เรื่อง..รถ รถ

เริ่มโพสต์โดย ส้ ม ♥, 29 พ.ย. 2007, 17:02 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

คิ้วหนาจ้ะ

มีสนใจของอะไรมั้ยล่ะ
จะได้ถามราคาให้ถูก

ของพี่นิยม dunlop ใครซื้อตูก็เชียร์หมด  :30:
แต่พวกยางอินโด อย่าไปซื้อนะ ไม่เวิร์ค

นักศิลปะ

ผมใช้ บริดสโตน นี่แหละ
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

Buob Marley

มีนะครับ.. พวก pirelli จากอิตาลี
ขอบสิบหกเส้นละห้าพันกว่าครับ :30:

อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 09:32 น.
มีสนใจของอะไรมั้ยล่ะ
จะได้ถามราคาให้ถูก

ของพี่นิยม dunlop ใครซื้อตูก็เชียร์หมด  :30:
แต่พวกยางอินโด อย่าไปซื้อนะ ไม่เวิร์ค
ไม่มีความรู้ครับ มีอะไรแนะนำมั่ง ไม่เอายางสปอร์ตครับ
เอาแบบนุ่มๆ เงียบๆ ขับสบายๆ ขนาดน่าจะ 205/65 R15 ครับ
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Ou!







ใช้ bridgestone กันเถอะ

ลูกค้าผม :37:


งบน้อย

โก้

เห็นมะ มีคนเชียร์บิดกระโจนตั้งหลายคน  :37:
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

นักศิลปะ

ถ้าเก๋งก็บิดกระโจนแหละ หาง่ายจะตายชัก
(ผมโฆษณาให้แล้วนะ อุ้ย  :22:)
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

Buob Marley

ของเดิมก็บริดจ์สโตนครับ (ทูแรนซ่า) :37:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

คิ้วหนาจ้ะ

#592
อ่านกันเล่นๆ นะครับ ด้วยความอยากเขียน (ที่จริงว่างจัดมากกว่า) อิอิ หวังว่าคงจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ
และทั้งหมดก็เป็นเพียงแค่ความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้นนะครับ


ก่อนอื่นสวัสดีพี่ๆ ทุกท่านก่อนนะครับ


ส่วน ตัวแล้วได้ลองมาหลายชุดเหมือนกันทั้งรถเพื่อน รถตัวเอง รถแม่ รถน้าชาย ทั้งขับโหด ไม่โหด ขับกินลม
(บางทีอาจจะกินน้ำ กินข้าวบ้าง ตามเรื่องตามราว อิอิ)  เพื่อนขับโหด เพื่อนขับโหดมาก  --.,--


ผมแบ่งออกเป็น 3 ประเภทของยางนะครับ คือ
1) ยางรถบ้านนุ่มเงียบ
2) ยาง Sport High Performance
3) ยาง Semi solf compond


เริ่ม กันที่แบบแรกเลยนะครับ 1) ยางรถบ้านนุ่มเงียบ ยางในแบบนี้มันจะให้ความสบายในการนั่งโดยสาร ความเงียบ และตอบสนองการขับขี่ทั่วไปได้ดีครับ มันจะมีแต่ Seiries สูงๆ แต่ก็มีบางรุ่นที่ออกยาง Series ต่ำๆ ออกมาเพื่อเอาใจคอรถบ้าน ที่ต้องการเปลี่ยน Mag ไปเป็นขอบโตๆ เพื่อความสวยงาม แต่ไม่ได้ต้องการการขับขี่แบบดุดันเท่าไรนัก (แรงไม่แรงขอหล่อไว้ก่อนนะครับ)

- Bridgestone Gr60 อันนี้รุ่นเก่าแล้ว ตอนแรกที่เปลี่ยนมา ก็ไม่ได้นุ่มมากมายอะไรนักครับ แต่ใช่มานานจนดอกใกล้จะหมดแล้ว ทั้งซัด ทั้งเดินทาง มันกลับไม่แข็งขึ้นกว่าเดิมเลย การเกาะถนนก็งั้นๆ เรื่องเสียงยังมีหอนบ้างแต่ ต้องใช้ไปนานหน่อยถึงจะมีเสียง การรีดน้ำอยู่ในระดับงั้นๆ แต่ไม่ถึงกับเหิรน้ำถ้ายังมีดอกอยู่ เป็นยางระดับกลางๆ ที่ถ้านึกอะไรไม่ออก ไม่อยากเสี่ยงกับยางต่างประเทศ ที่อาจจะค้าง Stock และอาจจะบวมแตก ก็เป็นตัวเลือกที่ดีครับ (ใส่ใน Passat B4)

- Bridgestone Gr80 อันนี้ไหม่กว่ารุ่นทางด้านบน ให้ความนุ่มนวลมากกว่าตัวทางด้านบนนิดหน่อนครับ ใช้ไปนานก็ยังไม่ค่อยมีทีท่าว่าจะแข็งขึ้นสักเท่าไร การรีดน้ำดีกว่าตัวบนนิดหน่อย การเก็บเสียงดีกว่า การเกาะถนนก็ดีกว่าตัวทางด้านบนครับ สรุปคือพัฒนามาจากตัวทางด้านบนครับ น่าใช้กว่า แพงขึ้นกว่าเดิม อิอิ (อันนี้อยู่ใน E220 W124 ของเพื่อนที่เคยและเคยขับนั่งบ่อยมากๆ)

- Yoko A300 ยางอะไรไม่รู้เปลี่ยนมาใหม่ๆ โคตรนิ่ม โคตรเงียบ....... เงียบจริงๆ อิอิ แก้มยางนิ่มมาก แต่เพราะว่ามันนิ่มมากแก้มมันเลยไม่ค่อยทนนะครับ เห็นชัดมากจากการที่รูดผ่านถนนก่อนที่จะเข้าไฟแดง แล้วมันจะมี ขีดขาวๆ ขั้นอยู่ มันดังแค่ วืบ....เบาๆ เท่านั้น การเกาะถนนก็ดีใช้ได้ครับ แต่การรีดน้ำก็ได้แค่พอทนเท่านั้น ดอกหมดเร็วครับ ถ้าขับแบบซัดๆ เข้าโค้งแรงๆ จะพบว่า 30000 Km ก็หาดอกไม่เจอแล้ว อิอิ ไม่เหมาะสำหรับคนที่ใช้รถมากๆ เพราะดอกหมดเร็วจริง แต่ชดเชยด้วยราคาถูก เป็นยางนอกที่ราคาถูก แต่หาเปลี่ยนยากครับ เคยเจอแต่ที่วงเวียน22 ถ้าเป็นร้านรอบนอกบอกว่าต้องสั่ง และราคาแพงกว่าอย่างไม่น่าเชื่อ (ไซร์ 185/65/14 ราคาแค่ 1700 บาทเท่านั้นยางสดมากๆ ออกมาจากโรงงานแค่ 2 เดือนเท่านั้น แต่ว่าหากซื้อแถวๆ ถนนศรีนครินทร์ เคยถามมาบอกว่าสั่งได้ราคา 2700 บาท เลยตกใจ อิอิ) โดยส่วนตัวแล้วประทับใจiรุ่นนี้ที่สุดใน Class นี้ครับ (อยู่ใน MkIII Variant และก็ Vento ของคุณน้าครับ อันนี้ชอบใช้ไปเป็นมือปืนรับจ้างขับรถให้ เขาใช้รถเฉลี่ยปีละ 25000 Km )

- Yoko A500 ยางอะไรไม่รู้ โฆษาว่าอยู่ในตระกูลนิ่มเงียบ แต่แก้มโคตรแข็งเลย เปลี่ยนมาตอนแรกๆ ก็ยังพอจะนิ่มบ้าง แต่พอสักพัก แก้มแข็งจริงๆ ตอนแรกๆ ให้อาการการขับแบบ Sport นิดๆ เพราะออกแข็งอยู่บ้าง การเกาะถนนดีนะครับ ดีกว่า A300  ความเงียบก็ดีครับ แต่สู้เจ้า A300 ไม่ได้ การรีดน้ำพอๆ กับ A300 แต่ดีกว่า ราคาแพงกว่าครับ  ดอกยางหมดช้ากว่า เมื่อใช้ไปนานๆ แล้วจะแข็งทั้งแก้ม และดอกครับ และก็มีอาการลื่นๆ ด้วย (อยู่ใน Civic Ek D16y8 ของเพื่อนครับ เคยขับรถมันตั้งแต่วันแรกที่เปลี่ยนยัง จนใช้มาได้ 2 ปี ก่อนมันเอาไปฟาดกำแพงทางด่วนมา เพราะยางมันลื่น อย่างว่าใช้ยางผิดประเภท  อิอิ ก็ก่อนที่มันจะฟาดได้ขับมาเรื่อยๆ เพราะมันชอบเอารถไปขับ แล้วมันก็ส่งกุญแจรถมันมาแรก  เจ้าของเดียวกับ W124 คันทางด้านบนครับ)

- Michelin รุ่นที่ออกมาก่อน Energy ที่เป็นของรถบ้านอะครับ จำรุ่นไม่ได้ วันแรกที่เปลี่ยนมา (เพราะเอาไปเปลี่ยนมาเอง ) นิ่มโคตรๆ เงียบโคตร แต่ไม่เท่า Yoko A300 เกาะถนนดีใช้ได้ การรีดน้ำดี เอาเป็นว่าประทับใจกว่า Bridgestone ทั้ง 2 ตัวด้านบน แต่ๆๆๆๆ......... เมื่อใช้ไปประมาณ 10000 Km แข็งโคตรๆ ตดหลุมทีดังปั้ง ดอกก็แข็ง แก้มก็แข็ง แหมต่างจากวันแรกราวกับฟ้ากับเหวเลย แล้วหลังจากที่มันเริ่มแข็งแล้ว ทีนี้ใช้ยังไงดอกก็ไม่หมดซะที คือดอกไม่สึกเลยอะครับ แต่ว่าในเรื่องความเงียบบนถนนเรียบยังเงียบอยู่ครับไม่หอน (อันนี้อยู่ใน Galant Ultima กับ CRV ของน้าเขยครับ)


2) ยาง Sport High Performance เป็นยางที่เน้นการเกาะถนน แก้มยางเข็งแรง อาจจะมีเสียงดังบ้าง และอาจจะสะเทือนบ้างแต่ก็แรกมาด้วยการเกาะถนนที่ดีกว่ายางแบบด้านบนครับ มักจะเป็นยางแบบ Series ต่ำๆ ขอบโตให้เลือกใช้ แต่จะมีบางรุ่นที่ออกยาง Series สูงๆ  มาให้เลือกใช้ เพื่อเอาใจคอรถบ้างที่ไม่ต้องการเปลี่ยน Mag ไปหาแม็กขอบโตๆ ที่ต้องระมัดระวังในการขับขี่ แต่ต้องการสมถนะที่ดี ในการเกาะถนน

-Dunlop Sp sport 9000 ตอนใหม่ๆ เกาะดีครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน การรีดน้ำ แหมของเขาดีจริงๆ ถนนเส้นศรีนครินทร์ เลนส์ขวาสุดที่มีน้ำขังมันซัดมาร้อยฝ่า พักพวกบอกว่าไม่เหิรน้ำแต่อย่างไร เราขับกระบะ 4WD ไป แล้วก็ใส่เกียร์ 4HI ยังไม่กล้ารูดน้ำขนาดนั้นเลย ทีแรกก็ไม่เชื่อ แต่หลังจากนั้นตอนช่างหัวแตกก็ได้อาศัยรถมันโดยสารไปเรียนอยู่พักใหญ่ เพราะขับรถไม่ไหว พบว่ามันรีดน้ำดีจริงๆ แฮะ ไม่ได้โม้!!!!!! แต่ว่าบนถนนแห้ง ก็เกาะได้ดีแบบที่ยาง Sport ทั่วไปควรจะเป็น ไม่ได้เกาะจนโดดเด่นที่สุดใน Class แต่อย่างไร เมื่อใช้ไปนานๆ จนเริ่มเก่าก็เริ่มที่จะเสียงดังมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งที่ตอนยังใหม่ ดังอยู่บ้างแล้วดอกหมดเร็วครับ ประมาณ 30000 โลก็หมด แก้มยางค่อนข้างแข็ง แต่ขอบยางชอบแตกเมื่อเวลาเก่าๆ เพื่อนใช้มา 2 ชุด แตกขอบทั้ง 2 ชุดเลย (อยู่ใน 525i E34)

- Dunlop Lemance Lm702 เกาะถนนทั้งทางแห้ง และเปียก เป็นรอง Sp sport 9000 นิดหน่อย แต่ราคาถูกกว่า และมียางใน Series สูงๆ ให้เลือกใช้ ส่วนเรื่องความนุ่มนวลนั้นพอกันกับเจ้า Sp sport 9000 แต่ที่ดีกว่าจริงๆ ก็คือ เก่าๆ แล้วก็ยังไม่แตกขอบหรือร้าวให้เห็น แต่ยางตัวนี้มักมีอาการกิน (จำไม่ได้ว่าด้านไหนแต่เมื่อเปลี่ยนใส่ยางรุ่นนี้มักจะต้องตั้ง 0 เพราะยางมันจะกินไปทางนั้นทุกคัน) เมื่อใช้ไปจนเก่าเสียงจะดังขึ้นแบบเดียวกับ Sp sport 9000 แต่ใหม่ๆ เงียบกว่าครับ และยางจะแข็ง ซึ่งก็เป็นไปในระดับปรกติของยางธรรมดา ซึ่งเมื่อเก่าแล้วต้องแข็ง ไม่ได้แข็งเป็นพิเศษ เหมือน Michelin ดอกยางสึกช้าครับ ใช้ได้นาน เพราะตอนที่อยู่ใน Vento ของน้าชายเมื่อเทียบกับ A300 แล้ว A300 หมดเร็วกว่ามาก (อยู่ใน Vento ชุดก่อนที่จะเป็น A300 ของน้าชาย กับ W124 ของเพื่อนคันด้านบนก่อนที่จะเป็น Gr80 ครับ)

- Dunlop Direzza ถนนแห้งด้อยกว่า Toyotire Proxes4 นิดหน่อย แต่ก็ถือว่าน่าประทับใจเพราะว่าดีกว่า Lm702 และดีเกือบๆ เท่า Sp sport 9000 การรีดน้ำดีพอควรพอๆ กับ Lm702 แก้มยางแข็งแรง มีความทนทานสูง แต่ดอกยางนิ่มและสึกเร็วเป็นที่ 2 รองจาก Sp sport 9000 แต่สึกเร็วกว่า Lm 702 ครับ เงียบที่สุดในบรรดา Dunlop ทั้ง 3 รุ่นที่เคยสัมผัสมา แม้เก่าแล้วจะดังขึ้นบ้างแต่ก็ไม่มากครับ (อยู่ใน Altis ของเพื่อน เป็น Altis ที่ช่วงล่างเต็มมากครับ แต่เครื่องเดิมทีสุดเหมือนกัน อิอิ ช่วงนี้นั่งเกือบทุกวันเลยครับเพราะรถตัวเองเข้าซ่อมแล้วมันแวะมารับที่หอ พัก อิอิ)

- Falken St115 เป็นยางรุ่น Top ของ Falken ก่อนที่จะเป็นยางรุ่น Solf ให้การเกาะถนนที่ดีมากในพื้นแห้ง ดีเท่าๆ กับ Sp sport 9000 การรีดน้ำทำได้ได้ดี แต่ไม่ดีเท่า Sp sport 9000 ตอนใหม่ให้ความเงียบได้มากเงียบกว่า Dullop ทั้ง 2 รุ่น เมื่อเก่าแล้วก็ยังเงียบอยู่ (แต่บางกระแสบอกว่าถ้า Series ต่ำๆ จะไม่เงียบเท่านี้ และใช้ไปได้สักพักก็จะดังแล้ว อันนี้ไม่ทราบเพราะเท่าที่เคยลองเป็น Series สูงๆ ทั้งหมด) แก้มยางแข็ง เมื่อเก่าแล้วจะแข็งขึ้นอีกนิดหน่อย แต่ดอกยางยังสึกเร็วเหมือนเดิม และดอกยางก็หมดเร็วด้วย วิ่งไปซัก 30000 Km ก็สึกจนเกือบถึง บ่าที่เตือนให้เปลี่ยนยางแล้ว ทั้งๆ ที่ไม่ได้ขับโหดแต่อย่างไร จะมีบ้างก็บางครั้งเท่านั้น เพราะปรกติคุณแม่จะเป็นคนใช้รถคันนี้ แต่เมื่อออกต่างจังหวัดผมจะเป็นคนขับ ถึงจะมีการสาดโค้งแบบโหดๆ แต่ก็ไม่บ่อยครั้ง เพราะ 3 ปีพึ่งใช้ไปได้ 30000 Km เอง (อยู่ใน Passat B5 ครับ)

- Falken ZE512 เป็นยางรุ่นลองลงมาจาก St115 ครับ ตอนใหม่ๆ ให้ความนิ่ม และเงียบที่สุดเป็นยางแก้มเตี้ย ที่เคยใช้แล้วรู้สึกนิ่มที่สุด และนิ่มเงียบจนถึงวาระสุดท้ายจริงๆ เพราะวันที่ยางบวมแล้วขับไปเปลี่ยนก็ยังคงนิ่มและเงียบ อยู่อย่างเดิม จะมีก็แต่แข็งขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น น้อยจริง  แต่เนื่องจากความนิ่มของมัน ทำให้มันไม่ค่อยจะทนทานเท่าไรนัก เพราะว่าเกือบๆ 2 ปี ก็ดอกหมดและแก้มบวมแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะขับโหด หรือแก้มยางนิ่มกันแน่ แต่น่าจะเป็นที่แก้มยางนิ่ม เพราะก่อนหน้านี้เคยใช้ยาง มาเล ก็ไม่เป็น ให้การเกาะถนนทั้งแห้งและเปียก ดีเป็นลอง St115 ครับ การเข้าโค้งไม่คมเท่าคงเพราะแก้มยางที่นิ่มนั่นเอง (อยู่ใน MkIII Golf Vr6 ครับ)

- Toyotire Proxes 4 ให้การเกาะถนนแห้งที่ดีมากดีกว่า St115 น่าจะเกาะที่สุดเท่าที่เคยใช้ใน Class นี้ แก้มยางแข็งแรง รีดน้ำได้ดีพอๆ กับ St115 ตอนยังใหม่เสียงเงียบดี ให้ความนุ่มนวลพอสมควร พอๆ กับ St115 แต่ ดอกยางหมดเร็วมากๆ เพราะเพียงแค่ปีเดียวที่อยู่กับผมดอกยางสึกเกือบถึงบ่า ที่เตือนเปลี่ยนยาง ส่วนหนึ่งคงเพราะเจ้า Vr6 ของผมเป็นช่วงที่ได้เปลี่ยนเป็นเกียร์ธรรมดาพอดี อาจจะยังร้อนวิชา เพราะมีการออกตัวอย่างรุนแรงบ่อยครั้ง จึงทำให้ดอกหมดเร็ว แต่พอย้ายเจ้า Proxes 4 ไปไว้คู่หลัง มันก็ค่อยๆ สึกเรื่อยๆ แต่ก็ยังนับว่าเร็วอยู่ดี จึงลงความเห็นว่าดอกมันนิ่ม เมื่อเริ่มเก่าจะเริ่มมีเสียงดังแต่อยู่ในระดับที่รับได้ ไม่น่าเกียจ แต่อย่างไร โดยส่วนตัวแล้วประทับใจรุ่นนี้ที่สุดใน Class นี้ครับ (อยู่ใน MkIII Vr6 ครับ)

- PIRELLI P-Zero Nero ให้การเกาะถนนที่ดีพอๆ กับ Proxes4  แก้มยางนิ่มกว่า Proxes4 เพราะว่าวันแรกที่เปลี่ยนมามันนิ่มกว่า Proxes4 ครับ ดอกแข็งกว่า Proxes4 เพราะมันสึกช้ากว่าอย่างเห็นได้ชัด  การรีดน้ำใช้ได้ พอๆกับ Proxes4  ตัวนี้ยังมีข้อมูลไม่มาก เพราะพึ่งใช้ได้ไม่เท่าไรอะครับ (อยู่ใน MkIII Vr6 ครับ)


3) ยาง Semi solf compond เป็นยางที่ให้การเกาะถนนมาก แต่ไม่เหมาะจะนำมาใช้วิ่งบนถนนในชิวิตประจำวันนะครับ แม้ว่าสมัยนี้จะพัฒนามาให้สามารถใช้บนถนนได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ก็ยังมีอาการเหิรน้ำอยู่มากครับ รวมถึงอายุการใช้งานที่สั้นมากๆ และมีราคาแพงด้วย เหล่านี้จึงไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันทุกวันนั่นเอง

- Yoko Advan Neova Ad07 ยอด Hit สำหรับไวรุ่นไวแรงในสมัยยุคก่อนหน้านี้สัก ปีครึ่งถึงสองปี เพราะว่าราคาไม่ได้แพงบ้าเลือด แถมยังให้การเกาะถนนที่ดีมากๆ แต่มีข้อแม้ว่าอุณหภูมิยางต้องร้อนพอสมควรถึงจะเกาะได้ดี เนื้อยางนิ่มแก้มยางแข็งแรง แต่หมดเร็ว แต่เสียงดังเร็วมาก ประมาณครึ่งปีก็เริ่มดังแล้ว แถมหมดอายุเร็ว ประมาณ 1 ปีเช่นกัน ซึ่งเมื่อหมดอายุแล้วเนื้อยางจะแข็งมากๆ ลื่นมากๆ และเป็นยางที่ไม่ถูกกับน้ำพอเจอฝนตกถนนเปียกก็เกิดอาการไปไม่เป็นได้เหมือน กัน แต่ก็ยังพอจะมีทางแก้สำหรับผู้ที่ใช้ในการแข่งด้วย เพราะเมื่อยางมีอุณหภูมิสูงขึ้น ( โดยการ Bearn) ก็ยังพอจะให้การเกาะถนนที่ดีอยู่ จึงไม่เหมาะที่จะใช้บนถนนในชีวิตประจำวันนั่นเองเพราะเราคงไม่ได้ Buarn ยางก่อนออกจากบ้านทุกวันแน่ๆ (อยู่ใน CLK200 Kompressor ของรุ่นน้องที่คณะครับ)

- Bridgestone Potenza RE01R สุดยอดยาง สุดยอด Hit สำหรับยุคสมัยนี้ เกิดมาเพื่อฆ่า Neova Ad07 และเป็นคู่แข่งโดยตรง เนื้อยางนิ่ม เกาะถนนดี หมดช้ากว่า Neova Ad07 ไม่ต้องการอุณหภูมิสูงเหมือน Neova Ad07 แต่เรื่องอายุการใช้งานนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดเพราะเพื่อนพึ่งเปลี่ยนมาใช้ รวมทั้งพี่ใน Web นี้ผู้มีความผูกพันธ์กับพีระเซอกิต อิอิ (พี่ Monkey B5 นั่นเอง แซวเล่นนะ พี่) แต่จากหนังสือรถบางเล่มบอกว่าถ้าวิ่งมากๆ หลายรอบสนามด้วยความที่มันถึงอุณหภูมิใช้งานเร็ว พอรอบปลายๆ ของการแข่งขันก็เลยมักจะย้วย เพราะยางร้อนเกินไปได้ครับ ผิดกับ Neova Ad07 เพราะพอรอบหลังๆ พวกที่ใช้ Neova Ad07 จะทำเวลาดีกว่าเพราะยางถึงอุณหภูมิพอดี (พวกที่แข่งกัน 20 - 30 รอบสนามอะครับ) ส่วนการใช้งานบนถนนเปียก หรือฝนตกนั้น ดีกว่า Neova Ad07 ครับ เนื่องจากมันออกมาทีหลัง ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอีก แต่ก็ยังสู้ยางรถบ้างไม่ได้ จึงไม่เหมาะที่จะใช้บนถนนในชีวิตประจำวันนั่นเอง

เมื่อยมือแล้วครับ ........และยางอีกหลายรุ่นที่ไม่ได้กล่าวถึง เพราะว่ามีโอกาสได้สัมผัสเพียงเวลาสั้นเท่านั้นไม่อาจจะใช้วัดอะไรได้ ทั้งนี้ความรู้สึกทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวกับช่วงล่างรถรุ่นๆ ต่างๆที่แตกต่างกันด้วยครับ และรุ่นรถก็ไม่อาจจะใช้เป็นตัวแปรได้ เพราะไม่ได้ลองจากรถยนต์รุ่นเดียวกัน อีกทั้ง......ทั้งหมดนี้ยังเป็นความรู้สึกส่วนตัว และก็เป็นความโชคดีที่ได้มีโอกาสสัมผัสมาไม่ว่าจะเป็นรถของเพื่อนๆ หรือของญาติพี่น้อง เนื่องจากที่บ้านอยู่ด้วยกันหลายคน รวมทั้งญาติที่อยู่บ้านใกล้กันอีกด้วย ทำให้มีโอกาสที่จะได้สัมผัสยางและรถยนต์หลายๆ รุ่นครับ ขอขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสสัมผัสรถแต่ละรุ่น รวมถึงยางแต่ละรุ่นด้วยครับ




ทั้ง หมดที่เขียนมา ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะโจมตี ยางรถยนต์ยี่ห้อใด แต่ต้องการให้เป็นข้อมูลด้านความรู้สึก ที่อาจจะมีประโยชน์ต่อพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ที่ใช้รถยนต์ในเครือเดียวกัน ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยครับ

ที่มา _http://www.vwwatercoolerclub.com จ้ะ

Buob Marley

 :55: อ่านกันมันเลยพี่
:46: ขอบคุณครับ
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Ou!







ทีแรกนึกว่าพี่ศักดิ์เขียนเอง :55:


ถ้าคิดว่าชีวิตประจำวันจะใช้ถนนแค่ในกทม. ก็ใช้ยางแบบกลุ่มแรกก็พอใช่ไหมครับ


งบน้อย

คิ้วหนาจ้ะ

แล้วแต่คนชอบน่ะ

แต่เท่าที่ดูก็แบบแรก นั่นล่ะ เวิร์คสุด นุ่มเงียบ
เพราะถนนบ้านเราหลุมบ่อเยอะ อะนะ

คือ ยางแบบแรกเนี่ย เหมาะกับรถบ้าน ลายดอกยางจะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ (ถ้าแบบ 2 ที่เป็น สปอร์ต ลายดอกยางจะเรียงสวยงาม)
แต่ก็แลกกับความเงียบ และนุ่มนวลตูด

ส่วนที่ผมใช้อยู่ก็ dunlop sp sport max
นุ่ม+เกาะ แต่ก็มีอาการเหิรน้ำบ้างเหมือนกัน ถ้าน้ำขังมากๆ แล้ววิ่งมาเร็วๆ

Buob Marley

มาแล้วคร้าบบบ

ไปร้านยางมาแล้ว
อย่างแรกก็หาร่องรอยที่ลบออกเุลย เพราะเมื่อคืนได้ยินเสียงดังฟี้~ เลย
พอเจอก็เอาลมออก เพื่อสำรวจดูแผลที่แก้มยาง ปรากฎว่าเจอต้นเหตุครับ
ขอบแม็กด้านในแตก :08: และแม็กที่ได้ติดรถมาก็ไม่ใช่ของแท้ (เมื่อคืนมันมืด เลยไม่ได้ดู)
ช่างที่บีควิก ก็แนะนำให้ไปร้านแม็ก เพราะอย่างนี้ ต่อให้เปลี่ยนยางใหม่ก็ไม่มีประโยชน์

โชคดีที่แถวนี้มีร้านแม็กใหญ่ๆ อยู่ร้านนึง ก็เอาไปถามว่าถ้าซ่อมแม็กจะเป็นไงบ้าง
เขาบอกโอ้ยสบาย (วิธีค่อนข้างน่ากลัว) สรุปคือทำให้มันกลมเหมือนเดิม
แต่ช่างที่ร้านแม็กบอกว่า แม็กมันมีร่องรอยถูกซ่อมมาแล้วนะ ยิ่งทำแม็กมันก็ยิ่งบางลง

ก็เลยถามว่าถ้าเทิร์น มีแม็กเบนซ์ (แท้) ให้เปลี่ยนมั้ย ปรากฎว่าไซส์นี้ มีอยู่สองลาย
ตอนนี้เลยถ่ายรูป ไปให้พ่อดูก่อน พร้อมถามราคามาเสร็จสรรพ

สรุป
เทิร์นแม็ก เป็นไซส์เดิม (15") ปนะมาณ 4,500
ล้อใหม่ ถ้าเป็นดันล็อป อยู่ที่ประมาณเส้นละ 2,800
ถ้าบริดจ์สโตน อยู่ประมาณเส้นล่ะ 3,000

สรุปค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 15,700 - 16,500 :05:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

คิ้วหนาจ้ะ

เอ้อ บวบ รถบวบ นี่ มัน 5 รู เท่าไหร่นะ  :09:
พอดีรถน้องสาวพี่ใส่แม็คเบ็นซ์อยู่ จะเปลี่ยนพอดี สนใจมั้ย

Buob Marley

5 รู 112 ครับ รู้สึกจะเท่ากันทุกรุ่นนะ
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

iannnnn

เห็นข่าววันนี้ ที่มุมไบของอินเดียเขาเปิดตัวรถรุ่นใหม่: Tata Nano




รถคันนี้ราคา 75,000 บาท
ไม่มีแอร์ ไม่มีวิทยุ อยากได้ไปซื้อเพิ่ม
รายละเอียดอ่านจากเว็บที่คุยๆ กันในบ้านเรา
- +++ TATA NANO รถเล็ก ราคาเปิดตัวไม่ถึงแสน กับคำถาม คำตอบที่คุณสงสัย +++
- tata nano ทาทานาโน รถยนต์ ราคาถูกสุดในโลก

:18:

สวยด้วยนะครับ ถ้าดูแค่ภายนอกเนี่ยน่ารักมากๆ เลย
แต่สเป็กข้างในมันก็ไม่ค่อยมีอะไร คือตัดไอ้ที่ฟุ่มเฟือยออกหมดเลย
ให้รู้ไปเลยว่านอกจากจะมี NetBook แล้วก็สายการบินต้นทุนต่ำแล้ว
เรายังมีรถต้นทุนต่ำมากระตุ้นวงการรถยนต์ของโลกอีกด้วย
(ซ่าที่จริงแล้วต้องการตะโกนว่า เฮ้ย รถมันมีไว้ขับนะครับ!! ไอ้ที่ผ่านมานี่เราเกินไปตลอดเลย)

แบบนี้เจ๋งดีครับ

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines