สตริง vs ลูกทุ่ง (แตกหน่อ)

เริ่มโพสต์โดย roundbol123, 14 เม.ย. 2008, 01:28 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

inatmon

อ่านแล้วฉลาดขึ้นเลย จริงๆ

แอ้

แตกหน่อมาแล้วถึงได้เห็น..

ไม่ค่อยฟังเพลงลูกทุ่งเท่าไหร่ แต่ว่าเคยฟังที่ทำงานเค้าเปิด บ่าววีเนี่ย เสียงดีจริงๆ
และนักร้องลูกทุ่งหลายคนเสียงดี มีพรสวรรค์ (ร้องยากกว่าเพลงไทยสากลอีก)

เรื่องรายได้ แอ้ว่าเพลงลูกทุ่งคนซื้อแผ่น/เทป ของแท้มากกว่าจริงๆ ค่ะ

จักรี

ลุกทุ่งสมัยใหม่ ตอนนี้ ก็ล้นตลาด เหมือนกันนะ รู้สึกเม้ดเงินมันจะล่อตาล่อใจเกินไป
บางทีเลยลืมคุณภาพคุณสมบัติของเพลงลูกทุ่งดีๆ ไป
นี่ละนะธุรกิจ สังเกตได้จากเพลงลูกทุ่งสมัยใหม่หลายๆ เพลงในตลาดตอนนี้ 
เน้นเจอะกลุ่มคนฟังโดยไม่สนใจอะไรเลย  เริ่มคล้ายๆเพลงสตริงวัยรุ่น ที่เนื้อร้องซ้ำไปซ้ำมาทั้งเพลง
แล้วนักร้องน่าตาดี เน้นเต้น เสียงพอฟังได้ .... ลุกทุ่งเข้าสู่ยุคอินเทรนที่แสนหดหู่แล้วไง 
อย่างค่าย ลูกทุ่ง ชะชะช่า เอาเพลงเก่ามายำแดนซ์ ได้ น่าเกลียดมาก  :41:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

แนนเค้ก ❤

เพลงช้าๆ เพราะๆ ที่เอามาทำเป็นเพลงแดนซ์ทั้งหลาย
แนนว่าไม่เพราะทั้งนั้นแหละ :41:

แต่ก็ยังทำออกมาได้มากมาย ไม่รู้ทำไม
(คนรอบตัวเค้าไม่บ่นให้ได้ยินบ้างหรือไงนะ)
Nothingness
||•• i-nan-za™``: วนัสนันท์ is back!

roundbol123

อ้างคำพูดจาก: [inanza][~ เมื่อ 15 เม.ย. 2008, 14:24 น.
เพลงช้าๆ เพราะๆ ที่เอามาทำเป็นเพลงแดนซ์ทั้งหลาย
แนนว่าไม่เพราะทั้งนั้นแหละ :41:

แต่ก็ยังทำออกมาได้มากมาย ไม่รู้ทำไม
(คนรอบตัวเค้าไม่บ่นให้ได้ยินบ้างหรือไงนะ)

เอาไว้เปิดตามงานวัดรึเปล่าคะ  :08:

นานาชอบเพลงลูกทุ่งคำเมืองนะ ฮาดี  :30:
:22: :47:

เก้อ

ผมว่ายุคเสื่อมมันมาเป็นพักๆนะครับ
ช่วงนี้ ผลลัพธ์จากเทคโนโลยี ก็เสื่อมไปทางนี้
สักสิบกว่าปีที่แล้ว ก็ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
ระลอกแรก ยุคที่ร้านบาร์คาเฟ่กำลังลุกลามยุคแรกน่ะครับ
นวัตกรรมอาเสี่ยคล้องพวงมาลัยนักร้องถูกสร้างให้มีตัวตนชัด
ในยุคนั้นแหละ เพลงมันเลยมีแต่ขอเป็นเมียน้อย
สองแง่สองง่าม สำหรับกลุ่มตลาดนี้โดยเฉพาะ
ผมคิดว่านั่นเป็นยุคเสื่อมที่หนึ่ง

จริงๆลูกทุ่งหมอลำในรูปแบบปัจจุบัน ก็ก่อร่างสร้างตัว
มาในระยะเวลาสักสี่ห้าสิบปีให้หลังนี่เองนะครับ ยุคอ.ไพบูลย์ บุตรขัน
ก่อนหน้ายังอยู่ในรูปแบบเพลงพื้นบ้าน หรือลูกกรุง
เป็นไปได้ว่า พอมันโตมาระดับนึง คือยี่สิบกว่าปี
มันก็เกิดอาการผสมพันธ์กับปัญหาสังคมที่พึ่งเริ่มรุนแรงในยุคนั้น
ก็เกิดเพลงเสื่อมๆ เนื้อเพลงผิดผัวผิดเมีย สำหรับร้องกันในคาเฟ่


ใครรู้ไหมครับ คนขี่ม้าขาวมากอบกู้สถานการณ์
อ.สลา คุณวุฒิ- วสุ ห้าวหาญ และนักแต่งเพลงอื่นๆ
ที่ได้รับอิทธิพลจากสองท่านนี้(เรียกว่ากลุ่มผู้กอบกู้โลกแล้วกัน)

ไล่มาตั้งแต่ก่อนที่อิทธิพจะส่งชัด อ.สลา แต่งเพลง
จดหมายผิดซอง ขณะที่ยังเป็นครูโรงเรียนเล็กๆบ้านนอกๆ
ในภาคอีสาณ แล้วก็แต่งเพลงออกอัลบั้มเอง เรียกว่าอินดี้นั่นแหละ
และในช่วงแรกๆที่เป็นมือปืนรับจ้าง แต่งเพลงให้ศิลปินหลายๆคน
อย่างไมค์ ภิรมย์พร ยุคยาใจคนจน(ผมว่ามันจะกลายเป็นลูกทุ่งคลาสสิคอีกเพลง
แค่รอเวลาเท่านั้นแหละ) กระทงหลงทาง ล้างจานในงานแต่ง ฯลฯ

แล้วรู้ไหมครับว่า ในช่วงแรกของการทำงานเพลง
ดังระเบิดขนาดนั้น แกก็ยังคงเป็นครูบ้านนอกเหมือนเดิมนี่แหละ
ทั้งที่เพลงทำเงินเป็นล้าน เขาก็มาร้องขอให้แกเข้ากรุงเสียที
อยู่นานหลายปี จนท้ายที่สุดเนื่องจากงานเริ่มทำให้แกไม่มีเวลาสอน
สุดท้ายจากครูน้อยบ้านนอกติดชายแดน ก็กลายเป็นเบอร์หนึ่ง
ของตึกแกรมมี่ฝั่งลูกทุ่งในวันที่แกตกลงรับหน้าที่เลย

(เท่ไหมครับ ผมว่าเท่มากกก)

แล้วหลังจากนั้น ผมว่าไม่มีสักช่วง ที่เพลงของแก
จะห่างหายไปจากอันดับหนึ่งของชาร์ต ในช่วงห้าปีหลังนี่
ใครไปลองไล่ดูก็ได้นะครับ บางครั้งผมสังเกตดู
อันดับหนึ่งถึงสาม ของแกรวดเลย ช่วงที่ปริญญาใจออก

ที่บอกว่าแกคือผู้กอบกู้โลก ลองมองไปที่เพลงของแกดูครับ
ทุกเพลงถ้อยคำ ความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นคำงดงาม
เล่นกับทำนองที่ดูเหมือนจะตายตัวของเพลงลูกทุ่ง
เหมือนแกเอาของมาตรฐานมาพลิกนิดเดียว
แต่มันก็เกิดผลลัพธ์ที่เจ๋งมาก บางครั้งแกก็กล้าหาญถึงขั้น
ทำลายโครสร้างที่อึดอัดของลูกทุ่งหมอลำเลย
(เพลงแฟนเก่าเพิ่นบ่เซาหล่อ ของศิริพร อำไพพงษ์)


ที่สำคัญที่สุด ทุกเพลง ไม่มีเนื้อเพลงผิดศีลธรรม
ไม่มีการผิดลูกเมีย ป๋ารักเด็ก ส่งเสริมให้กินเหล้า
ทุกเพลงคือการให้กำลังใจ ให้ต่อสู้ พูดถึงชีวิตจริงๆ
ของผู้คนได้อย่างมีเนื้อหนังมีชีวิต โดยเฉพาะตีม
ที่เกี่ยวกับเข้ามาล้มลุคลุกคลานตามหาความฝันในเมืองหลวง
ถือเป็นตีมหลักของไมค์ ภิรมย์พรอยู่แล้ว
แล้วยุคหลัง ก็มีต่าย อรทัย, เอกพล มนต์ตระการ
ไผ่ พงศธร ฯลฯ บางครั้งผมก็เห็นอาการตันในแนวทางเดิมๆ
หรือดำเนินตามสูตรของตัวเองอยู่เหมือนกัน
แต่โดยรวมยังนับเป็นบุคลกรทางดนตรีของไทย
ที่มีคุณค่าที่สุดคนหนึ่งอยู่ดี

ตอนนี้ผมว่า แกคงต้องต่อสู้กับยุคเสื่อมยุคที่สอง
ดูเหมือนมันจะเริ่มปรากฏเงาขึ้นมาแล้ว




ปล. โอ้ย พิมพ์แล้วมันมือ :30:






I ROCK , THEREFORE I AM

จักรี

พี่เก้อ ชิงพิมพ์ไปหมดแระ  :25:

งานเพลง ที่ดี ก็เกิดจาก ครูเพลงที่ดีด้วยจริงๆ ครับ
บุคลากรในแนวเพลงนี้เมื่อครั้งเก่าๆ ผมว่าคุณภาพแน่นมาก
พรรณนา เปรียบเปรย กระทบกระแทกแดกดัน ได้สละสลวยมาแต่ไหนแต่ไรแล้วจริงๆ
ชมนก ชมไม้ ชมทุ่ง ฟังเพลงลูกทุ่งสมัยเก่าๆ ยังกับฟังกวีเพราะๆ บทหนึ่งเลยนะ 
บางครั้งฟังเพลงลูกทุ่งเหมือน ดูหนัง มีต้นเรื่องมีท้ายเรื่องเผลอๆ รู้ด้วยว่าตอนจบ พระเอกตายหรือเปล่า...

คือมันเป็นอารมณ์ที่ รับรู้ได้ถึงความเป็น บ้านๆ โดยแท้จริง   

ปัจจุบัน ครุเพลงที่ว่าหลายท่าน ต้องกินต้องใช้นะ ซึ่ง ผมว่า อุดมการณ์มันค่อยๆถูกกลืนไป อันนี้ก็ไม่ว่ากันแหละ เป็นธรรมดา
ถือว่ายังโชคดี ที่ยังมีครูสลา ทีจริงๆ ถือว่าเป็นคนรุ่นไม่เก่ามากนักนะ ถ้าเปรียบกับ ครูไวพจน์ ครุจิ๋ว ...และคนอื่นๆ

การที่ ท่านเป็นครูบ้านนอก เป็นส่วนสงเสริมผลงานของท่านได้ด้วยละ ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวมั้ยที่เมื่อก่อน
ครูเพลงหลายๆท่าน ก็แต่งเพลงบนเถียงนา อยุ่กับป่าเขา ไม่ได้ อยุ่ตึกนอนคอนโดเหมือนทุกวันนี้ 
อะไรๆ มันก็เลยกลายเป็นธุรกิจไปซะหมด

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

หนูอร

กร๊าก ตอบช้าไป ..โดนตัดหน้าซะแล้วต๋อย  :23:


จริงๆแล้ว.. บางครั้งเพลงก็เป็นสิ่งแสดงยุคสมัยเนอะ
ช่วงไหนอะไรดัง ก็ถูกหยิบจับมาร้องมาพูดถึง
(อย่างตอนมีทสึนามิ คาราบาวก็เอามาแต่งเพลง..
แต่อันนี้ไม่รู้ว่าจะทำเพื่อแบ่งเงินบริจาคหรืออะไรไหม)


อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะคะ
:46:

สมัยนี้เหมือนคนอยากเป็นนักร้องเป็นดารากันมากขึ้น
สำหรับคนหน้าตาดีกลางๆ เสียงดี ไม่มีเส้นสายหนักๆ
หนทางที่ง่ายกว่าาการเข้าแกรมมี่หรืออาร์เอส
ก็คงเป็นการดันตัวเองเข้าวงการลูกทุ่งวงการสตริงมากขึ้น
รายได้ส่วนนึงก็ได้จากการออกคอนเสิร์ต ออกแสดง
(อย่างเมื่อก่อนเวลาจัดงานก็เห็นจ้างวงลูกทุ่งมาแสดง)

ขายเสียงไม่ได้ก็ขายหน้าตา ขายท่าเต้น
เพลงใหม่แต่งไม่ได้ก็เอาเพลงเก่ามามิกซ์



ประมาณครึ่งปีก่อนได้เดินแถวๆปิ่นเกล้า
มีบูทขายแผ่นคาราโอเกะเพลงลูกทุ่งโคโยตี้
mv เป็นผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยมายืนเต้นๆๆๆ
เห็นแล้วเอ่อ.............. ทำไปได้เนอะ  :08:
อันบัน ♥

iannnnn

อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 15 เม.ย. 2008, 13:47 น.
แตกหน่อมาแล้วถึงได้เห็น..


จริงครับ อาร์สยามคือค่ายทำเงินอันดับ 1 ของอาร์เอสตอนนี้
ลองนึกถึงเพลงลูกทุ่งสะอาดๆ ซื่อๆ (ไม่ใช่แนวคาเฟ่ :13: นะ)
เพลงไหนคุ้นๆ หูอยู่บ้าง ถ้าไม่ใช่ก็อด-ไมค์ :21:
ก็มีที่เหลือเป็นอาร์สยามนี่แหละครับ


วันก่อนที่ไปเกะที่กระบี่ เพิ่งเคยได้อ่านเนื้อร้องเพลงขอนไม้กับเรือเป็นครั้งแรก
โคตรชอบฉิบหายเลยครับ บิ๊วงอารมณ์ได้พาขนลุกมากๆ

Dew Susansaraly

นึกว่าหัวข้อโต้วาที

ตูเพิ่งรู้นะว่าลูกทุ่งมันเหนือชั้นขนาดนี้ 
โล่ง

คนตาบอดข้างเดียว

ผมฟังแต่ลูกทุ่งมหานคร ฮิต100%
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

จักรี

ใครเป็นอย่างผมหรือเปล่าครับ   ที่สังคมที่ผมเคยเจอะเจอมา ตั้งแต่ออกมาเรียนในตัวอำเภอก็จะรู้สึกได้ว่า

เมื่อเพื่อนๆ รู้ว่าเรา ชอบฟังเพลงลูกทุ่ง ชอบร้องเพลงลูกทุ่ง ก็จะโดนมองด้วยสายตาแปลกๆ จากเพื่อน 
บางครั้งก็จะโดน ดูถูกว่า ไอ้บ้านนอก ซึ่ง จริงๆ แล้วบางครั้ง ถ้าพูดคำนี้ออกมา มันก็ฟังเป็นเรื่องตลก หรือแซวกันขำๆ
ซึ่งอันนั้นเข้าใจ ดี แต่ ความรู้สึกจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่คำพูดที่เราสัมผัสได้อ่ะ มันมีอยู่ตลอด
ในขณะที่มีการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งในโรงเรียนครั้งหนึ่ง แค่เพื่อนนักเรียน ที่นั่งดูเพียงนับคนได้
ยังสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของเพื่อนนักเรียนส่วนมาก
ที่เดินผ่านมาแล้วทำหน้าตา ยี้~~ ใส่ แบบว่าเหมือนคนฟังคนร้องเพลงลูกทุ่งนี่มันน่าเกลียดซะเต็มประดา

ซึ่งมันต่างมากกับเมื่อทางโรงเรียน จัดให้มีการประกวดเพลง สตริง แค่ขึ้นไปร้องตาม คาราโอเกะ เพื่อนนักเรียน
ที่ยืนฟัง ก็ยัง กรี๊ดตามร้องตามกระโดดกระเต้นกันอย่างบ้าคลั่ง เออก็แปลกดีเหมือนกัน ที่
คนที่นั่งฟังเพลงลูกทุ่ง ที่อารมณ์มันสงบเสงี่ยม กลับดูน่ารังเกลียด แต่
คนฟังเพลงสตริงที่ใครเต้นได้จ๊าบกระโดด ดิ้น ได้เจ๋งสุดกลับดูน่ารัก เท่ เก๋ กันไป
ซึ่งก็เข้าใจแหละ ว่าอารมณ์มันพาไปเพราะผมก็เป็น ... ก็นะ ถ้าจะให้ ไป กระโดดกรี๊ดๆ
ให้กับเพลง พระรถเมรี นี่มันจะยิ่งน่าอายกว่าใช่มั้ย ฮ่า...


บางครั้งผมก็อาจคิดมากไปคนเดียวก็ได้  แต่ ก็รู้สึกแบบนั้นมาตลอดเลย
ไม่ว่าจะเข้ามาในสังคมไหนก็จะรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม ข้อนี้เสมอ
เลยรู้สึกกลัวมาก รู้สึกกลัวว่า คนที่เขาร้อง คนที่เขาชอบ จะถูกกลืนไป เพราะสังคม
มันโน้มเอียงไปจุดนั้นมากกว่า  แต่พอมารู้ข้อมูลทางด้านธุรกิจของแนวเพลง ก็รู้สึกอุ่นใจเพิ่มขึ้นนิด
และก็กลับมาคิดอีกระลอกหนึ่ง ถึงความเข้าใจของตนตลอดมา ว่า เราอาจจะเข้าใจผิดไป 
หรือถ้าไม่ ก็เป็นเพราะ ความที่มันมีลักษณะที่เป็นแนวเพลงที่อยุ่ในวิถีของคนไทยเสมอมานี่
แหละมันอาจจะยากที่จะลืมเลือนแม้ไม่ชอบ เลยถูกเก็บงำไว้ในมุมที่ลึกเข้าไว้
นั่นก็หมายถึงยังฟังมันอยู่แต่ไม่เปิดเผย
เพราะกลัวจะโดนหาว่า บ้านนอก หรือเปล่า..... เป็นเพราะข้อนี้หรืเปล่า
มันจึงทำให้เพลงลูกทุ่งอยุ่ได้และค้ากำไรเป็นกอบเป็นกำ
โดยที่ คนส่วนใหญ่ คาดไม่ถึงเลยก็เป็นได้....... หรืออาจจะไม่ใช้....หรือเราคิดผิดหมดเลย
หรือเราคิดถูกบ้างผิดบ้าง อันนี้ก็ไม่แน่ใจอีกนั่นแหละ
สรุปคือเอาความรุ้สึก ตลอดมา มาเล่าให้ฟัง...


ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iannnnn

เพราะสังคมไงจักรี


เท่านั้นเอง เพราะสังคม
มนุษย์เป็นสัตว์สังคมนะ
ตอนตูเรียนมัธยม ใครฟังอินดี้นี่เท่มาก
แต่พอเข้ามหาลัย ที่คณะกลับนิยมคาราบาวเป็นศิลปินเบอร์หนึ่ง
กลายเป็นว่าใครฟังป๊อบอินดี้ ฟังแฟต ไรงี้ ต้องฟังแบบแอบๆ เหนียมๆ
หรือไม่ก็ไปเย้วๆ กะสาวคณะอื่นๆ

ตอนนี้เพื่อนตูหันมาชอบแจ๊สกันหมดเลย
อันนี้ตูเข้าไม่ถึงจริงๆ :48: เพราะยังชอบคาราบาวอยู่



เคยอ่านบล็อก bickboon หรือ kohsija นี่แหละ
มันมีศัพท์ญี่ปุ่นคำนึงที่น่าสนใจมาก จำไม่ได้ว่าคำว่าอะไร
แต่แปลเป็นไทยว่า "เป็นสิ่งที่เราชอบแต่ไม่กล้าแสดงออก"

ตัวอย่างก็เช่น
- ชอบสะสมรูปโป๊ของป้าแก่ๆ มาก แต่กลัวคนว่า เลยไม่เคยบอกใคร
- ชอบอ่านหนังสือมวยมาก แต่อู่ในสังคมไฮโซ ไม่กล้าแสดงออก
- ชอบเพลงอาร์เอสมาก แต่ตอนอยู่โรงเรียนต้องทำเป็นเกลียด เพราะกลัวโดนล้อว่าเสี่ยว
เพื่อนตูก็มีนะ
- ชอบแช่ม แช่มรัมย์มากๆ แต่กลัวสังคมเพื่อนไม่ยอมรับ (มันจะแสดงร่างจริงออกมาตอนเมา)

อีปมเรื่องความบ้านนอก ความกรุงเทพฯ อะไรนั่น
ของมันก็รู้อยู่ว่ามีจริง แต่มีมากหรือมีน้อย แล้วจะส่งผลกับเราหรือเปล่า
ก็แล้วแต่จิตเราเองที่จะปรุงแต่ง (ถุ๊ย เอาคำพระมาสอนเด็กวัด)

สำหรับตู ตูยังเป็นเด็กหนองบ้วยเสมอ :52:
และไม่พยายามทำตัวกรุงเทพฯ แต่อย่างใด เว้นแต่ร่างกายมันพาไปเอง

แน็ก

ผมฟังทุกแนว และเท่าที่จะเอื้ออำนวยให้ได้ยิน
ภาพสีน้ำ และ ภาพสีน้ำมัน มันก็งานศิลปเหมือนกันน่ะแหละ

ฟังเพลง ให้เป็น แค่ เพลง กันเถอะ เจริญใจ  :52:

ปล. พิมพ์สั้นๆ สวนกระแส  :02:
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

เบียร์


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines