อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง

เริ่มโพสต์โดย GAGABOY (S), 23 ม.ค. 2007, 15:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

GAGABOY (S)

วันนี้ผมมาในรูปของ GAGABOY The Singulality of the singular

ผมอยากที่จะเริ่มต้นคำถามแบบนี้   
"ภาษาพูดกับภาษาเขียนเป็นภาษาเดียวกันหรือเปล่า"


ภาษาพูด ที่เราใช้พูดกันในชีวิตประจำวัน กับ ภาษาเขียน ที่เราใช้เขียนลงไปในกระดาษ เราสามารถเรียก
มันว่าเป็นภาษาเดียวกันได้หรือไม่ ? แน่นอน ในแง่หนึ่งมันมีความแตกต่างทางด้านการใช้อยู่อย่างแแน่นอน
ระหว่างภาษาที่ใช้พูดกับภาษาที่ใช้เขียน ในการที่มันต่างก็เป็นการใช้ทักษะทางภาษาหรือเป็นการใช้ทักษะ
ในการถ่ายทอดภาษาที่แตกต่างกัน ระหว่าง การพูด กับ การเขียน  แต่ อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้ว เรา พูด ในส่ิงที่
จะพูดออกไป ซึ่งมันขึ้นอยู่กับไหวพริบปฏิพานของการ ที่เรา จะ "พูด"ออกไปตรงนั้น แต่ เมื่อกลับมามองใน
สิ่งที่เกิดขึ้นกับการเขียนเอง เรากำลังเขียนสิ่งที่เราพูด หรือ กำลังเขียนสิ่งที่กำลังจะเขียน ผมคิดว่า
ปรากฏการณ์ ตรงนี้ชัดเจนโดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นกับภาษาที่เราเรียกว่าภาษา ทางการ หรือ ราชการ
(หรือ จะให้เรียกว่าภาษา โดยไม่ปกติ ของ พนักงานของรัฐก็ว่าได้) ตามที่แล้วแต่จะเรียกตรงนี้ บนพื้น
ฐานของการเขียนเองมันมีพื้นฐานของสิ่งเหล่านี้เองกำกับอยู่ และแตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในการพูด
และตรงนี้ยิ่งชัดในสิ่งที่เรารวมเรียกมันว่า "ภาษาไทย" (โดยเฉพาะในตัวอย่างที่ผมยกไปข้างบน) สิ่งผม
สงสัยก็คือ เราไม่ได้กำลังเขียนในสิ่งที่เราจะพูด และสิ่งที่เขียนเอง ก็ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกับสิ่งที่พูด เรา
เขียนก็เพราะเรากำลังเขียน (หรือ พิมพ์ ก็ตามแต่) และมันกลับมาในสิ่งที่ผมถามเราใช้ภาษาเดียวกันอยู่
หรือมันเป็นคนละภาษากัน  เพราะการพูดและการเขียนในหลาย ๆ ครั้ง มันไม่เคยเลยที่่จะมีหรือใช้ใน
ความหมายเดียวกัน หรีอว่าในที่สุดแล้วสองอย่างนี้ต่างก็มีอิสระจากกันและกัน และ ต่างก็มีภาษาและ
การใช้ภาษาของตัวมันเอง แต่มันก็อาจที่จะกล่าวแก้ได้ว่าคุณค่าของการเขียนเองแตกต่างจากคุณค่า
ของการพูดเป็นสองด้านของเหรียญที่ไม่มีวันแยกออกจากกัน  แต่ สิ่งที่เรามักจะทำกับการเขียนคือเรา
ทำราวกับว่าการเขียน ไม่มีีค่าอะไรมากกว่ามันเป็นเพียงเงาสะท้อนของคำพูด หรือว่าในที่สุดแล้วการ
เขียนก็คงจะหายไปในการพูด เพราะสิ่งที่ถูกอย่างไม่มีค่ามากอะไรไปกว่าสิ่งที่จะถูกพูดในที่สุด ซึ่งในที่
สุดสิ่งที่ถูกอ่านก็ยังจะคงหายไปในสิ่งที่ถูกพูด คุณค่าของการเขียนไม่เคยถูกทำให้แสดงตัวของมันเอง
ออกมา สิ่งที่ถูกเขียน (หรือ (ตัว) พิมพ์) จะมีคุณค่าเพียงแค่วัตถุของการมองผ่าน เพราะมันไม่มีคุณค่า
อะไรนอกจากวัตถุสำหรับการถูกอ่าน ....... แล้ว เรา กำลังทำอะไรกันอยู่กับสิ่งที่ เรา ทำ (และผม
ที่กำลังเรียนรู้ที่จะทำ)

GAGABOY
I am the real BANGKOKIAN.
Thus, this is my home town,but it is not mine (NEVER TO BE MINE).

iSharp

เว้นบรรทัดหน่อย จะลดอาการปวดหัว ตาลายได้ครับ   :08:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

ยัง มี พุง

นี่ตูงง รึ ตูโง่ รึตูเบลอมากไปเนี่ย :01:

เท่าที่รู้ ตูไม่ค่อยเขียน

และที่สำคัญ ... ช่วยสื่อเป็นภาษาง่ายๆให้ตูได้มั้ย? :01:
ห๊ะ! อะไรนะ!!!

•หมูหมู•™

ที่คุยๆกันในบอร์ดนี้ ถ้าออกแนวเล่นๆ
จะเป็นภาษาพูดเยอะเลยแหละ

ถ้าเป็นทางการขึ้นมาหน่อยก็จะใช้ภาษาเขียน

:31: :31:
กำลังโหลดข้อมูล .....

slaveofann

ไม่เหมือนกันค่ะ

ตอบแค่คำถามข้างบนนะ ข้างล่างเขียนเป็นพรืด ตาลาย
ซึ่งสาวกเคยแนะนำวิธีเขียนไปแล้วในจู๋ปวดหัว1


ความฝันกลางฤดูร้อน

เห็นด้วยว่า
ภาษาพูด ไม่เท่ากับภาษาเขียน
และนี่ก็เป็นตัวอย่างนึงว่า สิ่งที่เจ้าของกระทู้เขียนคือการนำเอาภาษาพูดมาเป็นภาษาเขียน พอทำอย่างนี้มันก็เลยมีสำนวนเพิ่มขึ้นมา มีรูปประโยคที่เราใช้เฉพาะการพูดมาโผล่ในประโยคเขียน
ดังนั้นอ่านแล้วอารมณ์เสียเลยครับ  :30:

เดี๋ยวจะขอเปลี่ยนให้เป็นภาษาเขียน
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

อู๋

เขียนได้ไม่น่าอ่านมากๆ

ยุนเอ


ถ้าพูดออกมาจะไม่ตาลาย แต่หนวกหู

ถ้าเขียนจะไม่หนวกหู แต่ตาลาย  {หมีโหด}

จริงๆ แล้ว ภาษาพูดกับเขียน ไม่ต่างกัน เพียงแต่การเขียน ไม่มีการ react กลับมาอย่างฉับไวขนาดนั้น แล้วเรายังสามารถเรียบเรียงคำพูดที่เราเขียนไปแล้วอีกทีหนึ่งทำให้มีความสละสลวยถูกต้อง

มากกว่าพูดจิ๊ดนึง

ซึ่งจะดีกว่านี้มากถ้าพยายามแนว โดยการแบ่งให้มันอ่านง่ายนิดนึง

ซึ่งมันจะทำให้รู้ว่าได้ตรวจทานหรือผ่านการอ่านมาบ้างแล้วในระดับหนึ่ง  :42:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

GAGABOY (S)

วาว คุณ "หมอแมว" มองเห็นวาระซ่อนเร้นในกระทู้ของผมด้วย ขอคาราวะ :46: ด้วยใจจริง
I am the real BANGKOKIAN.
Thus, this is my home town,but it is not mine (NEVER TO BE MINE).

•หมูหมู•™

เฮ้อ..

ถ้าใครไม่เข้าใจโปรดกลับไปอ่านใหม่นะครับ  {หมีโหด}




-----------
ล้อเล่นน่ะ  :33:
กำลังโหลดข้อมูล .....

ยุนเอ

อ้างคำพูดจาก: Sub-Zero™ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:15 น.
เฮ้อ..

ถ้าใครไม่เข้าใจโปรดกลับไปอ่านใหม่นะครับ  {หมีโหด}




-----------
ล้อเล่นน่ะ  :33:

:30:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iannnnn

ผมเข้าใจว่าไม่ใช่แค่หมอแมวนะครับที่ดูออก :42:
แต่.. :42:

Ah!

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

โก้

nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

ความฝันกลางฤดูร้อน

#14
อันนี้ผมแปลนะครับ สีม่วงคือข้อความที่ถูกแปล


วันนี้ผมมาในรูปของ GAGABOY The Singulality of the singular

ผมอยากที่จะเริ่มต้นคำถามแบบนี้
"ภาษาพูดกับภาษาเขียนเป็นภาษาเดียวกันหรือเปล่า"

ขอเปลี่ยน
"ภาษาพูดกับภาษาเขียนเป็นภาษาเดียวกันหรือเปล่า"

ภาษาพูดที่เราพูดกันทุกวัน กับภาษาเขียนที่เขียนลงกระดาษ เป็นภาษาเดียวกันหรือไม่
ที่จริงแล้วสองอย่างนี้มันมีความแตกต่างกันอยู่ทั้งในลักษณะการใช้งานและต่างกันในแง่วิธีการสื่อ
เพราะอย่างเรื่องการพูด สิ่งที่เรากำลังพูดมักเป็นสิ่งที่เรียบเรียงจากสมองออกไปในเวลานั้น จึงมักเป็นการใช้ไหวพริบประกอบด้วย(ไม่ใช่ใจความที่ต้องการสื่อแต่อย่างเดียว)
...
พอมองย้อนกลับมา ผมเลยมองว่า ตกลงเรากำลังเขียนสิ่งที่กำลังจะพูด หรือว่า เขียนสิ่งที่กำลังจะเขียน
อย่าเพิ่งงงครับ ผมกำลังจะอธิบายต่อ
เรื่องนี้ยกตัวอย่างได้ชัดเจนในการใช้ภาษาราชการซึ่งมันก็เป็นภาษาไทย ซึ่งพอไปดูกันจริงๆ เวลาข้าราชการเขียนหรือพิมพ์เอกสารราชการออกมาฉบับนึงส่งผู้ใหญ่... ก็ไม่ได้เหมือนกันกับเวลาข้าราชการไปพูดเรื่องเดียวกันนี้กับผู้ใหญ่
ซึ่งไม่เหมือนนี้ ไม่เหมือนทั้งคำที่ใช้และเนื้อหาบางส่วนทั้งที่กำลังพูดเรื่องเดียวกันอยู่!!!   

ที่ผมสงสัยก็คือ ตกลงแล้วภาษาเขียนและภาษาพูด เป็นภาษาเดียวกันหรือคนละภาษาไปเลย
มีบ้างไหมที่ภาษาเขียนและพูดมีรูปแบบเดียวกัน หรือว่ามันมีอิสระจากกัน
อย่าลืมนะครับ รูปแบบที่ว่านี่ผมไม่ได้พูดถึงแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่หมายถึงวิธีคิดวิธีสื่อสารด้วย!!!
ในสิ่งที่ผมสงสัยนี้ก็ยังมีข้อแย้งจากบางคนว่า ที่จริงแม้มันจะไม่เหมือนกัน แต่ทั้งภาษาเขียนและภาษาพูดก็เป็นอีกด้านหนึ่งของกันและกัน
.....
แต่ผมขอแย้งกลับว่าแล้วถ้ามันเป็นอีกด้านหนึ่งของกันและกัน แต่ทำไมสิ่งที่เราทำกับการเขียนจึงเป็ฯเช่นปัจจุบัน นั่นคือทำให้การเขียนเป็นเหมือนกับแค่เงาสะท้อนของคำพูด.... หรือใช้ภาษาเขียนด้วยคำเดียวกับภาษาพูด
เมื่อเป็ฯเช่นนั้นการอ่านก็เปลี่ยนไป แทนที่จะเป็นการ"อ่าน"งานเขียนแล้วคิดต่อเติม ก็กลายเป็นการ"ฟังด้วยสายตา"


ดังนั้น ผมขอคัดค้านการใช้ภาษาวิบัติ และอยากให้ทุกคนตั้งใจในการเขียนให้มากขึ้น ให้การเขียนเป็น"การเขียน"จริงๆ


GAGABOY








ผมแปลได้แบบนี้ครับ ไม่รู้ตรงหรือเปล่า
ปัญหาคือ ผมเข้าใจสิ่งที่คุณสื่อครับ
แต่การเขียนตัวเล็กไม่เว้นวรรค มันทำให้อ่านยากมากครับ
....
แถมถ้านั่นเป็นสิ่งที่คุณจงใจก็คือ "เขียนเลียนแบบการพูด"
คุณเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่องทีเดียวครับ.... เหมาะแก่การกล่าวสุนทรพจน์เป็นอย่างยิ่ง  :30:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines