ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => แตกฟอง => กระจู๋ขึ้นหิ้ง => โพสต์ถูกเริ่มโดย: นักศิลปะ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 11:18 น.

ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 11:18 น.
และ - -ยินยอมจำนนกับชีวิตที่เป็นไป

ตีสี่เมื่อล้มตัวลงนอนหลังบอลจบ
ผมทำสมาธิสวดมนต์ เพื่อจะนอน
ก่อนจะหลับผมทวนใจตัวเองว่า
ยังอยากทำอะไรอีกหนอในชีวิต

เพลงลูกทุ่งดังมาจากหลังบ้าน
คงเป็นคนงานเย็บผ้าละแวกนั้น ตื่นมาทำงาน
ก็คิดได้ว่าฝันหนึ่งในชีวิตที่คิดอยากทำ
ถ้าได้ทำ ถ้ามีโอกาสอยากจะำทำ
คือเปิดบาร์เพลงลูกทุ่ง
ถึงจะขัดใจตัวเองไปบ้างว่ามันคือ ธุรกิจเทาๆ
ทำไมเราต้องมาขายเหล้าให้คนอื่น
แต่ก็เป็นความฝันที่อยากเห็น และเป็นไป

ในร้านต้องแต่งด้วยบรรยากาศที่เห็นแล้ว
โหยหาให้คนจากบ้าน คิดถึงบ้าน
ดู มอง แล้วอาจจะตายได้ทีเดียว
ผมคิดถึงโปสเตอร์หนังเก่าๆ
คิดถึงนิตยสารราชาเสียงทอง
ริ้วของกระดาษย่นสี ไฟสีสันสลับสีอีกเล็กน้อย
เสื้อพนักงานร้านต้องจำลองจาก
หนังมนต์รักษ์ทรานซิสเตอร์
หรือแหยม ยโสธร

ขายเหล้าไทย แม่โขง หงส์ทอง เหล้าขาว
มีมะขามเปียก มะยมดอง และอะไรเนื่องกัน
ในการกินกับเหล้าไทยเหล้าโรง
เพลงก็เปิดแต่ลูกทุ่งเท่านั้น ว่ากันตั้งแต่
เก่าก่อนย้อยลงไปแล้ววกมาปัจจุบัน

ในทางการตลาดไม่รู้เป็นไปได้แค่ไหน
แต่ผมได้คิดคราวใดจะสุขใจเสมอ เสมอ
การที่จากบ้านมานาน จากจนจาง
แต่ก็คิดว่าตัวเองไม่เคยเป็นคนของที่อื่น
ยังเป็นคนถิ่นเดิม เมื่อลืมตาดูโลก
เรื่องราวแบบนี้ มันทำให้เราเดินทาง
ย้อนกลับบ้านโดยมโนภาพ

เช้านี้ผมเปิดเพลง หนุ่มนารอนาง
ของไวพจน์ ฟังแล้วทวนกวีในเพลงซ้ำๆ
ว่า
...เธอผิดพี่อภัย
กลับตัวกลับใจ
เสียไป ไม่ว่า
มองดูเงา
เพราะเราเป็น
ชาวนา
ยังปราณี ถึงไม่มีราคา
พี่ไม่นำพา
แม้ว่าจะมีคาว...

หนุ่มบ้านอกในเมืองกรุง
เมื่อคิดถึงเรื่องราววัยเยาว์
ก็ได้แต่ทำใจและยินยอม
จำนนกับชีวิตที่เป็นไป
เท่านั้นเอง...
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 11:25 น.
หนุ่มหมัดเมา  :25:


:53:
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 15:35 น.
อ้างคำพูดจาก: El  Rajun เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 11:18 น.
และ - -ยินยอมจำนนกับชีวิตที่เป็นไป

ในทางการตลาดไม่รู้เป็นไปได้แค่ไหน


ในความคิดของตูนในทางการตลาด ตูนว่ามันเป็นไปได้นะคะ แล้วก็ไปได้ดีทีเดียวเลยด้วย
อันนี้มุมมองสมมติว่าจะตั้งร้านในกรุงเทพ แล้วมี Target Group เป็นคนต่างจังหวัดที่มาทำงานไกลบ้าน

1. ตลาด หรือ ลูกค้า มีมาก ๆ ๆ คนต่างจังหวัด ที่มาทำงานในเมืองหลวง
่ห่างไกลบ้านเกิดนั้นมีค่อนเมือง ตลาดค่อนข้างมีฐานกว้าง

2. ต้นทุน เหล้า กับแกล้มที่พี่บอก มีต้นทุนไม่สูงมาก
เงินหมุนเวียนในร้านไม่ได้ใช้มากมายนัก
การตกแต่งร้านไม่ต้องหรูหราฟุ่มเฟือย ต้นทุนเลยไม่สูงมาก

3. เป็นการทำตลาดแบบ Blue Ocean Strategy
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 15:38 น.
อธิบายการตลาด แบบ Blue Ocean Strategy  นี่ได้ไหม
จริงๆ แนวคิดการเปิด ผับบาร์ลูกทุ่ง มันมาจากการอ่าน
หนังสือของ มูราคามิ เขาคนนี้จะเขียนอะไรในนิยายเรื่องใดก็ตามแต่
เหมือนว่า จะพูดถึง แจ๊สผับ เสมอๆ ผมอยากได้บรรยากาศแบบนั้น
เลยมาคิดว่า ถ้าเป็นบาร์ลูกทุ่ง เน้นเจาะกลุ่มคนทำงานจากบ้านไกล
สักหน่อย ยกระดับเพื่อเลือกลูกค้าสักนิด มันมีแววไหมนะ
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 15:59 น.
จะลองอธิบายคร่าว ๆ แบบเข้าใจง่าย ๆ นะคะพี่โอ๋

ปัจจุบันการแข่งขันการตลาดที่สูง มุ่งแต่เอาชนะคู่แข่งขัน จัด Promotion ห้ำหั่นกันด้วยการลดราคา
คู่แข่งขันสู้กันสุดฤทธิ์ บางรายถึงกับยอมขาดทุน ด้วยการกระหน่ำลดราคา
ใช้กลไกการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก เมื่อคู่แข่งรายนึงทำ รายอื่น ๆ ก็ต้องทำตาม
เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของตนเองเอาไว้บ้าง
เมื่อเกิดแบบนี้ขึ้น ในระยะยาวก็ไม่มีใครได้รับผลประโยชน์
คู่แข่งทุกรายในอุตสาหกรรมก็จะบาดเจ็บจากการต่อสู้ การแข่งขันจองนองเลือด
เค้าเรียกการแข่งขัน หรือ การต่อสู้แบบนี้ว่าเป็น Red Ocean

ง่าย ๆ ว่าเปรียบเทียบตลาดเป็นมหาสมุทร (Ocean) แล้วมีลูกค้าเป็นปลาในน้ำ
Red Ocean นี่เป็นมหาสมุทรที่มีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงปลาในน้ำกันจนนองเลือดแดงเถือก

กูรู ทางการตลาดก็มีการคิดแนวคิดทางการตลาดใหม่ ๆ ขึ้นมา ซึ่งเรียกว่า BOS (Blue Ocean Strategy)
เป็นการแข่งขันที่ไ่ม่ใช้กลไกด้านราคา เค้าเปรียบเทียบเหมือนกับการที่เราแสวงหาแหล่งมหาสมุทรใหม่
ที่เหมือนน่านน้ำสีคราม มีปลาแหวกว่ายอยู่อย่างอิสระ เป็นตลาดที่น่าเข้าไปจับจอบ

หลัก ๆ ของการทำตลาดแบบนี้คือ การมีความแตกต่าง, สร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาเสนอให้เกิดความต้องการ
ไม่ใช่ผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการในปัจจุับันเพื่อไปป้อน ๆ แข่งกับคู่แข่งรายอื่น ๆ ไม่ต้องสนใจคู่แข่งในตลาด
มันก็จะเกิดสิ่งที่ตอบโจทย์ลูกค้าในด้านความแตกต่าง มันก็จะเกิดมูลค่าขึ้นมา

แต่ Blue Ocean Strategy มีจุดเด่นอีกข้อคือ การลดต้นทุน หรือ ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป
คือตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น ไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริงออกไป (งงไหมคะ?)
ยกตัวอย่าง คอนโดที่ตกแต่งพร้อมเฟอร์ ใส่ Home Theater ใส่อะไรเยอะแยะเข้ามายัดเยียดให้ลูกค้า
แต่นั่นมันคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง ๆ หรือเปล่า ??? เค้าให้มองในมุมมองนี้
ว่า คนซื้อคอนโด ต้องการอะไร ต้องการที่อยู่อาศัย ในที่ ๆ มีบรรยากาศรอบข้างดี ฯลฯ
เราไม่จำเป็นต้องไปลงทุนใส่พวกของพวกนั้นเข้าไปให้ลูกค้า (ลดต้นทุนตรงนี้ลงไปได้เยอะเลย)
(อันนี้ตัวอย่างคร่าว ๆ นะคะ)

:44: อธิบายซะยาวเลย ไม่รู้ว่าจะเข้าใจหรือเปล่า ? ถ้าอ่านแล้วไ่ม่เข้าใจเดี๋ยวตูนจะ copy ที่กูรูเค้าอธิบายแนวความคิดนี้มาให้อ่านกันนะคะ  :56:
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:04 น.
พอไหวๆ ผมชอบอ่านเรื่องราวกาารตลาดมากๆ
เมื่อมาทำโรงเรียนยิ่งสนใจ เคยอ่าน ของดีแทค
ก็โอ้โห อ้าหา มาแล้วแบบ ไม่สู้ยักษ์ (เอไอเอส)ไม่ชนด้วย
คิดใหม่ตลอด ให้ยักา์ตาม โคตรเท่

เหมือนตอนนี้ผมทำโรงเรียน
ตั้งไว้ 4 ข้อ คือ

สิ่งที่ผมมีดีกว่าคนอื่น จะผลักดันให้ถึงที่สุด
สิ่งที่ผมกะที่อื่นมีพอๆ กัน ก็จะรักษาอย่าให้แพ้
สิ่งที่ผมสู้เขาไม่ได้ แต่ยังสูสี ผมก็จะไม่ยอมปล่อยให้ขาดลอย
และสิ่งที่ผมสู้เขาไม่ได้เลย ก็พยายามอย่าให้เขาเอามาเป็นข้อได้เปรียบเรานัก

นี่เป็นการตลาดที่ผมว่าเองเออ เองไปตามเรื่อง
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:12 น.


Blue Ocean 8nvการแสวงหาตลาดใหม่ๆ
ออกจากสงครามกระแสน้ำแดง Red Ocean

ทำให้เราสามารถหาปลาได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปรบพุ่งกับการตัดราคา คุณภาพอะไรกับคู่แข่งมากนัก
เพราะเราเล็งตลาดกลุ่มใหม่

โดยผับลูกทุ่งนี้ เท่าที่เอนึกออกมีคุ่แข่งก็คือ ร้านลาบประจำถิ่นนี่ละครับ
กับพวกโรงเบียร์ต่างๆ มาแนวเพลงเพื่อชีวิต

รึเปล่าครับ
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:13 น.
แนวความคิดของพี่โอ๋นี่ก็เป็นแนวคิดการตลาดที่ดีเลยนะคะ

ยกตัวอย่าง สายการบินเล็ก ๆ สายนึงละกัน จำไม่ไ้ด้ว่าสายการบินไหนนะ
เค้ามีแต่เครื่องบินลำเล็ก ๆ บรรทุกคนได้ไม่มาก บรรจุน้ำมันพอจะบินได้ไม่ไกลนัก
เค้าพลิกจุดอ่อนนี้ ให้กลายเป็นจุดแข็งขึ้นมา

ในเมื่อบรรทุกคนไม่ได้มาก บินได้ไม่ไกลนัก เค้าก็จับตลาดที่เป็นคนที่ต้องการเดินทางระยะสั้น ๆ
แล้วมีรอบเครื่องขึ้นทุกชั่วโมง (ซึ่งสายการบินอื่นที่ใช้เครื่องใหญ่ ๆ ไม่สามารถบินได้บ่อยขนาดนี้)
บินระยะสั้น ๆ ใ้ห้ลูกค้าไปต่อเครื่องที่ airport อื่นได้
แล้วเมื่อบินระยะสั้น ๆ ก็ไม่ต้องเสิร์ฟอาหารบนเครื่องบิน (ลด cost ลงได้) ทำให้ราคาตั๋วก็ถูกลงอีกด้วย

หลัก ๆ คือ นำจุดแข็งของตัวเองออกมาให้เด่น กลบจุดอ่อนที่มีค่ะ
และลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นลง เพื่อให้มี Gap กำไรมากขึ้นสามารถทำอะไรได้มากขึ้น
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:14 น.
ผมค้น ได้เศษกระดาษที่จดไว้เรื่องการตลาด

มีความสำคัญของการสร้างแบรนด์

1. แตกต่งเหนือคู่แข่ง-หาจุดเด่นอย่างชัดเจน

2. ดีกว่าคนอื่น-อีกนิ๊ด

3. เท่าๆ กะคู่แข่ง

4. พอรับได้ แบบสูสี

เอ็มเค ซีเอ็ด สตาร์บั๊ค
หรือที่ไหนๆ เขาจะเอาสี่ข้อนี้ไปวิเคราะห์ธุรกิจตลอดเวลา
(ผมได้ฟังตอนผู้บริหาร บ. ผมพูดคุยกับพนักงาน เห็นว่าเอามาใช้กับโรงเรียนผมได้ ก็จด ยิกๆ)
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:15 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:12 น.

Blue Ocean 8nvการแสวงหาตลาดใหม่ๆ
ออกจากสงครามกระแสน้ำแดง Red Ocean

ทำให้เราสามารถหาปลาได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปรบพุ่งกับการตัดราคา คุณภาพอะไรกับคู่แข่งมากนัก
เพราะเราเล็งตลาดกลุ่มใหม่

โดยผับลูกทุ่งนี้ เท่าที่เอนึกออกมีคุ่แข่งก็คือ ร้านลาบประจำถิ่นนี่ละครับ
กับพวกโรงเบียร์ต่างๆ มาแนวเพลงเพื่อชีวิต

รึเปล่าครับ

ทำนองนั้นนะคะเอ แต่ Blue Ocean จะเน้นเรื่องการดูลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นด้วยซึ่งเป็นหัวใจหลักอีกอย่าง
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:19 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:12 น.

Blue Ocean 8nvการแสวงหาตลาดใหม่ๆ
ออกจากสงครามกระแสน้ำแดง Red Ocean

ทำให้เราสามารถหาปลาได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปรบพุ่งกับการตัดราคา คุณภาพอะไรกับคู่แข่งมากนัก
เพราะเราเล็งตลาดกลุ่มใหม่

โดยผับลูกทุ่งนี้ เท่าที่เอนึกออกมีคุ่แข่งก็คือ ร้านลาบประจำถิ่นนี่ละครับ
กับพวกโรงเบียร์ต่างๆ มาแนวเพลงเพื่อชีวิต

รึเปล่าครับ

ร้านลาบน่าจะเป็นคนละกลุ่ม
ผมว่าน่าจะขายแพงกว่าเขา
แต่ผับเพื่อชีวิตนี่สิ ตัวชนกันแน่นอน

อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:13 น.
แนวความคิดของพี่โอ๋นี่ก็เป็นแนวคิดการตลาดที่ดีเลยนะคะ

ยกตัวอย่าง สายการบินเล็ก ๆ สายนึงละกัน จำไม่ไ้ด้ว่าสายการบินไหนนะ
เค้ามีแต่เครื่องบินลำเล็ก ๆ บรรทุกคนได้ไม่มาก บรรจุน้ำมันพอจะบินได้ไม่ไกลนัก
เค้าพลิกจุดอ่อนนี้ ให้กลายเป็นจุดแข็งขึ้นมา

ในเมื่อบรรทุกคนไม่ได้มาก บินได้ไม่ไกลนัก เค้าก็จับตลาดที่เป็นคนที่ต้องการเดินทางระยะสั้น ๆ
แล้วมีรอบเครื่องขึ้นทุกชั่วโมง (ซึ่งสายการบินอื่นที่ใช้เครื่องใหญ่ ๆ ไม่สามารถบินได้บ่อยขนาดนี้)
บินระยะสั้น ๆ ใ้ห้ลูกค้าไปต่อเครื่องที่ airport อื่นได้
แล้วเมื่อบินระยะสั้น ๆ ก็ไม่ต้องเสิร์ฟอาหารบนเครื่องบิน (ลด cost ลงได้) ทำให้ราคาตั๋วก็ถูกลงอีกด้วย

หลัก ๆ คือ นำจุดแข็งของตัวเองออกมาให้เด่น กลบจุดอ่อนที่มีค่ะ
และลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นลง เพื่อให้มี Gap กำไรมากขึ้นสามารถทำอะไรได้มากขึ้น


คล้ายๆ แนวคิด ของ "ริชาร์ด แบรนด์สัน" แห่ง "เวอร์จิ้น แอร์ไลน์" เลย
ผมหาประวัติ อีหมอนี่มาอ่าน แล้ว อื้อหือ อ้าหามาก ยิปซีโคตรๆๆ


// นี่เราระบายใจกันนะ :22:

ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:23 น.
ตั้งจู๋ใหม่โลดเด้อค่ะ

"โลกนี้มีราคา"    :21:   ตีแผ่เรื่องธุรกิจล้วนๆ

:21:
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:38 น.
อ้างคำพูดจาก: น.ส.พรสุรีย์ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:23 น.
ตั้งจู๋ใหม่โลดเด้อค่ะ

"โลกนี้มีราคา"    :21:   ตีแผ่เรื่องธุรกิจล้วนๆ

:21:

ตูนก็ว่าจะพูดอยู่ว่า ตูนมาเป๋จู๋พี่โอ๋โดยไม่ได้ตั้งใจ  :46:

อ้างคำพูดจาก: El  Rajun เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:19 น.

คล้ายๆ แนวคิด ของ "ริชาร์ด แบรนด์สัน" แห่ง "เวอร์จิ้น แอร์ไลน์" เลย
ผมหาประวัติ อีหมอนี่มาอ่าน แล้ว อื้อหือ อ้าหามาก ยิปซีโคตรๆๆ

// นี่เราระบายใจกันนะ :22:


จะบอกว่า อีตาหมอนี่ เป็น Case ตัวอย่างที่ใช้ยกขึ้นมาในการสอนเรื่อง Blue Ocean เลยนะคะ
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:41 น.
งั้น ยุยง ส่งเสริม ตูนไปตั้งจู๋เลย
ผมจะตามไปเอาความรู้ เรื่องการตลาด
ผมเป็น 0 ตอนนี้ชอบคุยกะผู้ปกครองที่เก่งการตลาด
ชอบคุนกะผู้บริหารที่ เขาทำองค์กรจนมาไกลลิบๆ

วันก่อนอ่านหนังสือคุณ ชาลอต โทณวาณิช ก็โปรดปรานมากๆ :12:
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:42 น.
ถ้าเปิดจู๋ใหม่จะตามไปเป็นแฟนคลับ
ชอบมากค่ะ แนวนี้  :22:
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:45 น.
555  :22: ตูนไม่รู้จะตั้งอะไรยังไงจริง ๆ คะ่พี่โอ๋ ที่มาคุยกับพี่โอ๋นี่ก็เอาสิ่งที่เก็บเกี่ยวมาจากอาจารย์บ้าง
จากที่อ่านหนังสือบ้าง พอจะตอบได้บางเรื่องที่พอรู้น่ะคะ

แต่ถ้ามีเรื่องอะไรที่สงสัยก็ถามมาได้เลยค่ะ ถ้าพอจะตอบได้ก็เต็มใจจะแบ่งปันความรู้ให้กันค่ะ  :52:
เดี๋ยวกลับไปปั่นต่อที่บ้านนะ ฝนทำท่าจะตกอีกแล้ว เผ่นก่อน  :05:

** สายการบินที่นึกชื่อไม่ออก Southwest Airline << มาเพิ่มให้ค่ะ เผื่อจะลองศึกษาดู **

อีกตัวอย่างสำหรับ Blue Ocean ที่เป็น Case ที่น่าศึกษาคือ cirquedusoleil
เป็นโชว์ละครสัตว์ที่ไม่มีสััตว์แสดง ถ้าสนใจจะมาแถลงอีกครั้ง หุหุ เผ่นก่อนนะคะ
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:51 น.
ตั้งเ้ล้ยยยยยยยยยยยย :12:
ชื่อเรื่อง: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:55 น.






ขอบคุณครับ :22:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 02:05 น.
ขอแตกหน่อนะครับ
อ่านแล้วประกายตาขึ้นวิ้งๆ เลย


ขออนุญาตยกชื่อหนังสือของหนุ่มเมืองระจันท์มาเป็นชื่ออกระจู๋นะครับ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 02:40 น.
แหม ยักษามาช่วยแตก  :12:

ขอบคุณครับ
รอกูรูการตลาด
รอนักศึกษาการตลาด

รอเจ้าของกิจการ
และผู้เปรื่องการตลาด

มาอธิบายความกันหน่อย
mba กันที่นี่แหละ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 02:49 น.
พี่ตูนคนที่ อธิบาย กลยุทธ์การตลาดให้พี่โอ๋ฟัง  เขาเรียนจบ mba มาด้วยค่ะ  :25:

อธิบายดี  เนอะ  :25:  บุ๋มอยากเปิดร้านขายเสื้อผ้าบ้าง :43:


แต่แอบคิดว่า อยากเปิดร้านสระผมด้วย  รับสระแต่ผมอย่างเดียว  ชอบสระผมทั้งของตัวเองและคนอื่น
  บริการเสริมสวยไม่เป็น และไม่ถนัดถูเล็บให้ใคร  :43:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 08:48 น.
 :22: ตื่นเช้ามา แตกหน่อมาซะจริง ๆ 55 งั้นขอใช้จู๋นี้มาคุยคุ้ยเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ ๆ กันดีกว่านะคะ
แต่ตูนอาจจะไม่ขอคุยแบบเนื้อหาศัพท์วิชาการอะไร เพราะแบบนั้นคงหาอ่านได้ทั่วไป
ถ้าใครสนใจเรื่องอะไร หรือ สงสัยเรื่องไหนก็ถามมาได้นะคะ
ถ้าพอรู้จะอธิบายให้ฟังแบบง่่าย ๆ เข้าใจสะดวก
แต่ถ้าไม่รู้ก็จะหาข้อมูลมาอธิบายให้ฟังค่ะ  :56:

p.s. แก้ไขข้อมูลนิดนึง ยังไม่จบนะจ๊ะ ตอนนี้กำลังรอผลสอบประมวลผล และ รอสอบปากเปล่าก่อนจบอยู่จ๊ะ  :44:

:46: ขอบคุณย.ยักษ์ที่ช่วยแตกหน่อให้ค่ะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:04 น.
ผมมีการตลาดแบบอนุบาลมาเล่าสู่กันฟัง

เมื่อไปทำโรงเรียน
ก็พยามหาคนเรียนเพิ่ม
ผมนั่งคิดขณะแรกว่า
เรามีอะไรบ้าง ?
และที่มีทำอะไรได้บ้าง ?

ก็จดโน่นนี่นั่น ออกมาเยอะไปหมด
ทั้งที่มีที่เป็นไปได้และไม่ได้

คิดนั่ง คิดนอน คิดยืน
ก็เห็นว่าที่โรงเรียนมีครูวาดสีน้ำเก่งกาจอยู่
เอาละจะสอนสีน้ำกันแล้วนะ
เพื่อนผู้ร่วมทุนก็งง บ้าหรือปล่าว สีน้ำก็สอนเป็นปกติ
ไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหน

ผมได้ทีเลยขายความคิดเลยว่า
สีน้ำปกติ คนทั่วไปแบบวาดรูปไม่เป็นเลยมาเรียน
ก็วาดกันไม่ได้หรอกเรียน 10 คนวาดไม่ได้ทั้ง 10 คนนั้นแหละ
ถ้าเอากลับไปวาดที่บ้านเมื่อห่างตาครูแล้ว

เพื่อนถามว่า งั้นจะทำไง

ผมเลยบอกให้จำกัด โฟกัสการเรียนรู้เรื่องสีน้ำให้แคบลงมา
เอาสิ่งของเล็กน้อย มาให้เขาวาด วาดแต่เล็กๆ น้อยๆ นี่แหละเป็นไว
ก็คิดต่อว่า อะไรที่เล็กน้อยและน่าสนใจ
เช่น ส่ม มะนาว มะพร้าว แตงโม ดอกไม้ ฯลฯ

และมาคิดใครจะเรียนกับเราบ้าง
มองๆ หาๆๆ ก็คิดว่าผู้ปกครองที่นั่งๆ นี่แหละ
คือลูกค้าแน่นอน ระหว่างรอลูกเรียน เขาว่าง
และผู้ปกครองเป็นคุณแม่ๆ เยอะ เลยเอาเป็น วาดดอกไม้
เพราะ ดอกไม้มีความเร้าใจมากกว่า มะนาว มะพร้าว ส้มโอ แน่ๆ
เพราะ มะนาว มะพร้าว ส้มโอ วาดแล้วจะเอาไปไหน
วาดดอกไม้ วาดให้คนอื่นได้ และหามาวาดก็ไม่ยากและ สีสันน่าสนใจ

เลยเกิดหลักสูตร

สีน้ำใครๆ ก็วาดได้
มาวาดสีน้ำดอกไม้กันเถอะ


เจอชุด สีน้ำใครๆ ก็วาดได้
คนผ่านไปมาก็สนใจแล้ว
ว่าโม้หรือเปล่า เขาวาดอะไรไม่เป็นเลยจะวาดได้จริงหรือ

และเมื่อเขาสนใจมาถาม ถือว่าสารที่ส่งออกไปสำเร็จ
ก็มาขยายความให้เขาฟังต่อว่า

สีน้ำเป็นกลวิธีการทำงานศิลปะที่ยากและยากที่สุด
ใช้เวลาในการทำน้อยที่สุดด้วย
พอผู้สนใจฟังก็สงสัยไปอีกขั้น ยากที่สุดแล้วฉันจะวาดได้จริงเหรอ
เริ่มสงสัยปนท้าทาย

ผมก็บอกไปว่า  วาดได้แน่นอน
และให้วาดดอกไม้ก่อน พอวาดดอกไม้สวย
ค่อยๆ เรียนรู้วาดโน่น นี่ นั่น ไปเรื่อยๆ
ถ้าไม่เบื่อก๋จะเป็นเซียนสีน้ำ แต่ถ้าเบื่อ
ก็วาดสีน้ำดอกไม้ได้แน่ๆ
แถม! เวลาไปเที่ยวคนอื่นถ่ายรูปกัน ปล่อยเขาถ่ายไป
ไม่เท่!
มาเลยมาดูฉัน ควักสมุดวาดรูปเล็กๆ วาดดอกหญ้า วาดดอกกระเจียว
วาดทุ่งบัวตอง หรือวาดดอกกุหลาบ

ผู้สนใจก็ ลงทะเบียนเรียนเลย  :21:


ผมเอาของที่มีมาเล่าเรื่องใหม่
ก็เพิ่มจำนวนผู้เรียนได้อีกตามสมควร
นี่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งที่มีอยู่
สีน้ำดอกไม้กลายเป็น เรื่องราวแรกเริ่ม
ที่เล่าได้เรื่อยๆ และเป็นบทเรียนของผมเช่นกัน
ว่าทุกสิ่งอย่างมัน มีมุมมองในการบอกกล่าวแตกต่างไป

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: น้องใบเฟิร์น เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:25 น.
อุย ปรัชาญาจังเลย
ใบเฟิร์นไปไม่ถึงอ่ะคะ

รู้แต่ว่า ฟ้าดฟู๊ดกินแล้วอ้วน
ใบเฟิร์นเลยไม่กินเลยค่ะ

อยากรักษาหุ่นสวยๆนี้ไว้ตลอดค่ะ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: อิคคิว เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:32 น.
 :25: :25: :25:อยากรู้วิธีการทำพวก เน็ตเวริค มาเก็ตติงครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:34 น.
อ้างคำพูดจาก: น้องใบเฟิร์น เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:25 น.
อุย ปรัชาญาจังเลย
ใบเฟิร์นไปไม่ถึงอ่ะคะ

รู้แต่ว่า ฟ้าดฟู๊ดกินแล้วอ้วน
ใบเฟิร์นเลยไม่กินเลยค่ะ

อยากรักษาหุ่นสวยๆนี้ไว้ตลอดค่ะ  :25:

ถ้าจะคิดให้ถึง มันก็ถึง อยู่ที่ใฝ่รู้หรือไม่นะคะ

การทำธุรกิจ คือ การกล้าที่จะเสี่ยง กล้าลงทุน กล้าตัดสินใจ
ยิ่งเสี่ยงมาก ผลตอบแทนที่ได้รับก็จะมากตาม
แต่การเสี่ยงนั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล และ เหตุผล

การทำธุรกิจ ก็คือ การบริหารความเสี่ยง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: อิคคิว เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:35 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:34 น.


การทำธุรกิจ ก็คือ การบริหารความเสี่ยง
:25: :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: น้องใบเฟิร์น เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:38 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:34 น.
ถ้าจะคิดให้ถึง มันก็ถึง อยู่ที่ใฝ่รู้หรือไม่นะคะ

การทำธุรกิจ คือ การกล้าที่จะเสี่ยง กล้าลงทุน กล้าตัดสินใจ
ยิ่งเสี่ยงมาก ผลตอบแทนที่ได้รับก็จะมากตาม
แต่การเสี่ยงนั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล และ เหตุผล

การทำธุรกิจ ก็คือ การบริหารความเสี่ยง

ก็หนูยังเด็กอ่ะ

ยังอยากมีโลกของเด็กไปวันๆนี่ค่ะ

กลัวปวดหัวแตกตายก่อนวัยสาวน่ะคะ

นะนะ ตะเอง นะนะ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:41 น.
ผมมีความฝันิันต่อไป ในกรุฝันอีกว่า

ผมจะเปิดโรงเตี๊ยม
แต่ไม่ได้ให้พักค้างอ้างแรม
มาจากการบ้าหนังจีนกำลังภายในมากๆ
ก็คิดว่า โรงเตี๊ยมนี้ ต้องตกแต่งแบบ
โรงเตี๊ยมในนิยายกำลังภายในเดี๊ยๆ
มีเสี่ยวเอ้อ...มี นารีแดง มีเหมาไถ
มีอาหารจีน มีโต๊ะ ม้านั่งแบบเดี่ยวกันหมด

สองร้านเหล้าเข้าไปแล้วนะนี่ ในฝัน  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:42 น.
อ้างคำพูดจาก: อิคคิว เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:32 น.
:25: :25: :25:อยากรู้วิธีการทำพวก เน็ตเวริค มาเก็ตติงครับ

อันนี้ต้องออกตัวก่อนเลยว่า ตูนไม่เคยทำนะ แต่เท่าที่เคยดูลักษณะของธุรกิจพวกนี้
มันเหมือนกับเป็นลูกโซ่ ต่อ ๆ กันไป หาคนมาสมัึครทำต่อเรา ง่าย ๆ ว่า เหมือนแชร์ลูกโง่

หากเราต้องการทำงานอยู่บ้านผ่านเนตอย่างนี้
ขอแนะนำงานที่แน่นอน ใช้ความรู้ทางคอมพิวเตอร์ ทำงานผ่าน internet แล้วมีรายได้แน่นอนดีกว่าไหม

ทุกวันนี้นอกจากงานประจำ ตูนก็ทำพวก Flash Animation ที่เป็นสื่อการเรียนการสอน
เป็นงานอดิเรก หารายได้เสริมนะ ใช้เวลาว่าง ๆ ที่มีให้เป็นประโยชน์ขึ้นมา

แต่ถ้าสนใจเรื่อง Network Marketing จริง ๆ อาจจะลองศึกษาดูก็ได้ อ่าน ๆ ดูวิธีการแล้ววิเคราะห์การทำงานดู
ว่ามันเป็นไปได้จริง ๆ ไหม ? หรือเป็นเพียงการทำการตลาดแบบใยแมงมุม ต่อยอดไปเรื่อย ๆ หาคนมาสมัคร
เพิ่มขึ้น แล้วเราได้หัวละเท่านั้นเท่านี้ จ่ายรายเดือน เดือนละ $ 10 ถ้าหาคนมาสมัครเพิ่มไ้ด้หัวละ $ 1
ลองคิดดูว่า เราได้ส่วนต่างตรงนั้น ซึ่งฟังดูเหมือน Double ไปเรื่อย ๆ เวลามีคนมาสมัครต่อ ๆ ๆ กันไป
แต่ส่วนต่างตรงนั้น คนที่เป็นต้นตอธุรกิจเพียงแค่มี host หลักเอาไว้ แล้วก็เสือนอนกินเลยนะ

อันนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ หากใครมีความรู้เรื่องนี้หรือเคยลองทำงานพวกนี้จริง ๆ ลองมาคุยคุ้ยกันได้  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:43 น.
ผมอยากเปิดท้ายขายเสื้อผ้าครับเฮีย
เบื่อเป็นลูกจ้างคนอื่นแล้ว รอปลดหนี้หมดก่อน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:52 น.
 :02: เห็นแต่ละคนฝันแล้ว  :52: ปลื้ม ๆ นะ
แต่ตูนเรียนด้านนี้มา กลับฝันไปอีกแนว ปัจจุบันก็กำลังพยายามสร้างหลักฐานให้มั่นคง
เพื่อจะได้สานฝันให้มันเป็นจริงขึ้นมา  :56:

ปัจจุบันนอกจากงานบริษัทที่ทำเป็นฝ่ายการตลาด ได้ติดต่อพบปะพูดคุยเรื่องธุรกิจมากมาย
ทำให้มีความคิดเรื่องนั้น เรื่องนี้ เข้ามาในหัว มีติดต่อธุรกิจนอกเวลา เป็น Project เล็ก ๆ
ซึ่งพึ่งจะเริ่มไ้ด้ไม่นาน กำลังรอลุ้นผลอยู่ว่าจะสำเร็จไหม ?

เวลาว่างวันหยุดบ้าง ตอนกลางคืนบ้าง ก็จะรับงาน Freelance ทำงานส่งผ่าน internet
เช่นพวก Flash Animation, Web Design ฯลฯ งานอะไรก็ได้รับหมด 555

พยายามทำทุกอย่างเพื่อสร้างหลักฐานให้กับตัวเองและครอบครัว
ตอนนี้ทำงานทุกอย่างที่สามารถหามาได้ อยากทำงานเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ เพราะความฝันของ คือ

การออกไปอยู่นอกเมืองไกล ๆ อากาศดี ๆ
มีบ้านหลังเล็ก ๆ สักหลัง มีเงินเก็บพอกินพอใช้ เลี้ยงพ่อแม่ได้
ทำงานผ่าน Internet นั่งบริหารงาน + ทำงานอยู่ที่บ้านสวน
มีเงินพอกินพอใช้ อยู่อย่างพอเพียง ไม่อยากอยู่ในเมืองที่วุ่นวาย ไม่อยากต้องเดินเหน็ดเหนื่อย
เดินออกไปนอกบ้าน มีสวนผลไม้ ต้นไม้ พืชผักสวนครัวเล็ก ๆ ดอกไม้สวย ๆ หน้าบ้าน

:56: :56: ความฝันอันสวยงาม  :56: :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: อิคคิว เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:52 น.
แล้วแบบพวกhi5 พวกบล็อคพวกนี้ละครับเข้าข่ายNetwork Marketingไหมครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:52 น.
อ้างคำพูดจาก: โก้ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:43 น.
ผมอยากเปิดท้ายขายเสื้อผ้าครับเฮีย
เบื่อเป็นลูกจ้างคนอื่นแล้ว รอปลดหนี้หมดก่อน

เอ้า
ไอ้ร้านที่เด็กเชียร์เบียร์สวยๆ นั่นไง
ผมนะโคตรอยากทำ

เคยลงทุนทำร้าน กะเพื่อน
แต่งร้านแบบโรงเรียนประถม
มีกระดานดำ ไปหาซื้อโต๊ะนักเรียนมา
มันขัดแย้งในใจ แต่ไม่เท่ากะเราไปอยู่ร้าน
แล้วเพื่อน กินแบบค่อยจ่าย
เราก็รักเพื่อนเอ้า ติดก่อนก็ติดก่อน
สุดท้ายไม่มีเงินมาหมุน  เจ๊งครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:54 น.
ความฝันของตูน ดีเยี่ยมแล้ว
สวนผลไม้นั้นผมตามดูเสมอๆ ไปดูในบล้อกด้วยนะ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:56 น.
ร้านที่ทำ แค่เอามันครับ จริงๆ นะ
เราไม่รู้เรื่องธุรกิจกัน เราไม่มีเงินทุน มีแต่ร้านที่เขาทำไว้แล้ว
เราแค่มาดูต่อ แล้วก็หมุนเงินตามน้ำต่อไป

หน้าฝน ไม่ค่อยเวิร์ค คนหนี
เราจะอดทนจนถึงหน้าหนาวครับ วัดกันอีกทีตอนนั้น
ได้ก็ต่อ ไม่ได้ก็หยุด

ไปยิง บีบี ต่อ  :02:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 10:04 น.
งานในระบบ Network Marketing จริงๆมันมีหลายรูปแบบนะครับ

ระบบหลักการทำงานของมันก็คือ การหาคนเพิ่มขึ้นมาช่วยกันทำงานระบบเดียวกัน
เพื่อสร้างกลุ่มแรงในการทำงานเป็นขั้นเป็นลำดับ แล้วเหวี่ยงระบบให้ทำงานได้ใหญ่มากขึ้น แรงขึ้น
โดยผลตอบแทน ก็จะได้ตามขนาดของการทำงานของกลุ่มแรงที่เรามีส่วนร่วมอยู่ ทำให้ระบบมันเดินของมันต่อไป

ธุรกิจแบบนี้เลยมีอีกชื่อว่า Multi Layer Marketing หรือการทำตลาดหลายชั้น

ส่วนรายละเอียดของระบบก็มีแตกลงไปอีก ตามแต่ละที่จะคิดกันได้ ทั้ง Binary และ อื่นๆ
ซึ่งความยากง่ายของการได้ผลตอบแทน หรือ จำนวนที่ได้ ก็จะแปรผลกันไปตามแต่ละระบบ

เรื่องแชร์ลูกโซ่ ถามว่าเป็นระบบ Network Marketing มั๊ย จริงๆหลักการมันคล้ายๆกัน แต่ต่างกันครับ
เรื่องของแชร์ลูกโซ่ ส่วนใหญ่จะเป็นการที่ว่า เมื่อเราชักนำคนเข้ามาร่วมลงทุน เราจะเอาเงินจากคนที่มาสมัครใหม่ส่วนหนึ่งนั้น
จ่ายให้กับคนที่แนะนำมา เพื่อเป็นค่าตอบแทน ยิ่งพาคนมาสมัครมาก ก็จะได้เงินผลตอบแทนเยอะ เช่นนี้เป็นต้น
ดังนั้น ทำไมมันถึงผิดกฏหมาย ก็เพราะว่า ระบบนี้มันไม่สามารถหยุดได้ มันต้องชวนไปเรื่อยๆ เพื่อดันระบบให้มันไหลต่อไป
มีเงินหมุนจากคนใหม่ๆเรื่อยๆ มันไม่ใช่การบริการสินค้าแต่มันเป็นการบริหารจำนวนคน เลยผิดตรงนี้...

ถ้าสนใจเพิ่มเติม ลองหาหนังสือ ความจริงเกี่ยวกับธุรกิจ MLM อ่านดูครับ หน้าปกสีขาวๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 10:10 น.
อ้างคำพูดจาก: El  Rajun เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 09:54 น.
ความฝันของตูน ดีเยี่ยมแล้ว
สวนผลไม้นั้นผมตามดูเสมอๆ ไปดูในบล้อกด้วยนะ  :12:

ขอบคุณค่ะพี่โอ๋มากค่ะ :40: ปลื้ม ๆ แต่สวนนั้นเป็นของพ่อค่ะ
ยังรู้สึกว่าอยากทำแบบที่ทำขึ้นมา หามาด้วยตัวเราเอง น้ำพักน้ำแรงของเราเองนะ  :52:

ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง Network Marketing ด้วยค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 10:30 น.
มีเรื่อง เล่า การประชาสัมพันธ์ แบบคิดเองเออเองของผมอีก
คือ โรงเรียนผมไม่เคยมีตัวตนในอินเตอร์เน็ต
ครูผู้ร่วมกันทำก็ งงว่าอินเตอร์เน็ต มันจะช่วยโรงเรียนแบบไหน
ผม ก็เอาวะรู้นิดๆหน่อยๆ ก็บอกไปว่า ได้แต่บอกไปว่า
มีดีกว่าไม่มีแหละนา เชื่อผม สำคัญคือ ฟรี!

เลยคิดว่าจะมีเว็บโรงเรียน สักอัน(เว็บ)
ถามเมีย เมียบอกเดี๋ยวให้น้องชายที่เป็น วมต. ของเครือเนชั่นช่วยทำ
แต่ต่างคนต่างยุ่งอีรุงตุงนัง
ผมว่าแบบนั้นช้าไป เอามาทำเองชั่วคราวไปก่อน
ก็ งงๆ ว่าโลกออนไลน์มันมาไกล ผมจะทำไงดี
คิดขึ้นมาได้ก็แต่บล็อก เพราะมันสำเร็จรูป
หยิบๆ วางๆแปะๆ โปะๆ  คงพอได้
นั่งหาบล็อก ถามแอน(ยักษ์) แอนบอกเอาเวิลเพรส
ผมก็ไปสมัครตามแอนบอก มานั่งดู เวรกรรมยากไปสำหรับครูแบบผม
ก่อนนั้นผมไปสมัคร บล็อกสปอต ไว้ด้วยเลยทำไปก่อน
คิดว่าเดี่ญวค่อยศึกษาที่แอนแนะนำ

ก็เริ่มทำ ทีละนิดทีละน้อย
แต่สิ่งที่ตั้งใจมากคือ การบอกตัวตนให้คนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายรู้
ว่ามีโรงเรียนสอนศิลปะเด็ก ชื่อ โรงเรียนสอนศิลปะพิชา อยู่ในโลกด้วย
และขอให้กูเกิล รู้จักสักหน่อย ก็เฮฮาแล้ว

ในบล็อก ผมทำไปตามที่โรงเรียนแห่งนึงควรจะมี
แต่สิ่งที่ผมอยากให้มีมากที่สุดคือ อยากมีบทสัมภาษณ์ผู้ปกครอง
เพราะสิ่งนี้คือ ความต่างจากเว็บอื่นๆ
และเป็นเรื่องดีมากสำหรับตัวเอง นอกจากจะได้ประชาสัมพันธ์
ไปในตัวแล้วก็ได้พูดคุยกับผู้ปกครอง เอื้อเฟื้อไปถึงผู้อ่านคนอื่นๆ
ผมคิด ตีมการสัมภาษณ์ไว้เรื่อยๆ เหมือนทำหนังสือเล่มนึง
ตอนนี้มีเปิดด้วยสัมภาษณ์ ผู้ปกครองทั่วไปเป็นครั้งแรก(เอาแม่สวย  :21:)
ครั้งที่สอง ก็เป็นการเลี้ยงลูกแฝด
ครั้งต่อไปว่าจะเอา ลูกวัยรุ่น เป็นประเด็น
ครั้งหน้าอาจจะเป็น เลี้ยงแบบโฮมสคูล
และในรายละเอียดการสัมภาษณ์ มีเรื่องราวมากมาย
เช่นชื่อโรงเรียนที่เด็กๆ เรียน เมเตฯ เซ็นฟรัง เซนต์คาเบียล อมาตยกุล แย้มสะอาด
หรือ บรรดาสาธิตฯ นี่คือการยืนยันระดับโรงเรียนได้เหมือนกัน


ต่อมา ผมเจอพี่กนก ผมขอและบอกว่า
จะเอารูปพี่กนกมาแปะในบล็อกโรงเรียนนะ
พี่เขาก็ ยินดีเต็มใจ และ งงว่าเขาจะช่วยอะไรโรงเรียนผมได้

ซึ่งในความจริงนี่คือการประชาสัมพันธ์ชั้นยอด
เพราะ บุคลิกพี่กนก เมื่อผู้ปกครองมองแล้วคิดว่า
จริงใจ รักครอบครัว ไม่มีพิษมีภัย เชื่อถือได้
ผู้ปกครองบอกผม(หลายคนเลยว่า) ตัดสินใจฟันธง
สมัครเรียนหลังจากพิจารณารายละเอียดแบบอื่นแล้ว
แต่ยังไม่ปักใจ พอเจอพี่กนก ก็ปักใจเรียนเลย :21:

เรื่องราวเหล่านี้เจอใครผมก็เล่า
ใครถามผมก็บอก อะไรไม่ดีผู้รู้กว่าก็สั่งสอน
อะไรดีผมก็ได้ทวนตัวเองไปด้วย ว่านี่ดีนะจำไว้
อย่าลืม และสำคัญผมสนุกสนานมากมายทีเดียว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 10:47 น.
ความฝันผมยังไม่จบลง ที่ร้านเหล้าสองร้าน
ผมชอบเพลงของ พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ มากๆ
มีอยู่เพลงนึงชื่อ จ. รอคอย
ในเนื้อเพลงมีท่อนฮุคร้องว่า

...ต้มยำอกหัก
ผัดผักแอบรัก
คล่องอคยิ่งนักแกงจืดหน้าบูด
ผักบุ้งไฟสวาท
ผัดเผ็ดรักคุด...

เมื่อฟังหนแรก ยังเรียนอยู่เลย
ก็คิดเลยว่า อยากเปิดร้านข้าวต้มกุ๊ย
เอาชื่อเมนูแบบนี้เลย แล้วคิดชื่อใหม่อีก
ถ้าเป็นไปได้ จะขอชื่อร้านจากน้าหมู มาเลย
คิดฝันถึง ผัดเผ็ดรักคุด อ๊ะโห มันคงจะน่ากิน
:54:

เปิดทั่วไป
กลุ่มเป้าหมายคือคนทำงาน ฝากท้องไว้กับร้านข้าวริมทาง
ราคาไม่แพง คุยกับรายได้แล้วไม่สาหัสสำหรับคนทาน

แหม๊...เล่าความฝัน มันส์พะยะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:23 น.
 :56: อยากจะบอกว่า บางเรื่องที่ได้เรียนมา บางทีมันก็เลือน ๆ ไปบ้างเหมือนกัน
แต่อ่านการทำงานของพี่โอ๋แล้ว บางเรื่องมันผุดขึ้นมามากมาย
อยากจะมาถ่ายทอดให้ฟัง วันนี้ขอเคลียร์งานก่อนนะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:29 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:23 น.
:56: อยากจะบอกว่า บางเรื่องที่ได้เรียนมา บางทีมันก็เลือน ๆ ไปบ้างเหมือนกัน
แต่อ่านการทำงานของพี่โอ๋แล้ว บางเรื่องมันผุดขึ้นมามากมาย
อยากจะมาถ่ายทอดให้ฟัง วันนี้ขอเคลียร์งานก่อนนะคะ

อย่าลืมนะครับ
ผมอยากเรียนรู้เยอะๆ
:12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:40 น.
มาแชร์ประสบการณ์และขอความรู้ค่ะ
ทุกวันนี้ ฟ้าเปิดร้านขายเสื้อผ้า ตอนแรก (ปีที่แล้ว) ฟ้ามีร้านเดียวคือ Dress up
ร้านเล็ก อยู่ที่ตลาดหน้ามอชอ ค่าเช่า 4500 (รวมค่าน้ำค่าไฟ ค่าขยะ ค่ายาม แล้วก็ 5000)
เฝ้ากันเองกับเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วน (ตอนนั้นทำงานประจำเลิกเย็นมาก็เฝ้าเอง)
ขายดีมาก เราตั้งเป้าไว้ วันละ 3000 บาท (เวลาที่เปิดร้านคือ 6 โมงเย็นถึง 4 ทุ่ม)
..
เดือนแรก เดือนที่สอง (เดือนมิถุนายน-กรกฏาคม) เราขายได้ แสนกว่าบาท หมุนของกันสนุกมาก
ลง กทม กันเดือนนึง สามครั้ง
ตอนนั้น ร้านฟ้าจะต่างจากร้านอื่นแถวๆ นั้น ของจะดีกว่าราคาอยู่ที่ 500-900 บาท
คนที่มาซื้อจะเป็นคนทำงาน หรือนศ ที่กำลังจะเรียนจบ ผู้ใหญ่บ้าง
ลูกค้าประจำเยอะ  :22: ชีวิตดีมีความสุขมาก

พอเข้่าเดือนที่ สาม สี่ ห้า (สิงหาคม-กันยายน-ตุลาคม)  ฝนตก ยอดตก เกือบครึ่งนะ คือขายได้ 6-7-8 หมื่น
ประกอบกับคือเริ่มมีคนในตลาดตามแบบ คือเค้าหาของได้แบบเราไม่เหมือนหรอก ผ้า+การตัดเย็บ
แต่แบบคล้ายๆ ผ้าด้อยกว่า ขายถูกกว่า อย่างฟ้าขาย 680 เค้าขาย 280 แบบคล้าย ผ้าสีคล้ายๆ ถึงจะคนละเนื้อ มันก็คล้าย

ลูกค้าเริ่มแบบ มี feedback ที่ต่างไป
คือของถูกใครๆ ก็ชอบ.. ของฟ้าแพง แต่ดีกว่า ใช่ลูกค้าส่วนนึงยังอยู่
แต่มันก็หายไปเยอะ ตอนนี้ฟ้าเริ่มเครียด แต่ก็คุยกับเพื่อนว่าจะเอายังไง
เพื่อนเสนอทางออก เค้า down เราก็ลอง down ราคาลงบ้าง ลดเกรดสินค้า
เราเริ่มโดนการตลาดแถวนั้นกลืน ความเป็น dress up ของเรา ฟ้าเอาของขายง่ายมา
ขายอยู่ 250-350-450 ก็โอเค เงินหมุนขึ้น แต่ไม่ได้คล่อง บางเดือนได้ 4-5 หมื่น หมุนค่าเช่า ลงของ เป็นค่าใช้จ่าย
เราสองคน (ฟ้า+ฟาง) แทบไม่ได้อะไร..

เราเลยวางแผน+ ตัดสินใจเปิดร้านใหม่อีกร้านนึง (ทั้งๆที่ตอนนั้นงานประจำยุ่งสุดขีด ฟ้าทำทัวร์ หน้า hi ของเชียงใหม่ด้วย)
ลุยร้าน goldglory ตัดสินใจอะไรทุกอย่างในเวลาเดือนครึ่ง ร้าน gold สำเร็จออกมา
ฟ้าลงของทีเป็นแสน อืม.. มันต้องไปได้ ร้าน Dress up เลยกลายเป็นร้านขายของถูก
คุณภาพก็กลืนไป คล้ายๆ กับทุกร้าน  :05:


เราจ้างเด็กเฝ้าคนนึง


เดี๋ยวมาต่อ  :33:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:43 น.


โคตรเจ๋ง อยากขายของมั่ง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:45 น.
อ้างคำพูดจาก: El  Rajun เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 10:30 น.
มีเรื่อง เล่า การประชาสัมพันธ์ แบบคิดเองเออเองของผมอีก
คือ โรงเรียนผมไม่เคยมีตัวตนในอินเตอร์เน็ต
ครูผู้ร่วมกันทำก็ งงว่าอินเตอร์เน็ต มันจะช่วยโรงเรียนแบบไหน
ผม ก็เอาวะรู้นิดๆหน่อยๆ ก็บอกไปว่า ได้แต่บอกไปว่า
มีดีกว่าไม่มีแหละนา เชื่อผม สำคัญคือ ฟรี!


ขอบคุณครับ ด้วยแนวคิดนี้แหละที่ทำให้ผมมีเงินซื้อข้าวกิน :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:46 น.
อ่อร้าน Dress up นี่ของฟ้าเหรอ

แสดงว่า เคยได้ตังค์จากกระเป๋าพี่ไปแล้วหล่ะ  :30:
แฟนพี่เคยซื้อชุดอยู่ 2-3 ทีหน่ะ คุ้นๆอยู่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:49 น.
แนะนำให้ฟ้าอ่าน BOS อีกรอบนะ
จริง ๆ เริ่มต้นมาถูกทางแล้ว อยากแนะนำว่า สิ่งที่เป็นจุดเด่นของร้านฟ้า ที่เริ่มต้นมา
คนมาซื้อของฟ้าเพราะอะไร? เพราะแตกต่างและไม่เหมือนของตลาด ๆ ทั่วไปใช่ไหม
ถ้าลดราคาลง ลดคุณภาพ ลดเกรดจาก A เป็น B หรือ C มันก็จะไม่ต่างกับร้านอื่น ๆ สักเท่าไหร่จริงไหม
แล้วก็ต้องสู้ ต้องกดกันด้วยราคา ต้องกลับไปอยู่ในวงโคจรแบบ Red Ocean
ที่สำคัญ สิ่งที่เคยเป็นจุดเด่นของร้าน (เคยดูในจู๋โชว์ร้านของฟ้า) ตกแต่งสวยมาก ๆ อยากให้รักษาไว้ดีกว่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:51 น.
โอ้ว จู๋ยอดเยี่ยมเลยนะเนี่ย
ชอบทั้งบรรยากาศของการคุยเรื่องร้านเครื่องดื่มสำหรับคนบ้านนอก
และเรื่องการตลาด ซึ่งอันนี้ผมมองเป็นเรื่องของการทำมาหากินที่แตกต่างกันของแต่ละคน

ผมเพิ่งคุยกะเพื่อนเมื่อวาน ว่าแนวทางของผมควรจะเป็นอย่างไร
หลังจากนั่งทำงานงกๆ สองสามปีที่ผ่านมา จนโรคปวดหลังกำเริบ
ต่อไปจะทำงานแค่ไหน ทำยังไง

ไว้ปั่นงานก่อน ค่ำๆจะแวะมาคุยบ้าง

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:55 น.
อ่านของฟ้าแล้วคิดเรื่องการตัดราคา แบบมหาโหด

ตุ๊กตาไหมพรม นี่ไงตัวอย่าง
หลายคนสงสัยว่าทำไมผมตั้งราคาแพงมาก
จะขายได้หรือ ขายได้ครับ แม้ไม่มากแต่ขายได้
เพราะผมตั้งแบบ ไม่ขาย คือต้องแสดงออกว่าโคตรอยากได้ถึงขาย

เพื่ออะไรหรือ

ผมบอกว่า
ผมเน้นอบรมให้ทุกคนถักเป็น
อยากให้ถักเป็นไม่ได้อยากถักขาย
ส่วนใครถักเป็นแล้วจะถักขายไม่ว่า
มาเอาแบบใหม่ๆ ที่ผมได้ ผมวาดการ์ตูนได้
ฉะนั้นแบบใหม่จะมีตลอด

การเน้นอบรมของผมก็ ไม่ต้องลงไปแข่งในตลาดที่สู้กันดุเดือด
และตุ๊กตาของผม ก็ไม่ต้องโดนต่อราองหั่นราคา
และเลือกลูกค้าได้เองโดย ปริยาย


:12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:59 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:43 น.

โคตรเจ๋ง อยากขายของมั่ง

ลองเล้ยยยย  :27:


อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:46 น.
อ่อร้าน Dress up นี่ของฟ้าเหรอ

แสดงว่า เคยได้ตังค์จากกระเป๋าพี่ไปแล้วหล่ะ  :30:
แฟนพี่เคยซื้อชุดอยู่ 2-3 ทีหน่ะ คุ้นๆอยู่


:46: ขอบคุณค่ะพี่โอ ฝากบอกคุณแฟนว่า ลงของอีกที ต้นเดือนนะคะ มาอุดหนุนได้เลย




อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 11:49 น.
แนะนำให้ฟ้าอ่าน BOS อีกรอบนะ
จริง ๆ เริ่มต้นมาถูกทางแล้ว อยากแนะนำว่า สิ่งที่เป็นจุดเด่นของร้านฟ้า ที่เริ่มต้นมา
คนมาซื้อของฟ้าเพราะอะไร? เพราะแตกต่างและไม่เหมือนของตลาด ๆ ทั่วไปใช่ไหม
ถ้าลดราคาลง ลดคุณภาพ ลดเกรดจาก A เป็น B หรือ C มันก็จะไม่ต่างกับร้านอื่น ๆ สักเท่าไหร่จริงไหม
แล้วก็ต้องสู้ ต้องกดกันด้วยราคา ต้องกลับไปอยู่ในวงโคจรแบบ Red Ocean
ที่สำคัญ สิ่งที่เคยเป็นจุดเด่นของร้าน (เคยดูในจู๋โชว์ร้านของฟ้า) ตกแต่งสวยมาก ๆ อยากให้รักษาไว้ดีกว่า


อืม นั่นแหล่ะ ปัญหาของฟ้าตอนนี้เลย

คือพอเรายุ่งๆ กับร้าน gold เราก็จ้่างเด็กมาเฝ้าร้าน ทีนี้ การขายมันก็เปลี่ยนไปเลย
ฟ้ามัวลุยร้านใหญ่ ไม่มีเวลาไปร้านเล็ก นานๆทีไป คือสภาพมันเละมาก ร้านสีขาวครีมๆ ติด wallpaper ลายดอกแบบ
English country แต่สภาพที่เห็นนะมันหม่นมาก เหมือนไม่ค่อยทำความสะอาดเลย  :05:
ทั้งพูดดีๆ ทั้งขอร้อง ทั้งดุ ทั้งขู่ว่าจะหักเงิน ฟ้าทำทุกอย่าง
เด็กก็ไม่ดีขึ้นเลย บ่นที ดีทียังงั้นแหล่ะ

ถูลู่ถูกังร้าน Dress up มา 5 เดือน
ร้าน Gold โดนพิษเศรษฐกิจเต็มๆ ทุกเดือนเรามี fix cost ที่ 50000 ซึ่งมันเยอะไป
ฟ้า+เพื่อน ตัดสินใจปล่อยเซ้งร้าน gold ได้เงินคืนมานิดหน่อย แน่นอนเราขาดทุน  :05: (ไปแปดแสนห้า)

กลับมาที่ Dress up ตอนนี้ฟ้าไปโมดิฟายร้านใหม่
เอาให้สะอาดและน่าเข้าเหมือนเดิม

ฟ้าอยากได้กลุ่มลูกค้าเก่ากลับมา
กะว่าจะ sale ของล็อตนี้ให้หมด แล้วเอาของที่ดี+ต่างจากคนอื่นมาลง
แต่ฟ้าก็มีคำถามในใจว่า ลูกค้าจะกลับมาไหม?
เนื่องจากของมันเปลี่ยนไปนาน ประมาณ 5-8 เดือน..
ฟ้าควรจะทำยังไงดี  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 12:04 น.
จริงๆผมก็คิดเหมือนพี่โอ๋นะครับ
ทั้งเรื่องของการตลาดและวิชาชีพ

ยกตัวอย่างเรื่องการซื้อเสื้อผ้าให้แฟนผม
ผมคิดว่าถ้าชุดมันดีไซน์สวย การตัดเย็บดี ถึงราคาสูง
แต่มันก็คุ้มกว่า ถ้าอยากได้เหมือนกันแต่เกรดรองลงไป
อันนี้เรื่องราคา ผมยอมจ่ายครับ

เรื่องการตัดราคา อย่างในสายวิชาชีพของผม
ผมรับทำ Present 3 มิติด้วย ราคาผมก็คิดตามอัตราของผม
ผมไม่ลดนะ แม้ว่าปัจจุบัน เด็กรุ่นใหม่จะเป็นโปรแกรมนี้กันมากขึ้น
โปรแกรมช่วยก็มากขึ้น หลายคนตัดราคาอย่างน่าเกลียด จาก 3000 เหลือ 500 อะไรแบบนี้
สุดท้าย ก็ฉุดเอาราคาของวงการนี้ลงมาทั้งแถบ เป็นปัญหากันพอสมควร

ส่วนใหญ่ก็จะมีทางออกตรงที่ พัฒนาตัวงานให้มีเอกลักษณ์ หรือมีจุดขายอะไรของตัวเงอ
และตรึงราคาวิชาชีพเราไว้อย่างเหมาะสมดีกว่า อย่างน้อยถึงแม้ลูกค้าและรายได้จะลดลง
(มากจนน่าใจหาย  :05:) แต่เกียรติและกลุ่มลูกค้าหลักที่มีแนวคิดก็ยังคงอยู๋กับเรา
และคิดว่าน่าจะพัฒนาเป็นลูกค้าชั้นดีต่อไปได้ น่าจะคุ้มมากกว่าเสีย
เลยรับงานแบบนี้มาตลอด ไม่คิดลดราคาเพื่อเอาตลาดล่างๆแย่งกับคนอื่นเหมอืนกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 12:25 น.
ฟ้าอยากได้กลุ่มลูกค้าเก่ากลับมา
กะว่าจะ sale ของล็อตนี้ให้หมด แล้วเอาของที่ดี+ต่างจากคนอื่นมาลง
แต่ฟ้าก็มีคำถามในใจว่า ลูกค้าจะกลับมาไหม?
เนื่องจากของมันเปลี่ยนไปนาน ประมาณ 5-8 เดือน..
ฟ้าควรจะทำยังไงดี 


ผมว่าก็เอาตามที่ฟ้าบอกแหละ
ลงไปทำเอง ผิดพลาดยังกลับแก้กันทัน
สร้างค่าราคา ให้ต่างคนอื่น ให้ชัดเจน
ลองเอาไอ้ 4 ข้อนี้ไปวัดผล ร้านดูไหม

มีความสำคัญของการสร้างแบรนด์

1. แตกต่างเหนือคู่แข่ง-หาจุดเด่นอย่างชัดเจน

ข้อนี้ต้องหาจุดดีมากของร้านฟ้าให้ออกมาให้ได้
สมมติ เราบริการดีกว่าแบบประทับใจเมื่อเข้ามาทุกวินาทีหายใจ


2. ดีกว่าคนอื่น-อีกนิ๊ด

สมมติ เรามีของเจ๋งกว่าร้านอื่น คุณภาพดีกว่า

3. เท่าๆ กะคู่แข่ง

สมมติ เรามีของที่ร้านอื่นมี เรามีด้วย

4. พอรับได้ แบบสูสี

สมมติ ราคาถึงเราจะแพงกว่าคู่แข่ง แต่เมื่อชดเชยด้านอื่นแล้ว
ให้ลูกค้ารู้สึกรับได้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 12:27 น.
 :27: ตะกี้ ตอนเก็บดาวก็แอบจดไว้แล้วเหมือนกัน
เดี๋ยวลองดู แต่ก็ทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้วนะ ว่าคงต้องใช้เวลา
ตอนนี้ตลาดที่ขายอยู่มีร้านเยอะขึ้นเยอะมาก  :56:


คนขายจะเยอะกว่าคนซื้อแล้ว :15:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 13:31 น.
อย่างแรกเลยต้องขอเป็นกำลังใจและเอาใจช่วยฟ้านะ  :40: สู้ ๆ
จะขอแนะนำเป็นประเด็น ๆ ไปก่อนดีกว่า

1. เรื่องแรกคือ ของที่เปลี่ยนไป (จากร้านแนวเดิม) ลอตนี้ แนะนำว่าให้ Sales แต่ไม่ใช่ที่ร้านนะ
อันนี้ขอแนะนำ เพื่อปรับปรุงและไม่ให้ภาพลักษณ์ของร้านเสียไปมากกว่านี้  :12:
อาจจะไป sales ที่ตลาดอะไรสักที่ ตูนจำไม่ได้แน่ ที่ฟ้าไปขายของตอนกลางคืน
ส่วนร้านน่าจะปรับปรุงให้กลับมาสภาพเดิมให้เร็วที่สุด

2. ตลาดที่ฟ้าจับ เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม เป็นตลาดระดับกลางขึ้นไป
ซึ่งตูนว่า มันเหมือนกับเป็นคนกลุ่มนึง ที่ไม่ใช่ตลาดทั่ว ๆ ซึ่งตลาดกว้างมาก
คนมาแย่ง market share ตรงนี้มากมาย ห้ำหั่นกันด้วยราคา
ซึ่งฟ้าเลือกที่จะไม่เข้าตลาดกลุ่มนี้ ฟ้าเลยเจาะมาอีกแนวตั้งแต่แรก
ลูกค้าที่เค้าเคยซื้อของเดิมเราอยู่ ลูกค้าเก่าของเรา แม้จะขาประจำ หรือ ไม่ก็ตาม
ตรงนี้ เมื่อฟ้าฟื้นฟูสภาพร้านให้กลับมาเหมือนเดิมได้ โดยเน้นการทำ Customer Share
คือ การเพิ่มการซื้อให้มากขึ้น จากลูกค้าฐานเดิมที่มีอยู่ ลูกค้าที่เคยซื้อแล้วเค้าหายไป
เราต้องดึงกลับให้เค้ากลับมา เพิ่มความถี่ในการซื้อ ซื้อของอื่น ๆ มากขึ้น
โดยฟ้าอาจจะแตก line product ของให้หลากหลายมากขึ้น อันนี้เป็นหลักก่อนเลย
ส่วนลูกค้าใหม่ ที่ฟ้าจะเพิ่ม market share ให้มากขึ้น อันนั้นไว้ต่อยอดหลังจากทำ step นี้ให้สำเร็จก่อนดีกว่า

** market share กับ customer share ต่างกัน ไว้จะอธิบายละเอียดอีกที **

3. การดูแลร้าน เรื่องเสื้อผ้าพวกนี้ ตูนเชื่อว่า ส่วนนึงที่ฟ้าขายของได้ดีขนาดนั้น ในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากของในร้านที่ดีจริง ๆ คุณภาพดี design สวยแล้ว
คนขาย คือฟ้ากับฟาง คือส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่เป็นเหมือนจุดขายของร้านเลยนะ
การซื้อเสื้อผ้าที่มีคนแต่งตัวน่ารัก ๆ ยิ้มแย้มแจ่มใสมาแนะนำ อันนู้นดี อันนี้สวย ใส่อันนี้แล้วเข้านะคะ
คือ ในความเข้าใจของตูน ตูนคิดว่าฟ้าน่าจะเป็นอย่างนั้นนะ แล้วฟ้าลองเทียบดูว่า
ลูกจ้างที่มาเฝ้าร้าน เค้าจะขายของลักษณะแบบที่ฟ้าทำได้หรือเปล่า ?
นี่น่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าหายไป

4. ตูนไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเป็นยังไง ถ้ามันยังพอฟื้น ๆ ได้ มีลูกค้าอยู่บ้าง
แล้วเราค่อย ๆ ปรับปรุง ดึงลูกค้ากลับมา มันก็น่าจะ ok นะ
แต่ถ้ามันโทรมมาก คนติดภาพลักษณ์นั้นไปแล้ว การ Re-Brand หรือ ปิดปรับปรุงสักระยะ
แล้วเปิดมาตู้มทีเดียวให้มันดังกลับมาบูมเหมือนเก่า แบบไหนจะเหมาะกว่ากัน
อันนี้ฟ้าคงต้องพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันนะจ๊ะ

** เอาเท่าที่นึกออกตอนนี้ก่อน ถ้ายังไงจะมาแปะเพิ่มจ๊ะ **
:56: เป็นกำลังใจให้ สู้ ๆ  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 13:35 น.
+ :25:

ตูนเอาอีก ความรู้ทั้งนั้น ชอบๆๆๆ  :45:

อ่านแล้ว ฟ้า-ฟาง
คือตัวประชาสัมพันธ์ ชั้นยอด :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 14:34 น.
อ่านแล้วได้อะไรเยอะเลยครับ
รออ่านต่ออยู่นะครับ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 14:46 น.
+ ตูนนะคะ
พอมาคิดๆ ดู เอ่อใช่ เราของ dress ขายของน่ารักสวยงาม
เด็กในร้านเรา ใส่ขาสั้น ลากอิแตะ มิน่า ลูกค้าหายหมด

  :33: เรื่องปิดร้านปรับปรุงยากค่ะ แต่คัดเสื้อผ้าไป sale ที่อื่นนี่ กำลังคิดกับฟางอยุ่
ยากตรงที่ไป หาที่ลงของเนี่ยแหล่ะ


ติดตามตูนนะคะ case ของฟ้านี่ ขอแบบกระจ่างๆ เลยนะ



:31: จากเด็กรัฐศาสตร์บังอาจจะเป็นแม่ค้า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 14:49 น.
อ้างคำพูดจาก: ด.ญ. ฟ้ารุ่ง เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 14:46 น.
+ ตูนนะคะ
พอมาคิดๆ ดู เอ่อใช่ เราของ dress ขายของน่ารักสวยงาม
เด็กในร้านเรา ใส่ขาสั้น ลากอิแตะ มิน่า ลูกค้าหายหมด

  :33: เรื่องปิดร้านปรับปรุงยากค่ะ แต่คัดเสื้อผ้าไป sale ที่อื่นนี่ กำลังคิดกับฟางอยุ่
ยากตรงที่ไป หาที่ลงของเนี่ยแหล่ะ


ติดตามตูนนะคะ case ของฟ้านี่ ขอแบบกระจ่างๆ เลยนะ

:31: จากเด็กรัฐศาสตร์บังอาจจะเป็นแม่ค้า

เต็มที่เลยนะฟ้า มีอะไรช่วยได้นี่ขอให้บอกเลย จะขุดความรู้ที่มีมา
อันนี้เป็น Case Study แรกสำหรับจู๋นี้ 55
ปกติเวลาเรียนเค้าจะยก case ที่มีปัญหานู้นปัญหานี้มาให้แก้ มาถกเถียงกันเป็นประจำนะ
เดี๋ยวยังไงขอไปนั่งคิด ๆ ก่อนนะคะ ดีใจมาก ๆ ที่พอจะได้ใช้ความรู้ที่มีช่วยเพื่อน ๆ นะจ๊ะ

จากเด็กบริหาร ที่บังอาจมาทำหน้าที่ Engineer  :50:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 14:57 น.
เด็ก ศิลปะศึกษา มาเอาความรู้ครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 15:16 น.






เก็บเกี่ยวความรู้เตรียมตัวสำหรับอนาคตอันใกล้ครับ :46:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 15:53 น.
ฝากประโยคประทับใจ ใน Class สุดท้ายของการเรียนวิชา Marketing Strategy บรรยายโดย Dr.Thasana  Boonkwan

The greatest danger for most of us is not that our aim is too high and we miss it
but that it is too low and we reach it

By .. Michael Angelo
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 15:54 น.
แปลด้วยครับ  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:01 น.
ขอบคุณค่ะ  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:02 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 15:53 น.
ฝากประโยคประทับใจ ใน Class สุดท้ายของการเรียนวิชา Marketing Strategy บรรยายโดย Dr.Thasana  Boonkwan

The greatest danger for most of us is not that our aim is too high and we miss it
but that it is too low and we reach it

By .. Michael Angelo


สิ่งที่น่ากลัวที่สุดนั้นไม่ใช่การที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้สูง ๆ แล้วไม่สำเร็จ
แต่การที่เราตั้งเป้าหมายไว้ต่ำ ๆ แล้วเราทำสำเร็จ แบบนี้ต่างหากที่น่ากลัวซะยิ่งกว่า

แนวคิดนี้ สอนคนให้กล้าที่จะคิดใหญ่ และแนวความคิดนี้มีความเชื่อที่ว่า
เมื่อคนเราตั้งเป้าหมาย หรือ จุดหมายไว้เพียงใกล้ ๆ ง่าย ๆ เมื่อทำสำเร็จ ก็มักจะยินดีฉลอง
และคิดว่า สำเร็จแล้ว การเดินทาง ก้าวไขว่คว้า การต่อสู้ก็จะจบลงด้วยพร้อมกับการเฉลิมฉลองนั้น
สิ่งนั้นน่ากลัวซะกว่า การที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้สูง ๆ แล้วเมื่อพลาด ก็ไม่สายเกินไปหรอกที่จะลองใหม่อีกครั้ง  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:06 น.
ขอบคุณครับ

:22:

เพื่อ แด่ ผู้ภาษาอ่อนแอเช่นผม
....

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:08 น.
อ้างคำพูดจาก: El  Rajun เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:06 น.
ขอบคุณครับ

:22:

เพื่อ แด่ ผู้ภาษาอ่อนแอเช่นผม
....


ตูนขอแปลแบบเพื่อความเข้าใจนะคะ เรื่องแปลเป็นภาษาหนังสือ แบบสละสลวยตรงเป๊ะ ๆ นี่ทำไม่ได้จริง ๆ  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: กิมจิซี๊ด เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:16 น.
ค่อยๆเป็น ค่อยๆ ไปก็ดีนะครับ

ฝันใกล้ๆ ไปช้าๆ

มันอาจจะสวนทางกับยุค Economy of speed แต่ถ้าเราไม่มีรากฐานที่ดีพอ มันก็ล้มครืนเอาง่ายๆนะครับ

อาจไม่ตรงกับประเด็นนัก ต้องขออภัย แค่อยากแสดงความคิดเห็นครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:22 น.
อ้างคำพูดจาก: นายกิม ปี2 ห้องข.ไข่ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:16 น.
ค่อยๆเป็น ค่อยๆ ไปก็ดีนะครับ

ฝันใกล้ๆ ไปช้าๆ

มันอาจจะสวนทางกับยุค Economy of speed แต่ถ้าเราไม่มีรากฐานที่ดีพอ มันก็ล้มครืนเอาง่ายๆนะครับ

อาจไม่ตรงกับประเด็นนัก ต้องขออภัย แค่อยากแสดงความคิดเห็นครับ

ยินดีค่ะ หลากความคิด ต่างสไตล์ หลากหลายแง่มุม
มาคุยกัน เปิดสมอง เปิดหัวใจ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:24 น.
ผมว่าเรื่องของความสูงในการฝัน กับความเร็วในการไปให้ถึงฝันมันไม่จำเป็นต้องแปรผันตรงกันก็ได้นะครับ

ฝันสูงไว้ แต่กำหนดไว้นานหน่อย ผมว่ามันก็ไม่น่าเกลียดนะ
ฝันไว้น้อยหน่อย แต่ถ้าเราใช้เวลานานเกินไป ผมว่าเราเองนั่นแหละที่จะรู้สึกเสียดายเวลาเราเอง

แต่ผมว่าในใจของแต่ละคน ก็คงมีจังหวะและความเร็วของตัวเองกันอยู่แล้วแหละครับ  :42:

อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 15:53 น.
ฝากประโยคประทับใจ ใน Class สุดท้ายของการเรียนวิชา Marketing Strategy บรรยายโดย Dr.Thasana  Boonkwan

The greatest danger for most of us is not that our aim is too high and we miss it
but that it is too low and we reach it

By .. Michael Angelo


เคยอ่านเจอเหมือนกันครับ ชอบมากเลย ใช้ได้ทั้งเรื่องของธุรกิจ และชีวิตเลย  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:29 น.
ผมฝันไม่รู้ไกลไหม แต่ฝันเยอะ
เป็นรูปเป็นร่างเป็นคุ้งเป็นแควเลย
แต่เอามาทำเป็นชิ้นเป็นอันได้แค่ไหน
ก็ตามแต่วาระโอกาสนั้นเอง

ฝันไกลลิบๆ
ไปถึงจะไป
ไปไม่ถึงช่างมัน

ผมอาจจะไม่ใช่คนที่มีบุคลิก
ที่เกิดมาเพื่อเป็นคนประสบความสำเร็จ
แต่ผมก็สนุก สุข ที่ได้ฝัน
พอฝันแล้วได้ทำยิ่งสนุก

ผมมีทัศนคติในใจตัวเองว่า

ฝันให้เด็กที่สุด
แล้วลงมือทำให้เป็นผู้ใหญ่ที่สุด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:34 น.
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:24 น.
ผมว่าเรื่องของความสูงในการฝัน กับความเร็วในการไปให้ถึงฝันมันไม่จำเป็นต้องแปรผันตรงกันก็ได้นะครับ

ฝันสูงไว้ แต่กำหนดไว้นานหน่อย ผมว่ามันก็ไม่น่าเกลียดนะ
ฝันไว้น้อยหน่อย แต่ถ้าเราใช้เวลานานเกินไป ผมว่าเราเองนั่นแหละที่จะรู้สึกเสียดายเวลาเราเอง  

แต่ผมว่าในใจของแต่ละคน ก็คงมีจังหวะและความเร็วของตัวเองกันอยู่แล้วแหละครับ  :42:

เคยอ่านเจอเหมือนกันครับ ชอบมากเลย ใช้ได้ทั้งเรื่องของธุรกิจ และชีวิตเลย  :12:



คล้ายๆ กล่องความต้องการ ของเราหรือเปล่าคะ?
เรื่องร้าน Gold ต้องปิดตัวลง เรื่องนี้ ฟ้าลดขนาดความฝัน ความจริง ความคิดตัวเองลงเยอะเลย  :16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:40 น.
อ้างคำพูดจาก: ด.ญ. ฟ้ารุ่ง เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:34 น.
 
คล้ายๆ กล่องความต้องการ ของเราหรือเปล่าคะ?
เรื่องร้าน Gold ต้องปิดตัวลง เรื่องนี้ ฟ้าลดขนาดความฝัน ความจริง ความคิดตัวเองลงเยอะเลย  :16:


ความฝันหรือเป้าหมายของฟ้า ก็ไม่ได้หายไปไหนนะ ในความคิดของตูน
เพียงแต่ ณ ตอนนี้ ฟ้าต้องทำรากฐานที่มีให้มั่นคงก่อน แล้วค่อย ๆ เติบโต เดินสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ
ปัจจุบันคือรากฐานที่มั่นคง ที่จะเดินต่อไปสู่อนาคตที่สวยงาม  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:44 น.
อยากบวกสัก 200  :27: จุ๊บๆ การตูน


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:52 น.
จากนี้เป็นความเห็นของผมเองนะ  :37:

การล้มเจ็บๆ 1 ครั้งบนเส้นทางไกลๆของเรา มันไม่ได้หมายถึงว่า ฝันเราไม่ถูกต้องนะ..

ก่อนที่ฟ้าจะท้อจนลดขนาดของฝันตัวเองลง
ผมอยากให้ฟ้าถามตัวเองก่อนว่า

ฝันของฟ้าจริงๆอยู่ตรงไหน แค่ไหน..
ร้าน gold ที่ทำมา จนถึงตอนจบที่ปิดร้านลง
มันสามารถตอบความฝันตรงนี้ได้ขนาดไหน..

ถ้าอย่างน้อย มันเขยิบความฝันของฟ้า ได้ไกลมากขึ้นจากแต่ก่อนที่จะเปิดร้าน  
แม้แต่นิดเดียว ก็ถือว่า ถูกทาง แต่อาจจะมี Error จากตรงอื่นที่ทำให้มันไปต่อไม่ได้
ซึ่งนั่นเป็นข้อต่อไป ไว้ค่อยคิดกัน..

ขอนอกเรื่อง 1 เรื่อง - พ่อผมถามผมเสมอเวลาเค้าเมาๆแล้วโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบ
เค้าชอบถามผมว่า

ผมมีฝันผมรึยัง
แล้วฝันที่ตั้งไว้น่ะ ตัวเองคิดว่าคู่ควรจะได้รับตามฝันนั้นมั๊ย.. ถ้าใช่
มันก็เป็นฝันที่เหมาะที่สุดของลูกแล้ว ไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ตาม
แต่ถ้าไม่ ... ก็หาฝันอื่น ที่ทำให้เราเชื่อตัวเองได้เถอะ

ผมก็เชื่อแบบนั้นนะ...


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 17:10 น.
+ ขอบคุณพี่โอนะคะ สำหรับคำถาม

อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:52 น.


ฝันของฟ้าจริงๆอยู่ตรงไหน แค่ไหน..
ร้าน gold ที่ทำมา จนถึงตอนจบที่ปิดร้านลง
มันสามารถตอบความฝันตรงนี้ได้ขนาดไหน..



ขอนอกเรื่อง 1 เรื่อง - พ่อผมถามผมเสมอเวลาเค้าเมาๆแล้วโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบ
เค้าชอบถามผมว่า

ผมมีฝันผมรึยัง
แล้วฝันที่ตั้งไว้น่ะ ตัวเองคิดว่าคู่ควรจะได้รับตามฝันนั้นมั๊ย.. ถ้าใช่
มันก็เป็นฝันที่เหมาะที่สุดของลูกแล้ว ไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ตาม
แต่ถ้าไม่ ... ก็หาฝันอื่น ที่ทำให้เราเชื่อตัวเองได้เถอะ

ผมก็เชื่อแบบนั้นนะ...





ฝันจริงๆ ของฟ้าอยู่ตรงนั้นแหล่ะค่ะ
ตรงที่ได้มีร้าน ที่เป็นสไตล์ของเรา มีลูกค้ามาซื้อเสื้อผ้าของเรา
ฝันไกลกว่านั้น คือเราได้ออกแบบ ได้มีโรงงาน ได้ตัดเย็บเอง ติดยี่ห้อเรา
ก่อนหน้านี้ร้าน Gold เป็นความสำเร็จหนึ่งในชีวิตฟ้าเลย
นาทีที่เราตกลงกันว่า เอาวะ ทำฝันสักที
นาทีที่ไปเลือกของแต่ละชิ้นเข้าร้าน หาช่าง สรรหาโน่นนี่มาถักฝันให้เป็นจริง
ฟ้ามีความสุขและดีใจมาก

ทุกวันนี้ถามว่ายังคิดฝันแบบนี้อยู่ไหม?
คิดค่ะ และจะทำด้วย ช่วงนี้อาจจะต้องพักฟื้นตัวเอง
เบรกความฝัน ลดขนาดความต้องการลง
กลับมาดูแล Dress Up ก่อน ให้มั่นคงขึ้น ให้กลับมาเป็น Dress Up ที่เรารักและฟูมฟักให้ได้ก่อน

หลังจากนี้คงต้องดูอะไรๆ เยอะขึ้น คิดมากขึ้น ก้าวช้าลง
เพื่อไม่ให้ซ้ำรอย Gold ที่จบลงไป



ปล. ฟ้าเชื่อในฝันนี้ของฟ้านะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 17:12 น.
อย่าเรียกว่า เบรกความฝันเลยครับ
ผมก็ยังเห็นว่า มันเป็นความฝันเดิม

แค่เปลี่ยนทางเดินไปให้ถึง แค่นั้นเอง  :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 19:41 น.
Phillips Kotler :

"If you think advertising doesn't pay:
We understand their are 25 mountains in "Cololado" higher than "Pike Peak"
Can you name one ?

ถ้าคุณคิดว่าการโฆษณาไม่ได้ให้อะไร .. ลองดูนี่สิ
เราก็รู้ ๆ กันอยู่ใช่ไหมว่าใน Cololado มียอดเขาที่สูงกว่า Pike Peak ถึง 25 ลูก
แต่คุณบอกชื่อมันมาสักชื่อได้ไหมล่ะ ??

คำพูดสอนนี้อธิบายโดยการเปรียบเทียบ ภูเขาลูกนึงที่ืชื่อ Pike Peak ที่ได้รับการโฆษณา
มีหนังไปถ่ายทำ เป็นที่รู้จักของคน เปรียบได้กับ Product ที่ไม่ได้ดีที่สุด แต่คนรู้จักและยอมรับ
เพราะได้รับการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ แนะนำให้คนส่วนมากได้รู้จัก
เปรียบเทียบกับภูเขาอีก 25 ลูกนั้นที่สูงกว่า เปรียบเหมือนสินค้าที่ดีกว่าตั้ง 25 ชิ้น
แต่ไม่ได้รับการโฆษณา ไม่มีการสื่อสารให้คนรับรู้ ทำให้คนไม่รู้จัก

Case ของพี่โอ๋ เห็นได้ชัดเลยว่า พี่โอ๋พยายามใช้สื่อหลาย ๆ ทาง
ทั้งแบบ Mouth to Mouth, ใช้สื่อ internet (ต้นทุนต่ำ),
เลือกใช้บุคคลที่สามารถเอื้อต่อการประชาสัมพันธ์เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีต่อโรงเรียน
(ทั้งผู้ปกครอง, ครอบครัวของนักเรียน, คุณกนก)
การใช้สื่อหลากหลายทางเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคทุก ๆ segment แบบนี้เป็นการใช้สื่อแบบ IMC

กลับมาดูใน Case ของฟ้า ..  :40: ฟ้าลองคิดดูว่า กลุ่มลูกค้าของฟ้าควรใช้สื่อแบบไหนบ้าง
ที่จะสามารถเข้าถึงอย่างทั่วถึง ทุกกลุ่มย่อย ๆ อาจจะใช้หลากหลายสื่อผสมกัน
ตูนจำได้ว่า ฟ้าเคยสนุกสนานกับการแจกใบปลิว Promotion ร้านในช่วง Sales
แล้วมันก็ได้ผล จริงไหม ? นอกจากนั้นยังมีสื่ออีกตั้งหลายทาง ที่ฟ้าน่าจะหยิบจับมาเป็นเครื่องมือ

คิดในเชิงแนวคิดที่ตูนยกมา ในโซนแถว ๆ ร้านฟ้า อาจจะมีร้านเสื้อผ้าหลาย ๆ ร้าน
แต่ทำยังไง สื่อสารยังไง หาจุดเด่นยังไง ที่จะทำให้เวลาใคร ๆ นึกถึงร้านเสื้อผ้าแนวนี้
จะนึกถึงร้านฟ้า  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 03:09 น.
ฝากฟ้าทะเลฝัน :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 10:47 น.
 :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 13:05 น.
อ้างคำพูดจาก: El  Rajun เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:29 น.
ผมมีทัศนคติในใจตัวเองว่า

ฝันให้เด็กที่สุด
แล้วลงมือทำให้เป็นผู้ใหญ่ที่สุด


พี่โอ๋คะ อันนี้เท่ห์มากๆ ..  :40:

มาติดตามอ่านรวดเดียว 5 หน้า เนื่องจากติดธุระไปสองวันค่ะ
ได้ความรู้ดีจังเลย .. โดยเฉพาะเคสของน้องฟ้านะ แอ้มีปัญหาด้านร้านเสื้อผ้าเหมือนกัน แต่คนละแบบกับน้องฟ้า
คือแอ้มีงานประจำทำ แต่ร้านเล็กๆ (เล็กกว่าน้องฟ้ามาก) มันก็คือฝันหนึ่งของเรา แต่ว่ามันขายไม่ได้เอาซะเลย
ตอนนี้ร้าน (อยู่ที่ตลาดนัดสนามหลวง 2) แอ้ปิดไว้ก่อน เพราะว่าเปลี่ยนงานด้วย อะไรๆ ยังไม่แน่นอน .. แต่คิดว่ายังไงซะก็ต้อง
กลับมาเปิดกิจการต่อให้ได้ค่ะ

เดี๋ยวขอเก็บความรู้แถวนี้ จะลองเอามากลั่นเป็นไอเดียดูว่าจะได้ผลเป็นยังไง..

แล้วก็ แอ้ว่าแอ้คุ้นๆ ว่าเคยเห็นโฆษณา ใครๆ ก็วาดสีน้ำได้.. เป็นโปสเตอร์อันใหญ่ ในลิฟท์ของ SCB หรือที่ไหนซักแห่ง
ใช่รึเปล่าคะพี่โอ๋... เชื่อมั้ยว่าแอ้เห็นแล้วยังคิดอยากไปเรียนเลยนะ.. แอ้เป็นกลุ่มเป้าหมายเลยนะคะ คือคนวาดรูปไม่เป็นแม้แต่นิดเดียว
ที่ฝันอยากวาดดอกไม้ได้สวยซักดอก ..  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 13:21 น.
การตลาด เป็นช่องทางการสื่อสาร
บางทีปัญหาไม่ได้อยู่ที่การตลาด
บางปัญหามันแฝงอยู่ใต้ถุนตลาด
...
ก่อนที่ผมจะพูดถึงการตลาดในตอนต่อไป
อยากให้พิจารณาปัจจัยพื้นฐานให้ถี่ถ้วนก่อน
กระดูกการค้า เบอร์อะไร
อย่าเพิ่งออกทะเลฟ้า
ความคิดทำให้ยิ่งใหญ่ได้ไม่ยาก
แต่การปฏิบัติให้เนียนในเรื่องเล็กๆ คือประเด็นสำคัญ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 15:43 น.
อ้างคำพูดจาก: El  Rajun เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:29 น.
ผมมีทัศนคติในใจตัวเองว่า

ฝันให้เด็กที่สุด
แล้วลงมือทำให้เป็นผู้ใหญ่ที่สุด


ฟ้อนสุดฯ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 20:07 น.
อ้างคำพูดจาก: กำนม. };oO= เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 13:21 น.
การตลาด เป็นช่องทางการสื่อสาร
บางทีปัญหาไม่ได้อยู่ที่การตลาด
บางปัญหามันแฝงอยู่ใต้ถุนตลาด
...
ก่อนที่ผมจะพูดถึงการตลาดในตอนต่อไป
อยากให้พิจารณาปัจจัยพื้นฐานให้ถี่ถ้วนก่อน
กระดูกการค้า เบอร์อะไร
อย่าเพิ่งออกทะเลฟ้า
ความคิดทำให้ยิ่งใหญ่ได้ไม่ยาก
แต่การปฏิบัติให้เนียนในเรื่องเล็กๆ คือประเด็นสำคัญ


ผมก็เชื่อว่าทำสิ่งที่ตัวเองมีและเป็นให้เต็มที่ดีที่สุดก่อน
เช่น ห่อหมกอร่อย มากแล้วค่อยออกเร่ขาย
ส่วนจะขายแบบไหน ห้างไหน ก็ว่ากันไป
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 20:36 น.
ผมว่าห่อหมกพี่โอ๋
รสชาติดี มีวิตตามิน
คนเห็นค่าต้องตามมากิน
แต่คราวนี้ มันมีสเกลที่พอดีอยู่
ถ้าจะถามผมว่า ปัญหาคืออะไร
ในมุมมองของผม คือ การประชาสัมพันธ์
ยังไม่ต้องใช้การตลาดแบบธุรกิจอื่น ที่วงกว้างใหญ่เลย
เพราะมันไม่มีอะไรที่คล้าย โอ๋มีหนึ่งเดียว พิชชาก็มีหนึ่งเดียว
ความแตกต่าง ทำให้มันชัดขึ้นมา แบบที่จำได้ไม่ลืม อาจจะเหมาะ
เป็นการตลาดแบบผายปอด ด้วยลมหายใจอันสะอาด ผมเรียกว่า เม้าท์ทูเม้าท์ นี่ล่ะเหมาะที่สุด
..
ปากต่อปาก ใจต่อใจ
คนที่เห็นค่าจะช่วยขยาย
ของบางอย่างไม่ควรขายห้าง อย่าให้เฟ้อ
ไม่งั้นจะได้คนที่เข้าใจผิดหลงเข้ามา เสียดายของ
การจัดกิจกรรมนอกสถานที่ ที่เป็นประโยชน์และสนุก
จะช่วยสร้างข่าว ที่สร้างสรรค์ และน่าส่งเสริม นี่คือการประชาสัมพันธ์ชั้นยอด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 20:38 น.
 :25:  พี่โอ๋กับลุงกำนันคุยกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 20:41 น.
เอ้า คนไม่ใช่แมว
ถึงต้องดมกัน  :30:


ผมทำโรงเรียนด้วยเพราะเชื่อว่า
สิ่งนี้ทำให้ผมลงสู้สู่การแข่งขัน
โดยไม่ต้องนับหนึ่งใหม่
ด้วยมีทุนจากวิชาชีพ

ถ้าผมต้องเริ่มธุรกิจใดใดคงไม่เลือกขายข้าวมันไก่
เพราะกว่าจะหัดหุงข้าวได้เก่ง
ก็อาจจะอีกห้าปี นานไป(ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 20:46 น.
ลุงกำนันเม้าท์ทูเม้าท์กับพี่โอ๋ด้วย   :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 20:54 น.
ผมพูดเผื่อแผ่ไปยังวิธีคิดแบบอื่น ที่เน้นแต่การตลาดจ้ะ
ที่เอาการตลาดเป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะเด็กที่กำลังคิดทำธุรกิจ
การตลาดเป็นหัวใจ เพื่อขายลม แถมเป็นลมที่ไม่จำเป็นต้องซื้อหา
บางทีมันเร้าการบริโภค และอาจจะประสบความสำเร็จทางการตลาดชั่วระยะหนึ่ง
แต่ในทางสังคมและการสร้างสรรค์ ผมถือว่าล้มเหลว และในที่สุดก็ต้องเลิกรา ..
แต่ที่ไม่จางไป คือความคิดที่ว่า เราสามารถทำเงินจากลมลวงได้ อันนี้แหละที่อันตราย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: @nok:- เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 23:23 น.

จากประสบการณ์ 5 เดือนที่โก้ทำร้านกับเพื่อนๆ

มันไม่ง่ายเลยกับการที่จะยืนอยู่บนจุดยืนของตัวเอง...
ร้านเราเคยลองกับการหาเด็กเสริฟผู้หญิง หน้าตาดีๆ มาเรียกแขก
แต่ปัญหาก็เยอะเหลือเกิน บวกกับ พวกเราคิดว่านี่มันไม่ใช่แนวทางของเรา
เราไม่ต้องการขายจุดนั้น...
ร้านอาหาร+กินเหล้าที่มีจุดขายแบบนั้นมีอยู่มากมาย

แต่เราต้องการร้่านในแบบของเรา
ทุกวันนี้ที่ร้านมีแต่เด็กเสริฟผู้ชาย (โก้ แอนด์ เดอะแก๊งค์)
ร้านเรามีบรรยากาศสุดยอดดดดดดดด
ร้านเรามีกีตาร์กับแซกโซโฟน
ร้านเรายินดีต้อนรับน้องหมา
ร้านเราบ้าฟุตบอล  ฯลฯ

ทุกวันนี้วันธรรมดาลูกค้าไม่เยอะมาก
บางวันแทบไม่มี.....
วันไหนฝนตกไม่ต้องพูดถึง...
ยังดีที่วันศุกร์ - เสาร์ พอมีคนบ้่าง

กับค่าใช้จ่ายต่อเดือน 200,000 +++
สี่เดือนที่แล้วเงินหมุนมา และหมุนไป
แต่เดือนนี้ เจอพิษเศรษฐกิจ และ ฝน
... เราเริ่มเอ่ยถึงเรื่องแยกย้ายกันไป

เพื่อนๆ บอกว่าจะลองดูจนหน้าหนาว
การทำร้านแบบไม่มีเงินลงทุน
ไม่มีเงินโปรโมต ไม่มีเงินทำการตลาดของเรา
จะไปรอดหรือเปล่า....
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 23:59 น.
ผมว่าทำร้านอาหาร+เหล้า นี่ค่อนข้างยากนะครับ
จากประสบการณ์ที่เคยทำผ่านมา
ร้านอาหาร+เหล้านี่มันรวมทุกศาสตร์
ของการบริหารไว้ด้วยกันเลย
ตั้งแต่ คน ของ บริการ โฆษณา และอื่นๆ รวมถึงตำหนวดด้วย  :39:

ว่ากันตามตรง ผมไม่ค่อยเห็นร้านอาหาร+เหล้า เปิดได้เกินห้าปี
ที่เปิดได้เกินห้าปี ก็ไม่ค่อยเกินสิบปี และก็มีน้อยยิ่งกว่าน้อย
(มักจะเปลี่ยนเจ้าของหรือหุ้นส่วนไปเรื่อยๆ)
แต่ร้านอาหารอย่างเดียว ที่เปิดได้เกินสิบปี ยังมีให้เห็นอยู่เยอะกว่า

ก็คงต้องหาลูกค้าประจำแหละครับ
ตัวผมจะสนใจและใส่ใจลูกค้าประจำ
มากินข้าวจานเดียวแต่มาบ่อยๆ
มากกว่าลูกค้าที่มากินเยอะแต่ไม่รู้ว่าจะมาอีกเมื่อไหร่
(ข้าวจานเดียวสามสี่สิบบาท แต่ถ้ามากินบ่อยๆ
รวมกันแล้ว ยอดขายอาจจะมากกว่าลูกค้าที่ปีนึงมากินที)

แล้วต้องทำยังไงก็ได้ให้วันธรรมดามีแขก
(เพราะวันธรรมดามันมีเยอะกว่าศุกร์-เสาร์)
ซึ่งตรงนี้ ยากที่สุดแล้วครับ
ในการที่จะต้องหาอะไรที่ดึงดูดลูกค้าประจำ
ให้มากินในวันธรรมดาได้ อาจจะลดราคา หรือ แถมของแถม เป็นต้น
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูกลุ่มลูกค้าอีก  :41:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 22 มิ.ย. 2008, 00:22 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 15:53 น.
ฝากประโยคประทับใจ ใน Class สุดท้ายของการเรียนวิชา Marketing Strategy บรรยายโดย Dr.Thasana  Boonkwan

The greatest danger for most of us is not that our aim is too high and we miss it
but that it is too low and we reach it

By .. Michael Angelo

ในเวอร์ชั่นแบบไทยๆ
เล็งเป้าไว้ที่ดวงจันทร์ ถึงพลาดก็ยังอยู่ท่ามกางหมู่ดาว
อย่าเล็งเป้าไว้แค่ยอดหญ้า เพราะถ้าพลาดอาจจะหน้าจุ่มดิน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 22 มิ.ย. 2008, 00:30 น.
แต่ผมว่า ธุรกิจรากหญ้านี่แหละจะเป็นพื้นฐานของธุรกิจขนาดใหญ่ที่มั่นคง 
แต่ธุรกิจระดับรากหญ้าที่ว่าส่วนมากจุดประสงค์ที่ทำให้ไม่สามารถก้าวไปได้
คือคนทำมักมองว่ามันเป็นเพียงแค่กิจการ เมื่อไรมองจากกิจการเป็นธุรกิจได้
เมื่อนั้น ก็จะเหมือนเปิดประตูสู่โลกธุรกิจ คนยุคเก่าที่เปิดกิจการส่วนตัว
พออยุ่พอกินมาโดยตลอด พอมาอีกยุคหนึ่งเป็นยุคลูกหลาน
กิจการเล็กก็กลายเป็นธุรกิจใหญ่โตมีให้เห็นเยอะเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 22 มิ.ย. 2008, 11:17 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 22 มิ.ย. 2008, 00:22 น.
ในเวอร์ชั่นแบบไทยๆ
เล็งเป้าไว้ที่ดวงจันทร์ ถึงพลาดก็ยังอยู่ท่ามกางหมู่ดาว
อย่าเล็งเป้าไว้แค่ยอดหญ้า เพราะถ้าพลาดอาจจะหน้าจุ่มดิน

:56: :56: :56: ชอบจังค่ะ  :56: :56: :56:

(เสาร์ อาทิตย์นี้ ขอปั่นงาน flash ก่อน ลูกค้ากำลังทำหน้าแบบนี้  :37: + Relax เล่นเกมหน่อย อิอิ แล้วจะมาปั่นต่อค่ะ)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: น้องใบเฟิร์น เมื่อ 22 มิ.ย. 2008, 18:10 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 22 มิ.ย. 2008, 00:22 น.
ในเวอร์ชั่นแบบไทยๆ
เล็งเป้าไว้ที่ดวงจันทร์ ถึงพลาดก็ยังอยู่ท่ามกางหมู่ดาว
อย่าเล็งเป้าไว้แค่ยอดหญ้า เพราะถ้าพลาดอาจจะหน้าจุ่มดิน

ว้ายย ฟังดูยิ่งใหญ่จังค่ะ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 09:25 น.
ผมคิดบางสิ่งจากพื้นฐานของตัวเอง

วันอาทิตย์บ่ายถึงเย็น โรงเรียนสอนศิลปะที่ผมร่วมทำกับเพื่อน
จะเป็นช่วงเวลาที่คนมาเรียนน้อย จนไม่มีมาเรียนเลย
ห่องจะว่าง เพื่อนก็ปรึกษาว่า ทำอย่างไรให้ช่วงเวลานี้จะมีคนมาเรียน
ได้ถามผู้ปกครองและเด็กๆ ก็ได้รับคำตอบว่า
ช่วงเย็นวันอาทิตย์จะเป็นช่วงเวลาพักผ่อนของเด็กๆ แล้ว
ไม่ไหวแล้วเพราะตะลุยเรียนกันมาทั้งเสาร์เต็มวันและอาทิตย์เช้าอีก
รอๆ รีๆ รีๆ รอ ให้เด็กมาสมัครเรียนแล้วก็ไม่มีมา
คิดวิธี หาวิชาสอนแล้วหลากหลายก็แล้วก็ยังไม่มีมา
จนคิดเอาว่า คงไม่มีคนมาเรียนแล้ว

บังเอิญ มีเด็กมัยยม 4 คนหนึ่ง
เป็นลูกศิษย์ที่เรียนกันมาตั้งแต่เด็กๆ
บ่นว่า อยากเรียนตกแต่งภายใน
แต่ก็กังวลว่าตัวเองจะชอบมันจริงไหม
จะไปติวกับรุ่นพี่ของมหาลัยที่เปิดสอนด้านนี้ก็ยังไม่มีเวลา
เพราะติดเรียนทุกวัน และหลายวิชา
ผมปิ๊งทันทีว่า ด้วยความสับสนแบบนี้น่าจะเกิดกับ
มัยยมวัย ทุกท่านก่อนเข้าอุดมศึกษา
ใครมีทางออกก็นับว่าโชคดี ใครไม่มีทางออก
และงุนงงก็ไม่รู้ว่ามีใครชี้แนะ
เหมือนผมเมื่อครั้งมัธยมก็สับสนว่าเรานี่
วาดรูปเก่งจริงหรือ ชอบวาดรูปแน่นอนแล้วใช่ไหม

เมื่อได้ยินเด็กคนนั้นพูดปรึกษาผมเลยคิดว่า
โรงเรียนของผม จะเปิดคอร์สสอนตกแต่งภายในเบื้องต้น
หลายคนคัดค้าน ว่าจะมีคนมาเรียนได้อย่างไร
เพราะเป็นวิชาเฉพาะมากๆ แถมกลุ่มเป้าหมาบแคบ
และมีรุ่นพี่ติวตามมหาลัยก้เปิดติวกันโครมๆ

ผมบอกว่าเราไม่ได้ไปแข่งกับรุ่นพี่มหาลัย
เรามีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เป็นกลุ่มวัยสับสน
อยากเรียนแต่ไม่รู้ใช่ที่ชอบไหม เพราะพอลงรายละเอียดแท้จริง
วิชานี้ก็สาหัส เห็นอัตราส่วน 1 ต่อ โน่น นี่ นั่นก็อาจจะถอยได้
และถ้าเรียนแล้วชอบจริง ก็จะแนะนำให้ไปเรียนต่อ
จากสถาบันที่จะมุ่งเข้าไปสู่

ผมก็เปิดสอนตกแต่งภายในเบื่องต้น
โดยทดลองเมื่อครั้งปิดเทอม มีคนมาเรียน 8 คน
ก็ถือว่าสำเร็จ และย้ายเอามาสอนวันอาทิตย์เย็นๆ
ก็มีมาเรียนอีก 6 คน โรงเรียนผมก็ลดปัญหา
ห้องว่างไม่มีผู้เรียนลงได้ และเด็กๆ ก็คลายกังวล
เรื่องอนาคตไปในระดับหนึ่ง

สิ่งที่ได้ชัดเจนคือ


1. ผมได้ช่วยเด็กๆ (นี่คือสิ่งที่ผมมุ่งมั่นในวิชาชีพ มากๆ)
2. ผมได้เปิดตลาดสำหรับ วิชาใหม่ (ผมว่านี่คือการหาช่องว่างใน ตลาด)
3. ผมได้ ใช้ทรัพยากร ที่มีอยู่ได้เต็มที่มากขึ้น



ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 11:08 น.
 :12: พี่โอ๋เป็นอีกคนนึงที่น่านับถือมาก ๆ สำหรับตูนนะ ซูฮกให้เลย
แวะมาอ่านเรื่อย ๆ ถ้าว่างจะหาอะไรมาให้อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับด้านการบริหารนะคะ
ส่วนมาก ที่หยิบยกมามาคุยก็จะเป็นภาพที่มันแว๊บขึ้นมา คำพูดที่อาจารย์พูดในห้องบรรยาย
หรือไม่ ก็เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่จดเอาไว้ในสมุด lecture เน่า ๆ เล่มนึง ตอนปี 4

ถ้าใครมีหัวข้ออะไรน่าสนใจหรือสงสัยเรื่องอะไร ถามทิ้งไว้ก็ได้นะคะ จะได้มีหัวข้อคุยกันเรื่อย ๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 11:16 น.
เดี่ยวตามอ่านนะคะ แปะไว้ก่อน
โบว์ไม่เคยอ่านหนังสือธุรกิจเลย เพราะขี้เกียจ :30:
มั่วๆเอา ผิดบ้างถูกบ้าง
ปล.อยากให้พี่โอ๋รวยๆรุ่งๆจากโรงเรียนที่ทำมากกว่านี้ค่ะ เอาใจช่วยแล้วกันนะคะ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 11:22 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 11:08 น.
:12: พี่โอ๋เป็นอีกคนนึงที่น่านับถือมาก ๆ สำหรับตูนนะ ซูฮกให้เลย
แวะมาอ่านเรื่อย ๆ ถ้าว่างจะหาอะไรมาให้อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับด้านการบริหารนะคะ
ส่วนมาก ที่หยิบยกมามาคุยก็จะเป็นภาพที่มันแว๊บขึ้นมา คำพูดที่อาจารย์พูดในห้องบรรยาย
หรือไม่ ก็เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่จดเอาไว้ในสมุด lecture เน่า ๆ เล่มนึง ตอนปี 4

ถ้าใครมีหัวข้ออะไรน่าสนใจหรือสงสัยเรื่องอะไร ถามทิ้งไว้ก็ได้นะคะ จะได้มีหัวข้อคุยกันเรื่อย ๆ


ผมรอตูน เอาวิชา mba มาฝากนะ
ด้วยเพราะไม่ได้เคยเรียนอะไรแบบนี้
เป็นครู ศิลปะ ทั้งดุ้น แต่จะพยายาม
ปรับปรุงการ ประชาสัมพันธ์ ไปในทิศทางที่ไปได้ มากขึ้น

แม้เนื้อแท้แล้ว จะคิดว่้า ถ้าเราดีมันจะกระจายเอง
แต่ลึกแล้วเชื่อเหมือนกันว่า รอให้มันกระจายเอง
ลมหายใจเราอาจจะไม่พอ เช่นนั้นขอเดินไปบอกดีกว่า

ตูนแวะไปแอบดูที่โรงเรียนได้นะ
แล้วจะรู้ว่าโรงเรียนนี้เรียนสนุก และ ครูใจดีทุกคน จริงๆ
:21:

ผมจดใส่กระดาษแล้วเอาใส่กระเป๋า(เมื่ิออายุ 20 กว่า)ไว้ตลอดว่า
วันหนึ่งข้างหน้าในอนาคตผมจะเปิดโรงเรียนสอนศิลปะ วันนี้ผมได้เปิด
เข้ามาทำต่อจากเขาวันแรกเด็ก 40 คน ก็คิดเอาว่า ต้อง 80 และ 100
โดยไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไร ในตอนนั้น วันนี้ 110-120 และคิดว่าน่าจะทำไปถึง 150
นี่เป็นแผนการทำงานในใจ โดยต้องไม่มุ่งหมายในแง่ธุกิจมากไป

ตัวอย่างเด็กเรียนการ์ตูนของผม
มีสองสามคนไม่ได้เรียนแล้ว เพราะความจำเป็นส่วนตัวเขา
ผมบอกว่าเขามาได้เสมอ ว่างตอนไหนก็มาหา
มานั่งเรียนได้ผมไม่คิดเงิน ผมบอกเพื่อนว่า
อย่างไรเด็กก็อยากเรียน แต่เวลาเขาไม่ตรงหรือ ต้องไปเรียนอย่างอื่น
(ความจำเป็นเรื่องรายได้ไม่ใช่ปัญหาของ เด็กที่นี่จึงตัดออกไป)
เขาก็แวะมาเสมอ บางคนมาสิบห้านาทีเอางานมาอวด
บางคนมาครึ่งชั่วโมง และบางคนมาทั้งชั่วโมงที่บังเอิญเขาว่าง
และบ่อยครั้งเด็กที่เรียนเป็นประจำ ถามผมว่า ครูอยู่ถึงพี่โมง
ถ้าผมบอกว่าอยู่ถึงเย็นเด็กๆ ก็จะอยู่กันต่อ ผมไม่คิดค่าสอนเพิ่ม
เพราะมองว่า นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมทำให้เด็กและผู้ปกครองประทับใจ
ในความมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดความรู้สึกดีดี และไม่ใช่ทำธุกิจกันเกินงาม
ผมรักษาใจของเขาเหล่านั้นไว้ อย่างน้อยๆ ความรู้สึกดีงามเหล่านี้
มันจะเป็นผลดีต่อผมและโรงเรียนแน่นอน
ถ้าเขาได้ไปบอกกล่าวที่ไหนกับใครในโอกาสอื่นๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 11:27 น.
อ้างคำพูดจาก: น้องโบว์ ป.3 เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 11:16 น.
เดี่ยวตามอ่านนะคะ แปะไว้ก่อน
โบว์ไม่เคยอ่านหนังสือธุรกิจเลย เพราะขี้เกียจ :30:
มั่วๆเอา ผิดบ้างถูกบ้าง
ปล.อยากให้พี่โอ๋รวยๆรุ่งๆจากโรงเรียนที่ทำมากกว่านี้ค่ะ เอาใจช่วยแล้วกันนะคะ :46:

ลึกแล้วผมก็อยาก รวยเหมือนคนอื่นนะ  :21:
ขอน้อมรับคำอวยพรไว้ และจะพยายามทำให้เต็มที่

พี่ทำขั้นแรก ตอนนี้เป็นการหัดเดิน
โจทน์ท้าทายคือ การเอาเงินค่าเช่า
ให้ได้ และไม่เข้าเนื้อ นี่คือการตั้งไข่
เมื่อตั้งไข่ได้แล้ว ก็เริ่มหัดเดิน ภาวะนี้กำลังหัดเดิน

ผิดบ้างสำเร็จบ้าง
จะมาเล่าสู่กันฟัง
อย่างน้อย คนที่กำลังจะเดินบ้างก็มีแนวทาง :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 12:46 น.
ขอให้พี่โอ๋ตั้งไข่ได้ครับ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 13:31 น.
อ่านในบล๊อกแล้วบอกได้เลยว่าสปิริตจริงๆ พี่

ไว้มีลูกจะพาไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์นะครับ :)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 13:36 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 12:46 น.
ขอให้พี่โอ๋ตั้งไข่ได้ครับ :46:

แอนละ ตั้งไหม  :22:

อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 13:31 น.
อ่านในบล๊อกแล้วบอกได้เลยว่าสปิริตจริงๆ พี่

ไว้มีลูกจะพาไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์นะครับ :)
ดอก(เตอร์) ดอก มีเมียแล้วหรือ
ถ้ามีแล้ว เดี๋ยวก็มีลูก ถ้ายัง ให้หาเมียก่อนเลย  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 14:43 น.
รูปเรียนตกแต่งภายในเบื่องต้น

(http://img2.f0nt.com/23/b4c17567be1dfff955beb343ee93b012.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:07 น.
ว่างๆ ผมจะไปช่วยสอน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:35 น.
อ้างคำพูดจาก: กำนม. };oO= เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:07 น.
ว่างๆ ผมจะไปช่วยสอน
:25: ขอบคุณครับ

..................................
ผมเขียนบล็อกไว้อย่างนี้ เป็นการประชาสัมพันธ์


เด็กวัยรุ่น หรือกำลังเข้าสู่วัยรุ่น
มักสับสน และซับซ้อนในความคิดตัวเอง
ว่าตัวเรากำลังจะเดินไปสู่จุดหมายใดของชีวิต
มีสิ่งใดเป็นหมุดหมายสำคัญบ้าง
บางอย่างแจ่มชัด หลายอย่างพร่าเลือน
สิ่งนั่นวันนี้อาจจะชอบ
สิ่งเดียวกันวันพรุ่งกลับกลายเป็นชัง
หลายสิ่งถั่งโถมสู่ชีวิตวัยรุ่นมากมาย
ต่างต้องคัดกรองกันอย่างถี่ถ้วน
ทั้งตัววัยรุ่นเองและผู้ปกครอง

คอร์สสอนวิชา ออกแบบตกแต่งภายในเบื้องต้น
จึงเปิดขึ้นมา เพื่อเป็นพื้นฐาน
เป็นตัวเลือกสำหรับชีวิตในอนาคตที่มากขึ้นให้กับตัวเอง

เมื่อถึงเวลาต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดแด่ตัวเอง
ก็จะได้ไม่กังวลว่า สิ่งที่เลือกนั้นจะใช่ตัวเราชอบจริงๆ ไหม


ติดต่อสอบถามได้ที่
โรงเรียนสอนศิลปะพิชชา (scb ปาร์ค)

......

ผมไม่ได้จบ ไม่ได้เรียน การเขียนประชาสัมพันธ์
เขียนเท่าที่ตัวเองคิดได้ อ่านทวนไปทวนมาก้เอาแล้ว

ข้อดี ของเน็ต คือ แก้ไขได้อีก  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:41 น.
อ้างคำพูดจาก: El  Rajun เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 13:36 น.
แอนละ ตั้งไหม  :22:
ดอก(เตอร์) ดอก มีเมียแล้วหรือ
ถ้ามีแล้ว เดี๋ยวก็มีลูก ถ้ายัง ให้หาเมียก่อนเลย  :22:


ยังไม่มีครับ สงสัยต้องรออีกนาน ฮ่าๆๆ  :55:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 18:01 น.
มาอ่านแล้วนะคะ
ขอบคุณการตูนมาก (เค้าบวกให้แล้ว)
แต่ต้องรีบไปเปืดร้านแล้ว เดี๋ยวว่างๆ จะมาเล่าให้ฟังนะคะ ว่าตอนนี้เป็นไงมั่ง  :19:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 23:36 น.
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:41 น.

ยังไม่มีครับ สงสัยต้องรออีกนาน ฮ่าๆๆ  :55:

ได้ข่าวว่าด็อกเตอร์เล็งไว้หลายคนไม่ใช่เหรอคะ :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: PalmySyd เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 00:23 น.
อ้างคำพูดจาก: @nok:- เมื่อ 21 มิ.ย. 2008, 23:23 น.
จากประสบการณ์ 5 เดือนที่โก้ทำร้านกับเพื่อนๆ

มันไม่ง่ายเลยกับการที่จะยืนอยู่บนจุดยืนของตัวเอง...
ร้านเราเคยลองกับการหาเด็กเสริฟผู้หญิง หน้าตาดีๆ มาเรียกแขก
แต่ปัญหาก็เยอะเหลือเกิน บวกกับ พวกเราคิดว่านี่มันไม่ใช่แนวทางของเรา
เราไม่ต้องการขายจุดนั้น...
ร้านอาหาร+กินเหล้าที่มีจุดขายแบบนั้นมีอยู่มากมาย

แต่เราต้องการร้่านในแบบของเรา
ทุกวันนี้ที่ร้านมีแต่เด็กเสริฟผู้ชาย (โก้ แอนด์ เดอะแก๊งค์)
ร้านเรามีบรรยากาศสุดยอดดดดดดดด
ร้านเรามีกีตาร์กับแซกโซโฟน
ร้านเรายินดีต้อนรับน้องหมา
ร้านเราบ้าฟุตบอล  ฯลฯ

ทุกวันนี้วันธรรมดาลูกค้าไม่เยอะมาก
บางวันแทบไม่มี.....
วันไหนฝนตกไม่ต้องพูดถึง...
ยังดีที่วันศุกร์ - เสาร์ พอมีคนบ้่าง

กับค่าใช้จ่ายต่อเดือน 200,000 +++
สี่เดือนที่แล้วเงินหมุนมา และหมุนไป
แต่เดือนนี้ เจอพิษเศรษฐกิจ และ ฝน
... เราเริ่มเอ่ยถึงเรื่องแยกย้ายกันไป

เพื่อนๆ บอกว่าจะลองดูจนหน้าหนาว
การทำร้านแบบไม่มีเงินลงทุน
ไม่มีเงินโปรโมต ไม่มีเงินทำการตลาดของเรา
จะไปรอดหรือเปล่า....

พี่นกใจเย็นๆ นะคะ  เข้าใจว่าเครียดพอควร
เข้าใจดีค่ะ ทำร้านอาหารเหมือนกัน

พิษเศรษฐกิจเป็นปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่ว่าจะมีทุนหนาหรือทุนน้อย ก็ต้องโดนอ่วมไปตามๆกัน

ร้านของเพื่อนที่ไทยมีทุนหนา คนก็น้อยเหมือนกัน
ฝนตก รถติด คนหงุดหงิด ไม่คิดออกมากินนอกบ้าน
แล้วทำไมต้องรอให้คนออกมากินนอกบ้านอย่างเดียว?


ที่ไทยทำไมไม่เน้นทำดิลิเวอรี่?

อย่าคิดว่าต้องเป็นบริษัทหรือเป็นร้านใหญ่โตจึงจะทำส่งถีงบ้านได้
ที่ต่างประเทศ ร้านอาหารเล็กๆ มักเน้นขาย Take away(ซื้อกลับไปกินบ้าน) กับเน้นขายHome delivery
สองตัวนี้ให้พี่ตั้งราคาขายถูกกว่าในร้านซักหน่อยนึง
และตัวส่งตรงถึงบ้าน พี่ลองคำนวนประมาณการซื้อขั้นต่ำไว้ที่พี่คิดว่าจะคุ้มกัน
แล้วก็บอกไปว่าเราส่งฟรี เช่น ซื้อเกิน 100 บาท ส่งฟรี  ถ้าไม่ถึง100ไม่ส่ง
อาณาเขตที่ส่งพี่ก็ลองกำหนดเอาว่าเท่าไรถึงจะคุ้ม

นี่คือการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย

การตลาดไม่ได้มีแค่การโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างเดียวนะ

ธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่ขายสินค้ากึ่งบริการ
ดังนั้นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ(หรือเรียกกันเป็นกลยุทธ)จะมีมากกว่าธุรกิจขายสินค้าทั่วไป
ถ้าจะให้พูดแล้วก็ยาว ไอ้ตัวทฤษฏีน่ะมีเต็มหัว พอได้ทำเองจริงๆมันไม่ง่ายอย่างที่เรียนแฮะ


เบื้องต้นแนะนำดังนี้
1. เพิ่มรายได้
1.1 ขยายช่องทางการจัดจำหน่าย (ดังที่กล่าวมาข้างต้น)
1.2 เพิ่มปริมาณการสั่งซื้อของลูกค้า ยกตัวอย่าง จัดsetอาหารสำหรับคนที่มากันเยอะๆ เช่น banquet 39 บาทต่อคน สำหรับ4คนขึ้นไป
      การจัดsetอาหาร ลูกค้าจะรู้สึกว่าคุ้มค่า ได้กินอาหารในราคาถูกลงกว่าปกติ และทำให้เรามีรายได้เพิ่มมากขึ้น  เชื่อมั้ยลูกค้ามักคิดว่าถูกแล้วจะกล้าสั่งเครื่องดื่มมากกว่าปกติ  ซึ่งเรารู้ๆกันอยู่แล้วว่าตัวเครื่องดื่มน่ะ โคตรกำไร  นอกจากนี้การทำsetยังง่ายต่อการเตรียมอาหารในครัวด้วยนะ  ลองนึกภาพดูสิ มีปาร์ตี้20คน เล่นสั่งคนละอย่าง กับให้20คนสั่งsetอันไหนจะป่วนกว่ากัน
1.3 เพิ่มความถี่ในการสั่งซื้อของลูกค้า ตัวอย่าง ร้านของเพื่อน จัดโปรโมชั่น gift voucher สาวสวย โต๊ะไหนพาสาวสวยมาถูกตาต้องใจจะให้gift voucherสำหรับใช้ครั้งต่อไป  โปรโมชั่นนี้ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำแถมยังได้ลูกค้าเพิ่มด้วยนะ หนุ่มๆก็อยากมาเจอสาวสวย ส่วนสาวๆก็อยากเป็นสาวสวยใช่มั้ยล่ะ ..............นี่แค่ยกตัวอย่างให้ดู

2 ลดรายจ่าย
ในส่วนประเด็นนี้พูดยากเพราะปาล์มไม่รู้ว่าพี่มีระบบการจัดการยังไง เอาเป็นว่าจะขอยกตัวอย่างการรัดเข็มขัดที่ทำๆกันอยู่ให้ฟัง
2.1 กำหนดค่าแรงให้ไม่เกิน 25% ของยอดขาย
2.2 ลดปริมาณสินค้าคงคลัง  นอกจากลูกค้าจะได้กินของสดๆ ดีๆแล้ว เรายังมีเงินหมุนมากขึ้นด้วยนะ
2.3 ควบคุมการผลิต...เคยคำนวนมั้ยว่าเนื้อ10กิโล เราปรุงออกมาได้เท่าไร  ทำเงินได้เท่าไร  และเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมบางทียอดขายลดลงแต่ปริมาณการใช้วัตถุดิบยังเท่าเดิม
2.4 รณรงค์ประหยัดน้ำประหยัดไฟ นอกจากจะช่วยลดภาวะโลกร้อนแล้ว บิลต่างๆก็จะถูกลงด้วยนะ   



อาจแนะนำไรได้ไม่มาก ปาล์มเองก็กำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ
เป็นเด็กเสิร์ฟได้ปีกว่า คร่าวๆ ก็แนะนำได้ประมาณนี้

ถ้าพี่นกพี่โก้อยากคุยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลก็หลังไมค์ต่อได้นะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 00:29 น.
+



โบว์ซื้อข้าวมันไก่มาวันก่อน
เขาเปลี่ยนจากกล่องโฟมเป็นห่อกระดาษ
แล้วประทับตราสีแดงเถือก
ว่า ร้านเราเปลี่ยนมาใช้ห่อกระดาษแทนกล่องโฟมเพื่อลดโลกร้อน
แหม เท่และเ็นข้ออ้างในการลดต้นทุนได้ดีเลยครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 00:39 น.
อ้างคำพูดจาก: น้องโบว์ ป.3 เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 23:36 น.
ได้ข่าวว่าด็อกเตอร์เล็งไว้หลายคนไม่ใช่เหรอคะ :42:


ตอนนี้ไม่มีครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 08:23 น.
ปาล์ม + ครับ

ข้อมูลใดไม่ลับ ลวง พราง มาก
มาคุยในหน้านี้นะครับ  :46:
เพื่อ รู้ เพื่อตื่น เพื่อ เบิกบาน
เป็นวิทยาทานแด่ทุกท่าน  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 08:25 น.
ทำไมธุรกิจต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ??

ธุรกิจที่ไม่ว่าจะขายสินค้า หรือบริการ ก็มักต้องมีมาตรฐานที่ใช้วัดตนเอง เพื่อปรับปรุงอยู่เสมอ
ถ้าในวงการอุตสาหกรรม ก็จะมี ISO, TS16949, 5ส, Kamban, TPS ฯลฯ
ฟังดูแล้ววุ่นวายนะ ทำไมต้องทำล่ะ ?? ก็เพราะสร้างมาตรฐานให้กัับสินค้าที่ผลิตออกมา
ให้มีคุณภาพที่ได้รับการยอมรับโดยสากล โดยเฉพาะบริษัทที่คิดจะโตจาก Local เป็น Global

แล้วทำไมต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาอยู่เสมอ
ทำไมของกินที่เราซื้อกิน น้ำชา น้ำผลไม้ ต้องปรับปรุงพัฒนาสูตรอยู่ตลอดเวลา
ทำไมเสื้อผ้าต้องมี Trend ร้านขายเสื้อผ้าต้องสรรหาเสื้อผ้าแนวใหม่ ๆ แฟชั่นใหม่ ๆ เสมอ
คำตอบแรกก็คือ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ถ้าจะมองตามแนวทางธุรกิจ ก็คือ วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (PLC : Product Life Cycle)
มันก็เหมือนชีวิตคนเรา มีจุดเริ่มต้น มีจุดที่เริ่มก้าวเดิน มีจุดสูงสุดในชีวิต แล้วก็ย่อมตกมาได้

ถ้าไม่มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ แต่ละธุรกิจก็จะมีวงจรที่แตกต่างกันออกไป
ถ้าวาดเป็นกราฟออกมา เป็นเหมือนรูปภูเขา บางผลิตภัณฑ์อาจจะมีวงจรยาวนาน
แล้วค่อย ๆ ปรับปรุงสินค้าออกมา แต่วงจรที่เกี่ยวกับแฟชั่นอย่างเสื้อผ้า
จะมีกราฟออกมาเป็นลูกคลื่นซ้อนกันไปเรื่อย ๆ วงจรจะค่อนข้างสั้น หมุนเวียนเร็ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 08:46 น.
อ่านที่ตูน ว่ามา
ผมเคยนั่งคิด ว่าทำไม แม็คโดนัล หรือ เคเอฟซี
ช่างคิดค้นสูตรโน่นสูตรนี่ มาเรื่อยเลย บางอย่างขายดี ก็อยู่ยาว
บางอย่างขายไม่ได้เลยก็หายไป คิดไปคิดมาก็คิดไม่ออกว่าเขา
ทำไปเพื่ออะไร ผมสนใจกรณีนี้มาก จนได้มาทำโรงเรียน
วิชาบางวิชา ที่ผมทำแล้วไม่มีคนสนใจมาลงเรียนเลย
แต่ก็มีสิ่งเปลี่ยนแปลง คือคนสนใจที่จะอ่านโปสเตอร์ที่ไปแปะ
แล้วอาจจะผ่านเลย แต่ผมคิดว่านี่คือการเร้าความสนใจของมวลชน
ที่ผมรู้เพราะ เมื่อเปิดวิชาอื่นผู้ปกครองมาบอกว่า ก่อนนี้เคยรับรู้แล้วว่า
มีโรงเรียนนี้อยู่จากโปสเตอร์เก่า

ผมคิดไปถึง แม็ค และ เคเอฟซีทันที ว่าอ๋ออย่างนี้ เช่นนี้นี่เอง
ทุกๆ การขับเคลื่อน ทุกๆ การเคลื่อนไหว มักทำให้ผู้อื่นสนใจ
ใคร่รู้ และติดตาม

ผมเลยเอาเรื่องพวกนี้ไปเล่าให้เพื่อนครูผู้ร่วมทุนฟังว่า
โปสเตอร์ที่เราติดหรือการประชาสัมพันธ์อื่นๆ
เราจะเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลา เพื่อไม่ให้จำเจ
กระตุ้นเร้าเตือนผู้ผ่านไปมาเสมอๆ (แม้ในนั้นจะเป็นเรื่องๆ เดิมๆ)
บอกไปว่า น้ำนิ่งไม่ไหลมันเน่า  :22:


ผมทุนในการประชาสัมพันธ์ น้อย
โปสเตอร์ ที่ติดตามในตึก จึง
เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมมี ผมเลยอาศัยส่วนนี้
ในการประชาสัมพันธ์ วิชา และโรงเรียนมาเรื่อยๆ
ลูกค้าผม เดินไปเดินมา ในนั้นอยู่แล้ว 80%

วิชาใหม่ๆ  เหมือน เมนูใหม่ของแม็ค และ เคเอฟซี

สิ่งที่ได้คือ
เรามีหนทางในการเร้าใจ ลูกค้าเพิ่มขึ้น ในอีกช่องทางหนึ่ง





ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 13:16 น.
แอ้เคยบ่นๆ ไว้นิดหน่อย ว่ามีร้านเสื้อผ้าเล็กๆ ที่ไม่ทำเงิน และทิ้งไม่ได้อยู่ร้านหนึ่ง
ลองคิดเล่นๆ กันดูไหมคะ ว่าจะทำอะไรกับมันต่อไป เพราะแอ้คิดไม่ออกแหล่ว..
(และไม่ได้ซีเรียสนะคะ แอ้ support รายจ่ายของมันด้วยเงินเดือนได้สบายๆ ค่ะ)

1. ร้านที่สนามหลวง 2 ฝั่งธน ขนาด 2.5 x 2.0 ม.
2. เซ้ง 10 ปี ไปแล้ว เป็นเงิน 150,000 บาท ตอนนี้ผ่านไปแล้วสองปี
3. ปัญหาของโครงการคือ ตลาดไม่ติด คนไม่เดิน ร้านเปิดไม่ถึง 30% มีแผงประมาณ 4000 แผงมั้ง
4. คนที่เดินเป็นกลุ่มแม่บ้านพ่อบ้าน และเป็นคนกลุ่มไม่ฟุ่มเฟือย
5. เปิดได้เฉพาะ เสาร์-อาทิตย์ ตอนนี้แอ้หยุดเสาร์-อาทิตย์ละ (เมื่อก่อนไม่หยุดค่ะ) แต่อยู่ไกลมากๆ
6. แอ้เปิดร้านมา 1 ปีแล้ว จ้างเด็กมาเฝ้าวันละ 200 เดือนละ 1600 จ่ายค่าส่วนกลางเดือนละ 750 ตกปีละ เกือบหมื่น
(ยังมีค่าไฟอีกนิดหน่อย)
7. ของที่ขายเป็นเสื้อวัยรุ่น ขายราคาไม่แพงค่ะ (แต่คนไม่เดินผ่านเอาซะเลย)

ตอนนี้ปิดร้านมาสามสี่เดือน เนื่องจากมันมีแต่จ่ายกับจ่าย.. อยากกลับไปเปิดอีกครั้ง แต่ในเมื่อโครงการเอง
ก็ยังไม่ติดตลาดเลย.. ร้านที่ยังไม่เปิด ก็ไม่เปิดอยู่อย่างนั้น ส่วนจะเซ้งต่อ คงไม่มีลูกค้าแน่ๆ ถึงมีก็ไม่อยากไป
หลอกลวงใครค่ะ ..

ถามเล่นๆ นะคะ ว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี.. ส่วนตอนนี้แอ้อยู่เฉยๆ แล้วจ่ายปีละหมื่นไปก่อนค่ะ ..
ระหว่างที่ยังนึกอะไรไม่ออก ..  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 13:33 น.
วันก่อนพึ่งดูรายการอะไรจำไม่ได้  :37:
เค้ามาพูดถึงปัญหาของ สนามหลวง 2 ฝั่งธน ที่แม่ค้าส่วนใหญ่เหมือนคุณแอ้
จ่ายตังค์ครบ แต่เปิดร้านก็เหมือนผลาญเงินเล่น เพราะไม่มีคนเดิน
และทางกทม. ก็ไม่คิดจะแก้ไขอะไรด้วย น่าเห็นใจครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 13:35 น.
 ถึงขนาดเข้าข่ายมวยล้มต้มแม่ค้าไหมครับ  :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 13:49 น.
เคยไปเดินทีนึง ร้อนมากๆ แล้วก็ไม่คิดจะวกไปอีกเลย :31:/
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:02 น.
(ที่จะเล่าต่อไปนี้ข่าวไม่กรองนะคะ ได้ยินเขาพูดกันมา)
ตอนแรกเปิดโครงการ บอกว่าขายหมด จองเต็มหมดเลย.. เราเริ่มผ่อนกันตั้งแต่ยังไม่เห็นเสาเข็มโครงการค่ะ
เขาใช้เงินเราไปก่อสร้างนั่นแหละ แล้วให้เปิดจริง เลยกำหนดที่แจ้งไว้นานถึงครึ่งปีได้ ขอบอกเลยค่ะ
ว่าแม่ค้าหมดไฟไปตั้งแต่ตอนที่ก่อสร้างเลทแล้วค่ะ
พอบอกเปิดโครงการปุ๊บ ไม่เห็นจะมีใครมาแต่งร้าน จนต้องออกกฎบังคับกันมากมาย
ตอนนั้นเขาพยายามทำกิจกรรม มี Event มาลง (เช่น มวยไทย.. มีเกิร์ลลี่เบอร์รี่มาครั้งหนึ่ง นอกนั้นมวยไทย)
คนก็ยังไม่เดินเพราะร้านไม่เปิดกันเลย..
ได้ยินเขาว่ากันว่า คนของโครงการแหละ .. ที่กั๊กที่ไว้มากมาย ไม่ปล่อยขาย เพราะรอให้ราคาขึ้น
(ราคาขึ้นค่ะ เขาขึ้นเอง ที่แอ้เซ้งแสนห้า ตอนนี้เกินสองแสนห้าแล้วค่ะ) ถึงเวลาเขาจะขายเอากำไร
อะไรประมาณนี้ เพราะอย่างนั้น กฎที่บอกให้เปิดร้าน ไม่เปิดจะยึดร้าน ก็ทำอะไรพวกเขาไม่ได้..
พวกแอ้เป็นแมงเม่าไป ..  :39:

เชื่อว่าคนเราต้องล้มหลายๆ ครั้ง ถึงจะรู้จักเดินค่ะ  :22:

ปล. แอนไปเดินตรงไหนร้อนอ่ะคะ โซนใหม่โล่งซะขนาดนั้น ไม่ร้อนนะ คงเป็นโซนเก่ามั้งคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:15 น.
เคยไปเดินเหมือนกันครับ เพราะผมเป็นพวกนิยมต้นไม้และมันอยู่ไม่ไกลจากที่สิงสถิตย์เท่าใดนัก

แต่ไปแล้ว ไม่ประทับใจ :48:

1. ร้อนมาก อย่างที่แอนบอก  :44: :49:
และ 2. ของไม่หลากหลายและแพงกว่าเจเจอย่างเห็นได้ชัด  :41:

สงสัยต้องดูการทำการตลาดของทั้งตลาดอ่ะครับ ว่าทำไมมันเหลวเป๋วได้ขนาดนั้น
เป็นกรณีศึกษาได้ดีนะครับผมว่า

ถ้าให้เดามั่วๆ ถึงเหตุผลที่มันล่มก็คงเดาได้ว่า ตลาดนี้เจาะกลุ่มเป้าหมายไม่ตรง และยังไม่มีจุดดึงดูดที่จะทำให้ลูกค้าที่หลงเข้าไปแล้วติดใจอยากไปเดินอีก (loyalty) อ่ะครับ

เพราะถ้าจะว่าเรื่องทำเล ตลาดดอนหวายหรือตลาดน้ำลำพระยา ก็ทำเลไม่ได้ดีกว่าสนามหลวงสองแม้แต่น้อยแต่กลับประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก
คนเดินล้นตลอด ...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:28 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 13:31 น.

** market share กับ customer share ต่างกัน ไว้จะอธิบายละเอียดอีกที **


ติดไว้นานแล้ว .. มาคุยกันเล่น ๆ เกี่ยวกับ 2 คำนี้ดีกว่า
Market Share vs Customer Share

การตลาดเมื่อก่อน ๆ นี้ จะมุ่งการทำ Market Share (ส่วนแบ่งทางการตลาด)
เปรียบเทียบเหมือนกับการแบ่งเค้กก้อนกลม ๆ เป็นชิ้น ๆ
ใครทำตลาดได้ Market Share สูง ก็ได้เค้กชิ้นโตไปกิน
เน้นการหาลูกค้าใหม่มากขึ้น ๆ ๆ สร้างฐานให้ใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ
ส่วนใหญ่จะใช้คำว่าตีตลาดเพื่อแย่ง Market Share กัน
ซึ่งธุรกิจใหญ่ ๆ ที่เป็นเจ้าตลาด ก็ต้องป้องกันส่วนแบ่งทางการตลาดของตนเอง + หาทางเพิ่มให้มากขึ้น
ส่วนคู่แข่งรายใหม่ ๆ ที่พึ่งเข้ามาในตลาดก็ต้องแย่งชิง ซึ่งตลาดไหนที่มีการแข่งขันรุนแรง
การแย่ง Mkt Share ด้วยการตัดราคา ลดราคา กระหน่ำ ซัมเมอร์เซลล์ ก็ยิ่งมีมากขึ้น วนกลับไปสู่วงจร Red Ocean
แต่ส่วนใหญ่ เจ้าตลาดที่มีส่วนครองตลาดสูง ๆ โดยเฉพาะสินค้าแบบ Mass Production จะได้เปรียบเรื่อง Economic of scale
คือ เมื่อผลิตสินค้าจำนวนมาก การผลิตขนาดใหญ่จะได้เปรียบเรื่องต้นทุนต่อหน่วย เมื่อมีต้นทุนที่ถูกกว่า
ทำให้ผู้ผลิตรายใหญ่ ๆ สามารถใช้ลูกเล่นในการทำตลาดได้หลากหลายมากกว่ารายเล็ก ๆ

ส่วนคำว่า Customer Share เป็นการเพิ่มเติมจากกระเป๋าเงินของลูกค้า เป็นการโตอีกแบบนึงของธุรกิจ
โดยเติบโตจากฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่ จะสังเกตได้ว่า ปัจจุบัน จะมีการเก็บข้อมูลลูกค้า
มีการทำ CRM (Customer Relation Management) ติดต่อกับลูกค้า โทรมาขอข้อมูลต่าง ๆ ลูกค้าชอบอะไร
พอใจหรือไม่ ชอบไปที่ไหน ชอบดูทีวี หรือ ใช้ internet ไหม สนใจอะไร ฯลฯ
ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ ธุรกิจสามารถนำไปใช้ในการทำ Customer Share ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณการซื้อ
จากเดิมที่ลูกค้าเคยซื้อ 1 เราจะทำยังไงให้เค้าซื้อ 2 - 3 - 4 ซื้อมากขึ้นกว่าเดิม
หรือจากเดิมเคยซื้อของอย่างนึง ทำยังไงให้เค้าซื้ออย่างอื่นเพิ่มเติม
ตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย ๆ คือ 7-Eleven .. ขนมจีบซาลาเปาเพิ่มไหมคะ ? ซื้อสเลอปี้แก้วกลาง สามารถแลกซื้อ ฯลฯ
นี่คือการดึงเงินจากกระเป๋าลูกค้าของเราเพิ่มขึ้น

ส่วนมากปัจจุบัน มักทำ Market Share เพื่อเพิ่มลูกค้า เพิ่มฐานลูกค้า
พร้อม ๆ กันกับการทำ Customer Share เพื่อดึงเงินจากกระเป๋าลูกค้าเพิ่ม

:52: ยาวไปไหมคะ ? ไม่รู้จะเบื่อกันหรือเปล่า พยายามจะอธิบายแบบให้เห็นภาพใกล้ ๆ ตัว อิอิ  :43:
ถ้าตูนอธิบายตรงไหนไม่เข้าใจถามเพิ่มเติมได้นะคะ อาจจะมีตกหล่นบ้าง เพราะพิมไปนึกไปสด ๆ เลย  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:30 น.
มาแอบนั่งเรียนอีกคนละกันครับ น่าสนใจมาก...  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:32 น.
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:30 น.
มาแอบนั่งเรียนอีกคนละกันครับ น่าสนใจมาก...  :56:

ขอบคุณที่สนใจค่ะ  :22:

p.s. เรื่องของพี่แอ้ ขอเอาเก็บไปคิดก่อนนะคะ  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: NaIGaMPonG เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:32 น.
     :45: ติดตามอ่านอยู่เรื่อยๆ นะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:33 น.
โจทน์ของ ด.ญ.แอ้ ม.๒/๑ น่าสนใจ

.....
และมาสูบความรู้จาก ตูน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:34 น.
อ้างคำพูดจาก: El  Rajun เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:33 น.
โจทน์ของ ด.ญ.แอ้ ม.๒/๑ น่าสนใจ

.....
และมาสูบความรู้จาก ตูน

:11: โจทย์ << แบบนี้ค่ะคุณครูโอ๋  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:37 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:34 น.
:11: โจทย์ << แบบนี้ค่ะคุณครูโอ๋  :52:
:46:

ผมพิมพ์ผิดมากมายเลยวันนี้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:38 น.
อ้างคำพูดจาก: NaIGaMPonG เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:32 น.
     :45: ติดตามอ่านอยู่เรื่อยๆ นะครับ

เชิญ  :11: 
อ้างคำพูดจาก: El  Rajun เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:37 น.
:46:

ผมพิมพ์ผิดมากมายเลยวันนี้

ล้อเล่นค่ะพี่โอ๋  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:40 น.
มาแอบขำพี่โอ๋ครับ อิอิ


ผิดแบบน่ารักๆ อิอิ  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:41 น.
โรงเรียนผม จะถามผู้ปกครองเสมอๆ ว่า
มีตรงไหนให้ปรับปรุงบ้าง หรือเด็กไม่เรียนต่อ
ก็จะโทรไปถามว่าเพราะอะไร ใช่เป็นเพราะครู หรือโรงเรียน
มีส่วนไหม ผมก็จะบอกว่า ช่วยผมเถอะ บอกความจริง
เพราะผมมาทำกันเองกับเพื่อน อยากทำให้ดี และดีที่สุด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: NaIGaMPonG เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:41 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:38 น.
เชิญ  :11: 
:46: ขอบคุณค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: NaIGaMPonG เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:43 น.
   เห็นโรงเรียนของพี่โอ๋ใน blog แล้วอยากไปเรียนบ้างจัง
   โดยเฉพาะ coures วาดดอกไม้ด้วยสีน้ำอ่ะครับ
   รูปตัวอย่างใน blog สวยมากๆ  :12:
    อยากวาดเป็นจะได้วาดให้คนดีของผมบ้าง  :22:
   
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:46 น.
อ้างคำพูดจาก: NaIGaMPonG เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:43 น.
   เห็นโรงเรียนของพี่โอ๋ใน blog แล้วอยากไปเรียนบ้างจัง
   โดยเฉพาะ coures วาดดอกไม้ด้วยสีน้ำอ่ะครับ
   รูปตัวอย่างใน blog สวยมากๆ  :12:
    อยากวาดเป็นจะได้วาดให้คนดีของผมบ้าง  :22:
   

ไปเดินชมโรงเรียนก่อนได้นะ  :43:

ตกลง นี่เป็นชายหรือหญิงหว่า  :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:46 น.
อ้างคำพูดจาก: El  Rajun เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:41 น.
โรงเรียนผม จะถามผู้ปกครองเสมอๆ ว่า
มีตรงไหนให้ปรับปรุงบ้าง หรือเด็กไม่เรียนต่อ
ก็จะโทรไปถามว่าเพราะอะไร ใช่เป็นเพราะครู หรือโรงเรียน
มีส่วนไหม ผมก็จะบอกว่า ช่วยผมเถอะ บอกความจริง
เพราะผมมาทำกันเองกับเพื่อน อยากทำให้ดี และดีที่สุด



จริงๆ น่าจะมีแบบสอบถาม ขอตามความเป็นจริงอ่ะครับ เพราะว่าโทรถามบางคนอาจจะมีอคตินะพี่ ... หรือเปล่า?

ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เท่าที่รู้สึกก็คือบางคนเขาอาจจะถือเรื่องพวกนี้ อาจจะรู้สึกเหมือนโดนรุกล้ำความเป็นส่วนตัว ...
นอกเสียจากว่ามีการโทรติดต่อกันอยู่ตลอดอยู่แล้ว เช่นโทรคุยปรึกษากันเรื่องความก้าวหน้าเด็กเป็นต้น

บางทีตรงนี้เราอาจจะมองได้หลายแง่นะพี่ ...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:48 น.
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:46 น.

จริงๆ น่าจะมีแบบสอบถาม ขอตามความเป็นจริงอ่ะครับ เพราะว่าโทรถามบางคนอาจจะมีอคตินะพี่ ... หรือเปล่า?

ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เท่าที่รู้สึกก็คือบางคนเขาอาจจะถือเรื่องพวกนี้ อาจจะรู้สึกเหมือนโดนรุกล้ำความเป็นส่วนตัว ...
นอกเสียจากว่ามีการโทรติดต่อกันอยู่ตลอดอยู่แล้ว เช่นโทรคุยปรึกษากันเรื่องความก้าวหน้าเด็กเป็นต้น

บางทีตรงนี้เราอาจจะมองได้หลายแง่นะพี่ ...

ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะโทรเป็นปกติครับ
คือเดี๋ยวโทรลา เดี่ญวโทรปรึกษา
แบบสอบถามกำลังจัดทำเหมือนกันครับ
ทำกันเองค่อยๆ เป็นค่อยไป  :21:

ส่วนผู้ปกครองที่เพิ่งมาเรียนก็ไม่กล้าโทรครับ
ส่วนที่กล้าโทร คือลงเรียนมาเกินสองครั้ง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: NaIGaMPonG เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:49 น.
อ้างคำพูดจาก: El  Rajun เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:46 น.
ไปเดินชมโรงเรียนก่อนได้นะ  :43:

ตกลง นี่เป็นชายหรือหญิงหว่า  :09:

 ช ครับ ชื่อเอิ๊ก ยินดีที่ได้รู้จักพี่โอ๋ครับ ^^
 รูป display อาจจะหวานแหว๋วไปหน่อยครับ  :22:
 (ตัวซ้ายชื่อนายแก้มป่องน้อย ตัวขวาชื่อยัยแก้มป่องน้อย)
 
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:51 น.
ผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับลุง แล้วจะมาคุยด้วยใหม่ เริ่มง่วงแล้ว เมื่อคืนก็ดึก สงสัยเริ่มแก่ ...

(ดูดิ ขี้บ่นด้วย)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:54 น.
อ้างคำพูดจาก: NaIGaMPonG เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:49 น.
 ช ครับ ชื่อเอิ๊ก ยินดีที่ได้รู้จักพี่โอ๋ครับ ^^
 รูป display อาจจะหวานแหว๋วไปหน่อยครับ  :22:
 (ตัวซ้ายชื่อนายแก้มป่องน้อย ตัวขวาชื่อยัยแก้มป่องน้อย)
 


:25:  พี่คนนี้แฟนพี่ตูนแน่ๆเลยใช่มั๊ยคะ


ว๊าวๆๆ ว่างๆเรียนเชิญไปจู๋โลกนี้สีชมพูด้วยเลยนะคะ  :46:


โห มาจุ๋นี้ได้ทั้งความรู้และความรักเลยแฮะ  :21:

(มาเนียนเชิญแขก)

ไว้จะมาตามไล่อ่านให้หมดแน่นอนค่ะ   ขอเวลาๆ  :21:    เยอะเหลือเกิน  อ่านไม่ทัน  :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: NaIGaMPonG เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 15:00 น.
อ้างคำพูดจาก: เดอะบุ๋ม เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 14:54 น.

:25:  พี่คนนี้แฟนพี่ตูนแน่ๆเลยใช่มั๊ยคะ

ใช่แล้วครับบุ๋ม ^^

ว๊าวๆๆ ว่างๆเรียนเชิญไปจู๋โลกนี้สีชมพูด้วยเลยนะคะ  :46:

จริงๆ ติดตามอยู่นะบุ๋ม ไว้จะไปตอบบ้างครับ ^^

โห มาจุ๋นี้ได้ทั้งความรู้และความรักเลยแฮะ  :21:

(มาเนียนเชิญแขก)

ไว้จะมาตามไล่อ่านให้หมดแน่นอนค่ะ   ขอเวลาๆ  :21:    เยอะเหลือเกิน  อ่านไม่ทัน  :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 15:21 น.
โหย :08:

น่าจะเป็นโซนไหนสักโซนครับ แต่คือรอบๆ มันไม่มีอะไรให้เดินน่ะ
เมื่อเทียบกับตลาดที่โตได้ด้วยตัวเองอย่างจตุจักรนี่
ถือว่าจตุจักรเป็นสุดยอดเลยนะครับ (ขอบคุณมหาจำลอง)

//เปิดหน้าจอค้างไว้ โดนตัดหน้า 20 คน :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: 8e88 เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 15:45 น.
สนามหลวง 2 ก็มีแผงอยู่เหมือนกันแต่ไม่ได้ทำอะไร เพราะรู้ว่าทำเลและการตลาดมันไม่โอเคเลย
ทีแรกก็ว่าจะทำเสื้อยืดขายกับรุ่นน้องนี่แหล่ะ ไปๆมาๆก็ติดปัญหาเรื่องที่บ้านด้วย
จนทุกวันนี้ยังไม่ได้ทำเลย แต่รุ่นน้องมันเปิดร้านที่จตุจักรกับใบหยก 2 จนรวยไปแล้ว

กลุ่มเป้าหมายที่ทาง สนามหลวง 2 วางเอาไว้คือคนทุกกลุ่ม ทุกฐานะ สามารถมาเดินได้ และออกมาป๊อปเหมือนจตุจักร
แต่ผิดคาด 2 ปีแล้วยังไม่มีอะไรดีขึ้น ...ทีแรกเขาจะยุบจตุจักรแล้วมาเปิด สนามหลวง 2 แทน
ไปๆมาๆก็เปลี่ยนแผน ต่อสัญญาให้จตุจักร ไอ้สนามหลวง 2 เลยแป๊กอย่างแรง
ใครเซ้งแผงที่นี่ไว้ เครียดเรื่องนี้กันทุกคน ....ปล่อยให้คนอื่นเซ้งต่อ ก็ไม่มีใครเอาซะด้วย

คนไทยเคยชินกับความสะดวกสบายในการจับจ่าย อย่างพวกห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ หรือ แหล่งช๊อปปิ้งพวกขายส่ง ก็มักอยู่ใจกลางเมือง
ผิดกับประเทศอื่นที่เขาจะเอาห้างไปอยู่ขอบๆเมือง เพื่อระบายผู้คนไม่ให้แออัด ....บ้านเราถ้าไปอยู่ชานเมือง ขอบเมือง สถานที่นั้นมักจะเจ๊ง
ส่วนนึงเพราะเรื่องการเดินทางด้วย ...ต่างประเทศทำได้ เพราะอาจจะมีรถไฟฟ้าหรือรถเมล์เร็วผ่านตรงเวลา ไปมาง่าย
บ้านเรายังไม่วางแผนเรื่องการสร้างระบบขนส่งและผังเมืองเลย แต่กูจะสร้างสถานที่เอาไว้ก่อน
ตัวอย่างที่อุบาศก์สุดก็ สนามรัชมังคลา หัวหมาก ...สนามกีฬาแห่งชาติ แต่ไปโคตรลำบาก ไม่มีรถใต้ดิน รถไฟฟ้าผ่าน
....อีกตัวอย่างก็ สวนลุมไนท์บาร์ซ่าร์ ที่ตอนแรกค่อนข้างเงียบ ไม่บูม ทั้งๆที่อยู่กลางเมือง
แต่พอรถใต้ดินพาดผ่าน มันก็พอจะดีขึ้น แต่มันช้าไปแล้ว ตอนนี้กลุ่มเซ็นทรัลเข้ามาเซ้งที่ตรงสวนลุมไนท์ต่อ
และจะทำเป็นอะไรสักอย่างนี่แหล่ะ ....เสียดายเพราะว่าสวนลุมไนท์เป็นอีกที่ ที่นักท่องเที่ยวรู้จักและติดปากแล้ว

อย่างน้อยเงิน 1-2 แสนนี่ก็เป็นบทเรียนที่แพงพอประมาณสำหรับตัวเอง ทำให้รู้ว่าอย่าไปลงทุนอะไรมั่วซั่ว โดยไม่รู้จักมันดีพอ
เรื่องทำเลกับความสะดวกในการเดินทางโคตรจะสำคัญในการซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์
ตอนนี้ก็หวังลึกๆนะว่าไอ้ที่สนามหลวง 2 อาจจะดีขึ้น เพราะสายใต้ใหม่ก็ย้ายไปอยู่แถวนั้น , วังเสี่ยก็อยู่เยื้องๆกับตลาด
และมีข่าวว่าจะมีรถไฟสายบางซื่อ-มหาชัยชานผ่านไปแถวนั้น แต่ก็คงหวังได้ยาก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: 8e88 เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 15:59 น.
มาต่อนะ กลัวโพสทีเดียวแล้วยาวไป จะไม่มีใครอ่าน  :30:

ทำธุรกิจ ต้องรู้จัก Cut-Loss รู้ว่าจะแพ้ก็อย่าทู่ซี้ทำต่อให้เจ็บตัวเพิ่ม
การทำธุรกิจหรืออะไรก็ตามผมว่ามันมีกำไรอยู่ 2 แบบ คือ ตอบแทนเราด้วยเงิน กับ ตอบแทนเราด้วยคุณค่าทางจิตใจ
ผู้เฒ่าผู้แก่บางคนนั่งทำงานหลังขดหลังแข็งกับกิจการเล็กๆหรืองานพื้นบ้านที่ไม่น่ามีกำไรมาก แต่เขาทำเพราะมีความสุขที่ได้ทำ
คนทำงานออกแบบหลายๆคน พอว่างจากงานแทนที่จะเอาเวลาไปรับจ๊อบรับฝิ่นเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม
ก็ดันทำงานศิลปะหรืองานส่วนตัวแทน ถามว่ามันคุ้มไหมกับที่ทำ หลายๆคนบอกว่าไม่รู้ แต่ทำแล้วสบายใจ
หลายต่อหลายคนที่ประสบความสำเร็จ ก็เริ่มธุรกิจด้านจิตใจที่ไม่ได้เงินตอบแทนกันมาก่อน
จนคนเริ่มรู้จักและผลประโยชน์ด้านอื่นก็ตามมา
....เอดิสันที่ประดิษฐ์หลอดไฟ ...พี่น้องตระกูลไรท์ที่สร้างเครื่องบิน ก็มาจากวิธีการทำงานแบบนี้
หากคนเราทำธุรกิจเพื่อเงินแต่เพียงอย่างเดียว การสร้างสรรค์พัฒนาโลกก็จะไม่เกิด
พูดง่ายๆ โลกวุ่นวาย เพราะระบบทำให้คนส่วนใหญ่เห็นแก่เงินเกินไป

ถ้าทำอะไรแล้วไม่ได้อะไรตอบแทนสักอย่างก็อย่าทำมันเลย ควรจะตัดขาดจากมัน
คิดง่ายๆว่ามันเป็นบทเรียนบทนึงที่จะทำให้เราแกร่งขึ้น ...คล้ายๆกับการคบคน ดีก็ควรคบ ไอ้นี่ไม่น่าคบก็อยู่ห่างๆเอาไว้
มันคนละแบบกันกับเรื่อง ใจสู้ และใจไม่สู้ มีเส้นแบ่งอยู่ระหว่างกันแค่ด้ายบางๆ

ความคิดคอมมิวนิสต์ไปรึเปล่าไม่รู้ แต่คิดแบบนี้นะ  :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 18:43 น.
:46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 18:48 น.
ชัดเจน ตรงใจ แถมยังมีแผงอยู่ที่เดียวกันอีกต่างหาก ..  :46:

ของแอ้ยังแอบหวังอยู่เล็กๆ ลึกๆ ในใจ ว่ามันจะกลายเป็นตลาดที่ดี ไม่ต้องเท่ากับจตุจักรหรอกนะคะ
คือยังไงก็ทำอะไรอื่นไม่ได้แล้ว ตอนโซนเก่าก่อสร้างเสร็จ เห็นว่าถึงกับไล่แจกกันเลยทีเดียว
แต่ 5-6 ปีผ่านไป ก็กลายเป็นตลาดเล็กๆ ที่พอขายได้..
ก็ไม่รู้ต้องรอไปอีกนานเท่าไหร่..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 25 มิ.ย. 2008, 16:04 น.
อ่อ นึกถึงเรื่องการประชาสัมพันธ์ แล้วทำให้นึกถึงคำถามที่เคยเกิดขึ้นในใจ
เกี่ยวกับ "โฆษณาทาง TV" .. สังเกตกันไหม ว่าโฆษณาของไทยเรา มักจะป้อนคำพูด ใส่หูคน
มัีกจะเป็นการบอกเล่าด้วยคำพูด ให้คนฟัง ๆ ๆ (ไม่เหมารวมว่าโฆษณาทั้งหมดนะ)

แต่โฆษณาของต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยมีบทพูด
จะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านเนื้อเรื่อง คลอไปด้วยเสียงเพลง + Idea ต่าง ๆ
บางทีดูแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย เจ๋งว่ะ (ตอนนี้โฆษณาบางอันในบ้านเราก็เจ๋งนะ ไม่ใช่ไม่มี)

คิดเห็นกันยังไงบ้างกับเรื่อง "โฆษณาทาง TV"
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 25 มิ.ย. 2008, 22:06 น.
 :25: มาร่วมอาลัยสนามหลวง 2 ครับ


(เสียดาย ผมไม่ค่อยได้ดู TV อะ)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 25 มิ.ย. 2008, 23:09 น.
สนใจเรื่อง Customer Share ครับ
ขอบคุณตูนมากๆ
แต่อยากรู้อยู่ตรงที่ว่า

ทำยังไงเราถึงจะรู้ว่า ลูกค้าอยากได้อะไรเพิ่มจริงๆ

เพราะปัญหาส่วนใหญ่ของร้านค้า
ที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จก็คือ
เรามักขายของที่เราอยากขาย
แต่ไม่ค่อยขายสิ่งที่คนอยากซื้อ


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 08:31 น.
ตอบ .. พี่ณต

ตามความคิดของตูน สิ่งสำคัญน่าจะอยู่ที่การนำเสนอมากกว่า
นำเสนอให้น่าสนใจ มีจุดดึงให้ลูกค้าตัดสินใจ

อย่างเวลาเราไปกินพิซซ่า ที่เค้าจัดไว้เป็น set มีพิซซ่าถาดกลาง ขนมปังกระเทียม ไก่ย่าง
บางทีลูกค้าอาจจะไม่อยากกินไอ้ไก่ไม่กี่ชิ้น หรือบางคนไม่ได้อยากกินขนมปัีงกระเทียม
แต่พออยู่ในเซตแล้วมันดูน่าทาน + ถ้าเทียบราคาออกมา จะถูกกว่าสั่งทีละอย่างนิดหน่อย
ลูกค้าก็จะสั่ง แถมการสั่งเป็นเซตจะง่ายต่อการสั่งอีกด้วย เอาเซตที่ 1 / 2

หรือเป็นลักษณะการนำเสนอเวลาลูกค้าสั่งอาหาร
ถ้าเค้าสั่งแล้วเราจด ๆ อย่างเดียวมันก็ธรรมดาใช่ไหม
แต่ถ้าเราบอกว่าวันนี้มีเมนูพิเศษ มีอะไรอร่อยนำเสนอ หรือมีโปรโมชั่นสั่งนั่นสั่งนี่
ตอนเรียนป.ตรี ตูนเคยรับ job ทำงานพิเศษที่ร้านนารายณ์พิซเซอเรียนะ

ดูอย่างร้าน 7 คนเดินเข้าวันนึงอาจจะเป็นร้อยคน พนักงานไม่รู้หรอกว่าลูกค้าอยากได้อะไร
แต่เค้าก็พยายามเสนอขายสินค้า อย่างเราซื้อนมกล่อง เค้าก็จะถามว่ารับขนมปังเพิ่มไหม
(ยกเ้ว้นพนักงานบางคนนะ ที่แนะนำอะไรที่ไม่ค่อยจะเข้าท่าเลย  :48:)
คือพยายามนำเสนออะไรที่มากกว่าที่เค้าสั่ง นำเสนอให้น่าสนใจ นำเสนอสิ่งที่เราคิดว่าอยากขายนั่นแหละ
แต่เราต้องมั่นใจนะว่ามันดี อร่อย ถ้ามั่นใจว่าของเราดี ก็อยากให้เค้าลองกินดูจริงไหม
พอเค้าติดใจครั้งหน้าเค้าสั่งอีกเราจะได้แนะนำอย่างอื่นเพิ่มเติมต่อยอดไป

อย่างตูนเคยไปกินร้านอาหารร้านนึงอยู่แถว ๆ สนามบินสุวรรณภูมิ
เจ้าของร้านแกเป็นคนตลก และแกจะเดินมารับ order อาหารด้วยตัวเอง
แกออกจะเกิน ๆ หน่อย ๆ แต่ก็ขำ ๆ ดี เอาเมนูมาแต่บอกว่า ไม่ต้องดูหรอก  :55:
เราสั่งแกงคั่วหอยขม เค้าจะบอกว่า มีนะถ้าจะกิน แต่อย่ากินเลยหน้านี้หอยขมไม่อร่อย  :53:
กินแกงนี่ดีกว่า / วันนี้ปลากระพงสดนะ / ไก่ย่างกำลังเหลืองเลย ฯลฯ
สรุปบางทีเข้าร้านไปแทบไม่ต้องสั่ง แกแทบจะจัดให้เลย  :52:

ยังไงลอง ๆ ดูละกันนะคะ ตูนยังไม่เคยดูแลบริหารงานด้านร้านอาหาร
คงยังไม่มีประสบการณ์ตรงเท่าไหร่ เลยเอาประสบการณ์ที่เห็น ๆ มาเล่าให้ฟัง
แล้วจะเอาเรื่องอื่น ๆ มาฝากอีกค่ะ  :40:

แก้ไข :: ตอนแรกเรียก ณต เฉย ๆ บุ๋มมาแอบกระซิบว่า พี่ณตเป็นพี่  :43: ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 09:02 น.
ผมมีโอกาสได้รับใช้ทำงานให้ ดร. ภาพร เอกอรรถพร
ที่ปรึกษาเวิร์ดแบงค์ และเป็นนักการบัญชีที่เก่งกาจ
ดอกเตอร์เคยชวนผมไปทำการตลาดให้
สถาบันฝึกอบรมที่ท่านเปิด
ผมยังงง ว่าชวนผมได้อย่างไร 
ผมมันครูสอนศิลปะ เอ็มบีเอ เอ็มบีอ๋อย
อะไรก็ไม่เคย ภาษาปะกิตก็ เยส โน โอเค โคคาโคล่า
จึงได้ปฏิเสธไป เพราะคิดว่าสิ่งนั้น
อาจจะไม่ใช่ฝันเราในขณะนั้น

ดอกเตอร์เคยบอกผมว่า
หลายบริษัทพังไม่เป็นท่า ถ้าไม่ดูแลบัญชี
และการทำบัญชี เป็นเรื่องที่สำคัญ
ท่านบอกเหมือนสอนลูกสอนศิษย์

วันสองวันนี้ผมรับรู้ข่าวกังวลใจ
ระคนไม่เข้าใจและสับสน
เพราะมีเงินของโรงเรียนผม
แสนกว่าบาทไม่เข้าบัญชี
มันหายไป ก็รู้ตัวและพอตามเอาคืนได้
แต่เรื่องแบบนี้พอเกิดแล้วผมถึงกับเข่าทรุด
ว่าเพื่อนหนอไม่น่าทำกัน
ผมหมดแรงการคิดอ่าน
พัฒนามุ่งมั้นไปสองวันเต็มๆ

ไม่เข้าใจ และไม่สามารถเข้าใจ
ได้ว่าทำไมเป็นแบบนี้
ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ถามไถ่ใครเขาก็ว่า
เงินทองไม่เข้าใครออกใคร
ก็คงเป็นแบบนั้น ยังมีเรื่องดีคือผมรู้ก่อนโดยไว
ก่อนที่โรงเรียนจะพังทั้งหมด

นับจากนี้ผมก็จะเชื่อ ดอกเตอร์อย่างเคร่งครัด
และ ก็มาว่ากันต่อ เดินไปสู่ทิศทางที่ก้าวหน้า

เมื่อคืนแฟนผมนั่งถักตุ๊กตาไหมพรม
เป็นหัวเสียบดินสอ จะขายหัวละ 30 บาท
ผมมานั่งๆ ดูเออ น่ารักดี จึงบอกแฟนว่า
เอาไปแจกผู้ปกครองเด็กๆ ดีไหม
แต่มานั่งคิดอีกที เด็ก 120 คน แจกทุกคนคงถักไม่ไหว
และจะเป็นข้อกังวลถ้าบังเอิญ
พลาดไม่ได้แจกเด็กคนไหนไป
จะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

ผมไปอ่านเจอที่ ซิกเว่ของดีแทค
อ้างถึงการส่งพิซซ่ารวดเร็ว
ภายในสามสิบนาที ว่า
นี่เป็นการทำให้ผู้รับบริการพึงใจ
เพราะถ้าส่งได้ภายในสามสิบนาทีก็ดีแล้ว
ถ้าส่งให้ 25 นาทีจะดีกว่า
หรือส่งช้าไปนิดก็มีแถม เพื่อชดเชยช้า
ลูกค้าก็มองว่ามีแต่ได้และได้

ก็เอามานั่งคิดว่า ไอ้หัวตุ๊กตาเสียบดินสอนี้
ผมจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง
(ผมจะไม่เอาของพวกนี้ไปขายที่โรงเรียน
นอกจากเอาไปวางให้เด็กๆเล่น)
เลยคิดว่า จะแจกให้ผู้ปกครองเด็กๆ
เมื่อเขามาต่อคอร์ส
มีผู้ปกครองมาจ่ายเงิน
เพื่อเรียนต่อทุกเสาร์ อาทิตย์
ใครต่อก็แจกไปเลย ผมคิดว่า เป็นการให้
แบบที่เขาไม่คิดว่าจะได้
น่าจะสร้างความประทับใจได้ดี
สิ่งนี่้ไม่ใช่แรงจูงใจ ให้คนมาเรียน
แต่หัวตุ๊กตาไหมพรมเสียบดินสอนี้
จะทำหน้าที่เพื่อสร้างความประทับใจ
แฟนผมฟังแล้วก็เออออ
และยินดีเพราะเขาบอกถักได้ ไม่ยากและทำได้ไว


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 09:24 น.
 เห็นด้วยครับกับเรื่องระบบบัญชี ถ้าทำไม่ดีไม่รอบคอบ ผลเสียตามมามหาศาล ไหนจะสภาพคล่องไหนจะสรรพากร
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 10:08 น.
เมื่อคืนแฟนผมนั่งถักตุ๊กตาไหมพรม
เป็นหัวเสียบดินสอ จะขายหัวละ 30 บาท
ผมมานั่งๆ ดูเออ น่ารักดี จึงบอกแฟนว่า
เอาไปแจกผู้ปกครองเด็กๆ ดีไหม
แต่มานั่งคิดอีกที เด็ก 120 คน แจกทุกคนคงถักไม่ไหว
และจะเป็นข้อกังวลถ้าบังเอิญ
พลาดไม่ได้แจกเด็กคนไหนไป
จะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
:05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 10:10 น.
ผมพูดอไรผิดไปครับหมอ

คือผมอยากแจกทุกคนให้ครบคน
แต่แฟนผมถักเองไม่ไหว ถ้าซื้อมาแจกก็ ง่ายไป
เอายากๆ นี่แหละครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 11:13 น.
ทำไมไม่ใช้เป็นของรางวัลเด็กที่ทำผลงานได้น่าพึงพอใจล่ะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 11:14 น.
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 11:13 น.
ทำไมไม่ใช้เป็นของรางวัลเด็กที่ทำผลงานได้น่าพึงพอใจล่ะครับ

พึงใจใครครับ ดอก

คนละส่วนกันครับ
โลกทั้งใบไม่ได้มีแต่หัวเสียบดินสอ  :30:
ถ้าจะพึงใจผมมีอย่างอื่นแจกแด่ทุกคน เพราะผมพึงใจหมด

โรงเรียนผมมีม็อตโต้แรกแลยคือ
สร้างดาว ปั้นดาว ไม่ให้ดาว ครับ

ถ้าผู้ปกครองท่านใด ยินดีชื่นชอบแนวทางแบบนี้ จงมาครับ
แต่มาเพื่อประกวดเอาดาว เอารางวัล ผมจะแนะนำโรงเรียนให้ใหม่
อย่างดีและตรงใจ โดยไม่เหน็บแนมหรือไม่เห็นชอบตามทัศนคติของท่านนั้น
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 15:17 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้โอ๋ววววว เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 10:10 น.
ผมพูดอไรผิดไปครับหมอ

คือผมอยากแจกทุกคนให้ครบคน
แต่แฟนผมถักเองไม่ไหว ถ้าซื้อมาแจกก็ ง่ายไป
เอายากๆ นี่แหละครับ
เปล่าครับ .... ที่วงตัวแดงไว้ ผมเคยประสบกับตนเองเลย
บางครั้งเราพยายามทำดีกับคนหลายๆคน  แต่พอทำได้ไม่ทั่วถึง จากดีกลายเป็นไม่ดีไปซะนี่  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 16:03 น.
 :30: ผลสอบ comprehensive ออกแล้ว .. ผ่านหมดแล้ว  :56: :56: :56:

แต่เพื่อนยังสอบไม่ผ่านอีกหลายคน วันนี้ต้องนั่งหา Sheet และ ติวหัวข้อหลัก ๆ ให้
มีใครสนใจเรื่องอะไรเพิ่มเติมไหมคะ จะได้ไปคุ้ย ๆ หาข้อมูลมาเผื่อเลย  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 16:04 น.






:25:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 16:39 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้โอ๋ววววว เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 11:14 น.
โรงเรียนผมมีม็อตโต้แรกแลยคือ
สร้างดาว ปั้นดาว ไม่ให้ดาว ครับ
แหม ลุง .. ผมก็แค่เสนอความเห็นนิดหน่อย ดุด้วย อิอิ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 16:51 น.
(( ขอ list หัวข้อที่มันวิ่ง ๆ ๆ อยู่ในหัวออกมาก่อนนะคะ ถ้าสนใจเรื่องไรช่วยบอกด้วย เยอะเกินกลัวเบื่อกัน ))

- การเป็น Cost Leadership

- การเติบโตอีกก้าวหนึ่งของธุรกิจแบบ Backward vs Forward

- การวิเคราะห์สถานภาพทางธุรกิจ (ด้านการเงิน)

- วิเคราะห์ swot

- การทำ Customer Relation Management

- Case Study น่าสนุกมากมาย เกี่ยวกับทฤษฎี Blue Ocean Strategy

- ว่ากันด้วยเรื่องธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ (ประสบการณ์ส่วนตัว)

- สินค้า / บริการของเรา เป็น Primary Demand หรือ Selective Demand
(มันต่างกันยังไง? และ ควรใช้กลยุทธ์ยังไงสำหรับสินค้าแต่ละแบบนี้)

- การเอาราคามาเล่นเป็นกลยุทธ์ ทำแบบไหนได้บ้าง ?

(เพิ่มเติม)

- Market Centered

- Target Marketing

- ปัจจุบันบริษัทใหญ่ ๆ มัก Outsourcing กันมากขึ้น เพื่อ ??

- Benchmarking

- พันธมิตรทางธุรกิจ / Partner-Suppliers (อันนี้น่าสนใจมาก ประยุกต์ใช้ได้กับทุกธุรกิจ)

- การกระจายอำนาจ แนวสำหรับเจ้าของธุรกิจในการบริหารแบ่งงาน

- Customer Lifetime value

(( ขอ List หัวข้อที่น่าสนใจเอาไว้เป็น Choice ที่จะเลือกมาคุยกันนะคะ :40: ))
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 16:53 น.
ใครจะกล้าดุ ดอก  :21:

ส่วนของ ตูน เอามาหมดเลย
ยกตัวอย่าง ของจริงด้วยก็ดีนะ
เข้าใจง่าย  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 16:56 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้โอ๋ววววว เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 16:53 น.
ใครจะกล้าดุ ดอก  :21:

ส่วนของ ตูน เอามาหมดเลย
ยกตัวอย่าง ของจริงด้วยก็ดีนะ
เข้าใจง่าย  :21:

:44: มันเยอะมากเลยนะพี่โอ๋ กลัวจะเบื่อกันซะก่อน 555
พอดีตอนนี้ต้องอ่าน ๆ หาความรู้้เตรียมสอบ Oral ค่ะ
เลยอ่านไป แบ่งปันไป  :40:  ทบทวนไปในตัว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 16:59 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 16:56 น.
:44: มันเยอะมากเลยนะพี่โอ๋ กลัวจะเบื่อกันซะก่อน 555
พอดีตอนนี้ต้องอ่าน ๆ หาความรู้้เตรียมสอบ Oral ค่ะ
เลยอ่านไป แบ่งปันไป  :40:  ทบทวนไปในตัว

ไม่รีบๆ
จะนำเสนออะไรก็ค่อยๆ ขยายออกมา
ทีละนิดทีละน้อย พี่รอตามเสมอๆ  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 18:49 น.






สนใจทุกเรื่องเลยครับ

ถามว่าอยากฟังเรื่องไหนก่อนก็ CRM กับ BOS case ก็แล้วกัน :25:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 26 มิ.ย. 2008, 21:08 น.
CRM ( Customer Relationship Marketing // Customer Relationship Management ) เห็นเรียกกันทั้ง 2 อย่าง

หลัก ๆ ของการทำ CRM ก็คือ การที่เราทำกิจกรรมการตลาด สื่อสาร ติดต่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อ
เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจ รับรู้ และ รู้สึกดี ๆ กับบริษัทเรา / ร้านเรา / โรงเรียนเรา  :22:
กิจกรรม หรือ การสื่อสาร ส่วนมากจะเน้นที่เป็นการสื่อสาร 2 ทาง เพื่อให้มีความสัมพันธ์กันระหว่างเรากับลูกค้า

ลักษณะสำคัญของ CRM เป็นกันเอง / เน้นการรักษาลูกค้าระยะยาว เพื่อ ยอดขายระยะยาว / สื่อสารสองทาง (ทั้งบอกและรับฟัง)

วิธีการทำ CRM ก็ขึ้นอยู่กับธุรกิจของเราว่าเป็นแนวไหน แต่หลักการที่คล้าย ๆ กันก็คือ
การสังเกต วิเคราะห์ ศึกษาลูกค้า .. เก็บข้อมูล รายละเอียดของลูกค้า .. ดึงข้อมูลที่มีมาใช้ประโยชน์ในการทำ CRM

ปัจจุบันข้อมูลที่เรากรอกในการซื้อสินค้า นั่นแหละคือ ข้อมูลและรายละเอียดที่เราให้กับบริษัท
การทำ CRM ในการโทรมาสอบถามเราว่า ใช้สินค้าแล้วเป็นยังไงบ้างคะ พอใจไหม ? มีปัญหาอะไรบ้างไหมคะ ?
มีข้อแนะนำติชมอะไรไหมคะ ?   :43:

หรือ ในวันเกิด และมีการ์ดอวยพรวันเกิดจากบริษัทหรือร้านค้าต่าง ๆ ที่เราเป็นสมาชิกหรือเป็นลูกค้าของเค้าส่งมา
ถามว่าแม้จะเป็นแค่การ์ดเพียงใบเดียว มีต้นทุนในการทำเพียงไม่กี่บาท แต่ผู้รับซึ่งเป็นลูกค้ารู้สึกดีไหม ??
แน่นอนว่าเค้ารู้สึกดีมาก ๆ แน่ ๆ .. :52: .. นอกจากนี้ในการ์ดอาจมอบสิทธิ์ส่วนลด เพื่อใช้ในวันเกิด
เช่น ลด 10% ในวันเกิด หรือ รับ Gift Set ฟรีในวันเกิด ของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรามอบให้เค้า
นอกจากก่อให้เกิดความรู้สึกดีต่อบริษัทเราซึ่งทำให้เกิด Brand Loyalty แล้วนั้น
มันยังเป็นการเรียกลูกค้าให้กลับมาที่ร้านอีกครั้ง อีกครั้ง และ ต่อ ๆ ไปอย่างยาวนาน  :56:

แก้ไข Loyalty (พิมพ์ผิด) ขอบคุณ คุณปาล์มนะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: PalmySyd เมื่อ 27 มิ.ย. 2008, 01:04 น.
CRM นึกเป็นภาพง่ายๆ อย่างเช่น อาแปะขายบะหมี่หน้าบ้าน คุ้นเคยกันดี แกมีความจำแม่น แค่เราเดินเข้าร้านก็รู้ว่าเราชอบกินบะหมี่เกี๋ยวปูไม่ใส่หอม เอาบะหมี่สองก้อน พิเศษเนื้อปูเยอะๆ  ลองนึกภาพดูก้าวเข้าร้านปั๊บอาแปะทักเลย "บะหมี่เกี๊ยวปูไม่หอมใส่หมี่สองก้อนช่ายม้าย.."  มันทำให้เรารู้สึกประทับใจเหมือนเป็นคนพิเศษของอาแปะ การสร้างสัมพันธ์ที่ดีของอาแปะกับลูกค้า ทำให้เราติดหนึบกลายเป็นลูกค้าประจำ เมื่อนึกถึงบะหมี่ก็ต้องอาแปะหน้าบ้านเจ้าประจำเท่านั้น

สิ่งที่อาแปะทำนอกจากการขายบะหมี่ก็คือการทำ CRM นั่นเอง
การที่เรากลายเป็นลูกค้าประจำ คิดถึงบะหมี่หน้าอาแปะก็ลอยมา ก็คือ Brand loyalty


ปล1. แก้ให้ตูน Loyalty นะจ๊ะ ไม่ใช่ Royalty
ปล2. สู้ๆนะ สอบออรัล ไม่ยากอย่างที่คิด ขยันๆ อย่างนี้รับรองผ่านฉลุย :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 27 มิ.ย. 2008, 07:52 น.
อ้างคำพูดจาก: i-Palm เมื่อ 27 มิ.ย. 2008, 01:04 น.
CRM นึกเป็นภาพง่ายๆ อย่างเช่น อาแปะขายบะหมี่หน้าบ้าน คุ้นเคยกันดี แกมีความจำแม่น แค่เราเดินเข้าร้านก็รู้ว่าเราชอบกินบะหมี่เกี๋ยวปูไม่ใส่หอม เอาบะหมี่สองก้อน พิเศษเนื้อปูเยอะๆ  ลองนึกภาพดูก้าวเข้าร้านปั๊บอาแปะทักเลย "บะหมี่เกี๊ยวปูไม่หอมใส่หมี่สองก้อนช่ายม้าย.."  มันทำให้เรารู้สึกประทับใจเหมือนเป็นคนพิเศษของอาแปะ การสร้างสัมพันธ์ที่ดีของอาแปะกับลูกค้า ทำให้เราติดหนึบกลายเป็นลูกค้าประจำ เมื่อนึกถึงบะหมี่ก็ต้องอาแปะหน้าบ้านเจ้าประจำเท่านั้น

สิ่งที่อาแปะทำนอกจากการขายบะหมี่ก็คือการทำ CRM นั่นเอง
การที่เรากลายเป็นลูกค้าประจำ คิดถึงบะหมี่หน้าอาแปะก็ลอยมา ก็คือ Brand loyalty


ปล1. แก้ให้ตูน Loyalty นะจ๊ะ ไม่ใช่ Royalty
ปล2. สู้ๆนะ สอบออรัล ไม่ยากอย่างที่คิด ขยันๆ อย่างนี้รับรองผ่านฉลุย :12:

ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ  :56: ถ้าไม่ยากไปกว่า Compre ที่สอบผ่านมาก็คงพอไหวค่ะ
แต่กลัวจะเจาะลึกมาก ๆ กลัวอ่านไม่ทั่วถึงทุกหัวข้อ
เอกตลาดก็จริง แต่ Oral บางทีถามเน้น ๆ เรื่องการเงิน แต่จริง ๆ ก็ต้องรู้ให้ครอบคลุมจะพยายามสู้ ๆ ค่ะ

ปล. ขอบคุณสำหรับเรื่องอาแปะขายบะหมี่ค่ะ  :40: อยากอธิบายให้ัฟังดูง่าย ๆ แบบนี้แหละ 55 แต่ตูนอธิบายไม่ค่อยเก่งค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 27 มิ.ย. 2008, 08:17 น.
ผมบวกทั้งสองคน

ถ้า CRM เป็นแบบ ปาล์มว่า
โรงเรียนผม ก็ทำ CRM เป็นเรื่องแรกๆ เลย  :21:
ผมจำลูกศิษย์ทุกคนได้
และครูทุกคนต้อง จำเด็กในโรงเรียนได้
ไม่ใช่จำแต่ชื่อ ต้องรู้ว่าเรียนปกติที่ไหน ชั้นอะไร กี่ขวบ
ลูกใคร คือไม่รู้หรอกว่า เป็นอะไร

แต่ผมคิดว่า ต้องใส่ใจทุกคน อย่างหมดจด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 27 มิ.ย. 2008, 08:28 น.
ได้ความรู้  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 27 มิ.ย. 2008, 08:43 น.
เก็บข้อมูลรอบเช้าค่ะ..  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: PalmySyd เมื่อ 28 มิ.ย. 2008, 09:17 น.
ต้องขอบคุณกระจู๋นี้ เข้ามาอ่านทีไรเหมือนได้ฟื้นความรู้ความจำ  ทำให้มีไฟด้วยล่ะ

จบมาปีกว่าบางทีความรู้ก็เข้ากรุหมดแล้ว





นึกถึงตอนสอบออรัล เอาจริงๆ ปาล์มไม่ได้อ่านหนังสือเลยนะ  ผ่านได้ไงไม่รู้ :30:
รู้สึกจะอ่านแนวข้อสอบคอมพรีฯที่รุ่นพี่เตรียมไว้ให้ แค่นั้นแหละ


จบมาได้ไงวะตู  :30:




ตอนนี้มีโปรเจคจะทำธุรกิจฟาสต์ฟู้ดจริงๆล่ะ  ไว้ได้ประสบการณ์อะไรดีๆ จะมาเล่าให้ฟัง (เข้ากับชื่อกระจู๋เลย)

ทำธุรกิจไม่ยากอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยัง มี พุง เมื่อ 28 มิ.ย. 2008, 09:24 น.
ดีๆ
เพื่อนได้โปรเจคร้านอาหารไทยในแวนคูเวอร์อยู่

ยังกล้าๆกลัวๆไม่กล้าโดดลงไปทำ
จะมาขอคำชี้แนะปรมาจารย์ป่ามป๊าม.  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 28 มิ.ย. 2008, 09:44 น.
มาแอบนั่งดูเหมือนกันครับ

:02:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 00:09 น.
เหนื่อย ๆ พึ่งกลับมาจากระยอง ไปบวชน้องชายมา  :44:
เดี๋ยวพรุ่งนี้สอบ Oral แล้วจ๊ะ สู้ ๆ  :56: ยังไงเดี๋ยวกลับมาจากสอบ Oral แล้วมาคุยคุ้ยเรื่องธุรกิจกันต่อนะจ๊ะ  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 00:23 น.
ประสบความสำเร็จในการสอบนะคะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 00:31 น.
โชคดีครับ กับการสอบนะครับ  :02:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 08:05 น.
พยายามเข้านะครับ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 18:22 น.
:22: ขอบคุณสำหรับกำลังใจทุกคนเลยนะคะ (ขอ + ตอบแทนสำหรับกำลังใจนะจ๊ะ)
สอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว สำเร็จแล้วปริญญาใบที่สอง  :56:
รอรับใบเกรด และ รอรับพระราชทานปริญญา  :52: เฮ้อ โล่งอก

ัวันนี้อาจารย์ให้แนะนำตัวเอง ถามถึงงานที่ทำ
และถามถึงเรื่อง Differentiation และ BMW series 7 ว่าเป็นตลาดแบบไหน
ใช้กลยุทธ์อะไรสำหรับตลาดนั้น ๆ ฯลฯ ประมาณนี้  :40:
เข้าทางเลย ไม่ยาก ตอบได้ ที่สำคัญ พยายามทำเสียงมั่นใจให้ดูน่าเชื่อถือ  :35:
โล่งอกมาก ๆ ๆ ๆ ตอนแรกนั่งกลัว  :44: เพราะเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ที่เข้าไปก่อนหน้านี้
บางคนไม่ผ่านอาจารย์ไล่ให้กลับออกมา และให้ไปเตรียมตัวมาสอบใหม่ คือไม่ผ่านในรอบนี้
บางคนอาจารย์นั่งซักถามอยู่ 30-45 นาที เท่าที่คุย ๆ กัน คนไหนที่ตอบไม่ค่อยได้ หรือ ตอบแบบไม่มั่นใจ
ประหม่า ตอบอึก ๆ อัก ๆ จะโดนซักไล่บี้จนตอบไม่ถูกเลย ฟังแล้วน่ากลัว

แต่ก็ผ่านมาได้แล้ว เ้ย้ ๆ ๆ ๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 18:25 น.
ไม่ค่อยได้มาเลย  :05: ฟ้ากำลังสู้สุดพลังเรื่องร้าน
ตอนนี้ยอดก็ดีขึ้นนะ ดีขึ้นกว่าช่วงก่อน
:27: ขอบคุณตูนมากๆ พี่โอ๋ด้วยค่ะ


ปล. เอาใจช่วยตูนนะคะ ขอให้ผ่านทุกอย่างสมปรารถนา
เดี๋ยวฟ้าจะเตรียมคำถามมาถามต่อ คราวหน้าๆ  :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 18:26 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 18:22 น.
:22: ขอบคุณสำหรับกำลังใจทุกคนเลยนะคะ (ขอ + ตอบแทนสำหรับกำลังใจนะจ๊ะ)
สอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว สำเร็จแล้วปริญญาใบที่สอง  :56:
รอรับใบเกรด และ รอรับพระราชทานปริญญา  :52: เฮ้อ โล่งอก

ัวันนี้อาจารย์ให้แนะนำตัวเอง ถามถึงงานที่ทำ
และถามถึงเรื่อง Differentiation และ BMW series 7 ว่าเป็นตลาดแบบไหน
ใช้กลยุทธ์อะไรสำหรับตลาดนั้น ๆ ฯลฯ ประมาณนี้  :40:
เข้าทางเลย ไม่ยาก ตอบได้ ที่สำคัญ พยายามทำเสียงมั่นใจให้ดูน่าเชื่อถือ  :35:
โล่งอกมาก ๆ ๆ ๆ ตอนแรกนั่งกลัว  :44: เพราะเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ที่เข้าไปก่อนหน้านี้
บางคนไม่ผ่านอาจารย์ไล่ให้กลับออกมา และให้ไปเตรียมตัวมาสอบใหม่ คือไม่ผ่านในรอบนี้
บางคนอาจารย์นั่งซักถามอยู่ 30-45 นาที เท่าที่คุย ๆ กัน คนไหนที่ตอบไม่ค่อยได้ หรือ ตอบแบบไม่มั่นใจ
ประหม่า ตอบอึก ๆ อัก ๆ จะโดนซักไล่บี้จนตอบไม่ถูกเลย ฟังแล้วน่ากลัว

แต่ก็ผ่านมาได้แล้ว เ้ย้ ๆ ๆ ๆ

พี่ตูนเก่งอ่ะ  :25: 

เรื่องการตลาดนี่ มีโปรอยู่ใกล้ซะแล้ว  :40:

พรุ่งนี้ขอให้ผ่านฉลุยคะแนนพุ่งปรี๊ดเลยนะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 01 ก.ค. 2008, 00:10 น.
เก่งจังค่ะ   :12:

ยินดีกับว่าที่มหาบัณฑิตด้วยนะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 01 ก.ค. 2008, 02:13 น.
ยินดีด้วยนะครับ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 01 ก.ค. 2008, 09:44 น.
ขอบคุณทุก ๆ คนเลยค่ะ สำหรับกำลังใจ + คำอวยพร :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 01 ก.ค. 2008, 09:51 น.
 ขอแสดงความยินดีด้วยครับ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 01 ก.ค. 2008, 09:52 น.
 :45:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 02 ก.ค. 2008, 21:41 น.
มาแสดงความยินดีกับว่าที่มหาบัณฑิตด้วยครับ  :02:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 02 ก.ค. 2008, 21:52 น.






ยินดีด้วยครับ :45:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 01:34 น.
ต๊าย พวกมีการศึกษา :10:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: กิมจิซี๊ด เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 02:37 น.
มาแสดงความยินดีด้วยครับ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 08:53 น.
ขอบคุณทุก ๆ คนเลยนะคะ  :56: ตอนนี้วุ่นวาย ๆ กับงานนิดหน่อย ปกติของต้นเดือน
ขอเคลียร์งานอีกแป๊บแล้วมาปั่นความรู้จู๋นี้ต่อนะคะ

อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 01:34 น.
ต๊าย พวกมีการศึกษา :10:

:30:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 11:56 น.
ผมยังไม่มีอะไรมาเล่าสู่กันฟังนะครับ
เพราะยังรู้สึกผิดหวัง ในตัวผู้ร่วมธุรกิจ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 12:02 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้โอ๋ววววว เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 11:56 น.
ผมยังไม่มีอะไรมาเล่าสู่กันฟังนะครับ
เพราะยังรู้สึกผิดหวัง ในตัวผู้ร่วมธุรกิจ

จริงๆ ผมว่าตรงนี้เป็นประสบการณ์ที่สำคัญมากๆนะครับ
ถ้าพี่โอ๋เล่าว่า จัดการกับธุรกิจยังไง จัดการกับผู้ร่วมธุรกิจยังไง
และที่สำคัญ จัดการกับความรู้สึกยังไง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 12:03 น.
อ้างคำพูดจาก: ณต ปีสี่ เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 12:02 น.
จริงๆ ผมว่าตรงนี้เป็นประสบการณ์ที่สำคัญมากๆนะครับ
ถ้าพี่โอ๋เล่าว่า จัดการกับธุรกิจยังไง จัดการกับผู้ร่วมธุรกิจยังไง
และที่สำคัญ จัดการกับความรู้สึกยังไง

นั่นแหละครับ

แต่ยังไม่อยาก  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 16:03 น.
แวะมาให้กำลังใจพี่โอ๋นะคะ สู้ ๆ ๆ ๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 16:05 น.
โอ๋พี่โอ๋ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 22:42 น.
เรื่องหุ้นส่วนเนี่ย
ผมไม่รู้ว่า MBA สอนไว้แค่ไหน

จากประสบการณ์ของผม หุ้นส่วนโกง
เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสจริงๆ
เพราะหุ้นส่วน ก็เป็นเพื่อนเป็นคนรู้จัก
บางทีอาจจะเป็นคนในครอบครัวด้วยซ้ำ

หุ้นส่วนบางคน จงใจทำให้เราอึดอัด
เพราะต้องการให้เราถอนหุ้น
จะด้วยวิธีโกงให้เราจับได้ก็มี
เอาแฟนหรือคนรัึกมาวุ่นวายกับธุรกิจก็มี

หุ้นส่วนบางคน มีผลประโยชน์ทับซ้อน
แทนที่กำไรของธุรกิจโดยรวมจะมากขึ้น
แต่กลับถูกผ่องถ่ายไปเข้ากระเป๋าตัวเอง
เช่นผูกขาดการจัดซื้อ จากซับพลายเออร์
ที่ตัวเองมีผลประโยชน์อยู่

เรื่องบางเรื่องบางทีเราก็ต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
เพราะบางที เราเองก็ไม่พร้อม ที่จะให้เขาถอนหุ้นออกไป

สาหัสจริงๆ นั่นแหละครับ
เพราะอะไรๆ ก็ไม่เท่ากับว่า
มันทำให้เราเสียความรู้สึก หมดสนุก  หมดไฟ  :39:
(แต่เพื่อนผมบางคน มันสนุกกับเรื่องแบบนี้  :39:
สนุกมาก กับการที่ได้ฟาดฟันกับหุ้นส่วน
ที่แต่ละคนเขี้ยวลากดิน)

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 09:02 น.
 :32: โอ้ว เรื่องนี้ตูนอ่านแล้วอึ้งไปเลยนะ เพราะมันไม่มีในหลักสูตรการเรียนหรอก
ตูนว่ามันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคนมากกว่า ไม่ว่าจะในการดูคน และ การจัดการกับคน
ที่ตูนเรียน ในส่วนวิชาของการจัดการ โดยเฉพาะกับคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ผู้ถือหุ้น หรือ พนักงาน
จะเป็นแนวนี้มากกว่า เพื่อสร้างแรงจูงใจ วางนโยบายอะไรต่าง ๆ และสร้างความเข้าใจให้ไปในทิศทางเดียวกัน

ส่วนเรื่องของผู้ถือหุ้น / การเลือกผู้ร่วมธุรกิจ / การดำเนินธุรกิจกับผู้ถือหุ้น
ส่วนมากมักจะเป็นคนที่มีความคุ้นเคย มีความสนิทสนมกันอยู่พอสมควร
เมื่อมาทำธุรกิจด้วยกัน เปิดร้านร่วมกัน เปิดบริษัทร่วมกัน
ซึ่งด้วยความสนิทสนม ความเป็นเพื่อนกัน พี่น้องกัน คนรู้จักกัน สนิทกัน
ก็อาจทำให้อะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ก็หยวน ๆ กันไป ตั้งแต่แรก ๆ จนมันบานปลาย

ถ้าสังเกต บริษัทใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้บริหาร
ก็จะดำเนินงาน ทำงานภายใต้กฎระเบียบของบริษัทที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
โดยเอามาตรฐานสากลต่าง ๆ มาเป็นหลักอ้างอิง ให้ทุกคนปฏิบัติตาม
เพราะหากเราตั้งกฎ ระเบียบขึ้นมาเอง ส่วนมากคนจะ anti
แต่หากมันเป็นหลักสากล ที่เราควรจะต้องทำเพื่อได้รับการยอมรับจากลูกค้า

การทำแบบนี้ เพื่อให้การทำงานทุกอย่างเป็นไปตามกฎ ระเบียบ มีการตรวจสอบ
มีเอกสารในการเบิกจ่าย เป็นไปตาม flow ในการทำงาน
ในการสั่งซื้อ มีการเปรียบเทียบราคา มีข้อมูลที่เปิดเผยในระดับบริหาร

หากการทำงานทุกอย่าง ถูกบังคับด้วยกฎระเบียบมาตรฐานต่าง ๆ
ช่องโหว่ก็จะน้อยลง การขัดแย้ง ก็จะสามารถอ้างอิงเหตุผลเพื่ออธิบายกันได้

มีบทความเกี่ยวกับ :: ข้อคิดก่อนจะมี "หุ้นส่วนธุรกิจ" (http://www.bunditcenter.com/articles.php?articleId=355) มาฝากให้อ่านกันค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 09:15 น.
แต่บริษัทใหญ่ๆ ส่วนใหญ่
เริ่มต้นก็มาจากบริษัทเล็กๆ
ที่มีหุ้นส่วนไม่กี่คนนะครับ

คือเราจะยกเอา Flow หรือกฎระเบียบ
จากบริษัทใหญ่ๆ มาใส่เลย
บางทีมันก็ทำให้เราเสียจุดแข็ง
ของบริษัทเล็กๆ ในเรื่องความยืดหยุ่น
และคล่องตัวไป

ผมว่ากฎระเบียบหรือ Flow
มันมักจะมาทีหลัง
(หลังจากที่เห็นช่องโหว่แล้ว)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 09:27 น.
Flow ของธุรกิจแต่ละขนาดมันก็ต่างกันนะคะพี่ณต
เราต้องเลือกแม่แบบที่เหมาะสม จัดโครงสร้างให้เหมาะสมกับขนาดธุรกิจของเรา
จะไปเอาต้นแบบบริษัทใหญ่ ๆ มาใ้ช้กับธุรกิจเล็ก ๆ คงไม่ได้

แต่เรื่องสำคัญน่าจะอยู่ที่ระบบการทำงาน ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก
แต่หากมีการจัดระบบการทำงานให้ถูกต้อง มีกำหนดกฎเกณฑ์ น่าจะดีขึ้น

ส่วนเรื่องความยืดหยุ่น ตูนว่าเป็นจุดแข็งและข้อได้เปรียบนะ
แต่ควรจะเป็นความยืดหยุ่่นเพื่อให้เกิดความคล่องตัว สำหรับลูกค้า

ส่วนปัญหาที่เกิด ตูนคิดว่าเนื่องด้วยความคล่องตัว สามารถยืดหยุ่นได้สูง
แต่เอามาใช้ผิดที่ผิดทาง ใช้เพื่อหาผลประโยชน์ใ้ห้แก่ตนเองนี่ก็แย่นะคะ

เรื่องพวกนี้ ส่วนมาก คงต้องคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์
ผู้บริหารที่ผ่านปัญหาพวกนี้มาหลากหลา่ย ใช้ประสบการณ์ล้วน ๆ เลยล่ะค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 09:40 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 09:27 น.


ส่วนปัญหาที่เกิด ตูนคิดว่าเนื่องด้วยความคล่องตัว สามารถยืดหยุ่นได้สูง
แต่เอามาใช้ผิดที่ผิดทาง ใช้เพื่อหาผลประโยชน์ใ้ห้แก่ตนเองนี่ก็แย่นะคะ

เรื่องพวกนี้ ส่วนมาก คงต้องคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์
ผู้บริหารที่ผ่านปัญหาพวกนี้มาหลากหลา่ย ใช้ประสบการณ์ล้วน ๆ เลยล่ะค่ะ

นั่นแหละึครับ ตรงประเด็นเลย
พอเรารู้ ก็เสียความรู้สึกมากๆ ด้วย

ผมชอบคนสมัยก่อนเวลาเขาทำธุรกิจกันนะ
ไม่ได้จบ MBA แต่ก็ทำูธุรกิจประสบความสำเร็จได้
สมัยปู่ผม ก็ผูกขาดคู่ค้าเหมือนกัน
แต่ปู่ผมบอกว่า มันเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ทางธุรกิจ
อย่าไปเห็นแก่กำไรเล็กน้อย เพราะบางทีซับพลายเอ้อร์
อีกเจ้านึงมาเสนอแข่ง อาจจะถูกกว่ากันไม่เท่าไหร่

แต่สายสัมพันธ์ทางธุรกิจ มันมีมูลค่ามากกว่านั้นเยอะ
สายสัมพันธ์แบบนี้ใช้เวลาสร้างมาเป็นแรมปี
อย่าให้มันจบลงภายในวันเดียว ด้วยกำไรเพียงไม่กี่บาท
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 10:06 น.
 :22: ค่ะพี่ณต จริง ๆ เรื่องบริหารธุรกิจ กูรูต่าง ๆ ที่เค้าเอาหลักการอะไรมาสอนเนี่ย
พื้นฐานเดิม ๆ ถ้าเอามาเทียบดู ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง CRM หรือ หลักการตลาดอื่น ๆ เนี่ย
จะเห็นได้เลยว่า คนเราทำแบบนี้กันมานานแล้ว

เพียงแต่ กูรู ต่าง ๆ เหล่านี้หยิบยกขึ้นมา และเขียนออกมาเป็นแนวความคิด เป็นหลักการ
แล้วนำแนวคิด หลักการนั้น ๆ ไปประยุกต์ใช้ เพื่อคิดกลยุทธ์ขึ้นมา
ไม่ใช่สิ่งที่คิดค้นขึ้นมา (เหมือนการค้นพบทางวิทยาศาสตร์)
แต่เป็นการเอาศิลปะในการบริหารธุรกิจออกมาเขียนเป็นหลักการ
เพื่อง่ายต่อความเข้าใจและอธิบายต่อคนอื่น ๆ

แต่ก็มีบางเรื่องที่เป็นแนวคิดใหม่ ๆ ที่มีคนคิดขึ้นมา เพื่อเป็นแนวทางใหม่ในการแข่งขัน

อย่างเรื่องที่พี่ณตพูดเกี่ยวกับการผูกขาดคู่ค้า อย่างที่คนสมัยก่อนทำ
ซึ่งเป็นการมีคู่ค้า หรือ Supplier น้อยราย แต่เลือกเฉพาะ Supplier ที่ไว้วางใจได้
และสร้างสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อทำงานร่วมกันยึดหลักแบบ win-win
อย่างนี้ เค้าก็เรียกว่าเป็นการทำ Partner-Suppliers

คนที่มองการณ์ไกล จะคิดแบบนี้ เพื่อหวังการทำธุรกิจยาว ๆ แบบเติบโตระยะยาว
แต่คนที่มองหาแค่ผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง จะคิดเพียงแค่ อันไหนได้มากกว่า
ใครให้ผลประโยชน์กับตัวเค้าเองได้มากกว่า ก็เลือกอันนั้น
โดยไม่นึกถึงผลได้ ผลเสีย ภายภาคหน้า ไม่มีการปูพื้นฐานทางความสัมพันธ์ที่ดี
แบบนี้ก็ไปไม่ได้ไกล อาจไ้ด้ผลประโยชน์สูง แต่ได้แค่ช่วงสั้น ๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Thegapfather เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 15:32 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้โอ๋ววววว เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:04 น.

เหมือนตอนนี้ผมทำโรงเรียน
ตั้งไว้ 4 ข้อ คือ

สิ่งที่ผมมีดีกว่าคนอื่น จะผลักดันให้ถึงที่สุด
สิ่งที่ผมกะที่อื่นมีพอๆ กัน ก็จะรักษาอย่าให้แพ้
สิ่งที่ผมสู้เขาไม่ได้ แต่ยังสูสี ผมก็จะไม่ยอมปล่อยให้ขาดลอย
และสิ่งที่ผมสู้เขาไม่ได้เลย ก็พยายามอย่าให้เขาเอามาเป็นข้อได้เปรียบเรานัก

นี่เป็นการตลาดที่ผมว่าเองเออ เองไปตามเรื่อง

:25: สุดยอดครับพี่โอ๋

เพิ่งมาเห็นกระจู๋นี้ครับ เลยนั่งอ่านทีเดียวหมดเลย
ได้แนวคิดของการทำโรงเรียนจากพี่โอ๋ แล้วก็แนวคิดธุรกิจของคุณตูน   :46:

ผมก็เปิดโรงเรียนเหมือนกันครับพี่โอ๋ 
เป็นโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์+ศิลปะ คือจะสอนไปในแนววาดรูป แล้วก็ทำ animation ครับ (อยู่ต่างจังหวัดครับ )
เมื่อก่อนสอนเล็กๆน้อยๆอยู่ที่บ้าน ตอนนี้ออกมาเช่าตึกได้เกือบ 2 ปีแล้วครับ

ปัญหาของการเปิดโรงเรียนสอนวิชาศิลปะืคือ เวลาส่วนมากเด็กๆจะเรียนพิเศษกันเต็มเอียดเลย
ทำให้หาเวลามาเรียนศิลปะ หรือวิชาอื่นๆนอกเหนือในโรงเรียนได้ยาก (พี่โอ๋เป็นเหมือนกันไหมครับ...)
ผมลองแก้ปัญหาด้วยการเอาเวลาที่เด็กว่างเป็นหลัก แล้วก็จับกลุ่มเด็กที่ว่างตรงกันมาเรียนด้วยกันแทน ( พระเจ้า.....ยากมากครับ :08:)
ตอนนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็น fixวัน เวลา อายุ เลยครับ ( ผมแก้ปัญหาถูกไหมนี่.... ไม่รู้จะเป็นยังไงกำลังลองดูครับ )
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 15:58 น.
อ้างคำพูดจาก: Thegapfather เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 15:32 น.
:25: สุดยอดครับพี่โอ๋

เพิ่งมาเห็นกระจู๋นี้ครับ เลยนั่งอ่านทีเดียวหมดเลย
ได้แนวคิดของการทำโรงเรียนจากพี่โอ๋ แล้วก็แนวคิดธุรกิจของคุณตูน   :46:

ผมก็เปิดโรงเรียนเหมือนกันครับพี่โอ๋ 
เป็นโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์+ศิลปะ คือจะสอนไปในแนววาดรูป แล้วก็ทำ animation ครับ (อยู่ต่างจังหวัดครับ )
เมื่อก่อนสอนเล็กๆน้อยๆอยู่ที่บ้าน ตอนนี้ออกมาเช่าตึกได้เกือบ 2 ปีแล้วครับ

ปัญหาของการเปิดโรงเรียนสอนวิชาศิลปะืคือ เวลาส่วนมากเด็กๆจะเรียนพิเศษกันเต็มเอียดเลย
ทำให้หาเวลามาเรียนศิลปะ หรือวิชาอื่นๆนอกเหนือในโรงเรียนได้ยาก (พี่โอ๋เป็นเหมือนกันไหมครับ...)
ผมลองแก้ปัญหาด้วยการเอาเวลาที่เด็กว่างเป็นหลัก แล้วก็จับกลุ่มเด็กที่ว่างตรงกันมาเรียนด้วยกันแทน ( พระเจ้า.....ยากมากครับ :08:)
ตอนนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็น fixวัน เวลา อายุ เลยครับ ( ผมแก้ปัญหาถูกไหมนี่.... ไม่รู้จะเป็นยังไงกำลังลองดูครับ )


ของผมก็เป็นปัญหาคล้ายๆ กันนะครับ
คือเรียนเสริม ต้องวิชาศิลปะเป็นสิ่งสุดท้าย
ผู้ปกครองคนไหน พาลูกมาเรียนศิลปะนี่ต้อง
มีทัศนคติต่อ ศิลปะดีมากๆ

ไว้ผมว่างๆ จะมาเล่าสู่กันฟังสนุกๆ อีกนะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 16:19 น.
อ้างคำพูดจาก: ณต ปีสี่ เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 22:42 น.
เรื่องหุ้นส่วนเนี่ย
ผมไม่รู้ว่า MBA สอนไว้แค่ไหน

จากประสบการณ์ของผม หุ้นส่วนโกง
เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสจริงๆ
เพราะหุ้นส่วน ก็เป็นเพื่อนเป็นคนรู้จัก
บางทีอาจจะเป็นคนในครอบครัวด้วยซ้ำ

หุ้นส่วนบางคน จงใจทำให้เราอึดอัด
เพราะต้องการให้เราถอนหุ้น
จะด้วยวิธีโกงให้เราจับได้ก็มี
เอาแฟนหรือคนรัึกมาวุ่นวายกับธุรกิจก็มี

หุ้นส่วนบางคน มีผลประโยชน์ทับซ้อน
แทนที่กำไรของธุรกิจโดยรวมจะมากขึ้น
แต่กลับถูกผ่องถ่ายไปเข้ากระเป๋าตัวเอง
เช่นผูกขาดการจัดซื้อ จากซับพลายเออร์
ที่ตัวเองมีผลประโยชน์อยู่

เรื่องบางเรื่องบางทีเราก็ต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
เพราะบางที เราเองก็ไม่พร้อม ที่จะให้เขาถอนหุ้นออกไป

สาหัสจริงๆ นั่นแหละครับ
เพราะอะไรๆ ก็ไม่เท่ากับว่า
มันทำให้เราเสียความรู้สึก หมดสนุก  หมดไฟ  :39:
(แต่เพื่อนผมบางคน มันสนุกกับเรื่องแบบนี้  :39:
สนุกมาก กับการที่ได้ฟาดฟันกับหุ้นส่วน
ที่แต่ละคนเขี้ยวลากดิน)



เห็นมาเยอะนะคะ  :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 05 ก.ค. 2008, 14:02 น.
หุ้นส่วนตูทำให้ตูอึดอัด
เพราะมันนอนตดในห้องแอร์
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 06 ก.ค. 2008, 01:28 น.
 :08: :08: :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 06 ก.ค. 2008, 01:33 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 05 ก.ค. 2008, 14:02 น.
หุ้นส่วนตูทำให้ตูอึดอัด
เพราะมันนอนตดในห้องแอร์
แอร์ไม่มีฟอกอากาศหละซิ  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 07 ก.ค. 2008, 14:28 น.
วันนี้มาคุยกันเรื่อง .. " Customer Lifetime Value "

ปัจจุบันการขายของจะเปลี่ยนจากการเน้นทำกำไรในการขายแต่ละครั้ง
เปลี่ยนเป็น เน้นการขายระยะยาว ตลอดชีวิตของลูกค้า หวังการขายระยะยาว
เราอาจจะยอมขายสินค้าดี ๆ แต่ราคาไม่สูงมาก พอมีกำไรแบบพออยู่ได้
ลูกค้าก็จะมองเห็นความสำคัญ รู้สึกดี ๆ และมาซื้อบ่อย ๆ เรื่อย ๆ
ทำกำไรจากช่วงชีวิต กินน้อย ๆ แต่กินได้นาน ๆ บ่อย ๆ ถี่ ๆ

วัตถุประสงค์ของแนวคิดนี้
- ลดการสูญเสียลูกค้าเก่า
- เพิ่มคนมาซื้อ(ลูกค้าใหม่) เพิ่มความถี่ในการซื้อของลูกค้าเก่า
- สร้างความรู้สึกดี ๆ กับลูกค้า (CRM) สร้างความจงรักภักดี
- กระตุ้นการซื้ออย่างต่อเนื่อง
- สร้างกำไรทีละน้อย แต่ระยะยาว

ตัวอย่าง
- Tops ออก Spots Reward สะสม Point ซื้อสินค้าราคาถูกกว่าคนทั่วไป + สะสมแต้ม หรือ 7-Eleven ก็เช่นเดียวกัน
- ร้านต่าง ๆ ที่ให้สะสม Point ให้สมัครสมาชิก สะสมแต้ม หรือ ลดราคาพิเศษ
มีสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก ยิ่งใช้มาก ยิ่งมีสิทธิพิเศษต่าง ๆ มาก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 08 ก.ค. 2008, 04:28 น.
ช่างตรงกันข้ามกับพวกหาบเร่ตามสถานที่ท่องเที่ยว
กูขายของกูทีเดียว ขูดรีดไปเลย
จะโดนด่าก็ไม่กลัว เพราะมีนักท่องเที่ยวมาใหม่ทุกวัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: vanat เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 02:00 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้โอ๋ววววว เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 16:04 น.

สิ่งที่ผมมีดีกว่าคนอื่น จะผลักดันให้ถึงที่สุด
สิ่งที่ผมกะที่อื่นมีพอๆ กัน ก็จะรักษาอย่าให้แพ้
สิ่งที่ผมสู้เขาไม่ได้ แต่ยังสูสี ผมก็จะไม่ยอมปล่อยให้ขาดลอย
และสิ่งที่ผมสู้เขาไม่ได้เลย ก็พยายามอย่าให้เขาเอามาเป็นข้อได้เปรียบเรานัก

นี่เป็นการตลาดที่ผมว่าเองเออ เองไปตามเรื่อง

ชอบตรงนี้ของคุณโอ๋ววววว ค่ะ
ขออนุญาตคัดลอกไปใช้กับตัวเองบ้างนะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 10:01 น.
อ้างคำพูดจาก: vanat เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 02:00 น.
ชอบตรงนี้ของคุณโอ๋ววววว ค่ะ
ขออนุญาตคัดลอกไปใช้กับตัวเองบ้างนะคะ

พี่โอ๋ คงยุ่ง ๆ พักนี้ ขอตอบแทนพี่โอ๋นะคะ  :46:

เรามาแบ่งปันความรู้ และ ประสบการณ์ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ค่ะ
ใครมีปัญหาเราก็มาช่วยกันเสนอ ช่วยกันหาแนวทางแก้ไข
ใครคิดจะสร้างเราก็ช่วยกันคิดวางแผนการดำเนินงาน

ยินดีและเต็มใจ ที่ทุก ๆ ตัวอักษร จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ไม่มากก็น้อยค่ะ  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Thegapfather เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 11:14 น.
การ์ตูนครับ อยากรู้หลักการตั้งราคา ของการบริการครับ (ของผมเป็นโรงเรียนครับ)   

:46: ล่วงหน้าครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 13:10 น.
ยินดีค่ะ พี่ Gap

เรื่องราคา เอาแบบกำปั้นทุบดินเลยก็ ต้นทุน + Margin ที่ต้องการ
แต่ต้องมานั่งจาระไนดูว่า เรามีต้นทุนอะไรบ้าง ? อันนี้แหละที่ต้องแยกย่อยออกไป
ถ้าจะแบ่งเป็นหมวดใหญ่ ๆ คือ ต้นทุนคงที่ กับ ต้นทุนผันแปร

ต้นทุนคงที่ อันนี้ตายตัวอยู่แล้ว เช่น เช่าตึกเดือนละ ?? ค่าจ้างพนักงาน (ครู) ?? ฯลฯ
อันนี้ต้องเป็นรายจ่ายที่จ่ายประจำ ไม่ว่าจะมีเด็กมาเรียนกี่คน กี่กลุ่ม ก็จะเป็นค่าใช้จ่ายเท่านี้
ไม่ผันแปรตามจำนวนนักเรียนที่มาเรียน ไม่ผันแปรตามเวลาการเรียนการสอน

ต้นทุนผันแปร อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง อาจจะขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียนที่มาเรียน
ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสื่อการเีรียนการสอน เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ฯลฯ

Margin ที่ต้องการ อาจกำหนดเป็น % หรือ อาจไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับ Course นั้น
ถ้าเป็นเรื่องเฉพาะทาง เป็น know-how ที่สอนให้ ก็อาจจะต้องมี Margin หรือ Overhead ตรงนี้สูง
แต่ถ้าเป็นการเรียนการสอนทั่ว ๆ ไป ที่มีการแข่งขันสูงเราต้องแข่งขันกับโรงเรียนอื่น ๆ ก็อาจจะปรับลดตรงนี้ลงเพื่อการแข่งขัน

อันนี้ก็คือพื้นฐานในการคิดราคาเบื้องต้นทั่ว ๆ ไป

แต่เรื่องที่น่าสนใจมากกว่า ก็คงจะเป็น การเอาราคามาเล่นในการแข่งขัน (กลยุทธ์ด้านราคา)

อยู่ที่ว่ากลุ่มลูกค้าที่เรา Focus ไป เป็นกลุ่มไหน คู่แข่งเรามีมากน้อยแค่ไหน การแข่งขันสูงหรือไม่

ถ้าการแข่งขันสูง เราอาจจะใช้ราคาแบบ ต่ำกว่าตลาด (ต่ำกว่าโรงเรียนอื่น)
ถ้าการแข่งขันปานกลาง อาจจะใช้ราคาเท่า ๆ กันกับตลาด แต่ประชาสัมพันธ์ให้มาก แสดงให้เห็นว่าของเราดียังไง
แต่ถ้าโรงเรียนเรามีจุดเด่น มี Course ที่น่าสนใจ เป็นอะไรที่โดดเด่น ที่อื่นไม่มี ตรงนี้เราอาจจะเ่ล่นราคาแบบ สูงกว่าตลาดได้
เปรียบเทียบเป็นสินค้า(เพื่อง่ายต่อความเข้าใจ) ถ้าสินค้าไหนมันโดน มี Design เท่ห์ มียี่ห้อ ราคาก็จะสูง
เช่นเดียวกัน โรงเรียนที่สอนเฉพาะทาง มีวิชาเรียนพิเศษ ๆ ที่โดดเด่น เพิ่ม skill ด้านใหม่ ๆ

แต่ไม่จำเป็นว่า เราต้องใช้กลยุทธ์ราคาแบบใดแบบหนึ่งกับทั้งโรงเรียน
พิจารณาดูว่าแต่ละ Course ของเรา เป็นแบบไหน ควรวางตำแหน่งราคายังไง
ซอย Course ออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ แล้วกำหนดราคาให้ต่างกัน เหมือนวางหมากไว้หลาย ๆ จุด

นอกจากนี้ ถ้าเอาเรื่อง Demand กับ Supply มามองก็ได้เช่นกัน
ถ้าตลาดมี Demand สูง Supply ต่ำ .. ราคาก็จะสูงตามกลไกตลาด
ถ้าตลาดมี Demand ต่ำ Supply สูง .. คู่แข่งก็จะห้ำหั่นกันด้วยราคาเพื่อแย่งลูกค้ากัน

ถ้าตูนอธิบายไม่เข้าใจตรงไหนถามเพิ่มเติมได้นะคะ
หรือถ้าอยากอ่านเป็นหลักการ จะหามาให้ เพราะส่วนมากที่พิมพ์ตอบในจู๋นี้จะด้นสด ๆ
คิด ๆ แล้วก็พิมพ์ บางครั้งก็กลัวว่าจะอ่านแล้วสับสนหรือเปล่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 13:56 น.
สาระล้วนๆ   :46:  ขอบคุณค่ะพี่ตูน

:12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 17:03 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 08 ก.ค. 2008, 04:28 น.
ช่างตรงกันข้ามกับพวกหาบเร่ตามสถานที่ท่องเที่ยว
กูขายของกูทีเดียว ขูดรีดไปเลย
จะโดนด่าก็ไม่กลัว เพราะมีนักท่องเที่ยวมาใหม่ทุกวัน

ตูนมองว่า พวกของที่ขายในสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะของกิน หรือ ของชำฝาก
ตามสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เน้นขายให้ต่างชาติ ที่ตั้งราคาสูงจนเวอร์
ทั้ง ๆ ที่บางทีเป็นของธรรมดาที่เรารู้ ๆ ราคากันอยู่แล้ว

แต่การที่ไปซื้อในสถานที่นั้น ๆ คือการไปท่องเที่ยว เป็นการซื้อความสุข
นักท่องเที่ยวบางส่วน ยินดีที่จะจ่าย เพื่อเป็นของที่ระลึกบ้าง ฝากคนรักบ้าง
ไม่ได้มองในแง่ของการไปซื้อของแล้ว คุ้มหรือไม่คุ้ม อารมณ์ประมาณว่า ซื้อด้วยอารมณ์ มากกว่าเหตุผล

พ่อค้า แม่ค้า ที่ขายตามนี้ ก็ไม่ต้องแคร์ด้วยว่าจะมีคนมาซื้อต่อเนื่อง ซื้อบ่อย ๆ อีกไหม
อย่างที่พี่แอนว่า เพราะมีนักท่องเที่ยวมาใหม่ทุกวัน แล้วถ้าจะกลับมาอีกก็คงอีกนาน อาจจะเป็นปี
แล้วก็ไม่ต้องลดราคาเพื่อให้คนซื้อเยอะ ๆ ด้วย เพราะมีคนมาซื้อไม่กี่ชิ้นก็อยู่ได้สบาย ๆ กำไรเหนาะ ๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: vanat เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 18:01 น.
ขอบคุณน้องตูนนะคะ  :46:
ความรู้ทั้งดุ้นเลยค่ะ  :12: พี่ก็เคยไปเรียนพวกนี้มานะ
แต่ไม่รู้เป็นไง เวลาทำจริงๆ กลับไม่ค่อยนึกถึง
และเอามาใช้ไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนเหมือนกัน
แล้วมันก็ซึมหายไปในสมอง แล้วหาไม่เจอ  :41:
ตอนนี้พี่กำลังสร้าง เป็นธุรกิจด้านบริการที่กรีซ
จริงๆ อยากเปิดเป็นไทยสปา ไทยแท้ๆ แต่นั่นมันยังเป็นความฝัน
เพราะพี่ไม่มีเงินทุนขนาดนั้น
พี่เลยทำเป็นนวดไทยแผนโบราณ ไม่มีร้านค่ะ
ใช้บ้านตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นก่อน ไม่ต้องลงทุน เริ่มจากศูนย์จริงๆ
อืม...ไม่สิ จริงๆก็ลงทุนไปเรียนนวดที่ไทยมาแล้ว
อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนใช่ไหมคะ
พี่แหกคอกจากสายวิชาที่เรียนมาก ตัวเองน่าจะไปทำกราฟฟิคดีไซน์ต่อ
แต่ดันฉีกมาทำงานบริการแทน อันนี้ก็ช่างมันเถอะ คงไม่มีสาระที่จะต้องกล่าวถึง
เอาเป็นว่าปัจจุบัน พี่ไปทำกับเพื่อนที่เป็นคนกรีกด้วยกัน
รายได้ก็หักเป็น 50/50  ส่วน tip ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคลเก็บได้เลยไม่ต้องแบ่ง
ตอนนี้เป็นการเริ่มต้นสดๆร้อนๆ พี่กะลังดูว่าหากเราสามารถ Delivery ไปตามบ้านลูกค้า
ทำที่บ้านด้วย และทำกับเพื่อนด้วย มันจะเข้าท่าไหม
และอีกอย่างพี่ก็ไม่มีข้อมูลอะไรที่กรีซ ที่พอจะบอกได้ว่าธุรกิจด้านนี้จะทำรายได้มาก
อาศัยลองคุยกับเพื่อน ลองเดาส่งเดช ใช้วิจารณญาณของตัวเองส่วนใหญ่
ยังไงน้องตูนคิดว่าจะแนะนำไอเดียร์อะไรให้พี่ได้บ้าง
พี่ยินดีมากเลยนะคะ ตอนนี้พี่ยังใหม่มากๆ กับการเริ่มต้นตรงนี้

(กระจู๋นี้พี่ไม่ได้ตามอ่านทุกหน้าหรอกนะจ๊ะ อาศัยหน้าแรกและหน้าสุดท้าย ฮิฮิ  :43:)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 20:10 น.
ยินดีค่ะพี่ตู๋

ตอนนี้ตูนอยากแนะนำว่า การที่จะไปทำธุรกิจต่างบ้านต่างเมือง
ควรจะศึกษากฎระเบียบ ข้อมูลเกี่ยวกับคนที่นั่นให้มากสักหน่อยนะคะ
บางเรื่องเค้าถือ หรือ ไม่อย่างไร ตูนไม่แน่ใจว่า พี่ตู๋ไปอยู่ที่นั่นนานแล้วหรือยัง

หลัก ๆ ถ้าจะเปิดเป็นร้านจริงจัง เรื่องกฎหมาย ทำอะไร ๆ ให้ถูกต้องนี่คงสำคัญที่สุด
รองลงมาก็คือลูกค้า คนที่ประเทศนั้นเป็นยังไง ชอบยังไง ชอบอะไร
เพราะถ้าเราเอาว่านวดตามแบบที่เรียนมา (นวดแผนไทย) บางครั้ง บางอย่าง อาจไม่ถูกใจคนต่างชาติ
ต้องค่อย ๆ ศึกษา สังเกต หรือ สอบถามจากผู้ที่เคยมีประสบการณ์นะคะ

ตูนเป็นห่วงอย่างนึงคือ เรื่อง Delivery
เราต้องเข้าใจว่า ฝรั่งมองคนไทย หลายแง่มุม
การที่เราให้บริการนวด ถ้าเราไม่ชัดเจน อาจเป็นผลเสียได้
อันนี้คงพอนึกออกนะคะ ยิ่งโดยเฉพาะแนวความคิด Delivery
ที่พี่ตู๋จะมีการให้บริการถึงบ้าน เรื่องนี้ขอแบ่งเป็นข้อ ๆ

1. คนในประเทศนั้นถือกันยังไง ยินดีที่จะให้มีคนเข้าไปในบ้านเค้าหรือไม่
บางประเทศ บ้านเมืองเค้าถือเรื่องความเป็นส่วนตัว ไม่นิยมให้ใครไปยุ่งย่ามไปบ้านเค้า
การให้บริการแบบนี้ก็อาจจะไม่ได้รับการตอบรับจากลูกค้านัก

2. การบริการนวด ที่เรานำเสนอว่า เรามี Delivery ไปนวดถึงบ้าน
ต้องชัดเจน ว่า นวดอย่างไร กี่นาที กี่ชั่วโมง มีข้อกำหนดให้แน่ชัด
ว่าจะให้บริการอย่างไร มีขั้นตอนในการให้บริการยังไง
ไ่ม่อย่างนั้น เค้าอาจจะเข้าใจผิด เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันว่า
คนบางกลุ่ม อาจมองคนไทยในเรื่องการขายบริการทางเพศ ตามแบบที่ได้ยินได้ฟังมา

เรื่องสุดท้าย คือการทำงานกับเพื่อน ตอนแรกพึ่งเริ่มต่างคนต่างร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือกันก็ดีนะคะ
แต่ขอแนะนำว่า การจะเริ่มทำควรจะคุยกันให้แน่ชัด เคลียร์ให้ชัดเจนเลย
เกี่ยวกับเรื่องการทำงาน รายได้ ส่วนแบ่งต่าง ๆ เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใครอย่างที่รู้กันค่ะ
แนะนำว่า ควรทำบัญชีรายรับ รายจ่าย(ถ้ามี) อัตราส่วนแบ่ง และ กำหนดรอบเวลาที่จะทำการแบ่งกันให้ชัดเจน
เืพื่อตัดปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งปัญหาพวกนี้ ทำให้อาจเสียเพื่อน เสียผู้ร่วมธุรกิจไปมาก
เพราะตอนนี้อาจดูว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เงินหมุนเวียนไม่มาก
แต่ถ้าเราทำอะไรให้เป็นระบบระเบียบเอาไว้ เมื่อธุรกิจเราเริ่มโตขึ้น เราก็จะโตอยู่บนฐานที่มั่นคง

:12: เป็นกำลังใจให้นะคะ คืบหน้ายังไงอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้าง ว่าธุรกิจดำเนินไปอย่งไร เอาใจช่วยค่ะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: vanat เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 20:22 น.
โอ้ววว..น้องตูน พี่จะให้คะแนนน้องยังไงดีล่ะ
ยังไม่มีสิทธิ์  :35:
ขอบคุณมากนะคะ แวะมาอ่านคำตอบก่อน
แล้วเดี๋ยวพี่จะแวะมาเขียนใหม่  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 20:26 น.
ยินดีค่ะ ตูนรอฟังนะคะ ประสบการณ์ของแต่ละธุรกิจ แต่ละคนต่างกัน
ได้ฟังได้เก็บเกี่ยวเอาไ้ว้ อย่างน้อยก็ได้มาแลกเปลี่ยนกัน ได้รู้อะไรที่ไม่เคยรู้

ตูนก็ยังไม่ได้ลงหลักปักฐาน ทำธุรกิจอะไรเป็นของตัวเองชัดเจนสักเท่าไหร่
ช่วงนี้ก็ทำงานบริษัท และ Freelance Trader ด้วย เกี่ยวกับงานด้านอุตสาหกรรม
ขอศึกษาตลาด เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความพร้อมด้านการเงินก่อนค่ะ

:35: หาพนักงานเพิ่มไหมคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 10 ก.ค. 2008, 01:32 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 17:03 น.
แต่การที่ไปซื้อในสถานที่นั้น ๆ คือการไปท่องเที่ยว เป็นการซื้อความสุข
นักท่องเที่ยวบางส่วน ยินดีที่จะจ่าย เพื่อเป็นของที่ระลึกบ้าง ฝากคนรักบ้าง
ไม่ได้มองในแง่ของการไปซื้อของแล้ว คุ้มหรือไม่คุ้ม อารมณ์ประมาณว่า ซื้อด้วยอารมณ์ มากกว่าเหตุผล

สงสัยตูไม่ได้อยู่ในส่วนนั้น :05:
เพราะพอเข็ดกับการขูดรีดจากที่ไหนทีนึงก็จะพาลเกลียดที่นั่นไปเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 10 ก.ค. 2008, 08:45 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 10 ก.ค. 2008, 01:32 น.
สงสัยตูไม่ได้อยู่ในส่วนนั้น :05:
เพราะพอเข็ดกับการขูดรีดจากที่ไหนทีนึงก็จะพาลเกลียดที่นั่นไปเลย

:30: ตูนก็เป็นพี่แอน ยิ่งแม่นะจะบ่น ๆ ๆ หงุดหงิดไม่พอใจ พาลไม่ซื้อด้วย
ที่ตูนพูดเรื่องนั้นหมายถึงนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม หรือชาวต่างชาติ ทำนองนี้
แต่จะว่าไป เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวรู้หมดเลยนะ เวลามาเที่ยว ราคาของอะไร ๆ
เค้าศึกษามาหมด ที่กิน ที่เที่ยว ราคาของ หลอกไม่ค่อยได้แล้วล่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 10 ก.ค. 2008, 16:06 น.
มาแอบอ่านครับ

ไม่มีความรู้พอจะเสนอความเห็ฯ ขอรายงานตัว แล้วไปแอบอ่านเงียบๆ ดีกว่าครับ อิอิ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: vanat เมื่อ 11 ก.ค. 2008, 20:06 น.
พี่อยู่กรีซมาจะครบ 5 ปีแล้วจ้า
จากที่ได้เคยคุยกับเพื่อนๆ เขาบอกว่ายังไม่มีกฎหมายรับรองงานบริการด้านนี้
ไม่ต้องไปจดทะเบียนและทำใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะเหมือนอย่างประเทศไทย
นอกจากว่า ถ้าเราจะเปิดเป็นกิจการในรูปบริษัทหรือธุรกิจส่วนตัวอะไรก็ตาม
เราก็ต้องไปจดขึ้นทะเบียน แล้วเขาก็ให้หมายเลขมา แล้วระบุว่าธุรกิจที่เราทำเกี่ยวกับอะไร
แล้วก็ยังต้องทำเรื่องเสียภาษี ทำประกันสุขภาพ ในแต่ละปีเขาจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจดู มาประเมินผล
แล้วก็มีเงินสนับสนุนนิดหน่อยจากรัฐบาล ถึงกระนั้นเราก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีให้เขาด้วย

อย่างที่บอกว่าพี่และเพื่อนยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น คือลองตลาดด้วยเหมือนกัน
ถ้ามันเวิร์คในระดับที่น่าพอใจ ก็คงต้องก้าวอีกขั้น คือทำให้ทุกอย่างถูกต้อง ถูกระเบียบ
(เท่ากับว่าตอนนี้พี่จัดตั้งแบบไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ภาษีก็ไม่จ่ายด้วยแหละ อิอิ)
และพวกพี่กะลังมองว่าเราควรทำประกันให้ลูกค้า เผื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่อันนี้เรื่องใหญ่
เพราะต้องใช้เงินจำนวนมาก ตอนนี้อาศัยว่าจะนวดใครก็ต้องสัมภาษณ์ ทำประวัติ ตรวจสุขภาพนิดหน่อย
กรณีไหนมันเสี่ยงก็ไม่ทำดีกว่า ต้องใช้ความระมัดระวังเหมือนกัน

ส่วนเรื่องที่ว่างานนวดนี้ออกจะถูกมองเป็นเรื่องการขายบริการทางเพศ แน่นอนอยู่แล้วค่ะ
ไม่ว่าทั้งไทยและเทศ มีความคิดด้านนี้หมด มันก็เลยต้องขึ้นอยู่กับการพรีเซ้นต์ของเรา
และการเลือกลูกค้า ส่วนใหญ่เพื่อนพี่จะดูแลตรงนี้เพราะเป็นคนกรีกง่ายกว่าอยู่แล้วเรื่องภาษา
ส่วนพี่นี่จะเป็นจุดขายให้เขา เพราะเป็นผู้หญิงไทย เราก็เน้นบริการไปมาลาไหว้ แต่งตัวไทยๆ
ใช้กิริยามารยาทแบบไทย ถ้ามาใช้บริการแล้วเราก็อยากให้เขาประทับใจ อยากจะเน้นอะไรที่มันไทยๆ
แต่คงไม่ได้ 100% และส่วนใหญ่ลูกค้าอยากจะให้ผู้หญิงเป็นคนนวดให้ ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นจุดขายได้เหมือนกัน
แต่เราก็ต้องระวังรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี  อืม....พี่ยังคงต้องเจอพวกเสือสิงห์กระทิงแรดในอนาคตแน่นอน

ตอนนี้เพื่อนพี่เขาโปรโมททางเว็บไซต์ อย่างเดียว อ้อ..แล้วมีส่วนนึงที่ใช้เพื่อนบอกต่อ
ก้อมีทั้งนวดไทย สวีดิช ฮอตสโตน ลองเข้าไปดูที่เว็บนะคะ
http://www.therapist-gr.com เว็บยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่
ยังต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมเร็วๆนี้

เรื่องความขัดแย้งระหว่างเพื่อน เชื่อว่ามันคงต้องมีบ้าง เห็นด้วยที่น้องตูนแนะนำนะคะ ขอบคุณมากเลย
พี่ก็คิดไว้ก่อนแล้วเหมือนกัน แต่บุคลิกพี่นี่คือยอมเสี่ยงเรื่องเพื่อนซะส่วนใหญ่ ไม่ค่อยจะซีเรียสมากนัก
บางทีมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บอกไม่ถูกเหมือนกัน คือพี่ไม่ค่อยกลัวซะแล้วสิ
พี่ไม่ได้จดข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร อาศัยสัญชาติญาณอย่างเดียว ใช้ดูหน้า คุยกันตรงๆ
ถ้าดูแล้วรู้สึกว่ามันคุยกันถูกคอ ก็พอใจ แล้วก็วัดใจกันไปเลย และมีอีกเรื่องนึงที่พี่อธิบายไม่ชัดเจน
คือ จริงๆพี่จะเริ่มทำจากที่บ้านตัวเองก่อน แต่ว่าตอนนี้ยังไม่เรียบร้อย
ส่วนบ้านเพื่อนเขาลงทุนจัดห้อง ตกแต่ง ซื้ออุปกรณ์ซะเรียบร้อย  ก็เลยตกลงกันว่า งั้นพี่ไปทำที่บ้านเพื่อนละกัน
เท่ากับพี่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย  (เป็นฟรีแลนซ์ว่างั้นก็ได้) ถ้าพี่มีลูกค้า รายได้ของพี่ต้องแบ่งเขา 50/50 ยกเว้น ติ๊ป
แต่ถ้าเพื่อนพี่มีลูกค้า เขาก็ได้ไปเต็มๆ ไม่ต้องแบ่ง พี่รู้สึกโอเคตรงนี้นะ เพราะพี่ไปอาศัยสถานที่และอุปกรณ์ของเขา
ส่วนเรื่องการมีส่วนร่วม เขายินดีรับฟังไอเดียร์และความคิดเห็นของพี่เต็มที่
และอีกอย่างเพราะเขาอายุมากกว่า มีประสบการณ์มากกว่า พี่เลยไม่ต้องไปเสนออะไรมาก (ฮิฮิ ดีไหมเนี่ย)
ก็ยังหรอกค่ะ ยังต้องปรับเปลี่ยนอะไรอีกมาก รวมทั้งในอนาคต อาจจะมีการร่วมลงทุน ขยับขยาย  เมื่อถึงเวลานั้นค่อยว่ากันอีกที

แหม่...ร่ายมาซะยาว คือประเด็นสำคัญพี่อยากได้พนักงานเพิ่มนะ เลยต้องเล่าให้หมด
ให้เห็นความเสี่ยงชัดๆ แล้วน้องตูนจะมาช่วยพี่ไหมล่ะ มาตามสายเคเบิ้ลก่อนละกัน
ค่าเครื่องบินพี่ยังไม่มีอ่ะ มีแต่บ้านให้อยู่ น้ำให้อาบ ส่วนอาหารต้องช่วยทำนะจ๊ะ
พี่ไม่ใช่แม่บ้านที่ดีสักเท่าไหร่ (อิอิอิ) ทำอาหารไม่ค่อยเป็น

อ่าาา...Freelance Trader มันเป็นยังไงเหรอคะ เกี่ยวข้องกับการส่งออกหรือเปล่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 11 ก.ค. 2008, 23:51 น.
 :30: มาแปะไว้ก่อน อ่านหมดเรียบร้อยแล้ว แต่ยุ่ง ๆ
จะรีบมาตอบอีกทีในเร็ววันนะคะ  :22:

แก้ไข .. (มาตอบแล้วจ๊ะ)

ช่วงนี้สุขภาพย่ำแย่มาก ๆ ทั้งภูมิแพ้ ทั้งอาหารเป็นพิษ ต้องขอโทษที่ตอบช้าสุด ๆ

เรื่อง Freelance Trader เป็น Job พิเศษ ที่เราหาต่อยอดได้เอง
เนื่องจากการทำงานบริษัทจุดนี้ ทำให้รู้จักและสนิทกับ Supplier หลาย ๆ เจ้า
ซึ่งมีธุรกิจที่เอื้อ ๆ กันอยู่บ้าง เราก็ช่วยติดต่อ เป็นตัวกลางบ้าง เนื่องจากเรามีเครือข่าย รู้จักคนเยอะ ๆ
เวลาเค้าหาสินค้าอะไร หรือ ต้องการติดต่ออะไร เราก็เป็นตัวกลางค่ะ
งานส่วนมากจะเป็น Project ถ้าจบปิดงานได้เราก็จะได้ส่วนต่างหรือ %

งานนี้เป็นงานที่กำลังเริ่ม ๆ ทำ เนื่องจากมีพี่คนนึงชวน และขอให้ช่วย Support
หา Supplier ต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ จริง ๆ ตอนนี้ยังไม่สำเร็จ เนื่องจากพึ่งเริ่มต้น
รอผลสรุปอยู่หลายรายการเหมือนกัน สู้ ๆ ค่ะ

ส่วนเรื่องร้านนวด ของตู๋ ยังไงก็มา Update เรื่อย ๆ นะคะ
ติดตามค่ะ ยังไงก็สู้  ๆ นะคะ มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลย ยินดีค่ะ

หมายเหตุ .. ช่วงนี้ สปาหินร้อน จากญี่ปุ่น มาแรงนะคะ ลองหาอะไรที่แปลก ๆ เป็นเอกลักษณ์
แต่ถ้าช่วงเริ่มต้น ศึกษาความเป็นไปได้ให้แน่นอนก่อน แล้วค่อยลงทุนกับพวกเครื่องไ้ม้เครื่องมือ ที่มีต้นทุนสูงนะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 15 ก.ค. 2008, 13:00 น.
Outsource

การแข่งขันที่สูงมาก ๆ เป็นที่มาของการลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด
เพื่อจะได้มีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ ปัจจุบันบริษัทต่าง ๆ จึงเน้นการ Outsource

การ Outsource เพื่อให้งานที่เราไม่ถนัดมีประสิทธิผลมากขึ้น
งานรวดเร็วมากขึ้นทันต่อการแข่งขัน บริหารด้านที่ไม่ถนัดที่เป็นจุดอ่อนด้วยผู้ที่เชี่ยวชาญ
เพื่อแก้ไขจุดอ่อน แก้ไขปัญหาต่าง ๆ

เพื่อให้การทำงานเหมาะสม กระชับ รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ-ผล มากขึ้น
สามารถลดค่าใช้จ่าย หรือ มีค่าใช้จ่ายเท่าเดิมแต่ได้ผลที่มากขึ้น ดีขึ้น

ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ Outsource
- ดูลักษณะงานนั้น ๆ ว่าจำเป็นมากน้อย คุ้มหรือไม่ในการจ้าง ถ้าทำเองดีก็ไม่ต้อง
- การ Outsource ให้คนอื่นมาทำงานนั้น ๆ มีผลต่อความลับของบริษัทที่ต้องรักษามากน้อยแค่ไหน
- ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย คุ้มกับผลงาน/รายได้ที่เพิ่มขึ้นไหม

ตัวอย่างการ Outsouce
- จ้างผู้เชียวชาญเฉพาะทางในเรื่องต่าง ๆ มาทำงานหรือเป็นที่ปรึกษา
- ว่าจ้างเหมาในเรื่องการดูแลระบบ IT หรือ อุปกรณ์เทคนิค เครื่องมือ เครื่องจักร
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 15 ก.ค. 2008, 13:57 น.
ช่วงหลังๆ นี่คล้ายงานควบคุมต้นทุนที่แอ้ทำอยู่เลยค่ะ

แอบเห็นพี่โอ๋มาแล้ว สวัสดีค่ะพี่โอ๋ คิดถึงจัง.. หายดีแล้วใช่ไหมคะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 15 ก.ค. 2008, 14:03 น.
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 15 ก.ค. 2008, 13:57 น.
ช่วงหลังๆ นี่คล้ายงานควบคุมต้นทุนที่แอ้ทำอยู่เลยค่ะ

แอบเห็นพี่โอ๋มาแล้ว สวัสดีค่ะพี่โอ๋ คิดถึงจัง.. หายดีแล้วใช่ไหมคะ  :22:
:22:

ค่อยดีขึ้นแล้วครับ
ขอตามอ่านก่อน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 15 ก.ค. 2008, 14:04 น.
 :56: คิดถึงพี่โอ๋ เป็นยังไงบ้างคะ หวังว่าหายดีแล้วนะ เป็นห่วงค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 16 ก.ค. 2008, 10:08 น.
ช่วงนี้ใครทำธุรกิจเกี่ยวกับ นำเข้า - ส่งออก
ติดตามและสังเกตค่าเงินบาท vs Dollar สหรัฐฯ ด้วยนะคะ
ช่วงนี้มันเหมือนกับ ขึ้น ๆ ลง ๆ ค่อนข้างแกว่งขึ้น มากกว่าลง
คือแต่ละวัน จะขึ้นบ้าง ลงบ้าง บางวันลง 0.10-0.15 แต่ขึ้น 0.20-0.25
ประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ขึ้นมาจาก 31.28 ตอนนี้ 33.55
แต่ขึ้นแบบนี้คนไม่ค่อยรู้ตัว เพราะไม่ได้ขึ้นแบบก้าวกระโดด
ก็ต้องคอยดูกันว่าหลังเลือกตั้งสหรัฐฯเสร็จเรียบร้อยเมื่อไหร่
มันจะเป็นยังไง .. คงต้องระวังเกิดภาวะฟองสบู่แตกอีกครั้งก็อาจเป็นได้  :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 08:48 น.
หลายวันก่อน ระหว่างผมป่วย
อ่านเจอ ใครสักคนถามเรื่องการตั้งราคา
และ อยู่ในธุรกิจการศึกษา
ผมไปนอนๆ คิดว่า ตัวผมเองก็ทำกิจการแบบนี้
แล้วผมตั้งราคาแบบไหน...

ผมก็เอาหลักคิดแบบที่เคยบอกมาตั้งราคาเหมือนกัน คือ
เอา 4 ข้อที่ผมว่าเอง เออเองนั่นแหละมาจับ
(อย่าเชื่อทั้งหมด เพราะ 4 ข้อที่ว่ายังพิสูจน์อย่างฟันธงไม่ชัด
ว่าสำเร็จจริงไหม)


1. แตกต่างเหนือคู่แข่ง-หาจุดเด่นอย่างชัดเจน
ข้อนี้ต้องหาจุดดีมากของร้านฟ้าให้ออกมาให้ได้
สมมติ เราบริการดีกว่าแบบประทับใจเมื่อเข้ามาทุกวินาทีหายใจ


2. ดีกว่าคนอื่น-อีกนิ๊ด
สมมติ เรามีของเจ๋งกว่าร้านอื่น คุณภาพดีกว่า

3. เท่าๆ กะคู่แข่ง
สมมติ เรามีของที่ร้านอื่นมี เรามีด้วย

4. พอรับได้ แบบสูสี
สมมติ ราคาถึงเราจะแพงกว่าคู่แข่ง แต่เมื่อชดเชยด้านอื่นแล้ว
ให้ลูกค้ารู้สึกรับได้

ผมเอาสี่ข้อที่ว่า วางลงแล้ว
มาคิดว่า จุด ตัดสินใจอะไรบ้าง
ที่ลูกค้าจะเลือกใช้บริการเรา
ผมมานั่ง เขียนๆ ลงกระดาษ
เขียนไปฉีกไป ลบไปก็ได้มาอีกสี่ข้อ
ที่คิดว่าน่าจะ เป็นสิ่งที่ลูกค้าคิดตัดสินใจ

- ราคา
- ความหลากหลาย
- สะดวก (ในทุกๆ ด้าน)
- ประสบการณ์ ต่อเรา - ความประทับใจ


ผมได้มาสีข้อย่อยแล้ว ผมก็เอาสี่ข้อเดิมมาจับ

ราคา - - ผมไม่น่า ไม่สามารถลดลง ได้มากกว่า ในท้องตลาด
ก็เลยไม่เอามาแข่งขัน แต่ถ้าแพงกว่าคนอื่นมากก็ลำบาก
ผมเลือกตัวนี้เป็น ที่-3

ความหลากหลาย- - ผมคิดว่า นี่น่าจะเป็น วิชาที่ผมเปิดสอน
ของโรงเรียนผม มีความหลากหลายตามสมควร แต่ก็ไม่อาจจะ
บอกได้ว่า หลากหลายกว่า ที่อื่น ผมวางตัวนี้เป็นข้อ - 2

สะดวก (ในทุกๆ ด้าน)
- -ผมคิดว่า ข้อนี้คือ ข้อที่ผมมีน้อยสุด(สาขา)
เลยวางไว้เป็น ข้อ -4

ประสบการณ์ ต่อเรา - ความประทับใจ - -ข้อนี้คือจุด ดีที่สุดในโรงเรียนของผม
ผมใส่เลข 1 ให้เลย และผมบอกทุกคนที่เกี่ยวข้อง ว่า ธุรกิจเราคือ
ธุรกิจการศึกษาผสมธุกิจการบริการ

พอผมวางทิศทาง วิเคราะห์หมุดหมายของโรงเรียนแล้ว
ผมก็คิดราคาได้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อผมรู้แล้วว่าโรงเรียนผมกำลัง
ทำอะไร กับใคร ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มไหน ผมก็ตั้งราคาได้
ไม่ยากเกินไปนัก

เล่าสู่กันฟังนะครับ ผมก็กำลังเดินทางเพื่อไปสู่ขอบฟ้าความหวัง
ผิดบ้างถูกบ้าง ต่างเรียนรู้ รู้น้อยก็เอามาแบ่งกัน วันหน้ารู้มากกว่าเดิม
ก็จะเอามาแบ่งกัน ตามทัศนคติต่อชีวิตนี่แหละครับ รัก&แบ่งปัน(รักและแบ่งปัน)


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 12:14 น.
First / Best / Difference
เลือกเอาว่าตัวเองจะยืนอยู่ตำแหน่งในในสามจุดนี้

ไม่ได้คิดเองหรอกครับ ลอกเขามา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 12:24 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 12:14 น.
First / Best / Difference
เลือกเอาว่าตัวเองจะยืนอยู่ตำแหน่งในในสามจุดนี้

ไม่ได้คิดเองหรอกครับ ลอกเขามา


แล้วแต่ละอันมันต่างกันยังไงครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Thegapfather เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 17:48 น.
 :46:  ขอบคุณพี่โอ๋คับ เดี๋ยวจะลองเอามาเทียบกับธุรกิจตัวเองดู
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 18:10 น.
อ้างคำพูดจาก: ณต ปีสี่ เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 12:24 น.
แล้วแต่ละอันมันต่างกันยังไงครับ

First - เป็นผู้บุกเบิกครับ คิดจะทำอะไรเป็นเจ้าแรกเลย (นึกภาพก็ ชาเขียวยี่ห้ออะไรอ้ะ ที่เป็นเจ้าแรก)
Best - ไหนๆ เห็นข้อเสียของเจ้าแรกแล้ว เราลบข้อบกพร่องนั้นแล้วไปยืนในจุดสูงุดเบอร์ 1 ให้ได้ เช่นโออิชิ
Different - ไหนๆ เรามาช้ากว่าชาวบ้าน เขามีเจ้าตลาดอยู่แล้ว ลองหาช่องว่างที่แปลกใหม่ดู จะได้แนว

ประมาณนี้แหละครับ :08: อธิบายเรื่องนี้ไม่เป็นซะด้วย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 20:08 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 18:10 น.
First - เป็นผู้บุกเบิกครับ คิดจะทำอะไรเป็นเจ้าแรกเลย (นึกภาพก็ ชาเขียวยี่ห้ออะไรอ้ะ ที่เป็นเจ้าแรก)
Best - ไหนๆ เห็นข้อเสียของเจ้าแรกแล้ว เราลบข้อบกพร่องนั้นแล้วไปยืนในจุดสูงุดเบอร์ 1 ให้ได้ เช่นโออิชิ
Different - ไหนๆ เรามาช้ากว่าชาวบ้าน เขามีเจ้าตลาดอยู่แล้ว ลองหาช่องว่างที่แปลกใหม่ดู จะได้แนว

ประมาณนี้แหละครับ :08: อธิบายเรื่องนี้ไม่เป็นซะด้วย

First - AIS
Best - TRUEMOVE convergence
Different - DTAC Happy
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 02:11 น.
แล้ว Hutch ล่ะ :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 02:22 น.


รอวันโดนยึด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 03:55 น.
 :22: มาจดๆๆๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 08:32 น.
ตอนนี้ราคาเหล็กถีบตัวสูงขึ้น ตอนแรกกะจะไม่บ่นแล้ว ขึ้นมา 100%
ตอนนี้จะขึ้นไปมากกว่า 200% แล้ว  :44: 

ธุรกิจอสังหาฯ ก่อสร้าง รถยนต์ อะไรต่าง ๆ ที่ใช้เหล็กเป็นวัตถุดิบหลัก
เจอปัญหาตาม ๆ กัน เพราะเหล็ก เอามา stock มากก็จะมีแต่ผลเสีย
ไหนจะเสี่ยงต่อการเหล็กเป็นสนิม ยิ่งชิ้นส่วนรถยนต์ เอามา stock
เก็บไม่ดี ผิว Material เป็นรอย ก็จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่ ต้องเสียแรงงานคนมาขัดผิว
หรือใช้เครื่องเจีย ยิ่งไปกันใหญ่เลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 10:54 น.
เล่าสู่กันฟัง

ผมเข้ามาทำโรงเรียนสอนศิลปะเด็ก เกือบ สองปีแล้ว
คำถามที่ผม ถามตัวเองตลอดก่อนมาทำ คือ
เราแน่ใจว่าสิ่งนี้เหมาะกับเราแล้วใช่ไหม?

ก่อนนี้ผมเพียรถามตัวเองว่า นอกจากจะเป็นพนักงานบริษัท
แล้วเรายังจะทำอะไรได้อีกบ้าง และระหว่างนั้นผมหาทาง
ทำโน่น นี่ นั่น ตลอดเวลา เสื้อผมก็ทำขาย หนังสือผมก็เขียน
สิ่งใดในความหมายของ จิปาถะผมทำไปหมด
ถนัดบ้าง ลองผิดลองถูกบ้าง ก็ว่ากันไป ในความคิดว่า ดีกว่าไม่ได้ทำ
เจ็บตัวบ้าง เจ็บใจบ้าง สุขบ้าง มีหวังจนไร้หวังบ้าง

ผมไปรื้อกระเป๋าเงินใบเก่า หาอะไรไปเรื่อย
ไปเจอเศษกระดาษใบเล็กกว่านามบัตรหน่อยนึง
ในนั้นเขียนว่า ผมจะเป็นครูสอนศิลปะ และจะเปิดโรงเรียนของตัวเอง
ผมลืมไปแล้วว่าเคยเขียนไว้ แต่พอเจอก็จำได้
ว่าเขียนไว้ตอนไหน บรรยากาศความคิดตอนเขียนเป็นอย่างไร
อ่านแล้วมีความสุขนิดหน่อย ว่านี่คือฝันที่ได้เริ่ม

ตอนผมเขียน ผมไม่รู้ ไม่เห็น คิดไม่ออก
ว่าจะเริ่มอย่างไร สอนใคร ที่ไหน
แล้วจะสร้างโรงเรียนเองได้อย่างไร
ขณะนั้น ผมน่าจะอ่านหนังสือสักเล่ม(เลาๆ)
แล้วเขาคงบอกว่าให้เขียนฝันไว้ ผมก็หัวอ่อน
เชื่อเขาแล้วเขียน เขียนส่งๆ ทิ้งๆ ไปแบบนั้น
วันนี้เป็นจริงแล้ว

สิ่งที่เขียนไว้ อาจจะเป็นจิตใต้สำนึกลึกลงไปว่า
เป็นสิ่งที่เราเฝ้าฝันมันตลอด โดยเราอาจจะรู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง
แต่ทิศทางชีวิตอาจจะมุ่งสู่เรื่องฝันโดยไม่รู้ตัว
ผมหาคำอธิบายต่อเรื่องราวไม่ได้ และไม่มีคำอธิบาย
ผมยังเขียนฝันไว้เยอะไปหมด แอบตามกระเป๋าเงิน
ตามกระเป๋าสะพาย สำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง
ยังไม่ได้เริ่มบ้าง และคิดอะไรได้อีกก็เขียนอีก
เอาไว้กันลืม


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 11:12 น.
 :40: ดีัจัง งั้นตูนจะลองเขียนดูบ้าง ..

"สักวันเราจะมีบ้านในฝันเป็นของตัวเอง บ้านหลังเล็ก ๆ ที่อบอุ่น
อยากทำงานอยู่ที่้บ้าน ใช้วิธีติดต่อสื่อสาร โทรศัพท์ internet แทนการเดินทาง
จะได้ดูแลลูก ๆ ที่บ้านได้ด้วย  :56:"
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 11:20 น.
อ้างคำพูดจาก: ยัยแก้มป่อง เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 11:12 น.
:40: ดีัจัง งั้นตูนจะลองเขียนดูบ้าง ..

"สักวันเราจะมีบ้านในฝันเป็นของตัวเอง บ้านหลังเล็ก ๆ ที่อบอุ่น
อยากทำงานอยู่ที่้บ้าน ใช้วิธีติดต่อสื่อสาร โทรศัพท์ internet แทนการเดินทาง
จะได้ดูแลลูก ๆ ที่บ้านได้ด้วย  :56:"

ผมเขียนไว้เยอะไปหมดนะครับ  :43:

เช่น

ทำรายการโทรทัศน์
เขียนหนังสือ
เขียนคอลัมน์
เขียนการ์ตูน
ออกหนังสือเอง
ฯลฯ

เขียนฝันเล็กฝันน้อยด้วย
เช่น
อาทิตย์นึงจะกินปลาหมึกให้ได้หนนึง
จะเตะบอลให้ได้หนนึง

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 11:33 น.
 :56: มาสารภาพในจู๋นี้ คือเรื่อง Blue Ocean Strategy : Case Study
ตูนไมไ่ด้ลืมนะคะ .. แต่ยังไม่ได้หาหนังสือในลังเลย (มัวแต่เล่นเกมส์)
สัญญาว่าจะเอามาเล่าให้อ่านแน่นอน มันมีเป็นสิบ case เลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 09:17 น.
เพื่อน ช่วยเพื่อน

ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือมากๆ
แต่ข้อเสียคือผมไม่ค่อยชอบเดินทาง ท่องเที่ยว
สิ่งที่รู้ เรียนรู้เลยได้มาจากการอ่านแทบทั้งหมด
นั่งรถมาทำงานก็อ่าน นั่งรถกลับบ้านก็อ่าน
เข้าห้องน้ำก็อ่าน ว่างเป็นอ่าน
อ่านทุกอย่างที่อ่านได้อ่านออก

พอผมเริ่มมาทำโรงเรียนซึ่งเป็นกิจการของตัวเอง
ผลพวงจากการอ่าน ก็ได้นำเอามาใช้หลายครั้ง
เช่น ผมเคยอ่านเจอว่า เมื่อครั้ง บิล คลินตัน เด็กๆ
เขาเคยบอกทุกคนว่า ตัวเขาเองจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ
แล้วเขาก็เดินทักทายทำความรู้จักคนไปทั่วเมือง
และบอกกับทุกคนว่า ต้องการเพื่อนเยอะๆ
เพราะในอนาคตเขาจะต้องเป็น ประธานาธิบดีสหรัฐ
ผมก็ได้เรียนรู้คำว่า เพื่อนเยอะๆ
การมีเพื่อนเยอะมีผลดีแบบนี้ คนเก่งคนนึง
ยิ่งมีเพื่อนดีด้วยเยอะด้วยก็ยิ่งดีขึ้น
มันเกี่ยวอะไรกับธุรกิจกันหรือ เรื่องเพื่อนเยอะ
ผมก็เอากรณี คุณ กนก รัตน์วงค์สกุล มาเป็นตัวอย่าง
ถ้าผมไม่เป็นเพื่อน(รุ่นน้อง) ของพี่กนก
การที่ผมจะเอารูปของพี่กนกไปใช้ในเว็บโรงเรียน
ก็คงต้องมีค่าใช้จ่าย และเป็นไปได้ที่ผมจะจ่ายไม่ไหว
กรณีนี้ผมและพี่กนก รัก เคารพ นับถือเป็นมิตร
ทั้งหมดก็เป็นการเอื้อเฟื้อกัน พี่ช่วยน้อง เพื่อนช่วยเพื่อน

ในภาษาของนักการตลาด เขาเรียกเรื่องพวกนี้ว่า
คอนเนคชั่น หรืออะไรทำนองนี้ ส่วนภาษาของผม
ก็เพื่อน นี่แหละ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 09:30 น.
อ่อนน้อมถ่อมตัว

ผมติดใจเว็บฟอนต์จากหลายๆเรื่อง
แต่ที่ประทับใจมากคือ เจ้าของเว็บ( ไอ้แอนนนนน)
เป็นคนที่ทำให้ผมทึ่งเสมอๆ ในหลายๆ เรื่อง
และเรื่องที่ผมปลื้มเขามากคือ...
การที่เขาทำให้ผมรู้สึกว่า โลกนี้มีึคนเก่งเยอะไปหมด
และเราเรียนรู้จากคนเก่งนั้นได้ด้วย

เมื่อก่อนผมเป็นคนอีโก้จัด จัดมากขนาด
เผลอๆ ยังเกลียดตัวเองว่าทำไมเป็นได้ขนาดนั้น
และมีข้อเสียมากๆ คือขี้หมั่นใส้คนอื่น
หมั่นใส้โดยไม่จำเป็น เกินจำเป็น
นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าผมพลาดโอกาส
หลายอย่างไปในชีวิต
พอรับรู้พฤติกรรมการแสดงออกของแอน
ผมเปลี่ยนทัศนคติต่อเรื่องพวกนี้ใหม่หมด
แถมผมอ่านเจอในหนังสือของ หนูดี (เล่มใหม่)
ชื่อหนังสือว่า อัจฉริยะ...เรียนสนุก ว่า
จำไว้เสมอจะมีคนอย่างน้อย 5 คน
บนโลกใบนี้เก่งกว่าเรา คือ
ครู รุ่นพี่  เพื่อน คนแปลกหน้า เด็กน้อย

ผมอ่านแล้วเอ้อ แฮะ แน่แล้ว
ในโลกล้วนมีคนฉลาดกว่าเราเสมอเลย

การอ่อนน้อมถ่อมตัว ผมเอามาประยุกต์กับการเป็นครู
เป็นคนทำโรงเรียนสอนศิลปะ เป็นเจ้าของกิจการได้อย่างดียิ่ง
สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งปกติในชีวิตที่เรารับรู้ เรียนรู้
สังเคราะห์ นำไปใช้ไปปรับตามสภาพที่เรามี เป็น ได้อย่างดี
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 09:16 น.
นี่คือสิ่งที่ผมจะทำ- -และให้เป็นไป
.....................................................
ขนาดของสิ่งที่ผมกำลังทำ มองดูแล้ว
ผมก็คิดว่ามันเล็กจิ๊ดเดียว เมื่อมองรายได้
แต่ผมคิดว่า มันใหญ่โตมากในความหมายของมัน
และในความมุ่งมั่นที่ให้มันเป็นไป
ผมเชื่อว่า ถ้าเป็นครูที่ดีสักคนก็จะเปลี่ยนโลกของเด็กๆ ได้หลายๆ คน
และเชื่อว่า ถ้ามีโรงเรียนที่ดีก็จะเปลี่ยนโลกของเด็กๆ ได้เยอะกว่าเดิม
ผมเลยมีหมุดหมายในหัวใจ เป็นพันธะสัญญาเลยว่า
ผมจะทำโรงเรียนสอนศิลปะเด็กที่ดีที่สุดในประเทศให้ได้
และมีแนวทางค่านิยมว่า ต้องให้เด็กมีศิลปะนิสัยติดตัวไปตลอดชีวิต
เวลาพบปะเจอใคร ถ้าได้มีโอกาสพูดถึงเกี่ยวเนื่องกับเรื่อง
ที่ผมทำ ผมก็จะบอกทุกๆ คนเสมอๆ ในแนวทางที่จะทำ
เมื่อก่อนมันเป็นความฝัน วันนี้เริ่มค่อยๆ เป็นไปได้
ผมก็ยังมุ่งมั่น มั่นหมายว่าในอนาคตมันต้องเป็นให้ได้
และดีกว่าเดิมตลอดเวลา 

ใครก็แล้วแต่ได้อ่าน พันธกิจ(ภาษาที่เขาใช้ๆ กันผมเพิ่งรู้) ของผม
คือ จะเป็นโรงเรียนสอนศิลปะเด็กที่ดีที่สุดในประเทศ อาจจะมองผมว่า
เพ้อเจ้อ หรูหราเกินจริง หรือไม่มีทางมีโอกาสเป็นไปได้
แต่ผมก็ไม่เห็นเป็นเรื่องน่ากังวลใจ
เพราะ ได้ ไม่ได้มันไม่ได้อยู่ที่คำของใครๆ บอกว่า ได้หรือไม่ได้
ทั้งหมดอยู่ที่ตัวผมและคนรายรอบที่ข้องเกี่ยว
ผมฝัน ผมฝัน แล้วผมก็ฝัน ฝันไว้และ
เมื่อมีโอกาสก็ลงมือทำ ทำ ทำและทำ

ไม่รู้ยังมี ผู้มีฝันอ่านอยู่ที่นี่สักกี่มากน้อย
ถ้ามาอ่านเจอข้อความเหล่านี้ ก็ขอให้
เิลิกวิตกทุกข์ร้อน แล้วลงมือทำกันนะครับ
ในชีวิตเราผมเชื่อ ว่ามีคำถามใหม่ๆ ทุกๆ วัน
และคำตอบก็รอคำถามตลอดเวลา
ถ้าเราไม่เลิกตั้งคำถามต่อชีวิต ต่อความฝัน
ผมว่าสิ่งเหล่านี้มันจะเป็นเข็มทิศที่ดีที่นำไปสู่จุดหมายที่ดีได้




ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 09:28 น.
 :56: มาตามอ่านเรื่อย ๆ นะคะพี่โอ๋

ตอนนี้มี พันธกิจ ใหม่สำหรับตูนที่เกิดขึ้น
คือ ตูนจะดูแลร่างกายให้แข็งแรงกว่านี้  :37:
ตอนนี้ร่างกายย่ำแย่มาก งาน ธุรกิจ Job ที่เคยรับมาต้องพักเอาไว้ก่อน
ทั้งแฟน ทั้งพ่อแม่ ขอให้ดูแลสุขภาพก่อน  :40:

ตอนนี้คงต้องเก็บแรง รักษาร่างกาย ให้เข้มแข็ง
จะได้สานฝันต่อไปให้ได้ สู้ ๆ เหมือนกันค่ะพี่โอ๋

พักนี้ช่วยเพื่อน ๆ สาวกหลายคนหลังไมค์
เกี่ยวกับเรื่องข้อมูลการตลาดบ้าง อะไรบ้าง
เลยไม่ค่อยได้เขียนในนี้ ดีใจที่ได้ช่วยพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนนะ
มันเป็นสิ่งดี และก็อย่าคิดว่าเป็นการรบกวนหรืออะไรเลย
เพราะการที่มีคนมาถามเพิ่ม 1 คน 1 คำถาม
มันทำให้ตูนไ้ด้กลับไปรื้อ ๆ ค้น ๆ สมุดที่ตูนเคยเขียน เคยจดเอาไว้
หนังสือที่อยู่ในกล่อง ได้หยิบมาทบทวนอีกครั้ง
เพื่อหาคำตอบมาตอบทุก ๆ คน .. ด้วยความยินดีค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 09:33 น.
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 09:28 น.
:56: มาตามอ่านเรื่อย ๆ นะคะพี่โอ๋

ตอนนี้มี พันธกิจ ใหม่สำหรับตูนที่เกิดขึ้น
คือ ตูนจะดูแลร่างกายให้แข็งแรงกว่านี้  :37:
ตอนนี้ร่างกายย่ำแย่มาก งาน ธุรกิจ Job ที่เคยรับมาต้องพักเอาไว้ก่อน
ทั้งแฟน ทั้งพ่อแม่ ขอให้ดูแลสุขภาพก่อน  :40:

ตอนนี้คงต้องเก็บแรง รักษาร่างกาย ให้เข้มแข็ง
จะได้สานฝันต่อไปให้ได้ สู้ ๆ เหมือนกันค่ะพี่โอ๋

พักนี้ช่วยเพื่อน ๆ สาวกหลายคนหลังไมค์
เกี่ยวกับเรื่องข้อมูลการตลาดบ้าง อะไรบ้าง
เลยไม่ค่อยได้เขียนในนี้ ดีใจที่ได้ช่วยพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนนะ
มันเป็นสิ่งดี และก็อย่าคิดว่าเป็นการรบกวนหรืออะไรเลย
เพราะการที่มีคนมาถามเพิ่ม 1 คน 1 คำถาม
มันทำให้ตูนไ้ด้กลับไปรื้อ ๆ ค้น ๆ สมุดที่ตูนเคยเขียน เคยจดเอาไว้
หนังสือที่อยู่ในกล่อง ได้หยิบมาทบทวนอีกครั้ง
เพื่อหาคำตอบมาตอบทุก ๆ คน .. ด้วยความยินดีค่ะ

แล้วแบบนี้จะไปแข่ง กินหมูกะทะ ได้เหรอ :22:

จริงๆ ถ้ามีคำถามน่าจะเอามาแปะในนี้บ้าง
ถ้ามันไม่เป็นความลับ นะครับ
จะได้รู้กันถ้วนทั่ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 09:37 น.
 :48: ตูนช่วยเสนอ + รวบรวมข้อมูลค่ะ เพราะชอบ  :33:
แต่ตอนนี้ไอเอทค่ะ เดี๋ยวรับปริญญาแล้วถ่ายรูปไม่สวย
คงไ่ม่ลงแข่งจ๊ะ แต่ว่า เชียร์เต็มที่

น้องเดือน ตั้งจู๋ถามเรื่อง ผลกระทบจากการที่ บริษัทต่างชาติมาลงทุนในไทย (ข้อดี / ข้อเสีย)
แล้วก็มีคุยกันหลังไมค์ต่อนิดหน่อยค่ะ  :56:  เรื่องนี้ค่อนข้างน่าสนใจ ถ้าเอามาถกกัน คงคุยสนุกแน่ ๆ เลยค่ะ

พี่ส้ม อันนี้เกี่ยวกับธุรกิจจริง ๆ หาตัวอย่าง และ ลำดับ การวางแผนการตลาด
(ไม่เปิดเผยดีกว่าค่ะเพราะเกี่ยวกับธุรกิจจริง ๆ)


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 09:40 น.
เอ้าจะรับปริญญาเหรอ
ยินดีอย่างแรง...

เรื่องกระจู๋ บริษัทข้ามชาติ
ผมเคยอ่านเจอแล้วหายไปเลย
ไม่ได้ไปตอบหาอีกก็ยาก  :22:

ส่วนเรื่องการตลาดเพียวๆ
แบบของส้ม ก็ละไว้เถอะครับ

:12:

+ ตูนนะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 09:50 น.
เดือนมกราคม ปีหน้านี่ล่ะค่ะ  :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 12:30 น.
ส้มอยากทำงานกับนักธุรกิจทุนหนา ที่เห็นค่าการตลาดมานานแล้ว

แผนการจะได้ใช้ได้จริงๆ ไม่ใช่เขียนออกมาแล้วเอาไว้บูชา

ขอบคุณน้องตูนนะคะ :25:  เดี๋ยวได้เรื่องอะไรยังไงจะเอามาเล่าสู่กันฟังนะคะพี่โอ๋

มันสนุกตรงที่เป็นการตลาดระหว่างประเทศนี่แหละ :12:



// ส้มทำแผนการตลาดใหญ่ได้ แต่อธิบายออกมาให้ดูเป็นทางการไม่เป็น นี่แหละที่มาตกม้าตาย เลยต้องวานขอข้อมูลจากตูน :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 12:44 น.
ที่ส่งไปให้เมื่อคืน พอใช้ได้บ้างไหมอ่ะคะพี่ส้ม  :40:

แล้วก็ตอนที่พี่ส้ม away ไปอ่ะ ตูนส่ง link เกี่ยวกับการโปรโมตกิจกรรม CRM ของคอนโดอื่น ๆ
พี่ส้มได้รับหรือเปล่าคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 12:47 น.
ได้แล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ เพื่อนพี่ก็ส่งของเมืองนอกมาให้ดูเหมือนกัน

ลูกค้านอกจากพวกคหบดีแล้ว ก็ต่างชาติล้วนๆเลยค่ะ :05: :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Thegapfather เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 14:48 น.
อ้างคำพูดจาก: rajun เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 09:16 น.
นี่คือสิ่งที่ผมจะทำ- -และให้เป็นไป
.....................................................
ผมฝัน ผมฝัน แล้วผมก็ฝัน ฝันไว้และ
เมื่อมีโอกาสก็ลงมือทำ ทำ ทำและทำ

ไม่รู้ยังมี ผู้มีฝันอ่านอยู่ที่นี่สักกี่มากน้อย
ถ้ามาอ่านเจอข้อความเหล่านี้ ก็ขอให้
เิลิกวิตกทุกข์ร้อน แล้วลงมือทำกันนะครับ
ในชีวิตเราผมเชื่อ ว่ามีคำถามใหม่ๆ ทุกๆ วัน
และคำตอบก็รอคำถามตลอดเวลา
ถ้าเราไม่เลิกตั้งคำถามต่อชีวิต ต่อความฝัน
ผมว่าสิ่งเหล่านี้มันจะเป็นเข็มทิศที่ดีที่นำไปสู่จุดหมายที่ดีได้

ยังฝันอยู่ และก็ลงมือทำอย่างไม่ย่อท้อครับ
ฝันของผม ขอแค่ที่หนึ่งในจังหวัด(ราชบุรี) ก่อนครับพี่โอ๋

:46: พี่โอ๋ สำหรับข้อคิด และมุมมอง ที่ทำให้มีกำลังใจสู้ครับ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 31 ก.ค. 2008, 09:15 น.
ชัดเจน เจนจัด และแน่ใจ

ครั้งที่ผมได้ฟังเจ้านายผมเล่าเรื่องราว
ในแง่การบริหารจัดการ มีประโยคนึง
ที่ผมฟังแล้วสะดุดใจเลยจำและจำไว้
เผื่อมีประโยชน์ต่ออนาคตและสิ่งที่ผมจะทำ
"ต้องแน่ใจว่าเราเหมาะสมกับธุรกิจ"
ส่วนจะแน่ใจได้อย่างไร ผมก็ตอบไม่ได้
บางคนอาจจะต้องลองผิดลองถูก เพื่อ
เอาสิ่งผิดพลาดมาเป็นบทเรียน บางคนอาจจะ
ใช้หัวใจตัดสิน ฟังเสียงในใจเสมอๆ หรือ
มีกลวิธีอื่นที่ทำให้รู้ก็ตามแต่เป็นไป

ผมนับถึงปัจจุบันนี้ สิ่งที่คิดว่าเหมาะสม นั่นคือ
การเอาสิ่งที่ชอบมาทำมาหากิน ยิ่งถ้าชอบมากๆ ยิ่งดี
ผมชอบการเป็นครู การสอนเด็กๆ เวลาผมได้ทำอะไร
แบบนี้ผมไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อ หรือคิดว่ามันเป็นงาน
ผมสามารถทำได้ตลอดเวลา ปัจจัยแบบนี้แหละที่ผมคิดว่า
มันคงชัดเจนแล้วว่าเหมาะแน่นอนกับตัวเอง

ใครที่มองหาและเฝ้าคิดว่า ตัวเองจะทำสิ่งใด อะไร ที่ไหน อย่างไร
ผมอยากจะบอกเล็กน้อยว่า ลองหาสิ่งชอบและรัก
ทำดูก่อน ถ้าไม่รู้ว่าชอบอะไรรักอะไรก็ทำหลายๆ อย่าง
เชื่อว่าสักวันหนึ่ง เวลานึง คงจะต้องเจอแน่นอน
เจอช้า เจอเร็วไม่เป็นไร แต่ลงมือทำเถอะแล้วจะเจอ

การทำเรื่องราวใดใด  ถ้าเป็นธุรกิจแล้ว
ก็เป็นเกมส์ เป็นเกมส์ก็ต้องแข่ง เมื่อแข่งแล้ว
เราต้องเก่ง ไม่เก่งก็แพ้ ไม่อยากแพ้ต้องเก่ง


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: vanat เมื่อ 31 ก.ค. 2008, 09:39 น.
sorry that I cannot type Thai now
but the message from rajun
make me realize about my dreams
many.. and I threw them away.
It seem to be that I must look them back.
thanks rajun and here..F0NT
both... could inspire my dream again.
:12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: PalmySyd เมื่อ 31 ก.ค. 2008, 09:49 น.
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 12:30 น.
ส้มอยากทำงานกับนักธุรกิจทุนหนา ที่เห็นค่าการตลาดมานานแล้ว

แผนการจะได้ใช้ได้จริงๆ ไม่ใช่เขียนออกมาแล้วเอาไว้บูชา

ขอบคุณน้องตูนนะคะ :25:  เดี๋ยวได้เรื่องอะไรยังไงจะเอามาเล่าสู่กันฟังนะคะพี่โอ๋

มันสนุกตรงที่เป็นการตลาดระหว่างประเทศนี่แหละ :12:



// ส้มทำแผนการตลาดใหญ่ได้ แต่อธิบายออกมาให้ดูเป็นทางการไม่เป็น นี่แหละที่มาตกม้าตาย เลยต้องวานขอข้อมูลจากตูน :30:

เมื่อก่อนปาล์มคิดเหมือนเจ๊เลย  อยากเขียนแผนตลาดที่จะเอาไปใช้จริง ไม่ใช่เขียนออกมาแล้วเอาไปบูชา

ตอนนี้ปาล์มลงมือทำงานจริงกับธุรกิจครอบครัว
ปาล์มมีแผนตลาดไว้ในหัว ไม่ได้เขียนออกมา
ปรับแก้แผนไปตามสถานการณ์

มีสิ่งนึงที่ปาล์มย้อนคิดกลับไป "ทำไมก่อนหน้านี้แผนตลาดตูถึงไปอยู่บนหิ้ง ไม่ได้หยิบมาใช้จริง"
คำตอบที่ได้คือ "เพราะมันนำมาใช้จริงไม่ได้"
แผนการตลาดที่ดีไม่ได้อยู่ที่นายทุนที่ดีมีเงินหนา
แต่แผนตลาดที่ดีคือแผนที่นำไปใช้ได้จริง ทำได้จริง และผลที่ออกมาได้ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้

ความคิดเจ๊ ตูเข้าใจดีเลยล่ะ  ถ้ามีนายทุนใจดีมีเงินหนา สามารถดึงความคิดที่เราวาดฝันไว้ออกมาทำจริงได้ คงสนุกน่าดู
แต่จะมีซักกี่รายที่ยอมเอาเงินทุนมหาศาลมาละลายกับเรา  ตัวปาล์มเองก็เป็น รู้นะว่าเงินมีเท่าไร แต่ทำไมเราต้องเอามาใช้จ่ายเยอะแยะล่ะ?
ในเมื่อยังมีวิธีการอื่นที่ใช้จ่ายไม่มาก แต่ได้ผลเหมือนกัน  ดังนั้นตูเลือกทำการตลาดแบบใช้งบประมาณให้น้อยที่สุด โดยที่ได้ผลตอบแทนกลับมามากที่สุด



การตลาดระหว่างประเทศ น่าสนุก ตูเองก็ฝันอยากทำเหมือนกัน รู้สึกท้าทายความสามารถดี

เพื่อนตูหลายคนถามตูว่าทำไมไม่กลับไทย  กลับมาสิมีตำแหน่งนั่นนู่นนี่ว่าง มาสมัครเลย รับรองได้อยู่แล้ว
หลายคนถามตูว่าไม่เสียดายวิชาความรู้หรอ  อยากให้กลับมาใช้วิชาความรู้พัฒนาประเทศ(ฟังดูยิ่งใหญ่จัง)
คำตอบของตูคือ "ไม่เสียดาย เพราะวิชาความรู้ที่ตูเรียนมาก็ยังอยู่ในหัวตู เมื่อถึงเวลาตูก็หยิบมาใช้ ทุกวันนี้ก็ได้ใช้นะ ใช้กับธุรกิจตัวเองนี่แหละ แถมยังได้ช่วยประเทศด้วย ดูดเงินต่างชาติเข้าประเทศไง แล้วก็ยังช่วยการส่งออกของไทยด้วยนะเออ (ฟังดูเท่มั้ย) ....ไม่แน่นะ ต่อไปอาจจะเห็นร้านอาหารตูไปโลดแล่นแข่งกับMc KFC Pizza ก็ได้นะ"
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 31 ก.ค. 2008, 10:02 น.
มามะ ปาล์ม มากอดที  :05:




ของตูที่เจอ คือ ลูกค้าไม่เห็นคุณค่าการตลาดไง

จะทำทั้งที เสือกทำไม่สุด มันก็เลยเป็นเรื่องการเอาเงินไปละลายในแม่น้ำ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 31 ก.ค. 2008, 10:03 น.
เดินตามความฝัน .. ของกลิ่นกาแฟ

กลิ่นหอม ๆ ของกาแฟที่ลอยมา มันทำให้เรามีความฝันตั้งแต่เด็ก
ตอนนั้น ยังกินกาแฟไม่ได้ แต่รู้สึกดีทุกครั้งที่เดินผ่านร้านกาแฟ
ได้กลิ่นกาแฟ มันหอมจังเลย ..

ความผูกพันกับ ขนมเบเกอรี่ อีกอย่างนึง
แม่ชอบทำขนมเค้ก คุ๊กกี้ พายต่าง ๆ ให้ลูกทาน
คัพเค้ก ถ้วยเล็ก ๆ ที่ได้ทานตอนออกจากเตาร้อน ๆ
มันหอม ผิวข้างนอกกรอบ ๆ นิด ๆ ข้างในนุ่ม ๆ ร้อน ๆ

เคยคุยกับแม่ตั้งแต่ตอนนั้นว่า หนูอยากทำร้านกาแฟ
แล้วแม่ทำขนมเค้กนะ เปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ กัน
ตั้งแต่ตอนนั้น ที่ร้านกาแฟสดยังไม่บูมแบบนี้

แต่ความฝันนั้นก็ยังมีอยู่นะ อยากมีร้านเล็ก ๆ จัดร้านแบบน่านั่งสบาย ๆ
อบขนมใหม่ ๆ ร้อน ๆ ให้ลูกค้าทาน มีอาหารเบา ๆ สำหรับมื้อเที่ยง
แม่คงมีความสุข .. ที่ได้มีร้านแบบนี้สักร้าน

ความฝันนี้ .. เป็นอีกฝัน ที่จะทำ
เป็นฝันที่ .. มีความสุขเมื่อนึกถึง
ทุก ๆ ครั้งที่ได้ไปนั่งจิบกาแฟในร้านที่เราชอบ
ก็ทำให้นึกถึงฝันนี้ .. ทุกครั้งเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 31 ก.ค. 2008, 10:05 น.
+ ทุกท่าน
รอดู ปาล์มโกอินเตอร์ ทั่วโลกเลยดีกว่า  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 09:09 น.
มีบล็อก ในโอเคเนชั่น
เขียนถึงคุณ ตัน โออิชิ ไว้
น่าสนใจ และมีประโยชน์มาก
สำหรับผู้ริเริ่มกิจการ และทุกท่าน

เขาจั่วโปรยบล็อกไว้แบบนี้

สะกิดต่อมคิดซีอีโอ

คนเป็น"ซีอีโอ" เขา คิด และ ทำ กันอย่างไร
จึงทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
"กรุงเทพธุรกิจ" 360 * พาไปเกาะติดวิถีคิดซีอีโอ

.........................................

"ตัน โออิชิ" ซีอีโอนักชิม

แม้จะไม่ เคยแจกลายเซ็นเพื่อการันตีรสชาติอาหาร
ให้กับร้านใดมาก่อน แต่ในแวดวงธุรกิจอาหาร
รวมถึงคนรอบข้างจะรู้จัก "ตัน ภาสกรนที" ในอีกฉายา "ซีอีโอนักชิม"

แน่นอน "ตัน" ไม่ใช่การกินแบบธรรมดา

แต่เขา "ชิม" เพื่อเรียนรู้ว่า คนอื่นๆ กินอย่างไร แบบไหน

เรียกว่าเป็นโฟกัส กรุ๊ป เฉพาะตัว ทำให้ตันเข้าใจพฤติกรรม
ตัวตนของกลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้อง

"แม่น" ยิ่งกว่ารีเสิร์ชฉบับไหนๆ

การ เป็นนักชิม บวกกับนิสัยช่างสังเกต ทำให้ ตัน ภาสกรนที
สามารถผันตัวจากแผงร้านหนังสือ ขายเทป เวดดิ้ง สตูดิโอ
กระโดดมาสู่ธุรกิจอาหารญี่ปุ่นได้และประสบความสำเร็จ

ทั้งๆ ที่ทำอาหารไม่เป็นและไม่มีประสบการณ์ทำร้านอาหารมาก่อน

เหตุ ที่เลือกธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น หลักๆ ตัน บอกว่ามาจากการสังเกต
เห็นพฤติกรรมของคนในยามที่เขาสวมวิญญาณนักชิม
และบางครั้งก็ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับลูกค้าในร้านนั้นๆ

"ทุก วันนี้คนส่วนใหญ่มีเงิน มีการศึกษา แต่สิ่งที่กำลังมองหา
คือ อาหารที่กินแล้วดีต่อสุขภาพ ดูเท่ห์ อินเทรนด์ มีรสนิยม
และได้มูลค่าเพิ่ม ซึ่งอาหารญี่ปุ่นสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด"
ตันสรุปจากข้อสังเกตของเขา

เขาจึงกำหนดอนาคตการทำธุรกิจในทิศทางนี้

จากร้าน อาหารบุฟเฟ่ต์โออิชิ มาถึงร้านชาบูชิ ร้านโออิชิราเม็ง และทำชาเขียว
กระทั่งกลายเป็นเจ้าพ่อของวงการนี้อย่างที่เห็นๆ ในปัจจุบัน

"จริงๆ เป็นคนเรียนน้อย จบแค่ม.3 แต่จำประโยคหนึ่งของท่าน เหมาเจ๋อตุง
ที่เคยกล่าวไว้ว่า แมวสีอะไรก็จับหนูได้ นั่นหมายถึง ทุกความคิดสามารถสำเร็จได้

ในความคิดผมแล้ว ทุกคนทำได้ทุกอาชีพ ขึ้นอยู่กับการเห็นโอกาส
แล้วกล้าคิด กล้าลงมือและทำอย่างต่อเนื่องหรือไม่"

เห็นโอกาสก่อนใคร แล้วกล้าลงมือทำ เป็นองค์ประกอบให้ประสบความสำเร็จตันย้ำ

ขณะเดียวกันก็ต้อง "เร็ว" ด้วย เพราะยุคนี้แข่งกันที่เวลาและความรวดเร็ว

กรณี ที่ถือว่า  "ความเร็วในการตัดสินใจ" มีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จคือ
การกระโดดลงมาทำชาเขียวของตัน ภายใต้แบรนด์ โออิชิเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา

ยุคนั้นแม้คนในวงการเครื่องดื่มจะเห็นกระแสว่า เทรนด์ชาเขียวกำลังมา แต่ไม่กล้าลงทุน

ด้วยมองว่า ยังไม่ถึงเวลาและแจ้งเกิดในตลาดยาก
เนื่องจากตลาดเครื่องดื่มขณะนั้นมีทั้งน้ำดำ น้ำสี และน้ำผลไม้ วางอยู่แน่นตลาด

แต่ไม่ใช่ตันซึ่งเฝ้าสังเกต "โฟกัส กรุ๊ป" ของเขท นั่นคือ
พฤติกรรมลูกค้าคนกินอย่างใกล้ชิด

"ผม ไปญี่ปุ่นเห็นว่า คนญี่ปุ่นดื่มชาเขียวมานานแล้ว 30 ปี
ในฐานะที่ทำร้านอาหารญี่ปุ่นเลยเอามาใส่ไว้เป็นเครื่องดื่มในร้านให้ลูกค้า กินฟรี
และค้นพบจากการสังเกตว่า ลูกค้าทุกคนทุกโต๊ะกินชาเขียว
และซื้อกลับบ้านเยอะมาก ช่วยจุดประกายให้เห็นว่า
สิ่งที่ให้กินอยู่ใช่ และกำลังจะมาแรง จึงตัดสินใจทำ"

เมื่อเห็นว่า ใช่แล้ว มั่นใจแล้ว ตันก็ตัดสินใจลุยเต็มสปีด
ด้วยการลงทุนในหลักร้อยล้าน เพื่อสร้างโรงงานผลิตชาเขียว
โดยใช้เวลาปีเดียวสั่งเครื่องจักรมาเต็มโรงงาน

เรียกว่า สั่งเครื่องชุดที่หนึ่งยังไม่ติดตั้ง ก็สั่งชุดที่สองและชุดที่สามเข้ามาทันที

จน โรงงานมีกำลังผลิตชาเขียวแบบขวด 50 ล้านขวดต่อเดือน
แบบกล่อง 20 ล้านกล่องต่อเดือน เป็นประเด็นให้โออิชิชาเขียวใช้เวลาเพียง 1 ปี
ก็สามารถครองมาร์เก็ตแชร์ในตลาดได้ 54%
ขึ้นเป็นผู้นำเบอร์หนึ่งของตลาดชาเขียว แม้จะเป็นแบรนด์ที่หกที่เข้าสู่ตลาด

แต่ซีอีโอโออิชิย้ำว่า ไม่ได้แนะนำให้ใครกล้าคิด กล้าทำ และกล้าลุยเหมือนตน
หากไม่มั่นใจในเรื่องมุมมอง โอกาส และประสบการณ์
หรือต้องลงทุนที่ใช้เงินมากแบบสุดตัว เพราะนั่นหมายถึง ความเสี่ยงที่มากกว่าปกติ


"เราต้องค้นพบว่า จุดแข็งของตัวเองอยู่ที่ไหน
เป็นประเด็นสำคัญมากเวลาตัดสินใจ และการทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน
ผมไม่กลัวการไม่ประสบความสำเร็จ เพราะผมรู้ว่าจุดแข็งของผมอยู่ตรงไหน"


การ กล้าคิด กล้าทำ กล้าลุย ในสไตล์ตัน
ใช่จะนำมาเฉพาะความสำเร็จเท่านั้น
เห็นได้จากการไม่เข้าเป้าของยอดขายของสองโปรดักท์
ได้แก่ อะมิโนโอเค และน้ำส้มเซกิ เหตุเพราะอะมิโนโอเค
เป็นโปรดักท์ที่มาเร็วเกินไปสำหรับคนไทย
ขณะที่เซกิเกิดจากการเดาใจและวางตำแหน่งทางการตลาดผิด

ตันเอง ยอมรับถึงข้อผิดพลาดนี้และไม่รู้สึกขายหน้าหรืออับอาย
เพราะตามความคิดของเขาแล้ว เบื้องหลังความสำเร็จต้องมีความล้มเหลวอยู่ด้วยเสมอ
และตัวเองก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จไปทุกเรื่อง

อย่างที่เขาเคยบอกว่าทำมาหลายธุรกิจ
บางธุรกิจทำให้เป็นหนี้สินนับร้อยๆ ล้านมาแล้ว

"ผม ไม่ใช่คนเก่งตลอด ต้องถูกทุกครั้ง แม่นทุกครั้ง
ทำสิบครั้งถูกหนึ่งครั้งผมก็ไปได้รอดแล้ว ขอให้โดนเถอะ
โดนอย่างโออิชิ โดนอย่างบุฟเฟ่ต์ โดนอย่างชาบูชิ

สิ่งที่ควรจำ คือ หากทำแล้วไม่ใช่ ไม่โดน
ก็เข้าตำราว่า อย่าดันทุรัง ควรหยุดไว้ก่อน
ไม่ใช่ทุ่มไปอีกเพราะกลัวเสียหน้าแบบขอสู้ตาย แล้วสุดท้ายก็ตายจริง"


ถ้า ทำอะไรแล้ว ลงไป "คลุกวงใน" ศึกษางานอย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะการพูดคุยในภาคสนามซึ่งจะทำให้รู้ข้อมูลว่า
จะประสบความสำเร็จอย่างไร อะไรดี ไม่ดี
และอะไรจะทำให้เสียหายหรือมีความเสี่ยงได้

จะทำให้โอกาสประสบความสำเร็จเป็นไปได้สูง

วันนี้ หากถามถึงความสำเร็จทางธุรกิจจากการบริหารงาน ตันบอกว่า
ยังไม่ได้พาโออิชิมาถึงจุดสูงสุด เพราะเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น
ที่มีอายุยาวนานเป็นร้อยปีแล้ว โออิชิที่มีอายุ 10 ปี อยู่ในช่วงเริ่มต้นเหมือนวัยรุ่น
ต้องรอให้ก้าวสู่ปีที่ 50 หรือปีที่ 100 ก่อนถึงจะพอพูดได้
ซึ่งหนทางข้างหน้าก็เต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรค ที่รอให้เขา
"กล้าคิด กล้าทำ และกล้าลุย" อีกมาก


จากบล็อก
http://www.oknation.net/blog/bizweektoyou/2008/08/01/entry-1

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 09:22 น.
สิ่งที่ควรจำ คือ หากทำแล้วไม่ใช่ ไม่โดน
ก็เข้าตำราว่า อย่าดันทุรัง ควรหยุดไว้ก่อน
ไม่ใช่ทุ่มไปอีกเพราะกลัวเสียหน้าแบบขอสู้ตาย แล้วสุดท้ายก็ตายจริง"


ตูนชอบคำพูดนี้นะพี่โอ๋ บทความนี้เคยอ่านแล้ว
และเป็น Case study ตอนเรียน ป.ตรีด้วย
ว่า ทำไมเจ้าแห่งชา อย่าง Lipton ที่ครองตลาดชามานาน
ทำไมถึงปล่อยให้โออิชิมาครองตลาดได้ ทั้ง ๆ ตัวเองตัวเองเป็นเจ้าแห่งชา

เรื่องชาเขียวเป็น Case Study ที่สนุกที่สุดอีก Case นึงตอนเรียน
ผู้บรรยายตอนนั้นชื่อ อ.Fat เป็นผู้บริหารระดับสูงของหลาย ๆ บริษัท
แต่มาเป็นผู้บรรยายพิเศษให้เด็กปี4 ที่ พ.พ.

วันที่คุยเรื่องชาเขียว แกไปเหมาชาเขียวมาจากชั้นวางในห้าง
มีกี่ยี่ห้อ กี่รูปแบบ กี่ package แกซื้อเหมามาหมด
ตอนนั้นจำได้ว่า เอาชั้นวางของมาใส่ได้เต็มชั้นเลย หลายยี่ห้อมาก
แล้วก็ถกกันทีละยี่ห้อ ว่า มันเป็นยังไง ทำไมถึงเจ๊ง ทำไมถึงบูม
แต่ละยี่ห้อ วางตำแหน่งของตัวเองยังไง จับลูกค้ากลุ่มไหน

ตอนนั้นสนิทกับอาจารย์คนนี้มาก + สนุกกับการบรรยายของแกมาก
แต่แกไม่แ่บ่งชาเขียวให้กลับบ้านสักกล่องเดียว  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 09:24 น.
โออิชิ กระชาก ยูนีฟ กรีนที ลงมาจากเบอร์ 1
แบบรวดเร็วมาก เหมือนเบอร์ 1 นั่งลอยชายแล้ว
โออิชิกระชาก จริงๆ คือตกไปเลยไม่มาอีก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Thegapfather เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 09:40 น.
แอบปลื้มคุณ ตัน มานานแล้วครับ

:46: พี่โอ๋

เคยดูรายการนึง แกพูดถึงเรื่อง oishi บุฟเฟต์ ครับ เรื่อง ปลาแซลมอน ที่แพงเหลือเกิน
ปัญหาคือลูกค้าจ้องแต่จะตักปลาแซลมอนเพื่อตุนเอาไว้เพราะกลัวของทางร้านจะหมด (กินหมดไม่หมดว่ากันอีกเรื่อง) 
สุดท้ายก็ทานไม่หมด เสียของ เปลือง

คุณตันแก้ปัญหาด้วยการวางปลาแซลมอนให้มากกว่าปกติ มากจนลูกค้าดูว่า ยังไงๆปลาแซลมอนก็จะไม่หมด จะมาตักตอนไหนก็ได้
มีรอไว้อย่างเหลือเฟือ ลูกค้าก็จะตักแต่พอทาน เพราะสามารถเดินมาตักได้อีก เพราะยังไงก็ยังมีเหลือเฟือ

ชอบความคิดง่ายๆของแก  แต่แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากเลยครับ  :45:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 09:43 น.
ยินดีที่ชอบและอ่าน เนอะ
ผมว่า การได้เรียนรู้จากคนที่เก่งมากๆ
มีประโยชน์มากๆ   :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 09:43 น.
คุณตัน เป็น 1 ในต้นแบบที่มีคนนำแนวคิดมาใช้
หรือเป็นต้นแบบในการดำเนินธุรกิจ
มีบทสัมภาษณ์ แนวคิดของผู้ชายคนนี้ที่น่าสนใจอีกมาก


เผย 9 เคล็ดวิชา จากประสบการณ์ความสำเร็จของตัน โออิชิ ! (http://www.siam-handicrafts.com/Webboard/question.asp?QID=4719)

ถ้าในมุมมองของตูน เปรียบเทียบการบริหารงานของคุณตัน
เหมือนกับการรณรงค์ของ ชีวิตพอเพียง ที่ให้คนปลูกพืชเชิงผสมผสาน
ไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว เป็นการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน
แล้วแต่ละธุรกิจ ก็เอื้อต่อกัน เหมือนกับปลูกต้นไม้ใหญ่
แล้วเอาร่มเงา ปลูกต้นไม้เล็ก ๆ ถ้าต้นไม้เล็ก ๆ นั้นสามารถเจริญเติบโต
และให้ดอก ออกผลดี ก็นำไปขยาย ปลูกเพาะ ขยายพันธุ์ ออกไป

เปรียบเทียบได้กับ ร้านอาหารโออิชิเป็นต้นไม้ใหญ่ แล้วมีชาเขียว
สินค้าที่ขายในร้าน เมื่อได้รับการตอบรับ คนชอบ ก็ขยับขยาย
จากเดิมที่เป็นน้ำดื่มในร้าน ก็เริ่มใส่ขวด ซื้อกลับบ้าน
ขยับขยายจนเป็นสินค้าหน้าร้าน เมื่อได้รับการตอบรับสูง
จึงเริ่มลงทุน เปิดโรงงาน ผลิตน้ำดื่มชาเขียวออกสู่ตลาดในรูปแบบ UHT

นี่คือการเดินทางของน้ำดื่มชาเขียว
ซึ่งหากมองให้ดี ๆ คุณตัน กล้าที่จะลงทุน
โดยที่ไม่ใช่การลงทุนแบบคิดที่จะทำแล้วทำเต็มสูบ โดยไม่มีพื้นฐานมาก่อน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 09:44 น.
ตัด 9 เคล็ดวิชา ตัน
มาแปะในนี้เลยได้ไหม ตูน
เผื่อลิงค์เขาตายไป
คนอื่นมาอ่านอีก จะได้รู้ๆ กันทั่ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 09:47 น.
 :22: ได้ค่ะพี่โอ๋ พอดีเห็นว่ามันยาว
...............................................

'ตัน ภาสกรนที' เริ่มจากศูนย์ในการทำธุรกิจ สร้างแบรนด์โออิชิจนเป็นผู้นำตลาด
เขาเพิ่งขายหุ้น 55% ให้กลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้เงินมากว่า 3 พันล้านบาท


ความสำเร็จในการสร้างธุรกิจ
มาจากหลักพื้นฐานอะไร?

เผย 9 เคล็ดวิชา จากประสบการณ์ความสำเร็จ
ของตัน โออิชิ
!


เห็นตัวอย่างการสร้างธุรกิจ "โออิชิ" จนโด่งดังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นห่างไกล
ตอนเริ่มต้นเป็นพันเท่าแบบนี้ อาจมีคนอยากถามหลายๆ คำถามกับ ตัน ภาสกรนที

มีสูตรสำเร็จพอจะบอกเล่ากันได้ไหม? จะสร้างงานสร้างเงินในยุคนี้ให้ประสบความสำเร็จ
มันยังพอมีโอกาสอยู่หรือเปล่า?

แน่นอน...ตันมีคำตอบ "ผมว่าการหาเงินมันไม่ยากหรอกถ้ามีวิธีการที่ดี
แต่การจะมีวิธีการที่ดีนั่นแหละ ยากที่สุด"

คำตอบของตัน ย่อมทำให้ผู้ฟังอยากคุ้ยแคะต่อไปอยู่ดีว่า
จะหาวิธีการที่ดีอย่างที่บอกได้อย่างไร?

ตันบอกว่า เราสามารถจะได้จากการมีประสบการณ์การทำธุรกิจ!

"ถ้าไม่เคยล้มเหลว ก็ยากที่จะรู้ว่าการจะประสบความสำเร็จ
เขาทำกันอย่างไร" เขาบอก

ถึงจะเรียนไม่สูง แต่ตันก็สามารถริเริ่มสร้างธุรกิจแนวใหม่ได้อย่างน่าสนใจ
ตั้งแต่ร้านถ่ายรูปสำหรับคู่แต่งงาน ร้านอาหารญี่ปุ่น
และชาเขียวโออิชิ ที่เข้ามาสู่ตลาดในฐานะผู้เล่นรายใหม่
ทว่าไม่นานก็สามารถโค่นผู้นำตลาดในเวลานั้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ
แล้วยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสินค้าตัวใหม่ๆ ให้ได้รับความนิยม

แต่อย่าได้ด่วนสรุปว่า เด็กรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องเรียนสูง
ก็สามารถประสบความสำเร็จเหมือน "ตัน โออิชิ"

เรียกได้ว่ามันเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่ใครๆ อยากเลียนแบบ

ตันตั้งใจส่งให้ลูกๆให้เรียนหนังสือให้สูงที่สุด
โดยไม่ตามใจลูก หรือกลัวว่าลูกจะลำบาก

แม้ว่าตันจะเชื่อว่าการไปสู่เส้นชัยของชีวิตจะไปได้ทั้งด้วยการเรียนให้มาก
หรือการทำงานด้วยความทุ่มเท

แต่ถ้าถามเฉพาะตัวเขาเอง ด้วยประสบการณ์มหาวิทยาลัยชีวิต
และผลที่เกิดขึ้นแล้ว เขาบอกว่าการให้เวลากับการทำงานได้ผลดีกว่า

วันนี้ตันยอมลดสัดส่วนการเป็นเจ้าของหุ้นโออิชิของตัวเอง
และคนใกล้ชิดลงเหลือเพียง 10% หรือเป็นมูลค่าประมาณ 700 ล้านบาท
เขาบอกว่าอย่าไปมองแค่สัดส่วนที่น้อยลง แต่ดูที่มูลค่าแล้วเงินจำนวนนี้เมื่อเทียบกับอดีต
ยังมากกว่าวันที่เขาถือหุ้นก่อนจะเข้าระดมเงินในตลาดหลักทรัพย์เสียอีก
เพราะตอนนี้มีประมาณ 300 ล้านบาท และการจะทำให้เงินจำนวนนี้
กลับมาผลิตเงินมาให้เขาอีกเป็นพันๆ ล้าน

เขาบอกว่าไม่ยาก!
"ก็อย่างที่ผมบอกไง ถ้ามีวิธีการหาเงินที่ดี จะหาเงิน...ง่ายนิดเดียว!"

ผู้ประกอบการหน้าใหม่อย่าท้อ
ปัญหาที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่เจอ ก็คือระยะแรกที่ต้องฟันฝ่า
ทั้งอุปสรรคด้านทุน ด้านการผลิต และการตลาด ก็อย่าท้อ

โดยเฉพาะเงินรายได้ บาทแรกๆ จะเหนื่อยมาก
อย่างเขาเองที่เห็นผล 5 ปีท้ายนี้ เป็นการสั่งสมของความทุ่มเทจาก 10 ปีก่อนหน้า

"ความสำเร็จไม่ได้หล่นจากฟ้า"
เพียงแต่ช่วงที่การทำงานให้ผลมาก
จะเป็นช่วงท้ายตอนที่เอาประสบการณ์ไปพลิกเป็นผลงาน

หลักพื้นฐานสำหรับผู้สร้างธุรกิจ

1.เชื่อว่าสิ่งที่ดีที่สุดยังไม่เกิด และสิ่งที่ดีกว่ามีโอกาสเกิดได้

ในการรับเชิญไปบรรยายให้นักศึกษาฟัง ตันมักลองถามคนฟังว่า
โทรทัศน์ตอนนี้ยี่ห้อไหนดีที่สุด

นักศึกษาหลายคนตอบว่า Sony แต่ตันบอกว่า
"ผิดครับ เพราะยี่ห้อที่ดีที่สุดยังไม่ออก"
เช่นเดียวกับที่เขาเชื่อว่านักธูรกิจที่ประสบความสำเร็จสูงสุดยังไม่มา
และธุรกิจที่ดีที่สุดยังไม่ถือกำเนิด

คิดได้เช่นนี้แสดงว่าโอกาสยังเปิดให้สำหรับคนที่มีความมั่นใจ
ที่จะทำในสิ่งที่แตกต่างและโดดเด่นกว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์

กรณีศึกษาในการผลิตชาเขียว "โออิชิ" ช่วงแรกเปิดตัวด้วยรสต้นตำรับ
และสามารถทำการตลาดจนขายดี ทว่าเมื่อมีการค้นคิดออกรุ่นต่อมา
"รสน้ำผึ้งผสมมะนาว" ปรากฏว่าขายดีกว่ารสต้นตำรับเสียอีก
จนมีคนยกย่องว่าสูตรใหม่ "สุดยอด" และให้ยึดรสชาตนี้ไว้เป็นหลัก
แต่ตันกลับไม่ได้ยอมรับว่ารสนี้จะดีที่สุดแล้ว จึงมีการพัฒนาออกรสชาติที่ 3
"รสข้าวญี่ปุ่น" ส่งไปขายในตลาด ปรากฏว่าขายดีกว่าทุกรสที่เคยมีมา

2. กล้าเสี่ยง
ความสำเร็จทางธุรกิจของตันส่วนหนึ่งมาจากการริเริ่มสิ่งใหม่
เขาจะไม่ยอมให้ความเชื่อว่า "เป็นไปไม่ได้" มากักขังความทะเยอทะยานของเขา

บางคนเกิดมาในครอบครัวที่ทำโรงกลึง แม้จะไม่ชอบงานนั้น
แต่ก็ไม่กล้าริเริ่มสิ่งใหม่ๆ เพราะไม่เชื่อว่าจะสามารถทำอย่างอื่นได้
เพราะเกิดมาก็ทำธุรกิจโรงกลึงนี้อยู่อย่างเดียว

หลังจากเริ่มงานแรกเป็นพนักงานขาย ตันลาออกไปเปิดแผงหนังสือ
ร้านกิฟท์ช็อป ร้านเบเกอรี่ ร้านเสริมสวย กระทั่งเริ่มธุรกิจที่ยังไม่มีใครรับประกัน
ได้ว่าจะประสบความสำเร็จอย่างธุรกิจถ่ายภาพแต่งงาน เขาก็ยังกล้าที่จะทำมัน

เขาไม่ได้กล้าอย่างบ้าบิ่น ทว่าเมื่อเห็นโอกาส เขาก็ค่อยๆ เก็บข้อมูลถามจากผู้รู้
และในวันนี้ ตันก็มักบอกใครต่อใครว่า ที่เขาสามารถทำธุรกิจได้ตั้งหลายอย่าง
ไม่ได้เป็นเพราะเขามีความรู้มากมาย

เขารู้เพียงอย่างเดียวคือ เวลาจะขายของคน ต้องขายอย่างไร

เมื่อการเตรียมพร้อม ผนวกเข้ากับความกล้าเมื่อโอกาสมาถึง
ความสำเร็จก็ไม่ไกลเกินจะคว้า

3.กล้าล้มเหลว
หลักการสำคัญที่ตันยึดถือไว้เสมอคือ "ไม่มีอะไรเป็นไปอย่างที่เราคิด"

แผนธุรกิจที่เราเขียน จะเขียนให้เลิศหรูเสียอย่างไรก็ได้
แต่ทันทีที่เดินออกจากห้องเขียนแผน เราอาจจะพบว่าไม่มีอะไรที่เหมือนที่เขียนไว้เลยก็ได้

ทุกครั้งที่เราผจญกับอุปสรรค และเรามุ่งมั่นฝ่าฝันมัน
มันจะมอบสิ่งตอบแทนอันล้ำค่ากับเราคือ ประสบการณ์

ปัญหาทำให้คนแข็งแกร่งขึ้น
และจงจำไว้ว่า "ขาดทุนคือกำไร"
ตันบอกว่าเขาจะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้เลย
หากที่ผ่านมาเขาไม่เคยล้มเหลวมาก่อน

9 เคล็ดวิชาของตันจากประสบการณ์

1.เลือกธุรกิจอนาคต

คำถามที่เขามักถามตัวเองก่อนริเริ่มธุรกิจใหม่ๆ ว่า
"นี่มันเป็นธุรกิจแฟชั่นหรือธุรกิจอนาคต?"
ตันชอบทำธุรกิจอนาคต เขาไม่ชอบธุรกิจที่วูบวาบตามกระแสแฟชั่น
แต่สำหรับคำตอบ ใช่ว่าจะนั่งคิดนั่งตอบเอาเอง
ตันใช้วิธีการหาข้อมูลจากความเป็นจริงทุกครั้ง
ตันคิดใหญ่ เขาจึงเลือกธุรกิจอนาคต
และนักธุรกิจที่ดีจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมองธุรกิจของตัวเองให้ทะลุ
แม้ตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านการทำธุรกิจหลากหลายชนิด
ตันไม่ได้เขียนแผนธุรกิจตามแบบฉบับที่หลักสูตรบริหารธุรกิจเรียนกัน
แต่เขามีความคิด มีแผนในหัวที่ต้องมองให้ทะลุ
ทั้งการเลือกทำเล การผลิต การตลาด โดยไม่ได้เขียนออกมาอย่างคนที่เรียนมาหรอก
จากประสบการณ์ของตัน เขาเคยเห็นบางคนมัวแต่วางแผน
แล้วทุกอย่างก็อยู่ในกระดาษ แต่ไม่ได้ทำจริงสักที

2. ทำเลที่ดีเหมือนมีชีวิต
ประสบการณ์เมื่อตอนที่ตัดสินใจลาออกจากการเป็นพนักงานขายสินค้า
ไปเช่าที่หน้าตึกแถวในสถานีขนส่งของจังหวัดชลบุรี
เพื่อไปเปิดแผงขายหนังสือและนิตยสาร
ทำเลแบบนั้นคือ "ทำเลเป็น"
รถโดยสารจะเข้ามารับและส่งผู้โดยสารตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้ามืด
ต่อเนื่องจนถึงหลังเที่ยงคืน บริเวณใกล้เคียงยังมีห้องอาหาร
และสถนบริการอาบอบนวด จึงมีผู้คนหมุนเวียนมิได้ขาด
ผิดกับสภาพทำเลแบบร้านที่อยู่ใต้ตึกห้องเช่าซึ่งมีคนพักอาศัย
จำนวนเท่าเดิมตายตัว ซึ่งก็คือ "ทำเลตาย"
จากการมองเห็นทำเลทอง และเข้าไปติดต่อของเช่าในราคาเพียงเดือนละพันบาท
ผลก็คือ แค่ 6 เดือน จากเคยเป็นผู้เช่า ตันก็ยกระดับซื้อตึกที่เช่าอยู่ได้ทั้งตึก

3. ใฝ่รู้ – ทุ่มเท – อดทน
ตันย้ำเสมอว่าเขาโชคดีที่ไม่ได้เกิดมาในครอบครัวร่ำรวย
นั่นจึงทำให้เขามีในสิ่งที่คนรวยไม่สามารถมีเท่าเขาได้คือ
ความอดทนต่อการทำงานหนัก
แต่อดทนอย่างเดียวไม่พอ
ตันเชื่อว่าต้องอดทนอย่างใฝ่รู้ด้วย
และการหาความรู้ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่รู้จักถามผู้รู้
เพราะทุกครั้งที่เราถาม เราจะได้กำไร
ฉะนั้นหากใครมีโอกาสพบคนอย่างตัน
ก็จงถาม เพราะ ณ วันนี้ ตันคงมีเรื่องราวให้เรียนรู้มากมาย
และเมื่อถามถึงปรัชญาที่ตันใช้ในการดำเนินธุรกิจ
ให้ประสบความสำเร็จ คืออะไร เขาตอบว่า...
"คิดดี – ลงมือทำ
ทำแล้วทำต่อเนื่อง
เจออุปสรรคไม่ทิ้ง
ได้ดีแล้วอย่าลืมตัว"


4. สร้างความประทับใจลูกค้า

ตันรู้จักการทำ CRM ตั้งแต่ยังไม่เคยได้ยินคำนี้ด้วยซ้ำ
แม้จะไม่ได้เรียนถึงขึ้น MBA แต่ตันก็ตระหนักดีว่าสิ่งนี้
คือสิ่งที่จะนำพาเขาไปสู่ความสำเร็จ
การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า
หรือ Customer Relationship Management
คือหัวใจในการทำธุรกิจประการหนึ่ง
นับตั้งแต่การลงหลักปักฐาน ธุรกิจแรกในชีวิตด้วยการ
เช่าที่ทำแผงหนังสือ ตันก็ชนะใจลูกค้าของเขาเสียอยู่หมัด
ประสบการณ์จากการเป็นเซลล์ทำให้เขาเรียนรู้ว่า
ต้องจำคนให้เก่ง และที่สำคัญคือต้อง
จำให้ได้ว่าลูกค้ามีพฤติกรรมการซื้ออย่างไร
ทั้งๆ ที่แผงหนังสือของเขา ไม่ใช่แผงเดียวในย่านนั้น
ทว่ายอดขายของร้านเขากลับชนะแผงคู่แข่งอย่างถล่มทลาย
เพราะแค่ลูกล้าเดินมายังไม่ถึงร้านของเขา
เขาก็เตรียมหนังสือที่ลูกค้าต้องการใส่ถุง เตรียมเงินทอนไว้เรียบร้อย
เขาจำได้ดีว่าใครชอบอ่านหนังสือเล่มไหน
นอกจากนั้น เขามักจะเป็นคนที่หอบหนังสือพิมพ์ขึ้นไปขายบนรถทัวร์
โดยสังเกตตั้งแต่ตอนซื้อตั๋วว่าใครยังไม่ได้ซื้อหนังสือ
นี่ถือเป็นหลักการเชิงรุก ที่แม้ลูกค้าไม่เดินมาหา
เขาก็จะเดินขึ้นไปหาลูกค้าเอง

5. ใช้ประสบการณ์ให้เป็นประโยชน์

ย้อนกลับไปมองการทำธุรกิจของตันเมื่อหลายปีก่อน
แทบจะทุกธุรกิจเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรก
บนเส้นทางความสำเร็จเต็มไปด้วยอุปสรรค
แต่พอผ่านมันไปได้ ก็ไม่กลัวปัญหาแล้ว ปัญหากลายเป็นเพื่อนสนิทเสียอีก
ให้เพื่อนสนิทเป็นผู้แนะนำไปสู่ทางแห่งความสำเร็จ
"บทเรียนจากความล้มเหลวสำคัญมาก แต่ก็ไม่ได้อยากให้คุณล้มเหลวทุกครั้งนะครับ
ผมล้มเหลวมาหลายครั้ง แต่ไม่ใช่เพราะความล้มเหลวอย่างเดียว
ที่ทำให้ผมสำเร็จ แต่ผมรู้จักเรียนรู้ และพูดคุยจากคนอื่นเพิ่มขึ้นต่างหาก"

6. ตอนเล็กๆ ต้องคิดใหญ่ ตอนใหญ่ๆ ต้องคิดเล็ก

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น!
เพราะตอนที่เรายังมีทุนน้อย ถึงเราจะคิดใหญ่ มันก็ไม่ใหญ่เท่าไรหรอก
แถมยังไม่มีใครให้กู้เงินได้มากมาย หากจะคิดใหญ่ก็ยังสามารถทำได้
เพราะความเสียหายมันมีข้อจำกัด ในเมื่อมีทุนอยู่เพียงเท่านี้จะต้องไปกลัวอะไร
"แต่สมมติวันที่โออิชิมี 6-7 พันล้าน ถ้าผมไปคิดเป็นหมื่นๆ ล้าน
แล้วพลาดมันจะเป็นยังไงรู้ไหม...เละ!" ตันย้ำ
ดังนั้นเขาเชื่อว่าเมื่อองค์กรเติมใหญ่กลับต้องคิดเล็ก
คิดว่าจะทำอย่างไรให้ปลอดภัยมั่นคง แล้วเราจะเอาประสบการณ์
ที่เราเคยประสบในครั้งที่เราล้มเหลวในตอนเล็กๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์
หรือ ณ วันนี้ มีเงินในมือ 300 กว่าล้านบาท ตันบอกว่า
"ถ้าผมโลภมาก อยากหาเงินเป็นหมื่นล้านมาขยายธูรกิจ ก็ไม่ยากเลย
เพราะตอนนี้ทั้งเครดิต ชื่อเสียง จะขอเงินกู้จากธนาคารก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่สมควรไหม
เขาจึงเลือกยุทธศาสตร์ที่จะเข้าร่วมกับค่ายธุรกิจยักษ์ใหญ่อย่างกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี
เพื่อความมั่นคง และยังได้เครือข่ายทั้งการตลาด และโรงงานผลิตที่จะช่วยลดต้นทุนได้ดี

7. การสร้างแบรนด์

ต้องมีการสื่อสารการตลาดและกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของตลาด
เพราะเมื่อแบรนด์เป็นที่นิยมยอมรับ จะเป็นสินทรัพย์
อันมีค่าที่สามารถออกผลิตภัณฑ์เป็นมูลค่าต่อเนื่องไม่รู้จบ

8. ใช้แบรนด์สร้างเงิน

ในระยะแรกของการทำธุรกิจ ตันบอกว่าคนเราจะต้องเอาเหงื่อไปแลกเงิน
จากนั้นเมื่อมีเงินแล้ว ก็สามารถเอาเงินไปและเงินที่มากขึ้นได้
ทว่าในวันนี้ของตัน เขาอยู่ในห้วงเวลาที่สามารถเอาแบรนด์ไปสร้างเงินได้

9. ไม่ยึดติดในกรอบความคิดเก่าๆ
นับเป็นแนวคิดที่นักการตลาดพยายามกระตุ้น
เพื่อให้เกิดนวัตกรรมโดยใช้คำว่า "การคิดนอกกรอบ"
ตันบอกว่าการคิดนอกกรอบที่มีการพูดถึงหลายวงการ
"ดูเหมือนยาก แต่ก็ง่าย ดูเหมือนง่าย แต่ก็ยาก"
ความสำคัญอยู่ที่ต้องเข้าใจตลาด เข้าใจผู้บริโภค
และด้วยจุดยืนในการทำธุรกิจของตันที่ต้องการทำเงิน
ขณะที่ต้องการทำสิ่งท้าทายด้วย
ดังนั้นเขาจึงใฝ่ใจศึกษาหาสิ่งใหม่ๆ และก็กล้าริเริ่มสร้างสรรค์
"ผมเป็นคนไม่เชื่อว่าชาเขียวต้องใช้กล่องสีเขียว"
เพราะตอนที่ตันออกชาเขียวนั้น ในตลาดมีคนครองตลาดแล้ว 5 ราย
ความพยายามสร้างความแตกต่างตั้งแต่การศึกษาหาแบบกล่องบรรจุ
และทดลองไปวางในร้ายสะดวกซื้อ เพื่อทดสอบความสนใจ
ของผู้บริโภค ก็ทำมาแล้วจนสำเร็จ

ยุทธศาสตร์ของตัน
แม้วันนี้กลุ่มของเจริญ ได้เข้าถือหุ้นใหญ่ของโออิชิ
เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าที่มุ่งไปสู่กลุ่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์
ตันยืนยันว่า "โออิชิ" ไม่เปลี่ยนแนวทางธุรกิจ
ตามที่เขากำหนดวิสัยทัศน์ธุรกิจไว้ว่า
"เราจะมุ่งมั่นทำธุรกิจที่เกี่ยวกับร้านอาหารญี่ปุ่น
และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เกิดประโยชน์กับสังคมเท่านั้น"
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ครั้งนี้ จึงเท่ากับกลุ่มเจริญ
ได้ทั้งความเป็นขุนพลใหญ่มืออาชีพของตัน และได้แบรนด์ตลาดโออิชิไปด้วย

- - -- - - - -- - - - - - - - - - -- - - - -
ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์ 21 กุมภาพันธ์ 2549



ผมช่วยตัดให้ อ่านง่ายนะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: กิมจิซี๊ด เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 10:06 น.
+ให้ ขอบคุณครับที่ช่วยแปะให้

ประโยชน์ทั้งนั้น  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 10:08 น.
ขอบคุณมากค่ะพี่โอ๋  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 11:21 น.
(http://img2.f0nt.com/01/d439281f1b2d62c1adc288df945d13e2.jpg)

Cirque du Soleil

วันนี้ตูนขอนำเสนอ 1 ใน Case ในดวงใจก็ว่าได้

การแสดงของ Cirque du Soleil ซึ่งเป็นการแสดงของ
คณะแสดง Circus สมัยใหม่ มีผู้แสดงหลายพันชีวิต
ตระเวนแสดงโชว์ ในทุกทวีปทั่วโลก มีการแสดงโชว์เป็นชุด Theme ที่หลากหลาย
สลับสับเปลี่ยน ตระเวนหมุนไปแต่ละทวีป และ มีการเปิดแสดงโชว์พร้อมกัน
โดยให้แต่ละชุดการแสดง สลับสับเปลี่ยนทวีปกันไป

Cirque du Soleil เริ่มต้นการแสดงด้วยงบประมาณที่จำกัด
เช่าเต๊นท์มากาง แสดง ผู้บริหารแต่งชุดตัวตลกไปเดินเร่โฆษณาปากเปล่า
ด้วยใจที่รักในศิลปะด้านนี้ จึงพัฒนาตนเอง ความสามารถ จนมาเป็นวันนี้

เหตุผลที่ไม่ใช้สัตว์(หรือใช้ให้น้อยที่สุด) ในการแสดงเพราะ
ต้นทุนเกี่ยวกับสัตว์ สูงมาก ทั้งค่าเลี้ยงดู จ้างคนดูแล
สัตว์ใหญ่ตัวนึง ต้องมีคนเลี้ยงกี่คน? เช่น สิงโต ช้าง
ไหนจะค่าอาหาร ค่าดูแล ที่สำคัญ เงินประกันรายปีที่สูงมาก

การแสดงละครสัตว์สมัยใหม่ ที่ใช้ความแตกต่าง
เน้นการแสดงที่ผสมผสาน ยิมนาสติก โชว์ ดนตรี แสง สี เสียง ตระการตา
นักแสดงหลากหลายเชื้อชาติ ความสามารถที่แตกต่าง แต่ลงตัว
เน้นการสร้างฉาก การพัฒนานักแสดง เพิ่มขีดความสามารถ

จัดการแสดงโดยเป็น Theme เล่าเรื่อง เป็นชุดการแสดงแต่ละชุด
วางแผนการแสดงให้หมุนเวียน สลับสับเปลี่ยนไปแสดงแต่ละทวีป
จึงสามารถจัดการแสดงได้ในทุกทวีป ในเวลาเดียวกัน

ใน website จะมีการแสดงบางชุดให้ดู การจัดการของผู้บริหารเค้าเก่งจริง ๆ
ถ้าไม่เจ๋งจริง คงไม่สามารถจัดการแสดงทุกทวีปทั่วโลกได้แบบนี้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 11:24 น.
 :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 11:24 น.
 :25: เข้ามาศึกษาด้วยคนครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 12:41 น.
 :12: ยอดเยี่ยมไปเลย case นี้โชว์ความพยายามล้วนๆ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 16:59 น.
Coffee .. Culture .. Community

เครื่องดื่มที่ครองใจคน ความเย้ายวนของกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่ว
ปัจจุบันเป็นเรื่องง่ายมากที่จะซื้อเมล็ดกาแฟ กาแฟบด หรือ กาแฟสำเร็จรูป
แล้วมาชงกาแฟดื่มเองที่บ้านในทุก ๆ เช้า ใช้เวลาไม่กี่นาที
แต่ทำไมบรรดาน้ำดื่มกาแฟ ถึงต้องออกไป coffee shop
จ่ายเงินเกือบร้อยบาท เพื่อให้ได้มาซึ่งกาแฟหนึ่งแก้ว
ถ้าชงเองที่บ้านได้ราคาที่ถูกมากกว่าครึ่ง

คำตอบ คือ สิ่งที่มากกว่ากาแฟหนึ่งแก้ว
ความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาของกาแฟ
สถานที่หย่อนใจ ที่นอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน

พฤติกรรมนี้เองทำให้เกิดธุรกิจร้านกาแฟ ที่เติบโตมากในหลายปีที่ผ่านมา
บางธุกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับกาแฟ ก็นำมาใช้กาแฟเป็นเครื่องมือให้กับสินค้า

ด้วยความเชื่อที่ว่า กลิ่นอันหอมกรุ่นของกาแฟ
มีมนต์เสน่ห์ในการดึงดูดคน ให้เดินเข้ามาในร้าน

ร้านกาแฟกลายเป็นธุรกิจที่ฮอต ส่งอิทธิพลไปยังธุรกิจกลุ่มอื่น
ทั้งร้านหนังสือ ร้านอินเตอร์เนต ร้านค้าต่าง ๆ

แล้วคุณล่ะ .. หลงไหลในกลิ่นหอมกรุ่น ๆ ของกาแฟบ้างไหม
ชอบบรรยากาศ .. ในร้านกาแฟที่อบอุ่นไหม ...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 17:04 น.
ยกสองมือเลย
ตอนจบทำวิจัยเรื่องร้านกาแฟ

รสนิยม และแฟชั่นก็เป็นปัจจัยนึงนะที่ทำให้ร้านกาแฟ ขายได้
บางร้าน ขาย test มากกว่ารสชาตกาแฟจริงๆ อีก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 22:06 น.






:52:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 23:55 น.
แปะ + พี่โอ๋ ตูน  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 02 ส.ค. 2008, 00:46 น.
พูดแล้วก็นึกถึง...  :25:


อรมีเพื่อนที่ชอบและหลงไหลในธุรกิจร้านกาแฟ และการทำขนม
เค้าไปเปิดร้านแล้วย้ายไปเรื่อยๆ ..ไม่ใช่เพราะว่าขายไม่ได้
แต่เพราะอยากเปลี่ยนบรรยากาศ และเปลี่ยนสังคม เจอคนใหม่ๆ
(ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่าจะทำแล้วย้ายไปๆมาๆ ตอนนี้ร้านที่สี่แล้ว)

สิ่งนึงที่ทำให้ร้านเค้าขายดี นอกจากทำเลแล้วก็คือเรื่องของบรรยากาศร้าน และเรื่องของความเป็นมิตร
โดยมากคนที่เข้าร้านกาแฟมักจะใช้เวลาอยู่ที่ร้านค่อนข้างนาน ยอมสั่งกาแฟราคาแพงเพื่อซื้อบรรยากาศ
ลูกค้าโดยมากเลือกเข้าไปนั่งจิบกาแฟบนเก้าอี้สบายๆ เพลงเพราะๆ ฟังสบาย เจ้าของร้านยิ้มแย้ม
และจุดที่น่าสนใจนั้นก็คือ.. ร้านที่มาเซ้งต่อจากเพื่อนของอรกลับขายไม่ได้ยอดเท่าตอนที่เพื่อนอรอยู่
ทั้งๆที่รูปลักษณ์ของร้านก็ไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไร สูตรเครื่องดื่มก็ใช้เหมือนร้านเดิม บาริสต้าก็คนเดิม
จะต่างกันก็ที่การต้อนรับและท่าที่ของเจ้าของร้านคนใหม่ที่มาเฝ้าร้าน และเพลงที่เปลี่ยนแนวไปเลย
แค่บรรยากาศ... พอมาคิดดูแล้ว ...ไม่อยากเชื่อเฃบว่ายอดขายจะตกลงแบบฮวบฮาบขนาดนั้นจริงๆนะคะ

:42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 03 ส.ค. 2008, 13:21 น.
เคยมีคนถาม Kotler ว่า ..

ตอนนี้หาและรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันยากเหลือเกิน

พวกก๊อปก็ลอกแบบเร็วเหลือเกิน

วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ก็สั้นลง

ลูกค้าก็มีข้อมูลมากขึ้น

สื่อโฆษณาที่ออกไปลูกค้าก็ไม่รู้จะถึงหรือเปล่า

บริษัทยังจะบรรลุความได้เปรียบในการแข่งขันได้อีกไหม ?

Kotler ..

การสร้างและรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันยากขึ้นทุกที

แต่ธุรกิจใหม่ ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่

ใครจะเคยคิดว่ากาแฟจะสามารถสร้างความแตกต่างได้ อย่าง Starbucks

ทุก ๆ สังคมจะมีตลาดเฉพาะ ที่หลบซ่อนรอให้ผู้ประกอบการที่มีจินตนาการมาเติมเต็ม

ลูกค้า กับ ธุรกิจ จะให้ความสำคัญแต่ละสิ่งต่างกัน

ทั้งสินค้า บริการ คุณภาพ ความทนทาน ความน่าเชื่อถือ คุณสมบัติ สไตล์

งานของนักการตลาดที่สร้างสรรค์ ก็คือ หาความต้องการเฉพาะเหล่านี้

และเติมเต็มในวิถีทางที่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบคุณภาพสินค้าและบริการ

รวมไปถึงสัมพันธภาพด้วย

Kotler แนะนำว่า "อย่าหยุดพัฒนา"

เทียม โชควัฒนา (ผู้ก่อตั้งสหพัฒน์ฯ) กล่าวว่า "คนที่อยู่กับที่นั้น เท่ากับเดินถอยหลัง"


บทความตอนหนึ่งจาก Case Study 10.0 [BrandAge Books]
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 03 ส.ค. 2008, 13:36 น.

:12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 03 ส.ค. 2008, 14:38 น.
 :12: เฮ้ย ชอบ+
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 ส.ค. 2008, 16:16 น.
เอาบทสัมภาาณ์
ธนา เธียรอัจฉริยะ
เบอร์ 2 ของดีแทค
มาให้อ่านกันนะครับ
ยาวมาก ถ้าว่างก็ลองอ่านดู
ได้ประโยชน์ ดีครับ
http://www.oknation.net/blog/remarks/2008/08/04/entry-3
....................................................

(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/571/27571/images/temp3.jpg)

ผู้บริหารเบอร์ 2 ในดีแทค เขาเป็นรองแค่ซิคเว่ เบรกเก้,
เป็นคีย์แมนที่พลิกฟื้นดีแทคให้กลับมายิ่งใหญ่,
เป็นมาร์เก็ตติ้งแมนเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทย, อีโก้แรง
นั่งคุยกับลูกค้าบนฟุตบาตรได้, เคยล้มเหลว เคยสำเร็จ, มีโอเดียเท่ๆ ,
คิดเร็ว ทำเร็ว, เป็นวิญญูชน เกือบเสียชีวิต, ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้,
เหนืออื่นใดเขารักการเปลี่ยนแปลง นี่คือตัวตนของ "ธนา เธียรอัจฉริยะ"
รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มพาณิชย์ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC)

จากอดีตที่ ธนาเป็นเพียงแค่มนุษย์เงินเดือนธรรมดา
มาถึงทุกวันนี้เขาโด่งดังจนเป็นที่รู้จักของผู้คนในวงกว้าง
ยิ่งไปกว่านั้นเป็นผู้บริหารที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นมือมาร์เก็ตติ้งชั้น เซียน
เป็นที่ต้องการตัวอย่างมากในการให้ไปพูดบนเวทีในฐานะผู้ที่ประสบความสำเร็จ
เขา ต้องมีอะไรดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะมุมมองในการจัดการบริหาร
ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงาน M&W ฉบับต้อนรับหน้าร้อนเก็บเรื่องราว
ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับแง่คิดต่างๆของคุณธนา
ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าทุกคนสามารถ "ทำได้" และ "ทำให้เป็นไปได้"

ชีวิตในปัจจุบัน
ผม มีความสุข ผมไม่ต้องการอำนาจ ไม่สนใจเรื่องการเมือง
มีความสุขกับการทำงาน มีความสุขกับครอบครัว
ผมไม่อยากได้อะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว

เพื่อนร่วมงานมองคุณธนาอย่างไร

พวก เขามองผมเหมือนพี่คนหนึ่ง ไม่ได้มองว่าเป็นหัวหน้า เฮไหน เฮนั่น
เป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ดุด่า เป็นผู้บริหารระดับสูงที่คุยกับลูกค้าได้ทุกระดับ
เป็นคนเก่ง คิดไว ทำไว ตัดสินใจฉับไวมาก พิมพ์ดีดก็ไว
กล้าที่จะลองทำ ศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ
บาง คนบอกว่าผมเป็นผู้บริหารที่ทำงานในภาวะกดดันได้ดีมาก
ยิ่งมีแรงกดดันเท่าไรจะทำงานได้มีประสิทธิภาพเท่านั้น เสน่ห์ของผม
ก็คือ งานที่คนอื่นทำไม่ได้แต่ผมทำได้ อะไรที่กดดัน
อะไรที่ผิดหวัง ถือเป็นความท้าทายสำหรับผม นี่คือจุดแข็งของผม

จุดเปลี่ยน บทเรียนในชีวิต
ผม เคยลาออกจาก DTAC มาแล้วครั้งหนึ่ง ช่วงนั้นไฟแรง มีอีโก้สูงมาก
คิดว่าตัวเองเก่งเมื่อเข้ากับหัวหน้างานไม่ได้ก็ตัดสินใจลาออกไปทำงานที่ Hutch
ถึงแม้จะเป็นการลาออกไปช่วงสั้นๆ แค่ 3 เดือน
แต่เป็นความผิดพลาดในการตัดสินใจครั้งนั้น เพราะก่อนออกจาก DTAC
และหลังออกไปแล้วความคิดต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เพราะหลังจากออกไปแล้วสิ่งที่คิดไว้กลับกลายเป็นคนละเรื่อง

แต่แล้ว ผมได้โอกาสครั้งสอง โดยคุณบุญชัย (บุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการ DTAC)
ให้กลับเข้ามาทำงานที่ DTAC ซึ่งน้อยคนที่จะได้โอกาสแบบนี้
ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ผมเปลี่ยนความคิดการทำงานเลย
ให้ความสำคัญเรื่องคน อีกอย่างผมเปลี่ยนวิธีคิดตัวเองด้วยการไม่ยึดติดกับอะไร
เช่น ห้องทำงานเล็กก็ไม่เป็นไร เบอร์มือถือก็ธรรมดาทั่วๆ ไป
ไม่ต้องเรียกร้องใช้เบอร์สวยๆ ที่สำคัญทุกวันนี้อีโก้ลดลงไปอย่างมาก

บทเรียนแสนเจ็บปวด
สมัย ที่ผมทำงานอยู่ที่ บล.เอกธำรง (ปัจจุบันกลายเป็น บล.เคจีไอ (ประเทศไทย))
ในช่วงนั้นตลาดหุ้นไทยกำลังขาขึ้น ดัชนีกำลังจะไต่ไปที่ระดับ 1700 จุด
หุ้นมีแต่ขึ้นกับขึ้น ทำให้ไม่รู้จักคำว่าขาดทุนในหุ้น แต่ช่วงนั้นผมได้เงินเดือนแค่ 20,000 บาท
จึงไประดมเงินมาลงทุนในหุ้นจากน้องชาย และอาม่า รวมๆ กันแล้วเป็นแสนบาท

ช่วง นั้นผมลงทุนหุ้นตัวไหนก็กำไรและกำไรเยอะด้วย
แต่มีอยู่วันหนึ่งอาม่าพูดกับผมว่ากำไรเยอะๆ ทำไมไม่ขายออกไป
ผมตอบสวนออกไปทันทีว่ายังไม่ขาย อาม่าไม่รู้เรื่องอะไร เดี๋ยวผมจัดการให้เอง
ตลาดหุ้นกำลังขึ้นและจะขึ้นไปอีก แต่แล้วตลาดหุ้นตกและตกลงอย่างรวดเร็ว
สุดท้ายผมขาดทุนไปราวๆ 1 ล้านบาท ซึ่งก็เป็นเงินออมของอาม่า น้องชาย
และเงินของผม หลังจากนั้นผมต้องทำงานหาเงินใช้หนี้ยาวนานถึง 50 เดือน
บทเรียนที่ผมได้รับและจดจำไม่เคยลืม คือ ความไม่แน่นอน
ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยง่ายและได้มาโดยไร้ความเสี่ยง

ประโยคที่จดจำได้ดีจากคุณซิกเว่
คุณ ซิกเว่คอยแนะนำ ชี้แนะผมเหมือนพนักงานคนอื่นๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ
ผมต้องได้รับการประเมินผลงานทุกๆ ไตรมาส แต่ประโยคหนึ่งคุณซิกเว่บอกเอาไว้
และผมจำได้มาจนถึงทุกวันนี้ เขาพูดกับผมว่า เมื่อคุณโต คุณต้องรู้จักฟังและฟังให้เป็น
พร้อมกับบอกว่าถ้าองค์กรนิ่งหยุดอยู่กับที่จะไม่มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นเลย


จาก คำพูดของคุณซิกเว่ ผมว่าเป็นสัจจธรรม
และผมหันกลับมามองตัวเองและพบว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น
และผมยอมรับสิ่งที่ เกิดขึ้น คือ มนุษย์ย่อมมีความผิดพลาด
ผมไม่ใช่เทวดาที่จะทำอะไรแล้วเก่ง ดีไปทุกอย่าง

ใน DTAC เปลี่ยนตำแหน่งการทำงานมาแล้ว 8 ตำแหน่ง
ใช่ ครับ ผมเปลี่ยนตำแหน่งงานใน DTAC บ่อยมาก ผมเป็นคนที่ไม่คิดมาก
มองในระยะสั้นๆ งานอะไรที่สนุกผมก็จะทำ และเป็นพวกปากมาก ชอบทะเลาะ
ชอบแสดงความคิดเห็น ซึ่งการเปลี่ยนตำแหน่งงานบ่อยๆ
เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมเข้าใจสัจธรรมชีวิตว่าทุกคน
ต้องมีความผิดพลาดและ ความสำเร็จ

เป็นผู้บริหารคิดนอกกรอบ
เป็น เรื่องการเอาตัวรอดมากกว่าทำให้ต้องคิดกลยุทธ์ที่ต้องมาต่อสู้กับคู่แข่ง
แต่ก่อนอื่นเราต้องยอมรับว่าเราเป็นมวยรอง เราแพ้ทุกอย่างทั้งการเงิน
การตลาด การเมือง เราต้องรู้ตัวตลอดเวลา และอย่าหลอกตัวเอง
มีช่วงหนึ่งที่ออเร้นท์เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย
ซึ่งว่ากันว่าเป็นแบรนด์ที่ไปทำตลาดไหนก็ประสบความสำเร็จ
ทำให้เราหล่นลงมาเป็นแบรนด์อันดับ 3 ทันที
ดังนั้นถ้าเราจะทำการตลาดแบบปกติเราแพ้แน่นอน

เมื่อเป็นแบบนี้ ผมจึงหากลยุทธ์การตลาดทุกรูปแบบมาต่อสู้และสู้แบบยิบตา
ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าหากเป็นมวยรองแล้วทำการต่อสู้เต็มที่ ถ้าแพ้ก็ไม่เสียหาย
แต่ถ้าชนะขึ้นมาถือว่าสุดยอด เห็นชัดๆ
กับความคิดนอกกรอบคงจะเป็นแบรนด์แฮปปี้
ที่ผมกับคุณซิกเว่ต้องออกเดินทางลุยอย่างเต็มที่ ซึ่งเห็นผลจนถึงทุกวันนี้

ช่วยขยายความคำว่า "กลยุทธ์ตีน"
คำ ว่ากลยุทธ์ตีนมาจากคุณขรรค์ชัย บุนปาน แห่งค่ายมติชน
ท่านเคยกล่าวเอาไว้ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งมีนักข่าวถามท่านว่า
ค่ายมติชนมีกลยุทธ์อะไรในการฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ
ซึ่งในช่วงนั้นค่ายมติชนเป็นสำนักพิมพ์เดียวที่ยังมีผลประกอบการเป็นกำไร

คุณ ขรรค์ชัยตอบนักข่าวว่า "ผมใช้ตีนในการฝ่าวิกฤติ"
ท่านเล่าว่าหลังจากรู้สัญญาณการเกิดวิกฤติ ก็เริ่มเดินปิดไฟ ประหยัดทุกอย่าง
เดินบอกพนักงานทุกคนถึงสาเหตุการลดเงินเดือน
เดินไปหาสายส่ง เดินแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

ผมจึงใช้กลยุทธ์แบบคุณขรรค์ ชัยมาใช้กับ DTAC ด้วยการเดินไปหาลูกค้า
เดินไปหาตัวแทนขายเพื่อถามว่าพวกเขาต้องการอะไร มีปัญหาอะไร
ซึ่งทำไห้ได้ไอเดียใหม่ๆ และการเดินแบบนี้ทำให้ได้เห็นของจริง
มีอะไรเสียหายก็แก้ปัญหาได้ตรงจุด ไม่ใช่มัวแต่มานั่งดูบทวิจัยบนโต๊ะทำงาน

กำหนดตัวเองเป็นแบรนด์อะไร
ผม คงไม่กำหนดตัวเองเป็นแบรนด์ ถ้ากำหนดแบบนั้นก็ไม่ใช่ตัวเอง
แต่ผมเป็นวิญญูชน ความหมายของคำๆ นี้ คือ ผู้ที่รู้จักผิดชอบชั่วอย่างปกติ
ซึ่งผมก็เป็นคนแบบนั้น เป็นคนปกติ เป็นคนทำงาน

ช่วยเล่าเหตุการณ์ตอนที่เกือบเสียชีวิต และบทเรียนที่ได้รับ
ใน อดีตผมทานทุกอย่างที่ขวางหน้ามาตั้งแต่หนุ่มๆ แต่ไม่เคยป่วยเลย
ร่างกายยังสดชื่น สมบูรณ์ แต่น้ำหนักขึ้นตลอดและเคยทำสถิติสูงสุด
ไว้แถวๆ 90 กิโลกรัมเมื่อประมาณ 5 เดือนที่ผ่านมา มีวันหนึ่งผมไปทานบุฟเฟ่
ทานเยอะมาก จนกระทั่งรู้สึกว่าใจสั่น มือเย็นและทนไม่ไหว
ขณะที่นั่งรถกลับบ้านต้องหลับตาแต่อาการไม่ดีขึ้น
จึงตัดสินใจให้คนขับรถขับตรงไปที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏ์
และเมื่อตรวจเสร็จ อาการผมหนักถึงขนาดเข้าห้องน้ำยังต้องมีพยาบาล
คอยดูแลตลอดเวลา ตอนนั้นนึกถึงหน้าลูก หน้าภรรยา นึกถึงพ่อแม่
และบอกกับตัวเองว่ายังตายไม่ได้ ร่างกายยังแข็งแรงอยู่

เมื่อออกจาก โรงพยาบาล ผมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานของตัวเอง
ทานแต่ของที่มีประโยชน์ จนกระทั่งน้ำหนักลดลง
คอเรสเตอรอลลดลง และสุขภาพดีขึ้น

นี่ ก็เป็นการลงทุนของผม คือ การเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิต
และตอนนี้น้ำหนักราวๆ 78 กิโลกรัม และกลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของผมครั้งนี้มี 2 อย่าง
คือ อยากเปลี่ยนด้วยตัวเองกับถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลง
ซึ่งผมยึดคำพูดของลีโอ ตอลสตอย นักเขียน
นักคิดทางสังคมชาวรัสเซีย เอาไว้ในใจเสมอว่า
ถ้าคุณคิดจะเปลี่ยนแปลงโลก
แต่คุณไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเลยได้อย่างไร?


เมื่อ เปลี่ยนแปลงแล้ว ผมเห็นมุมมองอะไรใหม่ๆ มากมายอย่างน่าสนใจ
ทั้งการดำเนินชีวิตและการทำงาน ทำให้เกิดการเรียนรู้ครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต
และเกิดขึ้นเมื่อไม่นานอีกด้วย ซึ่งในสมัยก่อนผม
เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเปลี่ยนแปลงอะไร
แต่เมื่อได้เปลี่ยนแปลงแล้วทำให้มีความสนุกสนาน
โดยผมจะเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ
และเปลี่ยนตัวเองก่อน อย่างเช่น ตอนนี้กำลังหัดใช้
เครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอช ซึ่งผมก็ใช้สลับกับ PC

ทุกวันนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากทำให้ได้ คือ การนั่งสมาธิ
ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับผมแต่จะพยายามทำให้ได้

การลงทุนทั้งหลายที่พูดมา จุดไหนคือกำไร
มี ความสะสมมาโดยไม่รู้ตัวด้วย ที่ผ่านมาผมมีการลงทุนในชีวิตมามาก
และได้กำไรมากเช่นเดียวกัน แต่แน่นอนย่อมมีความเสี่ยงเสมอ
ถ้าลงทุนและลงแรงก็จะเกิดการออกดอก ออกผล อย่างเช่น
ผมลงทุนออกกำลังกายด้วยการวิ่ง กำไร ก็คือ ทำให้มีร่างกายแข็งแรง
หรือการหันมาทานผัก ลดน้ำตาล กำไรอยู่ที่น้ำหนักตัวลดลงเข้าสู่จุดสมดุล
แต่ทั้งหลายทั้งปวงของการลง ทุน สุดยอดของการลงทุนในมุมมองของผม
ก็คือ การเปลี่ยนแปลง ซึ่งการเปลี่ยนแปลง ก็คือ การลงทุน
ลงทุนกับสิ่งที่เคยเป็นมาแล้วเปลี่ยนแปลงมัน
หลังจากนั้นจะมีอะไรใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต ซึ่งอาจจะนับเป็นกำไรของชีวิต
หรือเป็นประสบการณ์ชีวิตก็ได้
หรือเป็นการเข้าใจโลกใบนี้มากขึ้น ซึ่งก็คือกำไรชีวิต

เรื่องความรักได้ยินว่ายังมีการลงทุนและวางแผน
ผม ไม่ใช่คนเจ้าชู้ แต่เรื่องความรักหรือจีบสาวจะมีการวางแผน
เช่น สมัยหนุ่มๆ เวลามีสาวสวยเข้ามาทำงานใหม่ๆ ผมจะประกาศก้องไปเลย
ว่าคนนี้ผมจะจีบ บ่งบอกให้รู้ว่าห้ามใครจีบแข่ง

คนมุ่งมั่น มั่นใจมาก
ใช่ แม้แต่การตีกอล์ฟ ผมฝึกตีกอล์ฟได้ไม่เท่าไร ผมกล้าออกรอบกับเพื่อนๆ
ร่วมก๊วนที่เล่นเก่งๆ ได้ โดยไม่อาย ที่สำคัญกล้าที่จะเสี่ยงด้วย
การเล่นพนันเล็กๆ น้อยกับเพื่อนๆ ถึงแม้ว่าตัวเองจะเพิ่งหัดเล่นกอล์ฟ

ความสำเร็จเกิดจากอะไร
ถ้า คิดว่าตัวเองสำเร็จจะล้มเหลว นี่เป็นปรัชญาที่ยึดมาโดยตลอด
ดังนั้นผมคิดว่าตัวเองยังไม่ประสบความสำเร็จอะไรมากมาย
แต่ที่ผมดังก็เพราะอยู่ในธุรกิจมือถือ ซึ่งใครเข้ามาทำงานวงการนี้ดังทุกคน

แต่ ความสำเร็จของผม อยู่ที่การมีความสุข มีชีวิตสบาย
วันหยุดผมอยู่บ้าน อยู่กับลูกกับภรรยา เป็นคนธรรมดา
ไม่มีของสะสมอะไร ผมมีความสุขสบายใจที่สุด

ครอบครัวมีส่วนสร้างความสำเร็จในงานมากน้อยแค่ไหน

มีส่วนอย่างมาก ถ้าผมยังไม่แต่งงานคงเป็นคนขี้เกียจ
ดังนั้นครอบครัวเป็นแรงผลักดันให้เกิดพลังในการทำงาน ให้กำลังใจตลอดเวลา

ชอบนักเขียนคนไหน

หนังสือ ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ผมอ่านทุกเล่ม
รวมทั้งหนังสือของพี่จิก - ประภาส ชลศรานนท์ ผมชอบมุมมองไอเดียของพี่เขามาก
เป็นฮีโร่ของผมเลย และผมชอบหนุ่มเมืองจันทร์ คุณบินหลา น. นพรัตน์
ซึ่งนักเขียนเหล่านี้มีความเหมือนกัน คือ เขียนหนังสือง่าย ทำให้คนอ่านเข้าใจง่าย เขียนสนุก

อ่านนวนิยายจีน ได้กลยุทธ์มาปรับใช้ในการทำงานบ้างหรือไม่

ผม อ่านกระบี่เย้ยยุทธจักร อ่านหลายรอบมากซึ่งมีตัวละครอยู่คนหนึ่ง
ซึ่งชอบใช้ชีวิตแบบสันโดษ เป็นวิญญูชน มีจิตใจงดงาม
ซึ่งในหนังสือเล่มนี้มีปรัชญาชีวิตอะไรหลากหลายที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิต จริงได้

วางแผนอนาคตอย่างไร
ผม ไม่เคยวางแผนอนาคตยาวไกล คิดแค่เพียงว่าอยากทำงานที่ความสนุก
ที่สำคัญผมคิดตลอดเวลาว่าหากไม่ได้ทำงานใน DTAC ผมจะต้องเดินออกไปอย่างสง่างาม
ไปแบบเท่ๆ เก็บของไม่กี่ชิ้นแล้วไปได้เลย
และไม่ทำให้คนที่เข้ามาแทนผมต้องนินทาว่ากล่าวผมเสียๆ หายๆ

ผมจะเดิน ออกไปด้วยความภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำ ซึ่งฉากจบใน DTAC
ของผมต้องมีความสุข แต่อย่าถามว่าหลังจากนั้นผมจะไปทำอะไร
ซึ่งผมก็ไม่รู้เพราะเมื่อถึงวันนั้นก็จะมาหาเราเอง
ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาผมมักจะเป็นเช่นนั้น คือ เดี๋ยวก็มาเอง
แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเลือกทำอะไรที่เราต้องการ
คือ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แล้วค่อยตัดสินใจ

ทุกวันนี้ ผมคิดว่าผมเดินมามากกว่าที่คิดเอาไว้
ชีวิตนี้ได้อะไรมากกว่าที่ควรจะได้อยู่แล้ว
ผมขอฝากประโยคปิดท้ายว่า ทุกนาที คือ การลงทุน


From :  www.moneychannel.co.th
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 ส.ค. 2008, 20:13 น.
ธนา เธียรอัจฉริยะ ..
ขออนุญาตพี่โอ๋เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยสำหรับบุคคลที่มีความคิดสมนามสกุลจริง ๆ

หลังจากที่มีประกาศค่าไอซี (อินเตอร์คอนเน็กชั่น ชาร์จ)
ราคาไม่ใช่ปัจจัยการแข่งขันอีกต่อไป
เพราะราคาและโปรโมชั่นก็จะใกล้เคียงกัน
ดังนั้นเรื่องความสะดวกจะเป็นเรื่องสำคัญ

ธนา เป็นผู้ริเริ่มรูปแบบใหม่ในการเติมเงินแบบออนไลน์
เติมเงินผ่านมือถือ ที่สามารถเติมได้ทุกที่ ทุกเวลา
เติมเงินได้จากร้านค้า หรือตัวแทนที่มีกระจายอยู่ทั่วไป
ไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรเติมเงิน (ประหยัดต้นทุนของบริษัทอีกด้วย)

เครือข่ายเติมเงิน ครอบคลุมร้านค้า ร้านซ่อมนาฬิกา ร้านตัดผม
แม่บ้าน นักศึกษา ร้านข้าวแกง เจาะลึกลงระดับรากหญ้า
นอกจากนี้ ดีแทคยังจับมือกับ ชายสี่หมี่เกี๊ยว
จับมือกับธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อขยายเครือข่ายให้เป็นแบบก้าวกระโดด


ปัจจุบันการแข่งขันด้านราคายังมีอยู่เรื่อย ๆ ตามโปรโมชั่นต่าง ๆ
โปรฯใหม่ ๆ จะออกมาให้เราโทรหาในเครือข่ายเดียวกัน เรียกว่าแก๊งค์เดียวกัน

การใช้วิธีขยายการเติมเงินให้เป็นเรื่องง่ายที่สุด สะดวกที่สุด และแพร่หลายมากที่สุด
ไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ ไม่ต้องจ้างบริษัทอื่น สร้างผู้จำหน่ายของตนเองขึ้นมา
แปลงลูกค้าให้เป็นผู้ขายไปในตัว ทำให้ลูกค้าที่เป็นผู้จำหน่าย เป็นพันธมิตรกับดีแทค
ซึ่งพันธมิตรก็จะไม่มีที่สิ้นสุด หาไปได้เรื่อย ๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 05 ส.ค. 2008, 15:06 น.
 :12: ขอบคุณทั้งสองคนเลยค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 13 ส.ค. 2008, 23:52 น.
กระจู๋นี้ใช้เวลาอ่านนานมากครับ :44:
กำลังจะใช้หนี้เคลียร์ดาวที่เหลือสิบกว่าหน้าตั้งแต่ติดธุระจนไม่ค่อยได้ปั่น
ก็มีที่นี่แหละที่นั่งอ่านนานสุดๆ :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 ส.ค. 2008, 09:36 น.
หนังสือพิมพ์ .. อะไรที่มากกว่าข่าว

ปัจจุบันเปิดคอม เปิดเว็บ เชคข่าว บทความ เว็บ gossip ดารา
มีให้อ่านเยอะแยะ แต่ทำไมหนังสือพิมพ์ยังคงขายได้เป็นล้านฉบับ

ชีวิตประจำวันของคนเราที่เปลี่ยนไป Life style แบบใหม่
กระทบกับสินค้าหรือบริการบางอย่าง จนต้องปิดตัวเองไป
แต่อะไรที่ทำให้หนังสือพิมพ์ยังคงอยู่ได้ และไม่กระทบยอดขายสักเท่าไหร่
ทั้ง ๆ ที่เทคโนโลยีต่าง ๆ ก็นำเสนอข่าวให้กับคนมากมาย
ทุกทาง ทั้ง website ต่าง ๆ ส่งข่าวทาง e-mail, sms ฯลฯ

มีคนให้เหตุผลไว้หลากหลาย แตกต่างกัน
บ้างบอกว่าหนังสือพิมพ์ซื้อเล่มเดียว แต่พกไปได้ทุกที่
อ่านตอนเข้าส้วมก็ได้ บนรถเมล์ก็ได้
บ้างก็ว่า อ่านสบายตากว่านั่งจ้องอ่านในคอม
บ้างก็ว่า ได้อารมณ์ตอนนั่งอ่านไปจิบกาแฟไป พลิกหน้านั้น ดูหน้านี้

บางบ้านรับหนังสือพิมพ์เป็นประจำ รับมาอ่านบ้าง ไม่อ่านบ้าง
เช้าขึ้นมามีคนมาเสียบไว้หน้าประตูบ้าน
บางคนหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมา อ่านอยู่แค่ไม่กี่หน้า ไม่กี่คอลัมน์

แล้วคุณล่ะ คิดว่าเพราะอะไร ?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 20 ส.ค. 2008, 09:37 น.
มันถูก และครบดี
อ่านได้ทุกคนในบ้าน  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 20 ส.ค. 2008, 20:47 น.
นั่งดูแค๊ปหมูที่ซื้อมาแล้วดูกระทู้นี้ นึกอะไรดีๆได้
:25:

น่าจะมีใครทำพวกอาหารเติมน้ำไว้กินกับมาม่้านะ  :25: ประมาณว่าเนื้อหมูและผักอบแห้ง... หรืิอปลาอบ ไข่อบแห้ง .... พอแกะซองแล้วเอาไปใส่มาม่า แล้วเราก็เติมน้ำร้อนทำเป็นบะหมี่หมู บะหมี่เย็นตาโฟปลาหมึก  :25: :25: :25: :25: :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 20 ส.ค. 2008, 23:27 น.
เหมือนกุ้งแห้งตัวเล็กๆ ที่อยู่ในมาม่าคัพเหรอคะ พี่หมอ? :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 21 ส.ค. 2008, 08:58 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 20 ส.ค. 2008, 20:47 น.
นั่งดูแค๊ปหมูที่ซื้อมาแล้วดูกระทู้นี้ นึกอะไรดีๆได้
:25:

น่าจะมีใครทำพวกอาหารเติมน้ำไว้กินกับมาม่้านะ  :25: ประมาณว่าเนื้อหมูและผักอบแห้ง... หรืิอปลาอบ ไข่อบแห้ง .... พอแกะซองแล้วเอาไปใส่มาม่า แล้วเราก็เติมน้ำร้อนทำเป็นบะหมี่หมู บะหมี่เย็นตาโฟปลาหมึก  :25: :25: :25: :25: :25:

พรานทะเลทำแล้วนี่คะพี่หมอแมว พึ่งเปิดตัวไปเมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน

อ้างอิงจาก : จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2349 17 ส.ค.  - 20 ส.ค. 2551

'คลิ๊ก'โดนๆ กับพรานทะเล 
อาหารแช่แข็ง กลายเป็นเทรนด์ฮิตของคนรุ่นใหม่ไปซะแล้ว
ด้วยความสะดวกรวดเร็ว ในการทำ จนถึงรับประทาน
แต่ความนิยมย่อมทำให้เกิดผู้ประกอบการหน้าใหม่ และการแข่งขันก็ตามมา


ด้วยประสบการณ์ ทำให้ได้รับการยอมรับว่าผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารแช่แข็ง
กับการเดินหน้าไม่หยุดนิ่ง วันนี้ "พรานทะเล" จึงสร้างเทรนด์ใหม่ให้กับคนไทยในยุคข้าวยากหมากแพง
กับคอนเซ็ปต์ 'คลิ๊ก®' เพราะเป็นการจับคู่กันชนิดที่เชื่อว่า "คลิก" กันลงตัวแบบโดนใจลูกค้าสุดๆ


"คลิ๊ก®" เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่พรานทะเล พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด
"เติมเต็มคุณค่า ให้อาหารจานด่วนของคุณ"
โดยนำเนื้อประเภทซีฟูด หมู ไก่ที่ผ่านการปรุงรส สุกผสมแครอต เห็ดหอม
ผ่านกระบวนการต่างๆ จนพร้อมรับประทานออกวางจำหน่าย
เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อไปทานควบคู่กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ซึ่งเป็นอาหารยอดฮิตได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และง่ายดาย
เป็นแนวคิดการทำตลาดแบบใหม่ที่ไม่ได้มาเดี่ยว หรือดังคนเดียว เหมือนในอดีต


โดย "อนุรัตน์ โค้วคาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและฝ่ายปฏิบัติการ
พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง บอกว่า 'คลิ๊ก®' เป็นการสร้างเทรนด์ใหม่ให้กับการทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ซึ่งเป็นเมนูยอดฮิตของคนไทย โดยในแต่ละปีคนไทยบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
มากถึง 12,000 ล้านบาท หรือเกือบ 6 ล้านซองต่อวัน
ในขณะที่เศรษฐกิจโดยรวมในยุคข้าวยากหมากแพง
ทางนำอาหารประเภทเนื้อที่ให้คุณค่าทางโภชนาการ มามิกซ์ แอนด์ แมตช์์์์
กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก็ยังคงมีความจำเป็นอย่างไม่น้อย


อีกทั้งความโดดเด่นของ 'คลิ๊ก®' คือมีความหลากหลายทางเมนูให้เลือกมากกว่า 10 เมนู
อาทิ ปลาพริกไทยดำ ,ปลาทอดกระเทียม , กุ้งปรุงรส ฯลฯ ในราคาเริ่มต้น 13-16 บาทต่อซอง
เมื่อนำมาแมตช์กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซองละ 6 บาท สนนราคาก็จะอยู่ที่ 19-22 บาท
ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าข้าวราดแกง หรือก๋วยเตี๋ยวในปัจจุบัน


ส่วนแคมเปญเปิดตัวของ 'คลิ๊ก®' ที่พรานทะเลจัดให้ ... ก็จะมีความโดดเด่น
ตามคอนเซ็ปต์ของสินค้า ที่นอกจากการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ทั้งทีวี นิตยสาร
แล้วยังมีสื่อออนไลน์ ทั้งอินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และการโรดโชว์ตามคอมมิวนิตีต่างๆ ด้วย


"อนุรัตน์" บอกอีกว่า เมื่อ 'คลิ๊ก®' คลิกโดนใจลูกค้าแล้ว การเลือกซื้อก็ต้องเข้าถึงด้วย
โดยลูกค้าจะเห็น 'คลิ๊ก®' วางคู่กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ตามร้านค้าทั่วไป
รวมถึงมินิมาร์ต คอนวีเนียนสโตร์อีกนับ 1,000 จุด ตู้แช่พรานทะเล โมเดิร์นเทรด ,
ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ โดยในปีแรกนี้พรานทะเล ตั้งเป้าที่จะโกยยอดขายกว่า 1,300 ล้านบาท

ส่วน คุณลูกค้า ลองลิ้มชิมรส 'คลิ๊ก®' แล้วจะรู้ว่าคลิกไม่คลิกกันแน่....
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 21 ส.ค. 2008, 12:11 น.
เจ๊รอบรู้ง่ะ  :25:

สุดยอด  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 21 ส.ค. 2008, 12:23 น.
เห็นข่าวตอนเค้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์น่ะ เลยรู้

แต่พูดก็ต้องลองนะ เดี๋ยวลองหาซื้อมาเทสก่อน :54:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 21 ส.ค. 2008, 13:12 น.
 :08: ว่าแล้วว่าไอเดียแบบนี้ต้องมีคนคิดแล้วแน่ๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 21 ส.ค. 2008, 14:42 น.
ต้องลองชิม  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 08:45 น.
พักนี้ไร้อารมณ์ จะมีอะไรมาเล่าสู่กันฟัง
แต่เอาไอ้นี้มาฝาก เพื่อวัยแสงหาทุกท่าน

.................................................
ผมได้ อ่าน หนังสือ CLEO ไปอ่านเจอคอลัมน์ Money Guru
แล้วน่าสนใจ อยากให้ทุกคนได้อ่าน นะครับ หนังสือได้พูด โอปราห์ วินฟรีย์
เธอ เป็น ผู้หญิงผิวสีที่รวยที่สุดในศตวรรษที่ 21
มีทรััพย์สินทั้งหมดกว่า 2.500 ล้านดอลลาร์
แล้วยังเป็นผู้หญิงแสนเก่ง เจ้าของรายการ The Oprah Winfrey Show
แต่ยังไง ก็ไม่ต้องไป อิจฉาเธอหรอกนะครับ เพราะ เบรนท์ ดี เทย์เลอร์
ได้บอกเคล็ดลับรวยจริงๆ ไว้ในหนังสือ. The Outsider's Edge.

เขาได้ลองวิเคราะห์บรรดาเศรษฐีพันล้าน 17 คน ที่รวยได้ด้วยตัวเอง เคล็ดลับก็คือ

1. รักที่จะแตกต่าง "ถ้าคิดจะรวย อย่าไปกลัวที่จะไม่เหมือนคนอื่น"
ลองมาดู โอปราห์ชอบนั่งพูดสอนคนอื่น ขณะที่เพื่อนคนอื่นนั่งเล่น
ราล์ฟ ลอร์เรนเอง ชอบทำแฟชั่นของผู้ชาย ขณะที่คนอื่นให้ความสนใจกับแฟชั่นผู้หญิง

2. หวนกลับไปสู่วัยเด็ก "เศรษฐีพันล้านทุกคนจำได้ว่าตอนเด็กๆ
พวกเขาชอบทำอะไร แล้วก็ไปทำและร่ำรวยกับสิ่งนั้นนั่นล่ะ"
เพราะฉะนั้นลองนึกดูให้ดีว่า ตอนเด็กๆ ชอบเล่นอะไร
แล้วนั้นจะเป็นตัวทำเงินของคุณ

3. ทำเพื่อตัวเอง "เศรษฐีพันล้านไม่กี่คนหรอกที่จะเอาเวลาของเขาไปเป็นลูกน้องคนอื่น
ทำเงินให้คนอื่น" เทย์เลอร์ยังย้ำอีกว่า ถ้าสามารถมีกิจการของตัวเองเมื่อไร
อย่าเสียเวลาทำงานให้คนอื่นเลย ไปทำธุรกิจขอบตัวเองดีกว่า

4. เป็นตัวของตัวเอง "การทำตัวให้แตกต่าง มันต้องใช้ความกล้าหาญ
และก็ให้ตั้งเป้าหมายของตัวเองไว้ แล้วมุ่งหน้าต่อไป"
ไม่ต้องตกใจถ้าใครจะคิดว่าคุณแปลก เพราะ เพื่อนๆ
ในชั่นเรียนก็ไม่ได้มีใครชอบโอปราห์นัก หรือ จอร์จ ลูคัส
ก็ถูกดูถูกว่าหนังเขาคงไปไม่รอด แต่ทั้งคู่ก็ไม่สนใจสู้จนรวยอย่างที่เราเห็นกันนี่ล่ะ

http://www.oknation.net/blog/raktuaeng/2008/08/27/entry-1
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 15:10 น.
น่าอ่านมาก
ขอบคุณนะคะพี่โอ๋  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 17:12 น.
อ่านแล้วได้แง่คิดดีค่ะ  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 18:22 น.
อ้างอิง3. ทำเพื่อตัวเอง "เศรษฐีพันล้านไม่กี่คนหรอกที่จะเอาเวลาของเขาไปเป็นลูกน้องคนอื่น
ทำเงินให้คนอื่น" เทย์เลอร์ยังย้ำอีกว่า ถ้าสามารถมีกิจการของตัวเองเมื่อไร
อย่าเสียเวลาทำงานให้คนอื่นเลย ไปทำธุรกิจขอบตัวเองดีกว่า

อ่านแล้วสะเทือนใจ  :05:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 29 ส.ค. 2008, 15:21 น.
มีหลาย ๆ คนถาม คำถามเดิม ๆ ซ้ำ ๆ
ว่าตูนคิดอะไรเป็นธุรกิจไปซะหมด ทำอะไรเยอะแยะแบบนี้
ทำไปทำไมเยอะแยะ ไม่กลัวเงินทับตัวหรือไง

อืม .. จะตอบว่ายังไงดี ??

ถามว่าคิด และ มองอะไรเป็นธุรกิจไปหมดทุกอย่างเลยไหม
ตอบได้เลยว่า "ไม่" นะ แต่อะไรที่มันเอื้อต่อธุรกิจ
ต่อยอด เอามาทำมาหากิน สร้างลู่ทางได้ ทำไมถึงไม่หยิบฉวยไว้ล่ะ

โอกาส ไม่ใช่นึกอยากจะได้แล้วมันจะวิ่งเข้ามานะ
ในเมื่อ มีโอกาสเข้ามา ทำไมถึงไม่ไขว่คว้าไว้

ตอนนี้มีเรี่ยวแรง มีสมอง มีกำลังกาย และกำลังใจ
ที่จะทำสร้างสรรค์ สร้างพื้นฐาน-รากฐานที่มั่นคงให้กับชีวิต
ครอบครัว พ่อ-แม่ และ ครอบครัวเล็ก ๆ ในอนาคต
ไม่สร้างฐานไว้ตอนนี้ แล้วจะไปทำตอนไหน ?

เหนื่อยตอนนี้ ใช้เวลาทำงานในตอนนี้ให้มาก
อนาคตจะได้สบาย อีกหน่อยจะได้พัก จะได้ไปเที่ยว พักผ่อนอย่างที่วางแผนชีวิตเอาไว้
ตอนนี้งานบริษัทที่ทำก็เพื่อเรียนรู้ หาประสบการณ์ และ ฝึกฝนระบบการทำงาน
เป็นงานหลักที่มีความมั่นคงต่อรายได้ และอนาคตถ้ามีกิจการเป็นของตัวเอง
เราก็จะได้มองภาพรวมบริษัทออก ว่าควรจะบริหารยังไง

งานเสริมอื่น ๆ ทำมากเท่าที่ทำได้ แต่ไม่หักโหมเกินไป
ยิ่งทำมาก รายได้ที่เข้ามาก็มาก ไม่ทำตอนนี้ แล้วจะทำตอนไหน ?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 29 ส.ค. 2008, 15:53 น.
สู้ๆน้องตูน ฟ้าเปิดแล้ว :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 29 ส.ค. 2008, 15:54 น.
อ้างคำพูดจาก: rajun เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 08:45 น.


2. หวนกลับไปสู่วัยเด็ก "เศรษฐีพันล้านทุกคนจำได้ว่าตอนเด็กๆ
พวกเขาชอบทำอะไร แล้วก็ไปทำและร่ำรวยกับสิ่งนั้นนั่นล่ะ"
เพราะฉะนั้นลองนึกดูให้ดีว่า ตอนเด็กๆ ชอบเล่นอะไร
แล้วนั้นจะเป็นตัวทำเงินของคุณ

3. ทำเพื่อตัวเอง "เศรษฐีพันล้านไม่กี่คนหรอกที่จะเอาเวลาของเขาไปเป็นลูกน้องคนอื่น
ทำเงินให้คนอื่น" เทย์เลอร์ยังย้ำอีกว่า ถ้าสามารถมีกิจการของตัวเองเมื่อไร
อย่าเสียเวลาทำงานให้คนอื่นเลย ไปทำธุรกิจขอบตัวเองดีกว่า



:46: เป็นกำลังใจให้ดิ้นรนต่อได้ดีมากเลยค่ะ

+ ขอบคุณพี่โอ๋ค่ะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 29 ส.ค. 2008, 15:55 น.
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม เมื่อ 29 ส.ค. 2008, 15:53 น.
สู้ๆน้องตูน ฟ้าเปิดแล้ว :12:

ฟ้า = แม่

ใช่ไหมเจ้ :43:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 29 ส.ค. 2008, 16:06 น.
 :18: งง ฮ่าๆๆๆๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 30 ส.ค. 2008, 09:12 น.
 :30: เปล่า ๆ ไม่ได้หมายถึงฟ้าน่ะ

โอย พูดเอง งง เอง

ตูนพูดเล่นกับพี่ส้มอ่ะจ๊ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 02 ก.ย. 2008, 13:41 น.
อ้างอิง มาจาก Nation Channel

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ยอมรับว่าได้เข้าดูแล เพื่อสกัดการอ่อนเงินบาทเช้านี้
หลังจากได้รับผลกระทบจากเหตุความวุ่นวายการเมืองในประเทศ

"ตอนเช้าก็ไหลลงไปมาก ก็เข้าไปดูแลค่าเงินในช่วงที่บาทอ่อนทันทีที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน
ก็ทำให้บาทอ่อน"นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

เขากล่าวด้วยว่า ธปท.พร้อมจะเข้าดูแลเพิ่มเติมหากเงินบาทยังผันผวน

ช่วงเที่ยงนี้ บาท/ดอลลาร์ อยู่ที่ 34.44/49 ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 1 ปี

:: คือตูนอยากรู้ว่าการที่ ธปท. เข้ามาดูแล สกัดการอ่อนเงินบาท ด้วยการแทรกแทรงแบบนี้
วิธีที่เค้าทำเป็นยังไง พอมีใครรู้บ้างไหมคะ ?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 02 ก.ย. 2008, 14:20 น.
_http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=megaman009&month=03-2007&date=28&group=1&gblog=8

หามาฝากน้องตูน เขาอธิบายเข้าใจดีค่ะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 02 ก.ย. 2008, 14:35 น.
+ ขอบคุณมากค่ะป้าแป้ง พี่แอ้ ตูนขอโทษ  :05:  วันนี้เบลอไปหน่อย อ่านเยอะ

กำลังไปอ่าน ๆ อยู่ วิธีแบบนี้เหรอที่ทำ  :37:



ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 02 ก.ย. 2008, 14:38 น.
แอ้ค่ะน้องตูน..  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: TangMo เมื่อ 04 ก.ย. 2008, 18:21 น.
พึ่งเข้ามาอ่าน 21 หน้ารวด สนุกมากๆครับ   :12:

:46:  ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 17 ก.ย. 2008, 00:57 น.
สงสัยเรื่องเลย์แมน บราเธอร์ครับ
ฟังช่องสามแล้วเขาพูดถึงกรณีนี้ว่าเป็นกรรมสนองจากกรณีต้มยำกุ้ง

มันยังไงเหรอครับ :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 17 ก.ย. 2008, 03:27 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 17 ก.ย. 2008, 00:57 น.
สงสัยเรื่องเลย์แมน บราเธอร์ครับ
ฟังช่องสามแล้วเขาพูดถึงกรณีนี้ว่าเป็นกรรมสนองจากกรณีต้มยำกุ้ง

มันยังไงเหรอครับ :09:

ช่วงต้มยำกุ้ง
จำตอน 56 ไฟแนนซ์ล้มได้ไหมครับ
รัฐบาลเราก็ตั้ง ปรส มาดูแลทรัพย์สิน
และขายทอดตลาดออกไป

มูลค่าทรัพย์สินโดนขายออกไปให้ต่างชาติ
ในราคาถูกเหมือนได้เปล่า และหนี้เหล่านั้น
ก็มาจากลูกหนี้คุณภาพดี

ยกตัวอย่าง หนี้เงินกู้มูลค่า พันกว่าล้าน USD
มีบริษัท ไทยแคปปิตอล เป็นบริษัทร่วมทุน
ระหว่าง โกลด์แมนแซค กับ จีอีแคปปิตอล
ประมูลซื้อได้ในราคา ห้าร้อยกว่าล้าน USD

แต่ในวันเดียวกันที่ประมูลได้
ไทยแคปปิตอลก็ขายหนี้ต่อออกไป
ให้นักลงทุนต่างชาติในราคาเกือบเท่าตัว
คงไม่มีธุรกิจอะไรที่จะสามารถทำกำไร
ได้ห้าร้อยกว่าล้าน USD ได้ภายในวันเดียว
เหมือนกับ ไทยแคปปิตอลอีกแล้ว

ทีนี้กลับมาที่ เลห์แมน
กรณีต้มยำกุ้ง เลห์แมนร่วมกับจีอีแคป
ประมูลซื้อ เงินกู้อสังหาริมทรัพย์ชั้นดีแค่
สามร้อยกว่าล้าน USD จากมูลค่าตลาดหกร้อยกว่าล้าน USD
แล้วเอาไปขายต่อทำกำไรอีกเท่าตัว
แต่ที่ชาวบ้านก่นด่าคือ เลห์แมนดันสวมหมวกอีกใบ
เป็นที่ปรึกษาให้ ปรส ด้วย

ที่เลห์แมนล้มนั้น
เป็นผลต่อเนื่องจากวิกฤติซัพไพรม์
ที่เกิดขึ้นในสหรัฐ เพราะเลห์แมนทำธุรกิจด้านนี้
อ่านรายละเอียดซัพไพรม์ที่นี่ (http://supperman008.multiply.com/journal/item/24/24)(ผมว่าเขาเขียนได้เข้าใจง่ายดี)

เมื่อเข้าใจว่าการทำธุรกิจซัพไพรม์เป็นยังไงแล้ว
ก็คงพอจะคิดออกกันว่า จะสงสารเลห์แมนหรือจะสมน้ำหน้ากันดี  :42:






ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 17 ก.ย. 2008, 08:04 น.
มาอ่านเก็บความรู้ค่ะ ขอบคุณพี่ณตค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 22 ก.ย. 2008, 13:59 น.
ทำไม Amino OK ไม่โอเค แล้วน้ำส้ม Seki ก็ยังเซ

อ้างอิง :: หนังสือ Marketeer - ส.ค. 51

เรื่อง : อรวรรณ บัณฑิตกุล

การทำสินค้าเครื่องดื่มตัวต่อมาไม่เปรี้ยงปร้างเท่าตัวแรก
ถ้าเป็นคนอื่น เป็นเรื่องธรรมธรรมดา แต่สำหรับตันเขาต้องคอยตอบคำถามจากทุกคนบ่อยครั้ง
ทำไมว่าสินค้าอย่างอะมิโนโอเค และน้ำส้มเซกิ จึงไม่ประสบความสำเร็จ

"อะมิโน โอเค" "น้ำส้มเซกิ "และ "คอฟฟี่โอ"
คือสินค้าที่เขาหวังจะให้ขึ้นมาเป็นพระเอกตัวใหม่
วันนี้เขายอมรับว่า 2 ตัวแรก พลาด แต่ตัวที่3 ยังรอเวลา

"ผมคงไม่เก่งทุกครั้งทำอะไรสำเร็จทุกครั้งคงไม่ขนาดนั้น"
ตันยกตัวอย่างว่า บริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ของโลกก็มีพระเอกตัวเดียว
ค่าย สหพัฒน์ฯ ก็ยังมีเพียงมาม่า ตัวเดียวที่ทำรายได้หลัก

อะมิโนโอเค เป็นเครื่องดื่มในกลุ่มเครื่องดื่มผสมวิตามินที่เปิดตลาดครั้งแรกเมื่อปี2548   
ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ตลาดน้ำผลไม้เติบโตมากที่สุดในเมืองไทย 
แต่เขามีวิธีคิดที่กลับกันว่าตลาดเครื่องดื่มผสมวิตามินบ้านเราที่ยังเล็กน่าจะทำตลาดได้ง่ายกว่า
เพราะมีผู้เล่นเพียงไม่กี่รายเช่นยูนิฟ ที่ส่งตัว ยูนิฟ ไอ เฟิร์ม (I FIRM) เข้ามา
และที่สำคัญ เป็นสินค้าที่เทรนด์มาแรงมากในประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์

ตันมั่นใจว่าถ้าสามารถปลุกกระแสเครื่องดื่มประเภทนี้ขึ้นในเมืองไทยได้เขาก็จะเป็นผู้นำตลาด 
ซึ่งถ้าได้ก็ได้คนเดียว เม็ดเงินที่เข้ามาก็ต้องมากกว่าไปแย่งทำตลาดน้ำผลไม้ที่มีเจ้าตลาดอยู่แล้วหลายราย

งานนี้เขาพลาดเพราะ
1. อะมิโนโอเค เข้าตลาดช่วงที่ชาเขียวมีปัญหาจากกระแสข่าวลือที่เขาไม่ทันตั้งตัว เรื่องสารปนเปื้อน
รวมถึงการเข้ามาทำการแข่งขันกันทำตลาดอย่างหนักจากขาเขียวแบรนด์ใหม่แบรนด์เก่าเกือบ 20ราย
ทำให้ไม่สามารถทุ่มเม็ดเงินได้เต็มที่สำหรับการทำตลาด
เพราะยังต้องยึดมั่นและให้ความสำคัญกับแบรนด์หลักคือโออิชิให้มั่นคงเสียก่อน

2. การโฆษณาของอะมิโน โอเค ถูกบังคับไม่ให้พูดถึงสรรพคุณ .
ทำให้ไม่สามารถสื่อสารได้ตรงๆ ผู้บริโภคไม่รู้ว่ากรดอะมิโนคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร

วิธีแก้ในตอนนั้นคือการโฟกัสสินค้าให้มาอยู่ในกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ปรับแพกเกจจิ้งใหม่เพื่อจะได้ทำการโฆษณาได้ง่ายขึ้น 
เปลี่ยนขวดและลวดลายบนขวดใหม่  ทำให้เห็นชัดเจนว่าเป็นน้ำผลไม้ 

แบรนด์ โออิชิ แข็งแรงพอที่จะทำให้อะมิโน โอเค เป็นที่รู้จัก
แต่ไม่ได้เป็นบทสรุปว่าทำตลาดได้ดีกับความแปลกใหม่ที่นำมาเสนอ
แล้วในที่สุดตันก็เหนื่อยเพราะพูดอยู่คนเดียว คู่แข่งที่จะเข้ามาสร้างสีสรร
ช่วยสร้างกระแสก็ยังไม่มี ตลาดก็เลยไม่เกิด

ในที่สุดปลายปี 2549เขาตัดสินใจกลับมาทำสงครามในตลาดน้ำผลไม้
ที่มีการเติบโตปีละ 30-50% กับแบรนด์น้ำส้มเซกิใน 

น้ำส้มเซกิคือสินค้า ตัวแรกภายใต้การเข้ามาถือหุ้นของกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี
ที่ตันต้องการที่จะสร้างปาฎิหาริย์ ให้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยได้วางจุดต่างจากแบรนด์อื่นๆ
ตรงที่เป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ และตอบสนองกระแสรักสุขภาพของผู้บริโภค
โดยได้วางราคาอยู่ที่ 20 บาท ในขนาด 350 ม.ล. เน้นรสชาติเข้มข้น ออกแนวเปรี้ยว
ขณะที่คู่แข่งในตลาดจะออกแนวหวานเป็นหลัก ออกแบบแพ็กเกจจิ้งให้ดูสดใสเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภค
มีกลุ่มเป้าหมายที่ทุกเพศทุกวัย   และมุ่งเจาะกลุ่มฐานลูกค้าเดิมของโออิชิที่มีอยู่เป็นจำนวนมา

คราวนี้เขาพลาดอีกเพราะมองช่วงเวลาผิดไป  น้ำสัมกำลังป็นสินค้าที่อยู่ในตลาดน้ำผลไม้
ที่กำลังแข่งขันกันอย่างหนักแบรนด์โออิชิ ไม่สามารถนำแบรนด์ เซกิ ฝ่าทะเลเดือดนี้ออกไปได้
ประกอบกับราคาขายก็ยังสูงกว่าคู่แข่ง และยังมีเจ้าตลาดเดิมที่แข็งแรง ทั้งทิปโก้ มาลี ยูนิฟ

ตันใช้เงินโฆษณา ไปมากกว่าอะมิโนโอเค
และยังก็ลงทุนเป็นพรีเซ็นเตอร์เองในงานโฆษณาโทรทัศน์ของเซกิหลายชุด

กลยุทธ์ทางการตลาดของโปรดักส์ทุกคัวถูกวางไว้พร้อม
แต่ตันกลับพูดเรื่องปาฎิหารย์ เขาอธิบายถึงความเชื่ออีกด้านหนึ่งที่ทฤษฎีทางการตลาดไม่เกี่ยวว่า

"อยากบอกว่าสินค้าอย่างนี้มันเหมือนปาฎิหารย์นะ เวลาไม่มาก็ไม่มาแต่เวลามาๆ เลย
ผมอยากให้นึกถึงภาพเวลาคุณดูสารคดี ใต้ทะเล ที่มีปลาตัวเล็กๆฝูงใหญ่ว่ายวนเวียนตามกัน
แต่พอจะเปลี่ยนทิศทางหันกลับ หรือหันซ้าย หันขวามันจะไปเลยนะ ปลาเป็นล้านๆตัวเลย .
พอตัวหนึ่งหันซ้ายก็ซ้ายหมดเลยนะ พอหันไปทางไหนหันตามกันอย่างเร็วเลยไปหมดเลยโดยไม่มีเหตุผล

ถ้าคุณจะทำให้มันโดนใจมันจะไปแบบนี้ล่ะเหมือนชาเขียว พอไปแล้วมันไปแบบถล่มทลายเลย 
เหมือนคนที่ซื้อโออิชิ มีอย่างอื่นก็ไม่เอาเลยนะแล้วทีนี้เมื่อคนจะซื้อเราก็ต้องเตรียมของเอาไว้ให้พอ
ดังนั้นเรื่องกำลังการผลิตต้องเตรียมไว้ด้วย อย่างตอนนั้นพอกำลังซื้อมาปั๊ป กำลังการผลิตผมก็พร้อมแล้ว
เพราะถ้าคุณเตรียมเครื่องจักรวันนี้โน่น อีก 8 เดือนถึงมา ตอนนั้นปลามันเหไปทางอื่นแล้ว"

วันนี้ ตันยอมรับกับMarketeer ว่า"น้ำส้มเซกิ" และเครื่องดื่มสุขภาพ "อะมิโนโอเค"
ยังไม่มีปาฎิหาริย์ และแม้รายได้จะไม่เข้าเป้า เป็นสินค้าที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ   
ก็ยังไม่ยกเลิกไลน์การผลิต แต่ก็หยุดทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปก่อน

ตันยังมั่นใจว่า เมื่อประเทศอื่น ขายได้ บ้านเราก็ต้องขายได้
ประกอบกับมีสัดส่วนการผลิตน้อยไม่กระทบรายได้มากนัก จึงเก็บไว้ก่อน

ผู้ที่ประสบความสำเร็จ ก็พลาดได้ อย่างที่เคยพูดเอาไว้ว่า
launch สินค้าออกมา 10 ตัว success เพียงแค่ตัวเดียว เค้าก็โอเคแล้ว

ใครที่กำลังท้อ ลองดู ว่าขนาดยักษ์ใหญ่ ทุนหนา ทุ่มโฆษณามากมายแบบนี้
ถ้าสินค้านั้นมันไม่โดน มันก็อยู่ไม่ได้จริง ๆ อย่าพึ่งท้อ ลองใหม่ คิดดี ๆ ปล่อยออกมาให้ถูกจังหวะ
นำเสนอดี ๆ ให้ตรงจุด ใ้ห้โดนใจผู้บริโภค เชิญชวนให้รู้สึกว่าน่าลอง น่าสัมผัส

ในความคิดเห็นของผู้บริโภคคนนึงสำหรับสินค้า 3 ตัวนี้ ตูนว่า น้ำส้มเซกิ ตูนชอบนะ
ทั้ง package และ รสชาติ แต่ Amino OK กับ คอฟฟี่โอ สองอันนี้ไม่ผ่านเลย
คอฟฟี่โอ ไม่มีความเป็นกาแฟสด ไม่หอม กินเอสเปรสโซ่มันไม่มีกลิ่นหอม
มีแต่รสชาติที่เหมือนโอเลี้ยง ส่วน Amino OK ไม่รับรู้ถึงความรู้สึกดึงดูดที่จะลองกิน มันเลยพับไป
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 22 ก.ย. 2008, 21:53 น.
ผมชอบคอฟฟี่โอ  :47:
ไม่เคยกินอะมิโนโอเค และไม่เคยกินเซกิ  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 22 ก.ย. 2008, 21:54 น.
แอ้ไม่เคยกินสองรุ่นนั้นเหมือนกัน และไม่กินน้ำขวดๆ อะไรเลยที่บอกว่าผสมนั่นนี่
เพราะรู้สึกว่ามันปรุงแต่งเยอะเกิน (แค่ความรู้สึกนะคะ ไม่ได้มีความรู้เรื่องการผลิตแต่อย่างใด)
:22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 25 ก.ย. 2008, 14:05 น.
ตูว่าคอฟฟิโอเหมือนกาแฟกระป๋อง(ที่ถูกกว่า)เด๊ะเลย
ตอนนี้มีกาแฟขวดเจ้าใหม่ออกมาตามแล้วนะ ขวดละ 29 บาทแน่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 22 ธ.ค. 2008, 17:15 น.
ขุดมาสักหน่อย
ยังไม่มีอะไรเล่าสู่กันฟังหรอก
กะเดี๋ยวรอไปเปิดโรงเรียน ในที่ใหม่
แล้วถ้ามีการทดลองทำประชาสัมพันธ์ แบบไหน
แล้วได้ผล ไม่ได้ผลอย่างไร จะแวะมาเล่าสู่กันฟัง :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 22 ธ.ค. 2008, 17:27 น.
มาติดตาม  :27:



เดี๋ยวจะเล่าเรื่องแผนใหม่ เสื้อผ้าทำเองยี่ห้อ Goldglory เหมือนกัน ค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 23 ธ.ค. 2008, 14:13 น.
ตอนนี้เหนื่อย ๆ คิดอะไรไม่ออก ปูเสื่อรอฟังทั้งสองคนเลยนะคะ ^^
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 23 ก.พ. 2009, 08:53 น.
แล้ว เราก็มาเริ่มกันใหม่

โรงเรียนใหม่ ชื่อ โรงเรียนสอนศิลปะ ทอศิลป์
ของผมใกล้เปิดแล้ว แผนธุรกิจยัง สับสนปนเปในสมอง
อุปสรรค คู่แข่งเยอะขึ้น ค่าเช่าแพงขึ้น
โอกาส ทำเลดีขึ้น ลูกค้ามากขึ้น

เดี๋ยวไว้ผมคิดอะไรได้ สนุกๆ จะนำมาเล่าสู่กันฟัง
เพื่อต่อไปในภายหน้า ใครจะริเริ่มทำอะไรเอง
จะได้ไว้เป็นกรณีศึกษา

ตอนนี้ แนวทางจูงใจให้ลูกค้าเก่า
ไปเรียนในสถานที่ใหม่คือ
เรียนฟรีไปเลย 1 เดือน!

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: @nok:- เมื่อ 23 ก.พ. 2009, 17:47 น.

รอชมค่ะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 27 ก.พ. 2009, 17:40 น.
พี่โอ๋คะ
โปรสำหรับลูกค้าใหม่
แจกสแน๊คบ็อกซ์ สำหรับเด็กๆ หลังเลิกเรียนไหวมั้ยคะ
คัพเค้กหรือทาร์ตผลไม้น่ารักๆ 1-2 ชิ้น + น้ำผลไม้ไซส์จูเนียร์ 1 กล่อง


ระบบความคิด
เกี่ยวเนื่องกับของกินตลอด :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 27 ก.พ. 2009, 23:04 น.
ไหวนะ

แต่งบหมด  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 28 ก.พ. 2009, 01:10 น.
 :16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 02 มี.ค. 2009, 16:46 น.
 :11: ครูโรงเรียนนี่ พอเลิกสอนแล้วมีแย่งขนมเด็กกินต่างหาก
เนอะบุ๋มเนอะ  :43:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 02 มี.ค. 2009, 16:47 น.
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 02 มี.ค. 2009, 16:46 น.
:11: ครูโรงเรียนนี่ พอเลิกสอนแล้วมีแย่งขนมเด็กกินต่างหาก
เนอะบุ๋มเนอะ  :43:

:43:
วันที่ 7 นี้เปิดแล้วนะ พี่น้องงงงงงงงงงงงง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 03 มี.ค. 2009, 12:51 น.
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 02 มี.ค. 2009, 16:46 น.
:11: ครูโรงเรียนนี่ พอเลิกสอนแล้วมีแย่งขนมเด็กกินต่างหาก
เนอะบุ๋มเนอะ  :43:
:30: :30:


อ้างคำพูดจาก: R/J เมื่อ 02 มี.ค. 2009, 16:47 น.
:43:
วันที่ 7 นี้เปิดแล้วนะ พี่น้องงงงงงงงงงงงง

พี่โอ๋มีฉลองเปิดโรงเรียนใหม่มั๊ยคะ   :25:

แต่คงไม่ได้ไปอยู่ดี ไ ม่ว่าง  :16:

รอดูรูปวันเปิดนะคะ  :40:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 09:34 น.
จริงๆ

อยาก เขียนและ
ให้คนที่สนใจ
ลองเล่าความฝัน กันนะ
ว่า

เราจะทำธุรกิจ อะไรดี?

ซ้อมความคิด ในจินตนาการกันก่อน
ผมเชื่อว่า ซ้อมในสมองก่อน
ในความคิดก่อน พอไปทำจริงก็จะไม่ยาก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 09:48 น.
อยากเป็นเจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่ต่างจังหวัด  :56:
และทำสวนผักหลังบ้านไปพร้อมๆ กัน
แต่ก็บริหารความเสี่ยงด้วยการ

1. ไปเรียนแต่งหน้า จบแล้ว
2. หัดทำขนม ยังเตาะแตะๆ อยู่ค่ะ

เพิ่มความสามารถของตัวเอง เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทาง
และสร้างโอกาสในการทำมาหากินให้มากขึ้น
คิดอยู่ตลอดว่า อยู่ ตจว ตัวเองจะทำมาหากินอะไรได้บ้าง
พยายามเตรียมความพร้อมไปเรื่อยๆ
ทุกสิ่งที่ร่ายมา ล้วนเป็นสิ่งที่ชอบค่ะ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 09:52 น.
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 09:48 น.
อยากเป็นเจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่ต่างจังหวัด  :56:
และทำสวนผักหลังบ้านไปพร้อมๆ กัน
แต่ก็บริหารความเสี่ยงด้วยการ

1. ไปเรียนแต่งหน้า จบแล้ว
2. หัดทำขนม ยังเตาะแตะๆ อยู่ค่ะ

เพิ่มความสามารถของตัวเอง เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทาง
และสร้างโอกาสในการทำมาหากินให้มากขึ้น
คิดอยู่ตลอดว่า อยู่ ตจว ตัวเองจะทำมาหากินอะไรได้บ้าง
พยายามเตรียมความพร้อมไปเรื่อยๆ
ทุกสิ่งที่ร่ายมา ล้วนเป็นสิ่งที่ชอบค่ะ  :37:

อะ  ลองมาย่อยดู


ถ้าไป ตจว คำถามต่อมา ตจว ไหน
และ ตจว ที่ว่าอยู่ อ. อะไร
ละแวกนั้น คนทานก๋วยเตี๋ยวมากไหม
และมีร้านกี่ ร้าน ร้านไหนบ้างที่เป็นคู่แข่ง

นี่เป็นชุดคำถามแรก :22:

ส่วน ขนม ขนมอะไร
เอาเป็นทางเลือกเพิ่มในร้านก๋วยเตี๋ยวได้ไหม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:00 น.
ตอนเด็ก ๆ ที่ยังกินกาแฟไม่ได้ แต่ชอบความหอมของกลิ่นกาแฟมาก
ที่สำคัญ แม่ทำขนมอร่อยมาก ทั้งเบเกอรี่ ขนมไทย ขนมฝรั่ง อาหารไทย อาหารฝรั่ง
เลยคิดอยากเปิดเป็นร้านเล็ก ๆ มีอาหารเช้า กาแฟ ขนมต่าง ๆ ตกค่ำ ๆ ก็เป็นสไตล์ร้านนั่งดื่ม
จัดร้านให้ดูน่านั่งสบาย ๆ แต่พอใกล้จะเรียนจบ ร้านกาแฟขึ้นเป็นดอกเห็ด
เลยพักความคิดนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า อะไรที่มันมี supply มากกว่า demand
จะโดนโจมตีด้วยราคาจากคู่แข่งเจ้าใหญ่  ๆ ไม่อยากหืดขึ้นคอ

พอโตมา ก็คิดและลองทำนั่น ทำนี่ ไปเรื่อย หลายอย่าง
ปัจจุบันความคิดที่อยากทำคือ อยากทำธุรกิจบริหารตัวเอง
ก็คือ ทำ Freelance นั่นเอง แต่ไม่เฉพาะทางว่าจะทำ Freelance ด้านไหนยังไง
คือ บริหารตัวเองให้ทำงานหลาย ๆ ด้านพร้อมกันได้ ทั้ง Freelance ด้านใช้แรงงานตนเอง
ด้านใช้ความคิด บริหารงานด้วยเงิน บริหารงานด้วยตัวเอง บริหารงานด้วยความคิด

ที่ใฝ่ฝันตอนนี้ในจินตนาการ คือ อยากไปฝังตัวอยู่ในบ้านสวน ปลูกผัก ผลไม้กิน พอเก็บขาย
มีคอม + Internet แรง ๆ สักหน่อย เอาไว้บริหารงาน ส่งงานผ่านทาง Internet
บริหารทั้งด้านการเงิน ทั้งการติดต่อสื่อสารจากสวนนั่นแล
ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดภาวะที่ต้องเสี่ยงเจอมลพิษ มีความสุขในบ้านสวนเล็ก ๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:03 น.
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:00 น.
ตอนเด็ก ๆ ที่ยังกินกาแฟไม่ได้ แต่ชอบความหอมของกลิ่นกาแฟมาก
ที่สำคัญ แม่ทำขนมอร่อยมาก ทั้งเบเกอรี่ ขนมไทย ขนมฝรั่ง อาหารไทย อาหารฝรั่ง
เลยคิดอยากเปิดเป็นร้านเล็ก ๆ มีอาหารเช้า กาแฟ ขนมต่าง ๆ ตกค่ำ ๆ ก็เป็นสไตล์ร้านนั่งดื่ม
จัดร้านให้ดูน่านั่งสบาย ๆ แต่พอใกล้จะเรียนจบ ร้านกาแฟขึ้นเป็นดอกเห็ด
เลยพักความคิดนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า อะไรที่มันมี supply มากกว่า demand
จะโดนโจมตีด้วยราคาจากคู่แข่งเจ้าใหญ่  ๆ ไม่อยากหืดขึ้นคอ

พอโตมา ก็คิดและลองทำนั่น ทำนี่ ไปเรื่อย หลายอย่าง
ปัจจุบันความคิดที่อยากทำคือ อยากทำธุรกิจบริหารตัวเอง
ก็คือ ทำ Freelance นั่นเอง แต่ไม่เฉพาะทางว่าจะทำ Freelance ด้านไหนยังไง
คือ บริหารตัวเองให้ทำงานหลาย ๆ ด้านพร้อมกันได้ ทั้ง Freelance ด้านใช้แรงงานตนเอง
ด้านใช้ความคิด บริหารงานด้วยเงิน บริหารงานด้วยตัวเอง บริหารงานด้วยความคิด

ที่ใฝ่ฝันตอนนี้ในจินตนาการ คือ อยากไปฝังตัวอยู่ในบ้านสวน ปลูกผัก ผลไม้กิน พอเก็บขาย
มีคอม + Internet แรง ๆ สักหน่อย เอาไว้บริหารงาน ส่งงานผ่านทาง Internet
บริหารทั้งด้านการเงิน ทั้งการติดต่อสื่อสารจากสวนนั่นแล
ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดภาวะที่ต้องเสี่ยงเจอมลพิษ มีความสุขในบ้านสวนเล็ก ๆ

โฮมสเตย์
ผมมีที่ๆ อ่างทอง
หน้าบ้านเป็นแม่น้ำน้อย
ซื้อมะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:10 น.
 :25: พูดจริงเปล่าคะ ? ในฝันเลยนะน่ะ ติดแม่น้ำเนี่ย
กี่ไร่เหรอคะ ? แล้วขายเท่าไหร่ ?

ปล. สวนที่ระยองไม่ติดแม่น้ำ  :11:  แต่ใกล้ ๆ ทะเลนะเออ   :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:14 น.
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:10 น.
:25: พูดจริงเปล่าคะ ? ในฝันเลยนะน่ะ ติดแม่น้ำเนี่ย
กี่ไร่เหรอคะ ? แล้วขายเท่าไหร่ ?

ปล. สวนที่ระยองไม่ติดแม่น้ำ  :11:  แต่ใกล้ ๆ ทะเลนะเออ   :52:

พูดเล่น  :10:

นี่ไง
จริงๆไปพักได้นะ
บ้านไม่มีคนอยู่แล้ว
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/149/1149/images/2562-2-1.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:19 น.
ใครๆ เคยทำอะไรแล้วเจ๊ง
ไม่ใช่ว่าเราจะทำแล้วจะเจ๊ง


ของตูนเรื่องร้านกาแฟ
ผมว่านี่คือธุรกิจในทะเลแดงเดือด
คือมีคู่ต่อสู้เต็มไปหมด แต่ไม่ใช่ว่าอยู่ไม่ได้
ถ้าเรามีจุดขาย และการจัดการที่ดี
สำคัญสุด อร่อยแน่ๆ

มีผู้ปกครองคนนึงของเพื่อนลูกสาว
เปิดซุ้มกาแฟ หน้าโรงเรียน
ท่ามกลางร้านกาแฟโบราณ ร้านกาแฟอาแปะ
อีกหลายร้าน
เขายังขายดีจนชงไม่ทัน นับจากวันเปิด
จนถึงวันนี้สามปีแล้ว
รสชาติ อร่อยดี หอมเข้าระดับ
แก้วละ 35 บาท (แพงกว่าเขาละแวกนั้น)

ถามเคล็ดลับ
เขาบอกว่้า ชงตามมาตฐานทุกแก้วเสมอกัน


//ขอเบิ้ลเนอะ :46:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:22 น.
 :11: มาพูดให้อยากแล้วจากไป

ตอบพี่โอ๋

นอกจากรสชาดแล้ว เรื่องของทำเล อัธยาศรัยแม่ค้า-พ่อค้า
จังหวะเปิดตัว พื้นเพอุปนิสัยของคนพื้นที่นั้น ๆ
ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างด้วยนะคะ

บางร้านขายดิบขายดี มาหลัง ๆ เจ้าของร้านปล่อย ๆ
ให้ลูกน้องดูแลร้าน ชงกาแฟ บริการลูกค้า
ซึ่งฝีมือ + ความใส่ใจ + อัธยาศรัย ฯลฯ ไม่เหมือนกับที่เจ้าของร้านเคยเป็น
ต่อให้เคยโด่งดัง หรือ ขายดีขนาดไหน ลูกค้าก็เซย์กู๊ดบาย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:32 น.
คิดว่าจะไปอยู่ชุมพรค่ะพี่โอ๋ หรือไม่ก็ไชยาคู่แข่งน้อย
ติ๊กไปแวะกินก๋วยเตี๋ยวที่แยกปฐมพรทุกครั้งที่ลงใต้
ร้านอร่อยๆ คนแน่นขนัด แต่ทำสุดแสนจะช้า
บางร้านคนแน่น แต่ชิมแล้วก็เฉยๆ ชอบแวะชิมก๋วยเตี๋ยว
ติ๊กทำก๋วยเตี๋ยวได้ค่อนข้างดีอยู่ 2 อย่าง
ผ่านการรับรองจากกุ๊กประจำตระกูล(พ่อพี่เจน)
พ่อบอกเปิดร้านได้เลย :30a:


แต่โครงการนี้ อีก 5 ปีเลยมั้งคะ
ไม่รู้ว่าตอนนั้นจะหง่อมขนาดไหน
แต่ที่แน่ๆ คงกลับไปปลูกผักหลังบ้านขาย :17:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:40 น.
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:32 น.
คิดว่าจะไปอยู่ชุมพรค่ะพี่โอ๋ หรือไม่ก็ไชยาคู่แข่งน้อย
ติ๊กไปแวะกินก๋วยเตี๋ยวที่แยกปฐมพรทุกครั้งที่ลงใต้
ร้านอร่อยๆ คนแน่นขนัด แต่ทำสุดแสนจะช้า
บางร้านคนแน่น แต่ชิมแล้วก็เฉยๆ ชอบแวะชิมก๋วยเตี๋ยว
ติ๊กทำก๋วยเตี๋ยวได้ค่อนข้างดีอยู่ 2 อย่าง
ผ่านการรับรองจากกุ๊กประจำตระกูล(พ่อพี่เจน)
พ่อบอกเปิดร้านได้เลย :30a:


แต่โครงการนี้ อีก 5 ปีเลยมั้งคะ
ไม่รู้ว่าตอนนั้นจะหง่อมขนาดไหน
แต่ที่แน่ๆ คงกลับไปปลูกผักหลังบ้านขาย :17:

ชุมพร เหรอ น่าสน
ไชยา เหรอ ก็น่าสน

ละแวกนั้น ก๋วยเตี๋ยวไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องไม่แปลกอีกนั่นแหละ
เป็นเรื่องปกติ

เช่นนั้น ถ้าเราไปเปิด
เราต้องมั่นใจในความอร่อย ถูกจริตของคนถิ่นนั้น
(อันนี้เจ้าของร้านต้องเชื่อมือ ตัวเอง - -คนปรุง)

ถ้างั้นมาลองวาง จุดยืน ของร้ายก๋วเตี๋ยวของเรา
ในใจของคนละแวกที่เราไปเปิดสิ ว่า จะยืนตรงไหน
ต้องลองแบ่ง ระดับการจับจ่ายของลูกค้าของมา
ขึ้นอยู่กะทำเลยด้วยนะนี่

อ๊ะๆๆ น่าสนใจ
..................................................................

ผมขับรถ อ่างทอง- กรุงเทพ
สามชุก- กรุงเทพ
บ่อยๆ

ผ่านไปจะเห็นร้านขายโรตีสายไหม
เป็นร้อยๆ ร้าน แต่ละร้านเหมือนกันหมด
ยังคิดว่าทำไมเขาเอาเชือกฟางมาขายกันวะ
สีสันมันเมลืองมลังมากมาย จนน่ากลัวมากกว่าน่ากิน

เลยคิดเล่นๆว่า
ถ้าเราจะไปทำบ้างเราจะขายยังไง
ผมคิดไปถึง โลกร้อน
คิดไปถึง สุขภาพ
คิดไปถึง การดูแลตัวเอง

ผมก็คิดว่า โรตีสายไหมของผม
ต้องแต่งร้าน(ซุ้ม) สักหน่อยพอให้รู้สึก ฉันรักษ์โลก
และ สายไหมของโรตี ต้องแบบดูแลสุขภาพ
ไม่กินมากแล้วเป็นเบาหวาน กินแล้วดี
สีก็ต้องดรอบลงอีกในขั้นรู้สึกได้ว่า
กินแล้วดี ไม่ตายแน่นอน

แป้ง ต้องมีจำพวกแป้งข้าวกล้อง
แป้งอะไรอีกที่ เอามาจูงใจได้

นี่แวบความคิดผ่านๆ ระหว่างขับรถ นะครับ
อาจจะต่อยอดได้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:42 น.
มาแปะเอาไว้ก่อน

การลงทุนข้ามชาติ ระหว่างนายหน้า เจ้าของคนไทย และอินเวสเตอร์จากต่างแดน เรื่องอสังหาริมทรัพย์

การบริหารจัดการเบื้องต้น ของธุรกิจบันเทิงข้ามชาติของธุรกิจระดับชาติ สกีโดม และผับธุรกิจย่ายวอร์คกิ้งสตรีทมันเป็นเช่นไรหนอ

มาเฟีย ธุรกิจฟอกเงิน คนไทยขยี้คนไทยด้วยกันเอง ข้าราชการระดับสูง ช่องว่างทางกฏหมาย และตู  อู๊วววววส์ ... มันเกี่ยวกันยังไง

รอติดตามอ่าน ที่นี่ที่เดียว ที่เราจะเข้าคุกไปด้วยกัน  :30:



// ทั้งหมดนี้ ต้องอดใจรอนะฮ๊าาา  

// เราจะไม่เน้นวิชาการ แต่จะเป็นเหมือนการเล่าเรื่องเม้าท์ มันส์ๆ ฉันท์ธุรกิจ เพื่อให้คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการอ่านแล้วเพลิดเพลินได้ฮ่า

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:44 น.
ของส้ม ออกแนว น่ากลัว  :30:
ระวัง มันฆ่าหมก ด้วยนะ  :44:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:47 น.
 :25: มาแปะ รออ่าน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:48 น.
ต้อง เพิ่มมูลค่าอีก

มีคนรู้จักคนนึง อยากขายผ้าไหม
ถามว่า จะขายได้ไหม
และแฟนเป็นญี่ปุ่น ชอบสั่งผ้าไทยไปที่ญี่ปุ่น
มีคนญี่ปุ่นสนใจ ตามสมควร(ยังไม่ได้ทำเป็นธุรกิจ)

ผมก็บอกไปว่า
ขายได้สิ ผ้าไหมเป็นของดี

แต่ถ้าให้ดีอีก ต้องลงไปในถิ่นทุกถิ่นทั่วไทย
ไปในทุกที่ๆ เขาผลิตผ้าไหม เอามาให้หมด
เพราะนี่จะเป็น คำคุยคำโต ได้ดีทีเดียว
คิดถึงผ้าไหมทุกที่ของไทย ต้องคิดถึงเรา
อยากได้ผ้าไหมของที่ไหนเราหาให้ได้

บ้านเขว้า ก็จัดให้
ชนบท ก็จัดให้
พุมเรียง ก็จัดให้
ยโส จัดให้
ฯลฯ จัดให้

ซ้อมๆ ความคิดกันนะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:53 น.
โอ๊วว เจ๋งๆๆ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:53 น.
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:42 น.
มาแปะเอาไว้ก่อน

การลงทุนข้ามชาติ ระหว่างนายหน้า เจ้าของคนไทย และอินเวสเตอร์จากต่างแดน เรื่องอสังหาริมทรัพย์

การบริหารจัดการเบื้องต้น ของธุรกิจบันเทิงข้ามชาติของธุรกิจระดับชาติ สกีโดม และผับธุรกิจย่ายวอร์คกิ้งสตรีทมันเป็นเช่นไรหนอ

มาเฟีย ธุรกิจฟอกเงิน คนไทยขยี้คนไทยด้วยกันเอง ข้าราชการระดับสูง ช่องว่างทางกฏหมาย และตู  อู๊วววววส์ ... มันเกี่ยวกันยังไง

รอติดตามอ่าน ที่นี่ที่เดียว ที่เราจะเข้าคุกไปด้วยกัน  :30:



// ทั้งหมดนี้ ต้องอดใจรอนะฮ๊าาา  

// เราจะไม่เน้นวิชาการ แต่จะเป็นเหมือนการเล่าเรื่องเม้าท์ มันส์ๆ ฉันท์ธุรกิจ เพื่อให้คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการอ่านแล้วเพลิดเพลินได้ฮ่า


มันต้องอย่างนี้สิ่  :25b:
ปูเสื่อรอชม บวกรอก่อนเลยนะคะ



//แบบพี่โอ๋ว่ามา เรื่องผ้าไหมนี่สุดยอดค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:55 น.
ูู^^ ขายผ้าว่าได้ราคาแล้ว แต่ถ้าผ้าไหม ฝีมือตัดประณีตแบบคนไทย
ขายแบบสำเร็จ จะยิ่งเพิ่มมูลค่าเข้าไปได้อีกนะคะ

การตัดผ้าไหม ไม่เหมือนผ้าโหล ไม่เหมือนผ้ายืด ไม่เหมือนผ้าตามโรงงานของฝรั่ง
มันมีอะไรมากกว่านั้น  :25:  เอาไปคุยได้อีก ฝีมือการทอของไทย การตัดเย็บแบบประณีตคนไทย
แบบผ้า ชุดต้นแบบ สไตล์ไทยประยุกต์
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:58 น.
ผมยุคน ขึ้น
ตอนนี้ คนนั้นและแฟน
ลงพื้นที่แล้วแหละ

เลาะไปตั้งกะ ชุมชน บ้านครัว
(ที่จิม ทอม สัน ทำผ้าไหมนั่นแหละ)
บางที่เข้าถึงยาก อาจจะไม่ได้ราคาผลิต
แต่เรื่องพวกนี้ต้องจัดการ
และศึกษา ไม่มีอะไรได้มาหมูๆ

แต่ยิ่งออกไปถิ่นห่างไกล มากเท่าไหร่
การติดต่อจะไม่ยาก  ชนบทก็คือชนบท
ชาวบ้านก็คือ คนเฒ่าคนแก่ ที่มีรอยยิ้ม
อย่างจริงใจ

ใครสนใจเอาแนวคิดไปทำได้นะผมว่า
:12:

เพราะตลาด นี้คือตลาดโลก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 11:01 น.
เอาผ้าไหมไปทำกิโมโน จับชนชั้นสูงของประเทศญี่ปุ่นสิคะ

เอาไปดีลกับดีไซด์เนอร์รุ่นเก๋าที่ทำกิโมโนโดยเฉพาะ เข้าทางเซเลบที่นั่น

จัดแบรนด์ให้สูงเข้าไว้ .... โชว์ความละเอียดและปราณีตในการผลิต เพื่อจับใจลูกค้าที่นั่น

ต่อไปแฟชั่น ระดับเด็กๆก็จะคลั่งตามมา พร้อมกับนำแฟชั่นผ้าไหมไปมิกซ์ แล้วฐานตลาดก็จะขยายตัว

แนวนี้เวิร์คสุดแล้วค่ะ อาศัยสำบัดสำนวนในการเจรจาหน่อย

เป็นไปได้ ดีลกับทางทูตไทยก่อน เพื่อขอคำแนะนำ ทูตไทยในต่างประเทศ เจ๋งที่สุดในสามโลกแล้วค่ะ เวลาจะทำธุรกิจมันจะง่ายมาก

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 11:27 น.
อ่านที่พี่ๆคุยกันสุดยอดมากเลยค่ะ  :12:
ยังรู้สึกตัวเองเป็นเด็กกะป๊อกแล็กอยู่  :16:
คิดแต่จะเที่ยว จะเล่น อันไ หนไ ม่สนุก ไม่อยากทำ :48:

ชอบแนวคิดเรื่องผ้าไหมของพี่โอ๋ด้วย  :12:


ความคิดเรื่องทำธุรกิจและความฝัน
จากสมัยก่อน กับตอนนี้ รู้สึกมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
เหมือนยังหาตัวเองไม่เจอ ว่าอยากทำอะไรกันแน่

ตอนเด็ก(สมัยเรียน) อยากเป็นเภสัช อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์
ได้ทดลอง เคมี นู่นนั่น เอาสาร มาผสมกัน แล้วเกิดอะไรใหม่ๆขึ้นมาบนโลก
คิดอยากจะสร้างเครื่องล่องหน เอาไว้พรางตัว  :31:  (จะเห็นว่ามันฝันมากๆ  :30: )

ตอนโตมาหน่อย (เรียนมหาลัย)
อยากทำงานเกี่ยวกับเว็บไซต์ (อาชีพอย่างพี่แอนในตอนนี้)
แต่ที่เรียนสอนเน้นไปทางโปรแกรมมิ่ง ซะมาก
ออกแนวไปด้านธุรกิจ การตลาด ซะเยอะ
มีเรื่องเว็บดีไซต์ติ่งนึง  :08: 
ด้วยความขี้เกียจที่มีอยู่ล้นพ้นตัว ก็ไม่ได้ทำให้ฝีมือพัฒนาขึ้นมาแต่อย่างใด
มีไฟเป็นหย่อมๆ แล้วก็มอดดับไป มีเชื้อไฟอยู่นิดๆ จะมีเชื้อติดบ้างเวลามีลมพัด (ไปเจอแรงบันดาลใจ)
จนกระทั่ง มีความคิดที่ว่า เรียนๆไปก่อน ให้มันจบๆ เหมือนคนไร้จุดหมายสิ้นดี  :46:

จนเรียนจบ อยากมีธุรกิจงานฝีมือ
ทำของเล่นไม้ ทำตุ๊กตาจากผ้า จากไหมพรม
ทำเฟอร์ฯ จากผ้า (เป็นงานที่ใช้แรงงานทั้งนั้น  :30:)
อยากจะมีโรงไม้ทำของเล่น ให้เด็กๆ และตัวเองได้ชื่นชม และสนุกกับมัน
พ่อบุ๋มเป็นช่างไม้ ทำเป็นหมด ได้ทุกอย่าง ตู้ เตียง โต๊ะ
ขอแค่มีแบบให้ดู แต่ถ้าไม่มี พ่อก็คิดแบบเอง
แต่มารุ่นลูก ทำไม่เป็นซักอย่าง  :30:
ตอกตะปูยังเบี้ยว

สุดท้าย อยากมีบ้านสวนที่เป็นของตัวเอง
ที่มีต้นไม่เยอะๆ ปลูกดอกไม้ ทำของเล่นไม้ ตุ๊กตาผ้า
เป็นโรงงานเล็กๆ ในบ้าน ที่ไม่ต้องเดินทางไปแสวงกำไรให้ลำบาก
ให้คนรอบตัว มีงานทำ ยั๊นคนแก่ ไปถึงเด็กๆก็ช่วยทำได้ (สมมุตว่ามีออเดอร์เข้ามาเยอะ  :15:)
ขายทั้งในอินเตอร์เน็ต ทั้งหน้าร้าน
คิดถึงความสุขที่จะมอบให้คนที่คุณรัก  ต้องคิดถึงเรา  :12:

เรื่องทุน เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ  :33:

พูดมาซะเยอะ ความฝันอันยาวไกล  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โต เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 11:34 น.
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 10:42 น.
มาแปะเอาไว้ก่อน

การลงทุนข้ามชาติ ระหว่างนายหน้า เจ้าของคนไทย และอินเวสเตอร์จากต่างแดน เรื่องอสังหาริมทรัพย์

การบริหารจัดการเบื้องต้น ของธุรกิจบันเทิงข้ามชาติของธุรกิจระดับชาติ สกีโดม และผับธุรกิจย่ายวอร์คกิ้งสตรีทมันเป็นเช่นไรหนอ

มาเฟีย ธุรกิจฟอกเงิน คนไทยขยี้คนไทยด้วยกันเอง ข้าราชการระดับสูง ช่องว่างทางกฏหมาย และตู  อู๊วววววส์ ... มันเกี่ยวกันยังไง

รอติดตามอ่าน ที่นี่ที่เดียว ที่เราจะเข้าคุกไปด้วยกัน  :30:



// ทั้งหมดนี้ ต้องอดใจรอนะฮ๊าาา  

// เราจะไม่เน้นวิชาการ แต่จะเป็นเหมือนการเล่าเรื่องเม้าท์ มันส์ๆ ฉันท์ธุรกิจ เพื่อให้คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการอ่านแล้วเพลิดเพลินได้ฮ่า


รออ่านเลยนะครับเนี่ย


จู๋นี้เข้ามาอ่านบ่อยๆ แต่ไม่ค่อยได้โพสอะไรเลย :16:
เพราะพื้นฐานความรู้ด้านธุรกิจเป็นศูนย์ อาศัยแค่ครูพักลักจำ
อ่านนู่นอ่านนี่ไปเรื่อย แต่ไม่เคยจะได้ลงมือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยละ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 11:37 น.
อ้างคำพูดจาก: เจ้าโต เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 11:34 น.
รออ่านเลยนะครับเนี่ย


จู๋นี้เข้ามาอ่านบ่อยๆ แต่ไม่ค่อยได้โพสอะไรเลย :16:
เพราะพื้นฐานความรู้ด้านธุรกิจเป็นศูนย์ อาศัยแค่ครูพักลักจำ
อ่านนู่นอ่านนี่ไปเรื่อย แต่ไม่เคยจะได้ลงมือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยละ


นี่คือประเด็นหลักเลยล่ะค่ะ  :16:  บุ๋มก็เป็น
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 12:29 น.
ของบุ๋ม
ต้องถามตัวเองก่อน ว่าบุ๋มชอบอะไรมากที่สุด
ชอบ ที่ทำแล้วไม่เหนื่อย
ทำได้เสมอไม่เหนื่อย

ถ้าชอบแบบที่พ่อทำ
ก็เอามาทำธุรกิจได้
ผสมไปกับการทำของจุกจิกที่บุ๋มชอบได้

การทำอะไรที่ชอบมาก
จะไม่เหนื่อย ทำได้ตลอด

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 12:48 น.
อ้างคำพูดจาก: R/J เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 12:29 น.

การทำอะไรที่ชอบมาก
จะไม่เหนื่อย ทำได้ตลอด



เห็นด้วยค่ะ :12:
เหนื่อยกาย แต่ไม่เหนื่อยใจ
จะมีแรงใจลุกขึ้นมาทำได้ทุกๆ วันอย่างไม่ย่อท้อ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 13:46 น.
ตอนแรก ๆ เริ่มทำอะไรจากสิ่งที่ชอบเหมือนกัน
ทำไปทำมา มันมีหลายอย่าง ต้อง weight เวลา กับ ผลตอบแทน

สมมติ อย่างแรก เป็นสิ่งที่ชอบมาก ๆ แต่ใช้เวลาทำนานมาก
มีออเดอร์เ้ข้ามาเรื่อย ๆ สม่ำเสมอบ้าง ขาดหายไปบ้าง
ทำสนุก ๆ ขำ ๆ ก็โอเค

กับงานอย่างที่ 2 มีงานเข้ามาแบบสม่ำเสมอ รายได้ดีกว่า
ใช้เวลาทำน้อยกว่าด้วย แต่เป็นงานที่ทำได้เรื่อย ๆ ไม่ถึงกับชอบนัก
ทำได้แบบไม่ฝืนตัวเอง แต่ไม่สนุกเหมือนงานแรก

ถ้าเป็นแบบนี้ จะเลือกทำอันไหนล่ะ

ปล. ตูนไม่เลือกล่ะ ทำมันสองอย่างเลย แต่ต้องแบ่งเวลาดี ๆ หน่อย  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 14:02 น.
แจกบวกไปคนละจึก  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 14:20 น.
เรากำลังคุยกับใคร

มีเจ้านายเก่า ตอนนี้เขาทำที่คั่นหนังสือ
ทำจากเศษไม้ ส่งออกขายไปตามต่างประเทศ
เคยได้คุยแลกเปลี่ยนทัศนคติกัน
เขาเล่าว่า กว่าจะหาลูกค้าเจอ
มะงุมมะงาหรา ตั้งหลายปี
คือ
บ้านเฟนมีโรงเลื่อย เขาไปเห็นเศษไม้
ทิ้งเยอะมาก ก็คิดว่าของพวกนี้น่ามีมูลค่าเพิ่ม
เขาเคยเป็นบรรณาธิการหนังสือมาก่อน
ก็คิดจากจุดที่เขาชำนาณที่สุด ได้ออกมาเป็น
ที่คั่นหนังสือทำจากไม้ โดยเป็นลวดลายฉลุบ้าง
แกะเป็นรูปบ้าง และอีกมากมาย

วางขายไม่ได้พักเติบเลย ก็คิดว่า
มาผิดทาง แต่เขาเชื่อมั่นว่า
งานของเขาดีและมีโอกาสในตลาดและน่ามาถูกทาง
ตลาดในประเทศ ไม่ทำกำไร
เพราะคนอ่านหนังสือบ้านเราน้อย
ที่อ่านก็ไม่ได้สนใจที่คั่น เท่าไหร่

เขาเล่าว่า บังเอิญได้ไปอเมริกา
และบังเอิญอีกว่ามีคนซื้องานของเขา
แล้วเอาไปขายที่โน้น ดันขายดี และดีมาก
เขาเลยได้ไปออกบูธ ทดลองตลาดที่ต่างประเทศ
ก็ขายดีทุกประเทศ

ผมเล่ามาสั้นๆ แต่เรื่องที่เล่านี้กินเวลาสามปี
กว่าจะเจอสิ่งนี้ เจอว่าลูกค้าอยู่ที่ไหน
เมื่อเราเจอ ต่อไปเราก็จะพูดภาษาเดียวกับคนซื้อ

เรื่องเล่าชิ้นนี้ก็บ่งบอกว่า
เราจะขายอะไรก็สำคัญ
เราจะวางทิศทางตลาดแบบไหนก็สำคัญ
และ ลูกค้าเราคือใคร ก็สำคัญ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 14:48 น.
 :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 20:49 น.
พี่โอ๋ มีเรื่องเล่าที่ดีมากจริงๆ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 04 มี.ค. 2009, 21:22 น.
เป็นประโยชน์มากๆ ด้วย :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 26 เม.ย. 2009, 11:10 น.
ว่ากันด้วยเรื่อง .. เงินฝากธนาคาร

เมื่อวันเวลาผ่านไป ค่าเงินที่เฟ้อมากขึ้น ๆ
นอกจากจะต้องคำนวณว่า ดอกเบี้ยเงินฝากที่เราเอาเงินไปนอนอยู่ในธนาคารนั้น
มันสามารถสู้เงินเฟ้อได้หรือเปล่า ? หยุดความคิดที่จะได้เงินฝากจากธนาคารเป็นกำไรไปได้เลย
เพราะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยแล้ว คิดคร่าว ๆ ประมาณ 3%
แล้วปัจจุบันอัตราเงินฝากของแต่ละบัญชีที่เราฝากอยู่กี่ %

นอกจากนี้แล้ว ค่าธรรมเีนียมบัญชี/ATM ปีละประมาณ 200 บาท (ขึ้นอยู่กับธนาคาร)
ค่าธรรมเนียมการกด ATM ที่โดนเรียกเก็บแต่ละครั้งที่กด
เมื่อเทียบแล้ว เงินในธนาคารที่ฝากเอาไว้ นอกจากจะไม่ได้ดอกแล้ว
ยังจะต้องถูกลดค่าไปด้วยภาวะเงินเฟ้อ ถูกหักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

หากมีเงินสักก้อนหนึ่งที่เป็นเงินเก็บ ไม่ใช่เงินที่ต้องหมุนเวียนในการดำเนินชีวิต
มีหลายวิธีที่จะลดภาวะความเสี่ยงและความสูญเสียที่เสียเปล่าไปให้กับสถาบันการเงิน

นอกจากนี้ ยังสามารถทำให้เราใช้เงินต่อเงิน เพื่อเพิ่มมูลค่าเอาชนะค่าเงินเฟ้อให้ได้

.. เดี๋ยวต่อมาจ๊ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 26 เม.ย. 2009, 12:20 น.
 :25: รอฟัง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 26 เม.ย. 2009, 12:21 น.
อยากเป็นผู้ประกอบการเองกันไหม  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 26 เม.ย. 2009, 13:01 น.

ว่าต่อมาโลด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 26 เม.ย. 2009, 13:57 น.
เริ่มอย่างแรกเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กันดีกว่า

การลงทุนในทองคำ ในประเทศไทยที่นิยมเล่นคือ ทองคำแท่ง 96.5%

ทำไมต้องทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ หรือทองคำอย่างอื่นได้ไหม
ที่แนะนำเป็นทองคำแท่งเนื่องจากการซื้อขาย จะไม่โดนหักค่ากำเหน็จ
เหมือนกับทองคำเหรียญ หรือทองรูปพรรณ ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ำจะทำให้กำไรหดลง

หรือ ทองคำแท่งจะมีแบบ 100% ซึ่งไม่ค่อยนิยมซื้อเท่าไห่รนัก
เนื่องจากเป็นทองบริสุทธิ์ 100% ทำให้ทองมีความอ่อนตัว
ยากต่อการเก็บรักษา โดยมากที่มีซื้อขายจะเป็นทอง 96.5% ค่ะ

อันนี้คือในกรณีของการที่ต้องการ Trade ซื้อมา ขายไป ตามราคาทองเมื่อทองลงก็ซื้อเข้า
เมื่อราคาทองขึ้นในระดับที่เราพอใจก็ขายออก ส่วนต่างคือกำไร
ซึ่งราคาทองเท่าที่จับมาราคาจะลงในระดับที่เริ่มซื้อได้ที่  14,xxx/บาท
และราคาทองขึ้นสูงแบบ Peak 16,xxx/บาท ส่วนต่างต่อบาทราว ๆ 1-2 พัน
ขึ้นอยู่กับว่าเราพอใจ ณ ราคาขายที่เท่าไหร่ ? ถ้าเรามีทุนซื้อทองได้สัก 5 บาท
รอบการ Trade นึงก็จะได้กำไรราว ๆ 5พัน++
ทองคำแท่งปัจจุบันที่ขายแบบสากล ก็จะมีให้เลือกขนาด 5 บาท และ 10 บาท

แต่หากไม่ต้องการ Trade ต้องการเก็บไว้กับตัวเองเพื่อเป็นของสะสม
เก็บทองแทนเงิน เพราะถ้าเทียบกับอัตราเงินเฟ้อแล้ว ค่าเงินมีแต่จะลดลง ๆ
ส่วนทองเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าขึ้นเป็นเท่าตัวนับแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน
ถ้าหากต้องเก็บสะสมทอง ก็จะจะมีเป็นเหรียญ หรือ ทองรูปถ้วยอื่น ๆ
มีน้ำหนัก ตั้งแต่ 1 สลึงขึ้นไป ซึ่งจะมีค่ากำเหน็จ แต่จะค่ากำเหน็จจะถูกกว่าทองรูปพรรณ
ดังนั้น จึงเหมาะกับการสะสมมากกว่าซื้อทองรูปพรรณมาสะสมจ๊ะ

ราคาทองสามารถเชคราคาได้จาก _http://www.goldtraders.or.th/ หรือตามร้านทองทั่วไป

และทุกวันนี้โจร ขโมย เยอะแยะน่ากลัว การเอาเงินหลายหมื่น
ไปซื้อทองคำแล้วเดินออกมาจากร้านทองนั้น เป็นการเสี่ยงมาก
ทางร้านทองหลาย ๆ ร้าน หรือ บริษัทต่าง ๆ มีการสนับสนุนการลงทุนในทองคำ
โดยการสั่งซื้อทองผ่านทางโทรศัพท์ และ ชำระเงินด้วยวิธีการโอน
และทางร้านก็จะส่งตั๋วทอง เป็นสัญญาการฝากจากทางร้านส่งมาให้เราเก็บเอาไว้
ซึ่งจะคิดราคาทองคำ ณ วันที่ตกลงซื้อขายกันนั้น

เมื่อราคาทองขึ้นจนถึง ณ จุดที่เราพึงพอใจที่จะขาย
เราก็ติดต่อไปทางร้านเพื่อขายทอง และทางร้านก็จะโอนเงินจำนวนนั้น ๆ มาให้เรา

:52: การลงทุนในทองคำง่ายนิดเดียว หากสนใจ แนะนำให้ดูจากสถิติราคาทอง
ดูลักษณะการขึ้น-ลง ในช่วงเวลานั้น ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้นะคะ
การจะลงทุนในทุกอย่าง มีความเสี่ยง เราจะต้องบริหารความเสี่ยง
และศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองในระดับหนึ่ง

(ต่อไป .. จะตามมาด้วยเรื่อง กองทุนรวม)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 09:50 น.
มาต่อกันด้วยเรื่อง "กองทุนรวม"

ถ้าเราไม่มีเวลา หรือ ไม่ค่อยจะถนัดในเรื่องวางแผนการลงทุนนัก
แต่มีเงินสักก้อนหนึ่งที่ไม่อยากให้ไปนอนอยู่ในบัญชีฝากประจำหรือออมทรัพย์
ที่ต้องโดนหักค่าธรรมเนียมรายปี ค่าธรรมเนียมบัตรเดบิต/ATM
หรือต้องเสี่ยงกับภาวะที่ดอกเบี้ยที่ได้รับนั้นต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทุกที ๆ

มีอีกวิธีหนึ่งคือ การเอาเงินเข้ากองทุนรวม ลักษณะก็คล้าย ๆ กับการเอาเงินไปฝากธนาคาร
เปิดบัญชีเข้ากองทุนที่น่าสนใจ จะมีให้เลือกหลายแบบ เสี่ยงต่ำ เสียงกลาง เสี่ยงสูง
ซึ่งผลตอบแทน (ดอกเบี้ย หรือ เงินปันผล) ก็จะมากน้อยต่างกันตามลำดับ

ซึ่งอธิบายง่าย ๆ คือ เมื่อเราไม่ถนัดที่จะลงทุนเอง เราก็อาศัยลงทุนผ่านกองทุนรวม
โดยธนาคารก็จะมีมืออาชีพในการลงทุน นำเงินของกองทุนนั้น ๆ ไปลงทุน
เพื่อให้ได้ผลกำไร จากการลงทุนต่าง ๆ เช่น ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ ทองคำ หุ้น ฯลฯ
ซึ่งรายละเอียดของแต่ละกองทุน เค้าจะกำหนดเอาไว้เลยว่า กองทุนนี้จะเน้นการลงทุนในอะไรบ้าง
มีความเสี่ยงเท่าไหร่ ประวัติของกองทุนว่าคิดออกมาแล้วจ่ายดอกเบี้ยกี่ %

ซึ่งส่วนมากแล้วอัตราดอกเบี้ยก็จะมากกว่าเงินฝากประจำ และ ออมทรัพย์
ที่สำคัญคือ ส่วนมากกองทุนพวกนี้จะมีดอกเบี้ยวิ่งเข้าให้เราทุกวันทำการ
ไม่ต้องรอครบกี่เดือน หรือ กี่ปี เหมือนอย่างพวกเงินฝากประจำ

ถ้าพูดถึงเรื่องสภาพคล่อง ก็จะต่างจากบัญชีออมทรัพย์นิดหน่อย
ตรงที่ว่า ถ้าเราต้องการขายกองทุน เอาเงินออกมาใช้ เราต้องทำในวันทำการ
แล้วเงินจะเข้าบัญชีให้เราในวันรุ่งขึ้น ถ้าไม่รีบร้อนต้องใช้เงินภายในวันนั้นนัก
ก็ถือว่า เป็นอีกทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งในการเก็บออม โดยมีสภาพคล่องดีระดับหนึ่ง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 09:57 น.
+ค่าความรู้ค่า  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 10:00 น.
ขอบใจจ๊ะ  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โต เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 10:10 น.
 :25:
กำลังจะเริมจริงจังกับเรื่องนี้เหมือนกัน
+ตูนนะครับ อธิบายเข้าใจง่ายดีจัง   :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 11:13 น.
+ คืนจ๊ะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

ต่อมาอีกเรื่องคือ การเก็งกำไรจากเงินตราต่างประเทศ
ซึ่งมีวิธีการเล่น 2 แบบจ๊ะ เดี๋ยวขอเรียบเรียงในหัวก่อน
แล้วจะมาขยายความจ๊ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 11:15 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 13:19 น.
ว่ากันด้วยเรื่องของ การเก็งกำไรจากเงินตราต่างประเทศ
แบบแรก ก็คือการ Trade Exchange Rate แบบ Trade Online

หลักการเริ่มต้นอธิบายแบบง่าย ๆ คือ
- เราต้องสมัคร e-currency คือระบบการเงินบน internet
ที่รู้จักโดยทั่วไปก็คือ Paypal, Web Money
- สมัครสมาชิกกับเว็บเอาไว้ซื้อขาย e-currency
- เลือกสมัครเทรดกับ Broker ที่เราจะเล่น Trade เงินซึ่งมีหลาย ๆ เว็บด้วยกัน
เช่น FxThai, Marketiva, LiteForex ฯลฯ

หากคิดจะเล่น เราควรจะต้องมีเวลานั่ง Monitor มากหน่อย และ Trade แบบรอบคอบมาก ๆ
เสี้ยววินาทีที่ตัวเลขทศนิยม 4 ตำแหน่ง (0.00xx) มันเปลี่ยน นั่นคือกำไร หรือ ขาดทุนเลยทีเดียว
และแต่ละ Broker ก็จะมีกฎ กติกา ข้อห้ามในการ Trade ต่างกัน

่ถ้าใครอยากรู้รายละเอียดมีข้อมูลเยอะแยะให้ศึกษา เช่นเว็บนี้ _http://www.forexrichclub.com/
จะมีข้อมูล คำแนะนำเบื้องต้น วิธีแบบพื้นฐานการเริ่มเล่นให้อ่าน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับแต่ละ Broker

ลองสมัครแล้ว Trade เล่นก็ได้ เค้ามีแบบเป็น demo ให้เราลองด้วยล่ะ
คือมีเงินปลอม ๆ ให้จำนวนนึง ให้ลองเล่นดูเืพื่อศึกษาระบบ

ข้อดี
- เราไม่ต้องถือเงินไปแลกที่ร้าน หรือ ธนาคาร
- สามารถ Trade ซื้อ สลับ ขาย เพื่อปั่นได้ทันที

ข้อเสีย
- การเอาเงินเข้า e-currency / การขายออกมีค่าธรรมเนียม
- เสียเวลาในการนั่งจ้องตัวเลขมาก ๆ ทำให้เครียดได้พอ ๆ กับการเล่นหุ้น
- ความเร็วของ Internet มีผลสูงมาก เนื่องจากตัวเลขจะเปลี่ยนเป็นวินาที
ถ้าเนตกระตุก หรือ เนตช้า ตัวเลขที่เราเห็นเมื่อกดซื้อหรือขาย ตัวเลขอาจจะเปลี่ยนไปแล้วหลายจุด

แบบที่ 2
การ Trade เงินที่นิยมโดยส่วนตัวคือ การนั่งจับกราฟ Exchange Rate ของ Euro กับ Dollar
(สลับไปกับการเชคราคาทองคำแท่ง) สองตัวนี้เป็นค่าเงินที่น่าเล่น เพราะจะมี Gap ช่วงที่ค่อนข้างชัดเจน

วิธีนี้เป็นการซื้อ/ขายเงินตราต่างประเทศเพื่อเก็งกำไร ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการถือระยะหนึ่ง
ประมาณ 1-2 เดือน หรืออาจเร็วกว่านี้ แล้วแต่ความผันผวนของค่าเงิน

หากสนใจจะลงทุนด้วยการเก็งกำไรจากเงินตราต่างประเทศ
อันดับแรก คือ ร้านรับแลกเปลี่ยนเงิน โดยปกติถ้าซื้อจากตลาดมืด
พวกร้าน superrich หรือ siamexchange จะได้ Rate ดีกว่าธนาคาร
วิธีง่าย ๆ ก็คือ ซื้อมาถือไว้ พอค่าเงินที่เราถือขึ้นก็เอาไปขาย ส่วนต่างคือกำไร
แล้วแต่ว่าเราพอใจ ณ จุดที่ราคาเท่าไหร่

ข้อดี
- วิธีการง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอะไร
- ไม่เสียเวลานั่ง Monitor ค่าเงินตลอดทุกวินาที

ข้อเสีย
- เสี่ยง เพราะต้องถือเงินไปแลก ทุกวันนี้โจรขโมยเยอะ น่ากลัว
- เป็นการลงทุนที่ใช้ระยะเวลานานระยะหนึ่ง เพื่อรอจังหวะในการขายออกหรือซื้อเข้า
ไม่สามารถ trade เข้าออกได้ตลอดเวลาเหมือนกับวิธีแรก

สำหรับเรื่องนี้หากมีใครเีชี่่ยวชาญหรือมีข้อมูลแน่นกว่านี้ ช่วยกันอธิบายก็ได้นะจ๊ะ
เพราะตูนยังไม่เคยเล่น Trade เงิน online จริง ๆ เพียงแต่ศึกษาเบื้องต้น
แต่ดูแ้ล้วคงไม่เหมาะสมกับลักษณะการทำงานของเรา เลยต้องพักเอาไว้ก่อน

ปล. มีร้านไหนที่เปิดรับซื้อขาย + ฝากเงินตราต่างประเทศบ้างไหม ?
เหมือนกับร้านที่รับซื้อ/ขาย/ฝากทองคำแท่ง เพื่อการลงทุน พยายามหาแล้ว ไม่เห็นมีเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 13:43 น.
บวกอีก  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 13:44 น.
โห จารย์ตูนนนน   :25:





// จากที่ต้องมาอธิบายเรื่องการทำธุรกิจข้ามชาติ ตอนนี้โดนต่างชาติโกงซะแร๊วค่า  :30:

:05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: บิ๊กเล็ก เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 13:51 น.
+พี่ตูนครับ

อธิบายได้ละเอียดดีนะครับ
สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้อะไรอย่างผม  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 14:15 น.
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 13:44 น.
โห จารย์ตูนนนน   :25:

// จากที่ต้องมาอธิบายเรื่องการทำธุรกิจข้ามชาติ ตอนนี้โดนต่างชาติโกงซะแร๊วค่า  :30:

:05:

เล่ามาเป็นประสบการณ์ให้น้องด่วน ๆ เลยเจ้ เกิดอะไรขึ้น  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 04 พ.ค. 2009, 05:56 น.

โย่ว แล้วเจอกัน

http://www.set.or.th/setinthecity/setinthecityzone.html (http://www.set.or.th/setinthecity/setinthecityzone.html)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 พ.ค. 2009, 15:18 น.
เห็นในหนังสือพิมพ์เหมือนกัน อยากจะไปอยู่ล่ะเอ
อ่อ เห็นเค้าบอกว่า ถ้าจะให้ดี ติดใบรับรองเงินเดือน เอกสารประจำตัวไปบ้างก็ดีนะ
เผื่อสนใจลงทุนอันไหนน่ะ

ส่วนเรื่อง Gold Future เนี่ยน่าสนใจมากนะ แต่เป็นเรื่องที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ
ถึงขนาดไปซื้อหนังสือมาเลย 555 อยากรู้มาก ๆ แต่ยังหาเวลาอ่านจริง ๆ จัง ๆ ไม่ได้เลย
ถ้ายังไงจะอ่านแล้วจับจุดมาสรุปให้ฟังกันนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 04 พ.ค. 2009, 15:34 น.


ทำไมต้องมีใบรับรองเงินเดือนอะครับ  :09:

นึกว่าบัตรประชาชนใบเดียวเปรี้ยวได้หมดแล้วนะ  :30:


กะจะไปถามเรื่องกองทุนรวมหุ้นปันผล แล้วก็ไปซื้อหนังสือลดราคา แล้วก็เปิดบัญชีหุ้น

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 05 พ.ค. 2009, 10:16 น.
ไม่แน่ใจเหมือนกันนะเอ แต่ตูนเห็นในหนังสือพิมพ์อ่ะ
ad โฆษณางานนี้ เค้าบอกให้เอาไปด้วย
ประมาณว่า เผื่อเราจะสมัครลงทุนอะไรแบบนี้ในงานล่ะมั้ง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 05 พ.ค. 2009, 10:39 น.






เผื่อไว้ขอเงินกู้หรือวงเงินฉุกเฉินไง


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 05 พ.ค. 2009, 12:28 น.
ของเอนี่มันเกี่ยวกับอะไรเหรอ? หุ้นเหรอ? :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 05 พ.ค. 2009, 14:01 น.


มันเี่กี่ยวกับความรัก  :53:





การลงทุนทุกชนิดครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 09 พ.ค. 2009, 00:02 น.
ซื้อ-ขาย ทองคำแท่ง แบบ Internet Trading
กำลังจะเปิดใหม่อีก 1 เว็บ เอารายละเอียด ขั้นตอน และวิธีการ
เป็น Manual User มาใหอ่านกันจ๊ะ เผื่อมีใครจะสนใจ :25:

_http://www.ausiris.co.th/trade/SMART_Gold_Spot_Investor_User_Manual.pdf
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 09 พ.ค. 2009, 11:55 น.
 :25:  ขอบคุณค่ะเจ้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 09 พ.ค. 2009, 12:32 น.
เพื่อนข้าพเจ้าทำงานอยู่ Gold Future  แหละ
ใครสนเอาไปคุยได้นะ แต่ตอนนี้ความรู้เรื่องนี้เป็น 0
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 09 พ.ค. 2009, 12:43 น.
 :25: สนใจค่ะเจ้โบว์ พยายามศึกษาอยู่
ถ้าติดขัดไม่เข้าใจตรงไหน อาจจะฝากไปถามหน่อยนะคะ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 09 พ.ค. 2009, 13:23 น.
ได้เลยหนูตูน เรื่องลงทุนพวกนี้พี่ก็สนใจมากนะ
แต่ตอนนี้ยังไม่มีตังเลยยังไม่ได้คิดจะเริ่ม เพราะเพิ่งซื้อบ้านไปน่ะ
กะว่าอีก 2 3 ปี น่าจะเริ่มมีเงินเหลือ และจะศึกษาเรื่องพวกนี้เพื่อเงินในอนาคต
ตอนนี้ฝากตูนศึกษาไปพลางๆก่อนนะ แล้วมาเล่าให้ฟังด้วยนะคะ :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 09 พ.ค. 2009, 13:32 น.
สนใจและศึกษาลองทำมาสองสามอย่างค่ะ
ส่วนมากจะเน้นแบบที่มีค่าธรรมเนียมต่ำหรือไม่มีเลย
เพราะว่า บางอย่างดูเหมือนเล่นได้บ่อย ๆ เล่นง่าย แต่โดนค่าธรรมเนียมที
ดอกเบี้ยแทบไม่เหลือ เพราะมีค่านั่นค่านี่ ค่าแลกเงินออกมา

:05: อิจฉาพี่โบว์ ซื้อบ้านสำเร็จแล้ว (จริง ๆ ก็เป็นการลงทุนอย่างนึงเหมือนกันนะพี่)
อ่อ ถ้าจะเริ่มต้นลงทุน มีที่เก็บอยู่นิ่ง ๆ สัก 2 หมื่น
ก็เริ่มต้นได้แล้วล่ะนะพี่ ตอนนี้พึ่งอ่านหนังสือชื่อ "Money Shortcuts" จบไป
บางคนเริ่มต้นทุนจาก 2 หมื่น เอาเงินต่อเงิน ต่อยอดไปเรื่อย จนกลายเป็นหลายเท่าตัว :12:

อ่อ แปะเอาไว้ สำหรับ "Money Shortcuts" ไว้จะจับบางส่วนบางตอน
มาขยายความให้ฟัง น่าสนใจอยู่หลายเรื่องเลยทีเดียว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 09 พ.ค. 2009, 13:43 น.
อย่าเพิ่งอิจฉาเลยอีหนู ต้องผ่อนอีกตูดบาน
หนังสือที่ตูนว่าไม่แน่ใจว่าเป็นเล่มเดียวกะที่อุ้ยแนะนำรึเปล่า ถ้าใช่เดี๋ยวยืมอุ้ยอ่าน :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 09 พ.ค. 2009, 13:44 น.

ไปเปิด port ของธนชาติมา พี่แกบอกว่าขั้นต่ำ 50 บาท หมายถึงรวมการซื้อขายทั้งวันเลย

ว่าจะไปเปิด กิมเอ็งอีกอัน ธนชาติเปิดเอาหมอน  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 09 พ.ค. 2009, 13:55 น.
เรื่องตลาดเก็งกำไร ทางเน็ตนี่ต้องระมัดระวังนะครับ
ไม่ว่าจะเป็น forex ทองคำ น้ำมัน
โดนหลอกกันไปหลายคนแล้ว
แถมทำกันเป็นกระบวนการ
มีการเปิดบริษัทหน้าร้านใหญ่โต

ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับตรงนี้
และกระทรวงการคลัง ก็ไม่เคยอนุญาตให้ผู้ประกอบการแบบนี้

http://www.mof.go.th/fin-crime/fcsc_faq.htm (http://www.mof.go.th/fin-crime/fcsc_faq.htm)

ธุรกิจแบบนี้ มีแค่บางประเทศเท่านั้น
ทีได้รับการอนุญาต และถูกกฎหมาย
ดังนั้นต้องตรวจสอบดีๆ ก่อนจะลงทุนนะครับ  :46:
โทรถามจากเบอร์ที่อยู่ในลิงก์ข้างบนก็ได้


ส่วนรายละเอียดเรื่องธุรกิจการเงินนอกระบบต่างๆ
ดูได้จากที่นี่ครับ http://www.mof.go.th/fin-crime/fcsc_g_info.htm (http://www.mof.go.th/fin-crime/fcsc_g_info.htm)


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 09 พ.ค. 2009, 14:02 น.
เล่มนี้ค่ะพี่ (http://www.bookmarkthonglor.com/uploads/2722_1159.jpg)

อ่านแบบเรื่อย ๆ แนวความคิดเริ่มต้น ลักษณะนิสัยการลงทุนแบบต่าง ๆ
เหมือนมีคนหลาย ๆ คนมานั่งคุยกันว่า ชอบลงทุนแบบไหน
อุปนิสัยการลงทุนเป็นยังไง แนวคิด การเริ่มต้นของบันไดแต่ละก้าวในการลงทุนของเค้า

แต่จะไม่เจาะลึก ไม่มีข้อมูลการลงทุนมากนัก
แต่จะทำให้เรารู้คร่าว ๆ ว่า มันมีการลงทุนอะไรบ้าง ลักษณะแบบไหนบ้าง
ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ และ เป็นที่นิยมกันค่ะ

แต่ถ้าต้องการอ่านแบบ เพื่อศึกษาแบบ how to การลงทุน
เล่มนี้ช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะไม่มีข้อมูลเนื้อหาให้ศึกษา

แต่ถ้าอ่านเพื่อว่า อยากจะเริ่มลงทุน อยากรู้ว่า คนที่เค้าลงทุน เค้าเล่นอะไรกันบ้าง
มีอะไรอันไหนน่าสนใจ ทำนองนี้ เล่มนี้โอเคเลยค่ะ

อ่อ กำลังอ่านอีกเล่มนึงชื่อ "รวยด้วยกองทุนรวม"
ข้อมูลเยอะดี แต่น่าเบื่อไปนิด เดี๋ยวอ่านจบค่อยมาคั้นกะทิให้ฟัง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 10 พ.ค. 2009, 22:50 น.
รอตูนมาเล่านะ อยากรู้แต่ขี้เกียจอยู่ แปลว่าความอยากยังไม่มากพอ
มีเล่มไหนบางๆ สำหรับพวกขี้เกียจอ่านไหม :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 10 พ.ค. 2009, 23:23 น.
แบบสั้น ๆ กระชับ ตัดจบเป็นตอนสั้น ๆ ก็ Money Shortcuts นั่นล่ะจ๊ะ :22:
มันเป็น Shortcut สมชื่อ เป็นการรวบรวมนักลงทุนหลาย(สิบ)คน ต่างแบบ ต่างละสไตล์มาเล่าทีละคน ๆ
อ่อ ดารา นักแสดงก็มีด้วยบางส่วน

คนนึงประมาณ 3-4 หน้า ไล่อ่านไปทีละคน ๆ ขี้เกียจอ่านเมื่อไหร่ก็วางพักได้
ไม่ต่อเนื่อง ไม่ยาวยืดจนน่าเบื่อเกินไปค่ะ

ปล. แต่อย่างที่บอก ข้อมูล วิธีการต่าง ๆ เนื้อหาไม่ค่อยจะมี
แต่อ่านเอาให้รู้ภาพรวม ๆ ว่า เค้าลงทุนในอะไรกันบ้าง
วิธีคิด "ก่อนจะเริ่มลงทุน" "วางแผน" "แนวคิดบริหารความเสี่ยง" ฯลฯ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 10 พ.ค. 2009, 23:25 น.
โอเช นึกว่ามันเป็นยาวๆ ขอบใจนะจ๊ะ :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 10:05 น.
โบว์อ่านแล้วมาสรุปบอกตูต่อด้วยนะ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 10:52 น.

การลงทุนมีความเสี่ยว โปรดอ่านคำเตือนบนฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 11:05 น.

High เสี่ยว  High return
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ต๊อป เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 11:07 น.
ตลาด AFET นี่มันเป็นยังไงเหรอครับ
ซื้อขายอะไรกัน ดูข้อมูลอะไรบ้างอ่ะครับ :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 12:27 น.
ผมว่า
หลังๆ เป็นการลงทุนในกองทุนรวม
ตราสารหนี้ ทองคำ อะไรทั้งนั้นเลยแฮะ

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 13:02 น.
เมื่อวานไปซื้อทอง 50 ตังค์

ราคาทอง 15 K +/ บาท

แหม๊ .. ราคาน้ำมันขึ้น ราคาทองก็พุ่งเชียวนะ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 13:42 น.
พึ่งเข้ามาอ่านจู๋นี้ :05:

เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ช่วงน้ำมันแพง ทองขึ้นลงพรวดพราด มีคนมาจัดงาน เกงกำไร ที่ในอังกฤษ :55: ประมาณว่าให้ลงทุนเป็นตารางวา จำชื่อไม่ได้แล้วว่าย่านไหน แต่ดูเป็นย่านมีคนอาศัยอยู่พอสมควร เขาโฆษณาว่าอีกกี่ปี ที่จะขึ้นเท่านี้ๆ เห็นแล้วก็งง ทำไมไม่ขายให้คนอังกฤษ มาขายคนไทยทำไม :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 13:45 น.
ใช่ที่แถวแมนซิตีรึเปล่า

ที่คุณคนนั้น ที่เราก็รู้ว่าใครไปบอกพรรคพวกให้มาช่วยกันซื้อ เพราะจะมีคาสิโนขึ้น

สุดท้ายรัฐบาลอังกฤษเปลี่ยนนโยบาย ไม่สร้างคาสิโน .. ที่ที่คนไทยซื้อไปเลย .. แป้ก

ที่ดินเดียวรึเปล่าเนี่ย  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 13:50 น.
 :14:  โอวว

จำไม่ได้จริงๆคับพี่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 18:00 น.


4.30 วันนั้น ตูมีนัดกับบริษัทชาวรัสเซีย

เพื่อที่จะคุยงานและทำคอนแทคงานออแกไนซ์ 3 เดือน ในถนนวอร์คกิ้งสตรีท

จากที่ตูโดนของมาเยอะ และเกือบทุกรูปแบบ ..ทำให้รู้สึกไม่อยากรับงานนี้ตะหงิดๆ

หรือด้วยเพราะความที่มันเป็นชาติ รัสเซียก็ไม่รู้  ที่ทำให้เกิดอคติไม่อยากทำกับพวกมัน

หัวข้อจากเรื่องที่เกิดในวันนี้ คือ

การทำสัญญา

การบรีฟงาน

การมา์ร์คอัพราคา

การจับสาระของงาน อะไรที่เป็นจุดตัดสินว่าควรจะปฏิเสธงาน ที่ทำกับบริษัทต่างชาติ !!!

จะได้รู้วันนี้ .. หลังจากตูกลับมาจากวิ่ง  ที่นี่แน่นอน



ปล.เป็นงานแรกที่ได้ใช้เซนส์จากการโดนหลอก   พร้อมทั้งปฏิเสธงานอย่างสง่างาม

โบว์ต้องภูมิใจในตัวตูแน่ๆเลย  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 18:02 น.


ตกลงรับมาทำ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 18:04 น.






บรรทัดสุดท้าย :30:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 18:20 น.

อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 18:00 น.

ปล.เป็นงานแรกที่ได้ใช้เซนส์จากการโดนหลอก   พร้อมทั้งปฏิเสธงานอย่างสง่างาม

โบว์ต้องภูมิใจในตัวตูแน่ๆเลย  :25:

ภูมิใจมาก :27: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 18:25 น.






ไม่รอดูก่อนเหรอว่าปฏิเสธอย่างสง่างามน่ะ งามแบบไหน :37:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 18:32 น.
เอาเป็นว่าภูมิใจในเบื้องต้นไง เดี๋ยวมันหาว่าด่าอย่างเดียวไม่ชมเลย
แต่มีลางสังหรณ์ว่ามันจะใจอ่อนไม่กล้าปฎิเสธอ่ะดิ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 14:31 น.

ว๊ายยย .. ชั้นเปลี่ยนไปแล้วย่ะ   :29:

เรื่องมีอยู่ว่ามีผู้ใหญ่โทรมาขอให้ช่วย แน่นอนว่างานนี้มีคนจับเสือมือเปล่า

ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ธรรมด๊าา ~  ผู้ใหญ่ท่านนี้เค้าบอกตูว่า บริษัทมันมีงบประมาณให้

ตูก็โอเชอยู่แล้ว ..  แต่พอคุยเท่านั้นแหละ

ชิบหายมัยกลายเป็นว่า ...

ให้ตูทำออแกไนซ์งานทั้งหมด รวมทั้งหาสปอนเซอร์ด้วย

โดยรายได้นั้นมาจากสปอนเซอร์ทั้งหมด รวมทั้งงบออแกไนซ์

โดยแบ่งเป็นมันเอา 40%  เจ้าของที่ 50 %  แล้วให้ตู 10 %  ของรายได้จากสปอนเซอร์ :34:



ซึ่ง .. มันแปลว่าตูทำคนเดียวแบกรับความเสี่ยงเรื่องทุกอย่างคนเดียว โดยที่มีคนมาแบ่งเปอร์เซนต์   :07: :07:


มันบอกว่าตัวเองเป็นโปรจากรัสเซีย  ตูก็เลยถามว่า..

ไทม์ไลน์การแมนเนจเงิน เป็นยังไง คาดว่าจะได้เงินจากสปอนเซอร์ครบเมื่อไหร่

แล้วสปอนเซอร์แต่ละตัวคิดเท่าไหร่

การที่ไปติดต่อขอสปอนเซอร์ต้องมีโพรเพอซอลนะ มีหรือยัง

ฯลฯ


มันขอเวลาหาสปอนเซอร์ 3 เดือน  :34:

สปอนเซอร์แต่ละตัวคิด 15000  :34: :34:  :07:

โพรเพอซอล ก็เอาแบบซีร็อกซ์ไปให้ ไม่ต้องทำทรีดี   :07: :07:

ยังมีหน้ามาถามตูอีกว่า มันจะไปขอสปอนเซอร์ฮอนด้ามา 2 ล้าน 3 เดือน เธอว่าเค้าจะให้มั้ย 

// ตูเลยบอกไปว่า นี่ไม่ใช่งานที่โปรเค้าทำกันนะ ถ้าจะไปขายฮอนด้าขนาดนั้น แล้วโปรดักส์ และความน่าสนใจมันอยู่ที่ตรงไหนไม่ทราบ  :07:


รัสเซียตอบตูว่า ก็เธอเป็นโปรเฟสชั่นนอลที่นี่ไม่ใช่เหรอ เธอก็แนะนำชั้นสิ

ตูเลยบอกว่า งั้นงานก็ผิดสโคปละ ชั้นคงต้องคิดค่าโปรฟี เพิ่มขึ้น ถ้าจะให้ตูคิดงานด้วย

ขอถามอีกครั้งว่างานนี้มีงบเท่าไหร่ และใครเป็นคนจ่าย


มันตอบว่ามันก็ขึ้นอยู่กับเธอว่าหาสปอนเซอร์ได้มากน้อยแค่ไหน

มันแปลว่าตูต้องหาเอง ทำเอง แล้วต้องแบ่งเปอร์เซนต์ให้มัน จะทำไปเพื่ออะไรจ๊ะ .. ตูทำเองดีกว่ามั้ย  :07: :07:


อีเว้นท์ส่วนหนึ่งของงาน .. ทาร์เก็ตเน้นวัยรุ่นคนไทย ให้มีคนเข้างาน 2- 3 พันคน

- เอาถุงยางแจกแขก ที่อยากเข้าแข่งขัน ให้วิ่งไปขอน้ำคนในงาน ภายในกำหนดเวลา ใครได้มากสุด ชนะ : pls give me water  :08:

- ขึ้นไปขี่วัวเครื่องเล่นกระทิง โดยมีผู้หญิงมาคอยเสริ์ฟเบียร์ แล้วก็เล่น ใครอยู่นานก็ชนะ

- มีผู้หญิงบาร์ให้ใช้ในวอร์คกิ้งมาล้างรถ ไม่เอาดารา

(ฮอนด้าจะมาลง 2 ล้านให้ไหม คิดดู  :30:)


ความน่าสนใจของเนื้อหางาน   :39: :39: :39: :39: :39:

งบประมาณ  :39: :39: :39: :39: :39:

ความเสี่ยง  :39: :39: :39: :39: :39:

กำไร  :39: :39: :39: :39: :39:

โดนหลอก  :39: :39: :39: :39: :39:


การที่ต้องทำงานกับชาวต่างชาติ สัญญาเป็นเรื่องโคตรสำคัญ

โดยทั่วไปเบส ก็คล้ายๆงานปกติ มีบางอย่างเพิ่มขึ้นมา


// งานออแกไนซ์ที่ทำอย่างเดียวไม่คิดครีเอท 30% ของงาน 

// ถ้ามีการแพลน ก็ต้องคิดค่าแพลนด้วย เช่นพวกมีเดียแพลน

// การจ่ายเงินหยวนๆหน่อย ควรจะเป็น 40-30-30  เครดิทช้าสุด 15 วัน

// ในสัญญาควรมีการวางเงินประกันด้วยนะ สำคัญมาก !!!

// พวกนี้เวลาคนมาไม่ตามเป้ามันจะเบี้ยวเงินซะงั้น ข้อหาไม่ซัคเซส จงระวังให้ดี !!!

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 14:37 น.
 :25: + เจ้ส้มมมมมมมมมมมมมมมมมม My Idol
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 15:18 น.
สรุปแล้ว ส้มก็รับมาทำใช่ไหม  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โต เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 15:39 น.
อ้างคำพูดจาก: อภิมหาณต เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 15:18 น.
สรุปแล้ว ส้มก็รับมาทำใช่ไหม  :25:
รอคำตอบอันนี้เหมือนกัน  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 15:42 น.
สงสัยว่า ในเมื่องานนี้ถ้าหากไปรับงาน เราต้องทำทุกอย่าง ต้องจัดการงาน จัดการหาสปนเซอร์เอง รับผิดชอบเองทุกอย่าง
ทำไมเราไม่ทำงานนี้เองไปเลยครับ  :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 16:16 น.
ไม่ได้ทำย่ะ  :11:



อ้างคำพูดจาก: ☼ หมอแมว ☼ เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 15:42 น.
สงสัยว่า ในเมื่องานนี้ถ้าหากไปรับงาน เราต้องทำทุกอย่าง ต้องจัดการงาน จัดการหาสปนเซอร์เอง รับผิดชอบเองทุกอย่าง
ทำไมเราไม่ทำงานนี้เองไปเลยครับ  :09:

ส้มเคยเสนอโปรเจคไปแล้วค่ะ งานดีกว่านี้ด้วย และที่สำคัญทำเอง ไม่ต้องมีใครมาเอี่ยวให้ปวดหัว ผ่านแล้วด้วย สปอนเซอร์ก็โอเค

แต่ต้องล่าถอยเพราะทัศนคติของชุมชนที่นั่นบางประการ  นั่นคือ

ผู้ประกอบการคนไทยส่วนใหญ่ในนั้น ไม่เข้าใจถึงงานอีเว้นท์ที่จะมาจัดโดยมีเป้าหมายช่วยประชาสัมพันธ์ โดยที่เค้าไม่ต้องจ่ายอะไรเลย

เค้าจะแห่มาไล่ที่ ด่าออแกไนซ์ว่ามาขวางหน้าร้านเค้า  สุดท้ายเค้าก็จะบีบเราโดยการขอออกบูทของเค้าเองโดยไม่จ่าย

โดยใช้เหตุผลว่า นั่นหน้าร้านเค้า  งานมันก็บรรลัยน่ะสิพี่   :30:  ตอนนี้เลยขอวางแผนใหม่ คนเรามันก็บ้ากันดีจริงๆ


และพอดีกับที่มีไอ้บริษัทนี้เค้ามาจะจ้าง  เรื่องมันเป็นอย่างนี้แหละค่ะพี่หมอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 16:37 น.
สรุปว่าแกเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ชั้นภูมิใจมาก :40: :40: :40:
(ถ้าเป็นแต่ก่อนส้มมันรับดะค่ะ โบว์กับแอนรุมด่ามันมาหลายปี ในที่สุดก็มีวันนี้)  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 22 พ.ค. 2009, 11:10 น.
มันอาจจะยังไม่เคยมีมาก่อน

หลายวันมานี้ผมนั่งก็คิด นอนก็คิด ยืนก็คิด
เลิกจากเตะบอลกีฬาที่ชอบมากก็ยังคิด
คิดว่าเมื่อไหร่นะเราจะทำสิ่งที่ฝันไว้สำเร็จ
คิดไปอยู่แบบนี้ แต่ไม่เคยคิดว่าจะไม่สำเร็จ
คิดแต่ว่ามันต้องสำเร็จแน่แน่ อาจจะช้า
อาจจะรอนาน อาจจะรอนานมาก

ผมเคยลงมือปลูกมังคุดด้วยตัวเองเป็นสามสี่ร้อยต้น
เคยลงมือปลูกทุเรียนอีกห้าร้อยต้น ปลูกเสร็จ
ก็กินเวลาเป็นหลายสิบวัน มังคุดปลูกแล้ว
ต้องหมั่นดูแลรักษาทำหลังคาคลุมแดดกันลม
ให้ต้นอ่อนที่ออกจากถุงเพาะอย่างดี ไม่งั้นตายเรียบ
ทุเรียนปลูกแล้วโตง่ายไม่ตายระหว่างทาง
แต่ก็สามารถตายได้ตลอดเวลา ไม่เหมือนมังคุด
ที่เมื่อผ่านการโตแล้ว ก็จะไม่ตายอีกแล้ว

งานที่ผมทำจะเป็นแบบไหนไม่รู้
จะเป็นมังคุด หรือทุเรียน
ไม่แน่อาจจะเป็นต้นไม้ที่ไม่มีใครเคยปลูกมาก่อนก็ได้
ตั้งลำขึ้นต้นได้ ใบงอกสองใบอาจจะผลิตผล
อย่างยิ่งใหญ่ก็ได้

ผมมีความหวัง ผมมีความฝัน
และผมมีความพยายามและ ผมยังพยายาม

...........................................................


บันทึกชิ้นนี้ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ
แต่เป็นกำลังใจกันและกัน
แด่คนที่ริเริ่มทำในสิ่งที่ยากเย็นเข็นใจ
:12:



ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 22 พ.ค. 2009, 11:14 น.
รูปพี่โอ๋กับวาดเขียนในอวตารน่ารักมากค่ะ :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 22 พ.ค. 2009, 12:08 น.
ขอบคุณค่ะพี่โอ๋  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: :†:Ϊη ģŎđ шε Ţѓűśţ :†: เมื่อ 24 พ.ค. 2009, 16:44 น.
ปลูกยาง ดิ

รวยเละเทะ ไปซื้อที่ แถวอีสาน เหนือ อะ ซัก 100 ไร่ นะ แล้วก็จ้างคนไปดูแล แบ่งผลประยชน์ 70-30

เดือนนึงก็เข้าไปดูทีนึง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 24 พ.ค. 2009, 21:44 น.
ทำแต่ปาก ก็ไม่ยากนะครับ :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 25 พ.ค. 2009, 15:19 น.
ปลูกอย่างเดียว ไม่ถาวรด้วยนะคะ
ไหนจะปัญหาเรื่องดินเสื่อมสภาพจากการปลูกพืชชนิดเดียว
แล้วถ้าเป็นช่วงราคาตก หรือของล้นตลาดอีก

ปลูกพืชผสมผสานตามแบบเศรษฐกิจพอเพียงน่าสนใจดีนะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 25 พ.ค. 2009, 15:21 น.
ระวังภัยทางธรรมชาติด้วยนะคะ

ญาติก็ปลูกยางเหมือนกัน แต่เจอพายุฝน น้ำท่วม กล้ายางเน่าตายเรียบ  :42:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 25 พ.ค. 2009, 20:15 น.
ผมเขียน ยกตัวอย่าง

อ่านมั่งไหมนี้ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 26 พ.ค. 2009, 14:15 น.
อ้างคำพูดจาก: กวีหนุ่ม เมื่อ 25 พ.ค. 2009, 20:15 น.
ผมเขียน ยกตัวอย่าง

อ่านมั่งไหมนี้ :30:

:46: อ่านและเข้าใจจ๊ะ แต่หนูตอบพี่คนที่เค้าบอกให้ปลูกยางน่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 26 พ.ค. 2009, 17:14 น.
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 26 พ.ค. 2009, 14:15 น.
:46: อ่านและเข้าใจจ๊ะ แต่หนูตอบพี่คนที่เค้าบอกให้ปลูกยางน่ะ

ชื่อ ลุงซิก ค่ะเจ้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โตน เมื่อ 30 มิ.ย. 2009, 17:34 น.

พวกตัวอย่าง แผนธุรกิจ มีประมาณ 40 อันได้ เผื่อใครอยากเอาไปดูเล่น :27:

@Personal/Tone/แผนการตลาด.rar
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 10 ก.ค. 2009, 17:37 น.

ขอบคุณโตนมากนะจ๊ะ +  :25:


.. เช้าวันนี้หลานของพ่อเลี้ยง ชาวสวิสเซอร์แลนด์โดนกระชากสร้อย

ครั้งแรกของแมแนเจอร์ สวิสต์ ไพรเวทแบงค์มาเที่ยวเมืองไทยก็เจอดีจนได้

ตู ก็ช่วยสุดความสามารถ .. แต่ ไม่รู้จะเอาหน้าไม่มุดไว้ไหนตอนเจอตำรวจที่ทำตัวเป็นโจรซะเอง :3005:


:25: รบกวนขอเอกสารเป็นภาษาอังกฤษได้มั้ยคะ (ที่นี่จะมีพวตำรวจอาสา เป็นชาวต่างชาติ)

:20: 500 ครับ

:25: ค่าอะไรคะ ..

:20: ค่าแปลน่ะ

:25: งั้นหนูแปล แล้วพี่เอามาสแตมป์ตราได้มั้ยคะ

:20: ไม่ได้น้อง เพราะน้องไม่ใช่ตำรวจ .. ถ้าจะรีบก็ไปซอยที่เค้ารับแปล

:25: เอ๋ .. สรุป 500 นี่ค่าแปล หรือค่าสแตมป์ตรายางคะ

:20: ......



ลักษณะแบบนี้ การขอเอกสารแจ้งความเป็นภาษาอังกฤษ จะได้นำไปขอเงินประกันที่ประเทศตนได้

ธุรกิจประเภทนี้จึงงอกเป็นรา ขึ้นมาเป็นเห็ดเต็มไปหมด  สนนราคา  500-1000 บาท  ( แปลเหี้ยๆหนักๆ ตูให้ไม่เกิน 5 บรรทัด )

แต่จะต้องมีบริษัทถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งบริษัทตูเขียนวัตถุประสงค์รองรับ ...

แต่ก่อนตูแอนตี้นะ แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกว่า ....หากินควบคู่กับตำรวจไทย เศรษฐกิจก้าวไกล เงินทองคึกคัก  :30:




พรุ่งนี้ว่าจะไปคุยกับผู้กำกับ รับงานชิวๆ กินขนมเล่น  :47:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: JΛNΣ เมื่อ 10 ก.ค. 2009, 17:43 น.
บรรทัดละร้อย  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 10 ก.ค. 2009, 21:15 น.
อูยยย รับมาทำได้ไหมมมมมมมมม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: มัม เมื่อ 13 ก.ค. 2009, 18:53 น.
ตำรวจไทยเป็นมิตรกับประชาชนจริงๆ...










+ ค่าความรู้ครับ ความรู้ด้านนี้ผมต่ำจนแทบไม่มีเลย  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 13 ก.ค. 2009, 22:35 น.
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 10 ก.ค. 2009, 21:15 น.
อูยยย รับมาทำได้ไหมมมมมมมมม
นั่นดิ ตูมีดรีกรี English Program รองรับนะ :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:14 น.
ทางที่ผ่านมา ก็ปล่อยให้ผ่านไป

ผมจะเขียนบันทึกเล็กๆ ในธุรกิจ
เพื่อเตือนความทรงจำของตัวเอง

ทอดเวลาไว้นานแล้ว
ตะกอนการขุ่นเคือง ข้นแค้น
คงตกลงไปหมดแล้ว
เหลือแต่ประสบการณ์และบทเรียนที่ดี
ไม่มีเรื่องนี้การมองโลกคงไม่รอบด้าน
ไม่มีเหตุการณ์นั่น ผมก็มองทุกอย่างสะอาด

ผมทำโรงเรียนสอนศิลปะให้กับเด็กๆ
ด้วยทัศนคติที่มุ่งมั่นและแรงกล้ามาก
ว่า เราต้องทำและปลูกฝั่งเยาวชนเหล่านี้
ให้เป็นเด็กดี คนดี และอะไรต่างๆ ในวงรอบความดีนั้น
ให้ได้ด้วย วิชาศิลปะ นี่แหละ
บนพื้นฐานนี้ และบนพื้นฐานของพ่อคนหนึ่ง
ผมอุทิศทั้งชีวิตให้กับโรงเรียนทั้งหมด

ครั้งก่อนผมเคยโดนเพื่อนร่วมหุ้นยักยอก
ไปแทบหมดตัว แต่ก็ผ่านไปได้ นั่นเป็นบทเรียนความไว้ใจ
ผมมาทำโรงเรียนใหม่ ไปได้อย่างงาม

มีผู้ค้ากำไรจากธุรกิจการศึกษา
ชักชวนให้ผมไปร่วมทุนกับเขา
ผมบ่ายเบี่ยงเป็นเวลานาน
พูดคุยพบปะกันหลายหน
หลายหนจนผมวางใจ
เอ้า! ตกลงผมแจมกับเขา
เจรจากันพอประมาณ
แต่ทำไปทำมาทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คาด
(รายละเอียดทั้งหมดขอข้ามไป)

ผมปิด โรงเรียนสอนศิลปะนั้น
บอกเลิกกันอย่างดี
ให้เด็กๆจบคอร์สก่อน
และจากมา อย่างเจ็บปวดลึกๆ
ไม่ได้เสียหายเยอะมาก แต่เสียใจเยอะกว่า
เสียใจว่า ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้

ทางที่ผ่านมา ก็ปล่อยให้ผ่านไป
แต่ถ้าเจอข้างหน้าอีก ในแบบเดิม
ผมคงไม่หลงเดินแบบเดิมแน่นอน

บทเรียนคือ
ธุรกิจ คือผลประโยชน์ และการฉกฉวย
แต่ไม่ใช่สำหรับ ผม


-----------------------------------------------
7-07-53

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:18 น.
โรงเรียนสอนศิลปะ อย่างของพี่โอ๋

ช่างห่างไกลจากคำว่า ธุรกิจการศึกษา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:22 น.
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:18 น.
โรงเรียนสอนศิลปะ อย่างของพี่โอ๋

ช่างห่างไกลจากคำว่า ธุรกิจการศึกษา

เราต้องยืนยันความเชื่อ อย่างมั่นคง
แม้จะกำไรน้อยมาก แต่ถ้าทำแล้ว
อย่างมีความสุข ไม่สิ
ทำแล้วมีความสุขมาก
ต่างหาก

การยืนยันความเชื่อ
นี้แหละ จะทำให้สิ่งที่ทำไปได้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:23 น.
เป็นกำลังใจให้นะคะพี่ พี่เป็นทั้งพ่อและครูที่ดีจริง ๆ

เอิ๊กชวนไปหาพี่ ๆ ที่โรงเรียนอยู่ค่ะ แต่ว่างไม่ตรงกันซะที

ปล. ถ้าไปหาตอนนี้ ต้องไปที่ไหนนะคะ จามจุรีสแควร์ หรือเปล่า ?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:25 น.

ถ้าส้มเขียนอะไรแบบพี่โอ๋  สามหน้าก็คงไม่พอ  :47b:

สู้ๆนะคะพี่   ธุรกิจกับความไว้ใจ ราคาแพงนัก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:26 น.
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:23 น.
เป็นกำลังใจให้นะคะพี่ พี่เป็นทั้งพ่อและครูที่ดีจริง ๆ

เอิ๊กชวนไปหาพี่ ๆ ที่โรงเรียนอยู่ค่ะ แต่ว่างไม่ตรงกันซะที

ปล. ถ้าไปหาตอนนี้ ต้องไปที่ไหนนะคะ จามจุรีสแควร์ หรือเปล่า ?

หาพี่ ไปที่ เซ็นแจ้ง
หาพี่นิด ไป จามจุรีสแควร์ วันเสาร์
หาครูต่าย ไปจามจุรีสแควร์ เสาร์ อาทิตย์  :22:

ตอนนี้กระจายกันอยู่
ที่ จามฯ สแควร์ไปได้สวย
คาดว่าสิ้นปีนี้เด็กๆ จะต้องหนึ่งร้อยคนขึ้นไป

ส่วนที่ เซ็นฯ แจ้ง แตะหลัก 300 แล้ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:27 น.
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:25 น.
ถ้าส้มเขียนอะไรแบบพี่โอ๋  สามหน้าก็คงไม่พอ  :47b:

สู้ๆนะคะพี่   ธุรกิจกับความไว้ใจ ราคาแพงนัก

ส้มโดนบ่อยเกี๊น  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:29 น.
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:26 น.
หาพี่ ไปที่ เซ็นแจ้ง
หาพี่นิด ไป จามจุรีสแควร์ วันเสาร์
หาครูต่าย ไปจามจุรีสแควร์ เสาร์ อาทิตย์  :22:

ตอนนี้กระจายกันอยู่
ที่ จามฯ สแควร์ไปได้สวย
คาดว่าสิ้นปีนี้เด็กๆ จะต้องหนึ่งร้อยคนขึ้นไป

ส่วนที่ เซ็นฯ แจ้ง แตะหลัก 300 แล้ว

อูยย งั้นจามจุรีสแควร์โลด เดินทางไปหาสะดวกจ๊ะ

ชวนพี่นิดไปกิน INAHO ดีกว่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:31 น.
วันเสาร์ พี่นิดอยู่ที่ จามฯ นั่นแหละ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:49 น.
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:27 น.
ส้มโดนบ่อยเกี๊น  :30:


ตอนนี้กำลังหาเรื่องอีกค่ะ  :30: :30:

อาทิ

ส้มอาศัยแนวคิดที่แบงค์ชาติไม่เล่น  แต่ส้มจะเล่น กำลังอยู่ในช่วงประเมิณแผนธุรกิจ

แนวคิดนั้นคือ แบงค์ชาติไม่ปล่อยเครดิตให้ต่างชาติ  คือไม่ว่าคุณจะซื้ออะไร หอบเงินสด ไม่ก็โอนสดอย่างเดียว

เนื่องจาก แบงค์ชาติกลัวพวกฟอกเงิน  แต่ส้ม ... :47:

ส้มจะปล่อยกู้ต่างชาติที่จะมาซื้ออสังฯในพัทยาค่ะ  จะทำระบบให้เป็นจับเสือมือเปล่า แล้วกินดอกเบี้ยและเงินส่วนต่าง

มีโครงการหลายโครงการอยู่ในมือ แถม วิน วิน หลายฝ่าย โครงการขายได้ ต่างชาติขอเครดิตการทรานเฟอร์เงิน

ซึ่งต่างชาติแต่ละคน ก็รู้จักแบคกราวดี ทำเล็กๆ กินขนมไปก่อน ถ้าเจ้ง ก็ยึดคอนโดแล้วเอาไปหมุนขาย ให้คนอื่นผ่อนอีกที


ไม่รวมเรื่องอื่นๆ ที่กำลังเล็งจะลงเล่นอีก  สนุกดีค่ะพี่

มันคือประสบการณ์ค่ะ โดนโกงในธุรกิจเดิมซ้ำๆ เดี๋ยวเค้าจะหาว่าหนูโง่

ดังนั้น ส้มเลยหาอะไรเล่นใหม่ๆ เพื่อการเรียนรู้  :30: :30: :30:



// ถ้าไม่โง่ ไม่เพี้ยน ป่านนี้ ส้มคงจะรวยเละไปแล้ว   :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 16:17 น.
ผิดกฏหมายรึเปล่าล่ะส้ม
ถ้าผิด ไม่ควรทำนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: JΛNΣ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 16:22 น.
เทาๆ แน่เลย  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 16:33 น.
มันยังไม่มีกฎหมายอะไรควบคุมออกมาโดยตรงเลยค่ะ พี่อ๋า

เลยถือว่ายังไม่ผิด  :47:

ว่ากันตรงๆเลย คนฟอกเงินที่หมุนในประเทศไทย เยอะพอๆกับเจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว

ขึ้นอยู่กับว่านโยบายรัฐบาลเป็นอย่างไร  แล้วยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ ส้มว่ามันเอื้อกันมาก


ส่วนแบงค์ทั่วไป เค้าอยากทำกันจะตาย มันมีช่วงกำไรมหาศาลมาก แต่ไม่สามารถทำได้

จะทำได้แค่ในส่วน ถ้ามี L/G มาจากอีกแบงค์จากต่างประเทศรับประกัน เค้าถึงปล่อยให้กู้

เช่น พวกบริษัทญี่ปุ่นมารับเหมาก่อสร้างตึกที่ประเทศไทย เป็นต้น



นี่เป็นของเล่นชิ้นแรก ที่ได้ใช้ความรู้ปริญญาโททำงาน อยากลองมีสาระเหมือนชาวบ้านบ้าง

ไหนๆก็มีคอนเนคชั่นด้านนี้ สะสมมาเยอะพอสมควรแล้ว น่าจะลองปั่นออกมาเป็นรายได้อะไรได้บ้าง

แต่ถ้าทำฟี้ดออกมา แล้วโอกาสเจ๊งสูงเกินไป ก็หาอะไรอย่างอื่นเล่นแทนค่ะ  :52:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 16:39 น.
รับสมัครผู้ช่วยไหมเจ้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 16:40 น.


เอเป็นเด็กส่งของได้นะเจ๊  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 17:07 น.
ผมกลัวเรื่องพวกนี้แหละ :44:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 17:12 น.


อย่าไปกลัวพี่  คนพวกนี้น่ากลัวน้อยกว่าคนใกล้ตัวที่เราไว้ใจแล้วมาโกงเราอีกนะพี่  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 17:16 น.
โกงไม่ว่า
กลัวมันยิงทิ้งสิ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Piix เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 18:28 น.
ไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ กฏหมายการค้า ฟอกเงิน

แต่อ่านอย่างงงๆ มันน่าจะส่งผลกระทบกับระบบอะไรบางอย่างรึเปล่า
เค้าถึงกลัวการฟอกเงินนั่น

เค้ากลัวว่าจะค้าขายของ... กันแล้วเอาเงินมาฟอกด้วยวิธีแบบนี้
กลัวว่าเงินทำธุรกิจแบบนี้ของคนต่างชาติ จะทำให้ช่องทางธุรกิจต่างๆตกอยู่ในมือต่างชาติซะหมด

อะไรพวกนั้นรึเปล่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 09:38 น.

เรามีกฎหมายควบคุมการเข้าครอบครองอสังหาฯ ของชาวต่างชาติค่ะ

ในส่วนที่เล่าให้ฟังนั้น เป็นแค่ส่วนนึงของกระบวนการซื้ออสังหาฯเองจ่ะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 10:15 น.
กฎหมายควบคุมการถือครองที่ดินกับกฎหมายป้องกันการฟอกเงินมันคนละฉบับกันนะ :58:

ที่เจ๊จะทำมันเข้าข่ายฟอกเงินมากกว่าหรือเปล่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 10:26 น.
ฟอกเงินนี่คุกเลยนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 10:42 น.
ไม่เข้าจ้า  ไม่ได้เล่นกับคนฟอกเงิน  คนฟอกเงินก็เป็นอีกกลุ่มนึง เราก็รู้จักดีเช่นกัน ตอนนี้ ยังไม่มีเรื่องที่ต้องโคจรมาทำอะไรร่วมกัน ยังเลี่ยงอยู่จ้า  :27:

เป็นลูกค้าที่เรารู้จักดี  และโครงการเราก็รู้จักดี ไม่มีปัญหา

เค้าซื้อหลายที่ และปล่อยให้บริษัทไทยจัดหาผู้เช่าต่อ ซึ่งการที่เราเซอร์วิสตรงนี้ หากโดนเบี้ยวล่ะก็ อสังหาฯอื่นๆเราสามารถยึดได้ตามมูลค่าค่ะ

เล็กๆจ้า เล็กๆ ไม่เล่นอะไรใหญ่ๆ


สิ่งที่เราบอกเค้าคือ เราเป็นแหล่งเงินกู้เพื่ออสังฯในประเทศไทย

สิ่งที่เป็นจริงคือ คนบริหารหมุนเงิน เงินมาไม่ทันเราอุดให้ก่อน โดยมีอัตราชาร์จนิดๆหน่อยๆ

หากไม่ส่งตามกำหนด เราจะทำการยึดอสังฯตัวอื่นๆของท่านที่ยื่นค้ำ ถึงแม้จะติดแค่ 30000 ก็ตาม  

ความน่ากลัวของวงการเงินกู้   :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 11:06 น.
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 10:42 น.
ไม่เข้าจ้า  ไม่ได้เล่นกับคนฟอกเงิน  คนฟอกเงินก็เป็นอีกกลุ่มนึง เราก็รู้จักดีเช่นกัน ตอนนี้ ยังไม่มีเรื่องที่ต้องโคจรมาทำอะไรร่วมกัน ยังเลี่ยงอยู่จ้า  :27:

เป็นลูกค้าที่เรารู้จักดี  และโครงการเราก็รู้จักดี ไม่มีปัญหา

เค้าซื้อหลายที่ และปล่อยให้บริษัทไทยจัดหาผู้เช่าต่อ ซึ่งการที่เราเซอร์วิสตรงนี้ หากโดนเบี้ยวล่ะก็ อสังหาฯอื่นๆเราสามารถยึดได้ตามมูลค่าค่ะ

เล็กๆจ้า เล็กๆ ไม่เล่นอะไรใหญ่ๆ


สิ่งที่เราบอกเค้าคือ เราเป็นแหล่งเงินกู้เพื่ออสังฯในประเทศไทย

สิ่งที่เป็นจริงคือ คนบริหารหมุนเงิน เงินมาไม่ทันเราอุดให้ก่อน โดยมีอัตราชาร์จนิดๆหน่อยๆ

หากไม่ส่งตามกำหนด เราจะทำการยึดอสังฯตัวอื่นๆของท่านที่ยื่นค้ำ ถึงแม้จะติดแค่ 30000 ก็ตาม  

ความน่ากลัวของวงการเงินกู้   :47:

เหมือนเป็นช่องว่าง ของกฏหมายการเงิน ของไทยใช่ไหม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 11:31 น.
กู้นอกระบบก็บอกมา :58:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 11:38 น.
เออแฮะมีปมมีประเด็นน่าสนใจเยอะนะนี่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 11:45 น.
ตัวตาย ตัวแทนและการห้ามเลือด

ที่โรงเรียนผมเพิ่งเสียบุคลากรสำคัญมาก
เสียแบบไปไม่มีวันกลับ เขาไปแบบเราคาดไม่ถึง

ในการทำธุรกิจ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่
การสูญเสียเป็นเรื่องที่ต้องไม่ให้เกิด
หรือถ้ามันต้องเกิดก็ต้องรีบปิดรูรั่วนั้นให้ไวที่สุด

ผมได้ตระเตรียมเรื่องปกป้องการสูญเสียไว้บ้าง
แต่ก็ไม่คิดว่าจะต้องเอามาใช้ในกรณีแบบนี้
บริษัทหรือกิจการใดใดก็คล้ายร่างกาย
การสูญเสียเหมือนร่างกายเรามีบาดแผล
เมื่อมีบาดแผลก็ย่อมเสียเลือด
เมื่อมีเลือดมีแผลต้องรีบห้ามเลือด

โชคดีที่ผมมีการห้ามเลือดได้ทันท่วงที
เลยไม่เกิดการเสียหายลุกลามใหญ่โต

ละม้ายกับเมื่อตอนผมลาออก จากบริษัทเดิม
บริษัทเขาก็วางไว้แล้ว ว่าคนไปบริษัทต้องอยู่
ฉะนั้นมันจึงมีระบบตัวตายตัวแทนไว้แล้ว
ผมออกมา บริษัทก็เดินต่อไปได้สบาย

เหมือนทีมฟุตบอล นักเตะชื่อดังย้ายไป
ทีมก็ต้องเดินต่อไป และปรับสมดุลให้ได้
ถ้าทีมใดปรับไม่ได้ก็มีปลเสียหายตามมาก
อย่างเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 11:48 น.
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 11:06 น.
เหมือนเป็นช่องว่าง ของกฏหมายการเงิน ของไทยใช่ไหม


ใช่ค่ะพี่โอ๋  ..

ส้มไม่คิดจะจริงจังกับธุรกิจอะไรแบบนี้อยู่แล้ว

แค่อยากเรียนรู้หาอะไรเล่นกับธุรกิจแนวใช้ช่องว่างทางกฎหมาย และธุรกิจปลาใหญ่กินปลาเล็กน่ะ เค้าทำกันยังไง

เล่นจนรู้  เบื่อก็เลิกเล่น  อันนี้ เอามาเล่าสู่กันฟังเฉยๆ ว่าเดี๋ยวนี้มีอะไรที่สามารถทำเงินได้บ้าง

ไว้จะมาไกด์แนวคิดธุรกิจรูปแบบอื่นๆให้ฟัง เผื่อใครจะเอาไปทำตาม ก็ไม่ว่ากัน  :30:


จริงๆหนูเป็นคนดีนะคะ  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 11:51 น.
มีตอนไม่จริงด้วยเหรอ :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 12:02 น.


:50:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: คิ้วหนาจ้ะ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 16:24 น.
อ้างคำพูดจาก: 0U! เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 11:31 น.
กู้นอกระบบก็บอกมา :58:

สรุปมันคืออันนี้ใช่มะ
แต่เป็นแบบว่าทำกะต่างชาติแทน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 16:25 น.
ใช่ค่ะ  :47:

ก็แบบมีระบบ เค้าไม่ทำนี่นา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 17:17 น.
กู้ให้ผมซัก 2 แสนสี่ได้มั้ยครับพี่ ส้ม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Piix เมื่อ 11 ก.ค. 2010, 18:48 น.
มีโครงการในอนาคตว่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ซึ่งยังไม่รู้ว่ที่ไหนดี แต่ใจเอนเอียงไปที่หัวหิน 50 % แล้ว

ปัญหาต่อไป คือยังไม่รู้ว่าจะทำมาหากินอะไรดี มีทุนไม่กี่แสน
อยากทำอะไรที่มีรายได้พอรายจ่าย เอาแค่พออยู่ได้ ไม่ต้องรวย
เพราะคิดว่ายังไม่สร้างภาระการผ่อนอะไร จนกว่าจะทรงตัวได้

ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เป็นสิ่งที่อยากทำ แต่มันมีปัจจัยมากมายในการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
ยังไม่แน่ใจเรื่องตลาด ทำเล พฤติกรรมผู้บริโภค วัฒนธรรมท้องถิ่น และแรงงาน


ทำธุรกิจเว็บไซต์ อย่างที่ทำอยู่ตอนนี้ มีแรงงานอยู่แล้ว 2 คน
แต่ยังไม่มั่นใจกับสภาพของเมืองเล็กๆอย่างหัวหิน ที่ดูจะเติบโตช้ามาก (ดีในแง่การอยู่อาศัย แต่คิดว่าไม่ดีแง่ธุรกิจ)

ก็เลยกำลังพยายามศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบหัวหินและพัทยาอยู่  :44:

จะทำอะไรดี ...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 11 ก.ค. 2010, 19:30 น.
เวลาจะมองหาธุรกิจของตัวเอง เราคิดว่าน่าจะเริ่มจาก "ชอบทำอะไร"
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: JΛNΣ เมื่อ 11 ก.ค. 2010, 21:43 น.
ชอบอยู่เฉยๆ แล้วมีเงินใช้   :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 11 ก.ค. 2010, 21:52 น.
ชอบเหมือนกันเลย :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 11 ก.ค. 2010, 21:54 น.
หันซ้ายหันขวานอนคว่ำนอนหงาย แบบนี้ละ พอจะทำได้มั้ย  เผื่อจะเหมาะกับบางธุรกิจ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 10:42 น.
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 11 ก.ค. 2010, 18:48 น.
มีโครงการในอนาคตว่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ซึ่งยังไม่รู้ว่ที่ไหนดี แต่ใจเอนเอียงไปที่หัวหิน 50 % แล้ว

ปัญหาต่อไป คือยังไม่รู้ว่าจะทำมาหากินอะไรดี มีทุนไม่กี่แสน
อยากทำอะไรที่มีรายได้พอรายจ่าย เอาแค่พออยู่ได้ ไม่ต้องรวย
เพราะคิดว่ายังไม่สร้างภาระการผ่อนอะไร จนกว่าจะทรงตัวได้

ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เป็นสิ่งที่อยากทำ แต่มันมีปัจจัยมากมายในการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
ยังไม่แน่ใจเรื่องตลาด ทำเล พฤติกรรมผู้บริโภค วัฒนธรรมท้องถิ่น และแรงงาน


ทำธุรกิจเว็บไซต์ อย่างที่ทำอยู่ตอนนี้ มีแรงงานอยู่แล้ว 2 คน
แต่ยังไม่มั่นใจกับสภาพของเมืองเล็กๆอย่างหัวหิน ที่ดูจะเติบโตช้ามาก (ดีในแง่การอยู่อาศัย แต่คิดว่าไม่ดีแง่ธุรกิจ)

ก็เลยกำลังพยายามศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบหัวหินและพัทยาอยู่  :44:

จะทำอะไรดี ...


ไปหัวหินให้บ่อยกว่าเดิม
แล้วเดินดูมันทุกซอกทุมมุม
น่าจะหาทางออกในการประกอบการเจอนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 11:08 น.
เอามาฝากครับ :22:

8 แฟรนไชส์อาหารว่างน่าลงทุน
http://incquity.com/articles/startup/8-snack-franchise (http://incquity.com/articles/startup/8-snack-franchise)

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 11:42 น.

ตูว่า ตูเป็นคนที่มีโอกาสทำงานหลากหลายมาก

เลยจะบันทึกงานที่ทำเล็กๆน้อยๆ เผื่อใครจะนำไปใช้

ตูถนัดงานการตลาดที่อาศัยจังหวะ และการใช้พันธมิตรให้เกิดประโยชน์ หรือที่เรียกว่าจับแพะชนแกะ


ณ เวลานี้ ตูทำให้กับร้านเฟอร์นิเจอร์ (แต่งานบริษัทของตูก็ยังทำอยู่นะจ๊ะ) ถือได้ว่าเป็นสินค้าประกอบ

หากคอนโดขายได้ เฟอร์นิเจอร์ งานบิ้ว ก็มีงานตามไปด้วย คอนเซปต์ง่ายๆ น้องๆทั่วไปได้เข้าใจด้วย

ด้วยสถานการณ์ การเมือง เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ดอกเบี้ย อสังหาฯ มันผันผวนยังกะอยู่ในพายุ  เดาห่าอะไรไม่ได้เลย

จะเอะอะ ก็ลดราคา ก็ใช้ไม่ได้ซักเท่าไหร่นัก จะทำทั้งที ต้องทำอย่างคนมีศิลป์

เงินก็น้อย งบก็ไม่มีจะทำอะไรดีวะ  ไอ้ครั้นจะไม่ทำอะไรเลย ก็จะพาลตายห่าทั้งธุรกิจ


งานนี้เราจึงต้องอาศัยพันธมิตร จังหวะ ที่มีทั้งหมด

ตูเอาแผนงานอีเว้นท์พัทยามากางเลย (ไหนๆ บางอีเว้นท์ตูก็คุมอยู่แล้วด้วย)  :47:

เอามาดูซิว่า พัทยามีงานอะไรบ้าง แล้วเราทำอะไรได้บ้าง ในขณะที่ส่วนกลางเค้าต้อนคนมาเยอะๆเข้ามาในเมือง

เราจึงได้แผน Action plan มา  และแผนปฏิบัติโดยงบน้อยๆ แต่ได้ศักยภาพโหดๆ นี่มันได้ยังไงรึ


แผนที่ตูกำลังดำเนินการอยู่

1. การทำโปรโมชั่นร่วมกับพวกบริษัท Wedding Plan

แสรดด  แล้วมันเกี่ยวกันยังไง  .. ก็คู่รักเวลาแต่งงาน  มีเรือนหอ และ... ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์ 


2. หันมาดูที่ศักยภาพบริษัท  ไหนๆก็มีหลายแบรนด์ และไหนๆก็จะถูกบีบจากแบรนด์ใหญ่ต้นขั้ว  ก็ปล่อยให้มันบีบไป

ตูทำแผนไดเรคเข้าโครงการ ทำ 3D แต่ละ Type ให้บ้านแต่ละหลัง จัดเซตราคายกชุดให้ มิกซ์ได้ตามใจชอบ ในราคาที่ต้องการ

เอาเป็นว่า หมื่นนึง คุณได้เฟอร์นิเจอร์ครบทั้งหมด  แผนงานตัวนี้ สามารถแบ่งทำเพิ่มมูลค่าให้กับงานได้ตาม section ของกลุ่มลูกค้า

ไม่ว่าจะระดับบน ระดับกลาง และระดับล่าง   แต่แผนการนี้เราเพิ่มออฟชั่น สำหรับชาวต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ด้วยนะเอ้อ ~


3. ยัง  เรายังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้  ตูจะทำให้บริษัทนี้เป็น one stop service โดยร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่น

อาทิ ผ้าม่าน  งานระบบ เครื่องใช้ไฟฟ้า ... ไม้ตายคือ งานซ่อมบำรุง   หากแบรนด์อื่น ให้แนะนำงานดีไซด์ .. ตูคงไม่มีปัญญาไปแข่ง

แต่หากเป็นท้องถิ่น บ้านใกล้เรือนเคียง คุยกันง่าย เซอร์วิสกันง่ายๆ แบรนด์ใหญ่แค่ไหนก็คงทำได้ยาก


4. การร่วมงานกับทางอีเว้นท์ของภาครัฐและเอกชน โดยที่ไม่ใช้เงิน แต่ใช้ในสิ่งที่เราทำอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์

อาทิ  หากคุณลดให้ลูกค้าอยู่แล้วที่ 15-20%  ก็จัดทำวอชเช่อร์ส่วนลดสำหรับงานนั้นๆ ส่งเป็นโคสปอนเซอร์ ที่ให้รางวัลร่วมภายในงาน

และเราจะได้ข้อเสนอในงานโปรโมท โดยไม่จบแค่ที่โลโก้แปะ  อาทิ  ปกติในห้างเสียค่าพื้นที่แปะโปสเตอร์  แต่เราแปะฟรี ฯลฯ 

:58: หากเทียบมูลค่าแล้ว ถือว่าได้เปรียบหลายเท่าตัวนัก  ทั้งภาพลักษณ์  จำนวนคนที่เห็นโปสเตอร์ ฟี้ดแบค ลูกค้าในอนาคต ฯลฯ


5. จับตาดูเทรนการซื้อของ ของทัวร์ให้ดี

อาทิ ช่วงนี้ชาวต่างชาติชื่นชอบเทรนสุขภาพของไทยม๊าก มาก มาเร่งดูเลยว่ามีอะไรเกี่ยวกับเฟอร์บ้างไหม

โอ๊ววว  มีนี่หว่า ผลิตภัณฑ์ยางพาราไง ~ หมอน ที่นอน    พูดฟังดูง่ายๆ แต่กำไรโหดมากนะจ๊ะ


6. อย่าประมาทอำนาจ WOM เด็ดขาด  ไหนๆมันสามารถฆ่าเราได้  เราก็อาศัยมันมาโปรโมทให้ดังๆซะเลย


7. โปสเตอร์ คัตเอ้าท์ ใบปลิว แปะตรงไหนให้เกิดประโยชน์  กูไม่รู้แต่คิดว่ากูต้องทำเพาะเห็นเค้าทำ << ถ้าคิดอะไรแบบนี้ล่ะก็  :58: 

จะมาไกด์ให้ว่า แล้วจะทำยังไงไม่ให้รู้สึกว่าโปรยเงินทิ้ง

ปกติแล้ว การติดป้ายต่างๆ ในหัวเมืองมักจะเสียค่าใช้จ่ายให้กับทางรัฐบาล แถมยังติดได้แป๊บเดียวเองก็ถูกรื้อถอน  หรือมีราคาค่าเช่าที่สูง

ให้ดูตัวอย่างจาก เมืองไทยประกันชีวิต ... ติดแม่มเป็นพรืด กันแดดให้หน้าร้านต่างๆนั่นเอง ไม่เสียค่าเช่าด้วย  :47:  เลือกทำเลดีๆนี่กินยาว

ถ้าเทียบกับการขับรถผ่านป้าย 5 วินาที เพื่อทำให้คนจดจำอะไรแล้วนั้น  หากไม่มีเงินถุงเงินถัง ก็ทำได้แบบนี้แหละ เอฟเฟคเจ๋งพอกัน อาจถึงขั้นเหนือกว่า


อ้าว แล้วถ้าอยากให้เค้าอ่านล่ะ แจกใบปลิวก็โดนขยำทิ้ง เห็นแล้วเหมือนโดนขยำใจ  ทำไงดี

ก็อย่าไปแจกใบปลิวซิ จะได้ไม่เห็น ....  :47: ล้อเล่น

ตูแก้ปัญหานี้โดย ทำเป็นโปสเตอร์ซะเลย  แปะที่ไหนน่ะเหรอ ...  ตูเลือกแปะตามร้านอาหารข้างทาง ที่รสชาติอร่อย เป็นที่รู้จักของคนท้องถิ่น

เคยไหม ที่ไปร้านอาหาร ไม่มีอะไรอ่าน ต้องมานั่งอ่านป้ายโค้ก หากเปลี่ยนเป็นโปสเตอร์กิจการเราล่ะ มันจะดีกว่าไหม มีอะไรให้อ่าน แถมจำได้ด้วย  :51:
คอนเซปนี้ สามารถแตกหน่อ ไปเป็นอะไรเพี้ยนๆ ได้อีกเยอะ ตั้งแต่พลาสติกปูโต๊ะ ยันชามก๋วยเตี๋ยว (ลด 15% ที่ร้าน .... )  :30: :30:


8. การบริหารจัดการร่วมกับซัพพลายเออร์   บอกไปเลยว่า กูขายของไม่ได้  แปลว่าของมึงก็ขายไม่ได้เช่นกัน  ดังนั้นมาร่วมมือกันซะดีๆ

ของลด ของแถม ของโปรโมชั่น ก็ให้จัดมา เดี๋ยวทางเราโหมคนให้เอง  ... แล้วย้อนกลับไปดูแต่ต้นใหม่  สรุปแล้ว เราเสียค่าอะไรเท่าไหร่บ้าง


เค้าเรียกว่า การบริหารงานหลักล้าน โดยใช้การตลาดหลักพัน แต่เข้าถึงนะตัว ~

วอชเชอร์  ไม่เกิน 2000

โปสเตอร์  ไม่เกิน 3000

ไวนิล ตอกมุมตาไก่ (ตารางเมตรละ 89-150บาท) แผ่นนึง ตกไม่เกินแผ่นละ 300 บาท




ทั้งหมดไม่เกิน 1 หมื่น   คุณเองก็สามารถทำได้ !!!!   :12: :12: :12:




แผนการระยะยาว คือ เปิดโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ดีไซน์ และผลิต มีแบรนด์เป็นของตนเอง นำเข้าและส่งออกติดตลาดภูมิภาคให้ได้




กับงานที่นี่ ตูกำลังจะหมดวาระเวลาของตนเองแล้ว เพราะมีหน้าที่อื่นที่รออยู่ และดึงให้ไปทำ

หมดข้อสรุป กับกิจการเฟอร์นิเจอร์ แต่เพียงเท่านี้ ข้าพเจ้าได้เรียนรู้มาหมดแล้ว



เจ้าของไม่ยอมให้ออก   เลยอาจจะต้องทำควบ   :01:





ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: JΛNΣ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 11:49 น.
อ่านไป เอามือปิดรูปอวตารไป  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 11:49 น.
พี่ส้มเจ๋งอ่ะ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 11:56 น.
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 11:49 น.
อ่านไป เอามือปิดรูปอวตารไป  :12:

:12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 12:21 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 13:03 น.
พี่ส้มเก่งหว่ะ  :12:


อ่านแล้ว มันจริงหลายเรื่องเลย
พวกแผ่นป้ายโฆษณา เปลี่ยนเป็นผ้าใบกันแดดหน้าร้านแทน ได้กินยาวนี่จริงเลย   :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: VeryHappy เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 13:05 น.
เจ๊ส้มเปิดบริษัทเป็นเจ้าของกิจการเองเลย :12:

แล้วอย่าลืมจ้างน้องๆ ไปทำงานด้วยนะ :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Piix เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 13:37 น.
ก็เปิดอยู่แล้วนิ
............

เอาจริงๆ เรื่องแนวคิดธุรกิจอย่างพี่ส้ม อ่านแล้วก้เห็นช่องทางเยอะเลย
แต่ช่องทางของพี่ส้มนะ คนอื่นอาจจะยากหน่อย เพราะด้วยคอนเนคชั่นอะไรพวกนั้นด้วยมั้ง

แต่สำหรับเรา
จะว่าขี้เกียจก็ได้นะ แต่คิดว่าทำมาหากินอะไรก็ได้ ที่มีความสุขไปด้วย
เหนื่อยก็ได้ ลำบากก็ได้ แต่ได้ทำในสิ่งที่เราชอบและมีความสุขกับมัน

เดินถอยออกมาจากการทำงานที่มีเงินมาล่อใจ แต่จะให้เจ้านายใช้งานหนักๆ
วันหยุดไม่มีเอาโอทีไปแทนละกัน ช่วยงานอันนี้พี่หน่อย เดี๋ยวให้พิเศษ
เลิกทำงานแบบนั้นแล้ว เพราะเงินที่ได้มา มันไมไ่ด้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
ลำพังอาศัยและทำงานอยู่พัทยา เมืองที่ไม่น่าอยู่แบบนี้ ก็แย่พอแล้ว
ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรา จริงๆ

การจะก้าวออกไป ย้ายไปอยู่เมืองที่สงบลง ทั้งทางกายและใจ
มันน่าช่วยให้มีความสุขได้ง่ายขึ้น เป็นพวกสุขนิยม  :52:
ส่วนอาชีพที่มองตอนนี้ คือทำอะไรที่ชอบและพอมีเงินเลี้ยงตัวเองไปได้

แล้วอะไรคือสิ่งที่ชอบ มันตอบยากเหมือนเดิม
กำลังมองช่องทางทำอะไรจุกจิก ของแต่งบ้านเล็กๆน้อยๆ จากงาน DIY
ซื้อมาขายไปก็น่าคิด แต่อยากสร้างแบรนด์และจุดขายของตัวเองมากกว่า

จุดสุดท้ายที่คิดว่าเป็นความสำเร็จของคนหลายๆคน (ร่วมทั้งเราด้วย)
ก็คือการมีธุรกิจหรืออะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง
อย่างโรงเรียนทอศิลป์ ร้านโมนามาเฟีย
คือทุกคนเหนื่อยมากแค่ไหนไม่รู้ แต่คิดว่าที่ทำอยู่น่าจะมีความสุข

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 13:50 น.
เจ้ส้มเหมาะเป็น Adviser ที่ปรึกษา วางแผนให้คนอื่นทำ

ถ้าทำเอง คงไม่รู้จะจับ จะทำอันไหนก่อนหลัง เพราะเยอะแยะเต็มไปหมด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 13:52 น.
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 13:50 น.
เจ้ส้มเหมาะเป็น Adviser ที่ปรึกษา วางแผนให้คนอื่นทำ

ถ้าทำเอง คงไม่รู้จะจับ จะทำอันไหนก่อนหลัง เพราะเยอะแยะเต็มไปหมด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 14:10 น.

ใช่  ตูก็เปิดอยู่นะ เป็นบริษัทจำกัด ที่รับงานไม่จำกัด

ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี เลยต้องทำงานรับจ้างแทน เป็นพวกรับจ้างบริหารน่ะ

ถึงได้มีโอกาสทำงานหลากหลายอย่างนี่แหละ  :37:


สมัยก่อนจะทฤษฎีจ๋า  เลยโดนผู้ประกอบการฝรั่งตอกหน้าว่า พูดอะไรไม่รู้เรื่อง

เค้าบอกว่า ... อยากรู้แค่ว่าต้องทำยังไง งบเท่าไหร่ ระยะเวลา ประเมิณยังไง ไม่เอาทฤษฎี  แค่พูดตามหนังสือ ผมก็อ่านได้

เดี๋ยวนี้ ตูเลยถนัดอธิบายอะไร เข้าใจง่ายๆ  ถ้าลงรายละเอียดใน Action Plan จริงๆ มีอะไรเจ๋งๆกว่านี้อีก

แต่ด้วยจรรยาบรรณเลยทำไม่ได้  บอกได้แค่ประมาณนี้ล่ะนะ 





ปล. ถูกต้องเลยฮร่ะ น้องตูน  ด้วยนิสัยของพี่ที่เป็นคนขี้เกียจแล้ว  แถมทำงานเป็นทีมไม่ค่อยได้

ถึงจะพูดอย่างนั้น ปัจจุจบันก็ทำเองทั้งหมดนะคะ  :05:  เพราะไอ้ที่รู้ตั้งแต่ต้นจนจบนี่แหละ ใช้ลูกน้องทำก็ไม่ได้ดั่งใจ

ปอ. แอนกับโบว์ เคยด่าจนคิดได้ ว่าอย่าไปทำงานอะไรที่เราไม่สามารถทำเองได้ คือ ต้องอาศัยคนอื่น อย่างงานเว็บ อะไรพวกนี้น่ะ

เลยมาทำอะไรที่ตัวเองทำได้จนจบ ชีวิตมันดีขึ้นจริงๆนะ จากเป็นคนถูกบี้ มาเป็นคนขยี้เอง นี่มันถูกจริตจริงๆ   :30: :30:

ปฮ. เดี๋ยวพยายามจะเขียนงานเก่าๆที่เคยทำไว้ให้อ่านกันเล่นๆ ทั้งการโปรโมทร่วมกับสถานทูต  ทำงานร่วมกับมาเฟียต่างชาติ งานกลางคืน งานกลางวัน ฯลฯ


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 14:16 น.
เขียนเลยพี่ส้ม รออ่าน  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 15:29 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 15:41 น.
เออ ไม่ได้เห็นโหมดอีส้มสมหวังตั้งนาน :12:
(นึกภาพว่าเมื่อก่อนทุกคนก็บอกว่า "พี่ส้มเก่งจัง :25:" แล้วก็โดนด่าในที่สุด :30:)

เสียดายมาบ้านคราวก่อนเอ็งรีบไปหน่อย หรือเพราะเหล้าหมดไม่รู้
ไม่งั้นจะออกไปนั่งอัปเดตข่าวคราวซะหน่อยว่าเป็นไงมาไงมั่ง
แต่เสาร์ที่ผ่านมาเห็นคุยกันแต่เรื่องหัวใจงุ้งงิ้งๆ เลยตูขอบาย ไม่ถนัดวงเหล้าวงรัก :30:



ป.ล.เราเป็นคนแบบเดียวกะปิ๊กแหละ
ไม่ชอบจับเยอะหลายอย่าง ขอแบบที่เราถนัดโคตรๆ เลยดีกว่า
และจมอยู่กับมันไปได้ตลอดชีวิต รู้สึกว่าไม่ต้องมาก ไม่ต้องเยอะ แต่รักมัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 16:10 น.

ก็กะว่าจะมาคุยอะไรหลายเรื่องเลยนี่แหละ พอดีจะมีจุดเปลี่ยนที่หักมากหน่อย

ทั้งเรื่องงานส่งออกกะพี่เจน  จะคุยกะเจ้ปุกเรื่องอสังฯ และก็กะจะคุยกะแกด้วยเหมือนกัน

แต่เห็นแกดูยุ่งๆ ก็เลยกินเหล้ารอจนหมด แล้วก็คุย แซวอะไรไปเรื่อยเปื่อย

ยังบ่นๆ ถามในวงเหล้าเลย ว่า มานั่งกินกันเฉยๆ แค่นี้อ่ะเหรอ เค้ามีกิจกรรมอะไรกันอีกรึเปล่าวะ


สรุปเหล้าหมด แถมไม่มีอะไรอีก แกก็ยุ่งๆ เจ้ปุกก็ชิวเบลอๆ  ตูก็เลย เออ กลับก่อนก็ได้วะ  :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 16:23 น.
รู้ว่าส้มเป็ยคนไอเดียเยอะ มันก็ดีนะถ้าทำได้น่ะ
แต่บางครั้งคนเราต้องประเมินกำลังตัวเองเปล่าวะ ว่าเราทำได้แค่ไหน
จับหลายอย่างแล้วเจ๊ง แล้วไม่ได้ดีสักอย่าง มันก็แย่นะ
แบบนี้สู่มุ่งไปแล้วทำอย่างเดียวให้มันดีๆ ไปเลยไม่ดีกว่า
ไม่รู้นะ เป้าเราอาจจะต่างกันมั๊ง
คือบางคนอาจจะตั้งเป้า ต้องรวยเยอะๆ มีเงินร้อยล้านพันร้าน

แต่อย่างเรากะแอน งานที่ทำอยู่ไม่ได้ตั้งเป้่าแบบนั้นไง
คือการทำงานที่รัก ทำสิ่งที่ถนัดและมีความสุข แถมถ้าไม่มีหนี้มันก็สุขีดีนะ :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 16:40 น.
ประเด็นคือตอนนี้หนี้เยอะฉิบหาย
ไอ้ที่จะชิวๆ เลยขอเลื่อนไปก่อน :58:


อยากอ่านเรื่องพี่โอ๋ครับ
เรื่องแนวๆ เพื่อนหักหลังนี่อยากอ่านอยากศึกษามาก
เพราะตอนนี้ยืมตังค์ปิงมาหลายบาทอยู่ กำลังหาวิธีชิ่ง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 16:42 น.
ถ้าหนี้หมดเมื่อไหร่ จะชิวล่ะนะ :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 17:02 น.
ดูอย่างผมซิ หนี้เยอะก็ยังชิล :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Piix เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 17:06 น.
การทำธุรกิจ เป็นคนโง่ดีกว่าเป็นคนที่เชื่อคนง่าย

โดนมาแล้วเหมือนกัน แต่คงไม่เยอะเท่าพี่โอ๋
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 17:13 น.


ก็ทำอยู่อย่างเดียวนะ เค้าจ้างให้มาบริหารงานการตลาด

เซ็นงานเป็นจ๊อบ  จ๊อบละ 6 เดือนมั่ง ปีนึงมั่ง แล้วแต่

และงานมันฉีกหมด เป็นงานอสังฯบ้าง  งานการแสดงโชว์ของรัสเซียบ้าง  งานตลาดบ้าง

แกเลยรู้สึกว่าชั้นทำหลายอย่าง  ก็อยากจะทำทั้งปีนะ  แต่เค้าจ้างแค่ปีละ 5 เดือน  ก็ไม่รู้จะทำยังไง

งานอสังฯ เค้ามาจ้างตอนใกล้เสร็จ  พอขายหมด ก็หมดสัญญาจ้าง  ไอ้ครั้นอยากจะทำต่อ ก็ต้องรอให้มันสร้างใหม่

งานโชว์เซอร์คัส มันเปิดการแสดงแค่ 6 เดือน แล้วก็จบ  หมดสัญญา


งานที่ชั้นทำเป็นลักษณะงานที่รู้ระยะเวลาของตัวเอง  การที่แพลนไว้ว่าจะทำอะไรล่วงหน้า

ตูคิดว่ามันไม่ได้เป็นการจับอะไรหลายอย่างหรอกนะ มันขึ้นกับจังหวะ  ซึ่งจริงๆแล้วตูจับแค่งานเดียวเอง

คือ งานโปรโมท แค่มันหลากหลายทางผลิตภัณฑ์ และการบริการเท่านั้น แกเลยเข้าใจว่าชั้นจับหลายอย่าง

ไอ้ตัวอย่างที่ว่ามาทั้งหมดข้างต้นนั้นน่ะ มันก็สำเสร็จหมดทุกจ๊อบนะ  แค่ไม่ได้มานั่งบอกอะไร เน้นจะบ่นไอ้ที่มีปัญหาซะมากกว่า

แกว่าชั้นจะไปอ้อนวอนนายจ้างยังไง ให้ช่วยจ้างยาวๆดีล่ะ  ในเมื่อมันเป็นธรรมชาติของธุรกิจแบบนั้น   ถูกป่ะ  :37: 


// เจ๊งเฉพาะไอ้ที่บอก  แต่ไอ้ที่ไม่บอกมันก็ไม่เจ๊ง เพราะมันไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเหมือนงานที่เจ๊งๆ โดนหลอก เลยเอามาเล่า  :30: :30:

ถ้าเอะอะ ทำอะไรแล้วเจ๊งตลอดเวลา ป่านนี้ หนี้ท่วมหัวตายไปแล้ว

// ฉันก็ไม่ได้กะรวยอะไรขนาดนั้น แค่ทำงานเอามันส์ เพราะดันได้มาอยู่ในจุดแบบนี้มันเลยสนุกกับการได้เรียนรู้การทำงาน 

ถ้าทำเอารวย อย่าทำอะไรดีกว่า  อีกอย่างไม่ได้เก่งเหมือนพวกแกด้วย และถามว่าถนัดไหม เอาเป็นว่าเจอปัญหาจนคุ้นเคยดีกว่า

// ตูไม่ชอบมีหนี้ เกิดมาไม่เคยมีหนี้ ไม่เคยมีบัตรเครดิต มีก็ซื้อ ไม่มีก็ไม่ซื้อ นิยมเงินสด 

และค้นพบว่า ตัวเองมีความสุขกับการที่ได้มีงานแปลกๆเข้ามาให้ทำเป็นจ๊อบๆ ต่อเนื่องแบบนี้   :22:



ตูถนัดงานแบบนี้ นี่แหละ  แนวคิดเราต่างกันมาก บางทีแกอาจไม่เคยเข้าใจอะไรตูเลยก็เป็นได้นะ

ว่าไอ้ที่เจอปัญหามาหนักๆทั้งหลายแหล่น่ะ จะถอยทำไม ในเมื่อตูฝ่าจนมายืนจุดนี้แล้วน่ะ

อีกอย่าง ความบ้าของตูมันเยอะกว่ามากด้วย  ถึงจะไม่สำเร็จในสายตาใคร

แต่ในสายตาตู  ตูพอใจในจุดนี้มาก  โง่แล้วปรับปรุง เรียนรู้ พยายามฝ่าฟันไปเรื่อย



หากคิดแล้วก็ลงมือทำซะ มันจะเจ๊ง มันจะรุ่ง ก็ขอให้ได้ทำ ผลกำไรมันของแถมว่ะ  :52:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 17:20 น.
ชั้นว่าตัวแกเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลย :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 17:24 น.
งานพี่ส้มเหมาะกับจู๋นี้มากเลยครับ งานฟาสต์ฟู้ด  :12:

แต่ที่พี่โบว่าคงหมายถึง โปรดักนั่นละมั้งครับ เป็น เอเจนซี่ ที่รับขายแค่สินค้าประเภทเดียวกัน ก็จะได้ดูมั่นคงมากขึ้นหรือเปล่า

แบบว่า พอนึกถึงเว็บก็นึกถึงพี่แอน พอนึกถึงก่อสร้างก็นึกถึงพี่ส้ม พอนึกถึงโปรแกรมเมอร์ ก็คิดถึงเอ
พอคิดถึง แอนเมชั่นไม่คิดถึงพี่กัมส์ก็คิดถึงป๋าเลย์  ถ้าคิดถึงพระเอกหนังก็คิดถึง จักรี  อะไรแบบนี้เป็นต้น

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 17:30 น.


จักรีมาห้ามทัพทันนะเนี่ย  :30:



เอาเป็นว่าคนมันไม่เหมือนกัน ความคิด การดำเนินชีวิต และมาตรฐานก็ต่างกัน

ดีแล้วสำหรับอีกคนนึง  แต่มันดูแย่สำหรับอีกคน จะไปทำอะไรได้วะ

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 17:37 น.
โบราณเขาว่าไว้

"หากเป็นหนี้แล้ว รักใครก็จงรักเถิด ความรักที่เกิดพริ้มเพลิดแสนหวาน
รักกันเถิดหนาแม้เวลาผันผ่าน สองเราตระการด้วยหนี้รักสมัครใจ"

ซึ่งก็คือ หากเรา รักในการทำงานแบบไหน ก็จงทำให้ดี ให้สมกับที่เรารัก  เขาว่าไว้อย่างนี้นะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 17:42 น.
บวกให้ จักรีหล่อ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Piix เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 20:29 น.
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 17:37 น.


"หากเป็นหนี้แล้ว รักใครก็จงรักเถิด ความรักที่เกิดพริ้มเพลิดแสนหวาน
รักกันเถิดหนาแม้เวลาผันผ่าน สองเราตระการด้วยหนี้รักสมัครใจ"


:30: คืออะไรเนี่ย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 23:29 น.
อ้าว  ดราม่าได้ไงเนี่ย :08: เหมือนจะเข้าใจอะไรกันผิด
ช่างมัน เราชิว

แต่ถ้าพูดถึงโปรแกรมเมอร์ อย่านึกถึงอีเอนะ :3005:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Piix เมื่อ 14 ก.ค. 2010, 00:55 น.
ไปแอบดูงานแฮนด์เมดมา

เจอที่อยากทำเยอะแยะเลยอ่ะ ทำไงดี

:3005:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.ค. 2010, 02:18 น.


ผิดเป็นครู  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: IM เมื่อ 14 ก.ค. 2010, 02:26 น.
นักเรียนทำการบ้านผิดครูลงโทษด้วยการตี = ครูตีครู  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 14 ก.ค. 2010, 16:54 น.
อยากจะบันทึกเรื่องนี้เอาไว้สักหน่อย เพราะมันสอนอะไรหลาย ๆ อย่าง

ทุก ๆ เช้าที่เดินผ่านหน้า 7-11 .. ผ่านร้านหนังสือพิมพ์
ร้านถัดไปนี่ล่ะ เจ้าประจำที่เรามักจะแวะกินในตอนเช้า ๆ ก่อนจะเข้าบริษัท

หน้าร้านมีตู้ขายอาหารตามสั่ง เดินเลี้ยวซ้ายเข้าร้าน
ฝั่งซ้ายมือ จะมีเจ้ผู้หญิง ตัวเล็ก ๆ ขาว ๆ อายุน่าจะสัก 40 ได้แล้ว
ยืนหั่นอยู่บนเขียง มีทั้ง ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู

ฝั่งขวามือ จะเจอเฮียใส่แว่น ยืนลวกก๋วยเตี๋ยว
มีทั้งก๋วยเตี๋ยวน้ำใส เย็นตาโฟ ต้มยำ ทะเล ก๋วยเตี๋ยวหมูแดง

ทั้งร้าน มีแค่เฮียกับเจ้ 2 คน ที่คอยเตรียมอาหาร เสิร์ฟอาหาร เสิร์ฟน้ำ
หั่นเตรียมของสด คิดเงิน แต่ทุกอย่างก็ช่างดูลงตัว
พื้นร้านเป็นกระเบื้องสีขาว ดูสะอาดตา
รสชาดอาหาร ไม่มีที่ติ อร่อยใช้ได้ + ราคาเหมาะสม
ที่สำคัญ ทั้งเฮียกับเจ้ ยิ้มเก่งทั้งคู่ ไม่ว่าเราจะเดินเข้าร้านวันไหน
สิ่งแรกที่จะทักทายเราก็คือ รอยยิ้มของทั้งสองคน

ชีวิตเราวนเวียน กับร้านนี้อยู่ได้สัก 3 ปี
เป็นความเคยชิน ไม่ว่าจะเจอเฮียในร้าน หรือบางครั้งเจอกันข้างนอกร้านก็ทักทายกันปกติ

วันนึง เดินเข้าร้าน มีพนักงานหน้าใหม่มา 2 คน
หน้าตาไม่รับแขก กินข้าวจนจะหมดชาม ต้องเตือนถึงจะเอาน้ำมาเสิร์ฟ
เจ้วุ่นกับการเตรียมอาหาร หั่นหมู ลวกก๋วยเตี๋ยว หน้าตาเคร่งเครียด .. เฮียหายไปไหน

เวลาผ่านไปสัก 1 อาทิตย์ สถานการณ์ร้าน ก็เริ่มเปลี่ยนไป
เจ้ยังคงวุ่นกับการทำทั้งข้าว และ ก๋วยเตี๋ยว
ซึ่งข้าวขาหมู ข้าวหมูแดง ยังคงอร่อยเหมือนเดิม .. แต่รอยยิ้มหายไป
ก๋วยเตี๋ยว .. ไม่อร่อยเหมือนเดิม แม้จะเป็นร้านเดิม
ปกติเฮียจะเป็นมือลวก + ปรุงก๋วยเตี๋ยว .. ตอนนี้เจ้ต้องมาลวกก๋วยเตี๋ยวด้วย

วันนั้นตัดสินใจถามเจ้ว่า เฮียหายไปไหนล่ะคะเจ้
เจ้หันมายิ้มแล้วบอกว่า .. ลูกชายเห็นร้านขายดี เลยขอเปิดสาขา 2
แต่ลูกยังทำไม่เป็น ต้องให้เฮียไปช่วย เจ้เลยดูร้านคนเดียว

อืม .. ก็ได้แต่อวยพร และ ยินดีในความเติบโตของร้าน
เจ้ยิ้มรับ และ ขอบคุณด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อย

วันนี้ ก็ยังคงไปอุดหนุนเหมือนเดิม
แต่ตอนที่เดินเข้าร้าน .. หลังจากที่ไม่ได้แวะไปกินมาหลายอาทิตย์
เจ้ยังคงทำทุกอย่างเองเหมือนเดิมคนเดียว
เฮีย ยังไม่กลับมา
ก้าวแรกที่เดินเข้าร้าน .. อืม ทำไมร้านดูสกปรกจัง
พื้นที่เคยขาวสะอาด กลับมอมแมม เลอะเทอะ แลดูสกปรก
เจ้ดูเคร่งเครียด และ อารมณ์ไ่ม่ดี .. รอยยิ้ม ไม่เห็นมานานแล้ว

การเติบโตของธุรกิจ .. การขยับขยายกิจการ
ทุก ๆ อย่าง เหมือนเหรียญที่มี 2 ด้านเสมอ

บันทึกเรื่องนี้ไว้แค่นี้ก่อน .. ไว้นึกออกจะกลับมาใหม่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 14 ก.ค. 2010, 17:18 น.
โห ชอบมากเลยครับ
กด Like เลย :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 14 ก.ค. 2010, 17:21 น.
 :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 14 ก.ค. 2010, 18:43 น.
เจ๊ตูนยังสุดยอดเสมอ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 14 ก.ค. 2010, 19:23 น.
เรื่องของตูนได้แง่คิดมาก

ส่วนเรื่องเพื่อนหักหลัง
ผมโดนเต็มๆสองหนไม่หลาบ
ไม่ค่อยอยากเขียนถึงแหละ
เขียนแล้ว แค้นปนโง่
แล้วจะโมโห ตอนเขียนนี่แหละ

เจอกันคุยกันเล่าให้ฟังได้
เฮฮาด้วย
แต่พอลงมือเขียน มันแค้นทุกที
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 14 ก.ค. 2010, 21:05 น.
เรื่องเจ๋งมากเลยตูน สุดยอดจริงๆ :12: :12: :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 17 ก.ค. 2010, 22:25 น.
ตั้งแต่จดทะเบียนบริษัทของตัวเอง(เพื่อเอาไว้รับงาน)
ก็ไม่เคยต้องการมีหุ้นส่วน เพราะไม่อยากมีปัญหาเรื่องอำนาจการตัดสินใจ
คิดไว้ว่าถ้าต้องการจะทำธุรกิจกับเพื่อนก็จดทะเบียนบริษัทต่างหากไปเลย
ไม่อยากลำบากใจเรื่องการเซ็นต์อนุมัติ เซ็นต์สัญญา ขยายกิจการ ฯลฯ
แล้วก็ไม่อยากปวดหัวกับเรื่องการบริหารคน เพราะเป็นเรื่องไม่ค่อยถนัด
รับทำเฉพาะสิ่งที่ตัวเองถนัด งานไหนไม่ถนัดแต่ลูกค้าขอก็จะจ้างฟรีแลนซ์ หรือไม่ก็โยนให้คนสนิท


ความคิดแบบนี้ทำให้ธุรกิจโตยาก
แต่ก็คุ้นเคยกับการเป็นคนตัวเล็กๆ ที่ไม่เป็นที่รู้จักในสังคม
และมีความสุขกับการเป็นเจ้าของธุรกิจโนเนมที่มีพนักงาน 2 คนกับหนูผีอีก 1 ตัวอย่างนี้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 17 ก.ค. 2010, 22:26 น.
คนจะเติบโต
บริษัทจะสำเร็จ
ต้องมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น
และทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ
:12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 17 ก.ค. 2010, 23:17 น.
อ้าว เพิ่งรู้ว่าหนูผีก็เป็นบอร์ดบริหารเหมือนกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Longtime เมื่อ 17 ก.ค. 2010, 23:57 น.
มาเกาะติดกระจู๋นี้

เผื่อมีไอเดียดีๆ ทำอย่างอื่นอีก
เคยคิดว่าจะเปิดร้านขยายสาขาอีก แต่อีกส่วนคืออยากทำงานประเภทอื่นบ้าง
เช่นทำพวกสินค้าเกี่ยวกับธุรกิจสปา  อย่างน้อยคือ ได้มีเอี่ยวกับสาขาที่เรียนมาบ้าง
และกิ๊กก็ชอบงานออกแบบ  จริงๆ อยากไปเรียนเกี่ยวกับทำพวก product design อะไรไปเลยด้วย
เผื่อได้อะไรมาเพิ่มเติม และ เสริมพวกด้านการตลาด

กำลังคิดไว้ แต่ดูอยู่ว่ามันเยอะไปรึเปล่า
ถ้ามีเวลาแบ่งไปเรียนได้  เรียนหนักแค่ไหนก็ยอม เพราะอย่างน้อยเราก็รู้ว่าเราจะเอาสิ่งที่เรียนไปใช้ทำอะไรต่อ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 18 ก.ค. 2010, 01:08 น.
หนูผีเป็นท่านประธาน ผู้มีอำนาจสูงสุด

จะขี้ตรงไหนของบ้านก็ได้ :3005:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 18 ก.ค. 2010, 05:51 น.
 :30: :30: :30:

อยากนอนก็นอน อยากกินก็กิน ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องเข้าประชุม แถมมีคนบริการพาไปลงอ่างอีก  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 11 พ.ย. 2010, 13:06 น.

อยากทำธุรกิจของตัวเอง.. ได้ไอเดียแล้ว แต่ไม่ได้จบด้านนั้น
และยังไม่มีเครดิตทางสังคม  :30:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 12 พ.ย. 2010, 14:35 น.
เรื่องจบไม่จบนี่บอกตรงๆ ว่าไม่เกี่ยวเลยครับ
แต่เรื่องเครดิตทางสังคมนี่ ค่อยๆ สร้างเอาได้ครับ

ดูอย่างตู
พูดอย่างไม่อายว่าตัวเองก็มีเครดิตอยู่เยอะเลย
ไอ้สิ่งนี้แหละครับที่สร้างมาจาก 0 เลยนะ
ดังนั้นลองค่อยๆ ทำดูครับ ชัดเจนในสิ่งที่ตัวเองเป็น
เริ่มประกาศกร้าวได้แล้วครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 12 พ.ย. 2010, 17:11 น.
 :52: เท่มากเลยงับบอส
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 12 พ.ย. 2010, 21:38 น.
สำหรับเอ็งน่ะยังติดลบอยู่อีกแปดปีแสง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 12 พ.ย. 2010, 21:43 น.
ถ้าเครดิตแอนเหลือ ขอผมยืมมาใช้บ้างนะครับ
(จะว่าไปตอนนี้ก็ใช้อยู่ :22: )

เครดิตแอน มีเยอะมาก
ถ้าจะเอาไปใช้ แอนก็ทำให้ออกดอกออกผลได้เยอะมากเช่นกัน

ผมเองเครดิตไม่เยอะเท่า
แต่ก็พอมีบ้าง

ไอ้บ้างนี่ก็ดีกว่าไม่มีเลย
ใช้ตรงบ้างให้ค่อยๆงอก ค่อยๆเงย
เหมือนเล่นเกมเศรษฐี ตอนเด็กๆ ไง
ทนเดินวนให้ครบรอบ จะได้เงินจากธนาคาร สองพัน
และภาวนาว่าอย่าไปเดินลงบนที่ดินคนอื่น
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 13 พ.ย. 2010, 01:39 น.
ผมก็มีบ้าง เวลารับงานก็บอกว่าทำงานกับคุณไอ้แอนนนนนน  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 13 พ.ย. 2010, 02:06 น.

ไม่มีเครดิต มีแต่ความมั่นใจว่าอะไรทำได้ไม่ได้...  :30:

ถ้ามาถามภาษาอังกฤษดีไหม แล้วบอกว่าดี แต่ไม่มีอะไรเป็นเอกสารรับรอง
ถ้าเค้าเห็นใจ เค้าก็จะเสนอให้มีสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ
แต่ก็จะเสนอเค้าว่าให้ลองแปลเอกสาร เขียนจดหมาย เขียน memo ไหม
จะได้รู้ว่าไม่ได้แค่ฟังพูดนะ แต่อ่านเขียนได้ในระดับนึงด้วย...  :52:

ตอนนั้นได้เป็นเลขาฯ+info พาร์ทไทม์ เจ้านายก็เอ็นดูให้กินสตาร์บักส์ฟรีวันละแก้ว

วันดีคืนดีมีพี่ที่ออฟฟิศกลุ่มที่กกินข้าวด้วยกันซื้อมากาฮองของ Le Notre ติดโบมาให้...
เจ้านายก็เรียกไปบอกว่า... คุณจีบใครก็ได้ในนี้ แต่คนนี้ห้ามจีบ เดี๋ยวเสียงานเสียการ

ยังกะพ่อเลย :30:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 14 พ.ย. 2010, 17:44 น.
เจ๋งดีออก :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 14 พ.ย. 2010, 19:32 น.
เวลาทำงาน ถ้าเค้าถามว่าภาษาอังกฤษได้ไหม (ในกรณีที่ถามเพื่อเรื่องงาน)
ผมจะตอบแค่ว่า พอใช้ครับ หรือถ้าไม่เกรงใจก็บอกว่าเห่ยสุดๆเลยล่ะครับ
คือว่า ไม่รู้จะตอบว่ายังไงจริงๆ คือไปถามคนอื่นเอาแล้วกันวุ้ย :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 26 ก.พ. 2011, 16:08 น.
ขุด




Fred Wilson: "การตลาดมีไว้สำหรับบริษัท (startup) ที่มีผลิตภัณฑ์ห่วยๆ" « thumbsup
http://thumbsup.in.th/2011/02/fred-wilson-marketing-is-for-companies-sucky-product/ (http://thumbsup.in.th/2011/02/fred-wilson-marketing-is-for-companies-sucky-product/)


ชอบบทความนี้ :53:
(เนื่องจากตูเคยทำงานกะคนและองค์กรที่คิดตรงกันข้ามกับแบบนี้อย่างสุดขั้วมาก่อน)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 26 ก.พ. 2011, 16:13 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 26 ก.พ. 2011, 16:21 น.
 :07: ใช่เลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 26 ก.พ. 2011, 17:34 น.
:like:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 26 ก.พ. 2011, 17:55 น.

I'd say introducing the product into the target community is a mild marketing na ka
...it's creating habit in the target group before spreading it out in the market
also, it's a way to have an opportunity to get the comment from saavy user
this is, totally, in marketing textbook... (but for Fred Wilson it might not count though)


love the word "google bitch"  :30:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 09:29 น.
แอนบอกว่า ถ้าดีจริง จริงๆ
ไม่ต้องพึ่งการตลาดใช่ไหม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 12:06 น.
ผมบอกว่าไม่ต้องพึ่ง "นักการตลาด" ตะหากครับ
การตลาดมันแฝงอยู่ในทุกตัวคนอยู่แล้ว
ถ้าทำของให้มันดี มันก็จะต้องไปเข้าแก๊ปตำราการตลาดอะไรสักอย่างนั่นแหละ
ซึ่งแปลว่าในที่สุดมันก็จะขายได้และขายดี

โดยที่ไม่ต้องจ้างซินแสเหล่านั้น
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 17:42 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 12:06 น.
ผมบอกว่าไม่ต้องพึ่ง "นักการตลาด" ตะหากครับ
การตลาดมันแฝงอยู่ในทุกตัวคนอยู่แล้ว
ถ้าทำของให้มันดี มันก็จะต้องไปเข้าแก๊ปตำราการตลาดอะไรสักอย่างนั่นแหละ
ซึ่งแปลว่าในที่สุดมันก็จะขายได้และขายดี

โดยที่ไม่ต้องจ้างซินแสเหล่านั้น

เอสเอ็มอี ตีแตก ก็อย่าไปสน  :43:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 20:55 น.
โห นั่นล่ะตัวพ่อเลยล่ะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 22:38 น.
จริงๆ ผมก็ไม่รู้เรื่องการตลาดเลย
รู้แต่ว่าทำด้วยใจบริสุทธิ์ และคิดว่าดีที่สุด
คงรอดแหละ
ซึ่งจริงๆ แค่นี้คงไม่พอ เพราะถ้าแค่นี้พอ
เขาคงรอดมากกว่าล่ม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 30 พ.ค. 2011, 21:28 น.
มีบทความน่าสนุกจาก OKNation ครับ

อิชิตันชาเขียว การย้อนเกล็ดโออิชิที่เจ็บแสบ
http://www.oknation.net/blog/assuming/2011/05/19/entry-1 (http://www.oknation.net/blog/assuming/2011/05/19/entry-1)
http://www.oknation.net/blog/assuming/2011/05/20/entry-1 (http://www.oknation.net/blog/assuming/2011/05/20/entry-1)
http://www.oknation.net/blog/assuming/2011/05/21/entry-1 (http://www.oknation.net/blog/assuming/2011/05/21/entry-1)
http://www.oknation.net/blog/assuming/2011/05/22/entry-1 (http://www.oknation.net/blog/assuming/2011/05/22/entry-1)
http://www.oknation.net/blog/assuming/2011/05/25/entry-1 (http://www.oknation.net/blog/assuming/2011/05/25/entry-1)
http://www.oknation.net/blog/assuming/2011/05/30/entry-1 (http://www.oknation.net/blog/assuming/2011/05/30/entry-1)


ยาวหน่อยแต่อ่านแล้วโคตรสนุกครับ  :12:

มีภาคแยกไปเป็นเรื่องอุดมด้วยนะ
ตัน-โน้ต ความลงตัวของคนรวยอยากดัง กับคนดังอยากรวย
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=assuming&date=06-03-2011&group=5&gblog=7 (http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=assuming&date=06-03-2011&group=5&gblog=7)
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=assuming&month=08-03-2011&group=5&gblog=8 (http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=assuming&month=08-03-2011&group=5&gblog=8)
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=assuming&date=15-03-2011&group=5&gblog=9 (http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=assuming&date=15-03-2011&group=5&gblog=9)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 30 พ.ค. 2011, 22:12 น.
:like:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 30 พ.ค. 2011, 22:36 น.
 :55:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 30 พ.ค. 2011, 23:20 น.
รอตอนจบด้วยใจจ่อ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 31 พ.ค. 2011, 00:29 น.
อ่านหมดเลย ปกติไม่ค่อยชอบแนวนี้นะเนี่ย..

ปล. เพิ่งรู้ว่าตันออกจากโออิชิแล้ว  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 31 พ.ค. 2011, 00:40 น.
สนุกดีนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ฟรีขับ เมื่อ 31 พ.ค. 2011, 14:39 น.
พูดถึงการตลาด บางคนก็เรียนมามาก แต่เอามาปรับใช้ไม่ได้เรื่องเลย ยกตัวอย่างไข่ชั่งกิโล ผมว่าลดต้นทุนได้แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะ
ส่วนอีกฝั่งนึงที่ไม่ได้เรียนด้านนี้มา ผมนึกถึงคุณตันนะครับ ที่ยิ่งมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ช่วยส่งเสริมทางการตลาดได้ดีกว่าเดิม

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 31 พ.ค. 2011, 15:58 น.
เรื่องไข่ชั่งกิโลนี่ จริงๆ มันเป็น Labs แบบเดียวกะ Gmail นะครับ
แต่เผอิญดันเป็นเรื่องที่คน(โดยเฉพาะฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง)สนใจกันมาก
ประเด็นเลยโดนขยายจนหลายคนคิดไปว่า นี่คือนโยบายเศรษฐกิจเดียวของรัฐบาลนี้ก็มี
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 31 พ.ค. 2011, 20:24 น.
ไข่ชั่งกิโลไม่แปลก กิโลชั่งไข่ซิแปลก 
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: PalmySyd เมื่อ 09 ก.ย. 2011, 13:08 น.
เมื่อเช้าตื่นมาได้เมวล์ฉบับนึงจากลูกค้า

อ้างอิงTitle : :: Contact Form Customer :: - regarding franchise
Shop Comment : ------ Select Shop to Suggest ------
Comment : To whom it may concern,
Hello I am a big fan of chilli jam so I would like to introduce these awesome food to my country Korea. is there any process to get franchise shop from you Please let me know what I have to do and where to contact have a good night! see you there!! especially i like the one in concord

ใจความว่าสนใจอยากซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหารเพื่อนำไปเปิดที่เกาหลี


ร้านอาหารที่ทำอยู่มี4สาขาแบบทำเองลงทุนเอง(มีแบ่งหุ้นให้พนักงานบ้าง) ไม่เคยคิดไปถึงเรื่องการขายแฟรนไชส์อย่างจริงจัง
ณ จุดนี่คิดว่าเป็นโอกาสที่ดีแหละ แต่ยังนึกไม่ออกว่าคิดอะไรยังไง ควรระวังอะไรตรงจุดไหนบ้าง

หลักๆตอนนี้มองเป็นภาพกว้างๆ คิดเรื่องคุณภาพและรสชาติอาหาร รวมถึงบรรยากาศร้านเป็นหลัก
ค่อยๆลิสต์ออกมาในสิ่งที่คิดว่าต้องเป็นข้อกำหนดในการทำแฟรนไชส์

ก็อยากขอคำแนะนำเพิ่มเติม ข้อคิด หรือไอเดียต่างๆค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: JΛNΣ เมื่อ 09 ก.ย. 2011, 14:12 น.
วันก่อนดูรายการช่อง discovery เกี่ยวกับพวกเงิน/งาน/รายได้ของเมกัน

มีร้านทำขนมปังร้านนึง ตั้งแต่เจ้าของร้านยันคนแพ็คห่อขนมปัง ทุกคนได้เงินเท่ากันหมด
คือมีกำไรเท่าไหร่ ก็เอามาหารจำนวนคนเลย ซึ่งได้คนละ 6 หมื่นกว่าเหรียญต่อปี (นักบินพานิชย์เริ่มที่ 2 หมื่นเหรียญต่อปี)
ทุกคนแฮปปี้ ทำงานด้วยใจ และตรวจสอบกันเองว่าใครอู้ ใครทำงานไม่เรียบร้อย



ไม่ค่อยเกี่ยว แต่นึกขึ้นมาได้เฉยๆ :58:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 09 ก.ย. 2011, 14:26 น.


ไปสมัครเป็นยาม  :25: