งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

iannnnn

เข้าใจเลยพี่โอดำ

และดีใจอย่างมากที่ผมว่าผมต่อสู้มาจนถึงจุดที่จะเอาไอ้ที่พับเก็บไว้มาเล่นได้แล้ว
ไว้พี่พร้อมเมื่อไหร่มาด้วยกันนะครับ อย่ารอให้เกษียณซะก่อนล่ะ

O.D.M.

ถ้าถึงเวลา ตอนนั้น 60 ผมก็ทำ   :30:
- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

iannnnn

อายุตอนนั้น ความฝันที่ผมตั้งไว้นานแล้วคืออ่านเพชรพระอุมา :30:

toeytoeytoey

โหพี่..งานราชการผมทำปีเดียวก็รู้แล้วว่าต้องเลิก
ปีนี้กลับมาอินดี้เหมือนเดิม ชีวิตกระชุ่มกระชวยโคตรๆ

Katezila

เดี๋ยวๆๆ

ไอ้บรรทัดที่บอกว่าจะลาออกนั่นคืออะไร  :05:
สนใจท่ออุตสาหกรรม​ เลือก DragonFlex นะจ้ะ​จุ๊บๆ​

Layiji

#6740
จะว่าไปยังไม่เคยแชร์ประสบการณ์เลยนี่หว่า เอ๊ะหรือเคยหว่าจำไม่ได้

เอาเป็นว่าขออนุญาตไล่ timeline กับความรู้สึกของตัวเองในช่วงเวลานั้น เพื่อใครจะได้อะไรไปใช้บ้างนะครับ

คือผมจบสายโฆษณามา
พื้นฐานที่คณะบ่มเพาะคือการตลาดที่มองความต้องการของคนอื่นมากกว่าของตัวเอง
ซึ่งต่างจากสายภาพยนตร์ที่เป็นการเอาความคิดของตัวเองนำเสนอให้คนอื่น
สองสาขานี้ผมชอบทั้งคู่แต่เลือกเรียนโฆษณาเพราะอยากเป็นครีเอทีฟซึ่งในตอนนั้นแม่งโคตรเท่

พอจบมาก็ว่างอยู่ปีนึงระหว่างหางาน
และก็ได้ทำงานในเอเจนซี่โฆษณาเล็กๆของไทย ที่เคยดังมากๆในอดีตก่อนที่จะมีบริษัทข้ามชาติเข้ามา
บริษัทนี้เหมือนดับแล้วเกิดใหม่ในขนาดที่เล็กลง ตอนสัมภาษณ์นี่ยังไม่มีโต๊ะเลย
นั่งริมหน้าต่างคุยแล้วเสนอ port จบรับทำเลย  :30:
เหมือนผมได้ทำงานตั้งแต่บริษัทนี้เริ่มสร้างเลยก็ว่าได้
ตอนนั้นมีคนทำงานคือ เจ้าของ เพื่อนเจ้าของ และผม รวม 3 คน  :42:
แล้วเขาก็จ้างคนเพิ่มตามมาเป็นลำดับ
ผมทำงานในตำแหน่งกราฟฟิกดีไซน์ ซึ่งไม่ค่อยตรงทางที่เรียนมาเท่าไหร่แต่พอทำได้


แรกๆผมทำงานโรบ๊อตมาก คือส่งงานมา ทำๆๆ จบงานกลับบ้านห้าโมงเย็น
ซึ่งผมคิดว่ามันคือมาตรฐานของบริษัทที่ควรจะเป็น (คิดเอง)  :52:
ก่อนหน้าที่จะมาทำงานประจำนั้นผมก็ทำฟรีแลนซ์ตั้งแต่ยังเรียนอยู่
ผมรู้สึกว่าควบคุมทุกอย่างได้ว่าจะทำตอนไหน นอนตอนไหนขอให้ส่งงานทันตามฝีมือที่มีอยู่ในตอนนั้น
... แต่พอมางานวันแรก ภาพที่ผมจำได้ถึงตอนนี้คือ เวลาพักเที่ยงที่พนักงานออฟฟิศหลั่งไหลกันออกจากประตูตึก
เบียดเสียดยัดเข้าร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ใกล้ๆระแวกนั้น ทุกอย่างวุ่นวายคนแย่งกันสั่งแย่งกันนั่ง
ผมยืนนิ่งๆอยู่ข้างๆทาง มองซ้ายมองขวาแล้วคิดว่าทำไมมันต้องเป็นอย่างนี้วะ !
เลยกลับขึ้นไปทำงานต่อจนถึงบ่ายโมงครึ่งแล้วค่อยลงมาใหม่
ทุกอย่างเปลี่ยนไป คนหายไปหมด ในร้านมีผมคนเดียว แล้วก็สั่งข้าวกินอย่างสบายใจ

ผมพบวิธีแก้ปัญหาเล็กๆ ด้วยวิธีเล็กๆนี้ได้
แรกๆเขาก็ถามว่าทำไมไม่ไปตอนเที่ยง
ผมก็บอกไปอย่างร่าเริงว่า เปลี่ยนเวลานิดหน่อยครับ สบายขึ้นเยอะเลย
แต่มันคงสร้างความไม่พอใจเล็กๆล่ะมั้ง เหมือนเขาตามตัวเราไม่เจอตอนที่เขาอยากตาม
โอเค... ไม่เป็นไร..ผมไม่ฝืน

แต่ผมยังกลับบ้านเร็วเสมอ จนเจ้านายขึ้นเงินเดือนให้ เลื่อนขั้นเราเป็น art director
มีลูกน้องในมือด้วย อาจจะเพราะงานที่ทำมันคงไปโดนใจเขา หรือไม่ก็ที่เราเรียนมามันใช้กับงานได้ด้วย
สำหรับเด็กจบใหม่ผมว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูงในสมัยนั้น
แต่หลังจากนั้นผมกรอบเกลียวเลยทีเดียว
เงินกับงานมันไปด้วยกัน เงินเยอะงานเยอะเหี้ยๆ แต่ร่างกายมันโหลด
รู้สึกว่าเราได้วิชาทำอาร์ตเวิร์คมาเยอะเลย แต่พอเข้าเดือนที่ 6 ก็เริ่มตันแล้ว
งานเดิมๆซ้ำๆซากๆ ซึ่งขัดกับนิสัยผมโคตรๆเลยครับ

ผมชอบทำงานยากๆ รู้สึกว่ายิ่งงานยากยิ่งท้าทาย
เหมือนเวลาเราเล่นเกม ถ้าเราฆ่ามอนสเตอร์ตัวใหญ่ๆได้
มันจะได้ประสบการณ์เยอะมาก เสียง level ดังกรุ๊งกริ๊ง
ความรู้สึกมันฟินอย่างบอกไม่ถูก

แต่ในโลกความจริงมันหางานแบบนี้ยากนะ ผมรู้สึกว่ายิ่งทำงานไปยิ่งบั่นทอนความคิด
ตอนนั้นพลังในการสร้างสรรค์มีต่ำมาก รู้สึกเราไม่ได้พัฒนาตัวเองเลย
ผมบอกเจ้านายว่าจะลาออกล่วงหน้าสี่เดือนจะได้ไม่เสียน้ำใจ

ทั้งๆที่บริษัทไปได้ดี ไม่มีปัญหากับใครเพื่อนร่วมงานเหมือนเพื่อนคณะเลย เจ้านายก็ชอบทัศนคดิผม
แต่พอครบปีผมก็ลาออกตามที่ได้บอกไว้จริงๆ


หลังจากนั้นสองปี.....




นักเขียนการ์ตูนรายปี

ฟรีขับ

--โดนป๋าเลย์ตัดหน้า--


วันนี้โดนญาติเทศน์ เป็นน้ากับลุง ทั้งสองเป็นข้าราชการทั้งคู่ ทั้งครู ทั้งตำรวจ

ที่บ้านผมสายทางปู่ผมเป็นตำรวจครับ มีพ่อผมที่แหวกคอกออกมา ส่วนทางยายก็มีน้าเป็นตำรวจ ลุงที่เป็นผัวป้าเป็นครู
พีชายเป็นตำรวจ

โดนน้ากับลุงบอกว่าทำไมต้องออก งานตรงนั้นมันมีโอกาสมากที่จะได้รับการบรรจุ ทำไมถึงออก งานนี้ทำเกี่ยวกับอะไร

เป็นกองบรรณาธิการครับ

มันมีโอกาสเติบโตไหม

...(ผมเงียบ ในใจแบบว่ากูจะรู้ได้ไงว่ามันจะมีอนาคตไหม งานยังไม่ได้ไปทำเลย)

ผมเลยตอบไปว่า ผมอยากลองดู

ลองก็รีบลอง เดี๋ยวมันจะสายเกินการณ์ ลองไปด้วยแล้วก็รีบไปหางานราชการด้วย

เฮ้ออออออ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

:05: :05:

O.D.M.

ฟรีคลับต้องพิสูจน์ตัวเองละครับ บางทีึความคิดฝังหัวของผู้ใหญ่กับระบบราชการมันลึกกว่าที่คิด
ทำเลี้ยงตัวได้ ชีวิตมีึความสุข เดี๋ยวเค้าก็เชื่อตามเราครับ
- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

Piix

อาจจะลำบากใจหน่อย (หรืออาจจะมาก) กับการต่อสู้กับความคิดและความเชื่อของผู้ใหญ่เรื่องการรับราชการ

วิธีที่สำเร็จคือ ทำท่าว่าจะสอบ สมัคร+จ่ายเงินไปเรียบร้อย หาหนังสือมากองไว้(เปลี่ยนหน้าที่คั่นหนังสือด้วย)
พอถึงวันสอบ ก็ออกจากบ้านไป แต่ไม่ไปสอบ พอผลออกมาก็แค่บอกว่า สอบไม่ติด

เป็นทางออกของเราที่คิดว่าโอเคกับทุกฝ่าย เราสบายใจ พ่อแม่สบายใจ  :52:

iannnnn

หูย จู๋นี้กลับมาสนุกและน่าอ่านทุกพยางค์เหมือนเดิมแล้ว
ชอบมาก ขอบคุณทุกคนนะครับ :25:

รออ่านของพี่เลย์ต่อ (เพิ่งมานึกได้ว่าตูไม่เคยถามพี่เรื่องอะไรแบบี้เลยนี่หว่า เจอกันก็ตลกจบๆ กันไป ปัดโธ่)
รออ่านชีวิตของฟรีขลับด้วย กำแพงที่ต้องปีนอันนี้แหละสุดยอด ข้ามมาให้ได้ มาๆๆ

อ้างคำพูดจาก: KateZiffanY เมื่อ 03 พ.ย. 2012, 23:37 น.
เดี๋ยวๆๆ

ไอ้บรรทัดที่บอกว่าจะลาออกนั่นคืออะไร  :05:

หมายถึงตูรึเปล่า ยังๆ :30:

Layiji

#6745
หลังจากนั้นสองปี...
ผมก็ทำงานเล็กๆน้อยๆทำเว็บบ้างตัดต่อวีดีโอบ้าง
หาเงินด้วยคอมพิวเตอร์เล็กๆเครื่องนึง ที่ควักเงินเก็บที่มีในตอนนั้นมาทำงาน
ตอนนั้นใช้ชีวิตประหยัด คิดบัญชีเป็นหน่วยบาทเลย
ไปหาแฟนทีต้องต่อเรือต่อรถเหนื่อยเลย แต่ก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกๆแล้ว
มีใช้ไม่ขัดสนแต่ไม่พอให้ฟุ่มเฟือย ไม่เป็นหนี้ ไม่มีเครดิตการ์ด มีบ้านอยู่มีข้าวกิน

งานไม่เยอะแต่หลากหลาย สนุก เวลาเหลือเยอะเลย
ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะเริ่มอ่านหนังสือ com art. เล่มนึง แล้วมันมีเรื่องฟอนต์ ตอนนั้นอยากทำฟอนต์มาก
ถึงไปซื้อหนังสือฝรั่งมาอ่าน หาโปรแกรมทำ แล้วเล่นเน็ตเจอพ่อหนุ่มคนนึงชื่อไอ้แอนนน เขาทำฟอนต์ออกมาเพียบเลยว่ะ
ไอ้เรายังโง่ๆคลำๆโปรแกรมอยู่เลย เลยไปถามหาความรู้ แล้วก็จากเว็บ iannnnn ก็กลายเป็น เว็บฟอนต์
ผมก็เข้ามาเป็นสมาชิกตอนนั้นแหละ
ตูก็แฟนพันธ์แท้ iannnnn นะเว้ยย  :30: :30: เหมือนจะทำอะไรหลายๆอย่างในจังหวะเดียวกันหลายทีแล้ว
แต่งงานก็ดันวันเดียวกันอีก แต่ฉลองกันคนละวัน

คือเว็บนี้เป็นการเปิดโลกครีเอทีฟไอเดียของผมถึงขีดสุด ด้วยสังคมที่ผมไม่แน่ใจว่าส่วนใหญ่มาจากศิลปากรหรือเปล่า
ด้วยวิธีการคิดในเรื่องงานหรือการพูดคุยเป็นตัวอักษรบางทีมันกระแทกติ่งไอเดียบางจุดให้เราสามารถทำงานได้ดีขึ้น
เพราะตอนเรียนที่ธรรมศาสตร์สิ่งที่ประจักษ์คือ พวกผมคิดสร้างสรรค์ไม่ได้อย่างเด็กศิลปากร คือแม่งไม่สุดจริงๆ
แต่ส่วนดีคือมีระบบของการตลาดเพิ่มเข้ามาอาจจะคิดงานได้ตอบโจทย์ แต่ไม่ได้โดดเด้งมาก
เว็บนี้ทำให้ผมเติมในจุดที่ยังขาดได้เต็มพอดีเป๊ะ !!

ผมเริ่มทำฟอนต์ ด้วยความสนุกอย่างเดียวจริงๆ
ไม่ได้คิดอะไรเลยนอกจากผมอยากให้ฟอนต์แบบนี้ พอทำเสร็จใครอยากใช้ก็เอาไป
จบ แค่เนี๋ยะ แต่ไม่รู้เลยว่าไอ้สิ่งที่เราได้ให้ไปในตอนนั้นจะส่งผลบุญถึงเราจนบัดนี้

โลกที่หลุดจากระบบ matrix (ของงานประจำ) ของผมเริ่มมีสีสันบ้างแล้ว
ตอนนั้นอาจจะดูไม่มีอะไรแต่ผมมักพูดกะแฟนเสมอว่า ผมได้ขโมยอาวุธของเด็กศิลปากรมาเก็บไว้ในมือหนึ่งชิ้นแล้ว ฮุโฮะ!

ระหว่างนี้ผมก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากทำเพื่อความสนุกส่วนตัว งานที่รับก็มีทั้งงานเว็บ
งานจัดอาร์ตเวิร์คที่เป็นงานเดิมๆแต่ปริมาณลดลง งานตัดต่อ งานถ่ายทำพรีเซ็นต์ และเริ่มทำ animation

สำหรับงาน animation เป็นงานที่ผมทั้งชอบและไม่ชอบ คือผมชอบมันตรงที่
จากกระดาษเปล่าๆหรือหน้าจอขาวๆ พอวาดรูปไปหลายๆภาพ แล้วกด play
ภาพที่เห็นมันทำให้ผมตะลึงพรึงเพลิดทุกครั้ง ว่านี่เรากำลังสร้างชีวิตจากกระดาษเปล่าๆหรือนี่ !!
ผมโคตรชอบเวลานี้เลย แต่ก็เหนื่อยแทบขาดใจทุกครั้งที่ทำงาน animation
เคยบ่นหลายๆครั้งว่า เพื่อนที่รับงานพรีเซนต์เขาได้เงินเยอะกว่าเราแต่เราโคตรเหนื่อยเขาจะรู้ไหม
แต่เราก็ยังทำ เพราะคิดว่าไอ้ของยากชิ้นนี้แหละจะทำให้เราต่างและโดดเด้งกว่าใครเขา
วิธีคิดตรงนี้มาจากที่เรียนโฆษณาเต็มๆ สมัยนั้นเขาซีเรียสเรื่องนี้มากว่า ถ้าไม่ต่างมึงอย่าสะเออะทำ มันไม่เกิด
แต่ในทางกลับกันที่เรียน เขาก็ดับอีโก้เด็กได้มอดสนิทจริงๆ
ตอนเคยมีคำนึงที่ครีเอทีฟเขามาวิจารณ์งานประกวดโฆษณา คำนึงที่ผมจำได้แม่นเลย

" อืม งานน้องใช้ได้นะ .....แต่รออีกสัก 10 ปี ให้คนเขาลืมๆที่มีอยู่ไปก่อนแล้วค่อยใช้แล้วกัน"

หรือ เวลาเห็นงานประกวดที่ได้รางวัลในรุ่นเดียวกัน มันไม่มีข้อโต้แย้งเลยว่ามันต้องได้ที่ 1 จริงๆ
(ไม่เหมือนงานประกวดอื่นๆที่มีค้านสายตาคนดูบ้าง) ผมขอบคุณคณะที่ให้ผมได้เรียนสาขานี้ทุกครั้งที่นึกถึง


เวลาผ่านไปผมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ไม่มีวันหาได้ถ้าไม่หลุดจากระบบงานประจำ
จนรู้สึกว่าอยากรับงานจริงจังแล้ว เริ่มหาเพื่อนที่หลุดจากงานประจำด้วยกันมารับกันเองเป็นทีมดีกว่า


จนในที่สุดผมก็ได้เปิดบริษัทด้วยเงินที่น้อยนิดมาก ....

นักเขียนการ์ตูนรายปี

iannnnn


:3005: อ่านแล้วมีรัศมีสีม่วงบลิ๊งๆ ออกมาเป็นระยะๆ


ว่าแต่ เด็กศิลปากรมันไม่ใช่แบบผมนะครับ จริงๆ :3005:
...ผมนี่ออกแนวมหิดล ศิริราชนู่น

Layiji

เชี่ยนี่กูขโมยอาวุธผิดสำนักเหรอวะเนี่ย !! :30: :30:
นักเขียนการ์ตูนรายปี

Rabbitinblack


HyoPlum

ความสวยไม่รับประกัน แต่ความมันเดี๊ยนรับรอง

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines