ

ขอโทษ

ขอบคุณ

ยังอยากมองดูอยู่ไกลๆ

ขอโทษจริงๆ

เค้าก็เจ็บไม่น้อยไปกว่าตัวเอง

รักเสมอ

.
..
...
..
.

ใช่"

(เป็นไงละ อยากเจ็บเราจัด  :05:)

iannnnn


เดอะบุ๋ม

 :18:    พี่บิ๊ก     :25:บวกงามๆ

เฮ้ย  แล้วผ่านจุดนั้นมาได้ไงอ่ะคะ   :25:   น่าติดตามมากๆ  เล่าต่อๆ  :25b:




อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 28 มิ.ย. 2008, 02:51 น.
:30b:

เนี่ย  รอลุงคนนี้มาเล่าก็ไม่ยอมเล่า   โว้  :07:   ไม่ใจเลย  :11:

slaveofann

#1612
อ่านของทุกคนแล้ว สนุกดี
ทำให้เรานึกได้ว่า เราก็เคยมีความรักใสๆกับเค้าเหมือนกัน

ความรักของกาปุก ตอน ป๊อบปี้เลิฟ ป๊อบปี้รัก

ช่วงนั้นเราเพิ่งอกหักจากริวมาหมาดๆ
สมัยม.ปลาย สิ่งบันเทิงมันไม่ได้หลากหลายเหมือนสมัยนี้
จะมีอะไร๊ นอกจากเกมเซ็นเตอร์ โบว์ลิ่งค์ แล้วก็ดูหนัง
ด้วยความที่เราเรียนที่สตรีวิทยาสอง ห้างที่ใกล้สุด ถึงจะเชยไปหน่อย
แต่ก็มีครบทุกอย่างที่ เราอยากทำ ก็คือ อิมลาดพร้าว

ตอนนั้นเรียนพิเศษที่ Applied วิชาฟิสิกส์ ที่สาขา วิสุทธานี ซอยลาดพร้าวร้อยกว่าๆ
ทีนี้ ก็ไม่ใช่เด็กดีนักหรอกนะ พอนั่งรถเมล์จากโชคชัย4 บางทีมันก็ไม่ถึงแอพพลายแฮะ
เผลอแวะอิมพีเรียล ลาดพร้าว เสียบ่อย  :53: ไปกินโยชิโนย่า ข้าวหน้าเนื้ออร่อยสุดๆ  :04:
แต่เจ๊งไปนานละ  :05: ไม่ก็ไปเล่นเกมบ้าง ดูหนังบ้าง จำได้ ID4 ทั้งโรงมีแต่เด็กสว2
ดูไป เฮกันไป ยังกับดูหนังในห้องโสต กับผองเพื่อน

และวันนึง ที่ชั้น 6 ในห้างอิมพีเรียล ก็มีเด็กนักเรียนชาย
สิบกว่าคน กำลังต่อแถวเล่นเกมโชว์พาว สำหรับวัยรุ่นยุคนั้น
คือเตะบอล วัดพลัง แบบพวกโชว์พลังแฝงน่ะ ใครเตะแรง เท่ชิบเป๋ง :08:
เราก็ดูด้วยความอนาถใจ มึงจะหยอดกันทำไม๊ ทีละสิบบาท แล้วเตะวัดพลังมั่ง
ยิงลูกโทษบ้าง ซื้อลูกบอลไปเตะกันเลยไม่ดีกว่าเหรอ
มันก็เตะไปกัน เฮกันไป โอ้ยเจ๋งว่ะ โอ้ยแรงว่ะ ไอ้ควายแค่นี้ไม่เข้า
สบถกันเป็นที่สนุกสนาน ฟังแล้วก็เพลินหู ดูสนิทสนมกันดี

และวันนั้น สายตาเราก็ไปจ๊ะเอ๋หนุ่มคนนึง
คิ้วเข้มสวยเป็นระเบียบ สูงราวๆเกือบร้อยแปดสิบ ตัวขาว หน้าใส
ท้วมๆ ดูสะอาดสะอ้าน(เราชอบคนอวบ ไม่ชอบคนผอมเลย
เป็นเทคนิค ทำให้ดูตัวเล็กด้วย Object ที่ใหญ่กว่า  :30:)
ใส่กางเกงหลุดตูด เสื้อโคร่งๆ  ไม่เคยเจอรักแรกพบน่ะ
นั่นคือครั้งแรก หัวใจเราเต้นโครมคราม เหมือนจะหลุดออกมาให้ได้
คนอะไร โคตรน่ารักเลย เราอยากรู้จักเค้ามาก แต่ไม่กล้าไปขอเบอร์
มากันเยอะโคตรๆ ยังกับจะไปท้าตีข้ามสถาบันงั้น
แถมเวลาหมอนี่จะเตะบอลที นู่นวิ่งไปไกลถึงบันไดเลื่อน
แทบจะเรียกพลังมาจากทุกต่อมในร่างกาย เพื่อง้างยิง
ไอ้เวอร์ แต่ น่ารัก  :22:

ก็เลยต้องแห้วไป กลับบ้านมายังคิดถึงพ่อหนุ่มหน้าใส คิ้วเข้ม ยิ้มน่ารัก
ผ่านไปหลายวันก็เหมือนทำใจได้แล้ว คนเรามันไม่คู่กัน ยังไง๊ ก็ไม่ได้คบกันหรอก
ปรากฏว่า ไปอิมพีเรียลอีกที เจอเพื่อนเค้าแฮะ ไม่รู้จำได้ยังไง
ปกติเป็นคนไม่จำหน้าคนเอาเสียเลย ยิ่งคนไม่สำคัญด้วยแล้ว
ก็เลยให้อีโชติ เพื่อนตุ๊ดไปขอเบอร์คนที่เราแอบชอบมา
อีตานั่นก็ดันให้มาอีก ฟลุคสุดๆ

พอถึงบ้าน หยิบโทรศัพท์กดปุ่มทันที
เราขอสาย ป๊อบ ที่บ้านก็เรียกป๊อบมาคุย
พอป๊อบรับสาย เราก็บอกว่า เราเคยเจอนายเตะบอลที่อิม
นายคงจำเราไม่ได้หรอก อยากรู้จักอ่ะ คุยกันได้ป่าว
(ต๊ายพูดไปได้ หน้าด้านชิบหาย  :30:)
รู้ไหมมันตอบว่าอะไร
ไอ้เหี้ยแก้ว มึงมาอำกูทำไม สาดดด
ตอบด้วยคำสุภาพสุดๆ แต่ฟังแล้ว ก็ชื้นใจได้ว่า หมอนี่ไม่เจ้าชู้แฮะ
ไม่งั้น ถ้าไม่แน่ใจ มันต้องหยอดนำมาก่อนแล้ว
สักพัก เรายืนยัน จนป๊อบแน่ใจว่าไม่ได้อำ
ป๊อบเลยตอบด้วยข้อความที่กวนตีนกว่าประโยคแรกว่า
เฮ้ยแค่นี้นะ บะหมี่เกี๊ยวมา  :05:
แต่ยังดี ที่ยังบอกว่า อีกสิบห้านาทีค่อยโทรมาใหม่

ด้วยความที่เราแอบชอบป๊อบมากเลย
แบบคนอะไรถูกใจไปทุกอย่าง ทั้งน่ารัก ไม่เจ้าชู้ ไม่กะล่อน
และคารมแชมป์โต้วาที ก็ได้หัวใจป๊อบมาครองในเวลาสักอาทิตย์นึงได้
ป๊อบมีคนที่เค้าแอบชอบ แต่ผู้หญิงไม่เล่นด้วย
ก็คงเซ็งๆอยู่ เลยเข้าทางเรา แพ้ลูกอ้อน ลูกหยอด ก็เลยได้คบกัน
หลังๆป๊อบบ้าเราหนักกว่าอีก ต้องเจอทุกวัน ต้องคุยทุกวัน
เราชอบคนที่ยึดมั่นในความรักมากๆ
ยิ่งเพิ่งเจอริวทำร้ายมาหมาดๆด้วย การได้เจอคนที่ดีกว่า น่ารักกกว่า
และเห็นคุณค่าเรามากกว่า ทำให้ความมั่นใจเรากลับมาเต็มร้อย

ป๊อบทำให้เราเริ่มหันมาแต่งตัวน่ารักขึ้น
ทั้งๆที่มันไม่แคร์เรื่องเสื้อผ้าเลย ครอบครับป๊อบทำเกี่ยวกับก่อสร้างอะไรนี่แหละ
พ่อเป็นสส อยู่สิงห์บุรี แต่ครอบครัวติดดินมากๆ และเข้ากันได้ดีกับเรา
และบ้านเราก็ชอบป๊อบมาก จนถึงทุกวันนี้เลยล่ะ

เราเตี้ยกว่าป๊อบราวๆ เกือบฟุต เดินกับป๊อบแล้วเราดูตัวเล๊ก เล็ก
ชอบมากเลย ป๊อบก็เทคแคร์ดีมาก เอาใจสาระพัด
เราเป็นผู้หญิงคนแรกที่ป๊อบคบจริงจัง
และป๊อบก็เป็นคนแรกในเวลานั้น ที่เราคบแค่คนเดียว ไม่นอกใจ

ครั้งแรกที่ไปดูหนังด้วยกัน แค่ศอกชนกัน ก็หัวใจสั่นวูบ
ไม่รู้เป็นกันไหมนะ จนบัดนี้เราก็ยังเป็นอยู่ บันไดในการไปสู่การจับมือครั้งแรก
มันช่างตื่นเต้น และหอมหวานเร้าใจชะมัด  :22: เรากับป๊อบ
เริ่มจากศอกชนกันแบบกึ่งๆตั้งใจ จากศอกกลายเป็นนิ้วก้อยกับนิ้วโป้ง
เกี่ยวกันไปเกี่ยวกันมา และพยายามเลือกดูหนังผี มันจะได้ใกล้ชิดกันหน่อย  :30:
สุดท้ายก็จับมือกัน และความที่เรานิ้วสั้น ท่าจับมือเลยแปลกไม่เหมือนคนอื่นเค้า
นิ้วโป้งจะเกี่ยวนิ้วโป้งส่วนระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วโป้งป๊อบ เราจะใช้นิ้วชี้กลางนางเกี่ยวไว้แน่นๆ
ส่วนนิ้วก้อยเราไปเกี่ยวตรงระหว่างนิ้วกลางกับนิ้วนาง อธิบายทำไมวะเนี่ย
ไม่เกี่ยวกับเรื่องเล้ย  :30:

เราทะเลาะกันจนเลิกกันด้วยเรื่องปัญญาอ่อนหลายหน
เช่น มันไปตีนุ๊ก แล้วบอกจะกลับห้าโมงครึ่ง ปรากฏกลับ ห้าโมงสี่สิบห้า
เราเลยขอเลิกเลย ถือว่าสัญญาแค่นี้รักษาไม่ได้ อย่ามาคบกันดีกว่า
ปัญญาอ่อนชิบหาย  :30: ป๊อบก็ให้เพื่อนขับรถมาหาที่บ้าน มากดออดเป็นสิบๆที
มาร้องไห้ ขอโทษต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว สุดท้ายแก้ปัญหาด้วยการมาหัดตีนุ๊กกับป๊อบด้วย
ไปๆมาๆ เราเก่งกว่ามันอีก เล่นผีลาย เล่นไฟฟ้า ก็กินตังค์ป๊อบหมดตูด
สุดท้ายก็เอามาคืนกัน แค่ไว้อำขำๆ

ถึงจะเรียนคนละโรงเรียน แต่บ้านเราก็ใกล้ๆกันแหละ
โชคชัยสี่กับลาดพร้าว25 ไมห่างกันมาก แต่เรามักมาเจอในโชคชัย4
เสียมากกว่า บ้านป๊อบใหญ่เวอร์ชิบเป๋ง ประมาณไร่กว่า ในซอยลาดพร้าวต้นๆ  :07:
ไม่นาน ป๊อบก็ย้ายมาสร้างใหม่ในซอยลาดพร้าว 71 ยิ่งทำให้เราใกล้ชิดกันกว่าเดิม

เราสนิทกับเพื่อนป๊อบด้วย ไปไหนก็เฮกัน พอเข้าปีหนึ่งแรกๆ
เรายังแวะเวียนไปหาป๊อบเสมอ ไปเที่ยว ไปกิน ป๊อบเสมอต้นเสมอปลายมาก
โทรหาเราทุกวัน แต่เรากลับเป็นคนทำให้รักจางหาย
ป๊อบใสซื่อไปสำหรับเรา เราค่อยๆติดเพื่อนที่มหาลัย
ติดเพื่อนที่ชมรม ติดเกมส์ เริ่มหาข้ออ้างไม่ไปเจอป๊อบ
เป็นเด็กมหาลัยกึ่งไฮโซไฮซ้อ แต่มีแฟนเป็นเด็กม.ปลายไม่เท่นักหรอก
เราเลยหลบๆ จากเดือนกลายเป็นหลายเดือน จนเป็นปีเจอกันไม่กี่หน
ความรักของเราเลยจืดจางไปตามกาลเวลา
ถึงแม้มันจะไม่เจ็บ ไม่ปวด แต่มันก็เหงาๆพิลึกบอกไม่ถูก
รักของป๊อบ เป็นรักเดียว ที่ทำให้เราคิดว่า นี่แหละ รักแรกพบ

ถึงตอนนี้ก็ยังนึกถึงรอยยิ้มน่ารักๆ คิ้วเข้มๆ หน้าใสๆ สะอาด ตัวหอม
ขี้อ้อน ชอบพูดจาเลียนแบบเรา รักที่เต็มไปด้วยการสัมผัสแบบทะนุถนอม
การจับมือครั้งแรกที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น และลุ้นจนแทบหัวใจวาย
การหอมแก้มครั้งแรก ที่วาบหวิว อ่อนโยน และอ่อนหวาน เหมือนลอยไปในอวกาศ
การไปเที่ยวสิงห์บุรีครั้งแรก เพิ่งรู้ว่า หมู่บ้านบางระจันอยู่สิงห์ด้วยก็เพราะป๊อบ
ไปสาบานหาบน้ำที่หมู่บ้านบางระจันกับเค้าด้วยนะ แต่ คำอธิษฐานไม่เป็นผล จำไม่ได้แล้วขออะไรไว้
ได้กินซาลาเปาไส้ปลาสุดอร่อย แต่ไม่ได้กินข้าวผัดที่ป๊อบโม้ว่าอร่อยที่สุดในโลก
เวลาป๊อบกลับสิงห์ ป๊อบชอบซื้อกุนเชียงสิงห์บุรีมาฝาก มันเยอะ แต่อร่อยสุดๆเลย  :12:
ก็กับป๊อบอีกนั่นแหละ ที่พาเรานั่งรถทัวร์ไปบ้านเกิด หัวซบกัน หลับจนถึงสถานี
หมอชิตก็เพิ่งไปหนแรกใรชีวิตนี่แหละ พอลงจากรถบัส
ก็จูงมือกันเป็นโดเรมอนกับโนบีตะ เป็นรักที่เต็มไปด้วยความประทับใจ
รักกับคนที่รวยเวอร์ชิบเป๋ง บ้านที่สิงห์บุรียังกับพระราชวัง
มี่ลิฟท์ในบ้านอ่ะคิดดู แต่ติดดิน แต่งตัวปอนด์ๆ ไม่ขี้โม้ ไม่อวดรวย แต่พร้อมจะทำ
ให้เราทุกอย่างรวมถึงความสบายใจ เราแทบจะไม่ทะเลาะกันเลยนะ
เว้นเรื่องกลับบ้านช้าไปหนึ่งนาที สองนาที ไอ้บ้าปุกเอ๊ย :16:

สุดท้ายนี้ขอบคุณนะป๊อบ ที่สอนให้เราได้รู้จักความรัก
สอนให้เราได้รักคน และถูกรัก
ถึงแม้สุดท้าย เราจะห่างร้างลากันไปด้วยบทลงโทษแห่งกาลเวลา
แต่ทุกครั้งที่คิดถึงป๊อบและความรักที่ผ่านมาของเรา
มันไม่มีสีอื่นใดเลย นอกจากสีชมพูพาสเทล ที่ทำให้หัวใจร่าเริงทุกครั้ง
ที่นึกถึง โชคดีนะป๊อบคุงชิโนสุเกะ :22:



Rabbitinblack

 :43: ปุก คนเล่นของจริงๆ ด้วย

กวางจ้ะ

ซะงั้นอ่ะเจ๊ปุก

อ่านแล้วอมยิ้มนะ +  :22:

แต่เวลาคนจะเลิกกันจริง ๆ เหตุผลนิดเดียวเองก็เลิกกันได้น่ะ

ฟิ้งซ์

หูยยย รักแรกเห็น :25:
ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

แตน

นานๆ จะเข้ามาที

roundbol123

พี่ปุกใจร้ายมากๆเลยอ้ะ  :50:
:22: :47:

กำนม.};oO=

อ้างคำพูดจาก: กาปุกเอง เมื่อ 28 มิ.ย. 2008, 04:50 น.
อ่านของทุกคนแล้ว สนุกดี
ทำให้เรานึกได้ว่า เราก็เคยมีความรักใสๆกับเค้าเหมือนกัน
ความรักของกาปุก ตอน ป๊อบปี้เลิฟ ป๊อบปี้รัก
ช่วงนั้นเราเพิ่งอกหักจากริวมาหมาดๆ
สมัยม.ปลาย สิ่งบันเทิงมันไม่ได้หลากหลายเหมือนสมัยนี้
จะมีอะไร๊ นอกจากเกมเซ็นเตอร์ โบว์ลิ่งค์ แล้วก็ดูหนัง
<<<
เดาได้ ว่าเด็กสมัยนี้ในอนาคตมันก็บ่นแบบเดียวกัน
รุ่นพ่อ หลังยุคทหารจีไอ ก็มีแต่แบบนี้แหละ โบล์วลิ่ง เรื่องหน้าโรงหนัง กะเรื่องหลังโรงไฟฟ้า
เด็กหรือแก่ บ่นได้เหมือนกันเดี๊ยะ
เฮ้อ มาริโอ้ โบล์วลิ่ง ซิ่งรถ ..
อยู่บ้านไร่ ไร้เน็ต พี่จะกางมอสกิโต้เน็ต เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง เดินตามสายรุ้ง ทิ้งเมืองกรุงไว้กับเธอ ..

ฟิ้งซ์

รักเห็นแก่ตัว


"เมื่อผิดหวังจากน้องอัง ตูก็อยากให้มีใครมาอยู่แทนที่"


พอดีช่วงเรียน ปวส. ปีหนึ่ง พวกตูกับเพื่อนมักจะไปกินข้าวที่ร้านเพิงไม้เล็กๆ ในซอยใกล้ๆ หอที่อยู่
อาหารอร่อย ได้เยอะ คนขายก็เป็นกันเอง คุยกันได้ตลอด
ก็ติดใจกินเป็นเจ้าประจำเช้า กลางวัน ตอนเย็นเค้าปิดก็ไปกินที่อื่น
กินจนสนิทมากๆ เค้าก็ชวนไปอำเภอพร้าว ไปทำบุญวัดด้วยกัน
แถมหยอดว่ามีหลานสาวหน้าตาน่ารักไปกับเพื่อนเค้าด้วยนะ

เอาล่ะสิ สามหน่อก็อยากจะมีแฟน พอไปเจอหน้าน้องเอ(นามสมมติ)ก็เออแฮะ น่ารักจริงๆ ด้วย
แต่น้องบี(สมมติเหมือนกัน)อีกคนออกแนวห้าวๆ ไม่น่ารักเท่าคนที่เค้าบอก
ช่วงนั้นก็รุมจีบน้องเอกัน น้องเอกับน้องบีไม่ได้เรียน แต่ทำงานในเนอสซารี เลี้ยงเด็กอ่อน

เอาเป็นว่าจีบไปจีบมาเพื่อนสนิทตูก็คว้าน้องเอไปเป็นแฟน ตูก็ยังมีน้องอังอยู่
แต่พอโดนหักอกปุ๊บ ตูก็ช้ำสนิท หนีกลับมาเรียนที่เชียงใหม่ต่อ
น้องเอน้องบีก็มาหาเพื่อนตูบ่อยๆ ก็มานั่งเล่น นั่งคุยกันในห้องนั่นแหละ
ก็พอทำให้หายเหงาไปได้บ้าง แล้วตูก็เลยจีบน้องบีเป็นแฟนซะเลย
จะได้มีใครซักคนมาเป็นแฟน เหมือนรักประชดรักประมาณนั้น ซึ่งมันไม่ดีเลย
ตูเป็นแฟนกับบี ก็ตามประสาคนเป็นแฟน ช่วงปิดเทอมตูกลับแพร่
ก็เขียนจดหมายหากันทุกวัน ตูไปอยู่ดูแลย่าตูที่น่านก็ให้ที่อยู่ใหม่ไป
ไปรษณีย์ก็มาส่งให้ทุกวันจนจำได้ว่าไอ้เด็กคนนี้อยู่บ้านหลังนี้ มีคนชื่อนี้ส่งจดหมายมาหาทุกวัน
จนผ่านไปปีนึง ตูว่ามันก็ถึงทางตัน


ตูมาถามใจตัวเองว่าตูมีเค้าไปเพื่ออะไร เพื่อประชดอังเหรอ
เพื่อให้มีใครสักคนมาแทนช่องว่างที่ขาดอังไปเหรอ
เค้ามีอะไรเทียบเท่าอังหรือเทียบตูได้บ้าง บ้านเค้าเป็นยังไง
ฐานะเค้าล่ะ การศึกษา เค้าไม่ได้เรียนแล้วนะ ฯลฯ
ช่วงนั้นพีคมากเรื่องความคิดพวกนี้

แล้วก็เป็นช่วงที่น้องเอกับน้องบีต้องไปงานเลี้ยงกับที่ทำงาน จัดเลี้ยงตอนกลางคืน
แล้วเค้าจะมานอนด้วยที่หอ เพราะถ้าจะกลับบ้านมันก็มืดไป เปลี่ยวไป
เลยขอพี่ยามไว้ว่าเดี๋ยวน้องเค้าจะมานอนที่นี่คืนนี้นะ
แล้วสองคนนั้นก็ไปกับพวกผู้ใหญ่ที่เอารถยนต์มารับ คืนนั้นตูลงไปรับที่หน้าหอ ก็เห็นเมามาเลย
แถมเสื้อผ้าดูเหมือนถูกลวนลามมาด้วย คือเสื้อดูยับๆ คล้ายๆ โดนขยำ ขย้ำหน้าอกมา
ซึ่งตูไม่ค่อยชอบเรื่องพรรค์นี้ คือไม่ดูแลตัวเองยังไม่พอ แถมเมามาอีก ทำไมต้องกินเหล้าด้วย
เพราะตอนนั้นเค้ายังอายุไม่ถึงสิบแปดเลย ก็เลยไล่ให้ไปนอนบนห้อง
ตูก็คุยกับพี่ยาม ซึ่งเค้าก็เห็นตรงกันว่าน่าจะโดนลวนลามมา

มันก็ติดลบในใจไปอีก

หลังจากนั้นเค้าก็พอจะรู้ว่าตูพยายามจะบอกเลิก แต่ตูก็ยังปากแข็งอยู่ แทงกั๊ก ไม่อยู่ไม่ไป
เค้าก็คงอึดอัด จนวันนึงเค้ามาที่ห้องกับน้องเอ แล้วน้องเอก็รบเร้า บอกว่าพี่มีเรื่องอะไรจะพูดกับบีก็พูดสิ
บีไปนั่งทำใจรอตูอยู่บันไดข้างๆ ห้อง ตูก็เดินไป ยังจำเหตุการณ์ได้อยู่เลย
ตูก็ไปคุยเรื่องอื่นกับเค้าก่อน แล้วก็ค่อยๆ กลับเข้าเรื่องแฟนกัน
แล้วก็บอกเหตุผล แล้วก็ขอเลิก เค้าก็ยิ้มทั้งน้ำตา แล้วก็บอกว่าไม่เป็นไร
แต่ตูรู้ว่าเป็น แต่เค้าเข้าใจตู แค่นั้นก็พอแล้ว


การบอกเลิกของตูคงเป็นแรงผลักดันให้เค้าฮึดสู้ เค้าไปเรียนต่อที่วิทยาลัยเทคนิค
เรียนเก่งเสียด้วย แล้วก็กลับมาเยี่ยมตูกับเพื่อนร่วมห้องซึ่งเค้ามาขอให้เป็นพี่ชายบ่อยๆ
มีอะไรก็มาคุยด้วยเหมือนเดิม เหมือนพี่ชายน้องสาว
เรื่องบัตรน้องอังที่เก็บได้เค้าก็เอามาบอก บอกว่าเห็นหน้าอังแล้วเป็นยังไงอะไรทำนองนั้น

จนตูมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย
ก็เป็นผู้หญิงคนแรก คนเดียวที่ตูเป็นคนบอกรักและบอกเลิก ที่เหลือตูโดนบอกเลิกเองหมด
มันก็เป็นประสบการณ์ที่ยังจำได้ คิดถึงเมื่อไหร่ก็ยังรู้สึกผิดที่ไปดึงเค้าเข้ามา

เคยอ่านประโยคที่ว่า
"อย่าฝืนใจรัก ถ้ามันไม่ใช่...ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะคบใครสักคนเพียงเพราะอยากจะมีใครสักคน"
แล้วมันนึกถึงเค้าทุกที รู้สึกไม่ค่อยดีทุกที แต่เค้าก็คอยบอกว่าไม่เป็นไร ไม่เจ็บแล้ว สบายดี
ก็พอทำให้ตูรู้สึกดีที่ไม่ร้ายกับเค้าจนเกินไป
ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines