แฟนพันธุ์แท้พงศาวดารไทย (แตกหน่อ)

เริ่มโพสต์โดย 蓝月 (lán yuè), 08 ม.ค. 2008, 05:37 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Ah!

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

iSharp

ความรู้ทั้งนั้น  :46:

ผมไม่รู้เรื่องอะไรพวกนี้เลย
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

นักศิลปะ

คิดไรไม่ออกเหมือนกัน เลยมาอ่านก่อน

เมื่อสมัยเด็กผมเห็นรูปพระ ปิ่นเกล้าที่บ้าน
ก็ยัง งงเหมือนกันว่าใครหนอ




โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

Buob Marley

ภายในยี่สิบปีที่เก้อว่านี่ ผมว่าน่ากลัวสำหรับผมยังไงไม่รู้แฮะ :44:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

เก้อ

#109
บวบก็ชิงไปก่อนเลยสิครับ

เจอกระทู้ดี อันนี้จากห้องสมุดกลุ่มย่อยประวัติศาสตร์
ผมตามอ่านมาหลายปีดีดัก

บทสัมภาษณ์ 'สมเด็จพระพี่นางเธอฯ' และพระธิดา
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K6214907/K6214907.html

ตัดไฮไลต์ ถามถึงตอนที่ทรงทราบว่าพระอนุชาจะได้เป็นกษัตริย์

อ้างอิงข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระอนุญาตกราบทูลถามถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล  ว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล  เสด็จขึ้นครองราชย์ครอบครัวรู้สึกเช่นไรเพคะ

"อันนี้แปลกมาก  ฉันไม่รู้  เพราะฉันไม่อยู่  ฉันไปอยู่ที่ภูเขา   จำไม่ได้ว่าทราบได้อย่างไร ในหนังสือมี  เจ้านายเล็กๆมีอยู่ละเอียดพอควร


...จะมีเอกสาร  เอกสารนี่แม่เขียนมาถึงสมเด็จพระพันวัสสาฯเลย   ...มีความรู้สึกว่าไม่อยากให้เป็นเลย  มีหมดเลยว่า ไม่อยากให้รับ  แต่เมื่อคิดถึงบ้านเมือง  คงจะต้องรับ


...แต่ระหว่างน้องๆ 2  คน  คงต้องพูดอะไรกันแน่  แต่พูดอะไรนี่ไม่ทราบคงจะเล่นๆกันมากกว่า  เพราะยังเล็กอยู่  8  กับ 10


...ในลายพระหัตถ์ของแม่ที่เขียนถึงสมเด็จพระพันวัสสาฯ  เพราะท่านโน้ตเอาไว้เลยว่า  รัชกาลที่  8  ทรงคิดว่าจะตอบหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ที่มาอัญเชิญขึ้นครองราชย์ว่าอย่างไร  ที่ไม่อยากเป็นพระเจ้าแผ่นดิน  มีเหตุผล  4-5 ข้อ



...มีอันหนึ่งที่ว่า  เก้าอี้มันสูงไปท่านซนก็อาจจะตกจากเก้าอี้  แล้วไปไหนก็ต้องกางร่ม  ก็จะไม่ได้รับแดด  เพราะเวลานั้นต้องมีวิตามินดี.นี่  อย่างนั้นก็จะไม่โดนแดด  แล้วถ้าซนหน่อย  เดี๋ยวพระยาพหลฯดุเอา
...มีหลายข้อที่ท่านคิดเอง  แล้วแม่ก็จดเอาไว้ว่าท่านตอบอย่างนี้  แต่ตอบหรือเปล่าไม่ทราบ  เพราะฉันไม่อยู่"


   

หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล  เสด็จขึ้นครองราชย์  และเสด็จพระราชดำเนินกลับเมืองไทยครั้งแรก  ในปี  พ.ศ.2481  ใต้ฝ่าพระบาททรงรู้สึกอย่างไรบ้างเพคะ


"อันนี้ต่างกัน คือเมื่อขึ้นครองราชย์แล้ว (พ.ศ.๒๔๗๗) รัฐบาลก็อยากให้กลับมา  แม่ก็พยามบอกว่าเวลานี้ร่างกายพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๘  ยังไม่แข็งแรง  ขอผลัดไปก่อน  ก็ได้ไปปีหนึ่ง


...อีกปีหนึ่งก็ให้เหตุผลว่า  ปีนี้จะต้องสอบ  ยังไม่เหมาะที่จะกลับ  ตั้งหลายปีกว่าจะได้กลับ

...ตอนกลับมา  ๒  พระองค์คงมีความสุข  เพราะกลับมาด้วยเรือเดินสมุทรเดนมาร์คเล็กๆ ท่านก็สนุกกัน

...แต่ที่ฉันตกใจและตื้นตันคือ เมื่อขึ้นเรือรบขึ้นมาจากสันดอน  ขึ้นมาตลอดแม่น้ำเจ้าพระยา  สองฝั่งแม่น้ำคนคอยเต็ม  คอยดู  เพราะบ้านเมืองไม่มีพระเจ้าแผ่นดินมานานแล้ว  คอยดูว่าเด็กแค่ไหน


...เสียงต้อนรับ  ได้ยินแล้วตกใจมาก  ยิ่งมาใกล้กรุงเทพฯ  คนยิ่งแน่นๆๆๆ  เสียงดัง  โบกมือกัน ไชโยกันแน่นฝั่งเลย
...นี่เป็นความรู้สึกที่ประทับใจฉันมาก  เพราะทีหลังเราไม่ได้มาอย่างนี้กันอีก  มีแค่ครั้งแรกเท่านั้นที่มาทางเรือรบยืนกันข้างเรือ  โบกมือตลอดเลย  ยิ่งใกล้กรุงเทพฯยิ่งเยอะ


...แล้วในหนังสือ  ๔  แผ่นดินนั่นก็จะมีตอนที่แม่พลอยเขียนไว้  คนนี้เต็มถนน  ดีใจเหลือเกิน  เพราะว้าเหว่ว่ไม่มีพระเจ้าอยู่หัวมานาน  ยิ่งเป็นองค์เล็กๆอย่างนี้

ใครเคยอ่าน ๔ แผ่นดินน่าจะจำฉากนี้ได้นะครับ
จินตนาการตามผมว่ามันโรแมนติกที่สุดในโลกเลย
ที่พวกเราว่าตื่นเต้น พระองค์ก็ไม่ได้ทรงตื่นเต้นน้อยกว่าพวกเราเลย

ว่าแล้วก็น่ามีใครเอามาแปลงเป็นหนังได้แล้วนะครับ ๔ แผ่นดินเนี่ย


มาเพิ่มภาพครับ ไปเจอในเวบพระราชประวัติ
เป็นเหตุการณ์เดียวกันกับที่ทรงกล่าวถึง



I ROCK , THEREFORE I AM

iannnnn

โห เท่มากๆ :18:


อ่านบรรทัดวิตามินดีแล้วน่าใจหายครับ
ทำให้อยากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ช่วงนั้น ที่ไม่มีในแบบเรียนชั้น ม.ต้นแน่ๆ

Soris0ri

Las Noches Rubicundior

YURi+

#112
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 05:42 น.
กรณีที่หนึ่งชัดเจนครับว่า เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯแน่นอน

กรณีที่สองนี่น่าสนใจครับ
ถ้าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯไม่อยู่แล้วด้วยจะเป็นใคร
ถ้าตามกฎมณเฑียรบาล ก็จะเป็น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ
ถ้าไม่มี พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ก็จะเป็น สมเด็จพระเทพ
เพราะเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอในลำดับต่อไป

คำถามอยู่ที่ว่า ถ้าเป็นพระองค์เจ้าทีปังกร
ก็ต้องมีผู้สำเร็จราชการ ไว้ค่อยมาถกอีกทีว่าจะเป็นใคร

แต่ก็ต้องตามกฎมณเฑียรบาลน่ะครับ
เว้นเสียแต่ว่าองคมนตรีจะใช้อำนาจตามใจชอบ

ต้องบอกว่า "ตามกฎมณเฑียรบาลโดยสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญค่ะ,"

เพราะกฎมณเฑียรบาลมาตราใดถ้าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็เป็นอันใช้ไม่ได้.

ความเห็นส่วนตัว: อยากได้ทีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรฯ มากกว่าพระราชบิดาของพระองค์นะ.


อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 05:42 น.
ประเด็นต่อมา
บางอย่างผมไม่เห็นด้วยนะครับ
ผมขอแสดงความเห็นย้อนขึ้นไปดีกว่า

อำนาจหลักๆ ตามระบอบการปกครองมีสามอำนาจ
(ไม่นับรวมอำนาจมืด ต่างๆ  :37:)
คือ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ(ศาล)
อำนาจบริหาร เป็นที่เข้าใจได้ว่า อยู่ในมือนักการเมือง
อำนาจนิติบัญญัติ หลังจากรัฐสภาผ่านกฎหมาย
ก็ต้องทูลเกล้าเพื่อให้ลงพระปรมาภิไทย
ส่วนอำนาจศาล อันนี้ชัดเจน
เวลาศาลตัดสินอะไร จะบอกว่า
ในพระปรมาภิไทย........

นี่เป็นอำนาจ ที่ในหลวงใช้ ทางอ้อมๆ
ที่ใช้ในการปกครอง และใช้คานอำนาจ
เพื่อป้องกันนักการเมืองใช้ไปในทางมิชอบ
ของระบอบการปกครองบ้านเราครับ


ในทางปฏิบัติ ในหลวงไม่มีอำนาจปกครองหรอกค่ะ,

ทุกอย่างต้องทำในพระปรมาภิไธย (ก็คือในนามของพระมหากษัตริย์) เพราะเป็นการจำกัดไม่ให้

พระมหากษัตริย์ทำอะไรได้ตามลำพังสิทธิ์ขาดเหมือนสมัยรัชกาลที่ ๕ (สมัยเริ่มต้นสมบูรณาญาสิทธิราชย์)

และเป็นการกระจายอำนาจให้ประชาชนปกครองกันเอง.


แต่พระมหากษัตริย์ ในฐานะที่คนอื่นจะมาทำอะไรในนามของตนแล้ว

ก็จึงมีสิทธิ์คัดค้าน ให้คำปรึกษา และห้ามปรามไงคะ, เหมือนกับเอลิซาเบธที่ ๒ ของอังกฤษ.

แต่ที่พระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบันมีพระราชอำนาจมากเหลือล้น (พระราชินีด้วย) แบบไม่ค่อยมีใครกล้าขัด

เป็นเพราะอำนาจแห่งความ จะเรียกว่าอะไรดีอะ ความนิยม, ป๊อบปูล่าร์, ศรัทธา, หรือรัก.

ก็เพราะ (ทั้งสอง) พระองค์บำเพ็ญกุศลกรรมแก่ประชาชน ประชาชนก็จึงรักไงคะ.

เค้าก็รักทั้งสองพระองค์นะ.


ดูซีเอ็นเอ็นล่าสุดตอน ๕ ธันวาฯ ปีที่แล้ว, นักข่าวฝรั่งสัมภาษณ์สายในไทย (ซึ่งเป็นฝรั่งด้วยกัน) ว่า

ทำไมพระองค์มีพระราชอำนาจมากมายเหลือเกิน, พระองค์ไม่ได้เป็นแค่สัญลักษณ์เหมือนกับควีนออฟอิงแลนด์หรือ.

สายมันก็ตอบว่า ข้อนี้มันก็อธิบายอยาก, เพราะขอบเขตอำนาจของพระองค์นั้น

ขนาดสมัยที่คนไทยทะเลาะกันเป็นสองฝ่าย พระองค์ยังสามารถเรียกหัวหน้าของทั้งสอง (จำลอง กะใครนะ ถนอม หรือสุจินดา?)

มาคุย โดยทั้งสองคนนั้นต้องคุกเข่าเฉพาะพระพักตร์ด้วย.

ซึ่วฝรั่งมันฉงนสนเท่ห์กันมากในเรื่องพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบัน, เมื่อไรก็ถามกันงี้.

ทั้งนี้ เค้าก็ดีใจค่ะว่า พระมหากษัตริย์เราไม่เคยใช้อำนาจในทางที่ผิด.

ซีเอ็นเอ็นที่อ้างถึง เข้าไปเว็บฯ www.cnn.com แล้วค้นว่า Bhumibol จะเจอวีดิทัศน์เกี่ยวกับ ๕ ธันวาฯ นั้นแหละค่ะ.


อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 05:42 น.
แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ
สถาบันกษัตริย์อยู่คู่มากับคนไทยมาหลายร้อยปี
มันฝังรากลึกมาก ถ้าจะถอนให้สิ้นซาก ก็ต้องทำแบบจีน
คือเผาแม่งให้หมด ให้กลับไปเป็น พ.ศ. ศูนย์
อะไรที่เป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรม
ก็อย่าส่งเสริม ศาสนาก็ไม่ต้องมี

ปัจจุบันตอนนี้ ในหลวงเหมือนกับศูนย์รวมจิตใจของคนไทยส่วนใหญ่ไงครับ
เพราะจะให้ไปหวังให้นักการเมืองเป็นศูนย์รวมจิตใจคงยาก
หรือคุณยูริว่าได้ ลองมาถกกัน
ผมว่าคนไทยส่วนใหญ่ตอนนี้
เชื่อว่าจตุคามเป็นที่พึ่งได้มากกว่านักการเมืองด้วยซ้ำ

เค้าเห็นด้วยนะที่บ้านเรามีพระมหากษัตริย์

เพราะพระมหากษัตริย์อยู่ตลอด ไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐบาลไปกี่สมัยกี่วาระ,

ก็ทำให้ประสบการณ์ที่ทรงได้รับ อาจใช้ชี้แนะท้วงติงรัฐบาลได้อย่างแม่นยำ.

แต่ถ้าเป็นประธานาธิบดี ที่มาแล้วไป ก็อาจจัดการอะไรไม่ถูก.

แล้วถ้าบ้านเราเป็นประธานาธิบดีก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊งลูกเดียว,

แค่นายกฯ มาจากการเลือกตั้งก็ยังเน่าขนาดนี้.


อ่านมาจากหนังสือที่พิมพ์ตอนธรรมศาสตร์ครบเจ็ดสิบสองปี (มั้งคะ)

และประจวบกับที่ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี, มีว่า

ทีแรกตอนที่คณะราษฎรยึดอำนาจ ยังปรึกษากันว่า จะให้มีพระมหากษัตริย์ไหม,

แล้วก็เห็นว่าควรจะมี เพราะประชาชนยังไม่รู้เรื่องการปกครอง ไม่เข้าใจว่าประชาธิปไตยคืออะไร

บางคนคิดว่าเป็น "เจ้าคุณพหล" [ก็คือ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) ค่ะ]

บางคนก็ว่าเป็น "พระปกเกล้าฯ" แล้วอีกอย่าง พระมหากษัตริย์เราก็เป็นศูนย์รวมใจของประชาชน

ก็ควรเอาไว้. เค้าก็ว่าดีแล้วที่คณะราษฎรเอาไว้อะนะ, ไม่งั้นก็เจ๊งกะบ๊งกันมาตั้งแต่เจ็ดสิบสองปีที่แล้วแล้ว.


ความเห็นส่วนตัว: ไอ้จตุคามฯ เนี่ยเป็นเรื่องโง่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในประชาชนคนไทยเลยล่ะค่ะ.

ทำไมงมงายกันขนาดนี้, มันก็เป็นของที่เราสร้างขึ้นมากะมือ แล้วมันจะช่วยอะไรได้.

บางคนบอกว่า เป็นเรื่องดี เพราะช่วยให้เศรษฐกิจดี, แต่เศรษฐกิจดีบนความโง่ของคนเนี่ยเป็นเรื่องดีตรงไหน.


อ่าน ฅ คน ฉบับมกราคม ๒๕๕๑, พระพยอม กลฺยาโณ ว่า ไอ้จตุคามฯ ที่เห็นว่ามีเกจิอาจารย์

มาร่วมสร้างกันคับคั่งเนี่ย ความจริงแล้วถ้าพระองค์ไหน (ลักษณะนามสำหรับภิกษุ ใช้ได้ทั้ง "องค์" ทั้ง "รูป" ค่ะ)

ไปร่วมสร้างจะได้องค์ละห้าสิบล้านบาททีเดียว.

พระพยอมก็ได้รับการติดต่อมา แต่ไม่เล่นด้วย แล้วยิ่งพระพยอมมาทำ "จตุคำ" แก้คนโง่อีก, ถึงกับโดนขู่ฆ่า~!


มาเพิ่มเติมคำพระพยอม:

"...มันมีไอ้พวกออกกว้านหาที่ เที่ยวไปขอลงเสกกับวัดดัง ๆ มันเอาเงินมาฟาดหัวเราห้าสิบล้าน

ขอมาทำพิธีเสก ให้ห้าสิบล้าน ไม่ต้องทำอะไร แค่เราเซ็นมันจ่ายเลย เรื่องลงทุนเรื่องอะไร เรื่องพิธงพิธี มันทำเองหมด

มันไม่คิดว่าเราเนี่ยอยู่กับหลวงพ่อพุทธทาส อยู่กับหลวงพ่อปัญญาฯ อยู่มาจนเรียกว่าอุดมการณ์เรื่องทางนี้

มันฝังหัวเราจนไม่มีทางที่เราจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้...


">> พูดถึงเงินห้าสิบล้านก็เอาไปทำประโยชน์ไปช่วยคนได้มากนะครับ

" ก็ถูก แต่การได้เงินมาจากความโง่ของคนเนี่ย อย่าได้เสียเลยดีกว่า ร้อยล้านพันล้านก็อย่าได้..."

ณต

#113
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 11:06 น.
ต้องบอกว่า "ตามกฎมณเฑียรบาลโดยสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญค่ะ,"

เพราะกฎมณเฑียรบาลมาตราใดถ้าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็เป็นอันใช้ไม่ได้.

ความเห็นส่วนตัว: อยากได้ทีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรฯ มากกว่าพระราชบิดาของพระองค์นะ.




อ๊ะ เลือกข้างแล้ว  :22:


อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 11:06 น.
อ่านมาจากหนังสือที่พิมพ์ตอนธรรมศาสตร์ครบเจ็ดสิบสองปี (มั้งคะ)

และประจวบกับที่ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี, มีว่า

ทีแรกตอนที่คณะราษฎรยึดอำนาจ ยังปรึกษากันว่า จะให้มีพระมหากษัตริย์ไหม,

แล้วก็เห็นว่าควรจะมี เพราะประชาชนยังไม่รู้เรื่องการปกครอง ไม่เข้าใจว่าประชาธิปไตยคืออะไร

บางคนคิดว่าเป็น "เจ้าคุณพหล" [ก็คือ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) ค่ะ]

บางคนก็ว่าเป็น "พระปกเกล้าฯ" แล้วอีกอย่าง พระมหากษัตริย์เราก็เป็นศูนย์รวมใจของประชาชน

ก็ควรเอาไว้. เค้าก็ว่าดีแล้วที่คณะราษฎรเอาไว้อะนะ, ไม่งั้นก็เจ๊งกะบ๊งกันมาตั้งแต่เจ็ดสิบสองปีที่แล้วแล้ว.


เคยอ่านเอกสารจากแถวๆนี้
กล่าวว่ามีการกระชากพระพาหุ
ของรัชกาลที่เจ็ดให้ลงพระปรมาภิไทยเลยล่ะครับ
แต่ไม่รู้จะเอามาอ้างอิงได้หรือเปล่า

มากกว่านั้นคือ มีการฟ้องร้อง
รัชกาลที่เจ็ดด้วย เคยทราบกันไหมครับ   :41:
(อันนี้อ้างอิงได้)

ในท้ายที่สุดท่่านก็ต้องสละราชสมบัติ
และเสด็จสวรรคตอย่างเดียวดาย
ที่เมือง เวอร์จิเนียร์ วอเทอร์
ในอังกฤษนี่แหละ :05:
(ตูเคยไปเมืองนี้มาแล้วด้วยนะ  :39: )



เก้อ

สวัสดีคุณยูริครับ มีสาวๆมาร่วมถกอีกคนแบบนี้
ค่อยน่าชื่นใจหน่อย :33:

- ถนอมนี่ สมัย 14 ตุลา 16 เลยนะครับ
- น่าจะใช้ราชาศัพท์ให้ถูกนะครับ เห็นว่าเรียนอักษรจึงท้วงติงนะจ๊ะ
(ยกเว้นว่ามีเหตุผลอื่นใดรองรับ)ผมเองก็ใช้ผิดๆถูกๆ แต่ก็พยายามอยู่
- จตุคาม มีกระจู๋จตุคามยาวเหยียดสักล้านหน้าได้ ถ้าสนใจลองติดตาม
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,9608.0.html
สับจนเละเป็นโจ๊กเลย :30:
-ที่สัมภาษณ์ทาง CNN เข้าใจว่าเป็นที่สัมภาษณ์
คุณวิลเลี่ยม อิโตะ อดีตเอกอัคราชฑูตอเมริกาใช่ไหมครับ


I ROCK , THEREFORE I AM

icez

มาเลือกข้างมั่ง
อยากให้สมเด็จพระเทพฯ เป็นมากกว่าครับ

YURi+

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 11:32 น.
- น่าจะใช้ราชาศัพท์ให้ถูกนะครับ เห็นว่าเรียนอักษรจึงท้วงติงนะจ๊ะ
(ยกเว้นว่ามีเหตุผลอื่นใดรองรับ)ผมเองก็ใช้ผิดๆถูกๆ แต่ก็พยายามอยู่

เปล่าค่ะ, ราชาศัพท์อะ เค้าใช้คล่อง (เด็กอักษรฯ นะ  :21:).

แต่ไม่ค่อยอยากใช้ (ถ้าไม่จำเป็น) เพราะ "บุคคลมีความเสมอภาคกัน"

และไม่อยากดูถูกตัวเองค่ะ (แค่แทนตัวเองว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เนี่ย

ก็หมายความว่าเราต่ำต้อยกว่าฝุ่นติดเท้าของผู้ที่พูดด้วยซ้ำ).

แล้วที่มีคนบอกว่า ราชาศัพท์เป็นวัฒนธรรมไทย, ที่จริงเรารับมาจากเขมรด้วยซ้ำ.


อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 11:32 น.
- จตุคาม มีกระจู๋จตุคามยาวเหยียดสักล้านหน้าได้ ถ้าสนใจลองติดตาม
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,9608.0.html
สับจนเละเป็นโจ๊กเลย :30:

กระจู๋นั้นอ่านมานานแล้วแหละค่ะ 55+

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 11:32 น.
-ที่สัมภาษณ์ทาง CNN เข้าใจว่าเป็นที่สัมภาษณ์
คุณวิลเลี่ยม อิโตะ อดีตเอกอัคราชฑูตอเมริกาใช่ไหมครับ

เปล่าค่ะ, เป็นนักข่าวที่ห้องส่งคุยกะนักข่าวที่มาลงพื้นที่ตอนพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม

ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐.

เก้อ

โอเคครับ
ผมก็กะอยู่ไงว่าคงมีเหตุผลอะไรรองรับเลยวงเล็บไว้
ผมก็เห็นแบบนั้นล่ะครับ แต่คิดว่ามันเป็นวัฒนธรรมทางภาษา
ที่ใช้เพื่อแสดงความเคารพ พอดีผมยังเคารพทั้งสองพระองค์อยู่
ผมจึงใช้ เคารพที่มาจากความรัก ไม่ได้มาจากความเป็นเจ้า

ส่วนเรื่องใช้แล้วดูถูกตัวเอง ผมว่ามันเป็นแค่เปลือกเท่านั้นครับ
เรื่องความเท่าเทียมกันของมนุษย์ ผมก็คิดว่ามันเป็นเพียง
เปลือกวิธีคิดของตะวันตก จริงๆผมก็เชื่อแบบนั้นล่ะ
แต่อย่างที่บอก อิทธิพลมาจากพุทธศาสนามากกว่า
มันมีมิติอื่นพิจารณาร่วมมากกว่า ซึ่งถ้าเล่าต่อ
คงจะยิ่งงงไปใหญ่ เพราะผมดันไม่นับถือศาสนา
และไม่ไหว้พระ (ยกเว้นเป็นองค์ที่ผมเคารพ-ท้องถิ่นผมเรียกพระว่าองค์เช่นกัน)
รูปเคารพชนิดอื่นๆยิ่งเป็นเพียงอิฐปูน พระพิฆเณศของมหาลัยก็ด้วย


กระจู๋จตุคาม พอดีเห็นแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูล
ซ้ำกับในนั้น เลยนึกว่ายังไม่ได้อ่านน่ะครับ


I ROCK , THEREFORE I AM

8e88

#118
ความกังวลเรื่องที่ว่าถ้าสิ้นในหลวงไปแล้ว บ้านเมืองไทยจะวุ่นวาย
....เรื่องนี้หลายๆคนก็คิดคล้ายๆกัน ว่ามันคงจะเกิดขึ้นแน่ๆถ้าดูจากสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน
เท่าที่ศึกษาประวัติศาสตร์หลายๆยุคหลายๆประเทศมา ตอนนี้ประเทศไทยกำลังหมิ่นเหม่มาก อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลง
เหตุการณ์มันพ้องกับหลายๆยุค เช่น

- ในยุคสมเด็จพระนารายณ์มหาราชของอยุธยา เป็นกษัตริย์ที่ปกครองบ้านเมืองยาวนาน ประชาราษฎ์มีสุข ประเทศสยามเจริญถึงขีดสุด แต่ใครจะรู้บ้างว่าหลังจากสิ้นรัชกาลไปแล้ว ราชวงศ์ปราสาททองก็สิ้นสูญ การปกครองเปลี่ยนมือไปที่ราชวงศ์บ้านพลูหลวง อยุธยากลับเริ่มยุคเสื่อมอย่างรุนแรง ช่วงชิงอำนาจกันไม่เว้น กษัตริย์องค์ต่อๆมาไร้ซึ่งความสามารถ จนเกิดเหตุกรุงแตกครั้งที่ 2

- ในจีนสมัยราชวงศ์ชิง จักรพรรดิคังซี (หนังจีนชอบเอายุคนี้มาสร้าง เช่น อุ๊ยเสี่ยวป๊อ) จักรพรรดิคังซีอาจจะเปรียบได้ว่าเป็นมหาราชองค์นึงของจีนเลย แต่ประเทศจีนจะไม่ยกย่องจักรพรรดิบางองค์ขึ้นเป็นมหาราชเหนือจักรพรรดิคนอื่นๆ เพราะมีความเชื่อที่ว่าจักรพรรดิทุกองค์เป็นโอรสสวรรค์เหมือนกัน .... กลับมาต่อ คังซี เป็นจักรพรรดิชาวแมนจูที่ชนะใจชาวฮั่น ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น มีการต่อต้านชาวแมนจูจากชาวฮั่นมาโดยตลอด  ทำให้ความสมัครสมานสามัคคีเกิดขึ้นในแผ่นดิน และถือว่าจีนรุ่งเรืองสุดๆก็ยุคนี้เหมือนกัน ....แต่หลังจากสิ้นจักรพรรดิคังซี บ้านเมืองของจีนก็แย่ขึ้นเรื่อยๆ ขุนนางและเชื้อพระวงศ์เริ่มแตกแยกชิงอำนาจ บวกกับมีชาติตะวันตกเข้ามาวุ่นวาย ทำให้จีนแทบล่มสลายและกลายเป็นมังกรหลับมาหลายสิบปี

ยกเอาแค่ 2 ตัวอย่าง จะเห็นได้ง่ายๆว่าถ้าผ่านจุดสูงสุด สงบสุข มาแล้วมักจะเข้าสู่จุดเสื่อมแบบรวดเร็วและคาดไม่ถึง

คิดว่าเราคงจะทันได้เห็นเหตุการณ์อัปยศแบบที่เราเคยเห็นในประเทศเพื่อนบ้าน ..เขมรฆ่ากันเอง ..เวียตนามแบ่งเป็นเหนือใต้
หลังจากรบราฆ่าฟันกันเองก็เกือบจะสิ้นชาติ เรื่องราวอาจจะกินเวลาไม่กี่เดือน, 1 ปี, 2 ปี, 5 ปี หรือ 10 ปี
ประชาชนในประเทศจำนวนมากอพยพย้ายหนีสงครามไปประเทศอื่น เหมือนคนจีนเริ่มอพยพออกจากประเทศช่วงที่เปลี่ยนเป็นลัทธิคอมมิวนิสต์ ,
คนเวียตนามไม่น้อยอพยพไปประเทศอื่นช่วงสงครามเวียตนาม เช่น อพยพไปฝรั่งเศส
หรือคนเวียตนามที่ยากจนก็ยังอพยพมาอยู่แถบชายแดนไทยอย่างมุกดาหาร, อุบลราชธานี จนเกิดเป็นชุมชนคนเวียตนามในประเทศไทยขึ้น

จะมีแง่ดีอยู่บ้างตรงที่ปัจจุบันการใช้ความรุนแรงมันลดลงไปแล้วต่างจากเมื่อก่อน
อย่างเนปาลพึ่งจะประกาศเลิกใช้ระบบกษัตริย์ไม่กี่อาทิตย์ก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนนองเลือดกันแน่นอน
แต่กลับเป็นไปแบบน้ำซึมบ่อทรายจนไม่เกิดอะไรที่รุนแรงจนน่ากลัว

ของไทยเราก็ยังเดาไม่ออกว่ามันจะเป็นไปแบบรุนแรงหรือนุ่มนวล แต่อย่างนึงก็คือผมยกย่องในหลวงองค์ปัจจุบันมาก
ถ้าย้อนกลับไปในยุคสมัย ร.7 ที่ท่านโดนบีบจากเหตุการณ์การเมืองทำให้ต้องสละราชบัลลังค์
แม้กระทั่งพระศพที่สิ้นพระชนม์ในประเทศอังกฤษก็ยังไม่มีพิธีให้สมเกียรติแบบกษัตริย์
พอ ร.8 ขึ้นครองราชย์ ก็ถูกปลงพระชนม์ .....ถ้าจะมองเหตุการณ์แล้วมันหมิ่นเหม่มากที่ประเทศไทยจะสิ้นระบบกษัตริย์
หลังจากในหลวง ร.9 ขึ้นปกครองประเทศ บ้านเมืองกลับสงบสุข ประชาชนกลับมาศรัทธากับระบบบษัตริย์มากขึ้น
แต่กลับกลายเป็นว่าปลายรัชสมัยของ ร.9 กลับเกิดเหตุการณ์แตกแยกของคนในประเทศ โดยการเสี้ยมของนักการเมืองและผู้มีอำนาจ
พอจะมองภาพกันออกรึเปล่าว่ามันกำลังซ้ำรอยประวัติศาสตร์เดิมๆที่เคยมีมาในอดีต

คิดคล้ายกันกับเก้อและอีกหลายๆคนเหมือนกัน แต่ผมมองเลวร้ายกว่านั้นนะว่า ถ้าได้รัฐบาลหรือนักการเมืองเลวๆต่อไปเหตุการณ์มันจะเกิดภายใน 10 ปีต่อจากนี้นี่แหล่ะ

icez

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 11:58 น.
โอเคครับ
ผมก็กะอยู่ไงว่าคงมีเหตุผลอะไรรองรับเลยวงเล็บไว้
ผมก็เห็นแบบนั้นล่ะครับ แต่คิดว่ามันเป็นวัฒนธรรมทางภาษา
ที่ใช้เพื่อแสดงความเคารพ พอดีผมยังเคารพทั้งสองพระองค์อยู่
ผมจึงใช้ เคารพที่มาจากความรัก ไม่ได้มาจากความเป็นเจ้า

ส่วนเรื่องใช้แล้วดูถูกตัวเอง ผมว่ามันเป็นแค่เปลือกเท่านั้นครับ
เรื่องความเท่าเทียมกันของมนุษย์ ผมก็คิดว่ามันเป็นเพียง
เปลือกวิธีคิดของตะวันตก จริงๆผมก็เชื่อแบบนั้นล่ะ
แต่อย่างที่บอก อิทธิพลมาจากพุทธศาสนามากกว่า
มันมีมิติอื่นพิจารณาร่วมมากกว่า ซึ่งถ้าเล่าต่อ
คงจะยิ่งงงไปใหญ่ เพราะผมดันไม่นับถือศาสนา
และไม่ไหว้พระ (ยกเว้นเป็นองค์ที่ผมเคารพ-ท้องถิ่นผมเรียกพระว่าองค์เช่นกัน)
รูปเคารพชนิดอื่นๆยิ่งเป็นเพียงอิฐปูน พระพิฆเณศของมหาลัยก็ด้วย


กระจู๋จตุคาม พอดีเห็นแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูล
ซ้ำกับในนั้น เลยนึกว่ายังไม่ได้อ่านน่ะครับ




โหย โคตรเท่ห์เลยครับ :25:




(ว่าจะพิมพ์อะไรซักอย่าง.. คิดแล้วอย่าดีกว่า)

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines