งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

8e88

อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 03:37 น.
อ๊ะ นี่ฟร้อน.คอมกลายเป็นเว็บคนแก่ผปลัดกันบ่นไปแล้วรึ

อะไรกัน ตรูยังหนุ่มยังแน่น  :07:

ยัง มี พุง

ตูไม่สวยไม่เอ๊กซ์ แต่เครื่องสำอางช่วยได้  :27:

เอาจริงๆคนที่อยากจะมาเป็นแอร์ฯนะ

ขอแค่ให้คุณสมบัติตรงกับที่สายการบินเค้าต้องการพอ

ที่เหลือไปเพิ่มเสริมเติมแต่งเอา

ตูยุไอ้จร๋อย.ให้มันไปสมัครอยู่ทุกวันตอนเรียนจบ

เพราะวันนึงตูนั่งกินข้าวอยู่ที่ S&P สุวรรณภูมิ เจอแอร์ฯเอมิเรตคนนึง

หน้าเหมือนไอ้จร๋อย.โคตรๆ แต่เป็นเวอร์ชั่น แต่งหน้าทำผมมาแล้ว

จริงๆทำงานที่เอเชียน่ามันก็ดีแหละนะ ไม่ใช่ว่าไม่ดี

แต่ข้อเสียก็อย่างที่ตูแพล่มไปด้านบนนั่นแหละ

ในส่วนของพวกวันสำคัญที่เราไม่ได้หยุด เค้าก็ปรับมาเป็นวันหยุดประจำปี

ที่เราสามารถขอหยุดเพิ่มได้ปีละ 23 วัน

สมมติเดือนนึง หยุด 8 วัน ขอวันหยุดเพิ่ม 7 วันเป็น 15 วัน มันก็ได้

เวลาไปนอนต่างประเทศส่วนมากโรงแรมจะค่อนข้างดี

อย่างซิดนีย์นอน Four Season เดลี นอน แชงกลีล่า

Novotel, Hilton, Hyatte ตลอด นอนห้องละคนทุกที่ไม่มีแชร์ห้อง

วันหยุดจะไปไหนก็ได้ตามสบาย แต่ต้องกลับมาบินให้ได้ก็พอ

พ่อแม่ สามี พ่อแม่สามี ขอตั๋วฟรีได้ปีละครั้ง นอกนั้นก็เป็นส่วนลดกันไป

สามารถซื้อตั๋วของสายการบินอื่นในราคาลดลง 25% 50% 75% 90% ก็ได้ แต่แล้วแต่สายการบินเค้าตกลงกันด้วย

เงินเดือนไทยรวมค่าบินแล้ว เฉลี่ยอยู่ที่ 22000-29000

เงินเบี้ยเลี้ยง ตกอยู่ที่ 600-900$

เงินค่ารถเวลากลับบ้านเที่ยวละ 400 บาทไทย (น้อยมาก)

ถุงน่องเบิกได้ทุกๆ 3 เดือน ครั้งละ 9 คู่

แลกเงินตามธนาคารเกาหลีจะได้เรตดีกว่าคนอื่น

นับข้อดีได้หลายข้อ แต่เวลาทำงานนี่เหนื่อยขาดใจ

ห๊ะ! อะไรนะ!!!

แอ้

อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โดดเดี่ยว..

แอ้กำลังมีปัญหาเรื่องงานเหมือนกัน ก็คือต้องหางานใหม่ให้ได้ภายในสิ้นเดือนเมษา
งานสายแอ้หาไม่ยาก แต่หาดีๆ ยาก

ชีวิตนี้ก็รู้ตัวนะคะ ว่าไม่สามารถเป็นลูกจ้างเค้าได้ตลอดชีวิต
แต่ 8 ปีที่ทำงานมา ยังคงเป็นแบบพนักงานบริษัท แต่แอบไปสร้างกิจการเล็กๆ ซึ่งยังเลี้ยงตัวเองไม่ได้
ตระเตรียมรอไว้บ้าง.. ยอมรับว่าใจยังไม่ถึงค่ะ สละความเป็นอิสระ แต่ได้ความมั่นคงกลับมา ยังเป็นสิ่ง
ที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยกว่าอยู่ดี .. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตามความเข้าใจของตัวเองนะคะ แหล่งเงินทุนแหล่งใหญ่
ในการหมุนเวียนในธุรกิจก่อสร้างคือรัฐบาล โครงการใหญ่ๆ ทั้งหลายเป็นของรัฐ นอกจากจะ connectiion
และ credit ดีจริงๆ ถึงจะสามารถรับงานเอกชนโครงการที่ใหญ่มากๆ ได้ ในระบบนี้ เมื่อมีการจ้างก่อสร้าง
ก็จะเกิดการซื้อวัสดุ จ้างค่าแรง จ้างพนักงาน เช่าเครื่องจักร ใช้น้ำมัน จ่ายค่าใช้จ่ายบนโต๊ะใต้โต๊ะข้างโต๊ะ
ซึ่งทั้งหมดนี้แหละ เป็นกำลังที่ผลักดันให้ฟันเฟืองมันหมุนไป ระยะนี้งานก่อสร้างมีปัญหา แอ้ก็ไม่ทราบ
เบื้องลึกว่าเป็นยังไง แต่เจ้าของงานที่เป็นรัฐบาลเนี่ยแหละ ที่มีการประวิงเวลา ไม่จ่าย payment บางโครงการ
มีการลือกันว่า หน่วยงานนั้นๆ ไม่มีจ่ายแล้วบ้างก็มี

ระยะนี้บริษัทรับเหมาก่อสร้างปั่นป่วนหมดเลยค่ะ ส่วนหนึ่งที่สามารถอยู่ได้มั่นคงดี คือกลุ่มที่รับงานเอกชนจาก
ต่างประเทศ หรือในประเทศที่ทุนหนา อีกส่วนคือมีทุนสำรองของตัวเอง ส่วนบริษัทที่ไม่มีเงินทุนในกระเป๋า
รอให้เงินมันหมุนมาเองตามรอบ เมื่อเกิดปัญหาชะลอการจ่ายค่างาน ก็จะชะลอการจ่ายค่าจ้างพนักงานไปด้วย  :05:

เล่าเรื่องน่าเบื่อเยอะไปหน่อยค่ะ อยากเล่าให้ฟังน่ะ แอ้อยู่ในวงการนี้มานาน จนอยากจะลาออกไปปลูกอ้อยแล้วค่ะ
คิดว่าคงไม่ลำบากไปกว่ากันเท่าไหร่  :22:

สรุปสถานะปัจจุบันนี้สำหรับตัวเองคือ หางานให้ได้ภายในสิ้นเดือนเมษายน ไม่งั้นล่ะก็ แม้แต่อ้อยก็อย่าหวังจะได้ปลูก  :35:
หลังจากนั้น คงหาลู่ทางทำกิจการเป็นของตัวเอง เล็กๆ ก็ได้ ขอให้ได้เป็นนายตัวเอง อยากหยุดวันไหนก็หยุด อย่างที่ยักษ์แอนบอก
คงจะมีความสุขไม่น้อยนะคะ

ใครที่กำลังหางานก็ ยังมีเพื่อนอยู่ตรงนี้อีกคนค่ะ

พันเอก

ี้มีนัดสัมภาษณ์งาน 3 ที่ ตั้งแต่ 10 โมง ถึง 5 โมง เหนื่อย หนักใจ ที่ต้องไปตีหน้าบอกเค้าว่าเราทำอะไรได้บ้างไม่ได้บ้างอยากทำงานอิสระ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ตอนทำงานอยู่มีมาจ้างเหมือนกันแต่ส่วนใหญ่จะโดนโกงหรือทำงานเกินเงิน ที่จะไปสัมภาษณ์มีที่หนึ่งสนใจเรามากๆแต่ก็อยู่ไกลมากๆ  ทีที่ใกล้ๆก็ไม่ได้ออกแบบเว็บแต่ให้ไปดูแลเว็บบริษัทเค้า แถมทุกที่ทำงานวันเสาร์ด้วย
:05: เหนื่อยนะการทำงาน6วันต่อสัปดาห์ แต่ทำไม่ชอบเปิดหันจังเลย ฮื้อ ช่วยอวยพรผมด้วยนะไปอาบน้ำสัมภาษณ์งานละ
สมาชิกสมาคมพ่อบ้านทหารบก

นักศิลปะ

#19
สวัสดีผม ระจัน

ผมทำงานประจำ(คือพนักงานบริษัท)
ณ ที่ที่ทำงานอยู่นี่นับถึงวินาทีนี้ ผมอยู่มา 15 หรือ 16 ปีแล้ว
(เป็นพนักงานคนที่ 369 ตอนนี้พนักงาน 3500+ แล้ว)
ผมไม่รักอิสระหรือ ปล๊าว!!! แต่ผมต้องมีคนบังคับ
ถ้าไม่บังคับ ผมไถลลิ้วกิ้วแหง คือขี้เกียจมากๆๆ
และผมสามารถมาทำงานเช้าตอกบัตรเย็นตอกบัตรได้แบบไม่ทุกข์ร้อนเลย
แต่... ณ ระหว่างสิ่งที่ใครมองว่าจำเจ นี้ ผมคิด(เอาเอง- -อาจจะเป็นการหาข้อดีของสิ่งที่ฉันเป็น)
คือ ได้เจอผู้คนเยอะไปหมด ได้มีปฏิสัมพันธ์แบบหาไม่ได้ถ้าไม่ได้มาทำงาน
ส่วนสิ่งที่ฝันก็เอามาทำนอกเหนือจากสิ่งที่ทำประจำเป็นประจำ
เสาร์อาทิตย์ว่างนักก็เอามาทำโรงเรียน
กลางคืนนอนมากไปเสียเวลาเอามาเขียนหนังสือ
ผมถามตัวเองตลอดว่าเราทำอะไรได้อีก หรืออยากทำอะไรอีก
แล้วรอเวลาเดี๋ยวก็ได้ทำถ้าเราอยากตลอดเวลา อย่าหยุด
ระหว่างอยาก ระหว่างคิดผมไม่รู้หรอกว่าผมจะได้ทำอะไรเมื่อไหร่
แต่มันต้องได้ทำ ผมเชื่อเท่านี้เอง แล้วชีวิตผมก็ดำเนินมาตามภาวะ
ไปตามวิถีทางของมัน 

ผมเริ่มงานครั้งแรกระหว่างเรียนเงินเดือน 600 บาท
ทำกับแฟนสองคน เป็นพนักงานแต่งปูนปลาสเตอร์รูปจำลองสถานที่สำคัญ
แล้วก็ไปลงสีตุ๊กตาเซรามิก ของ อาจารย์ ปัญญา ปรีดาจันทร์(นักเขียน วาดรูป วรรณกรรมเยาวชน)
ได้ตัวละ 15 บาท ผมลงสิบวันได้สองตัวเพราะฝีมือไม่ดีโดนแก้ทุกครั้ง
แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมได้แน่นอนคือวิธีการทำเซรามิกทั้งหมด
หรือการแต่งปูน เงินน้อยผมได้แน่นอนคือกระบวนการ หล่อ ทำพิมพ์ทั้งหมด

นั้นคือเรื่องที่ผ่านไปในชีวิต

งาน?
ผมสนุก สิ่งใดสนุกก็พอแล้ว ไม่สนุกก็เลิก

เงิน?
ผมรู้สึกตัวเองและครอบครัว พอถูไถ ได้กินอิ่มทุกมื้อ ที่ก็มีแนวทางที่ดี
อยากรวยมั๊ย! อยาก แต่อยากสุขไปด้วย รวยช้าก็ได้

ความหวัง?
ก็ยังอยากทำโน่นทำนี่ตลอด คือมีหวังทุกวินาที

อนาคต?
อันนี้ไม่รู้ รู้แต่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ
ได้เล่นไปด้วย และให้คนที่เรารักพอใจ
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

ยัง มี พุง

มีคนเคยบอกว่า

ถ้าเราได้ทำงานที่เราชอบ

ชีวิตเราก็เหมือนไม่ได้ทำงานตลอดชีวิต
ห๊ะ! อะไรนะ!!!

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: พันเอก เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 08:39 น.
ี้มีนัดสัมภาษณ์งาน 3 ที่ ตั้งแต่ 10 โมง ถึง 5 โมง เหนื่อย หนักใจ ที่ต้องไปตีหน้าบอกเค้าว่าเราทำอะไรได้บ้างไม่ได้บ้างอยากทำงานอิสระ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ตอนทำงานอยู่มีมาจ้างเหมือนกันแต่ส่วนใหญ่จะโดนโกงหรือทำงานเกินเงิน ที่จะไปสัมภาษณ์มีที่หนึ่งสนใจเรามากๆแต่ก็อยู่ไกลมากๆ  ทีที่ใกล้ๆก็ไม่ได้ออกแบบเว็บแต่ให้ไปดูแลเว็บบริษัทเค้า แถมทุกที่ทำงานวันเสาร์ด้วย
:05: เหนื่อยนะการทำงาน6วันต่อสัปดาห์ แต่ทำไม่ชอบเปิดหันจังเลย ฮื้อ ช่วยอวยพรผมด้วยนะไปอาบน้ำสัมภาษณ์งานละ

ขอให้ได้นะพี่บ่าว :12:

อิสระอยู่ในใจ
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

โก้

นี่ทำงานเอแบคมา 10 ปีแล้วครับ นานนะ ถ้าจะให้เทียบกับ
ลักษณะนิสัยของผม คือผมไม่ชอบอะไรที่มันไฮโซน่ะครับ
เข้าเอแบควันแรกๆ ก็นั่งคิดอยู่ว่า กูจะอยู่กับสังคมไฮโซนี่
ได้มั้ยวะ?

ขวบปีแรก ผมทำตัวไม่ถูกนะ ว่าจะไฮโซตามสถานที่ดี
หรือเป็นตัวเราดี ประมาณว่าจะกินอะไรดีวะ จะแต่งตัวไงดีวะ

แต่ผมมาได้คำตอบเอาช่วงปลายปีจากเพื่อน พี่ ร่วมงานครับ
เกิดบังเอิญได้เพื่อนร่วมงานที่ดี มีความเป็นกันเองอย่างมหาศาล
เป็นคนดี ที่บอกว่าที่นี่ ไม่ใช่ไฮโซ อย่าไปโก้ตาม...

ผมเลยสลัดเอาคราบนั้นออก แล้วก็กลับมาเป็นผมคนเดิม ไว้ผมยาว
กางเกงยีนส์ เสื้อ shop  รองเท้าผ้าใบ ทำงานแล้วสบายใจขึ้นเยอะ

10 ปีผ่านไปแล้วนะ ผมย้ายจากวิทยาเขตหัวหมาก มาชนบางนา
หัวหมากอยู่มา 7 ปี แล้วมาสิงอยู่บางนานี่ 3 ปีกว่าๆ แล้ว ทุกอย่างเหมือนเดิม
ในตัวผมนะ

ที่ทำงานเปลี่ยนใหม่ เพื่อน พี่ คนใหม่ แต่ทัศนคติในที่ทำงานผม ยังเหมือนเดิมเมื่อ
7 ปีที่แล้ว

เรื่องงาน : ผมรักงานกุลีแบกกระดาษ แบกความคิดแบบนี้ครับ มันได้ปล่อยดี
ยิ่งอยู่บางนา เรารับงานเองโดยตรงจากอาจารย์ ไม่ต้องผ่านใคร ยิ่งมัน

เรื่องเงิน : ผมรวยแล้ว จริงๆ อย่างที่เคยบอกไว้นะ คิดจะเก็บน่ะมีบ้างครับ ไม่ใช่เที่ยวกระจุย
แต่จะให้ไม่ใช้เลยนั่น ไม่ใช่ผมล่ะ

เรื่องอนาคต : กับการทำงานและการใช้ชีวิตนะ ผมอยากออกไปอยู่ไร่ อยู่สวน
เลี้ยงหมา เลี้ยงปลา ปลูกผัก ฯลฯ แต่ยังไม่เต็มที่กับชีวิตการทำงานพอ อยู่ตรงนี้ให้แน่นก่อนดีกว่า
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

โต

ชอบจู๋นี้จัง  :22:


ผมคงเหมือนพี่โอ๋ ที่ต้องมีคนมาบังคับไม่งั้นก็คงเถลไถลไปแน่ๆ
ไม่ได้ติดขัดนะที่ต้องตื่นเช้ามาทำงาน ตกเย็นกลับบ้านเป็นกิจวัตร
เวลาที่เหลือก็มีเวลาไปดูหนังฟังเพลงกินข้าว หาความสุขใส่ตัวเล็กๆน้อยๆได้
อาจจะเป็นความโชคดีด้วยแหละครับ ที่ไม่ต้องลำบากส่งเสียที่บ้านมากนัก
ก็เลยไม่ขัดสนเรื่องเงินเท่าไหร่ ได้มาก็จ่ายไป ผมถือว่ามันเป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงของเรา
เงินเก็บตอนนี้ยังมีไม่ีเยอะ แต่ก็พยายามเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ
อยากได้อะไรก็เก็บตังซื้อเหมือนตอนเรียนทำให้เงินเก็บระยะยาวยังไม่งอกเงยเท่าไหร่  :41:
ก็วางแผนไว้หาทางทำเงินด้านอื่นๆด้วยเผื่อได้เป็นเงินเก็บในอนาคต


ชีวิตการทำงานผมก็สุขดีตามแบบของผม แต่ก็มีบ้างเวลาไม่ได้เที่ยวอย่างตอนเรียน
ต้องรอวันหยุดตามเทศกาลที่คนเยอะๆ แต่ผมก็เลี่ยงนะ อย่างสงกรานต์ก็อยู่กรุงเทพสบายใจ
ปีใหม่ค่อนลายาวๆกลับบ้านก่อนคนอื่นสักอาทิตย์นึง หาเวลาไปพักผ่อนตามแต่เวลาที่เรามี
ปรับตัวเข้ากับเวลาที่มันมีจำกัดให้ใช้ได้สบายๆ ไม่ยึดติด ไม่ซีเรียส
ทำงานที่นี่ผมอยากลาก็ลา ถึงสิ้นปีผลการประเมินพนักงานมันจะไม่ค่อยดี
และมีผลต่อการขึ้นเงินเงินเดือนแค่4-5ร้อย ซึ่งมันก็ไม่เท่าไหร่ผมยอมแลกกับความสุขที่ได้มากกว่า
ผมว่ามาทำงานเอาประสบการณ์มากกว่า มาเรียนรู้โลกของธุรกิจ เรียนรู้ในห้องสมุดที่มีชีวิตจริงๆ
เรียนรู้ที่จะอยู่กับคน ตอนแรกๆก็รับไม่ค่อยได้กับพฤติกรรมบางอย่างของคนที่นี่นะ
แต่คิดซะว่ามันไม่ใช่ผม ผมอยู่แบบของผมไปไม่เดือดร้อนใครก็พอแล้วละ
ปรับตัวและทำใจ เคารพกับคนที่ผมมองเห็นว่าดี ส่วนใครที่ไม่ดีผมก็เฉยๆ แค่อย่ามาทำให้ผมเดือดร้อนก็พอ
ผมคิดนะว่าหนทางทำเงินนั่นมีอีกเยอะ แต่หนทางที่จะได้ประสบการณ์แบบนี้น่ะมีน้อย


ผมว่าตอนสมัครงานผมเลือกเลยนะ ลิมิตทำประจำแค่5วันเท่านั้น
ขอให้ได้หยุดเสาร์อาทิตย์เหมือนคนอื่นๆเขาก็พอแล้วละ
แต่ก็ต้องคอยคุมตัวเองว่าวันอาทิตย์อย่าเผลอไปทำอะไรหนักๆ เดี๋ยวันจันทร์มาทำงานไม่ได้ :52:
ด้วยอายุงานแค่8เดือน ยังคิดว่างานสายนี้ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะมากๆ
แต่อนาคตต่อไปอาจไม่ได้คิดแบบนี้ก็ได้ ใครจะรู้
:30:


ขยันเข้าหน่อยก็ไม่อดตาย เหมือนที่พี่แอนบอกว่า ประเทศไทยยังมีลูกค้าในอนาคตรออยู่อีกตั้ง 89%

ยุนเอ

อ้างคำพูดจาก: โต เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 09:23 น.
ชอบจู๋นี้จัง  :22:


ผมคงเหมือนพี่โอ๋ ที่ต้องมีคนมาบังคับไม่งั้นก็คงเถลไถลไปแน่ๆ
ไม่ได้ติดขัดนะที่ต้องตื่นเช้ามาทำงาน ตกเย็นกลับบ้านเป็นกิจวัตร
เวลาที่เหลือก็มีเวลาไปดูหนังฟังเพลงกินข้าว หาความสุขใส่ตัวเล็กๆน้อยๆได้
อาจจะเป็นความโชคดีด้วยแหละครับ ที่ไม่ต้องลำบากส่งเสียที่บ้านมากนัก
ก็เลยไม่ขัดสนเรื่องเงินเท่าไหร่ ได้มาก็จ่ายไป ผมถือว่ามันเป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงของเรา
เงินเก็บตอนนี้ยังมีไม่ีเยอะ แต่ก็พยายามเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ
อยากได้อะไรก็เก็บตังซื้อเหมือนตอนเรียนทำให้เงินเก็บระยะยาวยังไม่งอกเงยเท่าไหร่  :41:
ก็วางแผนไว้หาทางทำเงินด้านอื่นๆด้วยเผื่อได้เป็นเงินเก็บในอนาคต


ชีวิตการทำงานผมก็สุขดีตามแบบของผม แต่ก็มีบ้างเวลาไม่ได้เที่ยวอย่างตอนเรียน
ต้องรอวันหยุดตามเทศกาลที่คนเยอะๆ แต่ผมก็เลี่ยงนะ อย่างสงกรานต์ก็อยู่กรุงเทพสบายใจ
ปีใหม่ค่อนลายาวๆกลับบ้านก่อนคนอื่นสักอาทิตย์นึง หาเวลาไปพักผ่อนตามแต่เวลาที่เรามี
ปรับตัวเข้ากับเวลาที่มันมีจำกัดให้ใช้ได้สบายๆ ไม่ยึดติด ไม่ซีเรียส
ทำงานที่นี่ผมอยากลาก็ลา ถึงสิ้นปีผลการประเมินพนักงานมันจะไม่ค่อยดี
และมีผลต่อการขึ้นเงินเงินเดือนแค่4-5ร้อย ซึ่งมันก็ไม่เท่าไหร่ผมยอมแลกกับความสุขที่ได้มากกว่า
ผมว่ามาทำงานเอาประสบการณ์มากกว่า มาเรียนรู้โลกของธุรกิจ เรียนรู้ในห้องสมุดที่มีชีวิตจริงๆ
เรียนรู้ที่จะอยู่กับคน ตอนแรกๆก็รับไม่ค่อยได้กับพฤติกรรมบางอย่างของคนที่นี่นะ
แต่คิดซะว่ามันไม่ใช่ผม ผมอยู่แบบของผมไปไม่เดือดร้อนใครก็พอแล้วละ
ปรับตัวและทำใจ เคารพกับคนที่ผมมองเห็นว่าดี ส่วนใครที่ไม่ดีผมก็เฉยๆ แค่อย่ามาทำให้ผมเดือดร้อนก็พอ
ผมคิดนะว่าหนทางทำเงินนั่นมีอีกเยอะ แต่หนทางที่จะได้ประสบการณ์แบบนี้น่ะมีน้อย


ผมว่าตอนสมัครงานผมเลือกเลยนะ ลิมิตทำประจำแค่5วันเท่านั้น
ขอให้ได้หยุดเสาร์อาทิตย์เหมือนคนอื่นๆเขาก็พอแล้วละ
แต่ก็ต้องคอยคุมตัวเองว่าวันอาทิตย์อย่าเผลอไปทำอะไรหนักๆ เดี๋ยวันจันทร์มาทำงานไม่ได้ :52:
ด้วยอายุงานแค่8เดือน ยังคิดว่างานสายนี้ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะมากๆ
แต่อนาคตต่อไปอาจไม่ได้คิดแบบนี้ก็ได้ ใครจะรู้
:30:


ขยันเข้าหน่อยก็ไม่อดตาย เหมือนที่พี่แอนบอกว่า ประเทศไทยยังมีลูกค้าในอนาคตรออยู่อีกตั้ง 89%


เหมือนโตและลุงโอ๋เลยครับ  :22:

จริงๆ ถ้าไม่ทำงานได้ก็ไม่อยากจะทำเลยนะเนี้ย ดันติดที่ต้องส่งเงินกลับบ้าน
อยากไปเที่ยวสบายๆ หยุดเท่าไหร่ก็หยุด

เหมือนเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ลาไปพักร้อนกระบี่ โดนเรียกตัวกลับกระทันหัน อดกินโรตีแกงเลย  :22:

รอเก็บประสบการณ์ อยู่ครับ

แล้วจะไปทำงานทุกที่ที่มี wifi  :52:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

ชวาลา จันทร์แจ่ม

อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 09:56 น.
เหมือนโตและลุงโอ๋เลยครับ  :22:

จริงๆ ถ้าไม่ทำงานได้ก็ไม่อยากจะทำเลยนะเนี้ย ดันติดที่ต้องส่งเงินกลับบ้าน
อยากไปเที่ยวสบายๆ หยุดเท่าไหร่ก็หยุด

เหมือนเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ลาไปพักร้อนกระบี่ โดนเรียกตัวกลับกระทันหัน อดกินโรตีแกงเลย  :22:

รอเก็บประสบการณ์ อยู่ครับ

แล้วจะไปทำงานทุกที่ที่มี wifi :52:

อันตรายจะตายอย่าไปเลย  :37:

คิ้วหนาจ้ะ

ส่วนตัวทำงานออฟฟิศมาก็ราวๆ 4-5 ปี แล้ว
เปลี่ยนงานมา 2 ครั้ง ปัจจุบันเป็นที่ที่ 3
การจะหางานสำคัญเลยก็ต้องทำงาน 5 วันนะ
อย่างน้อยขอซัก 2 วัน เป็วันส่วนตัวมั่ง ซึ่งทั้ง 3 ที่ก็เป็นแบบที่ว่า

ที่เปลี่ยนจากที่แรก ก็เพราะว่า รู้สึกว่างานที่ทำมันไม่คุ้มค่ากับเงินเดือนที่ได้ สวัสดิการก็  :01: (ที่แรกสตาร์ท 10K)
ทำไปผ่านโปรปรับเป็น 11K แล้วก็แหง็กอยู่อย่างงั้นมา 2 ปี เริ่มเบื่อหน่าย รู้สึกว่าไม่คุ้ม แค่ค่ารถ ค่าน้ำมันก็จะตายแล้วเดือนนึง

แล้วเพื่อนที่สนิทกัน ก็มาชวนไปทำงานที่ที่มันทำอยู่ ก็ตอบตกลงทันที
เงินเดือนอัพมานิดนึง แต่สิ่งสำคัญ เพราะคิดว่า สิ่งแวดล้อมมันน่าจะดี เพราะเพื่อนมันอยู่มาก่อน
แล้วมันก็บอกว่า ดีอย่างงั้น อย่า่งงี้ ก็เออโอเค ไปทำก็ดีนะ แต่งานน่าเบื่อ ที่ชอบเพราะได้เจอเพื่อน
แต่มันกลับไม่เป็นงั้น มีเพื่อนเป็นนาย กับเพื่อนเป็นพนักงานในออฟฟิศ(นังกัม) ไม่ใช่ว่าจะดี เหมือนตัวเองต้องเป็นคนกลาง
ฟังสองฝ่าย กับพวกผู้บริหารก็ไม่ค่อยเป็นกันเอง ยิ้มแย้มดี แต่ลับหลังไม่รู้ว่าไง หลังๆ พอนังกัมออก เริ่มเคว้ง
บรรยากาศ ออฟฟิศเครียดมาก จนทนไม่ไหว ชิ่งดีกว่า ทำได้ ประมาณ ปีนิดๆ

ย้ายมาที่ใหม่จากการชวนของพี่ที่รู้จักกัน จากที่ทำงานที่แรก แล้วเค้าได้มาเป็นใหญ่เป็นโตที่ใหม่
บวกกับเค้าให้ช่วยทำงานให้บ่อยๆ จนรู้ฝีมือกันแล้ว ก็เลยชวนมาทำมันซะเลย จะได้ไม่ต้องวานกันบ่อยๆ
ก็โอเค เงินขึ้นมาอีกพอประมาณ บริษัท ไม่ใหญ่มาก สวัสดิการโอ มีคนอยู่ตอนแรกๆ 20 กว่าคน แต่บรรยากาศอบอุ่นมาก
ได้ทำอะไรที่หลากหลาย ไม่น่าเบื่อ เจ้านายดี เป็นกันเองสุดๆ
(มีครั้งไปทำงานออกบูธที่ ตจว. พี่เจ้าของบริษัท ชวนนั่งรถกลับด้วย ก็โอเค แล้วเค้าขับรถไปส่งที่บ้านเลยซะงั้น)
มีเพื่อนร่วมงานดี สาวๆ เยอะ ทำๆ ไป ได้แฟนมาคนอีก  :42:
ตอนนี้เลยมีความสุขดี เพราะบริษัทกำลังโตขึ้นเรื่อยๆ เลยคิดว่าเอาวะ ลองดูซักตั้ง จะโตไปกับบริษัทนี้ล่ะ (ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงซะก่อน)

แต่ใจจริง อยากอยู่บ้านทำงานแบบ แอนนะ รู้สึกว่าจะทำอะไร ยังไง เป็นนายตัวเองโคตรชอบ ได้เที่ยว (อันนี้โคตรอิจฉา เพราะตรูทำไม่ได้)
แต่เนื่องจากงานยังมีไม่เยอะ เลยยังไม่กล้าเสี่ยงออกไป แต่ถ้างานเข้าเยอะมากๆ จนผลตอบแทนพอๆ กับที่ทำงานออฟฟิศ
ก็อาจจะต้องกลับคำ ที่พูดไปก่อนหน้านี้

สถานะการเงิน เงินเก็บตอนนี้เป็น 0 จนถึงติดลบ พักหลังเที่ยวกระจาย หมดตูด
เป็นคนมือเติบ มีมากใช้มาก ยิ่งกะแฟนนี่ถึงไหนถึงกัน อยากไปไหนไป กินไรกิน อยากได้ไรจัดให้
เห็นเค้ามีความสุข ก็มีความสุขด้วย แต่หลังๆ เริ่มไม่ไหว รายจ่ายเยอะเกิน เลยต้องลดๆ ลงมั่ง
ทุกวันนี้่ก็มีความสุขดี บางเดือนไม่พอใช้ก็ต้องอดๆ หน่อย ขยันรับงานเยอะๆ
นิดหน่อยเอาหมด (บางงาน 300บาท ตรูก็เอา) สะสมคอนเน็กชั่นไปเรื่อยๆ เพื่ออนาคต งานเยอะจะได้ออกมาทำที่บ้านมั่ง
งานเสริมนอกจากฟรีแรนซ์ ก็มีคิดไว้เพียบ แต่ยังไม่ได้เริ่มทำเท่าไหร่ ขายของมีบ้างประปราย
แต่ก็ไม่ดีเท่าไหร่ หลังๆ เงียบ เลยพักไว้ก่อน แค่ฟรีแรนซ์ ตอนนี้ แฟนก็บ่นอุบแล้วว่าไม่มีเวลาให้ :05:

พอและ นานๆ จะพิมพ์ ยาวๆ ซักที แพล่มซะเยอะเลย  :42:

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 10:35 น.

มีเพื่อนร่วมงานดี สาวๆ เยอะ ทำๆ ไป ได้แฟนมาคนอีก  :42:


นี่ไง กำไร เนื้อๆ  :21:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

คิ้วหนาจ้ะ


นักศิลปะ

ถอดรูปประโยค ได้แฟนมาอีกคน
มันน่าจะมากกว่า 1  :35:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines