สตริง vs ลูกทุ่ง (แตกหน่อ)

เริ่มโพสต์โดย roundbol123, 14 เม.ย. 2008, 01:28 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

เก้อ

Guilty Pleasure ไงครับ
อันนี้ถือเป็นศัพย์บัญญัติไว้เรียกอารมณ์นี้เลย

ผมไม่เห็นรู้สึกแฮะ ว่าที่ผมชอบร้องเพลงลูกทุ่ง
แล้วมันจะดูเป็นอะไร อาจจะเพราะหน้าด้าน
หรือไม่งั้นก็เพราะผมเป็นคนดูถูกคนในเรื่องรสนิยมดนตรีมากๆ(เมื่อก่อนนะ)
ใครคิดว่ามันเชย ผมจะรู้สึกทันทีว่ารสนิยมมันไม่ถึง
ไม่เข้าใจความงามของดนตรี

ผมก็จะพยายามอธิบายให้ฟังดีๆนะครับ ว่ามันงดงามตรงไหน
ถ้าไม่เข้าใจผมก็จะบอกว่า เป็นบัวใต้ตมต่อไปเถอะ
รุนแรงมากๆเลยไหมครับ ตอนนั้นเป็นวัยรุ่นหัวรุนแรง
(ตอนนี้วัยรุ่นวัยใส)


เรื่องสังคมนี่เหมือนๆพี่แอนว่าเลยแฮะ
ตอนมหาลัย การฟังเพลงแฟต อินดี้นี่ถือเป็นเรื่องปกติ
(ตอนผมเรียนคลื่นแฟตพึ่งตั้งนะ) ไม่ใช่ของแปลกแนวแต่อย่างใด
หรือแม้แต่เพลงพวกวงฝรั่งๆ ก็ถือว่าเป็นของปกติ
ใครแนวนี่คือ ต้องประเภทฟังเพลงทดลองจัดๆ วงลอนดอน นิวยอร์คจ๋าๆ
ไม่งั้นก็คาราบาว สุนทราภรณ์ โซล แจ๊ซ ไปเลย


ส่วนบ้านนอก-กรุง อะไรยังงั้น ผมไม่มีความรู้สึกอะไรเลยแฮะ
ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองต้องเป็นบ้านนอกหรือกรุงหรืออะไร
ก็เป็นยังงี้แหละ ไม่มีความคิดเห็นอะไรกับกรุงบ้านนอกด้วย
แบบว่านึกไม่ออกเลย ว่ามันจะสำคัญอะไร
เราจะเป็นคนใครอื่นที่ไม่ใช่เราได้ไง งง









I ROCK , THEREFORE I AM

คนตาบอดข้างเดียว

อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 16 เม.ย. 2008, 22:32 น.
เพราะสังคมไงจักรี


เท่านั้นเอง เพราะสังคม
มนุษย์เป็นสัตว์สังคมนะ
ตอนตูเรียนมัธยม ใครฟังอินดี้นี่เท่มาก
แต่พอเข้ามหาลัย ที่คณะกลับนิยมคาราบาวเป็นศิลปินเบอร์หนึ่ง
กลายเป็นว่าใครฟังป๊อบอินดี้ ฟังแฟต ไรงี้ ต้องฟังแบบแอบๆ เหนียมๆ
หรือไม่ก็ไปเย้วๆ กะสาวคณะอื่นๆ

ตอนนี้เพื่อนตูหันมาชอบแจ๊สกันหมดเลย
อันนี้ตูเข้าไม่ถึงจริงๆ :48: เพราะยังชอบคาราบาวอยู่

ผมว่า สังคมหมาลัยท่าช้าง ไ่ม่นับดีกว่า
เพราะมหาลัยท่าช้างมีแต่บ้านนอกเข้าไปเรียนไง มันเลยเข้าขากัน 555
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

กำนม.};oO=

#47
ต้นไม้รากลึก ไม่ตายง่ายๆ
เมล็ดแท้ กลายพันธุ์ยาก
ลูกทุง ลูกปลากระทุง เกิดก่อน ลูกกุ้ง
คาร์ลอส ซานทาน่า ของแท้ ขนแข็ง
เพลงไม่ใช่แค่คำ จังหวะ หรือทำนอง
มันมีเรื่องที่เอื้อมมาแตะ และปลุกหัวใจมนุษย์ได้
ศรคีรี ศรีประจวบ ลองหาฟัง แล้วจะรู้ว่าเพลงมีกลิ่น
..
ป.ล. ข้างบนเอาแหนบ สำหรับถอนคำพูดไหม :)
นั่นน่ะ มหาวิทยาลัยในวังนะครับ วังเก่า คนอยู่ในวังคงไม่บ้านนอก ยกเว้นผม

อยู่บ้านไร่ ไร้เน็ต พี่จะกางมอสกิโต้เน็ต เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง เดินตามสายรุ้ง ทิ้งเมืองกรุงไว้กับเธอ ..

แน็ก

เสริมเรื่อง ค่านิยมที่ว่าฟังเพลงแนวไหน คือมีความคิดแนวนั้นหน่อยเถอะ
ในทุกๆกระแสวัยรุ่นแตกเนื้อหนุ่มเนื้อสาว ต้องการเปลี่ยนแปลงตนเอง ต้องการนั้นนี่ให้ตนเองเพื่อเข้ากลุ่ม เข้ากับเพศตรงข้าม
นั้นมันไม่ใช่ดนตรี แต่เป็นแฟชั่น หรือที่ชาวบ้านอย่างผมเข้าใจคำว่า แฟชั่น เท่ากับ สนตะพาย
ร้อยเข้าจมูกเดินไปเป็นแถวจะได้จัดระบบ้าขายได้ถูก ได้เป็นกอบเป็นกำกันเลยทีเดียว

ใครฟังเพลงคลาสสิค ต้องเป็นคนโรมาเนีย ด้วยไหม? เปล่าเลย แค่ชาวโรมาเนียชื่นชอบกันมากมายเท่านั้น
                                                         เหมือนกัน
ใครฟังลูกทุ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนไทย และ ลุกกรุง สตริง ป๊อป แจ๊ซ ก็ไม่ได้บอกว่าคุณเป็นชนเผ่าเหล่ากอใด ใหม่กว่าเก่ากว่าใครทั้งนั้น

ดนตรี เป็นแค่ ดนตรี มีความรื่นรมณ์ อยู่ในตัวทุกบททำนอง เดิมทีใช้ในพิธีกรรมทางวิญญาน ไม่มีไรมากไปกว่าขัดเกลาให้เราเข้าใจชีวิต

ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

psyfer

แล้วประเภทฟังมันทุกแนวนี่ มีความคิดแนวไหนเรอะ  :52:

กำนม.};oO=

แนวยังไม่คิด แนวคิดยังไม่จบ
พอคิดจบแล้ว ก็ฟังทุกแนวอยู่ดี
สรุปว่า มันไม่เกี่ยว
เวลาคิดเรื่องน้ำพริก ฟังแต่เพลงลูกทุ่ง ก็ไม่จำเป็น
ตำส้มตำ ในขณะที่กำลังแก้ปัญหาทางฟิสิกส์ก็ได้นี่นะ
อยู่บ้านไร่ ไร้เน็ต พี่จะกางมอสกิโต้เน็ต เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง เดินตามสายรุ้ง ทิ้งเมืองกรุงไว้กับเธอ ..

จักรี

เรื่องบ้านนอก ในกรุงนี่สำหรับผม เอามาคิดมากเลยละเมื่อก่อน มันเหมือนเป็นความต่างที่รู้สึกได้


แบบว่า สิ่งหนึ่งที่คนบ้านนอกเขาสัมผัสและรับรุ้ได้ อิน ไปกับมัน
แต่ตรงข้ามกัน เมื่อคน ในกรุงไปฟังไปเห็น กลับไม่อินแถมยังแสดงท่าทางรังเกียจมีเยอะเลยละ ไม่ใช่แค่ในหนังนะ

คือเคยมีประสบการณ์   ใครเคยมั้ยที่ ตอนเด็กๆ มี งานผ้าป่าที่วัด แล้ว ญาติๆ เราในหมู่บ้าน ที่ไปทำมาหากินอยู่ในกรุงเทพ
กลับมา ทำผ้าป่า กลับมาบ้าน  แบบว่า ในหมู่บ้าน ไม่เคยมีรถบัสคันใหญ่ๆลายสวยๆ วิ่งเลยนะ  แบบว่า
พอเข้าเทศกาล วันนี้ของทุกปีก็จะมีแล้ว
พวกเด็กๆ อย่างผม พอรถจอดก็วิ่งดูกัน ล้อมซ้ายล้อมขวา  คนกรุงเทพทำไมมันงามนักวะ
เสื้อผ้าก็สวยๆทั้งนั้น(เหมือนในหนังเลยมั้ยละ) เดินลงมา ทำท่าทางขยะแขยงพวกเราอีกแนะ
(ที่จริงมันก็น่าอยุ่หรอกน่าตาโคตรมอมแมม) คือตอนเด็กไม่ได้คิดอะไรไง
พอโตมาหน่อย เราก็ไปช่วยงานวัดเหมือนเดิมแหละ
ไปยืนดูพวกเด็กๆ มันล้อมหน้าล้อมหลังพวกคนกรุงเทพบ้าง แล้วโดน ทำทางทาง ยี๋ ๆ ใส่บ้าง
โห ถึงกลับ คิดถึงตัวเองตอนนั้นเลย  พึมพำๆ เหี้ย สัตว์ แม่งคนกรุงเทพ.....
เกิดอารมณ์ต่อต้านอย่างรุนแรงภายในจิตใจเลยทีเดียว  :30:  คือคนอื่นเขาอาจจะไม่คิดนะ
แต่ผมนี่ คิดชิบหายเลยตอนนั้น นี่ละมั้งที่มันเป็นแรงสะสมทำให้ผมอยากเข้ากรุงเทพฯ แม้ไม่เคยรุ้เลยว่า
กรุงเทพฯ มันเป็นตัวอย่างไง (พ่อแม่เคยพาผ่าน กทม. ตั้งแต่จำความไม่ได้ ก็เลยยังไม่รู้)  ในทีวี ก็ไม่เคยเห็นนะ
เพราะที่บ้านกว่าจะมีไฟฟ้าใช้ ก็ปาเข้าไปตอนผมอยุ่ ม.2 แล้วละ (เฉพาะบ้านผมหลังเดียวนะ อาศัยแอบดูจากชาวบ้านเอา)  

กลับมาพูดถึงเรื่องผ้าป่าคนกรุง ที่ปีหนึ่งจะวนมาซํกครั้งหนึ่ง  พอตกกลางคืนก็จะมีมหรสพ
เล่นกันทั้งคืนทั้งการละเล่นพื้นบ้าน อย่าง รำวง  เพลงโคราช อะไรประมาณนี้ ตอนนั้นผม
เป็นเด็กวัดอยุ่ จำได้ๆ ว่า คุยกับ กลุ่มคนกรุงเทพกลุ่มหนึ่งนี่แหละ ไม่แน่ใจว่าเป็นญาติหรือเปล่า
เพราะ ทั้งหมุ่บ้านก็ญาติๆ กันหมด กลุ่มนี้คงมากับญาติ คนใดก็คนหนึ่งในหมู่บ้านนี่แหละ  
เขาบอกว่า เขาดู/ฟัง เพลงโคราชแล้วเขาฟังไม่รู้เรื่อง แล้ว รู้สึกน่ารำคาณ
คือ สำหรับผม ยายผม เพือนผมนะ การได้ฟังได้เห็น ผู้เฒ่า ผู้แก่ ป้าๆ พี่ๆ ในหมู่บ้าน นุ่งโจมกระเบน
ใส่เสื้อสายเดี่ยวโบราณ ร้องเพลงเกี้ยวพาราสีกัน ก็รุ้สึก อิน ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว  

แล้วถามว่าไอ้อาการอิน ของคนในกรุงเทพตอนนั้นนะ  มันก็ต้องเป็นสิ่งที่เขารับรุ้มาตั้งแต่เด็ก
เหมือนผมนั่นแหละ ซึ่งถ้าให้ผม ไปดูพวกเขาเต้นกันในเทค มีลูกไฟหมุนๆ ผมก็ไม่รุ้สึกอินเหมือนกัน
คงเป็นอารมณ์เดียวกันนั่นแหละมั้ง นี่แหละที่ทำให้ความเป็นบ้านนอกกับในกรุงมันต่างกันสำหรับผม

 
และที่ผม ออกจะเป็นคนที่ตรงข้ามกับพี่เก้อเลย ผมเป็นคนที่รสนิยมต่ำมาก (นี่ดูถูกตัวเองดังๆซะหนึ่งทีเลยนะ)
แล้ว แบบว่า จะรุ้สึกน้อยใจในค่านิยมที่ไม่เป็นธรรมอยุ่ตลอดเวลา เรื่องเพลงนี่ก็อีกประเด็นหนึ่ง
แต่มันก็ค่อยลดน้อยถอยลงตามอายุ และการมองโลกละนะ พอเริ่มเข้าใจโลกมากขึ้น
(ไม่ได้มาก แบบว่า มากมายแต่เอาเป็นว่ามากกว่าเดิมละกัน) ความรุ้สึกเข้าใจคนเข้าใจสังคมก็เยอะขึ้นตามมาด้วย
คือสิ่งที่ เราเห็นเราเข้าใจ เรารู้สึก ในเมื่อก่อนมันอาจจะไม่สำคัญมากมายนักนะ แต่ บางครั้ง
เราก็จะต้องพยายามเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยไม่ให้คนอื่นคิด น้อยใจเหมือนเรา ชอบและรักเพลงลูกทุ่งด้วยความมั่นคง
ไม่ต้องน้อยใจหรือเสียใจเหมือนที่ผมเคยรุ้สึกมาก่อน นั่นจะเป็นผลดีมากกว่า(ถ้าเป็นคนมั่นใจในตัวเองเหมือนพี่เก้อ)
ผมจะใช้วิธีพี่เก้อบ้าง ฮ่าๆ พวกหูไม่ถึง  :30: (สบายใจดีแหะ :37:)


โอ้ว พอได้ บรรยายความรู้สึกแห่งความหลังทีไรดูมันเยิ่นเย้อแต่เนื้อหานิดเดียว ตลอดเลย แฮะ.........
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ชวาลา จันทร์แจ่ม

ผมคิดว่าดนตรีเหมือนอาหารนะ มีหลายประเภท
อาหารฝรั่ง ( แจ๊ส ร๊อค บลู ฯลฯ )
อาหารญี่ปุ่น ( เจ-ป๊อบ เพลงแนวซามูไร ฯลฯ)
อาหารไทย (ลูกทุ่ง ลูกกรุง ลิเก อีแซว บลาๆๆ ฯลฯ )
อาหารอเมริกาใต้ ( แนวละติน ฯลฯ )
และ อื่นๆอีกมากมาย

ใครชอบแบบไหนก็ทานแบบนั้น คนนึงชอบได้หลายอย่าง
เกลียดได้หลายอย่าง บางทีทานบ่อยๆนานๆเข้าก็เอียน
ลองเปลี่ยนไปทานอย่างอื่นดูบ้าง อาจจะได้สิ่งที่ชอบมากขึ้น
หรือไม่ก็เกลียดมากขึ้นก็ได้  หรือบางทีก็แล้วแต่ความสะดวก
ในการทาน  ผัดกระเพราหาทานได้ทั่วฟ้าเมืองไทย ทุกฤดู เร็ว
ง่าย น้ำพริกมะขามหาทานยากต้องใจเย็น รอฤดู กว่าจะเก็บ โขลก
ตำ ผัดปรุง เปี่ยมไปด้วยพิธีรีตรอง ทานแล้วอิ่มเหมือนกัน
แต่สารอาหารไม่เหมือนกัน  

แน็ก

อ้างคำพูดจาก: ชวาลา  จันทร์แจ่ม เมื่อ 16 เม.ย. 2008, 23:57 น.
ผมคิดว่าดนตรีเหมือนอาหารนะ มีหลายประเภท
อาหารฝรั่ง ( แจ๊ส ร๊อค บลู ฯลฯ )
อาหารญี่ปุ่น ( เจ-ป๊อบ เพลงแนวซามูไร ฯลฯ)
อาหารไทย (ลูกทุ่ง ลูกกรุง ลิเก อีแซว บลาๆๆ ฯลฯ )
อาหารอเมริกาใต้ ( แนวละติน ฯลฯ )
และ อื่นๆอีกมากมาย

ใครชอบแบบไหนก็ทานแบบนั้น คนนึงชอบได้หลายอย่าง
เกลียดได้หลายอย่าง บางทีทานบ่อยๆนานๆเข้าก็เอียน
ลองเปลี่ยนไปทานอย่างอื่นดูบ้าง อาจจะได้สิ่งที่ชอบมากขึ้น
หรือไม่ก็เกลียดมากขึ้นก็ได้  หรือบางทีก็แล้วแต่ความสะดวก
ในการทาน  ผัดกระเพราหาทานได้ทั่วฟ้าเมืองไทย ทุกฤดู เร็ว
ง่าย น้ำพริกมะขามหาทานยากต้องใจเย็น รอฤดู กว่าจะเก็บ โขลก
ตำ ผัดปรุง เปี่ยมไปด้วยพิธีรีตรอง ทานแล้วอิ่มเหมือนกัน
แต่สารอาหารไม่เหมือนกัน  
ใช่เลยๆ ทำไมไม่เขียนอย่างนี้นะ ตรู... :08:

นั้นแหละครับ ลองๆเปลี่ยนกับข้าว หรือ มื้ออาหาร กันดูบ้าง อาจพบรสชาติใหม่ๆ นอกเหนือความคุ้นชินเดิม

ไอ้กระผ้มมันทานได้หมดแหละ อยู่ง่ายกินง่าย  :42:
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

iannnnn

เฮ้ยเก้อ
อารมณ์บ้านนอกไม่บ้านนอกนี่มีจริงนะ
เห็นเป็นรูปธรรมเลยด้วย (ไปเดินแถวห้างภรากอนสิ)
คือมันมาคู่กับคำว่ารสนิยมนี่แหละ

ที่เอ็งไม่รู้สึก อาจจะไม่เข้าใจ
ก็เพราะหน้าตาเอ็งมันปรับให้เป็นคนในเมืองไม่ได้นี่
ลองดูตูสิ ใครถามก็บอก โอ๊ย คนลาดพร้าว :52:
(กรุณาเปิดเพลงสาวลาดพร้าวประกอบการอ่าน)

蓝月 (lán yuè)

คิ้วโก่ง หน้ากลม ผมงาม ต้องตา โอ้โห้ :37:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

จักรี

สตริง หรือว่าลูกกรุง ลูกทุ่งหรือว่าหมอลำ ร้องเป็นประจำ จำได้ทั้งตู้   ร้องเดี่ยวนั้นมันไม่ยากลำบากที่ตรงเพลงคู่ ไม่รู้ว่าคู่อยู่ไหน....
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

蓝月 (lán yuè)

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

ยุนเอ



ดีนะเรียนสายวิทย์ เลยไม่ต้องพึ่งสังคม  :52:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

แนนเค้ก ❤

อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 17 เม.ย. 2008, 01:14 น.
คิ้วโก่ง หน้ากลม ผมงาม ต้องตา โอ้โห้ :37:

นั่นมันสาวบางโพ :07:
Nothingness
||•• i-nan-za™``: วนัสนันท์ is back!

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines