ธรรมเนียมของภาพยนตร์

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 15 มี.ค. 2006, 22:48 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Aleczan

ที่นี่ดีจัง คุยกันด้วยตรรกะ เหตุผล ยกความคิดเห็นของแต่ละคนมาพูด

ถ้าเป็นที่อื่นสงสัยต่อยกันนัวไปนานละ  :21:

ในทางทฤษฎีแล้วเข้าใจทุกอย่างที่คุณภัทรYuRi+ว่ามาค่ะ

แต่ในทางปฏิบัติแล้วเราคงเป็นคนที่ถืออารมณ์ความรู้สึกเป็นใหญ่ เลยทำทุกอย่างที่ทำเพื่อความสุขใจของตัวเอง ไม่ค่อยได้สนใจหรอกค่ะว่าที่ทำไปมันเกิดจาก propaganda ของใครหรือเปล่า เป็นการแห่ตามกระแสหรือเปล่า (ส่วนตัวแล้วไม่ใส่เสื้อเหลืองเหมือนกันค่ะ เพราะไม่ชอบเสื้อผ้าสีเหลือง และรู้สึกว่ามันมีการใช้ประโยชน์ทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวมากไปนิด)

เห็นด้วยค่ะที่บอกว่าคนที่ใส่บาตรบางกลุ่มก็ทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น ใช่ค่ะ ใส่บาตรเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เพราะทำแล้วมีความสุข (สมัยปัจจุบันเขาไม่เรียกว่าตักบาตรแล้วใช่ไหมคะนี่?) ที่ทำก็ทำเพื่อตัวเอง แม้แต่การอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ ก็อาจพูดได้ว่าทำเพื่อให้ตัวเองสบายใจทั้งนั้น แต่เพราะเหตุนั้นแหละค่ะ เมื่อเป็นสิ่งที่เลือกเอง เต็มใจทำเอง จึงเป็นสิ่งที่ทำโดยใช้สิทธิเสรีภาพของตัวเองเต็ม ๆ ไม่ได้ทำเพราะคนอื่นสั่งให้ทำ

ส่วนตัวแล้วเวลาทำบุญก็ไม่ได้คิดลึกซึ้งขนาดว่าต้องมานั่งแยกแยะว่าเราหวังประโยชน์อะไรจากการนี้บ้าง? ทำบุญแล้วพระสงฆ?หรือวัดจะเอาเงินของเราไปสร้างประโยชน์เพื่อสาธารณะจริงหรือ? มีการตุกติกอะไรในวัดนี้บ้างหรือเปล่า อะไรพวกนี้หรอกนะคะ เหมือนกับทำด้วยอารมณ์ วันนี้อยากทำบุญ เอ้า ก็ทำ วันนี้อยากตักบาตร ก็ตัก ตามอารมณ์ ตามใจฉัน อะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ

แล้วก็บางครั้งความคิด จิตใจ คามรู้สึก มันก็ไม่ได้ไปในทางเดียวกับเหตุผลเสมอไปนะคะ

อย่างเราเคยเผลอตวาดเสียงดังใส่คุณพ่อ (ไม่ได้อะไรมากหรอกค่ะ ตวาดว่า "พ่อ!!!!" เท่านี้เอง)
เนื่องจากคุณพ่อกวนใจมาก ล้อเล่นแบบห้ามไม่เลิก 
ตามเหตุผลแล้วคุณพ่อคือฝ่ายผิด
เราไม่ผิดเพราะเราไม่ได้เริ่มก่อน
คุณพ่อทำในสิ่งที่ไม่มีเหตุผลก่อน
สิ่งที่เราทำ เป็นแค่ปฏิกิริยาที่เกิดจากการกระทำของท่านเท่านั้น
บวกกับ ปฏิกิริยาที่คุณพ่อแสดงต่อมาก็แสดงชัดว่าท่านรู้สึกว่าท่านผิด เพราะเงียบไป ไม่ว่าอะไร แถมยังหัวเราะแก้เก้อด้วย
ตามเหตุผลแล้วเราหายกัน ใช่มั้ยคะ? เพราะคุณพ่อรังแกเราก่อน เราตวาดใส่ ท่านหยุด ปัญหาก็หมดไป กลับมาอยู่อย่างสันติอีกครั้ง

แต่ ความรู้สึก อารมณ์ ของเราในตอนนั้นมันไม่ได้เป็นไปตามเหตุผลนั้นค่ะ
ความรู้สึกเสียใจมันพุ่งกระแทกตัวเองอย่างแรง
แต่ไม่ได้เสียใจที่ถูกแกล้ง ไม่ได้เสียใจเพราะเหตุผลว่าตัวเองทำตัวอกตัญญู
เราเสียใจที่ทำให้คุณพ่อเสียใจ....

สิ่งที่เลือกที่จะทำคือเข้าไปกอดพ่อแล้วขอโทษ
ตอนนั้นร้องไห้เลยค่ะ

ถามว่าถ้าเลือกที่จะทำทื่อ ๆ ตามเหตุผล ตามสภาวการณ์ตอนนั้น ผิดไหม?
ไม่ผิดค่ะ
ไม่ผิดเลย ถามตัวเองตอนนี้ก็คิดว่าไม่ผิด
เพราะคุณพ่อไม่ได้โกรธ ไม่ได้ต่อว่าอะไร ท่านเริ่มก่อน เป็นคนหาเรื่องก่อนจริง ๆ

แต่ตัวเองในปัจจุบันเชื่อมั่นว่า ที่ขอโทษไปก็ไม่ผิดเช่นกัน
และไม่ได้ทำเพื่อเอาใจคุณพ่อด้วย เพราะท่านไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้วจากสถานการณ์นั้น
แต่ทำเพื่อตัวเองล้วน ๆ ค่ะ ถ้าตอนนั้นเมินเฉย ไม่ได้ขอโทษท่าน ป่านนี้คงนั่งนึกเกลียดตัวเองอยู่แน่ ๆ

บางครั้งทางเลือกที่ถูกต้อง อาจไม่ได้มีเพียงหนึ่ง

และทางเลือกที่สมเหตุสมผล อาจจะไม่ใช่คำตอบเดียวที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ การยึดถืออารมณ์มากกว่าเหตุผล ในบางกรณีอาจไม่ได้เลวร้ายเสมอไป


// อะไรเนี่ย ตัดหน้า 14 คน  :07:

สมเจี้ยม

ยกตัวอย่างได้ดีจังครับ
ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

Aleczan

#183
ประสบการณ์ตรงก็งี้แหละค่ะ

เหมือนเรื่องของน้องนางสาวธนาคารของคุณส้ม

มันเป็นเรื่องจริงที่เหนือจินตนาการ(ของเรา)จริง ๆ ค่ะ ถ้านางสาวธนาคารน้องสาวคุณส้มไม่ได้พบเห็นแล้วเอามาบอกเล่า และคุณส้มไม่ได้นำมาเล่าต่อ ก็คงไม่มีทางรู้ว่ามีคนแบบนี้ที่ปฏิบัติแบบนี้จริงด้วย  :38:




V
V
V

เรื่องจับกันเป็นทอด ๆ นี่ ที่บ้านก็ทำกันมาตลอดค่ะ จะไม่ทำก็ต่อเมื่อไม่ได้นั่งใกล้กันเท่านั้น
ตอนเด็ก ๆ ก็คิดนะคะว่าทำเพื่อให้ได้สัมผัสกับบุญ แต่พอโตมาก็รู้สึกว่า เออ เขาคงทำเหมือนเป็นความเคยชินมากกว่า ไม่ได้หมายความว่าไม่จับแล้วไม่ได้บุญ

หรือคิดอีกทีอาจจะเป็นการเติมเต็มทางใจก็ได้ค่ะ ว่าถึงเราไม่ได้มีแก้วน้ำในมือ ไม่ได้มีเหยือกกรวดน้ำอยู่ในมือ ไม่ได้เป็นคนกรวดน้ำเองกับมือ แต่ก็ได้มี "ส่วนร่วม"

อาจเป็นกลไกอย่างหนึ่งเพื่อลดความรู้สึกอิจฉาคนได้กรวดน้ำก็ได้นะคะ ฮ่า ๆ  :40: คือจับแล้วก็ต่อถึงกันหมด ไม่ต้องแย่งกัน!

ส่วนตัวแล้วคิดว่าจับก็ได้ไม่จับก็ได้ แต่จับแล้วสนุกดี เหมือนเล่นงูกินหาง ต่อกันเป็นทอด ๆ อบอุ่น ครื้นเครง
(เอ๊ะ นี่หล่อนไปทำบุญหรือไปเล่นเนี่ย  :07:)

จักรี

#184
ยกตัวอย่างนิดนึง  หลวงพ่อท่านหนึ่งบอกว่า เราอ่ะเข้าใจผิด ที่เวลากวาดน้ำอุทิศส่วนกุศล ให้จับกันเป็นทอดๆ  จริงๆแล้วไม่จำเป็น

ซึ่งผมก็เชื่อท่าน ลูกศิษย์ลูกหาท่านก็ชื่อกันหมด  แต่เวลาผมกลับไปบ้านนอกไปวัดกับแม่ แม่บอกว่า ให้จับซิ ผมก็จับ เพราะผมถือว่า
เราเคารพและให้เกียรติวัฒนธรรมในสังคมที่เราอยู่ แต่ผมก็บอกแม่ผมนะว่า ได้รับรู้และเชื่อมาดังนี้ แต่ก็ไม่ได้คาดคั้นอะไรให้แม่เห็นด้วย

ยกตัวอย่างอย่างวัดไดเกียว เมื่อผมเข้าไปผมก็ทำในแบบที่เขาทำกัน ทั้งที่ผมไม่เห็นด้วยแถมยังคิดว่ามันผิดเลยด้วยซ้ำ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ning❤

รู้สึกคิดกันลึกซึ้งและจริงจังกันมากๆ
(แบบที่หนิงคิดไม่ถึง อาจด้วยวัย ..)

กลับไปที่เรื่องยืนทำความเคารพในโรงหนัง
หนิงยืนทุกครั้ง
ตอนเด็กมากๆอาจยังยืนไปยังงั้นๆ ไม่ได้คิดอะไร (ไม่ให้แปลกแยก เซฟไว้ก่อน แบบที่โน้สบอก  :37:)
พอโตมานิดนึง ก็คิดนะ ว่ายืนทำไม ซึ้งด้วยแหละ
แต่ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องยืนตอนก่อนดูหนังด้วย
ทำไมต้องมาซึ้งตอนนี้
จนได้มาอ่านความเป็นมานี่แหละถึงเข้าใจ
ตอนนี้เลยกลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว

ส่วนตัวก็โอเคค่ะ
ไม่ซีเรียส ยืนด้วยความเต็มใจ

ไม่เคยถูกใครปลูกฝังนะ ตั้งแต่จำความได้


ปล
ถ้าหนิงเห็นคนไม่ยืนในโรงหนัง
หนิงคิดว่าเค้าพิการหรือไม่สบายนะ
มองโลกในแง่ดีเกินไปรึเปล่า  :43:

<3.

จักรี

ก็น้องหนิงน่ารักนี่ครับ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

นักศิลปะ

โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

Buob Marley

อ้างคำพูดจาก: ning❤ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 16:26 น.
รู้สึกคิดกันลึกซึ้งและจริงจังกันมากๆ
(แบบที่หนิงคิดไม่ถึง อาจด้วยวัย ..)

ว่าทำไมเราก็ไม่ค่อยเข้าใจ :40:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Aleczan

อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 16:32 น.
ว่าทำไมเราก็ไม่ค่อยเข้าใจ :40:

จะเลียนแบบบ้างก็ช้าไปซะแล้ว....
ไม่น่าตอบยาวและตอบหลายทีเลยเรา
ตอนนี้เลยอ้างวัยยังน้อยไม่ได้
:16:

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: Moji เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 16:33 น.
จะเลียนแบบบ้างก็ช้าไปซะแล้ว....
ไม่น่าตอบยาวและตอบหลายทีเลยเรา
ตอนนี้เลยอ้างวัยยังน้อยไม่ได้
:16:

แหม  27 นี่ยังสาวนะ  :21:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

Aleczan

อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...ผ่านมา เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 16:35 น.
แหม  27 นี่ยังสาวนะ  :21:

:33: ดีใจจังค่ะ




ปรกติมีแต่คนพยายามจะยัดเยียดให้เป็นป้า
:41:

จักรี

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ส้ ม ♥

หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

psyfer


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines