ถอดเพลง

เริ่มโพสต์โดย เก้อ, 23 เม.ย. 2008, 03:03 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ณต

#420
ใช่ๆ ตอนจบที่ร้องเสียงสูงว่า on such a winter's dayyyyy นี่แหละ

จริงๆ คงต้องพูดว่า หนาวฉิบหายเลยโว้ยยยยย ด้วย  :30:

............................

ขอวกกลับมาที่ Hotel California นิดนึง

So I called up the captain, "Please bring me my wine", He said
"We haven't had that spirit here since nineteen sixty-nine"

ตูเคยสงสัยว่า แล้วทำไมถึงต้องเป็นปี 1969 ด้วย
จริงๆ แล้ว ปี 1969 ไม่ใช่มีแค่คอนเสิร์ตวู้ดสต็อก

แต่เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างในสังคมอเมริกัน
เป็นปีที่ นีล อาร์มสตรอง เหยียบดวงจันทร์

ช่วงนั้นอยู่ในช่วงของการมีสงครามเวียตนามด้วย
เป็นช่วงพีคๆ ก่อนที่จะเริ่มมีการถอนทหารจากเวียตนามในปีนั้น

ปีที่มีข่าวว่า ทหารอเมริกันฆ่าและข่มขืนชาวบ้านในเวียตนาม
จากที่เป็นวีรบุรุษอยู่ดีๆ ผู้คนต่างออกมาสาปแช่งกลายเป็นสัตว์สงคราม
เป็นจุดเริ่มต้นของการออกมาประท้วงต่อต้านสงครา่มของนักศึกษา
กว่าสองแสนคนที่วอชิงตัน

เป็นปีที่ โฮจิมินห์ เสียชีวิต
เป็นปีแฟนเพลงของโรลลิ่ง สโตน ถูกฆ่า ที่ Altamont คอนเสิร์ต  ที่ California
และนั่นตูว่า เป็นจุดจบ ของยุค ฮิปปี้นั่นเอง

ดังนั้น ประโยคที่ว่า
"Please bring me my wine", He said
"We haven't had that spirit here since nineteen sixty-nine"

ปกติไวน์ เราสามารถใช้ความหมายในการแทนเลือดของพระเยซูได้
เอาไว้ไถ่บาป หรือในพิธีศักดิ์สิทธิ์ อะไรทำนองนี้
ในเพลงนี้คงแทนความหมายของ จิตวิญญาณแห่งบุปผาชน หรือฮิปปี้ในยุคนั้น
(ซึ่งจิตวิญญาณนั่น ก็ตายไปตั้งแต่ปี 1969 นั่นแหละ)

ส่วนท่อนนี้
There were voices down the corridor,
I thought I heard them say:
ตูแปลประมาณนี้

คือประมาณว่าเดินตามผู้หญิงไป
ได้ยินเสียงคนแว่วๆ ตรงสุดทางเดิน
ซึ่งพอโผล่ออกไป ก็เจอผู้คน(ผี) เต็มไปหมด
ทุกคนพร้อมใจกันเปล่งเสียงว่า

ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมแห่งคาลิฟอร์เนียนะจ๊ะห์  :30:

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ของเพลงนี้
ตูก็ยังยืนยันว่า นักร้ิองโดนผีหลอกในโรงแรม
วิ่งกันป่าราบจริงๆ นั่นแหละ  :30:




ไอ้เบิร์ด

กำลังจะมาถามเลยว่าทำไมต้องเป็นปี 1969

ได้ป๋าณตมาเฉลยแล้ว  :33:

+ป๋าณต
"...ถ้าสายตาเราชินกับในที่มืดแล้ว คงยากที่จะเพ่งมองโลกภายนอกได้..."

ครูย้งงง

อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 06 มี.ค. 2009, 11:03 น.
เลือกเพลงที่เข้ากับบบรรยากาศที่เพิ่งเกิดขึ้นในสองสามวันนี้
และเผอิญโพสต์ของพี่กำนันได้สะกิดคำนี้ขึ้นมาเมื่อเช้า
เพลงง่ายๆ ถอดความไม่ยากนัก

Let It Be
(Lennon/McCartney)


พี่เป็ดเคยฟังversion ใน  across the  universe มั๊ย ครับ  ผมชอบมากเลย ตอนแรก เคยเพลงเพลงนี้ผ่านๆ ไม่นึกว่าจะมีความหมายอะไรดีขนาดนั้น

Romzaikyu

across the universe นี่ชอบหมดแหละ โดยเฉพาะ across the universe ล่องลอยดี :56:

เอาล่ะ องค์ประชุมได้ชำระโฮเต็ลไปหมดแล้ว เดี๋ยวถึงคิวเพลงต่อไป อะไรดี  :47:

ณต

อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 13:52 น.
across the universe นี่ชอบหมดแหละ โดยเฉพาะ across the universe ล่องลอยดี :56:

เอาล่ะ องค์ประชุมได้ชำระโฮเต็ลไปหมดแล้ว เดี๋ยวถึงคิวเพลงต่อไป อะไรดี  :47:

แปล Across the universe เลยสิครับ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว  :25:

อยากรู้ว่าตรงท่อน
Jai guru deva om
Nothing's gonna change my world
จะแปลยังไงดี

เก้อ

Jai guru deva om
ไจ คุรุ เทวะ

นมัสการแด่ เทพแห่งความรู้
ไจ - ประมาณว่า แด่, อธิษฐานแด่, สรรเสริญแด่
คุรุเทพ - เทพแห่งความรู้

ส่วนเนื้อทั้งหมด เคยแปลแล้ว แต่ไม่เป็นผลครับ
จนไม่เคยคิดจะกล้าแปลเลย แต่ก็เคยเขียนอะไรที่บันดาลใจ
จากเนื้อเพลงนี้ไว้เมื่อหลายปีมาแล้ว คือร้องและจำเนื้อได้เป็นปกติอยู่แล้ว
แล้วอยู่ดีๆ ก็เขียนคำภาษาไทยนี้ ขึ้นมาเฉยๆจากความรู้สึกที่มีต่อเพลง
จับเอาคำ 4-5 คำในเพลงมา นอกนั้นก็ปล่อยไหลไปตามความรู้สึก

เนื้อความประมาณนี้


อ้างอิง



ถ้อยคำ



ล่องลอยไหลรินมาดั่งสายฝนที่ไม่มีวันหยุดตก

สู่มหาสมุทรที่แผ่กว้างอยู่เบื้องหน้า

ไหลลิ่วมา ระเรี่ยแสงที่อาบพื้นน้ำ

ข้ามขอบเขตของห้วงจักรวาล


ณ ชายฝั่งของความเศร้า

คลื่นแห่งความยินดี ร่อนเร่มาจนถึงหัวใจฉัน

ครอบครองและโอบกอดเราเอาไว้



แสงสว่างระยิบพื้นน้ำ พร่าตาเรา

คล้ายมีดวงตานับล้านร่ายรำอยู่รายรอบ

พลางส่งสียงเรียกเรา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...



ความนึกคิดที่ลดเลี้ยว คล้ายสายลมที่ไม่เคยหยุดพัดโหม

ถาโถมสู่ลมหายใจ สูดเอาแสง คลื่น ละอองไอลม

...ล้มลุกคลุกคลาน

ขณะมองหาหนทางที่จะพาข้ามห้วงจักรวาล



เสียงหัวเราะ ต่อเฉดสีของโลก ณ สุดของชายฝั่งที่ร้างผู้คน

เปล่งแสงทักทายดวงตาของเรา ที่เฝ้ามอง



ความรักที่ไม่มีวันหมดสิ้น ส่องแสงเป็นประกายรอบตัวเรา

ดุจดวงอาทิตย์นับล้านดวงฉายซ้ำ และเรียกชื่อฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นอกเหนือขอบเขต ข้ามห้วงจักรวาลไกลโพ้นมา...



Nothing ' s gonna change my world

...Nothing ' s gonna change my world...





*
Across the Universe บทเพลงอมตะของจอห์น เลนนอน
อยู่ ก็ดังขึ้นในหูผม ขณะเดินไปให้ถึงปลายสุดของแหลมพรหมเทพ
(ถึงที่ดังในหูนั่นจะเป็นของเวอร์ชั่นของฟิโอน่า แอปเปิ้ลก็เถอะ เหอะ เหอะ)

คำข้างบน เขียนขึ้นหลังจากวันนั้นไม่นาน เมื่อยังนอนเล่นที่บ้าน อ.กะปง, พังงา
ใช้เนื้อหาเดียวกันกับเพลงของจอห์น นอนเล่นเพลงนั้นนั่นแหละ
ส่วนรูปนี้ ถ่ายโดยพี่ชายผมเองน่ะ เย็นวันที่เข้าไปซื้อของที่ภูเก็ตกัน
มีเวลาก็เลยขับรถเที่ยว จนเลยไปถึงฟากแหลมพรหมเทพ


นี่น่าจะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดที่สายตาเคยเห็นมา
มหาสมุทรกว้างข้างหน้าย้ำเตือนความรู้สึกเล็กจ้อย
ไร้อำนาจ และความจริงที่ว่าเราเป็นแค่ผงธุลี

ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งของมหาสมุทร
สงครามยังดำเนินไม่หยุดหย่อน
คล้ายกับเราไม่เคยเล็กจ้อยเป็นผงธุลีแบบนั้นเลยจริงๆ



I ROCK , THEREFORE I AM

Romzaikyu

ชัยยะ ครุ เทวะ โอม  :47:

ยังไม่แน่ใจนะ เดาเอา  :30: :30:


เก้อตัดหน้า  :07: :07: :07:

ณต

โอ้ว ที่เก้อเขียนนี่มัน  :25:

เหมือนเคยอ่านเจอว่า
จอห์น เลนนอนบอกว่า
เพลงนี้เป็นเพลงที่เป็นกวีมากที่สุด
ในบรรดาเพลงที่เขาแต่งแล้ว

Romzaikyu

แล้วยังจะมาให้แปลเพลงเทพๆ  :07: :07:

งั้นตาณตแปล smell like teen spirit ละกัน  :47:

ณต

อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 21:12 น.
แล้วยังจะมาให้แปลเพลงเทพๆ  :07: :07:

งั้นตาณตแปล smell like teen spirit ละกัน  :47:

:30: เห็นว่าแปล Hotel California
เลยคิดว่าน่าจะแปล Across the universe ได้

เพลงของ Nirvana ผมไม่ถนัดเลยครับ
จริงๆ ช่วงนี้ไม่มีหัวแปลอะไรเลยครับ
มีแต่เรื่อง Encryption, Spread Spectrum อะไรก็ไม่รู้เต็มหัวไปหมด  :05:

Romzaikyu

งั้นจะพยายามนะ โปรดติดตามชม :37:

เก้อยังแม่งไม่กล้าแปล แล้วตูจะเหลือเรอะ  :05a:

เก้อ

ไจ นะครับ ไม่ใช่ ชัย
ชัย มันคือชัยชนะ
ไจ ที่แปลว่าคารวะนี่ไม่มีในสันสกฤตของไทย
ช่วงนั้นทางวงมีมหาฤษีเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตวิญญาน
(จอร์จ แฮริสันไปเจอที่อินเดีย) ก็เลยเอาประโยคคารวะนี้มาใส่
เพื่อบอกความหมาย คารวะแด่ทวยเทพแห่งความรู้ทั้งมวลของมนุษย์
ที่ทำให้มนุษย์เข้าถึงสภาวะจิตอันสูงส่ง ซึ่งสภาวะอันนั้น
เขาบรรยายไว้ท่อนท้ายๆ ที่บอกว่ามองเห็นดวงอาทิตย์เป็นล้านๆดวง
เฉดสีนับล้าน พร่าดวงตา อะไรประมาณนี้ แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง
นี่มันอาการคนเมาปุ๊นดีๆนี่เอง :37:

สำหรับเลนน่อน ซึ่งใครต่อใคร นับว่าเป็นนักแต่งเพลงที่ดีที่สุดของโลก
แกยังว่าเองว่า นี่คือเนื้อเพลงที่ดีที่สุด ที่แกเคยเขียนมา
อ่านเป็นกลอนเฉยๆยังเพราะ

พวกพี่น้องกัลลาเกอร์ก็เคยบอกนะครับว่า เพลงนี้เป็นแรงบันดาลใจ
ให้แกเขียนเพลง เป็นนักแต่งเพลง อันนี้ก็ไม่น่าแปลกใจ
เพราะเนื้อเพลงโอเอซิสมันก็บีทเทิ่ลดีๆนี่เอง ส่วนเพลง Across the Universe
ผมว่าก็กลายร่างมาเป็นเพลง Champaign Supernova เพลงนี้ฟังทีแรก
ผมก็ว่ามันคือ Across the Universe ของโลกยุคใหม่แท้ๆเลย
(ในมิวสิค ยังทำผมใส่แว่นให้เหมือนเลนอนอีก)
แล้วถ้าอยากเข้าใจภาวะเฉดสีมึนๆในเพลงของ Across ที่ว่า
ผมก็ว่าดูจากมิวสิคเพลงนี้ของโอเอซิสได้ ทำภาพสื่อได้ชัดมาก

แต่มันตรงไปตรงมากว่า ที่บอกกันชัดๆว่า getting high
(Where were you while we were getting high ร้องซ้ำไปซ้ำมาทั้งเพลง)

http://www.youtube.com/watch?v=-cJauX_q6wI

แล้วเอาจริงๆ ผมชอบเพลงนี้ และเนื้อเพลงนี้
มากกว่า Across the Universe อีกนะ

ปล.เขียนผสมปนเปเลยเถิด อย่าถือสานะครับ
พอนึกถึงเรื่องนี้แล้วมันก็ทำให้นึกถึงอะไรต่อไปต่อมาเรื่อย
เร่ิมด้วยมหาฤาษีเลยจบด้วยโอเอซิส :30:


//ตัดหน้า :07:
I ROCK , THEREFORE I AM

Romzaikyu

อีโอเอซิสนี่ตูก็ขอบายการแปลเลยล่ะ กลัว  :37:
ชอบนะแต่อีเนื้อประมาณ "ทำอาหารมื้อนึงแล้วเขวี้ยงมันทิ้งตอนวันอาทิตย์" นี่ท่อนแรกก็ไม่กล้าแปลแล้ว  :30: :30:

ณต

พูดถึง Across the universe, Let it be
เลยไปหยิบแผ่นเสียงชุดนี้มาฟัง
The Beatles Ballads

ซึ่งรวมเพลงโคตรอมตะ
อาทิเช่น Yesterday, All my loving, Across the universe
Hey Jude, The long and winding road,  And I love her
แล้วก็ Let it be ให้ฟังกันเต็มอิ่มไปเลย

ปกแผ่นเสียงชุดนี้ก็สวยด้วยสิ
(จริงๆ ปกแผ่นเสียงของ The Beatles
สวยๆ แทบทุกอัลบั้มเลย นี่เลยเป็นสาเหตุนึง
ที่ตูสะสม แผ่นเสียงของ The Beatles เลย)



ฟังจนหมดแผ่นแล้วรู้สึกดียังไงไม่รู้  :22:

papos

อืมมม...

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines