FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน

เริ่มโพสต์โดย iannnnn, 08 เม.ย. 2005, 00:18 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

NUI❤ * ;


ning❤

#481
เสียดายตังค์?

อะไม่ช่ายยย  :42:




อ้างอิง"แนนๆ ใกล้วาเลนไทน์แล้วนะ...." จอย เพื่อนร่วมงานของแนนหันมาคุย ขณะแนนกำลัง ง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะตัวเอง

"อืม...วาเลนไทน์อีกแล้วสินะ" แนนเงยหน้าขึ้นสบตาจอยพลางยิ้มพูดเบาๆ

วาเลนไทน์...14 กุมภาพันธ์ วันที่กุหลาบทั่วโลกบานพร้อมกัน วันที่ความรักงอกงาม
ได้เร็วกว่าทุกวัน และเป็นวันที่กามเทพแผงศร ให้หลายๆคู่ได้สมหวัง แต่คงไม่ใช่
แนน...เธอคนนี้แน่นอน

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ความแออัดและตึกสูงในเมืองหลวง...มีหมู่บ้านจัดสรร
เล็กๆกำลังก่อตัวขึ้น ก่อตัวขึ้นพร้อมกับความรัก ความรักของเขาและเธอ

"เธอๆ มาเล่นก่อกองทรายด้วยกันมั้ย" เด็กผู้ชายตัวเล็กๆหน้าตามอมแมมกำลังนั่ง เล่นบนกองทรายสูงท่วมหัว

"เธอชื่ออะไร เราชื่อเอ" เด็กผู้ชายแนะนำตัวเองก่อน พลางกระโดดลงมาจากกองทราย

"ฉันชื่อแนน" เด็กผู้หญิงแนะนำตัวเองบ้างพลางค่อยๆนั่งลง ทั้งคู่ค่อยๆก่อกอง
ทราย เด็กผู้หญิงวิ่งไปเอาน้ำมารดให้ทรายเปียกชุ่ม เด็กผู้ชายค่อยๆเอาเศษไม้
เกลี่ยให้ดินทรายที่เปียกค่อยๆก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง จนได้เค้าโครงของปราสาท
ทรายที่ต้องการ

"เอ เดี๋ยวแนนประดับปราสาททรายเองนะ" เด็กผู้หญิงวิ่งมาพร้อมกับก้อนหินสีสวยใน
กำมือ วางลงข้างๆปราสาททรายที่กำลังจะอวดโฉมออกมาเป็นรูปเป็นร่าง

"แนนๆ ตรงนี้เป็นห้องของแนนนะ ห้องของเจ้าหญิงงัย ส่วนตรงนี้เป็นห้องของเอ
......อันนี้เป็นห้องประชุมนะ" เอพูดพลางชี้ไปเรื่อยๆบนปราสาททราย.....กองทราย
แห่งความฝัน



"เอๆ ต้องทำสวนดอกไม้ตรงนี้ด้วย เจ้าหญิงต้องมีสวนดอกไม้นะ" แนนพูดแย้งขึ้นพลาง
ชี้ไปตรงด้านหน้าปราสาททราย

"แนนอยากได้สวนอะไร....อยากได้ดอกไม้อะไร" เอพูด เงยหน้าขึ้นมองหน้าแนนอย่างใจ
จดใจจ่อ

"เอาดอกอะไรดี...เอ ช่วยแนนคิดหน่อยสิ" แนนมองหน้าเอด้วยแววตาใสซื่อ เด็กตัว
เล็กๆสองคนกำลังสวมบทเจ้าหญิงและเจ้าชายกันอยู่

"อืม...เจ้าหญิงต้องเหมาะกับดอกกุหลาบนะ" เอพูดพลางทำท่าคิด

"ตกลงๆ สวนดอกกุหลาบนะ เราจะทำสวนดอกกุหลาบที่ลานหน้าปราสาทของเรา" แนนพูดพลาง
ยิ้ม ค่อยๆเกลี่ยทรายให้เรียบเพื่อทำเป็นลาน....ทั้งคู่สร้างปราสาททรายแห่งความ
ฝันของพวกเขาอยู่นาน....นานจนกระทั่ง

"เอ ไปได้แล้ว พ่อเสร็จงานแล้วลูก" เจ้าของโครงการบ้านจัดสรรเดินมาสะกิดลูกชาย
ตัวเองเบาๆ

"พ่อๆ ให้เอเล่นกันแนนอีกแป๊บนะ" ลูกชายออดอ้อนพ่อของตัวเอง

"หน่า ไปได้แล้ว เดี๋ยววันหลังมาเล่นใหม่ก็ได้นี่" พ่อของเขานั่งยองลง อธิบาย
ให้ลูกชายฟังพลางลูบหัวเบาๆ

"ตกลงครับ เดี๋ยวให้เอบอกแนนก่อนนะ" เด็กผู้ชายตัวมอมแมมพูดพลางวิ่งกลับหลังไป
หาเพื่อนของเขา



"แนน เดี๋ยวพรุ่งนี้เอมาหานะ พรุ่งนี้เอจะเอาดอกกุหลาบมา มาทำสวนกุหลาบให้แนนนะ
" เอพูดพลางชี้นิ้วลงตรงลานหน้าปราสาททราย

"ตกลงๆ พรุ่งนี้เจอกันนะ" แนนยิ้มพูดพลางพยักหน้า เด็กสองคนเล่นกันช่างดูน่ารัก
เสียนี่กระไร . . .

ทุกวัน เอและแนนจะมานั่งก่อปราสาททรายด้วยกัน ก่อสร้างความหวังบนมิตรภาพและความ
รัก ระหว่างลูกชายเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรและลูกสาวนายช่างใหญ่

"แนนๆ เมื่อวานแม่เราสอนให้เราเขียนหนังสือด้วยแหละ" เด็กผู้ชายเสื้อผ้ามอมแมม
คลุกฝุ่นและทรายเปียกเงยหน้าขึ้นมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่วิ่งเข้ามา

"ไหนๆ แม่ของเอสอนเขียนคำว่าอะไร" แนนถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น
"แม่เอสอนเขียนหลายคำ แต่เอจำได้คำเดียว" เอพูดพลางทำเสียงเศร้าๆ เอคงอยากจำทุก
คำมาเขียนให้แนนดู

"เอจำคำไหนได้ เขียนให้แนนดูหน่อยสิ" แนนพูด เอค่อยๆก้มลงข้างๆกองทราย หยิบเศษ
ไม้เล็กๆปักลงบนผืนทรายที่เพิ่งผ่านฝนเมื่อคืนแล้วตวัดเป็นจังหวะเพียงชั่วครู่
ปรากฎเป็นตัวอักขระลายเส้นบิดพลิ้ว คำว่า รัก ปรากฎบนผืนทรายราบเรียบที่เกาะตัว
เหนียวด้วยหยดน้ำ เด็กตัวเล็กๆสองคนยืนมองด้วยความตื่นเต้น

"อ่านว่าอะไร เอ" แนนพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นและแปลกใจ

"อ่านว่า รัก" เอพูดกระซิบข้างหูแนนเบาๆ

"เหรอ อ่านว่ารักเหรอ....สอนแนนเขียนหน่อยสิ นะๆๆๆ" แนนพูดพลางเกาะแขนออดอ้อนเอ

"มานี่ๆ เอจะสอน" เอพูดพลางหยิบเศษไม้เล็กๆให้แนนจับไว้ มือเอและมือแนนจับ
ประสานกัน ตวัดบนกองทรายให้เกิดเป็นอักขระบิดพริ้ว

"นี่ไง แนนเขียนได้แล้ว ดีใจจังเลย" แนนพูดพลางหันหลังกลับไปกอดเอด้วยความดีใจ

"มันแปลว่าอะไรเหรอ เอ" แนนยังคงสงสัยไม่หายในความหมายของมัน

"เอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่แม่บอกว่ามันมีความหมายมากนะ มากจนอธิบายไม่ได้" ใช่สิ
...ความหมายมันคงมากมายเกินกว่าเด็กห้าขวบจะรู้ หรือแม้แต่คนบางคนใช้เวลาทั้ง
ชีวิต ก็ไม่อาจรู้ว่าคำว่ารักคืออะไร....

"สักวัน เราจะรู้ความหมายมัน แม่เอบอก" เอพูดพลางหันไปมองแนน เด็กผู้หญิงตัว
เล็กๆที่ยืนข้างๆตน

"อืม สักวันนะ" แนนพูดพลางหันมายิ้มให้กับเอ ใช่ สักวันแนนและเอคงรู้ความหมาย
ของมัน......

"โอ๊ย...เจ็บ" เด็กผู้หญิงผมเปียพูดขึ้นพลางจับผมเปียของตัวเองด้วยสีหน้าเซ็งๆ
เธอโดนเพื่อนแกล้งดึงเปียผมของเธอประจำ

"ใครดึงผมเปียแนน" เด็กผู้ชายนั่งข้างๆเธอหันขวับกลับไปมองแทบจะพร้อมกันกับเจ้า
ของผมเปีย เห็นเด็กผู้ชายวัยเดียวกันสามคนนั่งอยู่ข้างหลังหัวเราะกันคิกคักพลาง
ชี้นิ้วมาที่แนน

"ทำไมๆ ข้าดึงเอง จะทำไม" หนึ่งในเด็กสามคนพูดพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง



"แกล้งผู้หญิง หน้าตัวเมีย" เอยืนขึ้นชี้หน้าด่า

"แล้วจะทำไม" เด็กทั้งสามกรูกันมายืนหน้าเอ ถีบโต๊ะเรียนกระจัดกระจายคนละทิศคน ละทาง

"ไม่เอาเอ อย่าไปยุ่งกับพวกนั้น" แนนพูดพลางเกาะแขนเอไว้แน่น เอเอามือจับแขน แนนออกจากตัวทันที...


ปั้ง...หนึ่งหมัดปล่อยออกไป คล้ายเป็นการประกาศสงครามของคนสองกลุ่ม ทั้งสามคนก
รูเข้ามารุมเอคล้ายหมาป่ากำลังรุมขยุ้มเหยื่อ โต๊ะเรียนที่กระจัดกระจาย ข้าวของ
ทั้งของเอและแนนตกกระจายเกลื่อนกลาดคนละทิศคนละทาง

"หยุด!!" เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง...มีอำนาจมากพอจะทำให้ทั้งสี่คนหยุด
การตะลุมบอนกัน

"พวกเธอทำอะไรกัน อันธพาลกันใหญ่แล้วนะ" ครูประจำชั้นเข้ามาห้ามทัพหมาป่าขยุ้ม
เหยื่อ แม้จะห้ามทัพได้ แต่ก็ได้ปรากฎเลือดไหลซิบๆที่คิ้วและโหนกแก้มของเอ

"เอ เจ็บมั้ย" แนนวิ่งเข้ามาทันทีที่ครูประจำชั้นเดินออกไป

"ไม่เจ็บหรอก" เอพูดพลางก้มหน้าหลบสายตาแนน

"ไม่เจ็บอะไร เลือดไหลใหญ่แล้ว ไปห้องพยาบาลนะ แนนจะทำแผลให้" แนนพูดพลางดึงตัว
เอออกจากห้องเรียนไป เลือดไหลเป็นทางลงมาจากคิ้วและโหนกแก้มเปรอะเปื้อนเสื้อนัก
เรียนสีขาวของเอ

"โอ๊ย...เจ็บ อย่าจับสิ" เอพูดโพล่งขึ้นขณะที่แนนกำลังกดดูความลึกของบาดแผล...
แต่แนนกลับยิ้มออก

"โอ๊ย แสบ" เอโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทันทีเมื่อแนนค่อยๆกดสำลีชุบแอลกอฮอลงบนแผล
ของเอ

"แสบก็ทนสิ อยากหาเรื่องเค้านี่นา" แนนพูดพลางยิ้ม ค่อยๆเช็ดแผลบนใบหน้าของเอ
ช้าๆอย่างระมัดระวัง

ทุกครั้งที่มีคนแกล้งแนน เอจะยืดอกปกป้องแนนเสมอ แม้จะต้องเจ็บตัวหรือตกอยู่ใน
ภาวะเป็นรองก็ตามที . . .

"แนนๆ แฮปวาเลนไทน์นะ" ชายหนุ่มวัยรุ่นแต่งตัวภูมิฐานพูดห้วนๆพลางยืนกุหลาบแดง
ให้กับมือหญิงสาว

"อีตาบ๊อง อย่ามาทำหวานใส่ฉันหน่า" แนนพูดกวนๆพลางยิ้ม เอได้แต่ยืนม้วนด้วยความ
อาย

"อ้าว ก็วันนี้วันวาเลนไทน์ ทำหวานให้เจ้าหญิงของตัวเองสักหน่อยจะเป็นอะไรไป"
เอพูดพลางยิ้ม ทำไมหนุ่มวัยรุ่นเวลาอายนี่ดูตลกดีแท้ ทั้งมือทั้งแขนแทบจะไม่มี
ที่เก็บ สงสัยถ้าแทรกแผ่นดินหนีได้คงหนีหายไปแล้ว

"หวานกับเค้าก็เป็นเหรอ เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นนะ" แนนพูดพลางยื่นมือไปหยิกจมูกเอ
ด้วยความเขิน เอยังคงพยายามสำรวมอาการเขินอยู่

"เอรักแนนนะ" เอพูดพลางจับมือแนนขึ้นมาเขียนรูปหัวใจไว้ที่ฝ่ามือ ตอนนี้แนน
เริ่มหน้าแดงขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าตัวเอง
"เหรอ....เขียนคำว่ารักตรงนี้ ดูไม่ซึ้งเลย" แนนพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่เลิกแหย่เอ




"เดี๋ยวสักวัน เอจะเขียนไว้ตรงหัวใจแนนเลยนะ" เอพูดประหม่า มองหน้าแนนพลาง
เอื้อมมือดึงตัวแนนเข้ามาโอบกอดไว้แน่น....สักวัน เอจะเขียนคำว่ารักไว้ในหัวใจ
แนนเลย.....
ใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น มีโต๊ะหินอ่อนวางเรียงรายเป็นแนว มีนักศึกษาจับ
กลุ่ม บ้างคุยกัน บ้างอ่านหนังสือ บ้างหยอกล้อกินขนมกัน...
"เอ เย็นนี้แนนไปทำวิทยานิพนธ์กับเพื่อนนะ" แนนพูดพลางเก็บหนังสือ

"ไปทำวิทยานิพนธ์กับใคร" เอเงยหน้าขึ้นมองแนนทันที
"ไปกับกิ๊ฟกับฝนหนะ นะๆๆๆ" แนนพูดพลางเดินไปนั่งข้างๆเอ เขย่าแขนเหมือนเด็กอ้อน
วอนผู้ใหญ่
"ให้เอไปส่งมั้ย เอว่างนะ" เอพูดพลางยิ้ม ลูบผมแนนเบาๆ

"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฝนเอารถมา" แนนพูดพลางซบหน้าลงบนบ่าของเอ

"นี่ แล้วกินข้าวเสร็จแล้วอย่าลืมกินยาล่ะ เข้าใจมั้ย กลับถึงบ้านก็อย่าลืมโทร
มาบอกด้วย" เอพูดพลางจ้องหน้าแนนด้วยสีหน้าจริงจัง

"ค่ะ หัวหน้า สั่งจริงๆเลย" แนนพูดพลางยิ้ม เอามือหยิกจมูกเอด้วยความเขิน . . .

"กิ๊ฟๆ แฟนแกเป็นงัยบ้าง" ฝนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ ขณะที่ตนอยู่หลัง
พวงมาลัย

"ปวดหัวสุดๆ เจ้าชู้เป็นบ้าเลย" กิ๊ฟพูดปัดๆคล้ายกับไม่ค่อยพอใจในแฟนตัวเองนัก

"ทำไมไม่เลิกๆไปสิ จะได้ไม่กลุ้ม" ฝนเสนอความเห็น มองหน้ากิ๊ฟผ่านกระจกมองหลัง

"หน่า....ให้โอกาสสักครั้ง" กิ๊ฟพูดพลางซบหน้าลงที่กระจกหันหน้ามองออกนอกรถด้วย
อาการเอือมระอา

"โอกาสสักครั้ง รอบที่ล้าน" เสียงหัวเราะดังขึ้นเกือบพร้อมกันทั้งรถ

"แล้วแนนล่ะ แหม...เจ้าชายเธอเอาใจเธอดีนะ" ฝนพูดขึ้นพลางหันไปมองแนนซึ่งนั่ง
อยู่ข้างๆ

"โอ๊ย รายนั้นไม่รู้กี่ปีแล้ว ยังจับไม่ได้สักทีว่ามีกิ๊กเก็บไว้ที่ไหน" แนนพูด
ยิ้มพลางหันไปมองหน้าฝน

"แปลได้สองอย่าง...ถ้าแฟนเธอไม่รักเธอคนเดียว เค้าก็เก่งมากที่หลอกเธอมานานหลาย
ปี" เสียงหัวเราะดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทั่วรถ

"เอี๊ยยดดด....." เสียงเบรกลากล้อดังยาวจากด้านข้างตัวรถ คนทั้งรถหันไปมองแทบจะ
พร้อมกัน รถบรรทุกฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าชนรถเก๋งของฝนอย่างจัง แรงอัดทำให้กระจกทุก
บานแตกละเอียด ห้องโดยสารด้านหน้าฝั่งคนนั่งยุบเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด....ร่าง
ไร้สติของแนนยังคงสงบนิ่งติดอยู่ในรถเก๋งขนาดสองตอน มัจจุราชอาจฉุดวิญญาณเธอออก จากร่างได้ทุกเมื่อ

"แนนๆ" เสียงกระซิบเบาๆดังข้างหู ทำให้แนนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา

"อยู่ไหน....โอ๊ย เจ็บ" แนนค่อยๆอ้าปากพูด แต่ไม่ชัดนัก เฝือกขาวถูกแต่งแต้มถาม
ร่างกายของแนนคล้ายกับเป็นเครื่องประดับ

"ใจเย็นๆ แนน เธอสลบไปสองเดือน" .....สองเดือน สองเดือน แนนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
. ...ฝนค่อยๆอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แนนฟัง.....

"แล้ว สรุปว่าฉันเจ็บคนเดียวใช่มั้ย" แนนพยายามพูด เสียงพูดของแนนแทบจะไม่ได้ ยิน



"อืม..." ฝนพยักหน้าเบาๆ กำมือแนนไว้นิ่งๆ


"เอ ล่ะ เออยู่ไหน" แนนเพิ่งนึกขึ้นได้ แฟนเธออยู่ไหน

"เอมาหาเธอครั้งเดียว วันแรกที่ชน แล้วหายไปเลย" ฝนพูดพลางลูบหัวแนนเบาๆ

"ไม่เป็นไรนะ ไม่มีเอ เราก็อยู่กันได้ จริงมั้ยเพื่อน" ฝนพยายามพูดปลอบใจแนน

"อืม..." น้ำตาค่อยๆกลั่นตัวหยดลงมาจากนัยน์ตาของแนน คำพูดของฝนตอนคุยกันในรถคง
จะเป็นความจริง....เขาเก่งมากจริงๆ เก่งมากที่หลอกแนนมาหลายปี เก่งมากที่
หลอกว่ามีแนนคนเดียว.....ทำไมผู้ชายทั้งโลกถึงนิสัยเหมือนกันหมดเลย เสียดายเวลา
ที่อยู่ด้วยกัน เสียดายความรักที่มอบให้.....เสียดาย เสียดาย เสียดาย . . .

"คุณแนน ค่อยๆก้าวนะครับ ช้าๆ" บุรุษพยาบาลพยายามพยุงแนนขึ้นเดิน แนนยังคงไม่
หายเจ็บดี ยังคงต้องทำการกายภาพบำบัดอีก

"ระวังล้มนะครับ จับผมไว้ดีๆ" บุรุษพยาบาลเดินช้าๆเพื่อให้แนนเกาะแขนเดินตาม
ช้าๆ.....ทำไมบุรุษพยาบาลถึงไม่ใช่เอนะ....ทำไม ทำไม ทำไม

"คุณบุรุษพยาบาลค่ะ นี่ฉันสลบไปนานถึงขั้นต้องกายภาพบำบัดกันเลยเหรอ" แนนถาม
ด้วยความสงสัย

"โห คุณไม่ได้เดินสามเดือนนี่ มันนานนะครับ" บุรุษพยาบาลตอบด้วยความสุภาพ

"จะว่าอะไรมั้ยค่ะ ถ้าจะถามชื่อเล่น คือถ้าเรียกว่าคุณบุรุษพยาบาล เกรงว่ามันจะ ยาวไป" แนนพูดพลางยิ้ม

"ผมชื่อ กอล์ฟ ครับ" บุรุษพยาบาลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงเรียบๆ

นับจากวันนั้น แนนและกอล์ฟเริ่มสนิทกัน ทุกเย็นกอล์ฟจะพาแนนออกไปทำกายภาพบำบัด
ไม่นานแนนก็สามารถเดินเองได้และออกจากโรงพยาบาลในที่สุด....

"คุณแนนค่ะ น้ำดื่มค่ะ" พยาบาลชุดขาวเดินถือแก้วน้ำมาวางข้างๆเธอ ขณะเธอนั่งรอ
กอล์ฟที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาล เธอได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ด้วยไมตรี

"กอล์ฟๆ ไปกินข้าวกัน" แนนพูดทันทีที่เห็นกอล์ฟเดินออกมา มีพยาบาลหลายคนยกมือ
ไหว้แนน แนนก็ได้แต่รับไหว้ด้วยสีหน้างงเล็กน้อย

"ไปสิครับ" กอล์ฟพูดพลางค้อมตัวลงผายมือไปที่ห้องอาหารของทางโรงพยาบาล ดูกอล์ฟ
ค่อนข้างสุภาพและให้เกียรติแนนมาก....มากจนน่าแปลกใจ ท่าทางโรงพยาบาลนี้จะเข้ม
งวดเรื่องมารยาทกับพยาบาลมาก แนนและกอล์ฟสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ....จนบางครั้งแนนก็
อยากให้กอล์ฟมาแทนที่เอ . . .



บ่อยครั้งที่แนนคิดถึงเอ เอก็ไม่โทรมา



บ่อยครั้งที่แนนอยากคุยกับเอ เอก็ไม่ติดต่อมา



บ่อยครั้งที่แนนนั่งเหงา อยากให้เอนั่งเป็นเพื่อน แต่เอก็ไม่ปรากฎตัว



เอ....เอ....เอ เอหายไปไหน



ไหนล่ะ หัวใจที่เอบอกว่าจะให้แนน



ไหนล่ะ หัวใจที่เอเคยเขียนไว้บนฝ่ามือแนน



มันคงหายไปแล้ว....หายไปพร้อมกับเอ



หายไปพร้อมกับผู้ชายโกหก....ผู้ชายเจ้าชู้



ทำไมผู้ชายเหมือนกันทั้งโลก.....ทำไม ทำไม ทำไม


ใกล้วาเลนไทน์เข้าไปทุกที ปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนๆ ไม่มีเอคอยให้ดอกกุหลาบแดง
ไม่มีอีตาบ๊องทำท่าเขินอายให้ดู

"แนนๆ วาเลนไทน์ปีนี้ ว่างหรือเปล่าครับ" เสียงกอล์ฟดังตามสายโทรศัพท์

"ว่างค่ะ ทำไมค่ะ" แนนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

"พอดีผมมีของจะให้แนนนะครับ เดี๋ยววันวาเลนไทน์บ่ายสามโมงเจอกันที่สยามนะครับ"
กอล์ฟเสนอความเห็น



"ตกลงค่ะ" แนนพูดพลางกดวางสาย สีหน้าแววตาเปี่ยมด้วยความหวัง....หวังว่ากอล์ฟคง
จะมาแทนที่เอได้เสียที . . .
วันวาเลนไทน์ วันที่กุหลาบแดงบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วโลก แม้ในลานที่สยามหรือที่
วัยรุ่นเรียกกันสั้นๆว่า "เซนเตอร์พอยต์" ยังถูกละเลงด้วยดอกกุหลาบสีแดง...นัก
เรียน นักศึกษาต่างถือกุหลาบแดงในมือเดินกันขวักไขว่ทั่วลาน

"ขอโทษค่ะ มาสาย" แนนพูดพลางยิ้มก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่ง

"ไม่เป็นอะไรครับ" กอล์ฟพูดพลางยิ้ม

"อืม...ว่าแต่มีอะไรจะให้แนนเหรอ" แนนพูดพลางจ้องตากอล์ฟ...หากกอล์ฟมีพิรุธ แนน
จะจับได้ทันที

"อันนี้ของแนนนะครับ" ดอกกุหลาบสีแดงถูกดึงออกมาจากถุงอย่างช้าๆ วางลงบนโต๊ะ
อย่างนิ่มนวล
"หมายความว่ายังไงค่ะ จะขอหัวใจแนนเหรอ" แนนพูดติดตลกพลางยิ้ม เธอคิดว่าเธออ่าน เกมส์ออกหมด

"ผมคงไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอก" กอล์ฟพูดพลางยิ้ม แต่กลับทำให้แนนงง

"อ้าว...แล้วกุหลาบสีแดงนี่..." ไม่ทันแนนจะพูดจบ กอล์ฟต่อคำพูดของเขาทันที

"ผมไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอกครับ เพราะหัวใจของแนนไม่ใช่ของแนน" ปั้ง...เหมือนมี
แผ่นเหล็กหนาหลายฟุตทุบลงกลางศีรษะ แนนเริ่มงงกับความหมายขึ้นไปทุกที...มันแปล
ว่าอะไร

"หัวใจของคุณ คือเจ้าของกุหลาบดอกนี้" กอล์ฟพูดต่อ....แนนทำหน้างงๆไม่เข้าใจ
ความหมายแม้แต่นิดเดียว



"ตอนคุณประสบอุบัติเหตุเข้ามาที่โรงพยาบาล คุณเสียเลือดมาก...หัวใจคุณเต้นอ่อน
จนแทบจะล้มเหลว พวกผมและหมอพยายามเยียวยาจนถึงที่สุด" กอล์ฟเริ่มอธิบายเรื่อง
ที่เกิดขึ้น.....เรื่องที่แนนไม่เคยรู้



"มีผู้ชายคนนึง วิ่งเข้ามาบอกว่าเป็นแฟนคุณ เขาบอกให้ช่วยคุณให้ได้ เสียเงิน
เท่าไหร่ไม่ว่า...เขายอมจ่ายไม่อั้น ไม่ว่าทางเราจะขออะไร เขาจะจัดหาให้หมด
.....คำพูดของเขาทำให้ผมประทับใจมาก" กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่...แนนรู้ทันทีว่า
กอล์ฟหมายถึงเอ



"ผมยอมแลกทุกอย่างกับชีวิตเธอ - เขายอมแลกทุกอย่างกับชีวิตคุณ" กอล์ฟพูดพลาง
จ้องหน้าแนนนิ่ง แต่แนนยังคงทำสีหน้างงอยู่



"เขายอมทุกอย่างจริงๆ ทีแรกหมอบอกว่าทางเราหาเลือดไม่พอให้คุณ เขาวิ่งตามหา
เลือดให้คุณไปทั่วทุกโรงพยาบาล แต่กลับไม่พบว่ามีเลือดถุงไหนที่ตรงกับเลือดคุณ"
กอล์ฟพูดด้วยน้ำเสียงปกติ สายตามองไร้จุดหมาย



"สุดท้ายเราตรวจเลือดของเขา พบว่าตรงกับของคุณพอดี เขาบอกให้ทางเราเอาไป เอาไป
ให้คุณ....ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะเป็นอย่างไร ขอแค่คุณปลอดภัยก็พอ" กอล์ฟหยุดพูด
ชั่วครู่พยายามกลั้นน้ำตา....แต่นัยน์ตาแนนเริ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำใสๆ



"ต่อมา...ตอนพวกผมถ่ายเลือดให้คุณ หัวใจคุณเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ จนหมอต้องเดินออก
ไปบอกให้เขาทำใจ.....ทำใจว่าเขาจะต้องเสียคุณ" กอล์ฟพยายามเล่าต่อไปเรื่อยๆด้วย
น้ำเสียงปกติ นัยน์ตาแนนเริ่มแดงก่ำ



"เขาถามหมอว่า เธอต้องการอะไร....." ใช่ เอถามหมอว่าแนนต้องการอะไร



"เธอต้องการ หัวใจครับ หัวใจเธอเต้นไม่ปกติ การสูบฉีดล้มเหลว เราหาเลือดให้เธอ
ช้าไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอต้องการคือ หัวใจ" หมอหวังว่าเอคงจะเลิกหวังในตัว
แนน...หยุดเล่นเกมกับมัจจุราชเสียที



"ตกลง ผมหาให้ – เขาตอบสั้นๆโดยไม่ลังเลเลย" ตกลงผมหาให้....เอจะหาหัวใจให้แนน
ทั้งๆที่รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้...เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อจะทำให้เธอ



"คุณรู้มั้ย ว่าคำพูดของเขาทำให้ผมและหมออึ้งกันไปหมด โรงพยาบาลยังหาหัวใจให้
คุณไม่ได้ เขาจะมีปัญญาที่ไหนหาหัวใจให้คุณได้" กอล์ฟพูดพลางพยายามหลบสายตาแนน
....ตอนนี้กอล์ฟเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว . . .





"เขาถามเลขบัญชีของโรงพยาบาลกับหมอ....เขาไม่ได้โอนเงินมาซื้อหัวใจเทียมให้คุณ
แต่เขาโอนมาตั้งมูลนิธิการกุศลให้โรงพยาบาล มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยด้านหัวใจ
เทียม "นานา" คุณดูดีๆ คำว่า แนน และ เอ ถ้าเขียนติดกัน มันคือ "นานา" นี่คือ
ความปรารถนาสุดท้ายของเขา – เขาอยากให้ตัวเขาเองเป็นคนสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่กับ
คนที่เขารัก...เพราะไม่มีหัวใจเทียมสำรอง" เปี๊ยง....แนนโดนสะกิดต่อมความจำเข้า
เต็มเปา...เธอเคยเห็นป้ายมูลนิธิขึ้นหราที่โรงพยาบาล แต่เธอไม่เคยเฉลียวใจสัก
นิด...มิน่า ทำไมหมอและพยาบาลต้องให้เกียรติและดูแลเธอดีเสียจนน่าแปลกใจ ทั้งๆ
ที่เธอไม่มีส่วนได้เสียกับโรงพยาบาลแม้แต่บาทเดียว



"ทันทีที่มีการยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีทางโรงพยาบาล เขาก็ยิงตัวตายในห้องน้ำโรง
พยาบาลครับ ทิ้งโน้ตไว้ว่า มอบหัวใจให้เธอ - เขามอบหัวใจของเขาให้คุณ" ทันทีที่
กอล์ฟพูดจบ แนนปล่อยโฮออกมาเหมือนไม่มีใครอยู่ข้างๆ โต๊ะรอบข้างหันมามองแนนเป็น
ตาเดียว....เอคือเจ้าของหัวใจ หัวใจที่อยู่ในร่างของแนน



"เขายอมแลกทุกอย่างกับคุณจริงๆ" กอล์ฟพูดพลางวางของทั้งหมดที่เอเคยฝากไว้กับทาง
โรงพยาบาลคืนให้กับแนน มีทั้งเครื่องเล่นเทป ม้วนเทป จดหมาย.....



"ผมคงไม่กล้าขอหัวใจคุณหรอก หัวใจคุณเป็นของเขา หัวใจเขาเป็นของคุณ" ใช่ หัวใจ
เอเป็นของแนน เป็นของแนนจริงๆ...ตอนนี้หัวใจแนนตายไปเรียบร้อยแล้ว ตายไปพร้อม
กับเอ ตายไปพร้อมกับผู้ชายที่ยอมทุกอย่างเพื่อเธอ



"กุหลาบดอกนี้ เขาบอกผมก่อนไปเข้าห้องน้ำว่า...วาเลนไทน์ที่จะถึง รบกวนซื้อ
กุหลาบสีแดงให้คุณสักดอก ขอแค่ดอกเดียวก็พอ...เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของเขา"
กอล์ฟพูดพลางเช็ดน้ำตา นั่งนิ่งๆสักพักก่อนลุกจากโต๊ะไป....ทิ้งแนนนั่งนิ่งอยู่
เพียงลำพัง



"เอรักแนนนะ" "เอรักแนนนะ" "เอรักแนนนะ" คำพูดซ้ำๆดังมาจากเครื่องเล่นเทป เป็น
คำพูดเดียวกันที่พูดกันซ้ำโดยไม่มีการตัดต่อทั้งเทป.....เทป 120 นาทีโดยมีเพลง
ประกอบเบาๆ แนนค่อยๆคลี่จดหมายออกอ่าน....จดหมายที่มีเนื้อความเพียงบรรทัดเดียว



   "หัวใจเอ...เขียนคำว่ารักไว้ เขียนให้แนนคนเดียว"

นานแล้วนะ
อ่านกี่รอบๆก็ยังซึ้งอยู่
<3.

NUI❤ * ;

ยาวจริ๊งง อ่านไม่จบ.. ง่วง  :39:

อู๋


I’Boss

지금은 소ë...€ì‹œëŒ€ , 앞으로ë,, 소ë...€ì‹œëŒ€ , 영원히 소ë...€ì‹œëŒ€

จั๊วจ่ะ :)

แอบเศร้านะ  :05:



แต่พี่เอแอบไปมีกิ๊กเมื่อไหร่เนี่ย  :30:
there are no regrets in life, just lessons . .

ยุนเอ



น้องแนนไง หลายยายนุ้ย ลูกตานิ่ม หนะ
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

NUI❤ * ;

อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 19:43 น.

น้องแนนไง หลายยายนุ้ย ลูกตานิ่ม หนะ

ห๊ะ หลานนุ้ย  :18: 555

ning❤

<3.

NUI❤ * ;

ชั้นรับแนนเป็นหลานชั้นเมื่อไหร่เนี่ย  :39:

ทำไมเราแก่ไม่รุตัววะ:38:

ning❤

<3.

ART_

#491
รักแรกพบของในหลวงกับพระราชินี

ย้อนหลังไป ปี พุทธศักราช ๒๕๒๑

ปี ๒๕๒๑ ที่ ..... สมเด็จพระนางเจ้าฯ ..... พระราชทานสัมภาษณ์ใน

..... ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "ขวัญของชาติ" ออกเผยแพร่
.....ทางสถานีโทรทัศน์บีบีซี
กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระราชทานสัมภาษณ์ถึง ..... "รักแรกพบ"

มีความตอนหนึ่งว่า ..... สำหรับ ..... ข้าพเจ้า เป็นการ "เกลียดแรกพบ"
มากกว่า "รักแรกพบ"

เนื่องเพราะ ..... "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" รับสั่งว่า
จะเสด็จถึงเวลาบ่าย ๔ โมง

แต่ ..... จริงแล้วเสด็จมาถึง ๑ ทุ่ม ช้ากว่านัดหมายตั้ง ๓ ชั่วโมง
ทรง ..... ทำให้ข้าพเจ้าต้องซ้อม ถอนสายบัวอยู่ จนแล้วจนเล่า จึง .....

เป็นการ "เกลียดเมื่อแรกพบ" มากกว่า "รักเมื่อแรกพบ"

ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนว่า พระองค์ท่านทรง "รักข้าพเจ้า"

เพราะเวลานั้นอายุเพิ่งย่าง ๑๕ ปี ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นนักเปียโน

เป็นนักเปียโนที่แสดงในงานคอนเสิร์ต

ตอนพระองค์ท่านประทับที่โรงพยาบาล หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์

มีพระอาการหนักมาก ตำรวจเขาโทรศัพท์ไปกราบบังคมทูล สมเด็จพระราชชนนี

พระองค์ท่าน ..... รีบเสด็จไปทันที

แต่แทนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีพระราชปฏิสันถารกับพระองค์ท่าน

กลับทรงหยิบรูปข้าพเจ้าออกมาจากกระเป๋า

โดยที่ข้าพเจ้าไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า

พระองค์ ..... ทรงมี "รูปของข้าพเจ้า" อยู่

แล้วพระองค์ ก็ตรัสให้นำตัวข้าพเจ้าเข้าเฝ้า

พระองค์ทรงรักข้าพเจ้า

ตอนนั้นข้าพเจ้าคิดถึงแต่เรื่อง "ที่จะอยู่กับคนที่ข้าพเจ้ารักเท่านั้น"
ไม่ได้ ..... นึกไปไกลถึง หน้าที่ และ ภารกิจ ของพระราชินีเลย ..... ฯลฯ

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน



คัดลอกจาก
http://www.aromdee.net/view/view_forward.php?id=310&tb=story

ยุนเอ



:42: ...

กาลเทศะ คนแถวนี้มีกันหมดละ

ไม่ต้องมาย้ำ

ดูเหมือน.. จะไม่ซึมเข้าหัวเลย   :42:

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ  :46:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

ART_

ก็อปมาหมดเลยครับ ไม่ไ้ด้ปรุงแต่งหรือต่อเติมใดใด เนื่องจากเห็นว่าของเดิมเค้าพิมพ์มาก็ดีอยู่แล้วครับ  :22: :22:

ยุนเอ



งั้นแล้วไป ขอโทษละกันเน้อ

แต่ไม่ชอบจริงๆ นะ ไอบรรทัดนั้น

มันกวนตีนดี  :43:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines