แผ่เมตตา

เริ่มโพสต์โดย Akar, 06 พ.ย. 2011, 20:37 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Akar

#135
สัพเพ สัตตา
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อะเวรา
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพยาปัชฌา
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีฆา
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
จงมีแต่ความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้น เถิดฯ
sometimes you need to let things go.

เก้อ

พอดีการสื่อสารผ่านทางเวบบอร์ด มีข้อจำกัดคือการอธิบายผ่านภาษาเขียน
เราจึงอ่านเท่านี้-วิจารณ์เท่าที่ปรากฏอยู่นี้นั่นเอง ที่อธิบายก็เป็นเพียงการจับเอา
เหตุ-ผล-ข้อมูล มากระเทาะ แยกแยะ และวิจารณ์-ให้เหตุผลประกอบ
สนทนากันไปตามเรื่อง

ส่วนคำอธิบายของหลวงพี่ หลายๆข้อก็เข้าใจเจตนาหลวงพี่มากขึ้นครับ :46:

ทีนี้ผมขอสะท้อนอีกหลายๆแง่มุมต่อการตอบคำถามของหลวงพี่นะครับ
ปัญหาสำคัญที่สุดในคำตอบต่อเรื่องต่างๆของหลวงพี่ที่ผมค้นพบคือ
ไม่มีคำอธิบายใหม่ๆที่น่าสนใจอะไร ส่วนมากมักจะเป็นการปะติดปะต่อกันของสิ่งที่"พูดเมื่อไหร่ก็ถูกเมื่อนั้น"
ไม่ได้มีความหมายในบริบทไหนเป็นพิเศษ---พูดให้ถูกคือ
ไม่สามารถเอามาตอบในบริบทที่คนกำลังถามได้เป็นพิเศษ-อย่างเฉพาะเจาะจง
เหมือนพูดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ถูกเมื่อนั้น เอาไปวางตรงไหนก็ได้
เลยรู้สึกว่านานๆทีจะได้รับคำตอบอะไรที่เราอยากรู้ ทำนองนี้ครับ

นอกจากนี้ ก็ยังเป็นเรื่องเรียบเรียงประเด็น การจำกัดกรอบการอธิบาย
การยกเรื่องประกอบ-ให้เหตุผลบางอย่างมาสนับสนุน
โดยไม่สามารถทำให้คนเข้าใจได้หรือเสริมคำอธิบายต่อเรื่องหลักได้
สิ่งนี้ส่งผลทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดเสมอว่าหลวงพี่จะสื่ออะไร
(สังเกตว่าต้องมาอธิบายบ่อยครั้งว่า : หลวงพี่ไม่ได้จะสื่อแบบนั้น โยมเข้าใจไปเอง)

กรณีนี้ในกระบวนการสื่อสารก็มองได้ว่า ผู้ส่งสารบกพร่องหรือผู้รับสารบกพร่อง(หรืออาจะทั้งสองอย่าง)
หลายครั้งคำอธิบายของหลวงพี่คือ คนอ่านระดับจิตไม่ถึง ตัดสินอกุศล ผิดขัดใจ ไม่ได้ปฏิบัติธรรม ฯลฯ
อันนี้ก็อาจมองได้ ถ้าในกระบวนการสื่อสารก็คือ ผู้รับสารบกพร่อง
แต่ถ้ามันเกิดขึ้นบ่อยๆและมีคนสะท้อนมาก ผมก็จะเริ่มมาคิดแล้วล่ะว่า
หรือเพราะความสามารถในการอธิบายของตัวเอง ถ้าในกรณีนี้
ผมว่าความสามารถในการอธิบายของหลวงพี่นั้นยังมีจุดบกพร่องอยู่มากครับ
อันนี้ขอสะท้อนความเห็นเรื่องการเขียนและการอธิบายล้วนๆเลยนะครับ

ส่วนจะมาคาดหมายว่าผู้อ่านจะผิดขัดใจ คิดอกุศล หรืออะไรอื่นๆที่หลวงพี่ใช้เสมอ
แล้วหลวงพี่สบายดีนี่ ยิ่งฟังดูข่มคนอื่นสุดๆไปเลยครับ :30:
ไม่ว่าหลวงพี่จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว หรือ"ตั้งใจ"ให้เป็นแบบไหน ละคิดว่าคนอื่น"เข้าใจผิด"ขนาดไหน
คิดว่าคนอ่านก็รู้สึกเสมอว่า ในทุกๆการอธิบายของหลวงพี่ฟังข่มคนอื่นเสมอ
(อย่างที่หลวงพี่เข้าใจนั้นถูกแล้วครับ) มันไม่ใช่ว่าใครเค้าอยากจะคิดอะไรอกุศลกันนะครับ
ที่กำลังอธิบายอยู่นี้ มันเป็นเพราะวิธีการอธิบายของหลวงพี่นั้น
ในมาตรฐานของการสื่อสารของผู้คนในสังคมโดยทั่วไปเค้าจะคิดกันว่ามันคือการข่มคนอื่น
ถ้าหากหลวงพี่ยืนยันว่าไม่ได้คิดเช่นนั้น อันนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของการบกพร่องในการสื่อสาร
อย่างที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง

ดังนั้น ทั้งหมดจึงไม่เกี่ยวกับว่าใจผมจะมีอะไรอยู่
หรือจะไปวัดตัดสินว่าในใจหลวงพี่มีอะไร เป็นยังไง
เราแค่กำลังพูดแค่"เรื่องนี้-เท่านี้" ไม่ได้เลยไปถึงการหยั่งลึกสภาพจิตใจใครเลยครับ
คือเข้าใจนะครับว่าหลวงพี่พูดถึงตรงนี้บ่อยๆเพื่อเตือนจิตของเราอยู่เสมอ :46:
แต่อย่างที่ว่ามันเป็นสิ่งที่พูดตอนไหนก็ถูก และไม่สามารถเอามาอธิบายประเด็นอะไรได้
และยิ่งพอพูดท้ายประเด็นที่กำลังสนทนากัน มันเสริมความหมายว่า
คนอื่นนั้น"ใช้อารมณ์" หลวงพี่ไม่ได้เอาใจมารองรับ คนอ่านจะเข้าใจแบบนี้นั่นเองครับ
(หลวงพี่จะอธิบายว่า หลวงพี่ไม่ได้หมายความแบบนั้น โยมเข้าใจไปเอง : ซึ่งก็วนไปที่คำอธิบายตอนต้นครับ)

ถ้าถามผมก็อย่างที่ว่าปกติธรรมดา - นึกไม่ออกเลยว่าตัวเองรู้สึกผิดขัดใจหรืออกุศลไหม อาจจะมีแต่หยั่งจิตไม่รู้ก็ได้ :30:
รวมถึงไม่เคยคิดว่าอะไรมันถูกต้องแน่นอน ผิดแน่นอน ยึดมั่นอันนี้ได้แน่นอน
พูด"จำกัดกรอบ"อยู่แค่ประเด็นที่กำลังพูดถึงนี้เฉยๆว่าเห็นแบบนี้ เพราะเหตุผล-ข้อมูลแบบนี้
และเพราะมันสัมพันธ์กับบริบทแบบไหน-เกี่ยวข้องกับเรื่องไหนอยู่
ถ้าเปลี่ยนบริบท ก็จะคิด/อธิบาย/ให้เหตุผลแบบอื่น
ไม่ได้คิดว่าตัวเองถูกต้องอะไรเลยด้วยครับ ทั้งหมดผมอาจจะพูดผิดก็ได้
แต่ผมว่ามันเทียบกันไม่ได้กับเรื่องพระพุทธเจ้า-ขงเบ้ง-สัจจะ หรืออะไรที่อยู่สูงขึ้นไป
เราแค่กำลังพูดถึง"เรื่องนี้-เท่านี้" นั่นคือ ผมกำลังสะท้อนก็คือการอธิบายของหลวงพี่
ที่เราพูดกันอยู่ ก็อยู่กับเรื่องนี้เท่านั้นเองครับ

ทั้งหมด ผมยินดีและมีความสุขเสมอที่ได้สนทนากับหลวงพี่นะครับ
สนใจทุกๆคำตอบและการเสนอคำอธิบาย (หนังสือของท่านป.อ.ปยุตโตที่ให้โหลดนั้น ก็อ่านจบแล้ว
แต่คิดว่าเคยอ่านหนังสือที่เป็นวิชาการกว่านี้ของท่านป.อ.แล้ว
อ่านตั้งแต่ตอนยังมีอีกยศนึงสมัยมีประเด็นธรรมกาย อันนี้เลยเฉยๆครับ
เข้าใจว่าเขียนเมื่อนานมาแล้ว แล้วก็เป็นข้อเขียนลงในหนังสืองานศพ ก็มีบริบทในการอธิบายของมันเอง)

จะใช้ว่าความสุขก็ไม่เชิง แต่ก็คือว่ากระตือรือล้นที่จะสนทนาด้วยเสมอทำนองนั้นล่ะครับ
ถึงได้พิมพ์เยอะๆยาวๆตอบเกาะติดอยู่ทุกประเด็นอย่างนี้ตลอดนี่เอง
หวังว่าหลวงพี่คงไม่เบื่อไปซะก่อน ว่าไอ้นี่ทำไมมันเรื่องมากจริงวะ :30: :46:

// หลวงพี่ตัดหน้า  :07: ผมเลยหยุดอ่านคำอธิบายของหลวงพี่ก่อน
คำอธิบายโพสข้างบนตอบปาล์มเรื่องความว่าง ผมค้นพบว่าเข้าใจง่าย
และเสริมความเข้าใจใหม่ๆให้ผมแฮะครับ เป็นคำอธิบายที่เป้นประโยชน์ต่อความเข้าใจผมเลยครับ ขอบคุณครับ :46:
I ROCK , THEREFORE I AM

Buob Marley

ปัญหาอย่างเดียวของผมคือ จู๋นี่แต่ละโพสต์แม่งโคตรยาวเลย จู๋การเมืองยังไม่ยาวขนาดนี้

ปกติ เก้อมันโพสต์โคตรยาวเป็นนิจอยู่แล้ว แต่หลวงพี่โพสต์โคตรพ่อโคตรแม่ยาวเลยครับ :05:

ปล. เห็นด้วยกะบักเก้อเรื่องคำตอบมันวกวน และรู้สึกว่ายังต้องคิดต่ออีกเยอะ (ซึ่งอาจจะตรงกับที่หลวงพี่ต้องการจะสื่อสารรึเปล่าก็ไม่รู้)
ผมชอบแบบสั้นๆ ตรงๆ ง่ายๆ แบบไม่ต้องรู้สึกว่าตะขิดตะขวงในประเด็นของข้อความที่เยอะแยะรุงรังพวกนั้นอะครับ :30:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

ยุนเอ



พี่บวบไปสายเซนเถอะ 









เงินสดไม่ค่อยมีนิ :47::47::47::47::47:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

เก้อ

เอาๆ ถ้าจะวิจารณ์แบบสั้นๆเหมือนเวลาที่วิจารณ์บทอะไรต่างๆ(หรือวิจารณ์บทตัวเอง :37:)
ก็คงจะคล้ายๆที่บวบว่าครับ : คุมประเด็นไม่อยู่ ทำให้มีกลุ่มข้อความ-เรื่องประกอบ
กระจัดกระจาย รุงรังอยู่เยอะมาก ส่งผลให้สื่อความผิดเพี้ยนอยู่บ่อยครั้ง
I ROCK , THEREFORE I AM

Buob Marley

จนตายดีกว่าเป็นหนี้เครดิต :47:

ปล. เซนนี่โคตรจะต้องคิดต่อเลย.. แต่จริงๆ ถ้าไม่คิดเลยก็ได้นี่เนอะ :30:
ปล.2 เก้อโพสต์สั้นๆ เป็นด้วย :37:
ปล.3 หรือปกติที่โพสต์ "ยาวๆ" เพราะจะลบปมอะไรป่าว :47:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

PalmySyd

ปกติจ่ายสด เพราะได้ลดมากกว่าเซน

:30: :30:

PalmySyd

มีความเห็นเหมือนเก้อค่ะ (สั้นดีมั้ย)  :37:



ถามต่อเรื่องศีลค่ะ

โยมมีความเข้าใจว่า ศีล คือ กฏในรูปแบบของพุทธศาสนา

มีศีล5 ศีล8  ศีล10 ศีล227 ศีล311ข้อ ว่ากันไปตามแต่จะต้องถือหรือควรถือ


ทีนี้โยมเคยคุยกับอ.สอนพุทธศาสนาและปรัชญา ตั้งแต่สมัยเรียบม.ปลาย
อ.ท่านว่า สุดท้ายแล้วผู้บรรลุจะถือศีลเพียงข้อเดียว คือ ความว่าง
เพราะท่านบรรลุแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีกฏอะไรมากมายมาประครองตน
เพียงรักษาศีล รักษาความว่างของจิตเท่านั้น

ประกอบกับมีโอกาสฟังคลิปบรรยายครั้งนึงของ ดร.วรภัทร ภู่เจริญ
ท่านก็ว่าในทำนองเดียวกัน ยกตัวอย่าง จี้กง เป็นพระดื่มสุรา ถามว่าบาปมั้ย?
ผิดศีลมั้ย? ท่านบรรลุแล้ว ท่านทำได้ เพราะจิตของท่านว่างแล้ว ท่านดื่มสุราแต่จิตไม่ได้ดื่มไปด้วย ใจไม่เมา


โยมเข้าใจถูกผิดประการใดรบกวนแถลงไขเจ้าค่ะ?

PalmySyd

ตอบเรื่องปัญญา3ฐานของโยมคือ ฐานกาย ฐานจิต และ ฐานความคิด ค่ะ


ณต

#146
เรื่องพระอรหันต์ดื่มสุรา อย่างพระศาคตะนี่เคยได้ยินเหมือนกัน
หรือสันตติมหาอำมาตย์ กินเหล้าเมาฉลองเจ็ดวันเจ็ดคืน
ก็บรรลุอรหันต์ได้หลังจากได้ฟังเทศนาจากพระพุทธเจ้าในคืนวันที่เจ็ด
แต่หลังจากนั้นก็ดับขันธ์ปรินิพพาน ประมาณนี้

ส่วนเรื่องพวกที่ไม่มีศาสนาก็เป็นมูลฐานนิยมนั้น
ประมาณว่าเป็นพวกเชื่อในวิทยาศาสตร์
จนเป็นเหมือนศาสนาหนึ่งนั่นแล
นึกออกไหมว่าเรื่องบางเรื่องมันไม่มีเหตุไม่มีผล
จะเอาวิทยาศาสตร์มาจับประเด็นก็ไม่ได้ทำนองนั้น

Akar

#147
สัพเพ สัตตา
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อะเวรา
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพยาปัชฌา
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีฆา
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
จงมีแต่ความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้น เถิดฯ
sometimes you need to let things go.

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

โก้

ขันติ อหิงสา พรหมมา จะโลกาธิปะติ ไว้ครับหลวงพี่
นึกเสียว่าพวกเราเป็นมาร กำลังมาผจญมิติของหลวงพี่ก็แล้ัวกัน

nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines