ช่วงเน้ ใครดูหนังไรกันบ้างอะ

เริ่มโพสต์โดย piclet, 03 มิ.ย. 2005, 00:47 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

inatmon

ชอบชื่อไทยของ Pandorum
"ลอกชีพ"  :38:

Buob Marley

เดี๋ยววันนี้ว่าจะดูดิสทริกล่ะ
เพิ่งโหลดเสร็จเมื่อเช้า :47:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

JΛNΣ


Katezila

เมื่อวานพ่อซื้อแผ่น district 9 มา

บรรยายไทยโดย พันธมิตร 100%

พ่อบอกว่า คนขายยังงงๆอยู่เลย ว่ามันออกมาได้ไง  :30:
สนใจท่ออุตสาหกรรม​ เลือก DragonFlex นะจ้ะ​จุ๊บๆ​

อู๋

เห็นที่คลองถมเหมือนกัน ทั้งชัด ทั้งซับ ทั้งภาค ครบเลย  :30:

เทอร์โบบูสเตอร์

จริงดิ  :07:  พึ่งไปดูในโรงมาเมื่อวันศุกร์เอง
กาก

Dayight

ดูดิสตทริกจบแล้วเมื่อกี้เอง ในเว็บ คลับเอ็มไทย-ลองของคลับ   แบบซับ ภาพชัด


เฉยๆ นะไม่รู้สึกหวือหวาอะไร


คือ เทคโนโลนีมันเจริญกว่าเรามากๆ ไหงถูกปล่อยให้นอนเน่าอยู่ที่โลก อาวุธก็แรงกว่า
กินรอบวง

iannnnn

มันมีเหตุผลของมันครับ ซึ่งการที่ไม่บอกนี่แหละเป็นเสน่ห์ของมัน :12:


แต่จริงๆ มันบอกไว้แล้วแหละ ต้องดูละเอียดๆ

เทอร์โบบูสเตอร์

มันบอกไว้ในหนังแล้วนี่ครับ

บอกว่าหัวหน้ามันตายเพราะโรคหรืออะไรซักอย่าง ทำให้ไม่มีผู้นำ

เหมือน มดงาน ไม่มีราชินี ก็มีชีวิตอยุ่ไปวันๆ ไม่คิดจะทำอะไร


อยากให้ภาคสอง ตัวลูกนี่แหละ กลายร่างมาเป็นผู้นำ ถล่มโลกให้กระจุยไปเลย
  :07:
กาก

i-poon

เอ๋.. เค้าไม่ได้บอกว่ามันเสียความเป็นผู้นำเหรอฮะ มีผู้นำตายด้วยเหรอ  :44:
50 levels avaliable, 22 secrets levels avaliable :P

คิ้วหนาจ้ะ

ใช่ๆ ผู้นำตาย แต่เหมือนว่ามันเป็นการสันนิษฐาน ไม่ใช่เรอะ
แต่ตอนจบนี่โคตรเศร้าเลย

เทอร์โบบูสเตอร์

ยืนยันว่า เค้าสันนิษฐานว่าผู้นำตายครับ ทำให้พวกกุ้งมันใช้ชีวิตไปวันๆ

ตอนจบ ตูอยากให้ ตัวที่นั่งทำกุหลาบกระป๋องนั่น ไม่ใช่ พระเอกนะ (เรียกว่าพระเอกได้เปล่าหว่า)

แต่อยากให้ พระเอกหน่ะ โดน สนส จับตัวไปทดลอง จนทำให้คนสามารถใช้อาวุธกุ้งได้

หรือเอาไปแล้วพัฒนาคนให้เป็นกุ้งได้ มีความสามารถเพิ่มขึ้นอะไรแบบนี้

เอาไว้รอ ภาคสอง ตอนกุ้งกลับมาถล่มโลก ยิงกันให้ไส้แตกเลย 5555

ปล. งง นิดหน่อย ตรงที่มันแขยงพระเอก ที่โดนออกข่าวว่า ปึ๊ดจั้มปึ๊ดกับกุ้ง แต่ตอนแรก ก็มี พวกไนจีเรียนผู้หญิงขายตัวให้กุ้งไม่ใช่เหรอ



ไปดู 9 กันด้วยดิ เท่มากๆเลยนะ เชียร์ :25:
กาก

iSharp

9 พรุ่งนี้ๆ  :53:

จากในหนังสารคดีช่วงต้นเรื่องเค้าเดาไว้ว่าผู้นำของยานอพยพตายครับ ก็เลยเอ๋อกันหมด

ตอนท้ายนึกว่าพระเอกเหมือนกัน

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

คิ้วหนาจ้ะ

จริงๆ มันก็น่าจะใช่นา ตอนท้ายน่ะ

เทอร์โบบูสเตอร์

นวลเพียบ  :30:

จริงๆ ก็ใช่แหละ แต่ไม่อยากให้ใช้ ไง กลัวถ้ามีภาคสอง มนุษย์จะไม่มีอะไรไปสู้กุ้งได้หน่ะ


อันนี้เอามาจากเว็บนี้

http://www.entertainweekly.in.th/file_detail.php?cid=00138&c=2


ภาพของยานอวกาศขนาดยักษ์ที่ลอยตระหง่านอยู่เหนือเมืองโยฮันเนสเบิร์ก ในห้วงแรกอาจจะทำให้เราไพล่นึกไปถึงหนังที่มีภาพใกล้ๆ กันอย่าง ID4 แต่เปล่าเลย เอเลี่ยนใน District 9 ไม่ได้มาบุกมาสั่นคลอนมนุษย์ด้วยท่าทีเอิกเหริก ครึกโครมเยี่ยงหนังเรื่องนั้น ในที่นี้พวกมันมาถึงโลกเมื่อกว่ายี่สิบปีก่อนในภาวะที่หมดสภาพสิ้นฤทธิ์เดช ก่อนที่จะลงเอยด้วยการใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ในฐานะ "ผู้อาศัย" ในเขตควบคุมชื่อเดียวกับหนัง แน่นอนไม่มีใครทราบว่าแท้ที่จริงแล้วพวกมันกำลังแทรกซึม วางแผนชำระแค้นด้วยการล้างพันธุ์มนุษย์ให้สิ้นซาก หวังยึดครองโลกเป็นอาณาจักรแห่งใหม่ของพวกมันแบบถาวร เว้นแต่ แผนการดังกล่าวถูกขัดขวางจากชายคนหนึ่งที่ดันไปล่วงรู้เข้าโดยบังเอิญ และตัดสินใจปกป้องโลกจากมหันตภัยครั้งนี้ด้วยตัวเอง (บวกเพื่อนอีก 2-3 คน) โดยที่มวลมนุษยชาติ มิอาจได้รับรู้ถึงวีรกรรมเสียสละอันยิ่งใหญ่ของฮีโร่จำเป็นกลุ่มนี้เลยแม้แต่น้อย...


       ไม่น่าแปลกใจ ถ้าเรื่องราวใน District 9 จะเดินหน้าและจบลงแบบเดียวกับข้อความในเบื้องต้น หากว่าหนังถูกสร้างขึ้นโดยมือผู้เขียนบทและผู้กำกับจากฮอลลีวู้ด ที่ช่ำชองการทำหนังเชิงพาณิชย์ เพื่อดูดสตางค์จากคอหนังในช่วงซัมเมอร์ ก่อนที่จะหายวับไปแบบไม่มีอะไรให้จดจำ
       นี่อาจจะเป็นการสบประมาทและมองภาพรวมของฮอลลีวู้ดในแง่ร้ายมากเกินไปหน่อยก็เป็นได้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าบางคน (รวมถึงผู้เขียน) จะรู้สึกไปเยี่ยงนั้น เพราะหากลองย้อนไปฟื้นฝอยหนังในแนวทางเดียวกันนี้ มิใช่ฮอลลีวู้ดหรอกหรือ ที่ถนัดยิ่งนักกับการสร้างหนังเชิดชูฮีโร่ชวนฝันออกมาเรื่องแล้วเรื่องเล่า


       แต่สำหรับผู้กำกับชาวอาฟริกาใต้ (และมือเขียนบทร่วม) อย่าง นีลล์ บลอมแคมพ์ แทบจะไม่ได้สนใจในการเล่าเรื่องตื่นเต้นประโลมโลกแบบนั้นเลยแม้แต่กระผีกริ้น เพราะหนัง District 9 ในแบบของ บลอมแคมพ์ เดินหน้ามุ่งตรงไปที่การพูดถึงเรื่องของ สิทธิ, ความเท่าเทียม, การเหยีียดชาติพันธ์ุ ด้วยความขึงขัง ซึ่งประเด็นเหล่านี้ถูกผนวกทับซ้อนไว้ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นหนังไซไฟ-ทริลเลอร์ได้อย่างคมคาย 


       โดยที่ไม่ต้องตีความให้ยุ่งยาก สถานะของเอเลี่ยนในหนังเรื่องนี้ ถูกแทนค่าในความเป็น "ต่างด้าว" ด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว หนังให้ภาพเขตกักกันของเอเลี่ยนแบบชัดเจนตรงไปตรงมา ทั้งความเป็นอยู่ การขยายตัวที่เริ่มยากต่อการควบคุม จนกลายเป็นทั้งภาระและปัญหาควบคู่ไปพร้อมๆ กัน เทียบเคียงได้กับ ค่ายผู้อพยพ ชุมชนสลัม ชุมชนของชนชั้นล่าง ส่วนเกินของสังคมที่ไม่มีสิทธิมีเสียงใดๆ รอรับเพียงการจัดการจากภาครัฐ ซึ่งในที่นี้รับผิดชอบโดย MNU หน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อการปกครองดูแลเอเลี่ยนในเขตดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ในช่วงของการบีบบังคับเอเลี่ยนให้ (เซ็นเอกสาร!) ย้ายไปสู่ค่ายกักกันแห่งใหม่ที่คับแคบและแออัดกว่าเดิม โดยเจ้าหน้าที่ระดับผู้บังคับบัญชา ผู้มีหน้าที่ในภารกิจนี้ก็คือ วิลคัส แวน เดอ เมอวี่ (ชาร์ลโต้ คอพลี่ย์)


       ทุกอย่างคงจะเป็นไปอย่างราบรื่น ถ้าระหว่างนั้น วิลคัส ไม่บังเอิญไปแตะต้องเอาสารเหลวประหลาดๆ ที่เอเลี่ยนเก็บซ่อนไว้เพื่อการบางอย่าง จนทำให้เขากลายสภาพไปอยู่ในภาวะคนครึ่งต่างดาว แทบจะทันทีจากเหตุที่เกิดขึ้น วิลคัส กลายเป็นฝ่ายถูกควบคุมตัวจากภาครัฐเสียเอง หมดสิ้นอิสรภาพทั้งทางร่างกาย ทั้งสิทธิอันชอบธรรม ไม่มีโอกาสได้ทวงถามใดๆ ไม่แม้กระทั่งสามารถตัดสินใจในการมีชีวิตอยู่ของตนเอง ทั้งหมดนี้เพียงเพราะสถานะของ วิลคัส ที่ "ต่าง" ออกไป 


       เป็นเหตุให้ วิลคัส ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ (ในความต่างแบบไม่ตั้งใจ) ของเขาแบบถึงเลือดถึงเนื้อจากใครก็ตามที่เข้ามาล่วงละเมิด แม้ว่าจะต้องร่วมมือกับ "ไอ้กุ้ง" สิ่งมีชีวิตต่างด้าวที่เขาเคยใช้คำแสดงอาการหยามเหยียดเมื่อครั้งที่ยังอยู่ในฐานะของผู้ปกครอง (เป็นเจ้าหน้าที่ของ MNU) ก็ตาม ซึ่งทั้งหมดคือที่มาของฉากแอ็คชั่น/ไล่ล่าสุดตึงเครียด เข้มข้นแบบมันส์หยดตั้งแต่ในช่วงกลางไปจนถึงท้ายเรื่องของ District 9 


       ในแง่ของตัวละคร วิลคัส เป็นเหมือนหมัดฮุคหมัดเด็ดของผู้กำกับ บลอมแคมพ์ ที่ใช้ซัดจังๆ เข้าตรงซอกคอ "หนังฮอลลีวู้ดพิมพ์นิยม" ที่นิยมให้ภาพตัวละครหลักในเรื่องเป็นคนดีมี คุณธรรมจนกลายเป็นมายาคติที่จับต้องไม่ได้อยู่เป็นนิจ เพราะกรณีของ วิลคัส เมื่อเข้าตาจน เขาสามารถทำลายทุกสิ่งที่จัดว่าเป็นอุปสรรคในการบรรลุเป้าหมาย ไม่เว้นแม้จะต้องบดขยี้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันให้แหลกเป็นผงธุลี ในที่นี้ วิลคัส จึงไม่ใช่ทั้งนักเรียกร้องสิทธิ หรือ ฮีโร่ที่มีเวลาคิดถึงเรื่องสันติภาพและความสงบสุขของโลก แต่เขาเป็นแค่คนธรรมดาๆ มีเลือดเนื้อคนหนึ่งที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกละเมิดสิทธิจนไม่มีอะไรจะเสีย และพร้อมจะดิ้นสู้ในทุกวิธีทางเพียงเพื่อให้ได้ชีวิตปกติสุขของตัวเองคืนมา 


       นอกจากพล็อตเรื่องที่แหกขนบเดิมๆ ของหนังไซไฟประโลมโลกได้แบบจั๋งหนับแล้ว ความฉลาดอีกประการของ District 9 ก็คือวิธีในการนำเสนอ ที่คนทำหนังเรื่องนี้เลือกเล่า เนื้อหาทั้งหมดออกมาในรูปของ สกู๊ปข่าวกึ่งสารคดี โดยสลับกับส่วนที่เป็นภาพยนตร์ ซึ่งช่วยเป็นอย่างมากในการทำให้ภาพหลายๆ อย่างในเรื่องดู "จริง" ให้อารมณ์ที่เคร่งขรึมโดยที่ไม่ต้องพยายาม ทั้งยังทำให้การเล่าเรื่องเป็นไปอย่างรวบรัดตัดความ ฉับไวในรายละเอียด เพราะสามารถสาธยายถึงสิ่งปลีกย่อยที่เกิดขึ้นในเรื่อง ผ่านทางปากคำของตัวละคร รวมถึงตัด-เติมเนื้อหาส่วนต่างๆ เข้ามาได้ในทันที โดยที่ไม่ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าหนังกระโดดแต่อย่างใด  หรือกระทั่งใช้ความแยบยลของรูปแบบ การนำเสนอที่ว่านี้ มาเป็นมุกในการเสียดสีวิพากษ์การทำหน้าที่ของสื่อ ที่มักขยายเรื่องด้วยการใส่สีตีใข่ และบ่อยครั้งถูกใช้ไปในทางสนองความต้องการของรัฐ จนกลายเป็นการบิดเบือนความจริงไปในที่สุด

        ใน District 9 ไม่มีใครเป็นพระเอกหรือเป็นผู้ร้ายแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าจะมีใครที่อยู่ในฐานะที่พอจะเรียกว่า "ร้าย" ก็น่าจะเป็น "มนุษย์" ด้วยกันนี่แหละที่สมควรรับตำแหน่งนั้นไป แม้ว่าจะมีเอเลี่ยนเป็นปัจจัยแรกของปัญหาก็ตาม แต่จากพฤติกรรมและความวายป่วงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น สิ่งที่รัฐกระทำกับสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ การที่รัฐพยายามหาประโยชน์จากคน (ที่เคย) พวกเดียวกันอย่างวิลคัส เช่นเดียวกับหลายๆ ครั้งที่ วิลคัส กระทำกับคู่หูเอเลี่ยน รวมไปถึง การมีอยู่ของแก็งค์มาเฟียในเขตกักกัน ล้วนปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความละโมบ เห็นแก่ได้ ที่ซุกอยู่ในทุกอณูของจิตใจอันซับซ้อนเกินคาดเดาของมนุษย์ และพร้อมจะงัดออกมาใช้กับทุกสถานการณ์ 

       เหนืออื่นใด ในแง่ของภาพยนตร์ แม้ว่าเราจะสลัดเรื่องราวอันเป็นสารสาระที่มีอยู่ในเรื่องทิ้งไปให้หมด แล้วตั้งใจดู District 9 ในฐานะของความบันเทิง มันก็ยังสามารถตอบโจทย์ตรงส่วนนี้ได้แบบเข้มข้นในระดับทะลักจุดแตกอยู่ดี
กาก

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines