โลกนี้สีชมพู

เริ่มโพสต์โดย เดอะบุ๋ม, 17 มิ.ย. 2008, 15:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Rabbitinblack

อ้างคำพูดจาก: ไอ้ตาล. เมื่อ 25 มิ.ย. 2008, 11:49 น.
เรื่องซับซ้อนนี่ต้องเล่าย้อนไปวันที่รับน้องรวมวันแรกตอนไปองค์พระเลยนะนั่นน่ะ  :08:

งั้นปูเสื่อรอละ  :33:

ยัง มี พุง

ก็ไม่มีอะไรมาก อย่างที่ตูเล่าไปว่า

ตูนั่งแถวติดกะวิงกี้.ตอนเช้า

จากนั้นก็ไปองค์พระ ซึ่งช่วงนั้นก็แยกกันแล้วตูก็ไม่เจอวิง.แล้ว

ตอนที่ไปองค์พระนี่แหละที่เกิดเรื่อง

เพราะว่าวิง.เป็นคริสเตียนเลยไม่ไหว้พระ

ตอนเค้ากราบกันวิง.เลยนั่งหัวโด่อยู่คนเดียว

เลยทำให้สาวโบราณเค้าเห็นเลยไล่ตามจีบวิง.ตั้งกะตอนนั้น

ขอบอกวิงกี้.มีแฟนคลับนะพี่น้อง สาวจีบทุกคณะ

จนตอนที่ซัน.มันบอกวิง.ว่าเป็นแฟนกะตูน่ะ

วิง.มันก็เลยเทใจไปทางสาวโบราณ

พอจะมาคบกะตู กลายเป็นว่าก็รุงรังกับทางนั้นไปด้วย

สรุปคือก็ต้องเลิกกันไป  :05:
ห๊ะ! อะไรนะ!!!

O.D.M.

ความรักแต่ละคน ทำชีวิตมีสีสันดีนะ

ขอเล่าต่อ ภาค 2

หลังจากรักแรก ม.3 จบลงไปอย่างรวดเร็ว มุมมองความรักผมก็เริ่มเปลี่ยนไป..

เริ่มขึ้น ม.4 คนไหนที่ผมชอบ ผมก็จะเก็บข้อมูลช่วงแรกแล้วทำความรู้จักทันที
ความรักแบบรอคอย ท่าจะไม่เวิร์กในสายตาของผม เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง ผมทำความรู้จักไปซะหมด
ช่วง ม.ปลาย ผมก็ยังคงเป็นมนุษย์กิจกรรมอีกเหมือนเดิม คราวนี้หนักกว่าเดิมด้วย ผมแทบจะไม่ได้เข้าเรียนเลย
เพราะมัวแต่ยุ่งวุ่นวายเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปซะหมด และทำให้ผมได้พบสาวๆหลายคนด้วย
แต่สุดท้าย 3 ปีผ่านไปจนจะจบช่วง ม.ปลาย ผมก็ยังไม่มีแฟนเหมือนเดิม
ด้วยใจนึง ผมเป็นคนค่อนข้างเอาแต่ใจ เจ้าอารมณ์นิดๆ อีกด้วยผมยังทำตัวไม่เป็นธรรมชาติ ทำให้เธอๆเหล่านั้น
รู้สึกอึดอัดที่จะอยุ่ด้วย หลายคนจึงจบด้วยความผูกพันแค่เพื่อน พี่ชายที่ช่วยเหลือได้ หรือ คนรู้จัก..

ในขณะนั้น ในหัวผม ผมคิดว่า การไม่มีแฟนเป็นเรื่องประหลาดในชีวิต
กูมีอะไรผิดปรกติจากคนอื่นเค้ารึเปล่าวะ ถึงไม่มีแฟน ยอมรับว่า ผมเห้นว่ามันสำคัญมากเลยนะในขณะนั้น
พอดีช่วงนั้น หลังจากอกหักกับรุ่นน้องที่ตามจีบมา 1 ปี ผมก็อยู่ในช่วงหดหู่เตรียมตัวเอนท์ทรานซ์
ผมถึงเริ่มสังเกตเห็นเธอ...แฟนคนแรกของผม

เธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาตั้งแต่สมัยชั้น ม.4
ด้วยความที่เธอเป็นคนเงียบๆและมีกลุ่มเพื่อนที่ผมไม่ค่อยได้ยุ่งด้วยเท่าไหร่ผมเลยไม่ค่อนได้สนใจเธอเท่าไหร่นัก
แต่พอเธอกลายมาเป็นแฟนเพื่อนสนิทผมและด้วยความที่กลายมาเป็นเพื่อนห้องเดียวกัน ยังไงก็เจอกันทุกวัน คุยกันทุกวันอยู่แล้วเลยทำให้ได้รู้จักกันมากขึ้น
ตอนนั้นผมเป็นคนที่ตั้งใจเรียนชีวะ ในไม่กี่คนในห้อง ทำให้ผมกับเธอ ได้คุยกันมากขึ้น เพราะเธอขอให้ผมช่วยสอนชีวะให้
ประกอบกับ เธอทะเลาะกับแฟนเค้าซึ่งก็เป็นเพื่อนสนิทผม ผมเลยต้องฟังและให้คำปรึกษาอยู่บ่อยๆ

เธอเป็นไม่กี่คนนะ ที่ผมคุยด้วยได้ทุกเรื่อง ฟังเพลงหรือชอบทุกอย่างที่ผมทำ ต่างคนต่างมีความชอบนะ แต่อยู่ด้วยกันได้
พอเธอเลิกกับแฟน และผมก็แห้วตลอด ช่วงก่อนสอบเอนทรานซ์เราเลยสนิทกันมากขึ้น กลับบ้านด้วยกันมากขึ้น และคุยโทรศัพท์กันนานขึ้น
สุดท้าย ผมกับเธอ ก็เป็นแฟนกัน โดยวันที่ผมสารภาพรัก คือ วันที่เราไปสมัครสอบเอนทรานซ์ด้วยกัน...และผลก็คือ ตกลง

โลกผมเปลี่ยนไปครับ...อย่างน้อยในกิจวัฏประจำวัน ผมต้องมีเธออยู่ด้วยตลอด ไม่ว่าจะไปไหนยังไงก็ตาม
เราติดกันเป้นตังเม ไปสอบเอนทรานซ์ เราสอบศูนย์ติดกัน พอตกกลางวันผมก็จะเดินไปหาไปกินข้าวด้วย บางวันเค้าก้จะทำอาหารกลางวัน
มากินด้วยกันจากที่บ้าน

สุดท้ายผมติดศิลปากร แต่เธอสอบไม่ติด เลยต้องไปเรียนที่ ม.รังสิต ระยะทางเราห่างกันเกือบ 1 ตัวเมืองกรุงเทพเลย เหมือนจะต้องห่าง
แต่เปล่าเลย ผมกับเธอก็ยังเจอกันทุกวัน และมากขึ้นด้วยซ้ำ เรียกได้ว่า ผมเรียน 2 มหาลัยเลยก็ว่าได้ เพราะพอผมเรียนคลาสผมจบผมก็จะนั่งรถไปหาเค้าที่ ม.รังสิต และถ้าเค้ามีเรียนอยุ่ บางคลาสผมก็เข้าไปนั่งเรียนด้วยกันซะอย่างนั้น จนอาจารย์บางคนยังนึกว่าผมเป็นเด็กในคณะนั้น  :30:

เรื่องราวเหมือนจะมีแต่ความสุข แต่ก็เริ่มมีพายุก่อตัวเงียบๆ ในความสัมพันธ์นั้น...

ไว้มาต่อ ยาวจังอะ  :42:
- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

กวางจ้ะ


Rabbitinblack


O.D.M.

#1325
ขอบคุณครับ งั้นต่อเลย ไหนๆเที่ยงก็ว่างละ

ในขณะที่โลกสีชมพูหลั่นล้ากันอยุ่นั้น
ความหึงหวงก็ก่อตัวขึ้นด้วยกันทั้งคู่ ผมซึ่งแต่เดิมเป็นคนค่อนข้างเจ้าอารมณ์อยู๋แล้ว
และเค้าก็เป็นคนหึงหวงเก่งซะด้วย ทำให้เราเริ่มมีปัญหาทะเลาะกันมากขึ้นในเรื่องของการคบเพื่อน
ด้วยคณะศิลปะด้วยกันทั้งคู่ บางครั้ง ก็ต้องสนิทกับเพื่อนหรือมีกิจกรรมทำด้วยกันก็เยอะ
แต่เพราะความไม่เข้าใจกัน และทิฐิโง่ๆ.. ผมเคยโมโหไปอาละวาดที่มหาลัยเค้าซะก็บ่อย
ทำให้ตอนนั้น ประมาณปี 3 เราต่างคนต่างอยู๋กันซักพัก
เพราะไหนจะมีเรื่องกิจกรรมที่แต่ละคนก็ต้องทำด้วย งานที่เรียนก็เยอะ
ด้านมืดผมเริ่มออกมาครอบงำซะแล้ว ....

ที่คณะผมจะมีการรับน้องติวอยู่เสมอ เพื่อเตรียมตัวสอบความถนัด
ผมเองเป็นคนขี้เกียจวุ่นวาย เลยอาศัยช่วยเพื่อนๆสอนเอาแก้เซ็งไม่ได้จะเอาตังค์อะไร
เรื่องเกิดขึ้น เพราะบังเอิญมีน้องติวคนนึงมาหาคนสอน แรกๆเพื่อนผมก็สอนดีอยู่หรอก หลังๆมันไม่ค่อยว่างเลยฝากช่วยสอน
ผมก็สอนไปสอนมา เริ่มใกล้ชิดกัน น้องเค้ามาให้ช่วยสอนทุกวัน เย็นๆผมก็ไปส่งบ้าน เริ่มกินข้าวด้วยกัน
เสาร์อาทิตย์ว่างๆก็ไปเดินเที่ยวเล่นกัน ให้ผมช่วยติวหนังสือให้ ผมทำโปรเจคก็มานั่งหาขนมหาน้ำให้กิน จนสนิทเกินกว่าจะเป็นน้องติวละ
เอาละสิ...

หลังจากนั้นไม่นาน กิจกรรมต่างคนต่างเริ่มซาลง เค้าเองก็เริ่มกลับมาติดต่อคุยกันอีกครั้ง
แต่คราวนี้ ผมก็ไปไหนมาไหนด้วยไม่ถนัดแล้ว เพราะน้องคนนี้ก็มาหากันทุกวัน จนในที่สุดความก็แตก
วันนั้น เป็นวันก่อนส่งโปรเจค เค้ายื่นคำขาดว่าให้เลือกมา ระหว่าง เค้าเองกับน้องคนนั้น..ผมเลือกเค้า และคุยกับน้องคนนั้นในวันนั้น

เป็นวันแรกในชีวิต ที่ผมรู้สึกเสียใจกับน้ำตาผู้หญิงมากๆ ผมผิดเองด้วยที่ไม่ได้บอกน้องเค้าไว้ก่อน
งานนี้ผมผิดเองเต็มๆที่ไปเล่นกับความรู้สึกน้องเค้า วันนั้นน้องเค้าก็ได้แต่ยิ้มๆทั้งน้ำตาบอกว่าไม่เป็นไร
เค้าเองก็ผิด แล้วเราสองคนก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย...

ผมกับเค้าก็กลับมาคบกันอีกครั้ง โดยครั้งนี้ทำให้ความหึงหวงเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณเพราะมีเรื่องเกิดขึ้นมารอบนึงแล้ว
ผมเองก็ได้แต่อยู่เงียบๆ เพราะตัวต้นเหตุ ก็คือ ผมเอง..

หลังจากนั้น เราก็อยู่ด้วยกันมาเรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาอะไร เค้าเองก็ตามใจผมพอสมควร และก็ตัวติดกันเหมือนเดิม
ผมกับที่บ้านเค้า เราก็ไปมาหาสู่กันบ่อยๆ หลายๆครั้งที่ผมเองก็เหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งในบ้านเค้า
ตอนนั้นผมก็คิดนะ ว่าชีวิตนี้ คงจบลงแค่ที่คนนี้แหละ หลายครั้งที่เคยพูดเรื่องแต่งงาน แต่ก็ได้แต่เว้นไว้ก่อน
เพราะต่างคนต่างก็อยากใช้ชีวิต แบบสบายๆนี้ให้มากที่สุดก่อน เราคบกันเรื่อยมาจนเข้าปีที่ 8 ที่ทุกอย่างเหมือนจะลงเอยที่ตรงนี้

แต่ด้านมืดผม กลับมาอีกแล้ว ....

(อ่านต่อฉบับหน้า)  :42:

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

กวางจ้ะ

ช่วยคั่นอีกรอบ  :25:

Rabbitinblack


คุณชาย ( 737 )

 เรื่องของคุณ O.D.M. มันน่าติดตามดีแท้ครับ มันไม่ธรรมดาก็เพราะด้านมืดนี่แหละ อ่านไปก็บวกไป
มาต่อไวไวนะครับ  :52:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

☼ แอนมินิ ☼

 :25: มาติดตามพี่โอดำด้วย

เก็บดาวจู๋นี้มาสิบกว่าหน้าตั้งแต่เมื่อวาน เหมือนได้อ่านนิยายหลายๆเรื่องเลยแฮะ บวกระเนระนาดมาก :40:



comment ย้อนหลัง

กวางเจอเรื่องมาเยอะจังเลย ยังไงก็โชคดีที่ผ่านมันมาได้เนอะ
ส่วนเรื่องของเจ๊นัท พี่ปุกและอีกหลายๆคนช่างน่าติดตาม
ชอบวิ่งสู้ฟัดของพี่ปุกกับเรื่องรักตอนประถมของพี่ฟิ้งอ้ะ น่ารัก ใสๆดีจังค่ะ  :12:

อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 12:26 น.
กระจู๋นี้ทำให้เราได้รู้ว่า
ทุกคนต่างมีนิยายส่วนตัวอยู่ในโลกของตัวเอง :40:
ประโยคนี้ถูกใจ  :12:

O.D.M.

ขอบคุณคร๊าบ  :46:
เด๋วขอทำงานก่อน งานเข้า ไว้มาต่อใหม่  :42:
- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

❤ ตูน ❤

มาคั่น ๆ ๆ ๆ ด้วยคน ..

รอติดตาม ๆ นะคะ บางทีอ่านแล้วก็ทำให้รู้อีกด้านนึงเหมือนกันนะ
บางทีสิ่งที่เกิดขึ้นเราก็ไม่เข้าใจว่าผู้ชายคิดยังไง ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น
วันนี้รักกันดีอยู่ .. อยู่ดี ๆ คนนั้นโผล่มาตอนไหนฟะ ??
บางที พึ่งเจอ พึ่งรู้จักกันวันสองวัน แต่มาเลิกกับเราที่คบกันมา 3-4 ปี  :05:
สุดท้าย เวลาผ่านมา มาพูดว่า เสียใจและเสียดาย พึ่งรู้ว่าคนที่เข้าใจเค้าที่สุดคือเรา วู้วววววว  :50:

psyfer


O.D.M.

#1333
งานเสร้จละ มาต่อให้จบไปเลยละกัน  :42:

ตอบคุณตูน
ถ้าจะถามถึงความคิดในตอนนั้น..ว่าทำไม รักกันดีๆแต่ก็มีปัญหาเข้ามาซะอย่างนั้น
หลังจากที่มานั่งนอนๆคิดย้อนหลังไปว่าทำไมอะไรถึงเป็นแบบนั้น บอกได้คำเดียวเลยว่า ..

เพราะผมไม่เป็นตัวของตัวเองตั้งแต่แรกคบ..และขาดการสื่อสารในชีวิตคู่ที่ดีพอ

เมื่อก่อนด้วยนิสัยส่วนตัวของผม ผมเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยสื่อความรู้สึกหรอกว่า ผมไม่ชอบ
ผมอยากให้ชีวิตคู่เรามีความสุข ผมไม่ชอบการทะเลาะเบาะแว้ง ผมเงียบทุกครั้งไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม
อีกทั้ง การมีแฟนคนแรกทำให้ผมไม่รู้จะทำตัวยังไง ผมทุ่มให้หมดตัวจริงๆ ทุกอย่างอะไรก็ได้ อะไรก็ดี มี
เวลาให้ 24 ชม. อันนั้นไม่เข้าใจก็ จ๊ะๆไม่เป็นไร อันนี้ไม่ชอบแต่ขี้เกียจมานั่งเถียงหาเหตุผลก็ครับๆ ได้เสมอ
ทำให้ส่วนนึงในใจ เก็บความรู้สึกและอึดอัดมาตลอด พอมีช่องว่าง ก็อยากมีอิสระ ถึงได้ดิ้นรนอยากไขว่คว้าให้เต็มที่..

หลังๆผมบอกกับใครต่อใครเสมอที่มีคนมาปรึกษา..
ว่าจงเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด ปรับกันให้พอดี และใช้ชีวิตอยู่กันหลวมๆนะ
ชีวิตคู่ ไม่ใช่การอยู่ติดกันตลอด อยู่ใกล้มากไปก็อึดอัด ปล่อยชีวิตแต่ละคนมีช่องว่างให้ลมพัดผ่าน
มีสังคม มีช่องว่างให้หันไปหายใจหายคอกันเองบ้าง มีพื้นที่ให้ไปใช้คิดไปหาเหตุผลกันเองบ้าง
แล้วมันจะอยู่ ง่ายขึ้น เห็นหน้ากันแค่ 2 คนในชีวิต สุดท้ายก็หันมากัดกันเองน่ะครับ

ธรรมชาติคนเรา ขี้รำคาญนะครับ ผมว่า
- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

O.D.M.

#1334
เบิ้ลเองเลยด้วยความรวดเร็ว  :30:

ต่อไปขอให้ใช้ วิจารณญาณในการรับชมด้วย เพราะคนทำมันเลวได้ใจจริงๆ

ช่วงจบมาใหม่ๆจนถึง 2-3 ปีในชีวิตการทำงาน
ผมงานค่อนข้างเยอะ และกำลังเห่องาน ด้วยความเป็นฟรีแลนซ์
ทำให้ผมทำงานหามรุ่งหามค่ำ กิจวัตรประจำวันถ้าไม่เจอลูกค้า
ก็นอนกลางวันตื่นบ่ายหรือเย็น แล้วก็ทำงานยันเช้า ทุกวันๆ

เราจะเจอกันบ้าง ก็ตอนเย็น หลังเค้าเลิกงาน ไปกินข้าว ไปดูหนัง ไปซื้อของกันก็แล้วแต่จะว่าง

และด้วยความมั่นใจโง่ๆ+ความเจ้าอารมณ์ของผมเองอีกเช่นเดิม
ที่ทำให้ช่วงนั้น ผมรู้สึกเบื่อ เบื่อชีวิตที่เป็นอยู่ เบื่อชีวิตซ้ำๆเดิมๆทุกวัน
อึดอัดกับการที่เราจะทำอะไรก็ต้องบอกต้องถามต้องขออนุญาต อยากมีชีวิตอิสระ
อยากคุยกับคนเยอะๆ ประกอบกับ เพื่อนผมเริ่มชวนเล่นเกมส์ออนไลน์ (บุ๋มอ่านแล้วคงจี๊ด  :30:)
ทำให้ผมและเค้าเริ่มติดเกมส์ออนไลน์ เค้าเองก็มีโลกมีสังคมของเค้า (ซึ่งเพื่อนผมส่วนใหญ๋ก็เล่นกับเค้านะ)
และผมเองก็มีสังคมออนไลน์ของผมเช่นเดียวกัน (แน่นอน ผมแยกมาเล่นเองคนเดียว เพราะเบื่อ)
และแล้วเราก็เริ่มห่างกัน...ไปอยู่ในโลกของตัวเองกันไป

ช่วงนั้นผมเองก็ได้คุยกับคนโน้นนี้ มากขึ้น เค้าเองก็มีสังคมของเค้า มีเพื่อนฝูงเพิ่มขึ้น
จนกลายเป็น ต่างคนต่างก็เจอคนที่ชอบ เจอคนที่คุยกันได้มากขึ้นกันไป โลกของเราเลยกลับมาเหมือนตอนที่เรา
เป็นเพื่อนกันใหม่ เราต่างให้คำปรึกษากันเวลาที่แต่ละคนมีปัญหา ด้วยความรู้สึกแค่ว่า
ยังไงเราก็มีกันอยู่แล้ว ที่คบๆคุยๆ กับคนใหม่ๆ ก็แค่ความสัมพันธ์อะไรสักอย่างที่ไม่ยั่งยืน
จากที่เจอกันทุกวัน ก็กลายเป็น อาทิตย์ละครั้ง/ 2 อาทิตย์ครั้ง และห่างกันมากขึ้น

ในตอนช่วงนั้นเอง ผมมีปัญหาเรื่องงาน และปัญหาเรื่องการเงินในบ้านพอสมควร
เพราะถูกโกงไปจากคนรู้จัก ทำให้โลกของผมยิ่งมืดหม่น ผมปิดตัวไม่คุยกับใคร
เพื่อนๆที่เรียนด้วยกันมา ผมก็ไม่คุย ไม่อยากเจอ ไม่อยากเห็นอะไรทั้งนั้น
เรียกได้ว่า ผมอยู่แต่กับบ้าน งานการไม่ทำอยู่พักนึงเลย เคยคิดสั้นอยู่ก็บ่อย เค้าเองพอได้รับรู้ ก็มาหา
พยายามพาออกไปเที่ยวบ่อยๆ ชวนคุยให้สบายใจ ให้เงินใช้ตอนไม่มีงานทำ อะไรอยากได้ก็ทำให้
มาทบทวน เค้าก็ดีกับผมมากจริงๆ แต่ด้วยความที่ผมอารมณ์ไม่ค่อยปรกติ ผมก็เลยป่วนเค้าหนักขึ้นทุกครั้งที่
เจอกัน ผมเองก็หาเรื่องทะเลาะกับเค้ามากขึ้น และไม่สนใจเค้าอีกเลย รู้สึกตอนนั้นแค่ เบื่อๆๆ แบกโลกไว้คน
เดียวแล้วไปลงที่คนอื่น เค้าเองก็ทนน่าใจหาย หลังๆเค้าเห็นผมไม่สนใจอะไรเลยปล่อยให้ผมอยู่คนเดียว เผื่อ
จะดีขึ้น แต่ก็มาดูแลความเป็นอยู่ให้เรื่อยๆ แค่นั้น..

ตอนนั้น ผมคบกับอีกคนนึงไปด้วย เพราะตอนที่ต่างคนต่างห่างกันไป ด้วยความเลวของผมเอง ผมก็ไม่ได้
บอกคนที่ผมคบด้วยว่า ผมมีแฟนแล้ว ใจคิดแค่อยากคบอยากคุย กลัวเค้าจะไม่คุยด้วย จนกลายเป็นความผูก
พันธ์ในระดับนึง และผมก็คบกับเค้าต่อ เรื่อยมา

ผ่านไปได้สักพัก ผมเริ่มทำใจได้ กลับมาหางานทำอีกครั้ง เค้าก็กลับมาอยู่ใกล้ผมอีกครั้งหนึ่ง
ตอนนั้นอะไรๆก็เหมือนจะเริ่มกลับขึ้นมาดีขึ้น แต่ผมเองก็ทำใจเลิกกับอีกคนไมได้ด้วยความอ่อนแอของผมเอง
ทำให้ผมต้องคบไปด้วยกันทั้งสองคน โดยไมได้บอกความจริงให้ทั้งคู่ฟัง...วันๆได้แต่หาทางสลับยังไงก็ได้

ไม่ให้ทั้งสองคนรู้ เรียกได้ว่า ผมโกหกเป็นไฟเลยล่ะ ทำทุกวิถีทางที่คนบนโลกจะคิดได้ เพื่อไม่ให้ความแตก
แต่ความลับไมมีในโลก จนวันนึง ความก็แตก จนได้ในวันนั้น....

วันนั้น คือวันที่ผมต้องเลือก ระหว่างคนเก่าและคนใหม่
เราสามคนได้เจอกัน และนั่งคุยกันทั้งหมด ว่าอะไรเป็นยังไง และมันจะเป็นอะไรต่อไป
เค้าคนนั้น ได้แต่ร้องไห้ บอกแค่ว่า เค้าคิดจะแต่งงานกับผมเท่านั้น ... อย่างห่างเค้าไปเลยได้มั๊ย
คนใหม่ ก็ได้แต่เงียบ และบอกว่าเป้นความผิดของเค้าเอง แต่ก็ยังทำใจไม่ได้
ผม...ไม่มีคำพูดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ในหัวสมองผม เต็มไปด้วยเรื่องราวร้อยแปดอย่าง
สุดท้าย ผมเลือก คนใหม่... อย่าถามผมด้วยเหตุผลเลย ผมไม่มี ไม่มีจริงๆ ผมรักเค้าทั้งคู่ รักมากด้วย
ผมตัดสินด้วยความรู้สึกล้วนๆ ความรู้สึกที่ผมคิดอยู่ในใจ... วันนั้น เป็นวันที่ผมคิดว่า
ผมบาปมากที่สุดในชีวิตแล้ว ผมทำคนที่รักผมเสียใจมาก..
และมันก็เป็นบาปฝังอยู่ในใจผมถึงตอนนี้.....

ปัจจุบัน ผมกับแฟนเก่าผม ก็กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เราคุยกันได้ทุกเรื่อง ทุกเรื่องจริงๆ
ถึงแม้ว่า จะเหมือนมีฟิล์มบางๆกั้นเราไว้ ไม่เหมือนเดิม แต่เราก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว
แฟนเก่าผมสุดท้าย ก็กลายเป็นแฟนกับเพื่อนสนิทของผมไป และเค้าดูแลได้ดีกว่าผมมาก ในทุกๆเรื่อง

กับคนใหม่ ปัจจุบัน ผมก็ยังคบกับเค้าอยู่ และพยายามจะดูแลรักครั้งนี้ให้ดีที่สุด
เราผ่านเรื่องราวกันมาเยอะมาก เค้าไม่ไว้ใจผมจากที่เหตุการณ์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
ผมไม่คิดจะอุธรณ์หรือเรียกร้องอะไรอีก
ปัจจุบันผมต้องรับกับสิ่งที่ผมทำไว้ และได้แต่ให้ความรักที่ผมจะทุ่มเทให้ได้
ชดเชยกับบาปกรรมที่ผมทำไว้กับเธอ
ผมยังคงมีนะ โลกส่วนตัวของผม แต่ผมก็ไม่ให้มันไปล้ำเส้นกับใครอีกแล้ว...

มุมมองของความรักผมเปลี่ยนไป..จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ความรักสีชมพู ที่เต็มไปด้วย ความหึงหวง เป้นเจ้าของ บางครั้งมันสุขหอมหวานมาก
และหลายครั้ง มันก็ทำให้เจ็บช้ำ เป็นรักสีเลือดที่ปวดร้าว และทำลายทั้งสองฝ่าย

ปัจจุบันผมมองความรักเป็นสีฟ้า
ผมได้แต่ดีใจ ที่ได้ทำอะไรดีๆให้คนที่ผมรัก
ผมดีใจ ที่อะไรก็ได้ ที่เค้าจะมีความสุข ถึงแม้จะไม่ได้มีความสุขกับผมก็ตาม
คนเราควรอยู่กันด้วยความเข้าใจ เราเหนี่ยวใครไว้ด้วยคำลวง คำโกหกได้
แต่เราเหนี่ยวใจไม่ให้เค้ามีอิสระได้เลย ผมยินดีนะ ถ้าวันนึงคนที่ผมรัก จะเจอคนที่เค้ารักมากกว่าผม
คนเราก็แค่นี้นะ เราเติมเต็มตัวเราด้วยความรัก จนบางครั้ง
หลงลืมไปล้ำเส้นคนอื่น หลงคิดความรู้สึกคนอื่น ทำร้ายคนอื่น

จริงๆ ความสุขของความรัก มันง่ายกว่านั้นเยอะนะ ผมว่า...
- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines