งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

คิ้วหนาจ้ะ


โบว์

รออ่านๆๆ  :25:

ปล.ของโบว์นี่ตอนนี้นิ่งสนิท เลี้ยงลูก ไม่ค่อยว่างทำงานเลย เกาะผัวกินอยู่ :30:

ดาเฉยๆ

รออ่านด้วย ไฟลุกพรึ่บๆ  :25:

Layiji

#6753
ตอนเปิดบริษัทนี่ผมไม่มีความรู้เลย
ตอนนั้นคิดหนักอยู่เป็นอาทิตย์ เพราะเมื่อเริ่มเปิดต้องมีค่าบัญชีรายเดือนแล้ว แถมยังต้องมีค่าผู้ตรวจรายปีอีก
ตูจะรอดมั้ยเนี่ย งานแบบต่อเนื่องก็ยังเป็น 0
ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ผมหาคนทำบัญชีจากเน็ต ถึงตอนนี้ก็ยังทำกับเขาอยู่ อาจจะโชคดีที่ไม่มีปัญหา
เขาก็นัดมาทำเอกสาร คุยโน่นนี่เรื่องการเปิดบริษัท
ผมถามเขาว่า ปิดบริษัทต้องเสียกี่บาทครับ  :30:
คือตูไม่มั่นใจสุดๆ คิดว่าปีนึงไม่รอดก็ปิดซะดีกว่า

บริษัทผมเป็นแค่ในนาม คือใช้บ้านอาที่เป็นออฟฟิศเก่ามาจด แต่ก็ไม่ได้เข้าไปทำอะไร
ไม่มีพนักงาน คนทำงานมีด้วยกัน 2 คน
เพื่อนผมจัดการส่วน production (ขอเรียกว่า นาย N ) กับผมที่ทำด้านเบื้องหลังกับกราฟฟิก รวมถึงหางาน แล้วแบ่งกันเท่าๆ
จบงานแยกย้ายไป
ในปีแรก เพื่อนคนนี้ดันไปเรียนต่อเมืองนอก เหลือผมที่หางานคนเดียวแต่ตอนนั้นงานก็มีแค่ประปราย
แรกๆผมอาศัยให้รุ่นน้องถ่ายให้ เพราะผมไม่ได้เรียนมาทาง production พอเราคุยงานส่งงานก็ปิดจ๊อบได้

รุ่นน้องอีกคนก็มาร่วมด้วยหมอนี่ทำงานเก่ง (เรียกว่านาย P) แล้วนาย N ก็กลับมาพอดี
EXA STUDIO ก็เริ่มขึ้น.....แบบเบาๆ

แต่เรื่องมันไม่ง่ายอย่างงั้น มีหลายงานโดนหลอก
บางทีหลอกไปพิชชิ่งงาน แต่ก็เอาไอเดียเราไปเฉยๆ
แต่ก็ต้องยอม แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเราไม่ควรยอมตั้งแต่สมัยนู้น
บางงานคุยไอเดียไปเป็นเดือน แต่สุดท้ายไม่ทำ
ดูเหมือนจะเป็นพวกมีโปรเจ็คร้อยแปดแล้วหาคนมาคิดให้ทำให้ แล้วเอาไปเสนอ
พอเสนอไม่ผ่านก็ชิ่งหนีเรา ค่าคิดค่าทำนิดๆหน่อยก็ไม่มี
ทีแรกโม้ว่ามีเส้นสายได้ทำแน่ๆ มีนายทุนแล้วอะไรงี้
แต่ทั้งหมดนี้ยังถือว่าผมโชคดีสุดแล้วที่ไม่เข้าเนื้อ แค่เหนื่อยเฉยๆ
ทุกวันนี้นโยบายผมคือไม่รับพิชชิ่ง เอาเวลาไปทำ port จะคุ้มกว่า

งานที่ดีก็มี ด้วยคำว่า "บริษัท" มันสามารถรับงานได้ใหญ่ขึ้น แต่ก็ไม่ได้ใหญ่มาก
ส่วนมากจะเป็นงานพรีเซ็นต์ของราชการ หรือ บริษัทเล็กๆ
ส่วนตัวผมถือว่าคุ้มค่ากว่าทำงานประจำ  เพราะเราได้เวลาของชีวิตเราคืน !!
ผมมีเวลาฝึกฝนฝีมือตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูป วาดการ์ตูน(ที่อยากจะตัดจบหลายเรื่องในนี้)
ทักษะค่อยๆเพิ่มพูน ผมไม่รู้หรอกว่าได้อะไรจากการทำบ้าๆบอๆในแต่ละครั้งไปบ้าง

แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามันเหมือนจิ๊กซอที่เราค่อยเก็บมาทีละชิ้นๆ
จนทักษะแต่ละชิ้นมันผสานกันจนเริ่มเห็นภาพบ้างแล้ว
ผมเลยยิ่งมั่นใจขึ้นไปอีกว่า ผมจะทำในงานที่เราสนุกกับมัน
ถ้างานนั้นเริ่มไม่ทำให้เราตื่นเต้นอีกต่อไป
ผมจะรีบมองหาสิ่งที่ผมไม่เคยทำ และทำ list ไว้รอเพื่อแก้อาการเบื่องาน


กลับมาเรื่องบริษัทอีกครั้ง
รูปแบบของบริษัทจำเป็น มันดูไม่มั่นคง ซึ่งผมก็บอกกับเพื่อนแล้วว่าบริษัทเราทุกคนต้องหางาน
แล้วแบ่งกันตามปริมาณงานที่ได้ทำ แฟร์ๆ

มันก็คงเป็นแบบนี้ จนกระทั่ง...
เพื่อนที่รู้จักอีกคนเปิดบริษัทตัดหนัง ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับสายภาพยนตร์โดยตรงซึ่งก็ตรงใจกับนาย N มาก
ในความเป็นจริงคือเขาจะอยู่ทั้งสองบริษัท แต่เวลามีงานของผม เขามักไม่ว่างมาทำให้
ใจเขาอยากทำหนัง เราก็ตามใจเขา แต่งานผมมันจะเสียไม่ได้

สุดท้ายเราก็ทนสภาพที่เราไม่รู้เรื่อง production ไม่ไหว เลยไปดูอุปกรณ์ทำ ตอนนั้น DSLR VDO เพิ่งเข้าไม่นาน
ผมตัดสินใจอยู่นาน จนทุ่มหมดหน้าตักซื้อกล้องและอุปกรณ์มา โดยที่ยังไม่รู้ว่ามีงานหรือเปล่าด้วยซ้ำ
ตอนนั้นคิดว่าจะขาย footage ใน istock หรือถ้าไม่ได้ก็ขายเป็นกล้องมือสองยังพอได้นี่ เป็นการเสี่ยงที่ไม่เจ็บมาก

แต่โชคดี .... ด้วยความที่ผมวาง storyboard ตอนเขียนการ์ตูนช่องมาก่อน ตอนที่ผมเขียนเดชฯนี่ผมไม่ได้ทำเล่นๆนะครับ
มันเริ่มจริงจังตอนหน้าที่ 60 กว่าๆมั้ง จริงๆเรื่องนี้ก็เริ่มทำเพื่อฆ่าเวลาสนุกๆเขียนขำๆนี่แหละ
ผมเปิดการ์ตูนหลายๆเรื่อง นั่งดูการวางคอมโพส การไหลของเรื่องอย่างจริงจัง (โดยเฉพาะ hunter  :30:)
พอได้จับกล้อง ถ่ายงานภาพในหัวมันก็แล่นเรียงเป็นเรื่องอย่างง่าย ขนาดภาพ จังหวะการเล่า มันมาตั้งแต่ก่อนถ่ายแล้ว
มันอาจจะไม่ดีเด่มากนักนะครับ แต่มันได้ทักษะประหลาดติดตัวโดยเราไม่รู้ตัวมาช่วยให้งานเราง่ายขึ้น
ผมเพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่า ของที่ผมทำเล่นๆเหมือนหว่านเมล็ดทิ้งๆไปอย่างงั้น มันได้ผลิดอกออกผลตอนนี้แล้ว
งานแรกๆของผมคืองานแต่งงานของนาย P เนี่ยแหละ เป็นงานฟรีๆ ที่ผมจับกล้องครั้งแรกๆ
ทักษะการใช้สีจากที่ได้ลงสีเล่นๆ การตัดต่อที่เคยมั่วๆทำตั้งแต่สมัยเรียน และพอเสร็จงานจะตบตัวเองด้วยคำว่า
"มึงยังกระจอกอยู่เสมอ" เพื่อจะได้เพิ่มชิ้นจิ๊กซอชิ้นต่อๆไป


ตื่นเต้นกับคำว่าจิ๊กซอแบบผมมรึยังครับ !!


จิ๊กซอมันต่อกันเป็นภาพอื่นที่คนเริ่มมองเห็นบ้างแล้ว
งานนี้เป็นงานที่ไปเข้าตารุ่นใหญ่ในวงการหลายคนอยู่เหมือนกัน
จนต่อเนื่องมาเป็นงานของ Singular
และก็ต่อไปในอีกหลายๆค่าย
ไทน์อินที่ www.exa-studio.com  :30: :30:



แม้ตอนนี้ผมอาจจะเป็นคนตัวเล็กๆของวงการไหนสักวงการ
แต่ผมภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปทั้งเรื่องมีสาระและไร้สาระเสมอ
เพราะมันคือสิ่งที่ผมทำเพราะมันสนุก ไม่ติดกับกรอบ (โดยเฉพาะกรอบของตัวเงิน)

ทุกวันนี้เวลาผมไปคุยงาน MV  เขายังทักว่า Layiji ที่ทำฟอนต์ อยู่เลย  :30:
ผลบุญก้อนนี้แม่งหนักเอาเรื่อง (คนเรามันต้องรู้จักให้จริงๆนะ)
เวลาที่คนทักอย่างนี้เขาชอบในงานของเราจริงๆ
รู้สึกว่าถ้ามีไทม์แมชชีน อยากกลับขอบคุณตัวเองในอดีตว่า เอ็งบ้าได้ดีว่ะ!!
เพราะรู้สึกหลังๆนี้พอมีภาระรับผิดชอบมากขึ้น ไอ้ที่ความคิดที่ว่าจะทำเอามันส์มันก็ถูกเบียดด้วยงานหาเงินก่อน
ซึ่งผมพยายามจะเบรคมันเสมอ

จะไม่รับงานจนหนักเกินไป แม้ว่าจะรวยเร็วก็เหอะ

เพื่อนผมบางคนตอนนี้เริ่มต้องหางานที่เป็นงานจริงๆของตัวเองมากขึ้น
ครั้นจะใช้ความกล้าแบบเด็กๆ แต่มีภาระความรับผิดขอบที่เป็นผู้ใหญ่วัยกลางคน
ความกล้ามันเลยหดหายไปหมด ไม่กล้าออกมาจากโลก matrix
กว่าจะกล้าก็ชราภาพซะแล้ว .....



ยืนยันครับ
อย่ากลัวที่จะก้าว แต่ต้องก้าวอย่างมีสติ
Layiji




นักเขียนการ์ตูนรายปี

โบว์

กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชูป้ายไฟ  :25: :25:
อ่านแล้วคึกคักมากๆ


PalmySyd

อ่านเรื่องราวของป๋าแล้วมันสนุกชะมัด

เรื่องของตัวเองนี่ยังมองไม่ออกว่าจะออกมาในรูปแบบไหน
ที่ผ่านมาถือว่าชีวิตโอเคเลย ได้ทำหลายๆอย่างที่อยากทำ

เรื่องงาน...มีทั้งช่วงลงงานหนักๆ แต่ก็มีช่วงว่างมากๆด้วยบางสัปดาห์ทำงานแค่3วัน เวลาว่างก็ได้อยู่กับพ่อกับแม่ บ้างก็ไปเรียนร้องเพลง เล่นอู๊ค...เรียนเอาสนุกได้เพื่อนเป็นคนสนุกๆ มันทำให้ชีวิตเราสนุกขึ้นเยอะเลย

เรื่องการเงิน...หายห่วงเรื่องการดูแลพ่อแม่ จากข้อตกลงธุรกิจครอบครัว เราแบ่งสรรปันส่วนหุ้นไว้สำหรับแต่ละคนและกันส่วนนึงไว้สำหรับพ่อแม่ พ่อแม่จะได้ไม่อึดอัดใจว่าทำให้ลูกลำบากหรือเป็นภาระเกาะลูกกิน

สิ่งที่เราตั้งใจไว้ พอเราทำให้หลุดได้ทีละเปาะๆมันรู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก และในขณะเดียวกันก็เกิดอาการเคว้งๆ งงๆอีกแล้ว ต่อไปเอาไงดีวะ?
เหมือนมันถึงคราวตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตอีกครั้ง จะอยู่ออสหรือกลับมาอยู่ไทยถาวร? หลายคนก็ว่าอยู่ออสไปดิวะไหนๆก็มีโอกาสทำงานทำเงินดีกว่าอยู่ไทย
อืม...ถ้าต้องอยู่จริงๆ ก็ไม่อยากเช่าอยู่ตลอดชีวิตค่าเช่าแพงนรกมาก ถ้าจะซื้อบ้านราคาก็แพงนรกเช่นกัน จะเอาเงินจากไหนมาซื้อบ้านเป็นล้านเหรียญไม่อยากเป็นหนี้นาน30-40ปีด้วย จะอยู่บ้านพี่สาวไปตลอดชีวิตก็ไม่ควรเพราะครอบครัวเขาก็ต้องขยายขึ้นลูกเขาก็โตขึ้น และเราเองถ้ามีครอบครัวก็ไม่ควรเกาะอยู่กับพี่ๆไปตลอด

ช่วงนี้อยู่ไทย พอสมองโล่งๆว่างๆได้อยู่กับตัวเองได้ทบทวนตัวเองก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ขุดเจอว่าเราเคยอยากทำอะไรแล้วยังไม่ได้ทำ มีอะไรอีกมากมายรอให้เราเรียนรู้

iannnnn

อ่านของพี่เลย์แล้วรู้สึกว่า..






















นี่คือสแปม กรุณากดฟ้องยักษ์ นี่คือสแปม กรุณากดฟ้องยักษ์ นี่คือสแปม กรุณากดฟ้องยักษ์ นี่คือสแปม กรุณากดฟ้องยักษ์

Layiji

เอาล่ะ ตอนนี้ผมก็มีเรื่องดีๆมานำเสนอ :30:
นักเขียนการ์ตูนรายปี

B o o k

พี่เลย์เจ๋งโคตรๆ ไม่เสียแรงที่เป็น fc มานาน :25:

Rabbitinblack

อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 10:23 น.
เอาล่ะ ตอนนี้ผมก็มีเรื่องดีๆมานำเสนอ :30:

อย่าลืมเรียกใช้งานบริษัทผมนะครับ แผล๊บ ๆ  :49:

Ah!

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

icez

รู้สึกว่าบุญเก่าแบบนี้มีผลกับการทำงานเยอะเหมือนกันแฮะ ประสบการณ์ส่วนตัวก็ใกล้เคียงกัน แต่ผมเริ่มแบบเส้นขนานตั้งแต่ตอนเรียนไปแล้ว พอเรียนจบก็เลยสบายเลย

Romzaikyu

ป๋าสนใจทำอะไรใหม่ๆ อย่างสื่อสำหรับเด็กมั้ย  :30:

Layiji

อ้างคำพูดจาก: blackYuri เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 10:50 น.
อย่าลืมเรียกใช้งานบริษัทผมนะครับ แผล๊บ ๆ  :49:
ส่งราคาไปแล้วจ้า รอลูกค้าคอนเฟิร์มอยู่นะ  :49:

อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 12:33 น.
ป๋าสนใจทำอะไรใหม่ๆ อย่างสื่อสำหรับเด็กมั้ย  :30:

อยากเขียนนิทานสอนเด็ก  :40:
นักเขียนการ์ตูนรายปี

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines