อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง

เริ่มโพสต์โดย GAGABOY (S), 23 ม.ค. 2007, 15:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ซือเน...

i'll walk until i find u.

iSharp

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

slaveofann

อ่านของหมอแมวแล้วค่อยรู้เรื่องขึ้นมาหน่อยนึง

แต่ก็ยืนยันคำตอบเดิมว่าไม่เหมือนกัน
ภาษาที่ใช้ในการพูด จะเรียบง่ายและกระชับกว่า
เพราะเราไม่จำเป็นที่จะต้องบรรยายสิ่งแวดล้อม
หรือชักจูงให้เกิดจินตนาการเท่างานเขียน
ที่ต้องปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์ร่วม

เว้นแต่การสื่อสารในระบบตอบโต้ถึงแม้จะเป็นงานเขียน
แต่ก็เน้นสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย

ถ้าภาษาพูดเหมือนภาษาเขียน
เพชรพระอุมา คงมีแค่ครึ่งเล่มจบแน่ๆค่ะ

ยุนเอ



พระเอกรักนางเอก เข้าป่า หาสมบัติ เจอ จบ  {หมีโหด}
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

slaveofann

อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:04 น.

พระเอกรักนางเอก เข้าป่า หาสมบัติ เจอ จบ  {หมีโหด}


บุญคำแอนด์เดอะแก๊งไม่ต้องเจอกันเลยเรอะ

|<3N

สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ

ยุนเอ



ไม่เคยอ่านเพชรพระอุมา  {หมีโหด}
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

คุณชาย ( 737 )

  ผมกำลังเขียนในสิ่งที่ผมคิดครับ แต่ไม่ค่อยได้เอาไปพูด  :42:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

iSharp

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

อิ๋งงิ้ง..

ตาลายค่ะ  เห็นด้วยกับคุณ slaveofann  ค่ะ
พอมาอ่านที่แปลแล้วค่อยเข้าใจขึ้นมาบ้าง
หลังจากที่เขางอกอยู่นานสองนาน

ภาษาพูดกับภาษาเขียน  เหมือนกันตรงที่ใช้ในการสื่อสารเช่นกัน
ภาษาพูดกับภาษาเขียน ไม่เหมือนกันตรงที่รูปแบบในการนำเสนอ

ัปัจจุบันนี้ก็แยกไม่ค่อยออกเหมือนกันว่า อัีนไหนคือภาษาพูดอันไหนคือภาษาเขียน  :30:
ส่วนมากที่เห็น ภาษาเขียนจะปรากฏอยู่ในวรรณกรรม วิทยานิพนธ์ หรืองานเขียนที่เป็นวิชาการ
ซึ่งเวลาอ่านแล้วต้องพยายามคิดตาม   
ภาษาพูดก็จะปรากฏอยู่ในนิตยสาร นิทาน หรือพวกงานเขียนที่ไม่เป็นทางการ  ( เอ่อ.. แล้วจะอธิบายไปทำไมเนี้ย  :08:)
ซึ่งจะเข้าใจเนี้อหาได้ง่ายกว่า   เนื่องจากเป็นคำที่ใช้ทั่วไป
แอบปั่นกระทู้ในที่ทำงาน... อย่าให้ใครจับได้หล่ะ

GAGABOY (S)

ผมขอเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ จาก คำแปลสิ่งที่ผมจู๋ไปของ หมอแมว

ดังนั้น ผมขอคัดค้านการใช้ภาษาวิบัติ และอยากให้ทุกคนตั้งใจในการเขียนให้มากขึ้น ให้การเขียนเป็น"การเขียน"จริงๆ

- ข้อพิจารณาในการอ่าน โปรดข้ามๆ สิ่งที่ ผมวงเล็บไว้ไปให้หมด

ผมไม่เคยคัดค้านการใช้ภาษาให้วิบัดิครับ ขอยกตัวอย่างนะ  ผมดูโฆษณาช่องเจ็ด แล้วมีดารามาอ่านบทละครให้ฟัง แล้วเงยหน้าขึ้นมาพูดว่า เรามาพูดภาษาไทยให้ชัดกันเถอะ (เพื่อความเป็นไทยหรืออะไรก็ตามแต่ - ผมใช้คำว่า "ความเป็น" นะ) ทันใดนั้นผมก็ขอให้เพื่อชาวอีสานใต้ลองพูดภาษาไทย (แบบของมัน) ให้ชัดดู แล้วมันก็ "แว่วเสียงสำเนียง อิสาน ปน ส่วย ออกมา" ...

ผมขอพูด (เขียน) เถอะนะ ไอ้การใช้ภาษาไม่ให้วิบัตินี่มันคืออะไร มันหมายความว่าอะไรได้บ้าง "ภาษาไทยมีภาษาเดียว(สำเนียงเดียว - ตรงนี้ผมเลือกที่จะไม่เว้นวรรค และถ้าเป็นไปได้ก็กรุณาอ่านข้ามไอ้ที่ผมวงเล็บไว้อย่าไปสนใจมันเลย)และอย่างอื่นก็เป็นภาษาอื่น" หรือ "ภาษาไทยพูดได้แบบเดียวและเป็นอย่างอื่นไม่ได้" หรือ "ถ้าพูดภาษาอื่นคุณก็ไม่ได้พูดภาษาไทย" (สังเกตุ - ผมจงใจใช้คำซ้ำ ๆ เพื่อตั้งคำถามว่า แล้วอะไรคือภาษาไทย ????) คุณเคยได้ยินภาษาที่ว่ากันว่าตายแล้วไหม นั่นล่ะความหมายของการไม่เหลืออะไรให้วิบัติกันแล้ว (ดังนั้นผมจึงยินดีวิบัติอยู่ต่อไป ขอยกตัวอย่าง เพราะบางที่คนที่อ่านสามารถที่จะรู้ได้ว่ามีอะไรที่ผมเขียนผิดไปอยู่)

ส่วนเรื่องคำแปล เป็นปลื้มครับ ชัดเจนมาก แต่เล่นซะสิ่งที่ผมแอบๆไว้หายไปหมดเลย และหนึ่งในนั้น

ผมคิดว่านี่เป็นชุมชนที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเขียนอยู่มาก

ท้ายสุด ผมคิดว่า สิ่งที่คุณ slaveofann ได้เปิดประเด็นไว้ และ ^-FakE-^  มาต่อ ยืนยันสิ่งที่ผมเสนอโดยตัวของมันเอง

"อ่านของหมอแมวแล้วค่อยรู้เรื่องขึ้นมาหน่อยนึง

แต่ก็ยืนยันคำตอบเดิมว่าไม่เหมือนกัน
ภาษาที่ใช้ในการพูด จะเรียบง่ายและกระชับกว่า
เพราะเราไม่จำเป็นที่จะต้องบรรยายสิ่งแวดล้อม
หรือชักจูงให้เกิดจินตนาการเท่างานเขียน
ที่ต้องปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์ร่วม

เว้นแต่การสื่อสารในระบบตอบโต้ถึงแม้จะเป็นงานเขียน
แต่ก็เน้นสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย

ถ้าภาษาพูดเหมือนภาษาเขียน
เพชรพระอุมา คงมีแค่ครึ่งเล่มจบแน่ๆค่ะ"

"พระเอกรักนางเอก เข้าป่า หาสมบัติ เจอ จบ"


อ่านซ้ำให้ดีครับ ทั้งหมดตรงนี้โดยตัวของมันเองคือสิ่งที่เขียน
I am the real BANGKOKIAN.
Thus, this is my home town,but it is not mine (NEVER TO BE MINE).

slaveofann

ภาษาวิบัติแถวๆนี้คือ งัฟ คิคิ อิอิ ป๋ม นู๋ จร้า เง้อ .... แนวๆภาษาต่างดาว
ส่วนการพิมพ์ให้ถูกต้องทุกคำ ถือเป็นอาหารเสริม
ที่คนเข้ามาบ่อยๆสามารถเลือกบริโภค

ยุนเอ

พรรณาโวหาร นะครับ

นั้นนะสรุป  :42:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Dayight

พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐอักษรไทยขึ้นมาครับ

เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน

ภาษาวิบัติในที่นี้ เรากำลังพูดถึง การผิดเพี้ยนโครงสร้างของคำ มิใช่ภาษาท้องถิ่น หรือ พูดเหน่อ ทองแดง

คุณกำลังหลงประเด็น

สวย  ซ๋วย  ษวย  ษ๋วย    ให้  ห้าย     ครับ  งัฟ  งับ งุงิ

มิใช่การปรับเปลี่ยน ในทางที่ดีขึ้น

มันน่าภูมิใจเหรอครับ


เคยได้อ่านจากที่ไหนสักแห่ง

เขาเปรียบเทียบว่าภาษาวิบัติมีที่มาจาก"โสเภณี"

เพราะเมื่อก่อนพวกคนขายบริการตามเน็ท เวลาหากิน ใช้คำตรงๆกันไม่ได้

ระบบจะกรองจะบล๊อกเวลามีคำแสลง สบถ หยาบออกมา จนพูดกันไม่รู้เรื่อง

เลยต้องหาทางสื่อสารกันไม่ให้ระบบจับได้

สุดท้ายเลยกลายมาเป็นภาษาวิบัติ

ซึ่งไม่รู้ว่าวันรุ่นสมัยใหม่ใช้บริการกันมากจนติด

หรือว่าเริ่มทำมาหากินกันจนชิน

เลยใช้กันเกลื่อนอย่างนี้

"เป็นการเปรียบเทียบ หาต้นตอได้สะอึกจริงๆ"



กินรอบวง

ยุนเอ

#29
วิบัติ ไม่ได้หมายถึง พยายามพูดสิ่งที่มีความหมายเดียวกันแต่คนละเสียง คนละคำเหรอครับ

ครับ --> คับ --> งับ --> งัฟ --> งุงิ
          ^          ^         ^     ^
           |           |           \     |
     กร่อนเสียง     คนละ        \   ได้ศัพท์ใหม่มา 1 ตัว
      กลายเป็น    ความหมาย   \
     ภาษาพูดไป  เริ่มแผลงคำ    \
                                            เพิ่มเสียงเฟอะห์
                                            เพื่อความแนว

ปล. เอมั่ว  :42:
         
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines