ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว

เริ่มโพสต์โดย แน็ก, 25 มี.ค. 2008, 12:41 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

แน็ก

ขอเป็น "จอมยุทธมะเน็ด" จะดีกว่าครับ  :04:
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

แน็ก

อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 10:42 น.
แต่ทุกคนจบลงด้วยการปั่นบอร์ด สุดท้ายได้กระดิกแค่นิ้ว

:01: แหม แล้วทีฟุตบอล โบว์ลิ่ง บาส ล่ะ เค้ายังแลกเปลี่ยนกันได้เลย
แอโร่บิค โยคะ ก็น่าจะเกี่ยวกันนะเนี้ย เพื่อสุขภาพ
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

ความฝันกลางฤดูร้อน

อ้างคำพูดจาก: Uncle Bugs เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 08:49 น.
ถามหมอแมวอีกทีครับ

เรื่องวิชาสกัดของหนังจีนหนะ  มีจริงมั้ยครับ
โดยเฉพาะจิ้มแล้วนิ่งเป็นหุ่นหนะครับ   :04:

ถ้าเป่าหูล่ะพอมี  :04:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

เต่ามาก

พรรคมารยังไม่มาเผยวิทยายุทธ์กันเลยครับ
อีสาม กิ๊ง บอส งี้  :27:

แน็ก

อย่าทำเป็นเล่นไป เหมือนในการ์ตูนเลยนะ เด๋วเค้าเปิดเผยมาจะหนาว

หมากรุก โกะ ห้องสมุด ถ่ายภาพ จิตรกรรม นาฎศิลป คหกรรม คอมพิวเต้อร์

แบบ พวกชมรมวัฒนธรรม เทคโนโลยี่ เก่งต่อสู้มากกว่า พวกศิลปการต่อสู้ อีก

ตอนอยู่ ม.5 ไปท้าแข่งกับพวกคหกรรม มันให้แข่งทำเค้กเนยสด ก็แพ้มันดิ ขอแข่งฟรีสแปริ่ง เค้าบอกว่า มีด หม้อ กระทะ คือความเป็นคหกรรม
ถ้ามันเอามีดมาเพราะความเป็น"วิชาคหกรรม" ใครจะไปเถียงมันได้ฟระ สาบานได้เรื่องจริง แต่เป็นการคุยเล่นกัน ที่เนื้อหาไม่เล่นๆเลย
ไอ้ทางเราเถียงจะเอา กระบองสองท่อนไปสู้ เค้าก็บอกว่า งั้นเค้าใช้น้ำเดือดเป็นอุปกรณ์เสริมบ้าง....ยอมมัน ปีนั้นเค้าได้ทำเลตั้งบูทไป

ถ้าตีกับวิชาคอมพิวเต้อร์ มันจะไม่ทำงานให้อีก แพ้มันโดยคุยสั้นสุด บารมีสูง

เรื่องจริงทั้งน้าน การ์ตูนมันเอาโครงเรื่องมาจากเรื่องจริง
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

Dayight


เอาน้ำเดือดเป็นอุปกรณ์เสริม   :30: :30:
กินรอบวง

roundbol123

:22: :47:

ฟิ้งซ์

ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

เoิร์ธ

เคยเรียน ไอคิโด ครับ

ไปเรียนไปประมาณ 6 ครั้ง
โดดจับกดลงไป เจ็บไหล่ เลยเลิกครับ   :37:



เสียดาดค่าชุดตั้งเกือบ 1000  :08:

แน็ก

--มวยไทย--

ต้นกำเนิดนับย้อนไปได้ถึง สมัยยุคหินในแถบอินเดีย(15000+ก่อนพุทธกาล)
เป็นศิลปการเต้นรำหน้าไฟ บูชายัญไก่ ต่อเทพแห่งไฟ ของเผ่าพื้นเมือง
เป็นการแสดงว่าวิญญาณของไก่ที่บูชายัญ ทางท่าทางการเต้นรอบกองไฟ
เป็นประเพณีรื่นเริง ต่างไปจากการบูชายัญ สัตว์อื่น

ต่อมา ชาวอารยัน ได้เข้ามาจากเปอร์เซีย ตาสีฟ้าผมสีทอง (8000+ก่อนพุทธกาล)
ใช้การขี่ม้าและยิงธนูเป็นหลัก ชนพื้นเมืองใช้ศิลปท่าเต้นและไม้กระบองต่อสู้
เป็นนัยว่า ศิลปนี้มีไว้ต่อกรกับผู้รุกรานด้วยมือเท้า ตั้งแต่นั้น

เมื่อสิ้นสุดสงครามนับพันปี ระหว่างอารยัน และทมิฬ กับอารยันและอารยันด้วยกันเอง
ศิลป วัฒนธรรมของอินเดีย แพร่เข้ามาถึง เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในรูปแบบการปกครอง ศาสนา
เขมรรับเอารูปแบบทั้งหมดจากอินเดีย รวมทั้งมวยด้วย ยุคนี้เป็นยุคมวยชนิดนี้แพร่หลายไปทั่วทุกชนชั้น

สิ้นยุคเขมร ไทยก็พัฒนาฝึกฝนกันต่อมา จนเรียกว่ามวยไทย โดยอาศัยแม่ฉบับเดิมจากเขมร ที่เขมรรับจากอินเดียอีกทอด

คนจีน เรียกว่า มวยไก่ เพราะลอกท่ามาจากไก่
คนอินเดียสมัยนึง เรียกว่า มวยกีราต มิใช่ คาลารีปายัตตุ ของเดิม ซึ่งผนวกมวยปล้ำของชาวอารยันเข้าไป ทำให้เราแยกตัวออกมาจากมวยอินเดีย
(กีราต พวกลิงป่าที่เป็นได้แค่ทาส)
คนเขมร เรียก ประดัญเสรี เป็นการนำ ประดั่ญมูย ของเดิมตามผสานเข้ากับแม่ไม้มวยไทย(เสรี ต่อท้าย) เป็นที่นิยมในปัจจุบัน
ชาวตะวันตก ดัดแปลงมวยไทยไปเป็น คิ๊กบ๊อกซิ่ง ซึ่งภายหลังหมดความนิยมไป เพราะมีแค่พื้นมวย
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

หนุ่ม

Reading Learning & Sharing

แน็ก

-ต่อๆ ค้นความจำอยู่

ปัจจุบัน "มวย" ซึ่งถือว่าเป็น ยุทธ์วิธีต่อสู้ด้วยมือเปล่าของเอเซียอาคเนย์
ถูกปัญหาทางสังคมบีบ ริดรอน ลงเหลือเพียงกีฬา เช่น มวยไทย ใส่นวม กติกา
และห้ามใช้"ไม้ตาย"เพื่อทำลายชีวิต เหลือเพียง แม่ไม้ ลูกไม้บางส่วน ไม้ตาย เหลือเป็นแค่คำเปรียบเปย
มวยขแมร์ ครูบาอาจารณ์ถูกภัยการเมือง และสถาพแร้นแค้นล้มหายตายจาก
จนเรียกได้ว่า สิ้นลม เหลือเพียงตำราบางส่วนและ มวยในประเทศเพื่อนบ้าน
มาต่อเติมเสริมสร้างให้กลับคืน ประดั่นมูย เป็น ประดั่ญเสรี เพื่อดึงวิชากลับสู่บ้านเกิด
มวยลายลาว เน้นหนักแรง ทีเดียวตาย มีอันตรายมาก รัฐไม่ส่งเสริมถือเป็นเรื่องป่าเถื่อน
การเรียนรู้เป็นเรื่องผิดกฎหมายในยุคนึง นานจน ลืมเลือนไปมาก
บันโด มวยพม่า มีการทุ่มหักจับรัด อิงมวยอินเดีย ปัจจุบันใช้มวยจากไทยเป็นแบบ
เคี่ยวมวยให้เน้นการใช้หมัดเท้าเข่าศอกมากขึ้น แต่ไม่ทิ้งการจับปล้ำ
ทางใต้ของไทยมีมวยไชยา ซึ่งเป็นมวยสายชวา มิได้ถอดมาจากเขมร อินเดีย
สืบได้จาก หมู่เกาะสุมาตรา ในปัจจุบัน มีการรำดาบสองมือ ปัดป้อง เดียวกัน
พัฒนามาจากปู การต่อสู้ปัดป้องของปู กลเม็ดของมวยไชยานับว่าต่างกับ มวยในอาคเนย์
ปัจจุบันมวยไชยาเริ่มได้รับความนิยมขึ้น ครูมวยเก่งมีมาก

ปัณจะสีลัต พัฒนามาจากมวยจีน ญี่ปุ่นและอินโด โดยปรมาจารณ์ ฝึกฝนทุกวิชาจนเชี่ยวชาญ
วันนึงเห็นดอกไม้หมุนในน้ำวน จึงบรรลุเพลงมวยใหม่ ใช้การหมุนและบานออกของดอกไม้
การโจมตีโดยการนั่งและท่านอน ผนวกกับการจับอวัยวะคู่ต่อสู้หมุนโยน รุนแรงและรับมือยาก

ลงไปถึงอินโดนีเซีย มวยของอินโดเน้นใช้อาวุธ กระบองสั้น ลักษณะเป็นการเต้นรำในประเพณี
ชนเผ่า ใช้มือเปล่าแทนมีด หรือดาบ เมื่ออาวุธไม่มี เคลื่อนไหวปัดป้องจำลองจากปู

อ่ะ ไล่จากอินเดียไปถึงอินโดนีเซียแล้ว

ที่ว่ามาทั้งหมดนั้นเป็นการวิเคราะห์ ฟัง มอง เอาเอง แต่มิได้ลงไปฝึกฝน
ไม่ต้องเชื่อนะ ลองมองวิเคราะห์เอาเองถ้ามีโอกาส
ผิดพลาดประการใดต้องกราบขออภัย
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

แอ้

เพิ่งได้เข้ามาอ่าน ทั้งความรู้ทั้งบันเทิง ประมาณว่า Edutainment มากค่ะ
สมัยอยู่มหาลัยเคยเรียนยูโดมาตัวนึง กะ ดาบสากล ชอบมาก สนุกมาก แต่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อแล้วแหละ
ส่วนไอคิโด้ อาจารย์ทำใหดู น่าเรียนมากๆ ..

ติดตามอ่านต่อปาย..

แน็ก

อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 31 มี.ค. 2008, 22:50 น.
เพิ่งได้เข้ามาอ่าน ทั้งความรู้ทั้งบันเทิง ประมาณว่า Edutainment มากค่ะ
สมัยอยู่มหาลัยเคยเรียนยูโดมาตัวนึง กะ ดาบสากล ชอบมาก สนุกมาก แต่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อแล้วแหละ
ส่วนไอคิโด้ อาจารย์ทำใหดู น่าเรียนมากๆ ..

ติดตามอ่านต่อปาย..

:42: ก็ กระจู๋ศิลปะที่ประยุคน์เป็นกีฬาได้นี่ครับ จะออกท่าออกทางลงบอร์ดก็คงไม่ได้ประโยชน์
เลยเป็นเรื่องเล่า เขาว่ากันมา ว่าไปตามที่การใช้บอร์ดจะเอื้อประโยชน์สูงสุด แก่ศิลปแขนงนี้ หรือคนที่ผ่านไปมาในบอร์ด

เวลาฝึกเวลาเรียนเรามองเป็นศิลปะ มีท่วงท่าขยับร่างกาย,หยุดนิ่ง มีนำนองช้า,เร็ว มีจังหวะหนักแน่น,ผ่อนเบา ผสมเป็นลีลาต่างออกไปหลายหลาก
เวลาใช้แข่งเรามองเป็นกีฬา มีแพ้มีชนะ มีสมหวังผิดหวัง มีสู้มีถอย มีฮึดมีท้อ มีน้ำใจ มีเหนือกว่ามีต่ำกว่า
เวลาเกิดเรื่องเรามองเป็นไหวพริบการเอาตัวรอด จิตใต้สำนึกของการอยู่รอด ญานทัศนะ การหลุดพ้นจากสิ่งสมมุติ สัจธรรม

สุดท้าย ถ้าเอาแต่ฆ่าๆแข่งๆ แพ้หรือชนะ เราคงไม่เรียกว่าศิลป เราคงเรียกว่า วิชายุทธวิธี เป็น ศาสตร์
มองเป็นศิลปะ ก็ ต้องมีที่มามากกว่า แพ้ชนะ อยู่รอดหรือตายตก

ในศิลปแขนงนี้ เต็มไปด้วยวัฒนธรรม การเป็นอยู่ จริยธรรม กลิ่นไอแห่งชีวิตคนรุ่นก่อนที่ถ่ายทอดมา เรื่องราวต่างๆ ภาษาที่ไร้วาจา
ไม่ว่าจะกำเนิดจากไหน มีท่าทางแตกต่างกันอย่างไร แนวคิดแนวรู้สึกเป็นอย่างไหน สิ่งที่ทำให้มันเป็นมากกว่ากายบริหาร คือ
จิตวิญญานที่สู้กับสิ่งไม่เป็นธรรม นิ่งสงบในจิต อย่างเบิกบานใจ (แต่เบิกบานมาเกินไปจะกลายเป็นบ้ากระหายเลือดนะ...)

สวัสดีครับ พี่แอ้ :46:
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

หนูอร

แล้วมีใครสนใจเล่นคาโปเอร่าไหมคะ  :35:




ถามไปงั้นล่ะ.. ไม่ได้เล่นมา 5 ปีแล้ว  :30:
อันบัน ♥

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines