สอนเล่นอีรัตน์

เริ่มโพสต์โดย มังกิ๊ง, 16 มี.ค. 2006, 11:54 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

AMORN

Adobe ออกแบบ Indesign มา ไม่ต้องการให้ใช้ Indesign Output งานโดยตรงอยู่แล้วครับ อย่างไงงานบน Indesign ต้องจบที่ PDF ครับ เพื่อให้ช่างเขา lay บนโปรแกรม lay อื่น อยู่แล้ว

คนที่สนใจและยังทำงานกับ illustrator โดยเลี่ยงเสียไม่ได้ อ่านนี่ก่อนอาจพอเข้าใจครับ

http://s53.yousendit.com/d.aspx?id=33QA8IG4KSJO53LP37LK2KQC2G

โก้

ขอบคุณคุณ AMORN ครับ
+1 ให้กับการแชร์ความรู้กันครับ  :22:
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

นักศิลปะ

#62
คุณพระช่วย ทำงานบนอีลาสมา 15 ปี
มันผิดหมดเลยนี่หว่า ดักดานมากกกกกกกกกกกกเรา :26:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

Piix

#63
.

Layiji

บวกคุณอมรอีกสักรอบ  :25:
นักเขียนการ์ตูนรายปี

โก้

CS 2  เป็นยังไงไม่รู้จักครับ
ยังใช้ CS 1 อยู่เลย ไม่มีปัญหาดี
มีแค่น็อคไปดื้อๆ  :30:

ส่วนคว๊ากกกกกกเอ๊กซ์เพรส
เอามาลงแล้วก็แช่ไว้ 6 เดือน
แล้วก็ลบ  เพราะเริ่มไม่ถูก งง :05:
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

Piix

#66
.

AMORN

สำหรับคนที่ทำงานกับ Illustrator CS และ CS2 คงงงกับการกำหนดค่าบางอย่างไม่เหมือนเอกสารที่ผมทำให้เพราะเอกสารดังกล่าวนั้นเป็นการใช้งาน illustrator  v.10 อย่างเช่น
การกำหนดค่า Printing & Export ใน Illustrator CS2 ย้ายไปรวมกับ
การกำหนด Flatten Transparency แทนครับ ส่วนการค่ากำหนดต่างๆ
เหมือนเดิม คือ
(สั่ง Select  All ก่อน ...แต่ ต้องมั่นใจว่าไม่ได้ lock layer หรือ object ใดๆ ไว้)
1. ตรงสไลด์บาร์ หากเป็นงานที่มี link ภาพ Raster
เข้ามาด้วยค่ามาตรฐาน 70 - 75 หากเป็นงาน Vactor ล้วนๆ กำหนด
เป็น 100 ครับ สไลด์บาร์หมายถึงหากภายในงานเราเป็นเวคเตอร์ล้วนๆ ก็กำหนดค่าเป็น Vactor 100 เปอ์เซ็น แต่เมื่อเรา link งานเข้ามาจำเป็นที่จะต้องทำการ Cilp Complex Regions เพื่อให้สมดุลของภาพ Vactor กับ Raster ไม่เสียหาย (ค่ามาตรฐานที่สั่งกันราวๆ 75 ครับ)
2. ส่วนเส้นและตัวหนังสือความละเอียด 2540 ppi
3. และ
การไล่สีกับและจุดความละเอียด 300 ppi (ตรงนี้จะตัดปัญหาเรื่องตอนทำเงาหรือที่เรียกว่า DropShadows แล้วเงาเป็นเม็ดๆ ไม่เนียน แต่ต้องไม่ลืมว่าให้ไปกำหนดที่ Effec Setting เป็น 300 ด้วย)
4. เช็คถูกที่หน้าข้อความ Convert All Text to Outline คือยอมที่จะให้เปลี่ยนตัวหนังสือให้เป็นเส้นแทน(ผมบอกแต่แรกแล้วว่าไม่ต้อง Creat Outline เพราะเราจะมาทำกันตรงนี้ครับ)
5. เช็คถูกที่หน้าข้อความ Convert All Strokes to Outline คือยอมให้เปลี่ยนเส้นต่างให้เป็น Path ตรงนี้มีข้อดีในเรื่องของการส่งงานเข้าสู่กระบวนการ Rip ครับ
6. เช็คถูกที่ Cilp Complex Regions คำสั่งนี้จะ Active ต่อเมื่อเราเลือกที่จะเลื่อนสไลด์บาร์มาทางด้าน Rastor ค่าตั้งแต่ 99 ลงมา ความหมายของคำสั่งนี้คือ การหั่นภาพที่ซ้อนทับกันระหว่าง Raster กับ Vactor เนื่องด้วย เครื่อง Rip ไม่ชอบการที่มีการทับกันของสองสิ่งนี้(ไม่ชอบหมายถึง Rip ช้าครับ)
7. ส่วนอีก 2 คำสั่งด้นล่างคงค่าไว้อย่างเดิมครับ(มันเช็คอย่างไงไว้ก็ปล่อยมัน) มันเป็นเรื่องของการกำหนดการทับซ้อนของสีและการปล่อยหมึกตอนพิมพ์
8. OK เป็นการเสร็จพิธีการ Flatten งานที่ทำบน Illustrator
(ตรงคำสั่งด้านข้าง Save Preset... เป็นการเก็บค่ากำหนดนี้เอาไว้เรียกใช้ได้ในครั้งต่อไป โดยเรียกใช้ได้ที่ช่อง Preset ด้านบนสุด)



ส่วนคนที่ว่างานบน PDF สีมันแปลกๆ ไปหรือจืดไป หรือไม่ก็ทึบไป เพราะคุณกำหนด Color Setting ไม่ดีครับ คุณต้องไปกำหนด ICC Profile ของสีที่ใช้ให้ตรงกันทุกโปรแกรม สีจึงจะออกมาไม่เพี้ยนครับ (ส่วนกำหนดอย่างไง อันนี้ไม่ขอกล่าวถึงลองคลำๆ กันดู เพราะว่าไปเรื่องยาวมาก)
อีกอย่างคุณต้องเลือก job option ที่ได้มาตรฐานเรื่องงานสีและเรื่องความละเอียดของชิ้นงานจะได้ไม่มีปัญหา


ส่วนคนที่ถามถึงเรื่อง Indesign กับ Effect ต่างๆ ดูตามภาพนี้ครับ(มีเหมือน illustrator ทุกอย่าง และเพิ่มในส่วนของกรจัดการ text เพิ่มขึ้นอีก)

โก้

ข้อดีของ Indesign อีกอย่างที่เคยเจอก็คือ มันจะเก็บงานไว้ให้ครับ
หมายความว่าถ้าเปิด File New แล้วทำๆ อยู่โดยไม่ได้ Save ครั้งแรก
ร้อยทั้งร้อยก็หาย แต่ถ้าเรา Save ไว้ครั้งนึง แล้วกำลังทำๆ อยู่
แล้วเดี้ยง เปิดมาอีกทีนึง งานที่เราทำตอนนั้นจะยังอยู่ครับ ไม่ต้องเริ่มใหม่
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

แมวเงียบ

รู้สึกดีมากค่ะที่ไมไ่ด้ทำงานนิตยสาร
เพราะอ่านไม่รุ็เรื่อง - -"

โก้

คัดเอามาจากบอร์ด Indesignthai.com นะครับ
คุณ ขจร ซึ่งเป็น Site Admin ได้เอาบทความที่
เคยเขียนไว้ เอามาลงให้หลายๆ คนอ่านกันครับ
---------------------------------------------------
สิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้จักการใช้เครื่องมือและคำสั่งของ Adobe Illustrator มีดังนี้

1. Color Setting สำหรับผู้ที่ใช้ Adobe Illustrator เวอร์ชั่น CS1 ลงไป หากต้องทำงานออกแบบสิ่งพิมพ์ต้องกำหนด Mode ของการทำงานเป็น CMYK และกำหนดค่า Profile สีให้สอดคล้องกับ Workflow ของเรา หากผู้ใช้งานไม่เคยกำหนดค่า Color Setting ที่ Adobe Illustrator เลย ค่าที่ติดตั้งมาจากโรงงานคือ Emulate Adobe Illustrator 6 ซึ่งหากคุณไม่เคยตั้งค่ามาก่อน คุณก็จะพบอาการที่ว่าสีของภาพจากโปรแกรม Photoshop มา Illustratorไม่เหมือนกัน สำหรับโปรแกรม Adobe CS2 สามารถทำงานใน Mode RGB ได้ และการกำหนดค่าสีก็จะถุกควบคุมโดย Adobe Bridge สามารถควบคุมสีให้อยู่ในระบบ Workflow เดียวกันทุกโปรแกรม

2. กำหนดค่า Document Raster Effect Settings ค่าที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่แรกคือค่าที่ทำงานบน Web Design นั่นคือค่าความละเอียดของ Raster ถูกกำหนดไว้ที่ 72 ppi หากเราไม่ได้กำหนดค่าให้เหมาะสมคือ 300 ppi สำหรับงานพิมพ์ตั้งแต่แรก เมื่อเราทำงานเสร็จแล้ว ต้องการกำหนดค่าให้ถูกต้อง คราวนี้คุณก็ต้องทำใจแล้วว่า Effect ที่เลียนแบบ Raster เช่น Drop Shadow จะเปลี่ยนไป และนอกจากนี้ใน Menu คำสั่งที่ Document Raster Effect Settings ยังมีการกำหนดค่าอื่นๆ ที่ส่งผลต่อ Effect ในงานของคุณด้วย

3. เข้าใจเรื่อง Path และ layer เราทราบหรือไม่ว่าทำไมเวลาเราพิมพ์งานจาก Illustrator แล้วบางครั้ง icon หมุนใช้เวลานาน นี่ละครับสาเหตุเพราะเราสร้าง Path มากเกินไป Adobe Illustrator มีข้อกำหนดคือ Path ห้ามเกิน 5,000 Path คราวนี้ คุณอาจจะมีคำถามอีกว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีกี่ Path? และมากำหนด Path ได้อย่างไร ก็เราต้องการออกแบบงานอย่างนี้?

ผมสามารถตอบได้ทั้งสองประเด็น ประเด็นแรกทุกโปรแกรมของ Adobe หรือแม้กระทั่งของค่ายอื่น จะมีคำสั่ง Document info ซึ่งจะมีรายละเอียดบอกเราทุกอย่างทั้งข้อมูลภาพ ฟ้อนท์ และ Object ซึ่งเมื่อเราเลือก Object ทั้งหมดที่เราสร้างขึ้น แล้วเราเข้าไปดูที่ Window > Document info >Object เราจะเห็นข้อมูลว่า งานที่เราสร้างมีกี่ Path มีจุดกี่จุด ความยาวเส้นทั้งหมดเท่าไร ตรงนี้แหละครับเป็นข้อมูลของ File ที่เราทำไปทั้งหมด

ในประเด็นที่สอง Adobe ไม่ได้ห้ามความคิดในสร้างงานของคุณอย่างที่คิด เมื่อเราสร้าง Object ให้เกิด Path แล้ว เราต้องรู้จักการจัดการ Path ให้อยู่ด้วยกัน เช่น การใช้ Pathfider, Compound Path หรือ Symbol ถ้าเราเข้าใจการเลือกใช้คำสั่ง ปัญหาเรื่อง File งานใหญ่ งานพิมพ์ไม่ออก จะหมดไปครับ

4. ต้องทำการเข้าใจกับการจัดการเรื่อง Transparency ต้องรู้เรื่อง Flatten Transparency และการ Rasterize หากต้องการทำงานที่ใช้ Effect หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ

5. ต้องเรียนรู้การ Output เป็น PDF

6. ต้องเลิกคิดว่าการ Create Outline เป็นสิ่งที่แก้ปัญหาทั้งหมด ต้องทำให้รู้สึกว่าจนตรอกจริงๆ ถึงต้อง Create Outline เพราะการที่เราต้อง Create Outline นั้นมีอยู่ 4 กรณี คือ ฟ้อนท์ของระบบปฎิบัติการ เช่น Times, Helvetica (กรณีนี้เป็นปัญหาในระบบปฎิบัติการเก่าๆ) การทำงานข้ามระบบปฏิบัติการ
ฟ้อนท์มีลิขสิทธ์ และต้องการทำกราฟิคกับฟ้อนท์

7. กำหนดขนาดงานให้พอดีกับ Art Board เพราะต่อไปเราต้องใช้ไฟล์ Native ที่อยู่มรรูปแบบ ai เมื่อนำไปใช้งานกับโปรแกรมอื่นเช่น Page layout จะทำให้เราทราบขนาดงานที่ถูกต้อง และง่ายต่อการทำงาน
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

AMORN

อาจารย์ผมเองครับ เขาเป็นที่ปรึกษาของ Adobe ครับและยังเป็นกลุ่มคนที่ทำ TSP ด้วยครับ  :42: ความรู้เขาเรื่อง Adobe นี่สุดยอดจริงๆ ครับ

นักศิลปะ

ทั้งหมดยากเกินไป สำหรับ ผม จริงๆ
:44:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

Piix

#73
.

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: PerspectivE เมื่อ 11 พ.ค. 2006, 14:43 น.
ไม่ยาก ถ้าอยากลอง


ง่ายกว่าเก็บดาวที่นี่ตั้งเยอะ

ขอผ่านครับ
:18:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines