งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Buob Marley

#9150
 :56: พี่น้องนะ

เรื่องโอเพ่นมายด์ และรับฟังทุกอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงคิดแบบมีเหตุผลนี่ ไอเด้ามาก

เออ พูดไปก็นึกถึงกระทู้พันทิป ที่บอกว่าเจ้านายฝรั่งหลายคน ไม่มีนโยบายยื้อด้วยตัวเลข หรือคำสัญญาเรื่องงานนะ
รวมถึง ถ้าไม่พูดเขาก็จะมองว่าเราไม่มีปัญหา แต่ถ้าพูดก็จะเข้ามาจัดการทันที
เรื่องขึ้นเงินเดือนก็เหมือนกัน รีวิวกะลูกพี่คือลูกพี่ถามเลย ว่าคิดว่าความสามารถ ความรับผิดชอบ และภาระที่คุณมี คุณควรจะได้เท่าไหร่ เสนอมา แล้วทุกครั้ง ก็ได้ตามขอนะ มีบ้างที่ตกลง แต่บอกว่าขอเวลาก่อน แต่ส่วนมากให้มีผลเลยทันที
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Layiji

ต้องเคยได้กันไป 2 ทีเป็นอย่างน้อย  :51:
นักเขียนการ์ตูนรายปี

iannnnn

เห็นเรื่องที่บอสคุยกะบวบเรื่องยูเปลี่ยนไป
เลยนึกได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งฟังพอดแคสต์สักรายการนึงเขา quote คำคมจากตลกคนนึง
แกพูดประมาณว่า (อาจจะไม่เกี่ยวกะเรื่องนี้นะ แต่มันโดนเข้ากับตัวเองเลยชอบ)

"Your dreams will change, and it's okay."

ดันหาไม่เจอว่าใครเป็นคนพูด แต่เท่ดี เราก็เป็น
ชีวิตมันไม่ได้อยู่ในห้องแล็บที่ควบคุมตัวแปรนิ่งๆ แต่เปลี่ยนผันไปตลอดทุกวินาที
ก็เลยสนุกดีและโอเค

Buob Marley

#9153
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 30 ส.ค. 2017, 20:15 น.
เห็นเรื่องที่บอสคุยกะบวบเรื่องยูเปลี่ยนไป
เลยนึกได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งฟังพอดแคสต์สักรายการนึงเขา quote คำคมจากตลกคนนึง
แกพูดประมาณว่า (อาจจะไม่เกี่ยวกะเรื่องนี้นะ แต่มันโดนเข้ากับตัวเองเลยชอบ)

"Your dreams will change, and it's okay."

ดันหาไม่เจอว่าใครเป็นคนพูด แต่เท่ดี เราก็เป็น
ชีวิตมันไม่ได้อยู่ในห้องแล็บที่ควบคุมตัวแปรนิ่งๆ แต่เปลี่ยนผันไปตลอดทุกวินาที
ก็เลยสนุกดีและโอเค

เฮ้ยเท่ แต่ลองนั่งนึกๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าฝัน หรือเป้าหมายในชีวิตจะเปลี่ยนนะ

โอเค แน่นอนว่าตัวแปรในการตัดสินใจอะไรมันเพิ่มขึ้นมา หรืออาจจะคาดหวังจะได้จากชีวิตตัวเองมากขึ้น เพื่อคนอื่นมากขึ้น แต่เป้าหมายเดิมๆ ก็ไม่เคยเปลี่ยน

ถ้าจะนับแบบที่พอจะรู้สึกตัวว่าเริ่มคิดเรื่องอื่นมากกว่าอยากมีเงินใช้เยอะๆ ก็น่าจะตอนที่ตัดสินใจจะเรียนต่อมั้ง คือรู้สึกว่าต้องรู้อะไรเพิ่มบ้างแล้ว ก็เลือกเรียนที่สนใจ และแน่นอนว่าต้องพัฒนาโปรไฟล์ตัวเองให้มีแวลู่มากขึ้นทั้งในตลาดงาน และทั้งกับอนาคตที่อาจจะมีกิจการของตัวเองสักอย่าง แต่สุดท้ายมันไม่ใช่แค่พัฒนาตัวเองเพื่อความภูมิใจไม่ว่าจะของตัวเองหรือครอบครัว มันก็เพื่อให้หาเงินได้มากขึ้นอยู่ดี

ชีวิตผมนี่พูดเลยว่าขับดันด้วยกิเลสนานับประการ :30:

อีกครั้งที่รู้สึกว่าวิธีคิด และวิธีใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิม ซึ่งอันนี้น่าจะใกล้เคียงกับคำว่าเปลี่ยนมากที่สุด คือตอนคิดจะจัดงานแต่ง (เอ๊ะ จู๋นั้นยังไม่จบนี่หว่า)

เริ่มจากตัดสินใจขายรถ ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน ไม่ยอมแน่ๆ รักมาก ผูกพันธ์มาก (บอกแล้วว่าเป็นคนบ้าวัตถุ) ตอนนั้นมีแว้บนึงที่รู้สึกสูญเสียตัวตนเลยด้วยซ้ำ เพราะเป็นคนที่ไม่ได้มองรถเป็นแค่พาหนะ แต่มองว่ามันคือแคแรคเตอร์ที่เราแสดงให้คนเห็น ไม่ต่างกับทรงผม หรือเสื้อผ้า เครื่องประดับ

สุดท้ายก็แค่คิดด้วยเหตุผลธรรมดาๆ เหมือนคนทั่วไปนั่นแหละ ว่ามึงต้องการยานพาหนะ สถานะมึงตอนนี้ไม่สามารถแบกของพวกนี้ไว้ได้ (จริงๆ ก็ได้ แต่เหนื่อย เพราะมันใช้ทั้งเงิน ทั้งเวลา)

เอ๊ะ นี่เรากำลังคุยเรื่องอะไรนะ

อ้อ.. ฝันที่เปลี่ยนไป

ล่าสุดที่ตัดสินใจย้ายงาน ทั้งๆ ที่ก็แฮปปี้อยู่ มีผลตอบแทนที่น่าพอใจ (จริงๆ ถ้าวัดกับเพื่อนๆ รุ่นๆ เดียวกัน ก็น่าจะจัดได้ว่าเยอะ) มันก็เพราะเราอยากจะเก่งขึ้น เพื่อมีโอกาสที่ง่ายขึ้นสำหรับค่าตอบแทนที่ดีกว่านั่นแหละ

สรุปเหมือนข้างบน คือผมยังอยากรวยเหมือนเดิม ซึ่งมันต้องเก่งขึ้น และมีประสบการณ์ที่เฉพาะทางมากขึ้น ไม่ใช่แค่รู้ทุกอย่าง ทำได้หมด แต่ไม่เก่งอะไรจริงๆ สักอย่างเลย
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

papos

บ่นกับแฟนจะย้ายงานมาปีนึงละครับ แต่ติดกับดักคอมฟอร์ตโซน 555
อืมมม...

Buob Marley

อ้างคำพูดจาก: papos เมื่อ 01 ก.ย. 2017, 11:01 น.
บ่นกับแฟนจะย้ายงานมาปีนึงละครับ แต่ติดกับดักคอมฟอร์ตโซน 555

นึกออกเลยครับ ติดอยู่เหมือนกัน 555
ตอนออกจากงานครั้งแรก ออกเพราะแรงผลักล้วน ๆ ก็ต้องถือว่าโชคดีที่มาถึงตรงนี้
คราวนี้กลับกัน คือออกเพราะแรงดึง แต่ก็ลุ้น ใจไม่ค่อยดี ว่าเราจะเหมาะกับงาน เหมาะกับองค์กรมั้ย :3005:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Buob Marley

เหยๆๆๆ ทำงานมาสัปดาห์นึงแล้ว มีเรื่องมาเล่าให้ฟังกันนิดหน่อย
คือรวมๆ นี่แฮปปี้นะ อารมณ์เหมือนเข้ามหาลัยอีกรอบ บริษัทให้ความรู้สึกเหมือนโรงเรียนมากกว่าที่ทำงาน

เข้าไปวันแรกมีการปฐมนิเทศน์ด้วย นอกจากพูดถึงเรื่องสวัสดิการต่างๆ ก็มีการพูดเรื่องวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่คร่าวๆ

ซึ่งก็พบว่าเป็นบรรยากาศที่ดีประมาณนึง เช่น
1. ที่นี้ทักทายด้วยการไหว้กันจริงจังมาก โดยเฉพาะตอนเช้าๆ ก่อนเวลางาน
    คือต้องบอกก่อนว่าที่เฮดออฟฟิศเนี่ย มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ และอาคารอีกสองสามหลัง มีสวนขนาดสัก 10*20 เมตร ที่ใช้นั่งกินข้าว นั่งทำงาน พบปะสังสรรค์
    บรรยากาศก็เลยจะต่างจากสำนักงานที่เป็นตึกสูง แทบทุกแผนก (ประมาณ 200 คนที่นี่) แทบจะเดินสวนกันตลอดเวลา และทุกคนทักทายด้วยการยกมือขึ้นมาสวัสดี เริ่มตั้งกะพี่ยามตอนประตูหน้าที่เราขับรถเข้ามาเลย

2. ที่นี่ไม่ต้องออกไปหาข้าวกลางวันกินข้างนอก
    มีทางเลือกอยู่ 2 ทางหลักๆ คืออาหารตามสั่ง โดย "ลุงจุก" ซึ่งลุงนี่รู้จักทุกห้องในบริษัท รู้จักผู้บริหารทุกแผนก ทุกระดับ
    วิธีการใช้บริการลุงจุกนี่ง่ายมาก เริ่มจากมื้อเช้า ลุงจะทำอาหารจานเดียวใส่จานกระเบื้องพร้อมช้อนส้อม แวรพพลาสติกอย่างดี วางไว้ให้ที่โต๊ะหน้าร้านกาแฟซึ่งติดกับสวน ใครจะกินก็หยิบไป แล้วหยอดเงินใส่กระป๋องไว้ 40 บาท เสร็จแล้วเอาจานมาคืนที่เดิม
    ส่วนมื้อกลางวัน แกจะมารับออเดอร์ตอน 10-11 โมง กินเสร็จ ก็เอาตังไปหยอกกระป๋องเหมือนเดิม

    หรืออีกทางเลือกคือรอพวกก๋วยเตี๋ยวและอื่น ซึ่งก็เป็นเจ้าประจำแหละ เข้ามาขายถึงที่ตอนกลางวัน

3. มีคอร์สให้ลงเรียนเยอะมาก
    อันนี้ชอบมาก ไม่ต้องขอลางาน ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย จะมีอินไวท์มาทางอีเมลและตอบรับผ่านทางอีเมลได้เลย ซึ่งเนื้อหาหลากหลายมาก มีทั้งด้านที่เกี่ยวกับการออกแบบ กฎหมาย ธุรกิจ หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
    อันนี้รวมถึงสามารถไปเรียนภาษาข้างนอก และบริษัทจะออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งนึงด้วย
    แผนก HR เอง ก็ทำหน้าที่เหมือนฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา คือต้องหากิจกรรม และการบรรยายต่างๆ มาเพื่อโมติเวทพนง.ด้วย

4. มีนโยบายไม่จ่ายสินบน
    ซึ่งอันนี้งงมาก สำหรับธุรกิจนี้.. อันนี้หลายคนยืนยันว่าจริง แต่ขอรอดูไปก่อน 555
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

คุณชาย ( 737 )

โอ้ว! สตาร์ทอย่างสวยงาม ข้อสุดท้ายรวมถึงไม่รับด้วยไหมครับ  :43:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

Buob Marley

อ้างคำพูดจาก: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 10 ต.ค. 2017, 10:14 น.
โอ้ว! สตาร์ทอย่างสวยงาม ข้อสุดท้ายรวมถึงไม่รับด้วยไหมครับ  :43:
ก็ต้องไม่รับด้วยป้ะครับ :30:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

ดาเฉยๆ

ดูอบอุ่นอะ  :25:
ชอบอ่านแบบนี้ มาเล่ากันบ่อยๆ นะ
คือนี่ก็อายุปูนนี้แล้วยังไม่เคยทำงานจริงจังเลย  :56:

Ou!

งบน้อย

หนุ่ม

Reading Learning & Sharing

Buob Marley

ฮือออ.. อยากจิล้องหั้ยยยทั้งน้ำตา
ไงล่ะถามหาความท้าทาย ตอนนี้ได้อย่างที่ต้องการเลย คือโครงการแม่งบียอนด์มาก ทั้งให้แง่ประสบการณ์ใหม่ๆ องค์ความรู้ใหม่ๆ หรือแม้แต่ขนาด หรือมูลค่าโครงการ...

ยังไม่นับว่าเป็นการทำโครงการแบบที่ยังไม่มีเงื่อนไขที่ชัดเจน เพราะ TOR ยังไม่ออก แต่ต้องประเมินล่วงหน้า รวมถึงผลักดันให้ TOR มันออกมาทางไหนอีก

ไหนจะการบริหารเหล่าที่ปรึกษาต่างๆ ที่ต้องผลักให้งานออกมาได้ปริมาณตามที่ผู้บริหารคาดหวัง แต่ก็ต้องดึงไม่ให้เร็วไปกว่า TOR เพราะถ้าเร็วไป เมื่อ TOR ออกมา จะต้องเสียเงินค่าบริการวิชาชีพเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งก็เป็นเงินที่เยอะ

ส่วน TOR เหรอ.. แม่งเลื่อนมาหลายรอบแล้ว และอาจจะถูกเลื่อนออกไปอีก

สรุป งานแม่งมันกว่าที่เคยทำจริงๆ แต่งานยากกว่าเดิมแบบเทียบกันไม่ได้เลย ยังดีที่ด้วยระบบมันทำให้เรามีคนซัพพอร์ตในทุกๆ เรื่อง ไม่ต้องคิดเองทำเองทั้งหมดพร้อมๆ กัน หลายๆ อย่างในเวลาเดียว

เรียกว่าทุกวันนี้เวลาในการทำงานแม่งผ่านไปเร็วเหี้ยๆ เลย ยังไม่มีวันไหนที่รู้สึกว่าเมื่อไหร่จะหมดวัน มีแต่แบบ.. อ้าว หมดเวลาแล้ว :05:

แต่ก็นั่นแหละ... มึน ฮือออ :3005:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

roundbol123

:22: :47:

Bellbells


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines