คลีนิกกีฬา

เริ่มโพสต์โดย เนส, 20 ก.ค. 2008, 06:28 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ยุนเอ


ไทยเรามีเสือสิบเอ็ดตัวนะครับ
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Rabbitinblack

งั้นอยากรู้ว่า 4 เสือญี่ปุ่นมีความเป็นมายังไงเหรอครับ

เนส

เอานี่ไปก่อนครับตำนานของ จิโกโร คาโน


กำเนิดยูโด


หลังจากที่ญี่ปุ่นได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการต่อสู้ และทำให้วิชายูยิตสูเสื่อมความนิยมลงจนหมดนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2403 ได้มีชาวญี่ปุ่นชื่อ จิโกโร คาโน (Jigoro Kano) ชาวเมืองชิโรโกะ ได้อพยพครอบครัวมาอยู่ในกรุงโตเกียว เมื่อปี พ.ศ. 2414 อายุ 18 ปี ได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ในสาขาปรัชญาศาสตร์ (Philosophy) จนสำเร็จการศึกษา เมื่ออายุ 23 ปี ท่านจิโกโร คาโน เป็นบุคคลที่มีความเห็นว่าวิชายูยิตสูนอกจากจะเป็นกีฬาสำหรับร่างกายและจิตใจแล้ว ยังมีหลักปรัชญาที่ว่าด้วยหลักแห่งความเป็นจริง อีกทั้งท่านเป็นคนที่มีรูปร่างเล็กผอมบาง มีนิสัยไม่เกรงกลัวใคร


เมื่อได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับวิชายูยิตสูอย่างละเอียด ก็พบว่าผู้ฝึกวิชายูยิตสูจนมีความชำนาญดีแล้ว จะสามารถสู้กับคนที่รูปร่างใหญ่โตได้ หรือสู้กับความที่มีอาวุธด้วยมือเปล่าได้ จากการค้นพบทำให้บังเกิดความศรัทธาอย่างแรงกล้า ท่านจึงได้เข้าศึกษายูยิตสูอย่างจริงจังจากอาจารย์ผู้สอนวิชายูยิตสูหลายท่านจากโรงเรียนเทนจิ ซิโย (Tenjin Shinyo) และโรงเรียนคิโต (Kito)


ปี พ.ศ. 2425 ท่านจิโกโร คาโน อายุได้ 29 ปี ได้ก่อตั้งโรงเรียนสำหรับวิชายูโดขึ้นเป็นครั้งแรกในบริเวณวัดพุทธศาสนา ชื่อวัดอิโชจิ (Eishoji) โดยตั้งชื่อสถาบันนี้ว่า โคโดกัน ยูโด โดยได้นำเอาศิลปะของการต่อสู้ด้วยการทุ่มจากสำนักเทนจิ ซิโย และการต่อสู้จากสำนักคิโตเข้ามาผสมผสานเป็นวิชายูโดและได้ปรับปรุงวิธีการยูโดให้เหมาะสมสอดคล้องกับความเปลี่ยแปลงในระบอบการปกครองและสังคมในขณะนั้น ได้สอดแทรกวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ คณิตศาสตร์ประยุกต์ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว จิตศาสตร์ และจริยศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยได้ตัดทอนยูยิตสู ซึ่งไม่เหมาะสมออก แล้วพยายามรวบรวมวิชายูยิตสูให้เป็นหมวดหมู่มีมาตรฐานเดียวกันตามความคิดของท่าน และได้ตั้งระบบใหม่เรียกว่า ยูโด (Judo)

ในเริ่มแรก ท่านจิโกโร คาโน ต้องต่อสู้กับอุปสรรคจากบุคคลหลายๆ ฝ่ายเพื่อให้เกิดการยอมรับในวิชายูโด โดยเฉพาะจากบุคคลที่นิยมอารยธรรมตะวันตกบุคคลพวกนี้ไม่ยอมรับว่ายูโดเป็นสิ่งที่เกิดใหม่ และดีกว่ายูยิตสู ในปี พ.ศ. 2429 กรมตำรวจญี่ปุ่นได้จัดการแข่งขันระหว่างยูโดกับยูยิตสูขึ้น โดยแบ่งเป็นฝ่ายละ 15 คน ผลการแข่งขันปรากฏว่ายูโดชนะ 13 คน เสมอ 2 คน เมื่อผลปรากฏเช่นนี้ ทำให้ประชาชนเริ่มสนใจยูโดมากขึ้น ทำให้สถานที่สอนเดิมคับแคบจึงต้องมีการขยายห้องเรียน เพื่อต้อนรับผู้ที่สนใจ จนปี พ.ศ. 2476 จึงได้ย้ายสถานที่ฝึกไปที่ซูอิโดบาชิ (Suidobashi) และสถานที่นี้เองที่เป็นศูนย์กลางของนักยูโดในโลกปัจจุบัน


ยูโดดำเนินการไปด้วยดีและเริ่มมีมาตรฐานอันสมบูรณ์ ในปี พ.ศ. 2465 ได้ตั้ง The Kodokun Cultural Xociety ขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2455 ได้ก่อตั้งสหพันธ์ยูโดระหว่างประเทศขึ้น โดยมีประเทศต่างๆ ที่ร่วมก่อตั้งครั้งแรกประมาณ 20 ประเทศ


ในปี พ.ศ. 2499 สหพันธ์ยูโดระหว่างชาติได้จัดให้มีการแข่งขันเพื่อความชนะเลิศยูโดระหว่างชาติขึ้น โดยอยู่ในการอำนวยการของสหพันธ์ยูโดระหว่างประเทศโดโดกัน และหนังสือพิมพ์อาซาอิซัมบุน ซึ่งทั้ง 2 องค์กรช่วยกันจัดการแข่งขันขึ้นมา

Rabbitinblack

เสือตัวที่ 1 ละ ตัวต่อไปเลย  :22:

HS-JEF



ปรมาจารย์จิโกโร

ประวัติท่านจากวิกิ http://en.wikipedia.org/wiki/Kano_Jigoro
วาว วาว เสียงรถไฟแล่นไปฤทัยครื้นเครง

หนูอร

พี่เนสงานเข้า  :30:


พี่เนสมาถามป๊าเค้าไหม ป๊าเค้าก็เคยเล่นยูโดนะ
มาให้ป๊าอรทุ่ม เล่นกีฬาเพื่อความสมานฉันท์ : :56:
อันบัน ♥

นักศิลปะ

เห็น ตอยยูโด
งั้นถามพวก ยิสซุ
บ้าง กำเนอดจากไหน อย่างไร
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

คุณชาย ( 737 )

 ผมชอบตาสตีเว่น ซีเกิล ก็เพราะแกเป็นยูยิตซูนี่แหละ เล่นหนังเรื่องไหนพี่แกก็เอามาโชว์ตลอด
เป็นไอดอลตอนเด็กเลยนะครับ  :25:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

หนุ่ม

เหมือนกันเลยครับ ดูเสร็จต้องลองเอามาเล่นกับเพื่อน :40:
Reading Learning & Sharing

Rabbitinblack

ส่งเพื่อนเข้ารพ. ไปกี่คนละครับพี่  :43:

หนุ่ม

เข้าเองเลยครับ โดนเพื่อนรุม :42:

ธรรมะแพ้คน(หมา)หมู่มาก
Reading Learning & Sharing

กวางจ้ะ

อ่านเรื่องยูโดแล้วอยากกลับไปอ่านโคทาโร่เลยอ่ะ  :56:

เนส

วันนี้ที่สนามยิงปืนมีเรื่องกันด้วย.......... :03:

เริ่มต้นด้วยมีด :05:
เก้าอี้  :05:
ขวาน :05:
11 ม.ม  :03:

Rabbitinblack

 :16: นักกีฬา

อยากรู้เรื่อง  :02:

หนูอร

เสียดายไม่ได้ไปด้วย ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
ตอนรู้เรื่องนะ... #$*@>//-@><" !!!



อารมณ์เสีย ด่าไม่ถูก :23:
อันบัน ♥

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines