ชี้แจงลิขสิทธิ์การใช้ฟอนต์

เริ่มโพสต์โดย Happychan, 22 ม.ค. 2007, 14:42 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ooooo

อันเนื่องมาจากผมใช้ Google Desktop
แ้ล้วเจ้าโปรแกรมนี้จะมีคุณสมบัติอย่างนึง คือจะเก็บข้อมูลเนื้อความของเว็บที่เข้า
ซึ่งบางครั้งมันก็จะเก็บ บางครั้งก็ไม่เก็บ ดังนั้นบางช่วงจึงหายไป
ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบดู ปรากฏว่ามันดันเก็บข้อความของ จขกจ. ที่โพสต์ไว้ 3 โพสต์แรกน่ะครับ

ใครที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ก็จะได้จับประเด็นถูก

อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ม.ค. 1970, 07:00 น.
สืบเนื่องจากอยากเป็นคนดี ทำถูกกฎหมายก็เลยทำการศึกษาเรื่องลิขสิทธิ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
และแน่นอนต้องไม่ลืมเรื่องฟอนต์ด้วย...ที่มีกฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครอง

การคุ้มครองลิขสิทธิ์ฟอนต์ ก็เหมือน Software อื่นๆ เพราะฟอนต์ได้ลิขสิทธิ์เป็นชุดโปรแกรม
เพราะฉะนั้นดูกันให้ดีๆ...ว่าเจ้าของจะมีลิขสิทธิ์ในส่วนใดบ้าง

ลิขสิทธิ์ของเจ้าของโปรแกรมก็คือ เราต้องลงแผ่นจริง ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์
แต่ฟอนต์ที่ Create แล้ว เค้าไม่มีสิทธิ์ในผลงานของเรา   เช่น โปสเตอร์ แผ่นพับ เป็นต้น

หน้าที่เค้าคือ ตรวจสอบที่มาของผลงาน >> ว่าเกิดจากคอมฯเครื่องที่ลงแผ่นที่ถูกกฎหมายรึเปล่า

หน้าที่ของผู้ใช้ฟอนต์ที่มีลิขสิทธิ์ก็คือ ทำงานกับเครื่องคอมฯที่มีฟอนต์ที่ Install อย่างถูกกฎหมาย จากแผ่นจริง

ป.ล. เค้าไม่มีสิทธิ์ในการกำหนดว่าฟอนต์ใช้ได้เฉพาะงานโน้นงานนี้เท่านั้น  เราซื้อฟอนต์เค้ามา ส่วนเราจะเอาไปทำอะไรก็เป็นเรื่องของเรา  เพราะเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาบอกว่า ฟอนต์ที่สร้างหรือเรียบเรียงมาเป็นภาษไทยที่อ่านได้แล้ว ถือว่าเป็นทรัพย์สินของชาติค่ะ

อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ม.ค. 1970, 07:00 น.
อ่านเรื่องลิขสิทธิ์ที่โพสกันมาโดยตลอดแล้ว  "ขอกล่าวในความเป็นกลาง..จริงๆ"
ความกระจ่างน่าจะอยู่ที่ "คุณ...ผู้ที่เป็นผู้ผลิตฟอนต์ได้ทำอะไร ที่เป็นการลงแรง ลงสมองไปบ้าง" ดูจากเนื้อหาขั้นตอนการสร้างฟอนต์แล้ว น่าเป็นเรื่องของโปรแกรมในการผลิตขึ้นมา

เพราะฉะนั้นความลำบากอยู่ที่การปั้นฟอนต์ขึ้นมา ในรูปของโปรแกรม ที่จะเอาลงไปในตัวคอมฯ

ดังนั้น ลิทธิบัตรที่ได้รับมาก็แสดงชัดเจนอยู่แล้วว่าคุณได้รับความคุ้มครองในกรณีของชุดโปรแกรม
หน้าที่ของเจ้าของลิขสิทธิ์ ก็อยู่ที่ว่ามีคนเอาโปรแกรมของคุณไปใช้จากแผ่นแท้รึเปล่า   
แต่ไม่เกี่ยวว่าเค้าจะเอาไปทำอะไร....อันนี้ถือว่าคนไทยเข้าใจสิทธิของตัวเองผิดเพี้ยนไปมากๆ

เพราะ ถ้าไม่จบแค่ตรงนั้น...คงเถียงกันไม่จบไม่สิ้น  เหมือนกับเราซื้อของแบรนเนมมาแล้ว...จะเอาไปทำอะไรต่อก็เรื่องของเรา จะเอาไปใช้เอง หรือจะเอาไปให้ญาติผู้ใหญ่เพื่อให้เค้ารักเรา จนมอบมรดกพันล้านให้เรา ผู้ผลิตแบรนเนมก็ไม่มีสิทธิ์มาขอแบ่งกองมรดก จากเหตุผลที่ว่า"ก็เพราะสินค้าชั้นไง คุณก็เลยได้มรดก เพราะฉะนั้นชั้นจะขึ้นราคาของที่คุณซื้อไปชิ้นนั้น"

ลองคิด ดูว่าเจ้าของฟอนต์บอกว่า เพราะฟอนตร์เค้าที่เราเอาไปทำประโยชน์โน่นนี่นี่นั่น เลยทำให้เราได้เงินเยอะ เพราะฉะนั้นขอเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์จากเราเยอะ.....แล้วถ้าเราซื้อฟอนต์เค้า มา แล้วเราขายไม่ได้ เพราะเราเอาฟอนต์เค้ามาทำ LOGO หรือทำโปสเตอร์ขายสินค้า แล้วดันขายของไม่ออก เจ๊ง ....อันนี้เราสามารถฟ้องเค้ากลับได้มั๊ยล่ะ ว่า"เพราะฟอนต์เค้า ทำให้เราขายของไม่ได้ ของเรียกค่าเสียหาย"

ส่วน เรื่องการสร้างสรรค์ฟอนต์ใหม่....ก็เหมือนการขายแชมพู  ยังไงแชมพูก็ต้องมีฟอง มีส่วนปรพกอบหลักเหมือนๆกัน แต่จะต่างกันที่รายละเอียด เหมือนการถ่ายรูป ถ่ายวัดนี้ มุมนี้ยังไงก็หน้าตาแบบนี้ แต่เราถ่ายเองกับมืออ่ะ....ส่วนฟอนต์ ก็เราชอบหน้าตาฟอนต์แบบนี้ แล้วเราก็สร้างเองกับมืออ่ะ ไม่ได้เอาของเค้ามาลอก มันคล้ายๆกัน ทำไมจะคล้ายไม่ได้  หรือเหมือนกันร้านก๋วยเตี๋ยวอ่ะ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แต่คนละสูตร...ทำกันคนละร้าน คนละหม้อ  ใครมีทำเลดีกว่า ราคาเหมาะสมกว่าก็ขายได้ ไม่อย่างนั้นก็มีก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าเดียวในโลกหน่ะสิ

ทำเอง สร้างเองกับมือ แล้วอยากจะขาย ก็ไปจดลิขสิทธิ์ในตัวชุดโปรแกรมของตัวเองซะ แล้วก็ประกาศพร้อมราคาที่เหมาะสมให้ทราบโดยทั่วกัน  ลูกค้าชอบแบบไหนก็ซื้อแบบนั้น จะต่างกันนิดหน่อยก็ไม่เห็นตาย...อยู่ที่ราคาว่าเหมาะสมมั๊ย  ของดี-ไม่โก่งราคา ใครๆก็ซื้อ

พูดในฐานะที่เคารพเรื่อง ลิขสิทธิ์ แต่ไม่อยากให้คนดีๆต้องโดนคนที่หัวหมอมาเอาเปรียบ  หรือคนดีๆอยากสร้างสรรค์งาน แต่ต้องมาติดกับความงี่เง่าของคนที่ไม่ดี

สังคมคนดีต้องเข้มแข็ง ฉลาดและรู้เท่าทัน.....

อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ม.ค. 1970, 07:00 น.
ที่พูดนี่ขอพูดในส่วนของเพื่อการค้าก่อนนะคะ

เพื่อการค้าก็ เพื่อการค้า  แต่จะไปค้าอะไรก็เรื่องของเรา เพราะตอนนี้มีการระบุว่า ใช้ได้เฉพาะสิ่งพิม์ หรือเฉพาะ TV ซึ่งจริงๆแล้วถ้าเราซื้อในราคาเพื่อการค้าก็ควรมีราคาเดียว...ไม่สามารถ ระบุว่าเป็นการค้าแบบไหน  แต่ที่เค้าทำกันมานี่ไม่รู้ว่าทำได้ยังไง  และที่ยังทำต่อไปได้ก็เพราะไม่มีใครลุกขึ้นมา

หลังจากนี้ เนื้อหาของ จขกจ หลังๆส่วนใหญ่
คือจะให้ไปอ่านในหน้าแรกครับ ซึ่งก็คือ 3 โพสต์นี้นั่นเอง (ซึ่งตอนนี้อยู่หน้า 13)

นะ...

iannnnn


Zafire06


ooooo

เอ๊ะ อินี่ไม่รู้ฟังเว้ย

ไปอ่านหน้า 13 ไป๊

Zafire06


ยุนเอ



กลับไปอ่านหน้า 13 อีกครั้งนะครับ
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

ลุงซัน

#186
อ้างอิง
คำถามที่พยายามจะถามคือ

การที่เราซื้อฟอนต์มาหนึ่งฟอนต์
ปกติเราทำแต่สิ่งพิมพ์ มีอยู่วันนึง
เราเกิดได้งานทีวีมา แล้วเอาฟอนต์นั้นไปใช้

เจ้าของสิทธิ์ฟ้องเราข้อหาละเมิด
ถามว่า เราจะผิดข้อหาละเมิดหรือเปล่า
เจ้าของสิทธิ์ทรงสิทธิ์นั้นจริงหรือ

ผมไม่แน่ใจว่ากฎหมายไทยครอบคลุมแค่ไหน
แต่อย่างในเมืองนอก ถ้าคุณจะขายซอฟท์แวร์
ถ้าฟีเจอร์คุณไม่ได้เพิ่มขึ้น
สิ่งที่เขาทำได้ก็คือขายLicense ตามจำนวนเครื่องเท่านั้น

:16: เสียดายไม่ได้อ่านความเห็นจากคุณแฮปปี้


ลองทำใจให้เป็นธรรมก่อนนะครับ(บังเอิญในกฎหมายเขียนไว้) เป็นธรรมอย่างไรก็ได้(เอาใจหลายๆฝ่ายมาเป็นใจเรา และ อ่านตัวบทกฏหมายดีที่สุดครับ[จะได้ไม่ต้องเอาความคิดใครไปพัวพันซะก่อน])
แล้วลองดูี้
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=8789.msg478811#msg478811
------
กับมาเพิ่มอีกนิด ที่ว่า "แต่อย่างในเมืองนอก ถ้าคุณจะขายซอฟท์แวร์
ถ้าฟีเจอร์คุณไม่ได้เพิ่มขึ้น
สิ่งที่เขาทำได้ก็คือขายLicense ตามจำนวนเครื่องเท่านั้น"
ไม่เสมอไปครับ หลายตัวแจกฟรี(ถ้าใช้ส่วนบุคคล) หลายตัวกำหนดการใช้(ส่วนบุคคล การศึกษา freeware shareware commercial) หลายตัวกำหนดการใช้ในองค์กร ซึ่งราคาต่างกัน (single,freeware,shareware ....,site,[per]server,[per]cpu,corperate ..etc) ลองดูๆครับมีหลายตัว
(แต่ส่วนมากก็ตามคุณ iamnot บอกครับจะขายเป็นราคาเดียว)
http://www.thaibuddy.com (ฟรีดิกชันนารี่ ชี้แล้วแปล)
ผมรู้เล็กน้อย

psk_type

คุณ iamnot ครับ ความจริงไม่มีใครหลงประเด็นหรอกครับ
เพียงแต่ตัวอย่างที่คุณยกมา "ว่าถ้าคุณซื้อรถเก๋ง แล้วจะมาบรรทุกอะไรนั่น มันเข้าพงตั้งแต่
ที่คุณพยายามยกตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบแล้วครับ ซอฟท์แวร์กับรถยนต์... ผมก็แค่ตามน้ำไป :43:

คืออย่างนี้นะครับ ผมไม่ได้มาโต้แย้งนะครับ แต่จะมาเล่าให้ฟัง

คือโดยกฎหมายลิขสิทธิ์ไม่เฉพาะของไทยนะครับ แต่ของทั้งโลกเหมือนๆกันคือ
ในกรณีที่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ มีสิทธิ์กำหนดการใช้งานได้ครับ

เหมือนที่ผมเคยเรียนไปแล้วว่า "เค้าขายสิทธิ์การใช้งาน ไม่ได้ขายขาด"

อย่างในกรณีที่คุณ iamnot ซื้อสิทธิ์การใช้งานแบบสิ่งพิมพ์ วันนึงคุณรับงานทีวีเพิ่มขึ้นมา
คุณก็ติดต่อเจ้าของสิทธิ์เพื่อขอใช้สิทธิ์เพิ่ม ก็เท่านั้นครับ ไม่ยากเย็นอะไร

เรื่องสิทธิ์ก็อีกเหมือนกันครับ สมมุติคุณ iamnot คิดค้นหรือประดิษฐ์อะไรขึ้นมาได้สักอย่าง
คุณก็มีสิทธิ์ในผลงานของคุณใช่มั๊ยครับ คุณอยากจะให้ใครใช้ก็ได้ หรือขายก็ได้
หรือจะไม่ให้ใครใช้ก็ได้ จริงมั๊ยครับ เพราะมันเป็นของๆคุณ เป็นผลงานของคุณ
แต่ถ้าอยู่ดีๆ มีคนมาบอกว่าคุณต้องเอาของที่คุณทำขึ้นมา มาขายให้ชั้นนะ
ชั้นจะซื้อในราคานี้ แล้วชั้นจะเอาไปทำอะไรก็ได้ เพราะชั้นซื้อของเธอแล้ว
คุณคงจะรู้สึกแปลกๆใช่มั๊ยครับ เพราะของที่คุณประดิษฐ์ขึ้นมามันเป็น
ของๆคุณ คุณจะกำหนดเงื่อนไขยังไงก็ได้ จริงมั๊ยครับ

อธิบายยังไงดีน้า.....
เอ้า ว่ากันตรงเลยแบบไม่อ้อมหละ คือ บ.พีเอสแอล เค้าทำฟอนต์ออกมา ก็แน่หละมีของก็อยากจะขาย
แต่เราจะไปกำหนดเค้าว่า เฮ้ยต้องขายเท่านี้นะ แล้วก็ซื้อแล้วเอาไปทำอะไรก็ได้นะ เข้าใจมั๊ย!!
มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ที่จริงถ้าเค้าไม่พอใจเรา  เค้าก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ขายให้เราด้วยซ้ำไป
จริงมั๊ยครับ ไม่ใช่ว่าเราจะบังคับให้คนขาย ขายของให้เรา ในเงื่อนไขที่เราพอใจ
คิดแบบง่ายๆใจเค้าใจเรา เหมือนที่ผมยกตัวอย่างข้างบนครับ
ว่าถ้ากลับกันเป็นคุณประดิษฐ์อะไรขึ้นมาคุณก็มีสิทธิ์ในการกำหนดกฏเกณฑ์ได้อยู่แล้วครับ
เป็น เรื่องความจริงพื้นฐาน

คือเท่าที่อ่านๆมา คุณ iamnot คิดว่าคุณซื้อลิขสิทธิ์มาแล้วจะเป็นแบบไหนก็แล้วแต่
คุณก็สามารถใช้ได้ครอบจักรวาล อันนี้ไม่ใช่ครับ

ขอยกตัวอย่างอีกกรณีนึงละกัน (อาจจะไม่เกี่ยวกันยิ่งกว่าเรื่องรถเก๋งนั่น) :33:

สมมุติคุณไปพักโรงแรมที่มีมาตรฐานสักแห่ง ไปกันแบบเพื่อนฝูง
อ๊ะก็แน่นอนหละครับ เราก็จะเช่าห้องพักแบบ ห้องเดียวอยู่กันเยอะๆหารกันจะได้ประหยัด
หนุกหนานดี แต่ทางโรงแรมเค้าจะไม่หนุกหนานด้วยหนะสิครับ
เพราะเค้าจะกำหนดว่า หนึ่งห้องเตียงคู่พักได้ สองท่านเท่านั้น อาจจะอนุโลมได้ถึงสาม
แต่จะยัดเข้ามาแบบนี้ไม่ได้ มีทางออกอยู่สองทาง (เท่าที่ผมเคยเจอมานะ)
คือ ให้คุณเปิดห้องเพิ่ม โดยยืนยันว่าอยู่ได้ห้องละ สองคนเท่านั้น
กับเอ้า..ถ้าอยากอบอุ่นก็อยู่กันไป แต่เก็บค่าหัวเพิ่ม :42:

เห็นรึยังครับ เป็นเพราะคุณเช่าสิทธิ์เฉยๆ สิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของโรงแรมอยู่ เค้าจะกะเกณฑ์ยังไงก็ได้
แต่ถ้าคุณซื้อห้องในคอนโดหรูสักแห่ง คุณจะอัดเข้าไปกี่คนก็ได้ เพราะคุณซื้อขาดมาแล้ว

เหมือนกับฟอนต์ที่คุณซื้อสิทธิ์การใช้งานเท่านี้ คุณก็จ่ายเท่านี้ แล้วพอคุณจะใช้สิทธิ์มากขึ้น
คุณก็ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ก็เท่านั้นครับแต่ถ้าคุณอยากใช้หรือแจกจ่ายหรือทำอะไรกับฟอนต์ก็ได้
คุณก็ต้องซื้อขาดเลยครับ หรือจ้างผลิตก็ได้ ทีนี้คุณจะเป็นผู้ทรงสิทธิ์ในฟอนต์นั้นๆครับ

ส่วนที่คุณพูดถึงเรื่องของต่างประเทศ ที่เค้ากำหนดเป็น License ตามจำนวนเครื่องก็จริงอยู่ครับ
แต่ไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่มีสิทธิ์กำหนดนะครับ เพียงแต่เค้าไม่กำหนดเท่านั้น
คือกฎหมายเขียนไว้ชัดว่า โดยจะกำหนดเงื่อนไข อย่างใดหรือไม่ก็ได้

คือผมไม่ได้มาเถียง หรือมาอะไรนะครับ แต่แค่อยากให้คุณ iamnot ฟังความจากอีกข้างนึงเท่านั้นครับ
พูดไปก็กลัวว่าคุณจะโกรธผมเหมือนกันนะ คือเอาเป็นว่าผมไม่ได้มาโต้แย้ง
แค่มาแถลงความจริง ในอีกด้านนึงเท่านั้น

ขอบพระคุณสำหรับความกรุณา :46: :46: :46:

psk design un.,ltd.

psk_type

พอดีไปเจอข้อความนี้มา เลยเอามาแปะไว้ที่นี่
ผมคิดว่ามันน่าจะ เทียบเคียงได้นะ ไม่รู้หละ :11:

"กาลครั้งหนึ่ง.....นานมาแล้ว.....
มี..อากง..แก่ๆ...อยู่คนนึ่ง...อยากจะสอนข้อคิดอะไรบางอย่างให้หลานๆ...ตามปะสาคนแก่
อากง...จึงเรียกหลานๆ ทั้งสี่มานั่งล้อมโต๊ะสี่มุม....แล้วบอกหลานทั้งสี่ว่า

เอาล่ะหลานๆ ..ตอนนี้หลับตา..นะ..หลับตา.....

พอหลานๆ หลับตา...อากง...ก็เดินเข้าไปห้องเก็บของ...แล้วหยิบโคมไฟเก่าๆ มาอันนึ่ง...

อากง...เปิดฝาครอบ...จุดไฟ...แล้วปิดฝาครอบ... แล้ว...อากง...ก็บอกหลานทั้งสี่...ว่า...

ลืมตาขึ้น..แล้วบอก...อากง...ซิว่าโคมไฟสีอะไร...?

เด็กทั้งสี่ลืมตาขึ้น....ตอบไล่ๆ กัน....ตอบไม่เหมือนกัน...และเริ่ม...ทะเลาะกัน....

คนที่นั่งด้านนึ่งบอกว่า...สีแดง...อีกด้านนึ่งบอกว่า...เขียว...สีเหลือง...และน้ำเงิน....ตาม ลำดับ...

ทั้งสี่ทะเลาะกันพักนึ่ง....ก็มีเด็กคนนึ่งถาม...อากง...ว่า......

อากง....ทำไมของอย่างเดียวกัน...มีตั้งหลายสี...........

อากง...ก็เลยบอกว่า...เดี๋ยวนะ...อากง...จะทำอะไรให้ดู....

อากงเดินมาที่โต๊ะ...หยิบฝาครอบแล้วหมุนให้ดู...ปรากฎว่า....

ฝาครอบสี่ด้าน....สี่สี...แดง...เหลือง...เขียว...น้ำเงิน...

หลังจากนั้น...อากง...ก็บอกว่า....เอ๊าตอนนี้บอกอากงซิ...โคมไฟสีอะไร...?

หลานๆ....ตอบเหมือนกันคือสีของเปลวไฟ.....
อากง..เลยบอกว่า...เอาล่ะหลาน...อากง..ถามอะไรชักสองข้อนะ....

ข้อที่..1.....เมื่อสักครู่นี้....ครั้งแรก...ไครผิด....

หลานตอบว่า....ไม่รู้.....

อากง...บอกว่า....รึว่า...อากง..ผิด........
อากง...เลยบอกอีกว่า...ฟังนะ..เจ้าทั้งสี่..นั่งอยู่ในที่เดียวกัน....
มองของ อย่างเดียวกัน...ในเวลาเดียวกัน...ยังเห็นไม่เหมือนกันเลย.....

ทำไม..? ทำไมถึงไม่มีใครผิดล่ะ....

อากง..เลยบอกว่า...ก็เพราะคนทุกคนมองจากมุมมอง...ของตัวเอง...เห็นในสี่งที่ตัวเองเห็น....

แต่..ถ้าเจ้าอยากเข้าใจว่าทำไมคนอื่นเห็นอย่างที่เขาเห็น...เจ้าก็เดินไปมองที่มุมของเขา แล้วเราก็จะเห็นอย่างที่เขาเห็น....

แต่ถ้าลองนึกภาพนะ...เจ้าทั้งสี่ นั่งอยู่ที่เดียวกันมองของอย่างเดียวกัน...ในเวลาเดียวกัน ยังเห็นไม่เหมือนกันเล๊ย....

ในอนาคต....เวลาที่อยู่ในสังคม...เป็นไปได้มั๊ย... คน..ก็มองสี่งต่างๆ....ไม่เหมือนกัน......
เพราะฉนั้น....เวลาที่คนคิดไม่เหมือนเรา....

ใครผิด...

ในอนาคตนะ...เวลาที่เจ้าคิดไม่เหมือนคนอื่น....อย่าไปโกรธว่าเขาผิด...อย่าไปกลัวว่า...ตัว เองผิด....

เพราะคนแต่ละคน...ก็เห็นสี่งต่างๆ...จากขอบข่ายประสบการณ์และสี่งแวดล้อมของตนเอง....

แต่ถ้าเจ้าอยากเข้าใจว่า...ทำไมคนอื่นถึงคิดแบบนั้น....เจ้าก็เดินไปมุมของเขา....

และเมื่อเจ้ายอมเข้าใจคนอื่น....อาจเป็นไปได้ว่าคนอื่นก็อาจจะยอมที่จะเดินมา....และเข้าใจเจ้า.....

คำถามที่..2...อากง..บอกว่า....ที่เห็นครั้งแรกกับครั้งหลัง....เป็นของอย่างเดียวกันมั๊ย..?....
หลานบอกว่า....อย่างเดียวกัน.....

แล้วเห็นเหมือนกันมั๊ย....?
....ครั้งแรกเห็นอะไร...?

หลานตอบว่า...ฝาครอบ....และครั้งหลังเห็นเปลวไฟ....

อากงเลยบอกว่า....หลานๆเอ๊ย...
ในอนาคตถ้าเลือกได้นะ...อย่ามองสี่งต่างๆ...เพียงแค่ที่เห็น....

จงเข้าใจสิ่งต่างๆ... อย่างที่เป็น
psk design un.,ltd.

ooooo

เอวัง ด้วยประการฉะนี้ ฯ

Ah!

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

ณต

ก่อนอื่นขอชี้แจงก่อนเลยว่า
ไม่ต้องกลัวว่าผมจะโกรธเคืองอะไร
ตราบใดที่ไม่ได้ด่าพ่อล่อแม่ผม
ตราบใดที่ยังถกเถียงกันด้วยเหตุและผล
ผมยินดีครับ เพราะว่านี่เป็นบ่อเกิดแห่งองก์ความรู้

อย่างเวลาเรียนในต่างประเทศ
เค้าก็จะให้ Discuss กัน บางครั้งดูเหมือนจะรุนแรง
และ หลายๆ ครั้งก็หาข้อสรุปไม่ได้
แต่ก็เป็นหัวข้อให้ไปค้นคว้าหาความรู้ต่อยอดได้


อ้างคำพูดจาก: psk_type เมื่อ 03 ก.พ. 2007, 03:58 น.
คุณ iamnot ครับ ความจริงไม่มีใครหลงประเด็นหรอกครับ
เพียงแต่ตัวอย่างที่คุณยกมา "ว่าถ้าคุณซื้อรถเก๋ง แล้วจะมาบรรทุกอะไรนั่น มันเข้าพงตั้งแต่
ที่คุณพยายามยกตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบแล้วครับ ซอฟท์แวร์กับรถยนต์... ผมก็แค่ตามน้ำไป :43:


ครับ อันนี้ผมยอมรับว่ายกตัวอย่างไม่ดี
แต่เจตนาที่จะบอกก็คือ จะมาฟ้องว่าผมละเมิดได้จริงหรือเปล่า

เพราะ ตาม พ.ร.บ ลิขสิทธิ์ 2537
ได้กำหนดบทบัญญัติการละเมิดลิขสิทธิ์
เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไว้ 2 กรณีคือ
มาตรา 30 กรณีที่ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน
ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์
โดยไม่ได้รับอนุญาต
และมาตรา 31 กรณีที่รู้อยู่แล้วว่างานดังกล่าวกระทำขึ้น
โดยละเมิดลิขสิทธิ์แล้วยังหากำไรจากงานดังกล่าวโดยการขาย
มีไว้เพื่อขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้
เช่าซื้อ เผยแพร่ต่อสาธารณชน
แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย
แก่เจ้าของลิขสิทธิ์และนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร

ซึ่งจะเห็นว่า จะคำถามที่ผมยกตัวอย่างไป
ลองคิดดูนะครับ ว่ามันละเมิดหรือเปล่า
นี่ต่างหากที่ผมอยากฟังความเห็น
(กรณีนี้เท่าที่ทราบ ยังไม่มีกีฏาใด หรือศาลใดในไทย
ตัดสินนะครับ เพราะที่ตัดสินไปส่วนใหญ่คือ
ใช้โปรแกรมเถื่อน)

แต่ในต่างประเทศมีการตัดสินแล้วนะครับ
ว่าไม่ละเมิด อย่างกรณี โซนี่ฟ้อง คนที่แคร็กเรื่องโซน
ปรากฎว่า ศาลชี้ออกมาว่า ไม่ละเมิด
เพราะเค้าซื้อ ดีวีดี มาถูกต้องทุกอย่าง

คือโอเคล่ะ เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถตั้งกติกูเงื่อนไขอะไรก็ได้
แต่มันมีผลทางกฎหมายไหม นี่สิเป็นสิ่งที่น่าคิด
(อย่างห้างที่มีที่จอดรถ เขียนว่า ไม่รับผิดชอบใดๆต่อความเสียหาย
มีกีฎามาแล้วว่า สัญญาที่เขียนเนี่ยเป็นโมฆะ)

เหมือนกับว่า คุณไปซื้อซอฟท์แวร์มาจากร้านไหนสักร้านนึง
ซึ่งถูกต้องทุกอย่าง (เคยมีคำถามในชั้นอนุกรรมการร่างพรบ
ว่า แล้วตรงไหนที่แปลว่า ผู้ซื้อยอมรับเงื่อนไขหรือสัญญา
มีการถกเถียงว่า ยอมรับ ตอนที่ฉีกห่อ
แต่ก็มีคนแย้งว่า ก็ในเมื่อเงื่อนไขมันอยู่ในห่อ
ถ้าไม่ฉีกก็อ่านเงื่อนไขไม่ได้สิวะ  :07:)

กรณีแบบนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
ผมว่า คงต้องให้มีกรณีนี้เกิดขึ้น
แล้วเข้าไปต่อสู้กันในศาลสักหน
เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต

ครับ อยากฟังความเห็นของทุกท่านนะครับ








ยุนเอ



ก็ถือว่า
มาตรา 30 กรณีที่ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน
ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์
โดยไม่ได้รับอนุญาต (ให้เอาไปใช้ในโทรทัศน์ นิครับ)

เพราะเราได้รับอนุญาตให้ใช้ในสิ่งพิมพ์

:09: ไม่ถูกเหรอครับ
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

ณต

อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 03 ก.พ. 2007, 12:35 น.

ก็ถือว่า
มาตรา 30 กรณีที่ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน
ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์
โดยไม่ได้รับอนุญาต (ให้เอาไปใช้ในโทรทัศน์ นิครับ)

เพราะเราได้รับอนุญาตให้ใช้ในสิ่งพิมพ์

:09: ไม่ถูกเหรอครับ

เอ่อ ด้วยความเคารพ  :05:
ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ ให้เช่าหรือสำเนา
หมายถึงตัวโปรแกรมนะครับ
เช่น เอาแผ่นโปรแกรมฟอนต์ที่ซื้อมา
มาทำก็อปปี้แล้วขาย เป็นต้น

นี่ไงตูถึงไม่ค่อยอยากอ้างกฎหมาย
(เพราะมีแต่นักกฎหมายที่อ่านเข้าใจ  :07:)

คือกฎหมายให้ความคุ้มครองต่อโปรแกรมหรือชุดคำสั่งเท่านั้นนะครับ
ชุดคำสั่งที่ว่าหมายถึงการที่จะทำให้ตัวอักษรไปปรากฎในคอมพิวเตอร์
ในรูปแบบต่างๆ แต่ ตัวอักษรที่อยู่ในโปรแกรมฟอนต์
ไม่ถือเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ ขอรับ

ยุนเอ


อ่าว  :08:

งั้นก็กลับไปจุดเริ่มแรกเลยซิครับว่า

ฟอนท์คืออะไรกันแน่  :42:

ลิขสิทธิ์ฟอนท์ นับจากตรงไหน

รูปแบบอักษรที่ออกแบบไว้

หรือยังไง

แต่ที่เอคิดคือ ลิขสิทธิ์น่าจะครอบส่วนที่เป็น

รูปร่างที่จะปรากฎออกมาสู่สายตาชาวโลกเรานี้ละครับ

เพราะวิธีใช้คงจะเหมือนๆ กันทั่วโลกละมั้ง

เอามาใส่ แล้วก็ พิมพ์ๆๆๆๆๆ  :42:

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines