เก้อแสดงงาน

เริ่มโพสต์โดย เก้อ, 06 พ.ค. 2007, 18:24 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

มุมมืดของสังคม

ไม่รู้เรื่องเลย คุยไรกันเอ่ย
โอ๊ะ...อายุไม่ถึง :33:
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

อิคคิว

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 06 พ.ค. 2007, 18:24 น.
สวัสดีมิตรรักทุกท่านครับ

ไปขุดคุ้ยดูงานที่ผ่านมา นับแต่งานแรกที่โพสเมื่อเกือบสามปีที่แล้ว
มานั่งไล่เรียงดู ก็ออกจะเพลินดีไม่น้อย
แล้วก็พบว่า ที่โพสๆไปเนี่ย มีเหลือไม่กี่รูปเอง
เลยอยากรวบรวมใหม่ ขอแสดงงานกับเขาหน่อย

เอางานใหม่มาพาดหัวไว้รอท่า



ตั้งชื่อว่า ปราถนา จากชื่อเพลงที่สุดแสนประทับใจของทูล ทองใจ
ฟังแล้วก็ได้รูปนี้มาเลย แต่พอทำเสร็จ จะเอาเนื้อเพลงลงประกอบ
คิดว่าท่อนนี้ของเพลงในฝันจะเหมาะกว่า มันฟังดูร้าวราญถึงทรวงดีนะครับ




ในฝัน

หากฝันว่าฉันและเธอ
ละเมอความรักร่วมกัน
ทุกๆ วันแสนสุขฤทัย
หากความรักนั้นหนักเหลือ
แนบเนื้อเชื้อรักดังไฟ
ฉันขอตายบนตักนาง

มีภาพขนาดวอเปเปอร์ไหมครับ :46:

เก้อ

ขออภัยจริงๆครับ
ที่ผมมีกับตัวก็เซฟมาจากอันนี้แหละ 
ย้ายสำมะโนครัวมาไกล ไม่มีไฟล์อะไรเหล่านี้ติดมาเลย  :08:
I ROCK , THEREFORE I AM

พี

อ้างคำพูดจาก: อิคคิว เมื่อ 23 มิ.ย. 2007, 21:40 น.
มีภาพขนาดวอเปเปอร์ไหมครับ :46:
แนว Abtract ... ดูแล้วไม่เข้าใจ แต่...แจ่มมมมครับ  :18:

psyfer

เพิ่งเห็นชื่อเก้อชัด ๆ
ชื่อน่ารักน่าเอ็นดูมากเลย  :25:

เก้อ

#230
หน้าตาก็น่าเอ็นดูใช่ย่อยนะครับ  :30:

เก็บสะสมไว้มากพอสมควรแล้วครับ
พอดีงานยุ่งเอามากๆช่วงนี้ คนมีหน้าที่การงานเท่ๆ
รับผิดชอบสูงๆอย่างผมก็หยั่งงี้ล่ะนะครับ ขออภัยด้วย
งานกองเต็มเลย กองสูงด้วย แล้วทำไมไม่รู้จัก
เขี่ยเศษอาหารออกให้ด้วยล่ะเฮ้ย มันล้างยากรู้ไหม


จดหมายจากลอนดอน ๐๔
: สถาบันศิลปะและออกแบบเชลซี


ฤดูร้อนมาพร้อมกับการจบการศึกษาของสถาบันการศึกษาต่างๆ
และสถาบันศิลปะก็ยิ่งต้องคู่กับการแสดงงานจบ หรือ ดีกรีโชว์
ทั้งหลายแหล่ เห็นโฆษณาแล้วหลายอัน ที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่าง RCA
รอแยลคอลเลจออฟอาร์ตหรือสถาบันศิลปะหลวง(ก็ยังพยายามจะแปลนะ)
ก็มีโฆษณาใหญ่โตตามสถานี ถนนนหนทาง และตามตู้โทรศัพท์
ขนาดโฆษณาหนังฮอลลีวู้ดยังไม่ใหญ่หรือเยอะเท่าเลย

โฆษณาภาพยนต์ฮอลลีวู้ด ที่มีทั่วทุกถนนบ้านเรา
และประเทศส่วนใหญ่ของโลกนั้น สำหรับที่นี่ ป้ายโฆษณา
ตามสถานี รถบัส นอกจากพวกสินค้าและบริการแล้ว
เกินครึ่งจะเป็นโฆษณาละครเวที ตามสถานีนี่
โฆษณาละครเวทียึดครองแทบจะทั้งหมดเลย
ที่เหลือคือโฆษณาศิลปินนักร้อง(เจ๋งๆ) เช่น ช่วงนี้
อัลบั้มใหม่ของจาร์วิส ค็อกเคอร์, พอล แมคคาร์ทนีย์ ฯลฯ
หรืองานแสดงนิทรรศการตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ก็มีอย่างล้นเหลือ

หนังฮอลลีวู้ดต้องหลบมุมเป็นลูกเมียน้อยไป

เชลซีคอลเลจออฟอาร์ต คือ หนึ่งในเครือมหาวิทยาลัยแห่งArts
ลอนดอน ผมจะแปล Arts เป็นภาษาไทยว่ายังไงล่ะนี่
เอาเป็นว่ามันคือ University of the Arts London ก็แล้วกัน
ซึ่งมีสถาบันร่วมเครือ 6 แห่ง คือ
สถาบันศิลปะแคมเบอร์เวลล์ ไม่ไกลจากที่เชลซีนัก
สถาบันศิลปะและออกแบบนักบุญมาร์ตินกลาง หรือเซ็นทรัลเซ็นต์มาร์ติน
คงไม่ต้องกล่าวอ้างถึงความโด่งดังและไฮโซของที่นี่
นับเฉพาะภาพลักษณ์ของการเรียนศิลปะที่แสนจะไฮโซแล้ว
ที่นี่คงกินขาดทุกสำนัก พอๆกับมารังโกนี่ สถาบันศิลปะและออกแบบ
ยี่ห้อมิลาน-อิตาลีเลย เก่งอย่างเดียวไม่พอครับ ต้องรวยด้วย
สถาบันสื่อสารแห่งลอนดอน (เผชิญปัญหาการแปลคำนี้ครับ
คำว่า คอมมิวนิเคชั่นส์เนี่ย เอาเป็นนิเทศหรือสื่อสารมวลชนก็ไม่ชัดเจน
เลยเอากลางๆว่าสื่อสาร), สถาบันแฟชั่นลอนดอน
ลอนดอนคอลเลจออฟแฟชั่นนั่นแหละ, และรั้งท้ายด้วย
สถาบันศิลปะวิมเบิลดัน ที่ไม่ได้สอนวิชาเทนนิส
และภราดรก็ไม่ได้จบจากที่นี่แต่อย่างใด

รวมขบวนการหกสี นับเป็นมหาวิทยาลัยศิลปะ
ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอายุเกือบสองร้อยปี รวมถึงเป็นชุมชนผู้คนศิลปะ
ออกแบบ แฟชั่น นิเทศ ศิลปะการละคร ที่ใหญ่มหึมาของโลก

ผมไปถึงสถานีพิมลิโก้ก็เป็นเวลาบ่ายแก่แล้ว
กว่าจะทำธุระแถวนั้นเสร็จ ก็เดินมาตามเส้นริมแม่น้ำเทมส์
ห้านาทีก็ถึง ป้าย ดีกรีโชว์ 2007 แปะตามทางชี้ไปที่นี่



สถาบันศิลปะและออกแบบเชลซี
มีการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับใบประกาศ
ดิพลอม่าไปจนถึงปริญญาเอก ประวัติค่อนข้างยุบยิบ
เอาเป็นว่าเริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี 1895 ในชื่อสถาบันศิลปะลอนดอนตะวันตก
เปลี่ยนไปที่นั่น ยุบรวมกับที่นี่ จนสุดท้าย
ย้ายมารวมกันที่สถานที่ปัจจุบัน ฝั่งมิลล์แบงค์
ข้างๆกันกับ เททบริเตน เทียบไปก็คงประมาณท่าช้างล่ะมั้งครับ

เขาเปรียบเทียบให้ฟังว่า ในเครือหกแห่งนั้น
เชลซีนับเป็น"พี่สาว" ของอีกสี่แห่งที่เหลือ
ส่วนอีกแห่งที่เหลือคือ เซ็นต์มาร์ตินคงนับเป็น"เพื่อนสนิท"ล่ะมั้ง
ก็คือเขานับเป็นพี่ใหญ่นั่นแหละ แต่สถาบันการศึกษาเป็นเพศหญิง

ในอดีตจากประวัติอันหยุมหยิมของทีนี่
ไม่นานหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม
ได้มีการจัดงานที่นับเป็นต้นแบบงานเอ็กซโปแห่งแรก
ขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส ทางด้านอังกฤษจึงได้มีการจัดงาน
เดอะ เกรท เอ็กซิบิชั่น ขึ้นในปี 1851 ที่สวนไฮด์ปาร์ค
โดยเจ้าชายอัลเบิร์ตพระสวามีของพระนางเจ้าวิคตอเรีย
นับเป็นงานแสดงวิทยาการและการออกแบบที่เป็น
ตำนานบทหนึ่งของโลก

เหล่าช่างฝีมือ ช่างเขียน ศิลปิน นักออกแบบ นักการละคร
ต่างหลั่งไหลมาเพื่อเตรียมงานในครั้งนี้ การจัดงานระดับนี้ได้
ในสมัยนั้น จำเป็นต้องใช้เวลายาวนานหลายปี ศิลปินจึงย้ายมา
สร้างสตูดิโอทำงานศิลปะเสียที่ถนนมันเรซ่าและจตุรัสเชลซี
จนกลายเป็นชุมชนศิลปะและนำไปสู่การก่อตั้งเป็นสถาบัน
การศึกษาในเวลาต่อมา


พิมพ์มาเสียยาวยืด ยังไม่ได้เข้าไปดูงานกันเลย  :08:


I ROCK , THEREFORE I AM

Ou!

งบน้อย

เก้อ

ตื่นแต่ไก่โห่เลยนะครับ  :21:

เลือกรูปนานเหมือนกัน
ที่นี่ประกอบไปด้วยหกภาควิชา
สำหรับงานดีกรีโชว์นี้ เป็นงานของระดับปริญญาตรี
คืองานแสดงทีสีสบ้านเรานั่นแหละ อยู่บ้านเราก็ตระเวนดูทุกที่ถ้าไปได้
มาที่นี่ก็เลยพยายามรักษาคอนเซ็ปต์เอาไว้ให้คงมั่น

เดินเข้าไปภายในกลุ่มตึกที่ไม่ใหญ่ไม่เล็ก
ไม่หนีจากมหาลัยแถวท่าช้างสักเท่าไหร่ เผลอๆเล็กกว่าด้วยซ้ำ
เพียงแต่อาคารเก่าแก่แบบที่นี่มันไม่ต้องมีบริเวณ
ไม่ต้องมีรอบขอบรั้วอะไร ภายในก็เต็มไปด้วยซอกเล็กซอกน้อย
ตามประสาตึกเก่า เดินเลี้ยวอย่างงุนงงไปที่ห้องแรก

พบกับงานของภาควิชาจิตรกรรม
ประติมากรรมและภาพพิมพ์ หรือไฟน์อาร์ต



ข้างในห้องแสดงงาน ก็ไม่ได้มีระบบจัดการที่ดีสักเท่าไหร่หรอกครับ
พูดจริงๆ รู้สึกผิดหวังนิดหน่อย ตัดสินอย่างเป็นกลางว่า
แถวท่าช้างดีกว่านี้ แต่ทั้งนี้มันก็ให้อารมณ์ไปอีกแบบ
คืออารมณ์ง่ายๆเป็นกันเอง ไม่ต้องดูหรูพิธีรีตองอะไร
สมกับเป็นสถาบันศิลปะ เพียงแต่ผมคิดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ
ให้มันเป็นยังงี้หรอก แต่เป็นเพราะสถานที่แห่งนี้พึ่งมา
ปรับปรุงเป็นวิทยาเขตเดี่ยวรวมแค่ 2-3 ปีต่างหาก



คัดงานที่ชอบมาให้ดู







บางงานผมก็รู้สึกไม่ประทับใจเลย
จนน่าสงสัยว่าผ่านมาได้ด้วยอะไร มองทั้งแง่
ความงามในเชิงทัศนะศิลป์และวิธีคิดแล้วนะครับ
เพราะบางงาน เช่นงานนี้ ไม่ได้แสดงทักษะหรือความงาม
อันใดออกมาเลย แต่ก็ชนะด้วยความกล้าหาญในวิธีคิด



มันคือรูปเขียนปากกาเมจิกธรรมดาๆสีต่างๆ
บนกระดาษแข็งสีขาวแต่หลายแผ่นแผ่ยาวเต็มฟาก 2-3 ผนัง
เล่าเรื่องไร้สาระของผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่โต๊ะตัวหนึ่ง
มีห้อง มีเทียน มีหน้าต่าง แล้วก็มีอะไรอีกสารพัด
กับชีวิตของเค้าและข้าวของเหล่านั้นเรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะ
(จริงๆก็คงมีอะไรอยู่แหละ แต่ไม่มีเวลาทำความเข้าใจ)

ฟังได้ความว่า แกต้องการจะสำรวจขอบเขตของศิลปะ
ผ่านวิธีการง่อยๆ และการเล่าเรื่องผ่านสิ่งที่แกงุนงงสงสัยรอบตัว
และอะไรๆอีกทำนองนั้น จริงๆมันไม่ใช่ของใหม่อยู่แล้ว
เพราะโถส้วมของมาร์แชล ดูช็องป์ ทำหน้าที่สำรวจ
(รวมถึงทำลาย)ไปจนสุดขอบของศิลปะให้เรียบร้อยเมื่อ
หลายทศวรรษที่ผ่านมาแล้ว แต่รูปแบบที่เขียน
และการเล่าเรื่องที่ดูเหมือนจะเหลวไหลแบบนี้นี่
ก็เอาชนะใจคนดูได้ดีไม่หยอก หรือไม่งั้นก็คงตกใจไปเลย
ว่าเอากระดาษอะไรมาแปะเล่นเนี่ย

รวมๆแล้วภาควิชานี้ ในเชิงทักษะฝีมือ
ผมให้จิตรกรรมเราเหนือกว่าครับ พูดจริงๆไม่ได้อำเล่นให้สบายใจเลย
เพียงแต่เรื่องวิธีคิดของเราสารภาพตามตรงว่าน่าเบื่อ
พูดกันอยู่แต่เรื่องเดิมๆ วิธีคิดเดิมซ้ำๆ แต่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้นะครับ
เพราะแม้ในที่ที่ผู้คนเป็นปัจเจกและแตกต่างกันที่สุดของประเทศเรา
(ถ้าไม่นับโรงบาลบ้า)อย่างที่ศิลปากร อย่างไรเราก็ยังถูกครอบ
ด้วยสังคมไทย และเติบโตมากับกรอบวิธีคิดของสังคมไทยอีกที

ข้ามไปดูฟากประติมากรรมแล้วกัน จริงๆมันอยู่อีกตึก
ดูเป็นส่วนสุดท้ายเลย แต่มันต้องอยู่ในไฟน์อาร์ตด้วยกันสิ



ชอบชิ้นนี้มากครับ ภาพลวงตาเขียนเส้นด้วยลวดดัด
เหมือนการเขียนเส้นลงบนพื้นที่สามมิติเลย มองแต่ละมุม
ก็ให้ผลไม่เหมือนกัน จริงๆมันใหญ่มากมีหลังคามีชื่อร้านอะไร
ข้างบนด้วย แต่เพดานต่ำดูแล้วดับงานมากๆ
สงสัยโดนเพื่อนแย่งที่ดีๆไปหมด





ภาพพิมพ์ชิ้นนี้ก็ชอบมากครับ ยึกยือดี
ในรูปเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ทั้งหมดของงานใหญ่มาก



ที่เห็นนี่คือกระดาษลังนะครับ
เรียงเป็นความสูงสักสองเมตรเห็นจะได้
แล้วแซะเป็นคลื่นละเอียดยิบ มีสามก้อนเรียงกันด้วยนะ
ความพยายามสูงมาก แต่ผลลัพธ์คุ้มกับความเหนื่อยไหม
ชมกันเอาเอง



นี่คงเป็นงานศิลปะจัดวางแบบภายในอาคารที่ใหญ่ที่สุด
เอาไปเลยห้องนึง ไม่มีโอกาสสอบถามเรื่องของที่มาที่ไป
ความหมายของมันเลยนะครับ เกินสติปัญญาจะคาดเดาด้วย
แต่ถ้านับเฉพาะการออกแบบรู้สึกมันมีการเคลื่อนไหวที่มีพลังดี
ทั้งสี ทั้งขนาด เส้นโค้งก็ส่งผลต่อสายตาเราเป็นอย่างดี
ข้อเสียก็อีตรงสถานที่คับแคบอีกแล้ว เขาคงรู้แหละครับว่า
ถ้ามีพื้นที่ว่างกว้างขวางมากกว่านี้
ระยะในการมองจะลงตัวกว่านี้ แต่ทำไงได้วะ

ใหญ่กว่านี้ก็มีนะครับ แต่เป็นงานจัดวางกลางแจ้ง
เห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ หรือพูดให้สุภาพคืองานมันเหี้ย
เลยไม่ได้ถ่ายมา





งานชิ้นต่อเนื่องกัน จัดเป็นห้องๆหนึ่งกันไป
มีข้าวของ อุปกรณ์ล้อจักรยานอะไรอีกบ้างก็ไม่รู้
ขณะถ่ายงานนี้อยู่ ก็มีหนุ่มทีนี่ถือขวดไวน์หน้าแดงกึ่ม
เดินมาแซวว่า งานเหียกๆแบบนี้ก็ถ่ายเหรอครับ เพื่อนอีกคน
ที่เป็นเจ้าของงานยืนอยู่ไกล้ๆเลยด่าคืนฮากันไป แล้วก็ปล่อยมุกอำกัน
อีกชุดใหญ่ให้ผมฟัง ก็ได้แต่หัวเราะกร๊ากตามน้ำไป
ไม่รู้ว่ากูฟังไม่รู้เรื่องหรือพวกมึงเมากันแน่


ผ่านไปหนึ่งภาควิชาครับ
พอกรีดนิ้วพิมพ์ทีไร ยาวทุกทีเลย
จริงๆก็เยอะแค่อันนี้แหละ พระเอกของงานนี่นา

พักโฆษณาก่อนเล็กน้อยครับ เริ่มงงกับรูป :08:


I ROCK , THEREFORE I AM

psyfer


Ah!

เจ๋งแฮะ  :25:


เก้อเจอนพหรือยังล่ะ
บอกนพว่าให้อ่านกระทู้นี้๋ เก้อนำเที่ยว

นพดูแล้วตอบว่า สงสัยต้อง นำเก้อเที่ยว
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

โก้

งานเส้นลวดนั่น เข้าท่าแฮะ
ง่ายๆ แต่เข้าใจคิดดี
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

คิ้วหนาจ้ะ

มองตอนแรกนึกว่า งานดินสอลากเส้น
อ่านที่เก้อเขียน อ้าวดัดลวดนี่หว่า ความพยายาม + ไอเดีย เจ๋งมาก

เก้อ

เอ่อ พิมพ์ไปพิมพ์มา ชักยาวไปอีก
งั้นเดี๋ยวมาต่อนะครับ

ขอตัวลาก่อน  :46:
I ROCK , THEREFORE I AM

Ou!







งานหลัง ๆ ดูไม่เข้าใจแฮะ


งบน้อย

pugpug : นนทกร

ถ้าได้ไปเรียนบ้างนี่งานจะออกมาเป็นแบบนี้มั้ยวะตู

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines