Excel

เริ่มโพสต์โดย ฟิ้งซ์, 02 พ.ค. 2008, 22:52 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

แอ้

ไม่เป็นไร ไม่รีบจ้า .. แค่สนใจในคำถามก็ซึ้งแล้ว
อันนี้มันไม่ด่วน ไม่ใช่งานประจำ แค่อยากทำให้มันดีขึ้นง่ะ ก็เลยคิดไปเรื่อยเปื่อย  :25:

REROYD

โอ๊ะ ของผมมัน 3 ชั้นไม่ใช่เหรอครับพี่แอ้  :09:

เลือก A2 ไปเป็นเิงื่อนไขในการเลือก B2
เลือก B2 ไปเป็นเงื่อนไขในการเลือก C2

หรือว่าต้องมีอีกชั้นนึงหว่า  :09:





ป.ล. ชื่อเล่นผมใส่ไว้ใต้อวตารว่า แบงก์ แต่เพื่อน ๆ มันชอบเรียกว่า พราห์ม  :47:

โตน

ไม่เข้าใจพี่แอ้จริงๆด้วย ฮ่าๆ :30:

ยังนึกแบบที่พี่แอ้คิดไม่ออก แต่ผมว่ามันน่าจะใส่เงื่อนไขเข้าไปเพิ่มได้นะ
E entao pergunta Se eu estou em paz E eu digo sim, i feel wonderful tonight

แอ้

ช่ายๆ อยากได้อีกชั้นน่ะแหละ

สมมติ ชุดข้อมูลเป็น

A -- A1,A2,A3 -- A1x,A1y,A1z,A2x,A2y,A2z,A3x,A3y,A3z
B -- B1,B2,B3 -- B1x,B1y,B1z,B2x,B2y,B2z,B3x,B3y,B3z
C -- C1,C2,C3 -- C1x,C1y,C1z,C2x,C2y,C2z,C3x,C3y,C3z  

column แรก drop down เป็น A,B,C
สมมติเลือกช่องแรกเป็น B, ช่องที่สอง drop down จะกลายเป็น B1,B2,B3
สมมติเลือกช่องที่สองเป็น B3 ช่องที่สาม drop down จะกลายเป็น B3x,B3y,B3z

แล้วค่อยใช้ค่าสุดท้ายไป Vlookup หาผลลัพธ์อีกทีอะจ้ะ

โอ๊ย ดีใจ อธิบายถูกแล้ว คิดไม่ออกอยู่ตั้งนาน :3005:

REROYD

#319
แง ... :05:

ถ้าอย่างที่พี่แอ้อธิบาย ของผมมันก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอ  :05:

Flow มันเป็นแบบนี้อะ  :37: แล้วก็เอา C2 ไป Vlookup เอาอะ  :37:


A2 -> B2 -> C2

ACTA -> ACTA1 -> SUBA11,SUBA12,SUBA13,SUBA14
ACTA2 -> SUBA21,SUBA22,SUBA23,SUBA24
ACTA3 -> NONE

ACTB -> NONE

ACTC -> ACTC1 -> NONE
ACTC2 -> SUBC21,SUBC22,SUBC23
ACTC3 -> SUBC31,SUBC32,SUBC33,SUBC34,SUBC35



หนุ่ม

ของแบงก์ (ชื่อนี้ใช่นะ) น่าจะถูกแล้วนะ ผมก็เข้าใจแบบนี้ :42:
Reading Learning & Sharing

แอ้

#321
จริงปะ เดี๋ยวพี่ดูใหม่
พอลองคลิก drop down แล้วมันขึ้น none ก็เลยงงๆ ง่ะ  :16:


// โอเค แบบแบงก์นี่แหละเป๊ะเลย ตามนี้แหละจ้ะ แถมสูตรไม่ยุ่งอีกสุดยอดครับน้อง  :12:
ขออภัยด้วย ตอนแรกพี่ดูไม่ถี่ถ้วนเอง และขอบคุณมากๆ ทั้งสามหนุ่มเลยเน้อ :53:


REROYD

NONE เกิดจากผมขี้เกียจคีย์ข้อมูลต่อครับ เลยตัดให้เป็น NONE ไป  :30: :30:

แอ้

ถูกแล้วๆ เพราะข้อมูลจริงๆ มันไม่ได้เท่ากันทุกอันไง
เดี๋ยวขอไปศึกษาต่อนะจ๊ะ  :46:

ตารางตัวนั้น พี่อยากให้มันทำงานได้ ๒ ทางคือ ทั้งรับ input รายวัน
แล้วก็สามารถสรุปผลรอบใหญ่ๆ ได้โดยไม่ต้องมานั่งดึงข้อมูลใหม่ง่ะ
เพราะต้องทำงานแบบนี้หลายตัวมากๆ เลยนิยมยัดทุกอย่างไว้ในไฟล์เดียวเสมอเลย

แอ้

เรากลับมาอีกแล้ว พร้อมปัญหา excel สนุกๆ มาให้ขบคิด
(สนุกกันรึเปล่า พี่หนุกนะ พี่ชอบสร้างเงื่อนไขอะไรแปลกๆ ให้ตัวเองตลอด  :30:)

ตอนนี้อยากทำ Checklist งาน ที่สามารถเตือนได้ว่างานตัวไหนอยู่ในสถานะไหน
งานพี่มี Lead time ทุกชิ้น แต่ทีนี้ปัญหาคือบางงานมีหลาย period อยากจะบันทึกทุก period
แต่เลือกเอามาคำนวณเฉพาะตัวสุดท้าย มีวิธีไหนที่ฉลาดกว่าการใส่ if ซ้อนกันไปเรื่อยๆ มั่งอะ

สมมติชุดข้อมูล

งาน A; period I 1 Jan 10 - 31 Dec 10, period II 1 Jan 11 - 31 Dec 11, period III 1 Jan 12 - 31 Dec 12
งาน B; period I 12 Apr 09 - 31 Dec 11, period II 1 Jan 12 - 30 Jun 12

สมมติวันนี้คือ วันที่ 1 Jul 12 จะทำให้โชว์แบบนี้

งาน A = 183 Days (remaining)
งาน B = -1 Day (over due)

ตอนนี้คิดว่าคิดออกแหละ ใส่เงื่อนไขไปเรื่อยๆ ว่าจะตั้ง period ไว้ ซัก 5 period
แต่พอจะลงมือทำ มันรู้สึกโง่ๆ ยังไงไม่รู้ เหมือนกะว่าจะมีเส้นผมบังภูเขาอยู่รึเปล่า
เลยมาถามทิ้งไว้จ้า..

จะพยายามคิดต่อไป

REROYD

อ่านแล้วยังงง ๆ ครับ  :31:

แต่ถ้าพี่แอ้จะหาผลต่างของวันใช้ =DATEDIF ครับ  :37:

=DATEDIF(วันแรก,วันสุดท้าย,"รูปแบบ")

ส่วนของรูปแบบก็มี "d","m","y" คือบอกผลต่างเป็น วัน เดือน ปี ครับ  :56:

แอ้

 :12: เจ๋งอะทได้สูตรใหม่อีกแล้ว

คือปัญหาของพี่คือ จับช่องเดิมๆ มาลบกันไม่ได้ เพราะว่ามันมีการบันทึกหลายค่าอะ อยากเอาตัวล่าสุดมาคิดตัวเดียว แล้วไม่สนใจตัวเก่าๆ ที่บันทึกไปก่อนหน้านี้ งงปะ

เหมือนจะคิดออกรางๆ เดี๋ยวใจร่มๆ ลองมาแกะต่อ

หนุ่ม

ฮัดช่า ผมเคยทำตอนสมัยทำงานครับ :52:

ใช้สูตร =TODAY() จะได้วันที่ของวันนี้มาครับ แล้วเอามาลบวันสุดท้ายของ period (ใช้สูตร =DATEDIF ของแบงก์)
จะเป็น =DATEDIF(TODAY(),วันสุดท้าย,"D")
ถ้าเปลี่ยนวันสุดท้ายเป็นวันแรกก็จะได้จำนวนวันที่เลยมาแล้ว

แล้วเราก็มาตั้งเงื่อนไขว่า ถ้าตัวเลขจำนวนวันติดลบให้เป็นตัวแดง
หรือตั้งซ้อนไปอีกว่าถ้าเหลือน้อยว่าหรือเท่ากับ 10 ให้เป็นสีส้ม

ประมาณนี้ครับ :22:
Reading Learning & Sharing

แอ้

เงื่อนไขที่ค่าของตัวเลขต่างกัน มีสีึต่างกันนี่ ใช้ Macro ป่าวจ๊ะ
พี่ยังใช้ไม่เป็นเลยอะ อีกอย่างเวลาฝังสูตรที่มี Macro แล้ว คนอื่นเปิดไฟล์ มันจะถามทุกครั้งเลยรึเปล่า

REROYD

ไม่ต้องใช้ Macro ครับ เข้าไปตั้งใน conditional formatting ได้เลยครับ

แต่ใน 2007/2010 มันอยู่ตรงไหนฟะ หาไม่เจอ  :3005:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines