อัจฉริยะสร้างได้

เริ่มโพสต์โดย heart, 15 ก.ค. 2007, 23:44 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

heart

ใครได้ดูจับเข่าคุย ช่อง3 วันที่ 14 กค อะครับ
มันมีเรื่องเกี่ยวกับอัฉริยะสร้างได้ อะไรซักอย่างเป็นหนังสือ อยากได้ข้อมูลจังเลย
ใครรู้บอกหน่อยนะครับ

ต้น


ความฝันกลางฤดูร้อน

ไม่ได้ดูครับ
แต่โดยส่วนตัว ไม่มีความเชื่อหรือศรัทธาในด้านนี้เท่าใด
(แต่ก่อนเชื่อนะ พวกจิตคณิต หรืออะไรเทือกนั้น แต่ช่วง10ปีหลังเริ่มไม่เชื่อแล้ว) :42:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

คนตาบอดข้างเดียว

ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

|<3N

สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ

ต้น™

ไม่ได้ดูเหมือนกัน แต่เพื่อน fw มาให้เป็นแบบนี้


อ้างอิงรายการจับเข่าคุย กับคุณวนิษา เรซ หรือคุณครูหนูดี น่าสนใจมาก รายการจับเข่าคุย กับคุณวนิษา เรซ
น่าสนใจมาก อัจฉริยะสามารถสร้างได้ และแนวคิดเกี่ยวกับการศึกษาไทย สุดท้ายที่ได้จากการดูรายการคือการคิดบวก ความสร้างสุขทุกๆวัน เลยเสริชข้อมูลมาแบ่งกัน...

" 9 เทคนิค ฝึกสมองไบรท์ "
โดย วนิษา  เรซ ผู้วชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ด

ผู้หญิงสมัยนี้ อยากสวย ฉลาด และสุขภาพดี ทุกคนจึงพากันดูแลรูปร่าง ด้วยการออกกำลังกาย เคร่งครัดเรื่องอาหารการกิน แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี ทั้งที่สมองเป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ต่อไปนี้

1.  จิบน้ำบ่อย ๆ
สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เห่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมอง  เห่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ

2.  กินไขมันดี
คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

3.  นั่งสมาธิวันละ 12 นาที
หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน

4.  ใส่ความตั้งใจ
การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน

5.  หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ
ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

6.  เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่  อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์

7.  ให้อภัยตัวเองทุกวัน
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง

8.  เขียนบันทึก Graceful Journal

ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

9.  ฝึกหายใจลึก ๆ
สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 %

    การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม

ปล. อ่านๆ ดูแล้ว .... ตกลงมันจริงใช่ไหมครับ
where there's a will there's a way

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

ความฝันกลางฤดูร้อน

แม้ว่าหลักทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวในนั้นจะผิดๆเพี้ยนๆไปบ้าง แต่มันก็โอเคครับ ....  :39: ถ้าไม่ได้เข้าไปดูในเวปนั้น
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

นักศิลปะ

ผมได้ดูรายการนี้ครับ

หนังสือเล่มนี้ก็อ่าน

ลองหามาอ่านดูครับ
อะไรอย่างอื่นผมไม่รู้

แต่เขาเขียนหนังสือได้อ่านง่ายมาก
มีประโยชน์ต่อโลก ดีด้วยครับ


ส่วนคุณภาพ ชีวิตที่เป็นเมล์ลูกโซ่
อ่านหนังสือเต็มๆ ดีกว่า ย่อยเอาเอง
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

ความฝันกลางฤดูร้อน

อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจันฯ เมื่อ 16 ก.ค. 2007, 17:24 น.
ผมได้ดูรายการนี้ครับ

หนังสือเล่มนี้ก็อ่าน

ลองหามาอ่านดูครับ
อะไรอย่างอื่นผมไม่รู้

แต่เขาเขียนหนังสือได้อ่านง่ายมาก
มีประโยชน์ต่อโลก ดีด้วยครับ


ส่วนคุณภาพ ชีวิตที่เป็นเมล์ลูกโซ่
อ่านหนังสือเต็มๆ ดีกว่า ย่อยเอาเอง
อ่านของพี่ระจันแล้วเลยสะกิดใจ
เข้าไปอ่านให้ละเอียดอีกครั้ง

:05: :05: :05: :05:
เอาล่ะ
อ้างอิงไม่ได้ดูครับ
แต่โดยส่วนตัว ไม่มีความเชื่อหรือศรัทธาในด้านนี้เท่าใด
(แต่ก่อนเชื่อนะ พวกจิตคณิต หรืออะไรเทือกนั้น แต่ช่วง10ปีหลังเริ่มไม่เชื่อแล้ว)
ตอนเด็กๆ ค่อนข้างตื่นเต้นไปกับเทคนิคช่วยจำแบบต่างๆ ตื่นเต้นกับการบวกเลขลบเลขอย่างรวดเร็ว
แต่ต่อมาก็รู้ว่าหลักสูตรที่ทำให้เราแค่บวกเลขเร็วอย่างเดียว มันไม่ได้คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปเลย

อ้างอิงแม้ว่าหลักทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวในนั้นจะผิดๆเพี้ยนๆไปบ้าง แต่มันก็โอเคครับ ....  เอือม ถ้าไม่ได้เข้าไปดูในเวปนั้น
เช่นกันครับ ลองดูในFwd แล้ว มันตะหงิดใจ
การจิบน้ำบ่อยๆ ไม่ได้ทำให้สมองดีขึ้นแต่อย่างใด (ถ้าปกติคุณดื่มน้ำพอ)
การกินไขมันดีๆจากไอ้นั่นไอ้นี่ก็ไม่ได้ทำให้สมองดี ถ้าปกติกินอาหารที่ดีอยู๋แล้ว
การนั่งสมาธิ ถ้าไม่ฝึกจริงๆ ก็ไม่ได้คลื่นอะไรที่ว่านั่น

ก็เลยเกิดความรู้สึกติดลบ

พอตะกี้อ่านของพี่ระจัน ก็เลยลองไปอ่านเนื้อหาในWebนั้น

อ่านเทคนิกที่เขาใช้ อ่านวิธีการและแนวคิด ก็เลยพบว่า
:05: :05: :05:
ผมพลาดไปแล้วครับ ดันไปติและวิจารณ์ของจริงเข้าจนได้ เพราะแนวคิดวิธีการที่ว่ามันคือของที่ใช้กันจริงและที่จริงก็ใช้กันทั่วไปในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง

ขอโทษครับ ที่อ่านไม่ละเอียด ติเรือทั้งโกลน  :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

นักศิลปะ

 :22:

ผมอ่านหนังสือ อัจฉะริยะสร้างได้
นี่อย่างอิ่มเอมเลยครับ
ด้วยความที่ว่า เขาเขียนเรื่องยากมาก
ออกมาให้สนุก ...มากด้วย

ผมไม่ได้คาดหวังว่าผมอ่านแล้วจะต้องเป็น
หรือเอาไปใช้กับลูกหรือใครอื่นแล้วเขาต้องเป็น
อัจฉริยะ
แต่ก็มีประโยชน์ อย่างน้อยๆ ก็วิธีคิดทั้งหลาย
ทำให้เรากลมกล่อม ขึ้นครับ :25:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

คนตาบอดข้างเดียว

หมดยุคอัจฉริยะเพี้ยนๆ พี้กันตายตอนอายุยังไม่ถึงสามสิบแล้วเหรอ 555
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

WuTtY

อ้างคำพูดจาก: ต้น™ เมื่อ 16 ก.ค. 2007, 17:13 น.
" 9 เทคนิค ฝึกสมองไบรท์ "
โดย วนิษา  เรซ ผู้วชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ด

9 ข้อนี้ ผมว่าทำดูก็ไม่เสียหายครับ ถึงแม้นมันจะไม่ได้ทำให้เราฉลาดขึ้นแต่ก็ทำให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นได้ครับ

อ้างอิง
1.  จิบน้ำบ่อย ๆ
สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เห่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมอง  เห่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ

การจิบน้ำบ่อย ๆ จะดีกว่าการกินน้ำทีเดียวรวดเดียวเยอะ ๆ
อันนี้เคยได้ยินมาว่าการกินน้ำรวดเดียวเยอะ ๆ ทำให้ไตต้องทำงานมากกว่าปกติ เพราะน้ำปริมาณที่มาเกินไปมันจะต้องถูกขับออกมาหมดโดยที่ร่างกายไม่ได้ใช้

อ้างอิง
2.  กินไขมันดี
คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

อันนี้ไม่รู้ว่าจริง เปล่า แต่ไขมันก็เป็นสิ่งจำเป็นเพราะวิตามินบางอย่างต้องละลายในไขมันเท่านั้น :D

อ้างอิง
3.  นั่งสมาธิวันละ 12 นาที
หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน

การนั่งสมาธิตอนเช้าถ้าทำได้ก็ดี (ผมยังทำไม่ได้เลย) เคยทำอยู่วัน 2 วันก็รู้สึกว่า ร่างกายแจ่มใส เหมือนกับเป็นการเตรียมร่ายกายให้พร้อมที่จะทำกิจกรรมต่อไป

อ้างอิง
4.  ใส่ความตั้งใจ
การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน

การใส่ความตั้งใจลงไปในงานที่เราทำทุก ๆ อย่างย่อมทำงานออกมาดี
ปล. ถูกใจ หรือไม่ถูกใจ เจ้านาย หรือ ลูกค้านั่นอีกเรื่อง :D

อ้างอิง
5.  หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ
ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

7.  ให้อภัยตัวเองทุกวัน
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง

8.  เขียนบันทึก Graceful Journal

ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

อันนี้ก็ดีนะ หัดเป็นคนมองโลกในแง่ดี จะได้ไม่แก่เร็ว

อ้างอิง
6.  เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่  อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์

การเรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน ก็เหมือนเป็นการพัฒนาตัวเองอยู่แล้ว แต่การจะไปหาเรื่องใหม่ ๆ มาเรียนทุกวันอาจจะทำได้ยากหน่อย ต้องทำงานเลี้ยงชีวิตนิ

อ้างอิง
9.  ฝึกหายใจลึก ๆ
สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 %

เหมือนเป็นการนั่งสมาธิไปในตัว :D

ประมาณนี้มั้ง


iannnnn

ทำไมดูเน้นคำว่าอัจฉริยะจังเลยครับ
เหมือนอ่านลัคกี้แมน ตอนที่เทนไซแมนปรากฏตัวเลย

ดาเฉยๆ

อ๊ะ  เพราะว่าอันนี้หรือเปล่า ที่บอกให้จิบน้ำบ่อยๆ

เห็นฝรั่งที่เรียนหลักสูตรอินเตอร์ที่ มช. มีขวดน้ำติดตัวตลอดเลย  :25:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines