อัจฉริยะสร้างได้

เริ่มโพสต์โดย heart, 15 ก.ค. 2007, 23:44 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: uuuuuɐı เมื่อ 18 ก.ค. 2007, 19:35 น.
ทำไมดูเน้นคำว่าอัจฉริยะจังเลยครับ
เหมือนอ่านลัคกี้แมน ตอนที่เทนไซแมนปรากฏตัวเลย

คิดเอาว่า
ที่เขาต้องเน้น(ใครเน้นไม่รู้)

เพราะในหนังสือพูดถึงเรื่องสมองหมดเลย
และในหนังสือพูดถึง อัจฉะริยะแปดด้าน
ที่ฝึกแล้วมันเป็นได้ ฝึกนะครับ ทำอะไรบ่อยๆ
ไม่ใช่จิบน้ำ  :38:

ประมาณว่า คุณทำอะไรบ่อยๆ ก็เก่ง
เหลาไม้บ่อยก็เหลาไม้เก่ง
สร้างบ้านบ่อยก็สร้างบ้านเก่ง

ทำฟอนต์บ่อยก็ทำฟอนต์โคตรเก่ง :35:

ดื่มน้ำบ่อยแล้วทำฟอนต์เก่ง
แบบนี้ไปปลุกเสกจตุคามได้ เพราะเกินอัจฉะริยะ :30:


อย่าพยายามอ่าน เมล์ลูกโซ่เลยพี่น้องเอ้ยยยย


โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

WuTtY

คำว่า "อัจฉริยะ" มันดู "หล่อ สุดยอด" ในสายตาคนส่วนมากมั้ง
ประมาณว่าใครเป็นเด็กอัจฉริยะ ความหล่อ +200%
เลยการเป็นคำเอามาโฆษณาชวนเชื่อ เพราะเดี๋ยวนี้พ่อแม่ก็คงอยากให้ลูกเป็นอัจฉริยะ กันทั้งนั้น

นักศิลปะ

หนังสือเล่มนี้ได้ทำให้มุมมองของคำว่า "อัจฉริยะ" เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เพราะคนทั่วไปมักมองว่าคนที่เป็นอัจฉริยะต้องเป็นคนที่หมกมุ่นอยู่กับความ รู้
และไม่ค่อยมีมนุษยสัมพันธ์ มักเป็นคนที่เก่งเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง
ไม่วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ก็มักจะเป็นภาษาศาสตร์ แต่ความจริงแล้ว
อัจฉริยภาพมีมากกว่านั้น และไม่ใช่เรื่องวิชาการด้วย จากทฤษฎีพหุปัญญา
หรืออัจฉริยภาพหลายประการ (Multiple Intelligences) ซึ่งเป็นงานวิจัยของดอกเตอร์โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
และเป็นอาจารย์ของคุณหนูดีด้วย ตามทฤษฏีนี้ได้กล่าวว่า มนุษย์เรามีอัจฉริยภาพอย่างน้อย 8 ด้าน คือ

1. อัจฉริยภาพด้านภาษาและการสื่อสาร
2. อัจฉริยภาพด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว
3. อัจฉริยภาพด้านมิติสัมพันธ์และการจินตภาพ
4. อัจฉริยภาพด้านตรรกะและคณิตศาสตร์
5. อัจฉริยภาพด้านการเข้าใจตนเอง
6. อัจฉริยภาพด้านการเข้าใจผู้อื่นและมนุษยสัมพันธ์
7. อัจฉริยภาพด้านธรรมชาติ
8. อัจฉริยภาพด้านดนตรี - ความสามารถในการรักดนตรี


แต่ คนแต่ละคนจะมีบางด้านที่โดดเด่นมากกว่าด้านอื่นๆ
ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน และที่สำคัญคือคนทุกคนสามารถเป็นอัจฉริยะได้
ถ้าได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นอัจฉริยภาพในทุกด้านพร้อมๆกันนะคะ แต่ในช่วงชีวิตหนึ่งๆของคนเรา
อาจจะแสดงอัจฉริยภาพเฉพาะแค่บางด้านขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องทำ การฝึกฝน
และสภาพแวดล้อม ณ ตอนนั้นด้วย


เอาเขามาอีกที่
http://www.oknation.net/blog/artscad/2007/07/19/entry-1
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

HyoPlum

กรี๊ดดดดดด  ได้ความรู้เพิ่มครับ  :25:



ป.ล. น่าจะเปลี่ยนชื่อกระจู๋นะครับ
ความสวยไม่รับประกัน แต่ความมันเดี๊ยนรับรอง

iannnnn

เปลี่ยนแล้วครับ
จะได้มีคนเข้ามาคุยเยอะขึ้นหน่อย

เรื่องศาสตร์ 8 แขนงนั่นดูแล้วเหมือนเรื่อง HunterXHunter นะ (การ์ตูนอีกละ)
แล้วแต่ว่าใครมีเน็นทางด้านไหน
จะว่าไปผมก็เคยอ่านมั่วๆ มาจากไหนไม่รู้ เขาบอกว่ามีอยู่ 9 สาย
ซึ่งถ้าที่ผมอ่านมาไม่มั่ว ก็ผมเองนี่แหละที่จำมั่ว
ทีนี้ได้เห็นข้อมูลจากพี่ระจันก็เลยเรียบเรียงความคิดได้อีกที ขอบคุณครับ

นักศิลปะ

ฮาร์วาด บอกว่ามีสิบสายครับ
อีกสองสายทำวิจัยอยู่(จำคนเขียนหนังสือ เล่มนี้มาอีกทีแหละครับ)


ส่วนการ์ตูน มันเจ๋งอยู่แล้ว
หลายเรื่องเปิดโลกสำหรับผู้อ่านได้เสมอ

:12:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

iannnnn

ในฮันเตอร์ฯ มี 6 สายครับ (เรื่องเป็นไงไม่รู้ คนเขียนใกล้ตายแล้ว)
ส่วนในนารุโตะนี่ลอกฮันเตอร์มาเลย แต่จำไม่ได้ว่ามันแบ่งเป็นกี่สาย

HyoPlum

เป๋ ซะ   :39:

ฮันเตอร์ 6 สาย
1. สายเสริมพลัง
2. สายแผ่พุ่ง
3. สายแปรสภาพ
4. สายควบคุม
5. สายเปลี่ยนแปลง (ไม่แน่ใจ)
6. สายพิเศษ

นารูโตะ แบ่งเป็นธาตุ (เหมือนในเกมแกรนเดียเลย)
ความสวยไม่รับประกัน แต่ความมันเดี๊ยนรับรอง

ahahohew

 :09: คิดว่าความเป็นอัจฉริยะมันเริ่มที่สมองก่อนไม่ใช่เหรอคับ
"คุณอาจจะได้พบความสุขเมื่อคุณหยุดค้นหามัน"

WuTtY

นารุโตะ มี ธาตุที่ข่มกันด้วยนะ แบบในเกมส์ rpg ทั่ว ๆ ไป
แล้วก็เอา 2 ธาตุมารวมกันได้ด้วย เ่ช่น ดิน+น้ำ ได้ ไม้ (ใช่เปล่าว่ะ จำไม่ค่อยได้ล่ะ) ประมาณนี้แหละ

iannnnn

รู้สึกว่าอยู่ดีๆ มันก็ผลิตเรื่องธาตุเข้ามา :08:
แล้วก็แถไปตามเรื่องตามราวยังไงก็ไม่รู้ครับ
เลยดูเหมือนแก่นของเรื่องมันกระจัดกระจายเข้าไปทุกที

เอ๊ะนี่เราเป๋กันใช่ไหม :25:

นักศิลปะ

งั้นในวัน พีช
ผลไม้ปีศาจ ก็คือ สมองอัจฉะริยะ สิ
กินไปปั๊บ เจ๋งเลย


เป๋  :21:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

Ah!

น่าจะมีแบ่งอีกสายนึงสำหรับผม

อัจฉริยภาพด้านเกียจคร้านตัวเป็นขน

เป็นอิจฉริยะที่ไม่ต้องฝึกอะไรนัก แค่ทำตัวนิ่งๆก็พอ
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

psyfer

รับลูกศิษย์ไหมคะลุงอ๋าห์  :30:

iannnnn

นึกถึงโนบิตะที่เป็นแชมป์หลับโลก

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines