งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

iannnnn

เอาให้จบเป็นเรื่องๆ สิ :34:

Rabbitinblack

อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 13:42 น.
อยากเขียนนิทานสอนเด็ก  :40:

ทำไปได้ครึ่งเรื่อง แล้วก็ตัดจบ ให้เด็ก ๆ ไปคิดเองต่อ เสริมสร้างจิตนาการ  :12:

Rabbitinblack

#6767
ลองมาเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง หลังจากที่ได้อ่านของหลาย ๆ คนแล้ว จำไม่ได้เหมือนกันว่าล่าสุดที่เคยเล่าไว้ ถึงตรงไหน
แต่คิดว่าคงรู้กันแล้วละ หลังจากที่ออกจาก RS ก็มาทำงานอยู่ไทเกอร์ไอเดีย ทำพวกเว็บ WordPress ไป

ตอนฟ้อนต์แคมป์ที่ผ่านมา ก็เคยบอก 1 ในความฝันของตัวเองไว้แล้วว่า อยากจะให้ตัวเองเป็นที่รู้จักในเรื่อง CSS เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย
พยายามเขียน Blog แล้วก็หาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยความที่เราทำเว็บด้วย WordPress ไปด้วย
ทำให้ WordPress กลายเป็น 1 ในความฝันคู่ไปกับ CSS ด้วย

ระหว่างที่ทำงานกับไทเกอร์ เราก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ พยายามจะเรียนรู้ CSS และ WordPress ไปเรื่อย ๆ การเขียน Blog อาจจะมีหยุดบ้าง
เพราะด้วยงานประจำ และงานนอกที่รับมาเอง ทำให้บางช่วงยุ่งจนทำงานเสร็จ ก็ไม่อยากจะมานั่งเขียน Blog ซักเท่าไหร่

และด้วยความที่เราอ่านนู่น อ่านนี่ไปเรื่อย ๆ คอยดูคนอื่นที่ใช้ CSS และ WordPress ในการทำงานหลาย ๆ คน ทำให้รู้สึกว่า
เรายังไม่พอ เรายังไม่เก่งตลอดเวลา มันก็ยิ่งทำให้หาความรู้เพิ่มตลอด มันรู้สึกเหมือนว่า ถ้าเราหยุดอยู่กับที่
มันต้องมีคนมาแซงเราขึ้นไปอีก ถ้าเราอยากไปอยู่แถวหน้า เป็นที่รู้จัก ต้องแซงคนอื่นดิ ไม่ใช่ให้คนอื่นมาแซง

...

Rabbitinblack

หลังจากที่ทำกับไทเกอร์ไอเดียมาได้ปีกว่า เราก็มีได้รู้จักคนนั้น คนนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันนึง
กวางเพื่อนที่ได้รู้จักกันที่ปาย ตอนที่ไปเรียน WordPress กับพี่เม่น ก็มาชวนให้ไปเป็นหุ้นส่วนในการทำบริษัท
ซึ่งจริง ๆ แล้วเค้าเปิดกับบริษัทนี้กับพี่อีกคน ชื่อพี่โบ ซึ่งเค้าก็เปิดมาตั้งแต่เดือน ก.พ. แล้วละ

แต่หลังจากที่เค้าเปิดมาได้ซักพัก ก็รู้สึกว่างานมันหนักไป สำหรับคนสองคนจะทำ เลยมาชวนให้ไปหุ้นด้วย
แล้วช่วยทำงานในส่วนของ Developer ซึ่งแน่นอนว่า เหตุการณ์ปัจจุบันตอนนี้มันก็สปอยเรื่องตอนนั้นไปแล้ว
ว่าผมตอบตกลงในทันที แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว จะไปคิดมากทำไม
ลองทำดูก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาว่า ตัวเองทำได้ไม่ได้ ไหวไม่ไหว

ตอนนี้ผมก็เลยทำงานควบสองที่ ทั้งการเป็นลูกจ้างกับไทเกอร์ไอเดีย และเป็นหุ้นส่วนของบริษัทที่หุ้นกับกวางและพี่โบ
โดยใช้ชื่อบริษัทว่า บริษัท สิบแปดมงกุฎ จำกัด ซึ่งวางตัวบริษัทไว้ว่า เราเป็น Digital Media Agency นะ
พี่โบเป็น AE นะ กวางเป็น Planner นะ บิ๊กเป็น PM + Dev นะ แล้วก็ใช้หลักการเดียวกับที่เราทำงานกับไทเกอร์
ก็คือพวกเราไม่มีออฟฟิตนะ อยากทำงานที่ไหนก็ทำ ถึงเวลาก็มาประชุมกัน จบ แฮปปี้

มันควรจะเป็นเช่นนั้น แต่ว่า ...

หนุ่ม

Reading Learning & Sharing

Rabbitinblack

หลังจากที่ทำงานด้วยกันไปซักพัก กวางเองก็มาปรึกษาเรื่องที่พี่โบ ไม่ค่อยพร้อมในการที่จะเรียนรู้งานของ AE เท่าไหร่
ซึ่งอาจจะเพราะด้วยที่ทั้งคู่สนิทกันแล้ว ทำให้การสั่งงานในบางครั้งมันก็ติดเรื่องความอาวุโสด้วย มันก็ไม่ค่อยเข้าท่านะ
แต่ก็ไม่เป็นไร ผมก็เลยเข้าไปเป็นตัวกลางให้ และผมจะได้เห็นด้วย ว่าพี่โบเองทำงานเป็นยังไงบ้าง

ซึ่งในมุมมองของผม ที่ผมเจอก็คือ พี่เค้าไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าไหร่ ออกแนวเป็นพวกที่ต้องมีคนมาคอยป้อนคำสั่งให้ทำอะไร
อาจจะเพราะมันไม่ใช่งานที่เค้าถนัดก็ได้ แต่ผมก็ยังหวังว่าเค้าจะพยายามพัฒนาตัวเอง ก็เลยดู ๆ การทำงานของพี่เค้าต่อไป

ระหว่างนั้น ก็ต้องใช้วิธีว่า พี่โบก็เป็น AE ไป ส่วนกวางก็เป็น AE ด้วยเหมือนกัน
ที่เป็นแบบนี้เพราะงานที่มาจากการหาลูกค้าของพี่โบนั่นน้อยเกินไปสำหรับจะให้บริษัทอยู่รอดได้ ก็เลยต้องใช้วิธีว่ามี AE สองคน
แล้วช่วยกันหาลูกค้าดีกว่า โดยระหว่างนั้น กวางเองก็ยังเป็น Planner ให้บริษัทไปด้วย

แต่ปัญหามันก็ยังไม่จบแค่นั้น มันยังมีอีก ...

หนุ่ม

Reading Learning & Sharing

Rabbitinblack

ปัญหาหลังจากนั้นคือ ลูกค้าแม่งอยากมาเจอที่ออฟฟิตหลายเจ้ามาก
จนในที่สุด เอาวะมีออฟฟิตก็ได้ ก็ดีเหมือนกัน เพราะหลัง ๆ เวลานัดเจอ นัดประชุมกัน จะได้มีที่ไว้ทำงาน
เน็ตแรง ๆ ดี ๆ ไว้ตอนทำงานและประชุมด้วย

ระหว่างนั้นที่หาออฟฟิตไป ก็หาคนมาทำ Planner ไปด้วย เพราะกวางเองแค่เป็น AE ก็วุ่นพออยู่แล้ว
จะให้มาคิดแผนไปเสนอลูกค้า มันก็จะไม่มีเวลาไปหาลูกค้า
ซึ่งตอนนั้นก็เคยทาบทาม เดือน ของพวกเราไว้เหมือนกัน แต่เดือนเองก็ตัดสินใจทำงานที่สามย่านต่อไป
ซึ่งเราก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมันเป็นทางที่เค้าเลือก ก็ต้องเคารพการตัดสินใจ

แล้วเราก็ได้สถานที่ ที่เหมาะเป็นออฟฟิตของเรา เป็นตึกแถวตรงปากซอยลาดพร้าว 24 ติดสถานีใต้ดินลาดพร้าวเลย
ซึ่งเป็นตึกที่ SIU เช่าไว้ แล้วมีพื้นที่ชั้น 4 ว่าง เราจึงตกลงกันว่าจะเอาที่นี่ละ
แล้วก็เริ่มดำเนินการเดินเรื่องต่าง ๆ ทั้งทาสีใหม่ ทำฉากกั้น ติดแอร์ ซื้อเฟอร์นิเจอร์ ติดเน็ต
รวมถึงตอนนั้นก็ได้รุ่นน้องที่ลาดกระบังซึ่งต่อโทสายการตลาด แล้วก็สนใจจะทำงานด้านนี้อยู่แล้ว มารับตำแหน่ง Planner 

งานที่เข้ามาก็มีเข้ามาเรื่อย ๆ มันก็กำลังไปในทางที่ดีนะ แต่มันก็มีเรื่องเกิดขึ้นอีกจนได้ ...

ดาเฉยๆ



Rabbitinblack

นั่นก็คือ ขโมยขึ้นครับ T-T

ของโดนเอาไปหลายอย่างอยู่เหมือนกัน แต่ของบริษัทเราโชคดีหน่อยมั้ง ที่ยังขนเข้าไปไม่เยอะ
ดังนั้นก็เลยเอาไปไม่ได้เยอะ แต่ทาง SIU เองนั้น ก็โดนไปหลายอยู่เหมือนกัน
ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม จากการที่เราต้องติดเหล็กดัดเพิ่ม แต่ไม่เป็นไร เพื่อความสบายใจ ไม่ต้องมากังวลเรื่องขโมยกันอีก

หลังจากนั้น พี่โบเองก็มีไปทำงานกับอีกบริษัทนึง เพื่อหาความรู้เพิ่ม และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่ม
และผมเองก็เริ่มที่คิดว่า เราต้องทำระบบการทำงานของบริษัทขึ้นมาหน่อย เพราะถึงตอนนี้การทำงานของพวกเรา
ก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง อาจจะเพราะไม่ได้คุย และทำงานด้วยกันบ่อยนัก

1 ในวิธีการของผม ก็คืองั้นเรามาประชุมกันที่ออฟฟิตทุกวันจันทร์แล้วกัน
เพราะวันจันทร์ก็เป็นวันที่ลูกค้าส่วนใหญ่ ก็จะประชุมกันในบริษัทเหมือนกัน น่าจะเป็นวันที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
อีกอย่างคือ ทุกวันศุกร์มารายงานผลกันเถอะ ว่าแต่ละคนทำงานอะไรกันบ้างในสัปดาห์นั้น
เพื่อที่ทุกคนในบริษัทจะได้รับรู้ว่า แต่ละคนทำงานอะไรเป็นกันบ้าง

แล้วปัญหามันก็ดันเกิดเพิ่มขึ้นมาอีก สาเหตุมันก็มาจาก ...

icez

พี่บิ๊กเป็นคนตัดต่อ the voice ใช่มั้ยครับ :07:

Rabbitinblack

พอมีการประชุม และรายงานทุกสัปดาห์ มันทำให้ผมรับรู้ว่า งานส่วนใหญ่ 90%
มันมาจากการที่กวางออกไปหาลูกค้า และมีบางส่วนติดต่อมาผ่านผม จากเมล็ดที่ผมหว่านนั่นคือ
การเขียน Blog ทำให้มีคนมาจ้างทำเว็บ และตัดเว็บอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกว่า เย้ย ไม่ได้แล้วนะ
ถ้าพี่โบหาลูกค้ามาได้น้อยแบบนี้ มันก็เหมือนพวกเราทำงานกันเยอะอยู่สองคน

ผมเลยคิดว่า เอาแบบนี้ เรามากำหนดเป้าหมายเพื่อเป็นกระตุ้นกันเถอะ
ว่าอีกสองเดือนเราจะหาเงินมาเข้าบริษัทได้เท่าไหร่ จะได้มีแรงผลักดันให้มีจุดหมายในการทำงานด้วย
ว่าเออต้องหาให้ได้เท่านี้นะ วิธีนี้มันอาจจะไม่ได้ดีหรอก เพราะเราเองก็ไม่เคยเรียนหรอก ไอ้การบริหารอะไรนั่น
( เอ๊ะ จะว่าไปก็เคยเรียนนี่หว่า แต่ช่างเถอะ เอาเป็นว่าไม่ได้จบบริหารแล้วกัน )

จากวิธีการนี้ ไม่รู้ว่าเป็นการกดดันจนเกินไปมั้ย เพราะหลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้น จากที่พี่โบ ...

หนุ่ม

Reading Learning & Sharing

Layiji

เชอะ เล่าสไตล์ตัดๆตอนสำมะคัญเลียนแบบตู  :50:


:30: :30:
นักเขียนการ์ตูนรายปี

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines