งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

iannnnn

ลุงมีโครงการจะกลับไทยไหมครับ อยากชิมมั่งง่ะ :5405:
ว่าแต่รสชาตินี่เป็นแบบฝรั่งกินได้สบายลิ้นหรือเปล่าครับ

ณต

นี่กำลังจะกลับกรุงเทพในวันสองวันนี่แหละ
กำลังหาคนทำงานแทนอยู่  :30:

รสชาติอาหารเอาจริงๆ ก็เป็นรสที่ตูกิน
จัดจ้าน ถึงเครื่อง อย่างแกงเขียวหวานนี่อาฟเตอร์เทสเผ็ดเหงื่อตกเลย

ตูคิดว่าคนอังกฤษเกินครึ่งประเทศ
มันไปเที่ยวเมืองไทยกันมาหมดแล้ว
กินของเผ็ดร้อนได้สบายๆ  :12:

iannnnn

:12: ดีเลยครับ ให้ฝรั่งมันต้องทำความเข้าใจรสชาติที่แท้จริงมั่ง

แอ้

เจ๋งง่ะ ประกาศศักดาให้เค้ารู้จักอาหารไทยไปเล้ย  :25: :25:

roundbol123

กรี๊ดพี่ณตมาไทย  :25:  ยินดีด้วยนะค้า รุ่งเรืองๆๆๆๆ  :25: :25: :40:

เห็นพี่เลย์โพสเรื่องภาษา นานาว่าก็ต้องเจอบ่อยๆให้ชินแหละ
เพิ่งมาชินช่วง 2 ปีหลังมานี้ กำแพงของนานาถ้ามองละเอียดๆ ก็จะเป็นเรื่องเสียงมาก่อน
มาเริ่มหายจริงๆจังๆ เพราะมีเพื่อนหลายชาติมากๆ จนชินกับสำเนียงหลายๆแบบ
จากที่คิดว่าต้องพูดให้เหมือนคนขาวถึงจะดี
ก็กลายเป็นว่า เอาจริงๆสำเนียงไหนก็สื่อสารได้หมด ขอให้สื่อสารแล้วรู้เรื่อง
พอเป็นตัวเองแล้วสบายใจ ไม่กลัวที่จะสื่อสาร

เดี๋ยวมันก็จะปรับไปปรับปรุงเรื่องอื่นๆต่อเองค่ะ  :53:
:22: :47:

iannnnn


ดาเฉยๆ

มัสมั่นร้านพีณตอร่อยมาก อยากกินอีก :25:

ณต

เรื่องทำอาหารให้อร่อยนี่ก็เรื่องนึง
แต่งานหนักอีกเรื่องก็คือเรื่อง Food Safety หรือ Food Hygiene
เป็นเรื่องที่ใช้การจัดการที่หนักหน่วงเลยแหละ
คือนอกจากจะต้องพกช้อนชิมแล้ว
ก็ยังต้องพกเทอร์โมมิเตอร์แล้วก็ปากกา  :41:

ดาเฉยๆ


ณต

ไว้คอยเขียนอุณหภูมิตู้เย็น แล้วก็วันผลิตและวันหมดอายุของวัตถุดิบต่างๆไง

Vikz

#9025
เขียงและมีดก็ต้องแยกสีใช้ด้วยหรือเปล่าครับ

ส่วนเรื่องรสชาติอาหาร ผมว่าพี่ณตทำอร่อยอยู่แล้วละ เพราะพี่ดูจะละเมียดกับของกินเป็นอย่างมากครับ (จากที่อ่านมาหลายจู๋) เชื่อว่าถ้าได้ลองกินอาหารฝีมือพี่ คงยากจะลืม
:10:


ปล. พี่ณตจะมาเมืองไทย อยู่กี่วันครับ


:46: :46: :46:
There's only one "Jack Russell"

ดาเฉยๆ

ร้านที่เคยไปทำงานพิเศษ มีสติ๊กเกอร์แปะตามสีวันจันทร์-อาทิตย์
แปะมั่วกันตลอดดดดด
มีไว้เผื่อคนมาตรวจเฉยๆ  :48:

แอ้

ใดๆ ในโลกล้วนไม่แน่ไม่นอน
จากราคาน้ำมันดิ่งลงแบบไม่หยุดยั้ง บรรดาลูกค้าของเราก็หดหาย
เมื่อวานนี้บริษัทเริ่มปลดคนรอบแรกของวิกฤตินี้ และคาดว่าจะมีอีกเรื่อยๆ จนกว่าอะไรๆ จะดีขึ้น
บริษัทฝรั่งก็อย่างนี้อะนะ ทราบว่าหลายคนเสียใจ แต่เราว่ามันโลกธุรกิจ อย่าไปคิดให้มันเป็นเพอร์ซันนอลเลย
เค้าจ่ายเราค่อนข้างแพง แต่ถ้าไม่มีงานเค้าก็ต้องหยุดจ่าย เป็นเรื่องธรรมดา
ที่ดีงามคือเค้าก็จ่ายเงินค่าชดเชยถูกต้องหมดแหละ ไม่ต้องให้ไปฟ้องกันให้เหนื่อย
บริษัทไทยยุคฟองสบู่แตก แม่งปิดบริษัทหนีเยอะแยะไป แบบนั้นแย่กว่าเยอะ
แต่ที่ไม่ชอบคือ เขาบอกปุ๊บให้ไปปั๊บเลย (เพราะกลัวโดนโกรธแล้วล้างแค้นลบไฟล์อะไรอย่างนี้)
ตรงนี้คิดว่า HR แม่งมองโลกในแง่ร้ายไปนะ ยังไงโลกนี้ก็มีเฟซบุ๊ค มันก็ไปก่อหวอดกันในนั้นอยู่ดี

สำหรับตัวเราเองคิดว่าซีเคียว อย่างน้อยก็ ณ ตอนนี้ แต่ปีหน้าไม่รู้ว่ะ
คิดอยู่นะว่า ถ้าเป็นเราที่เขาบอกว่าไม่ได้ไปต่อ ก็จะไม่โกรธ แต่จะขอบคุณ
เพราะที่ที่อันตรายที่สุดคือ Comfort Zone และเราติดอยู่ในนี้มา ๗ ปีกว่าแล้ว
ชีวิตมันแสนสั้น มุมนึงเราก็อยากกางปีกและกระโดดลงหน้าผาไป แล้วรอดูว่าปีกจะเวิร์คมั้ย
(เปรียบเปรยนะ ไม่ต้องหารูปฮิปโปปีก)
แต่เมื่อมันยังมีงานดีๆ ทีมสนุก ผลตอบแทนดี เที่ยวได้ ดูแลครอบครัว พบปะเพื่อนฝูงได้
ใครล่ะจะอยากลองใช้ปีกที่ไม่รู้ว่าเป็นปีกอินทรีหรือปีกนกกระจิบจริงมั้ย
(แต่คิดว่าถ้าได้ออกไปสมบุกสมบันนอก Comfort Zone อีกครั้ง
สำหรับคนอย่างเราอาจจะรู้สึกหวือหวามีพลังมากกว่าห่อเหี่ยวนะ)

เนี่ยสิ่งที่อยากจะเล่า
๑. ไม่มีอะไรแน่นอน
๒. เอ็นจอยกับทุกอย่าง จะสุขเสมอ

:12:

iannnnn

โห ชีวิตบนเส้นด้ายจริงๆ ครับ
เจ็บปวดที่สุดก็ตรงนี้ครับ


อ้างอิง(เปรียบเปรยนะ ไม่ต้องหารูปฮิปโปปีก)

Layiji

#9029
เหมือนรู้  :30:


แต่ผมว่าออกมาไวก็ได้เปรียบนะครับ ได้เริ่มทำมาหากินของตัวเองได้ก่อน เพราะมันต้องใช้เวลาพอสมควรทีเดียว
นักเขียนการ์ตูนรายปี

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines