เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาฝาก

เริ่มโพสต์โดย |<3N, 22 ก.พ. 2005, 19:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ooooo

http://203.146.37.34/thai/sanida/index.htm




        ​ข้อบกพร่อง​ใน​การ​ใช้​ภาษาอาจเกิด​จาก​การ​ใช้​คำ​ผิด​ความ​หมาย​  ​การ​ใช้​คำ​ผิด​ความ​หมายอาจเกิด​จาก​การที่​ผู้​ใช้​ภาษา​ไม่​รู้​ความ​หมาย​หรือ​ความ​หมายแฝงของคำ​  ​การศึกษา​ความ​หมายของคำ​ให้​เข้า​ใจถ่องแท้​จะ​ทำ​ให้​สามารถ​ใช้​ภาษา​ได้​ถูก​ต้อง​และ​ได้​ผลตาม​ต้อง​การ​ใน​การสื่อสาร​  ​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​การพูด​หรือ​เขียนก็ตาม​  ​ผู้​ส่งสารย่อม​ต้อง​การ​ให้​ผู้​รับสาร​เข้า​ใจ​
ความ​หมายตามที่ตน​ต้อง​การ​  ​การสื่อสารที่​ไม่​ได้​ผลอาจเกิด​จาก​สา​เหตุต่าง​ ​ๆ​ ​กัน​ ​สา​เหตุอย่างหนึ่งก็​ ​คือ​  ​การ​ใช้​คำ​ผิด​ความ​หมายการ​ใช้​คำ​ผิด​ความ​หมายอาจเกิด​จาก​การที่คำ​มี​ความ​หมาย​ใกล้​เคียง​กัน​  ​หรือ​ผู้​ใช้​ภาษา​ไม่​รู้​ความ​หมายที่​แท้จริง​หรือ​เข้า​ใจผิด​  ​คำ​บางคำ​  ​แม้​จะ​รู้​ความ​หมายแต่ก็อาจ​ใช้​ผิด​เพราะ​ไม่​รู้​ความ​หมายแฝงของคำ​ต่อไปนี้​เป็น​ตัวอย่างประ​โยคที่มีการ​ใช้​คำ​ผิด​ความ​หมาย​  ​ตัวอย่างเหล่านี้รวบรวม​จาก​หนังสือพิมพ์​  ​นิตยาสาร​ ​ภาพยนตร์​  ​ละคร​  ​และ​รายการทางวิทยุ​และ​โทรทัศน์​ ​หนังสือพิมพ์​ฉบับ​หนึ่งลงข่าวเกี่ยว​กับ​การวิ่งแข่งระหว่างคนอ้วน​กับ​คนผอม​  ​และ​รายงานข่าวว่า​ "​ผลปรากฎว่าคนผอม​  ​วิ่งฉิวปลิวลม​  ​เข้า​เส้นชัย​  ​คว้า​เงินรางวัลหนึ่งแสนบาทไปอย่างสบาย​ ​ใน​ขณะที่คนอ้วน​  ​วิ่งต้วมเตี้ยม​ ​เข้า​เส้นชัยภายหลัง​ใน​เวลา​ไล่​เลี่ย​กัน​"  ​วิ่งฉิวปลิวลม​  ​บอก​ความ​หมายเชิงเปรียบเทียบว่าวิ่ง​เร็ว​มากราว​กับ​จะ​ปลิวไปตามลม​  ​ส่วน​ต้วมเตี้ยม​  ​บ่ง​ความ​หมายว่า​  ​ช้ามาก​ใช้​แก่กริยา​เดิน​หรือ​คลาน​  ​เป็น​ ​เดินต้วมเตี้ยม​  ​คลานต้วมเตี้ยม​ ​เมื่อนำ​ใช้​กับ​การวิ่งก็​เป็น​การเปรียบเทียบว่าวิ่งช้ามากราว​กับ​เดิน​  ​หรือ​คลานไป​  ​หากคนอ้วนวิ่งต้วมเตี้ยมผลของการแข่งขันก็​ไม่​น่า​จะ​เป็น​ดังรายงานข่าวที่ว่า​ทั้ง​สองคน​เข้า​เส้นชัย​ใน​เวลา​ไล่​เลี่ย​กัน​ ​ใน​รายละ​เอียดของข่าวบอก​ได้​ด้วย​ว่าคนที่วิ่ง​เร็ว​  ​ใช้​เวลา​  2  ​ชั่วโมง​  27  ​นาที​  ​ส่วน​คนที่วิ่งช้ากว่า​ใช้​เวลา​ 2 ​ชั่วโมง​  33  ​นาที​  ​ต่าง​กัน​เพียง​  6  ​นาที​เท่า​นั้น​  ​ฉะ​นั้น​ ​การ​ใช้​คำ​ว่า​ ​ต้วมเตี้ยม​  ​ขยายวิ่ง​  ​ใน​รายงานข่าวนี้​จึง​เป็น​การ​ใช้​คำ​ผิด​ความ​หมาย​  ​ใน​รายการตอบคำ​ถามทางโทรทัศน์รายการหนึ่ง​  ​เมื่อ​ผู้​ร่วมรายการตอบคำ​ถาม​ได้​ถูก​ต้อง​  ​จะ​ได้​คะ​แนนข้อละ​  2  ​คะ​แนน​  ​คำ​ถามแรก​  ​นาย​ ​ก​.  ​ตอบถูก​  ​พิธีกรรายการก็บอกว่า​   "​คุณ​  ​ก​. ​ได้​คะ​แนนนำ​ไปก่อน​  2  ​คะ​แนน​"  ​คำ​ถามที่​  2  ​นาย​ ​ข​.​ตอบถูก​  ​และ​คำ​ถามที่​  3  ​นาย​ ​ข​. ​ก็ตอบถูกอีก​ ​พิธีกร​จึง​พูดว่า​ "​คุณ​ ​ข​. ​ทำ​คะ​แนนตามไป​ ​ติด​ ​ๆ​ 4 ​คะ​แนน​" ​หลัง​จาก​นั้น​นาย​ ​ก​. ​ก็ตอบคำ​ถามถูกอีก​ 2 ​ข้อ​ ​ได้​อีก​ 4 ​คะ​แนน​  ​พิธีกรก็พูดว่า​ "​ตอนนี้​ ​คุณ​ ​ก​. ​ทำ​คะ​แนนตามมา​ ​เป็น​  6  ​คะ​แนน​แล้ว​ครับ​"   ​ผู้​ที่​ได้​ดู​โทรทัศน์รายการดังกล่าวคง​จะ​รู้สึกแปลกใจ​ใน​คำ​พูดของพิธีกร​  ​การที่พิธีกร​ใช้​คำ​ว่าทำ​คะ​แนนตามไป​  ​หรือ​ทำ​คะ​แนนตามมา​  ​บอก​ให้​รู้ว่า​ผู้​นั้น​ยัง​ได้​คะ​แนนน้อยกว่าอีกคนหนึ่ง​หรือ​อีกฝ่ายหนึ่ง​  ​แต่จำ​นวนคะ​แนนที่พิธีกรกล่าว​ถึง​นั้น​  ​กลับ​เป็น​คะ​แนนที่มากกว่า​จึง​ควร​ใช้​คำ​ว่า​  ​ทำ​คะ​แนนนำ​ไป​  ​หรือ​  ​ทำ​คะ​แนนนำ​มา​  ​จึง​จะ​ถูก​ต้อง​ตรง​ความ​หมาย​        ​ผู้​สื่อข่าวกีฬารายงาน​ใน​คอลัมน์กีฬาว่า​ "​การแข่งขันผ่านมาหลายวัน​  ​นาย​... ​ยัง​คงทำ​คะ​แนน​ได้​ 4 ​เต็ม​  ​แต่วันนี้พลาดไปนิดเดียว​  ​จึง​ได้​คะ​แนน​ถึง​  3.958"   ​เมื่อ​ใช้​ถ้อยคำ​ว่า​  ​ได้​คะ​แนน​ถึง​   ​ทำ​ให้​เกิด​ความ​รู้สึกว่า​เป็น​คะ​แนนค่อนข้างมาก​  ​อาจ​จะ​มากเกิด​ความ​คาดหมาย​  ​แต่ตามข่าว​นั้น​เดิมนักกีฬา​ได้​คะ​แนน​  4  ​เต็ม​  ​เมื่อ​ได้​คะ​แนนน้อยกว่า​เดิม​หรือ​น้อยกว่าที่คาดหมาย​  ​จึง​ไม่​ควร​ใช้​ว่า​ได้​คะ​แนน​ถึง​  ​แต่ควร​ใช้​ว่า​ ​ได้​คะ​แนนเพียง​  ​หรือ​  ​ได้​คะ​แนน​... ​เท่า​นั้น​
        ​ใน​การแข่งขันเกมรายหนึ่ง​  ​ผู้​จัดการแข่งขันประกาศว่า​    "​มีคน​สามารถ​ทำ​ได้​ถึง​  9  ​คะ​แนน​ ​เท่า​นั้น​"   ​คำ​ว่า​  ​ถึง​  ​บ่งบอกว่า​ผู้​พูดรู้สึกว่ามากเกิน​ความ​คาดหมาย​  ​แต่คำ​ว่า​ ​เท่า​นั้น​  ​บ่งบอกว่า​ผู้​พูดรู้สึกว่าน้อยเกิน​ความ​คาดหมาย​  ​สองคำ​นี้​จึง​ไม่​ควร​จะ​ปรากฎร่วม​กัน​  ​ส่วน​จะ​เลือกคำ​ใด​นั้น​  ​ก็​แล้ว​แต่​ความ​รู้สึกของ​ผู้​พูด​  ​ถ้า​รู้สึกว่ามาก​  ​ก็​ใช้​ว่า​ "​ทำ​ได้​ถึง​  9  ​คะ​แนน​" ​หรือ​ "​ทำ​ได้​ตั้ง​  9  ​คะ​แนน​" ​ถ้า​รู้สึกว่าน้อย​  ​ก็​ใช้​คำ​ว่า​ "​ทำ​ได้​  9  ​คะ​แนน​เท่า​นั้น​"  ​หรือ​  "​ทำ​ได้​แค่​   9  ​คะ​แนน​เท่า​นั้น​"  ​หรือ​  "​ทำ​ได้​เพียง​  9  ​คะ​แนน​เท่า​นั้น​"
        ​รายงานข่าวเกี่ยว​กับ​การเลือกตั้ง​  ​ผู้​ให้​สัมภาษณ์กล่าวว่า​ "​ผมเองตกใจที่มี​ผู้​มา​ใช้​สิทธิ์​กัน​มาก​  ​แม้​แต่คนที่สัญญาว่า​จะ​มา​  ​ก็​ไม่​มาลง​"  ​การ​ใช้​คำ​เชื่อม​  ​แม้​แต่​  ​แสดงการสนับสนุนข้ออ้าง​ให้​เห็นเด่นชัดขึ้น​โดย​การยกตัวอย่างการสนับสนุนข้อ​ความ​ที่ว่า​ผู้​มา​ใช้​สิทธิ์​กัน​มากน่า​จะ​เป็น​ว่า​  ​แม้​แต่​  ​คนที่ว่า​จะ​ไม่​มา​  ​ยัง​มาลงคะ​แนน​"  ​ถ้า​จะ​คงข้อ​ความ​ที่ว่า​ "​แม้​แต่คนที่สัญญาว่า​จะ​มาก็​ไม่​มา​" ​เอา​ไว้​  ​ข้อ​ความ​ที่มาข้างหน้าก็น่า​จะ​เปลี่ยน​เป็น​ "​ผมเองตกใจที่มี​ผู้​มา​ใช้​สิทธิ์​กัน​น้อยมาก​"  ​เนื้อ​ความ​จึง​จะ​ไป​กัน​ได้​        ​ข่าวเกี่ยว​กับ​การเลือกตั้งอีกข่าวหนึ่งมีข้อ​ความ​พาดหัวข่าวว่า​ "​พลิกล็อก​  ​ชนะที่นครนายก​" 
        ​จาก​พาดหัวข่าว​  ​ผู้​อ่านพอ​จะ​คาดเดา​ได้​ว่า​ผู้​ที่ชนะ​นั้น​ไม่​ว่า​จะ​ชนะ​  ​เป็น​การชนะที่พลิก​ความ​คาดหมาย​  ​เพราะ​ผู้​เขียนข่าว​ใช้​คำ​ว่า​  ​พลิกล็อก​  ​ซึ่ง​หมาย​ความ​ว่า​  "​ผิดไป​จาก​ที่คาดหวังอย่างมาก​" ​แต่​ใน​เนื้อข่าวมีข้อ​ความ​ว่า​ "​นาย​...​ได้​รับเลือกตั้งอีกสมัยดังที่​เก็ง​กัน​ไว้​  ​ทิ้งคู่​แข่งคนดังอย่างมาก​" ​ถ้า​เหตุการณ์ที่​เกิดขึ้น​เป็น​ไปตาม​ความ​คาดหมาย​  ​ก็​ไม่​ควร​ใช้​คำ​ว่า​  ​พลิกล็อก​  ​เพราะ​จะ​ทำ​ให้​ความ​หมายผิดไป​
        ​หนังสือพิมพ์​ฉบับ​หนึ่งพาดหัวข่าวว่า​  "​สงขลาน้ำ​ท่วม​  ​สะพานป๋อมแป๋ม​"        ​คำ​ว่า​ ​ป๋อมแป๋ม​  ​หมาย​ถึง​อาการที่สูญหายไปอย่างของตกน้ำ​  ​จะ​ใช้​หลังคำ​กริยา​อื่น​  ​เช่น​ ​ของตกน้ำ​ป๋อมแป๋ม​  ​แต่​จะ​ไม่​ใช้​เป็น​กริยา​  ​เช่น​  ​ของป๋อมแป๋ม​  ​ฉะ​นั้น​  ​การ​ใช้​ว่าสะพานป๋อมแป๋ม​จึง​ไม่​ถูก​ต้อง​ใน​แง่ของไวยากรณ์​และ​จาก​รายงานข่าวทำ​ให้​ทราบว่าข้อ​ความ​ข้างต้นนี้​ไม่​ถูก​ต้อง​ตามข้อเท็จจริง​ด้วย​  ​เพราะ​สะพาน​ไม่​ได้​ถูกน้ำ​พัดพา​ไป​  ​เพียงแต่ถูกน้ำ​ท่วม​เท่า​นั้น​
        ​รายการโทรทัศน์รายการหนึ่งแพร่ภาพการประกวดนางงามฮ่องกง​  ​เมื่อ​ถึง​ตอนที่​จะ​ประกาศว่า​ผู้​ใด​รับตำ​แหน่งนางงามฮ่องกง​นั้น​  ​ผู้​พากย์​  ​(​เข้า​ใจว่าพากย์ตามบทที่​แปล​ไว้​" ​พูดว่า​ "​ผม​จะ​ขอประกาศ​ ​รายชื่อ​  ​ผู้​ที่​ได้​ตำ​แหน่งนางงามฮ่องกงประจำ​ปีนี้ละนะครับ​"
        ​คำ​ว่า​ ​รายชื่อ​  ​สื่อ​ความ​หมายว่ามีชื่อมากกว่าหนึ่ง​  ​แต่ชื่อคนเพียงคนเดียว​  ​ใช้​คำ​ว่า​ ​ชื่อ​ ​ไม่​ใช่​รายชื่อ​
        ​ตัวละคร​ใน​นวนิยายพูดว่า​ "​ผม​ ​เต็มใจ​ ​ที่​ ​จะ​ต้อง​ ​ไป​ ​ไม่​ถือว่าถูกบังคับ​"
        ​เต็มใจ​  ​หมาย​ความ​ว่า​  ​มี​ใจสมัคร​ด้วย​ยินดี​  ​ไม่​มีข้ออิดเอื้อน​หรือ​ขัดแย้ง​  ​ส่วน​ต้อง​ ​สื่อ​ความ​หมายว่าจำ​เป็น​ต้อง​ทำ​เช่น​นั้น​  ​ไม่​ได้​ทำ​ด้วย​ความ​เต็มใจ​  ​ฉะ​นั้น​  ​ผู้​พูดควรเลือกเพียงคำ​เดียวที่สื่อ​ความ​หมายตาม​ต้อง​การ​  ​ใน​กรณี​นั้น​  ​น่า​จะ​เลือกคำ​ว่า​  ​เต็มใจ​  ​เพื่อ​จะ​ได้​สอดคล้อง​กับ​ความ​ที่ตามมา​  ​คือ​  ​ไม่​ถือว่าถูกบังคับ​
        ​รายงานข่าว​จาก​เวทีประกวดนางงามเมื่อปี​ 2539  ​มีว่า​ "​พอ​เข้า​ไปหลังเวที​  ​ผู้​เข้า​ประกวดรีบถอดรองเท้าออก​เพราะ​ต่าง​ได้​รับบาดเจ็บ​  ​จาก​การเดิน​"
        ​บาดเจ็บ​  ​แม้พจนานุกรม​จะ​ให้​ความ​หมายว่า​ "​มีบาดแผลทำ​ให้​เจ็บปวด​" ​แต่​เมื่อ​ใช้​ว่า​ ​บาดเจ็บ​ ​หรือ​ ​ได้​รับบาดเจ็บ​  ​ให้​ความ​รู้สึกว่า​ไม่​ใช่​แผล​เล็ก​ ​ๆ​ ​น้อย​ ​ๆ​ ​เช่น​ "​เกิดอุบัติ​เหตุรถคว่ำ​ผู้​โดย​สารทุกคน​ได้​รับบาดเจ็บ​" ​ถ้า​เป็น​การเดินเท้า​เปล่า​  ​ก็อาจ​ได้​รับบาดเจ็บ​ได้​  ​แต่การเดินบนเวทีประกวด​  ​ผู้​เข้า​ประกวดทุกคนสวมรองเท้า​  ​จึง​ไม่​น่า​จะ​ได้​รับบาดเจ็บ​จาก​การเดิน​  ​การถูกรองเท้ากัด​เป็น​เวลานาน​นั้น​อาจทำ​ให้​เกิดแผล​ได้​   ​แต่​เป็น​แผลที่​ไม่​ใหญ่​โตอะ​ไรนัก​  ​จึง​ไม่​ควร​ใช้​ว่า​  ​ได้​รับบาดเจ็บข้อ​ความ​ข้างต้น​  ​ควร​ใช้​ว่า​  ​เพราะ​ถูกรองเท้ากัด​
        ​โฆษกรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งกล่าวนำ​รายการว่า​ "​แต่ละ​เดือน​  ​เรา​จะ​เชิญ​ผู้​ทรงคุณวุฒิมาบรรยาย​หรือ​  ​สาธยาย​  ​ให้​ท่านฟังวันนี้​จะ​มุ่งประ​เด็นเรื่อง​ความ​มัธยัสถ์​"
คำ​ว่า​ ​สาธยาย​  ​แม้​จะ​มี​ความ​หมายว่า​  ​การชี้​แจงแสดงเรื่อง​  ​แต่​ให้​ความ​รู้สึกว่า​เป็น​การชี้​แจงที่ยาวนานเกี่ยว​กับ​เรื่องที่น่า​เบื่อหน่าย​  ​ฉะ​นั้น​  ​จึง​ไม่​ควร​ใช้​คำ​ว่า​ ​สาธยาย​  ​นำ​รายการ​  ​เพราะ​อาจ​จะ​ทำ​ให้​ผู้​ฟังเกิด​ความ​รู้สึกที่​ไม่​ดีตั้งแต่​เริ่มรายการ​  ​ตัวละคน​ใน​นวนิยายเรื่องหนึ่งพูดว่า​  "​แทนที่​จะ​ช่วย​กัน​  ​สุมหัว​  ​ทำ​งาน​และ​แก้ปัญหากลับหนี​เอาตัวรอดไปเลย​"
สุมหัว​  ​หมาย​ความ​ว่า​ "​รวม​กัน​ชุมนุมเพื่อทำ​สิ่ง​ใด​สิ่งหนึ่ง​" ​ใช้​ใน​ทางที่​ไม่​ดี​  ​เช่น​ ​สุมหัว​กัน​หาทางแกล้งเพื่อนบ้าน​  ​สุมหัวนินทาคน​อื่น​  ​ข้อ​ความ​ข้างต้นน่า​จะ​ใช้​ว่า​  ​ร่วมมือ​  ​ซึ่ง​มี​ความ​หมายกลาง​ ​ๆ​ ​ว่า​ ​พร้อมใจ​กัน​ช่วย​ทำ​สิ่ง​ใด​สิ่งหนึ่ง​  ​ไม่​ได้​บ่งว่า​ใช้​ใน​ทาง​ไม่​ดี​
ผู้​ร่วมรายการโทรทัศน์รายหนึ่งเล่า​เรื่องที่​เกี่ยว​กับ​กิจการของตนว่า​ "​เรามีร้าน​อยู่​ที่​เยาวราชแห่งหนึ่ง​  ​แล้ว​เรา​  ​ย้าย​  ​มา​เปิดเพิ่มอีกแห่งหนึ่งที่รองเมือง​" ​คำ​ว่า​  ​ย้าย​  ​หมาย​ความ​ว่า​  "​เปลี่ยนที่​  ​ถ้า​ผู้​พูด​ต้อง​การ​จะ​บอกว่า​เปลี่ยนที่​จาก​เยาวราชมา​อยู่​ที่รองเมือง​  ​การ​ใช้​คำ​ว่า​  ​ย้าย​  ​ก็​เป็น​คำ​ที่ถูก​ต้อง​  ​แต่ข้อ​ความ​ข้างต้นมี​ส่วน​ขยายบอก​ความ​ว่า​  ​มา​เปิดเพิ่มอีกแห่งหนึ่ง​  ​รวม​เป็น​  2  ​แห่ง​  ​ใน​กรณี​เช่นนี้​  ​ก็​ไม่​ใช่​การย้ายที่​หรือ​เปลี่ยนที่​  ​ฉะ​นั้น​  ​ควรตัดทำ​ว่าย้ายออก​  ​คง​ไว้​แต่​เพียงข้อ​ความ​ว่า​ "​เปิดเพิ่มอีกแห่ง​"
ตัวละคร​ใน​ละครโทรทัศน์​เรื่องหนึ่งพูดว่า​ "​พอผม​ได้​ยินก็​ ​ขนลุกเกรียวกราวที​เดียว​" ​และ​ตัวละคน​ใน​นวนิยายอีกเรื่องหนึ่งพูด​ถึง​อี​แร้งฝูง​ใหญ่​ว่า​ "​ผมเห็น​เข้า​เท่า​นั้น​  ​ผม​ ​ขนลุกฮือ​ ​ทั่ว​ตัว​"​คำ​ว่า​เกรียวกราว​  ​เป็น​คำ​ขยายบอกลักษณะของเสียงโห่ร้อง​  ​เสียงเอ็ดอึง​  ​เช่น​  ​ผู้​คนส่งเสียงโห่ร้องเกรียวกราว​  ​โดย​ปริยาย​  ​หมาย​ความ​ว่า​  ​ที่รู้​และ​พูด​กัน​ทั่ว​ไป​  ​เช่น​ ​เรื่องนี้​เป็น​ข่าวเกรียวกราว​ใน​หน้าหนังสือพิมพ์​  ​แต่​จะ​ไม่​ใช้​ขยายบอกลักษณะของอาการที่​เป็น​อย่างเดียวพร้อม​ ​ๆ​ ​กัน​  ​เช่น​ ​ขนลุกเกรียวกราวแต่​จะ​ใช้​คำ​ว่า​  ​ขนลุกเกรียว​   ​เท่า​นั้น​

ส่วน​คำ​ว่า​  ​ฮือ​  ​ที่ปรากฏร่วม​กับ​  ​ลุก​  ​เป็น​   ​ลุกฮือ​  ​หมาย​ความ​ว่า​ "​ไหม้​โพลงขึ้นลุกลามอย่างรวด​เร็ว​  ​โดย​ปริยายหมาย​ถึง​การที่กลุ่มคนกลุ้มรุม​กัน​เข้า​ต่อสู้​กับ​ผู้​มีอำ​นาจ​"  ​แต่​จะ​ไม่​ใช้​ขยายบอกลักษณะของขนที่ตั้งขึ้น​ด้วย​ความ​ตกใจ​หรือ​ความ​กลัว​  ​จะ​ใช้​แต่​เพียง​  ​ขนลุก​  ​หรือ​  ​ขนลุกเกรียว​  ​เท่า​นั้น​
    ​หนังสือพิมพ์​ฉบับ​หนึ่งลงข่าวเกี่ยว​กับ​นางสาวไทยปี​  2529  ​ว่า​ "​นางสาวไทยกลับไปเยี่ยมบ้าน​ ​ชาวนครสวรรค์​  ​แตกตื่น​  ​ชื่นชม​ความ​งามคับคั่ง​" ​แตกตื่น​  ​แม้​จะ​มี​ความ​หมายตามพจนานุกรมว่า​ "​แห่​กัน​ไป​ด้วย​ความ​ตื่นเต้นตกอกตกใจ​หรือ​อยากรู้อยากเห็น​  ​เป็น​ต้น​"  ​แต่ก็​จะ​ใช้​ใน​กรณีที่​เกี่ยว​กับ​เรื่องอันควรตื่นเต้นตกใจ​หรือ​ตื่นเต้นเกี่ยว​กับ​อภินิหาร​หรือ​เรื่องที่​ไม่​คาดฝัน​  ​ความ​รู้สึกของชาวนครสวรรค์น่า​จะ​เป็น​ความ​รู้สึกตื่นเต้นสนอกสนใจ​  ​ไม่​ใช่​ความ​รู้สึกแตกตื่น​

ผู้​ร่วมอภิปราย​ใน​รายการโทรทัศน์รายการหนึ่งกล่าวว่า​ "...​เพื่อ​  ​ถากถาง​  ​ทางไปสู่​ความ​สำ​เร็จ​" ​ผู้​อภิปรายอีกคนหนึ่งกล่าวว่า​" ​เพื่อ​  ​ถากถาง​  ​ความ​สำ​เร็จของการพัฒนาอีสานบ้านเรา​"

คำ​ว่า​  ​ถาก​  ​มี​ความ​หมายว่า​ "​ฟันเอา​เปลือก​หรือ​ส่วน​นอกออก​"  ​เช่น​  ​ถากเปลือกไม้​  "​หรือ​การ​ใช้​จอบ​เป็น​ต้น​  ​ดาย​ให้​เตียน​"  ​เช่น​  ​ถากหญ้า​  ​หรือ​อาจ​ใช้​ใน​เชิงเปรียบเทียบ​  ​เช่น​  ​ว่า​ด้วย​ปากถาก​ด้วย​ตา​  ​ส่วน​  ​ถาง​  ​หมาย​ความ​ว่า​  "​ใช้​มีด​เป็น​ต้นฟัน​ให้​เตียน​" ​เช่น​ ​ถางหญ้า​  ​เมื่อนำ​คำ​ว่า​  ​ถาก​ ​และ​ถาง​  ​มารวม​กัน​เป็น​ ​ถากถาง​  ​มี​ความ​หมายว่า​  "​ค่อนว่า​  ​มี​เจตนา​ให้​เจ็บใจ​" ​เป็น​การ​ใช้​ใน​เชิงเปรียบเทียบ​  ​เช่น​  ​เราชอบพูดจาถากถางคน​อื่น​

คำ​พูดข้างต้นนี้​  ​ผู้​อภิปราย​ไม่​ได้​กล่าว​ถึง​การค่อนว่าให้เจ็บใจแต่อย่างใด  ถากถาง  ในตัวอย่างแรก  หมายความว่า  ถาก  และ  ถาง  อาจใช้คำว่า  ถาง  คำเดียวก็ได้หรืออาจคำซ้อนว่า  แผ้วถาง  ส่วนตัวอย่างที่  2  นั้นแม้จะแยกคำว่า  ถากและถาง  ออกจากกัน  ก็ยังใช้ไม่ได้  เพราะจะได้ความหมายผิดไปจากที่ผู้อภิปรายต้องการ  ผู้อภิปรายต้องการจะบอกว่าเพื่อความสำเร็จ  จะต้องขจัดอุปสรรคหรือแผ้วถางไปสู่ความสำเร็จ  ไม่ใช่การถากหรือถางด้วยความสำเร็จให้หมดไป

คำบรรยายในนวนิยายเรื่องหนึ่งมีว่า "เสียงหัวเราะ  ระงม  ไปทั้งหลัง"  และคำบรรยายใน

นวนิยายอีกเรื่องหนึ่งมีว่า "ควันคลุ้งโขมงโฉงเฉง"

ระงม  หมายความว่า  "เสียงแซ่  เสียงดังขึ้นพร้อม ๆ กัน" ใช้แก่เสียงร้องหรือเสียงร้องไห้  เป็น  ร้องระงม  หรือ ร้องไห้ระงม  แต่การส่งเสียงหัวเราะดัง ๆ จะไม่ใช้ว่าเสียงหัวเราะระงม  อาจใช้ว่า เสียงหัวเราะดังสนั่น  หรือ หัวเราะดังลั่น

โขมง  หมายความว่า  "ออกมาพร้อมกันจำนวนมาก" เช่น ควันโขมง  แม้จะได้ว่าควันคลุ้ง หรือควันโขมง  ได้  แต่จะไม่ใช้รวมกันเป็น  *ควันคลุ้งโขมง

ส่วน  โฉงเฉง  ใช้เป็นคำขายาย  มีความหมายว่า "เอะอะเอ็ดอึงเป็นทำนองเกะกะเกเร" เช่น พูดจาโฉงเฉง  โฉงเฉง  อาจใช้ร่วมกับคำว่า โขมง  เป็น  โขมงโฉงเฉง  ใช้ขยายบอกลักษณะการพูดหรือการส่งเสียงเอ็ดอึง  เช่น  คุยโขมงโฉงเฉง  ทะเลาะกันดังโขมงโฉงเฉง  แต่จะไม่ใช้ขยายบอกลักษณะการลอยตัวของควันไฟเป็น *ควันโขมงโฉงเฉง

ตัวละครในนวนิยายอีกเรื่องหนึ่งพูดว่า "คนเมาเดิน เงอะ ๆ งะ ๆ อยู่ข้างหน้า"

เงอะงะ  หรือ เงอะ ๆ งะ ๆ เป็นคำที่บอกกิริยาอาคารเคอะเขิน  จะพูดหรือหยิบจับอะไรก็ดูไม่แนบเนียนเพราะหย่อนความชำนาญ เช่น  สาวใช้คนใหม่ท่าทางเงอะ ๆ งะ ๆ ไม่คล่องเหมือนคนเก่า  กิริยาการเดินของคนเมาซึ่งไม่ตรงทาง  น่าจะใช้ว่า เดินสะเงาะสะแงะ  จะได้ความหมายตรงตามที่ต้องการ

อีกตัวอย่างหนึ่งมีข้อความว่า "แต่ละคน  ยิ้ม  กันอย่าง  ตะกุกตะกัก"

ตะกุกตะกัก  หมายความว่า "ติด ๆ ขัด ๆ ไม่สะดวก ไม่ราบรื่น" ใช้แก่การเปล่งเสียง  เช่น  พูดตะกุกตะกัก  แต่การยิ้มนั้น  แม้จะไม่รู้สึกสะดวกที่จะยิ้มให้แก่กัน  ก็ไม่ใช้คำขยายว่า ยิ้มตะกุกตะกัก  อาจจะใช้ว่า ยิ้มฝืน ๆ หรือ ฝืนยิ้ม

หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งพาดหัวข่าวว่า "แฟชั่นเลิกสูบบุหรี่  ระบาด"

ระบาด มีความหมายว่า "พลัดออกจากหมู่  กระจัดกระจาย  แพร่ไป"  มักใช้แก่สิ่งที่ไม่ดี  เช่น โรคติดต่อที่แพร่ไปอย่างรวดเร็ว  เช่น  อหิวาตกโรคระบาด  ส่วนการที่คนส่วนใหญ่หันมานิยมชมชอบการเลิกสูบบุหรี่นั้นเป็นสิ่งที่ดี  จึงไม่ควรใช้คำว่า ระบาดในที่นี้

คอลัมน์บันเทิงลงข่าวเกี่ยวกับดาราคนหนึ่งว่า "เธอยังดูสาวอยู่มากทั้ง ๆ ที่ลูกชายวัยใกล้หนุ่มอยู่ ร่อมร่อ"

รอมร่อ หมายความว่า  "อาการหนักจวนจะตาย เกือบจะหมด  เกือบจะสิ้น  หวุดหวิด ร่อแร่" เช่น จวนจะตายอยู่รอมร่อ  สอบคราวนี้เกือบจะตกอยู่รอมร่อ  จะเห็นได้ว่าเราใช้คำว่า  รอมร่อ ในเรื่องที่ไม่ดี  ไม่น่าพอใจแต่ข้อความในตัวอย่างข้างต้นไม่เกี่ยวกับความไม่ดีหรือไม่น่าพอใจแต่ประการใด จึงควรตัดคำว่า รอมร่อ  ออก

หนังสือพิมพ์ลงข่าวเกี่ยวกับดาราอีกคนหนึ่งว่าเปลี่ยนทรงผมใหม่เป็น "ทรงผม สั้นระเรื่อ ๆ นำสมัย"

เรื่อ  ระเรื่อ  ระเรื่อ ๆ หมายความว่า "อ่อน ๆ" มักใช้แก่สี  เช่น  แก้มแดงระเรื่อ  จะใช้บอกลักษณะความสั้นยาวเป็น * สั้นระเรื่อ ๆ ไม่ได้  ข้อความข้างต้นนี้  เข้าใจว่าผู้เขียนต้องการจะบอกผมสั้นเรี่ยต้นคอ  แต่เลือกใช้คำผิดเป็น ระเรื่อ ๆ

การถ่ายทอดการประกวดนางงามทางโทรทัศน์  โฆษกกล่าวว่า "ท่านจะได้ชม ประเพณี  อันสำคัญของไทยเรา  คือการประกวดนางนพมาศประจำปี 2529"

ประเพณี  หมายถึง  สิ่งที่นิยมประพฤติปฏิบัติสืบ ๆ กันมาจนเป็นแบบแผน  ขนบธรรมเนียมหรือจารีตประเพณี"  การลอยกระทงในเทศกาลเดือนสิบสองเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของไทย  แต่การประกวดนางงามในวันงานหรือในโอกาสเทศกาลต่าง ๆ นั้น ไม่ใช่ประเพณี  แม้ว่าจะจัดประกวดกันมาเป็นเวลาหลายปี  การประกวดนางนพมาศในเทศกาลลอยกระทงไม่ใช่สิ่งสำคัญแต่อย่างใด  เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจัดงานซึ่งอาจจะจัดให้มีขึ้นหรือไม่ก็ได้  การใช้คำว่า ประเพณี  ในข้อความข้างต้นจึงไม่ถูกต้อง

โฆษกรายการวิทยุได้กล่าวถึงปัญหาสังคมประการหนึ่งและสรุปว่า "ท่านผู้ฟัง  อย่าได้นิ่งนอนใจ  แล้วก็ อย่าอาทรร้อนใจ  หมายความว่าให้อยู่เฉย ๆ นะครับ"

นิ่งนอนใจ  หมายความว่าวางใจในเหตุการณ์ ไม่วิตกกังวล  การที่โฆษกบอกว่า  อย่านิ่งนอนใจ  ก็ต้องการให้ผู้ฟังสนใจและไม่นิ่งเฉย  ต้องพยายามหาทางแก้ไขปัญหา  แต่ต่อมากลับบอกว่า  อย่าอาทรร้อนใจ  ซึ่งหมายความว่าอย่าเอาใจใส่  อย่าพะวงหรือวิตกกังวล  คำพูดของโฆษกขัดแย้งกันเองจริงอยู่เมื่อมีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้น  เราก็ควรสนใจ  แต่ไม่ควรวิตกกังวลจนเกินไป เมื่อต้องการจะสื่อความหมายเช่นนี้  ก็จะต้องกล่าวให้แจ่มชัด เช่น "อย่านิ่งนอนใจ  ก็อย่าอาทรร้อนใจจนเกินเหตุ" ส่วนคำอธิบายเพิ่มเติมของโฆษกในตอนท้ายนั้น  ขัดกันกับความข้างหน้าอย่างยิ่ง  เพราะการที่ห้ามไม่ให้นิ่งนอนใจนั้น ก็บ่งความหมายในตัวว่าจะต้องช่วยกันแก้ไข  ไม่ใช่การอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไร

ตัวละครในละครโทรทัศน์เรื่องหนึ่งพูดว่า "ถ้าแก ลวนลาม  ถึงผู้หลักผู้ใหญ่อีกละก็แกเจ็บตัวแน่"

ลวนลาม  หมายความว่า  "ล่วงเกินในลักษณะเช่นแสดงกิริยามารยาทแก้ผู้อื่นเกินสมควรจนขาดความสุภาพ" มักใช้ในการที่ชายถูกเนื้อต้องตัวหญิงในลักษณะที่ไม่สุภาพ  เมื่อใช้คำว่า ลวนลาม จะตามด้วยคำนามที่เป็นกรรมได้โดยไม่ต้องมีบุพบท  ถึง นำหน้ากรรมเช่นใช้ว่า "ลวนลามสุภาพสตรี"

ในละครตอนที่กล่าวถึงนี้ไม่เกี่ยวกับการลวนลามผู้ใหญ่  แต่ผู้พูดต้องการจะห้ามลูกชายไม่ให้พูดจาล่วงเกินผู้ใหญ่  จึงควรใช้ว่า  ล่วงเกิน  หรือ ลามปาม  ซึ่งหมายพึงว่าพูดหรือแสดงกิริยาไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงต่อบุคคลเมื่อเห็นว่าเขาไม่ถือและกระทำต่อเนื่องไปถึงบุคคลอื่น ๆ อีกด้วย

ในการถ่ายทอดงานการกุศลทางโทรทัศน์  โฆษกกล่าวขอบคุณผู้ชมในตอนท้ายของรายการว่า "ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ติดตามชมรายการมาตั้งแต่บ่ายสองโมงจนถึง ปัจจุบันนี้"

ปัจจุบันนี้ ถึงแม้จะมีความหมายว่า "เวลาเดี๋ยวนี้  ทันที"  และจะใช้บอกเวลาในลักษณะที่ต้องการเน้นว่าไม่ใช่อดีต  ไม่ใช่อนาคต  เช่น  ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน  ส่วนการกล่าวถึงเวลาในขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น  จะไม่ใช่คำว่าปัจจุบันนี้ แต่อาจจะใช้คำว่า ขณะนี้ บัดนี้  เดี๋ยวนี้ ตอนนี้

บทความในนิตยสารกล่าวถึงดยุกแห่ง  วินเซอร์ว่า "ดยุกแห่งวินเซอร์ก็  พลอยฟ้า  พลอยฝน คือ วอลลิซว่ายังไงก็ต้องเป็นยังงั้น"

พลอยฟ้า  พลอยฝน   หมายความว่า  "ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่ต้องเป็นตามไปด้วย" เช่น เขาไม่ได้หนีโรงเรียน  แต่ก็พลอยฟ้า  พลอยฝน  ถูกทำโทษไปด้วย  หรือ เธอไม่ได้ช่วยทำงานเลย แต่ก็พลอยฟ้าพลอยฝนได้รับเลี้ยงไปด้วย

ข้อความในตัวอย่างข้างต้นไม่เกี่ยวกับเรื่องของการพลอยฟ้า  พลอยฝน  แต่ผู้เขียนต้องการจะบอกว่า  ไม่ว่านางวอลลิซจะว่าอย่างไรดยุกแห่งวินเซอร์ก็ พลอย เป็นไปด้วยหรือว่าอย่างนั้นตามไปด้วย การใช้ พลอยฟ้าพลอยฝน ในตัวอย่างข้างต้นจึงไม่ถูกต้อง  ควรใช้คำว่า  พลอย  ซึ่งหมายความว่า "เห็นคนอื่นทำก็ร่วมกับเขาด้วย"

ตัวอย่างที่เสนอมาข้างต้นนี้ล้วนแสดงให้เห็นว่าคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน  อาจจะทำให้ผู้ใช้ภาษาเกิดความสับสนและใช้คำผิดความหมายได้  เราจึงควรที่จะศึกษาความหมายของคำให้เข้าใจถ่องแท้และพิจารณาให้รอบคอบว่าเมื่อใดควรจะใช้คำใด คำนั้น ๆ มีความหมายอย่างไร  คำนั้นมีความหมายแฝงหรือไม่ความหมายแฝงของคำนั้น ๆ คืออะไร  เมื่อเข้าใจความหมายของคำและมีความระมัดระวังในการเลือกใช้คำ ก็จะทำให้สื่อสารได้ผลตามต้องการ

ดุษฏีพร  ชำนิโรศศานต์  "คำกับความหมาย"  วารสารภาษาและวรรณคดีไทย : ปีที่  4  ฉบับที่  3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2530  หน้า  35 – 43

        คำในภาษาไทยที่มีความหมายคล้ายกัน  หรือ ใกล้เคียงกันมีอยู่จำนวนมาก  บางครั้งบางข้อความอาจใช้แทนกันได้  แต่บางครั้งจะใช้แทนกันไม่ได้เลยจึงเป็นเหตุให้ผู้ที่เข้าใจความหมายไม่ดีพอ ใช้คำอย่างผิดความหมายอันเป็นเหตุให้การสื่อสารไม่ได้ผลเท่าที่ควร

        คำที่มีความหมายใกล้เคียงกันตามที่ยกมาให้พิจารณานี้  จะถือเอาความหมายตามพจนานุกรมเป็นหลัก  ทั้งนี้จะใช้เห็นความแตกต่างระหว่างคำที่มีความหมายคล้ายกัน  2  ประการ คือ

1. ความหมายของคำ

2. ลักษณะการใช้ที่ต่างกัน

ทั้งนี้ทุก ๆ คำได้แต่งประโยคเป็นตัวอย่างให้ด้วย เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นวิธีการใช้เหล่านี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น  เพราะการรู้ความหมายของคำเพียงอย่างเดียว  แต่ไม่เข้าใจถึงโอกาสในการใช้ย่อมไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร

ooooo

ใช้ firefox อยู่หรอ ลองดูนี่

ให้เข้าไปที่โฟลเดอร์ Profile >> Chrome

สำหรับ Windows XP/2000
C:\Documents and Settings\[User Name]\Application Data\Mozilla\Firefox\Profiles\xxxxxxxx.default/chrome

สำหรับ Windows 95/98/ME
C:\WINDOWS\Application Data\Mozilla\Firefox\Profiles\xxxxxxxx.default\xxxxxxxx.default/chrome

จากนั้นเปิดไฟล์ที่ชื่อ userContent.css เสร็จแล้วก๊อปเจ้าโค้ดข้างล่างนี้ลงไปวาง
แล้วบันทึก จากนั้นปิดไฟร์ฟอกซ์

@-moz-document url-prefix(http://f0nt.com/) {

img[src="/ad/memorytoday.gif"] ,
embed[src="/ad/monabanner.swf"] ,
embed[src="/ad/vo.swf"]

  {
    display: none !important
  }

}


เปิดขึ้นมาใหม่ แล้วมาปั่นบอร์ดนี้ดู

iannnnn


|<3N

สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ

นายโอ้เอ้

Today you , Tomorrow me.

คุณชาย ( 737 )

ผมลองแล้ว แต่ก็ไม่สามารถบล็อกโฆษณาได้ครับ หรือผมทำอะไรผิดไปครับ  :42:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

|<3N

สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ


iannnnn


mittlelaymai~*

ได้ FD mail มา

>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่โง่
>>เเต่ถ้าฟังโปเตโต้
ถึงมีรักเเท้เเต่ก็ดูเเลไม่ได้
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ตาใส่เเจ่ม
>>เเต่ถ้าฟังบอดี้เเสลม มักจะโทษว่าความรักทำให้คนตาบอด
>>
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เพ้อเจ้อ
>>เเต่ถ้าฟังพีชเมกเกอร์ จะละเมอถึงเเต่เรื่องบนเตียง
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ปากเราติดดิสเบรก
>>เเต่ถ้าฟังเบิร์ด-เสก ถึงอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจเราชอกช้ำ
>>เเต่ถ้าฟังไอน้ำ จะชอกช้ำเพราะรักคนมีเจ้าของ
>>
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เหงาหงอย
>>เเต่ถ้าฟังเสนาหอย จะเเอบเหงาคนเดียว
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่งมงายในความเชื่อเเละศรัทธา
>>เเต่ถ้าฟังทาทา มักจะพูดว่า ไอ บีลีฟๆ
>>
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันอย่างไม่ต้องนอนละเมอ
>>เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์
มักจะเจอรักแท้ในคืนหลอกลวง
>>
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่เน่าเสีย
>>เเต่ถ้าฟังนัท มีเรีย มักจะโทษว่า รักไม่ช่วยอะไร
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราไม่คุยโม้
>>เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ จะถูกว่า ว่าปากดีนะเรา
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรามีสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน
>>เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ เพียงเเค่วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล
>>
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเจอคนดีเสมอ
>>เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอผู้ร้ายคนใหม่
>>
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเข้าใจกัน
>>เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ บอกได้คำเดียวว่า ยิ่งกว่าเสียใจ
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรารักกันยิ่งกว่าชีวิน
>>เเต่ถ้าฟังเอ็นโดรฟิน จะเป็นได้เเค่เพื่อนสนิท
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจใสเเจ่ม
>>เเต่ถ้าฟังว่าน วงเเพลม
จะตัดพ้อต่อว่า ไม่บอกให้รู้สักเรื่องได้ไหม
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เเรด
>>เเต่ถ้าฟังบิ๊กเเอส มักจะเล่นของสูง
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่หยิ่งยะโส
>>เเต่ถ้าฟังติ๊ก ชีโร่ จะโอหังว่า รักไม่ยอมเปลี่ยนเเปลง
>>
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจเปล่งปลั่ง
>>เเต่ถ้าฟังอาหรั่ง จะคุ้มคลั่งว่า ทำบ้า....ทำบ้าอะไร
>>
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ดีที่ใจมิใช่เพียงเเค่หน้าตา
>>แต่ถ้าฟังปนัดดา ก็จะรู้เพียงว่า ขอเป็นคนเลวที่รักเธอ
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่สั่นคลอน
>>แต่ถ้าฟังสุนทราภรณ์ เเล้วเธอจะรู้สึก!!
>>
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เปลืองเเรง
>>เเต่ถ้าฟังพรศักดิ์ ส่องเเสง จะเปลืองเเรง
เพราะ
>>มีเมียเด็กต้องหมั่นตรวจเช็คใครโทรมา
>>
>>
>> ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้สอบผ่านทุกๆ ปี
>>เเต่ถ้าฟังเเอน สุชาวดี มักจะติดร.วิชาลืม
>>
>>
>>***คติ***
>>ไม่มีใคร!! มีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้ เพราะ.....
>>คนที่มีค่าพอสำหรับคุณนั้น
>>ย่อมไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด....
>>พระมหาสมภัค กิตฺติปญฺโญ...กุฏิ 37
Deep in my soul, I know that you are my destiny.
แต่ไม่มีทางที่จะทำให้ได้อยู่ด้วยกัน
ไม่ว่าจะยากจะฝืนสักเท่าไหร่ ฉันต้องปล่อยเธอไป

Ou!

งบน้อย


ooooo

ไม่รู้ว่าผมเป็นคนเดียวมั้ยนะ
เดี๋ยวนี้มีความรู้สึกว่า google ทำไมมันหาอะไรไม่ค่อยตรงความต้องการเลย (ทั้งเว็บและรูปภาพ)
ไม่เหมือนแต่ก่อน หาปุ๊บเจอปั๊บ ทั้งๆที่รู้เทคนิคการค้นหาเยอะขึ้น
หรือตัว google เอง มันไปพัฒนาอย่างอื่น จนลืมเรื่อง search engine ที่เป็นตัวหลักรึเปล่า

ปล.อีกอย่างคือเดี๋ยวนี้เว็บต่างๆเริ่มทำเรื่อง SEO เยอะขึ้น (Search Engine Optimization)
เป็นเหตุให้มีการแย่งชิงพื้นที่ Top10 ในหน้า result อย่างหนัก จนบางครั้งผลลัพท์มีความเกี่ยวของกับ keyword น้อยมาก

หรือว่าตูคิดมากไปเอง

ooooo

#853
เรื่องฟอนต์บ้างเถิด

เว็บหาฟอนต์ฝรั่ง (หลังจากที่บอร์ด Dafont หายไป)
http://www.myfonts.com/WhatTheFont

โหลดฟอนต์ดัง 300 ตัว
http://www.typenow.net/themed.htm

Times New Roman กำลังจะตาย?
http://fadtastic.net/2006/05/27/the-end-of-an-era-for-times-new-roman

ฟอนต์ของ Google
http://omarchowdhury.com/2006/05/30/the-google-font-get-it-now

25 ฟอนต์ฟรีคุณภาพ (สุดยอด)
http://www.alvit.de/blog/article/20-best-license-free-official-fonts

20 ฟอนต์ pixel คุณภาพ
http://pixelfonts.style-force.net

อื่นๆ
http://keithdevens.com/wiki/ProgrammerFonts


ปล. f0nt.com น่าจะมีบล็อกเกี่ยวกับฟอนต์เนาะ แนวดีออก

นิ้ง

อ้างคำพูดจาก: xxxxx เมื่อ 17 มิ.ย. 2006, 17:56 น.
ไม่รู้ว่าผมเป็นคนเดียวมั้ยนะ
เดี๋ยวนี้มีความรู้สึกว่า google ทำไมมันหาอะไรไม่ค่อยตรงความต้องการเลย (ทั้งเว็บและรูปภาพ)
ไม่เหมือนแต่ก่อน หาปุ๊บเจอปั๊บ ทั้งๆที่รู้เทคนิคการค้นหาเยอะขึ้น
หรือตัว google เอง มันไปพัฒนาอย่างอื่น จนลืมเรื่อง search engine ที่เป็นตัวหลักรึเปล่า

ปล.อีกอย่างคือเดี๋ยวนี้เว็บต่างๆเริ่มทำเรื่อง SEO เยอะขึ้น (Search Engine Optimization)
เป็นเหตุให้มีการแย่งชิงพื้นที่ Top10 ในหน้า result อย่างหนัก จนบางครั้งผลลัพท์มีความเกี่ยวของกับ keyword น้อยมาก

หรือว่าตูคิดมากไปเอง
คิดเหมือนกันเลยค่ะ เดี๋ยวกว่าจะหาได้อย่างที่ต้องการ เสียเวลามากขึ้นเยอะเลย
"ความรักนั้น...ง่ายดายกว่าที่คิด...ยากเย็นกว่าที่เห็น"

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines