โลกนี้สีชมพู

เริ่มโพสต์โดย เดอะบุ๋ม, 17 มิ.ย. 2008, 15:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Rabbitinblack

มาแปะไว้ก่อน จะมาตามอ่านนะ

จะไล่อ่านตั้งแต่หน้า 79 เลย

น้องเข่มเข๊ม

เลวยั้นเงา

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: blackRabbit เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 16:42 น.
มาแปะไว้ก่อน จะมาตามอ่านนะ

จะไล่อ่านตั้งแต่หน้า 79 เลย

จะอ่านทำไม๊
มีทั้ง เม้ง
และ  น้อง....... :30:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

กวางจ้ะ


เดอะบุ๋ม

อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 16:01 น.
โลกของเธอ...เธอว่ามันกลม
โลกของฉัน....มันก็กลม....ไม่ต่างกัน
โลกของเธอ...หมุนรอบตัวเอง...อยู่ทุกวัน
โลกของฉัน....ก็ทำอย่างนั้น...อยู่ทุกคืน

โลกของเธอ....มีสองเวลา...ในหนึ่งวัน
โลกของฉัน....ก็แบบเดียวกัน...ไม่เป็นอื่น
โลกของเธอ...คือหนึ่งกลางวัน...กับหนึ่งกลางคืน
โลกของฉัน....ก็ยืนพื้น...ด้วยวันและคืนเช่นกัน

โลกของเธอ....ห่างดวงอาทิตย์...อีกตั้งไกล
โลกของฉัน...หากอยากจะไป...ก็คงแค่ฝัน
โลกของเธอ...ยังมองเห็นความเป็นไป...ของดวงจันทร์
โลกของฉัน...ก็เคยได้ยินเรื่องเล่าจากที่นั่น...เป็นบางที

โลกของเธอ....มีเรื่องให้ทำมากมาย
โลกของฉัน....ก็คล้าย ๆ จะต้องทำในแบบนี้
โลกของเธอ...สิ่งที่ตามหา...ยังคงต้องมี
โลกของฉันในวันนี้....ก็ยังคงเดินทางต่อไป

เหมือนโลกของเรา...ไม่มีอะไรที่แตกต่างกัน
ทุกเรื่องราวในโลกนั้น...เป็นเช่นเดียวกัน...มาตั้งแต่ไหน
เรื่องเดียวที่อาจไม่เหมือนกัน
คือโลกของฉัน...มีเธออยู่ที่นั่น...มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
เรื่องเดียวที่อาจจะต่างไป
แค่ไม่รู้ว่าจะมีฉันอยู่บ้างไหม...ในโลกของเธอ...



:53:


:56:

ฟิ้งซ์

อ่านของคนอื่นเยอะแล้ว เล่าของตัวเองบ้าง


puppy love

ตอนเด็กๆ ถ้าจำไม่ผิดคือเรียน ป.1 ขึ้น ป.2 ต้องย้ายโรงเรียนจากที่น่านไปเรียนต่อที่แพร่
ไปเริ่มต้นสังคมใหม่ที่โรงเรียนใหม่ เรียนไปได้พักนึงก็มีอาจารย์คนนึงมาชวนไปเรียนพิเศษที่บนเมฆ
ด้วยความที่ตอนนั้นยังเป็นเด็กๆ คิดอะไรชั้นเดียว รับอะไรมาก็ไม่ต้องไปกลั่นกรอง
นึกว่าบ้านอาจารย์อยู่บนเมฆจริงๆ ทั้งๆ ที่มันคือตำแหน่งของบ้านที่ปลูกอยู่ติดกับถนนที่เลาะกำแพงเมืองเก่า
และเมื่อก่อนที่ตรงนั้นจะสูงมาก ทางขึ้นชันเป็นเนิน เลยเรียกกันว่าบนเมฆ (ตอนนี้ก็ไม่สูงมากแล้วเพราะถนนทำใหม่)
ไปเรียนวันเสาร์ อาทิตย์ ก็เจอเพื่อนใหม่ที่อยู่ต่างห้อง มีอยู่คนนึงที่น่ารักเข้าตาล่ะมั๊งตอนนั้น
แต่เมื่อไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันก็ได้แต่แอบชื่นชมความน่ารักของเค้าอยู่เงียบๆ ไม่ได้บอกใคร

ไม่คิดว่าพอเลื่อนชั้นขึ้น ป.3 จะได้ย้ายมาอยู่ห้องเดียวกัน แถมยังต้องอยู่ด้วยกันถึง ป.4
ก็เริ่มพยายามเข้าไปคุยกับเค้า แต่พยายามไม่ให้มีพิรุธ นานเหมือนกันที่ความไม่แตก
จนเพื่อนผู้ชายหลายคนเริ่มเอะใจและถามว่าชอบเค้าหรือเปล่า
พอถามมากๆ เราก็ตอบไปว่าใช่ เค้าก็เลยแซวว่าเป็นแฟนกัน เหมือนจับคู่ให้โดยปริยาย
แซวว่าเป็นแฟนกันนะอะไรทำนองนั้น

แต่มีวิชาหนึ่งจำไม่ได้ว่าวิชาอะไร ที่ครูจะให้นักเรียนเล่นเหตุการณ์สมมติเล่นละคร
อ้างถึงเรื่องประเพณีต่างๆ ของไทย แต่งงาน งานศพ ขึ้นบ้านใหม่ สงกรานต์ ฯลฯ
อาจารย์สุ่มเลือกให้เรากับเค้าอยู่ในกลุ่มเดียวกัน และประเพณีก็ดันเป็นงานแต่งงานของไทย
เข้าทางเพื่อนๆ ทั้งชั้นเลยครับ รุมจับคู่ให้แต่งงานกันซะเลย :55:
เพื่อนคนนึงเอาแหวนทอง(จากถุงขนมโก๋) ให้ใช้เป็นแหวนหมั้น
ให้เราวงนึง ให้เค้าวงนึง เพราะต้องแลกแหวนกัน
แล้วมันก็บอกว่า "นี่กูลงทุนเพื่อความรักของเพื่อนเลยนะเนี่ย" :08:

ถึงวันแสดงละคร ต้องแต่งชุดให้สมกับเป็นเหตุการณ์สมมติ
มีเพื่อนมาแสดงเป็นเถ้าแก่ ฝ่ายพ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาว แขกเหรื่อเต็มห้อง
แต่ตอนนั้นเริ่มอายแล้วครับ สายตาคนทั้งชั้นมองมาที่เราทั้งคู่
ด้วยความที่คะแนนก็อยากได้ สาวเจ้าก็น่ารัก เราก็อายมาก แต่เค้าก็อายสุดๆ เลยเหมือนกัน
ไม่รู้จะทำไง ตอนที่ต้องสวมแหวนให้เค้า เพื่อนก็โห่ฮา เป่าปากเฮกันลั่นห้อง
ตูก็ประหม่า เลยเอาแหวนไปวางให้เค้าสวมเอง เค้าก็เอาแหวนเค้ามาวางให้เราเหมือนกัน
อิดออดไม่ยอมสวมให้กันทั้งคู่ ทุกคนก็โห่ ครูก็บอกว่าให้ทำตามพิธีจริงๆ ขู่ว่าถ้าไม่ทำไม่ให้ผ่านทั้งกลุ่ม
เอาล่ะสิ เอาคนหมู่มากมากดดันกันอีก ก็เลยต้องจับมือถือแขนสวมแหวนให้ถูกนิ้ว
เราสวมให้เค้า ทุกคนก็เฮ เค้าสวมให้เรา ทุกคนก็เฮ ดังแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าเพื่อนห้องอื่นมาดูเพียบ
สรุปว่าวันนั้นทุกคนเป็นพยานว่าเราสองคนแต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้ว
(โดยปริยาย ดังนั้นพวกมึงต้องเป็นแฟนกันจริงๆ เพื่อนแซวทุกวันจนชิน)

แต่ก็ไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ หรอก เพราะเป็นรักวัยกระเตาะ
แต่เวลามีงานโรงเรียนอะไรก็เอาขนมอะไรไปฝากให้เค้าบ้างแหละ
ประมาณว่าทำคะแนนนิดนึง แต่ไม่อยากให้ใครแซว อาย

พอเลื่อนชั้นขึ้น ป.5 ก็แยกย้ายห้องกัน ไม่ได้เรียนด้วยกัน
ก็ห่างๆ กันไป แต่ก็ยังแอบๆ ชอบเค้าอยู่นั่นแหละ

จำได้ว่าตอน ป.6 วันวาเลนไทน์มั๊ง ที่แอบเอาดอกกุหลาบไปวางไว้ที่ลิ้นชักโต๊ะเค้า
แต่เค้าคงไม่รู้หรอกว่าเราเป็นคนทำ

มาเจอกันอีกทีตอนไปเรียนต่อม.ปลายที่โรงเรียนสตรี
แต่ตอนนั้นก็คิดกันแบบเพื่อนแล้วล่ะ คุยกันแบบปกติ เล่นบาสด้วยกัน
อยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ ด้วยกันแม้ว่าจะไม่ได้เรียนห้องเดียวกันแล้ว

ล่าสุดเจอกันตอนตูลาสิกขา เค้ามาทำบุญที่วัด ตูยังต้องเป็นผ้าขาวใช้หนี้สงฆ์ อยู่วัดต่ออีกสี่ห้าวัน
แต่ตอนนั้นเค้าก็มากับสามีเค้าแล้วล่ะ แต่ก็คุยกันตามปกติ เค้าไปทำหน้าที่แม่พิมพ์ของชาติ
แต่งงานกับแฟน ป่านนี้ก็คงลูกสองแล้วล่ะมั๊ง

แต่ก็ยังประทับใจรักในวัยเยาว์ ความรักลูกหมาที่ยังตราตรึง
ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

เดอะบุ๋ม

 + :25:

พี่ฟิ้งส์เล่าสะใจวัยโจ๋ว อีกแล้ว  :45:


ยาวๆขออีกๆ  :25:

พูดถึงแสดงหน้าชั้น ก็คิดถึงมุมงุงิดีเหมือนกันเนอะ   :21:



ออยอิชี่

รักวัยกระเตาะ เราอาจจะไมไ่ด้คิดอะไรมาก แต่มันก็ฝังใจเหมือนกันนะพี่ฟิ้ง  :43:

กลอนน้องเดือน ชอบอะ ขอเอาไปเขียนลงในไดอารี่นะครับ +น้องเดือนที่มีกลอนน่ารักมาให้อ่าน :46:

อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 13:03 น.

ผมเจอ เค้าคนนั้น ที่โรงอาหาร เธอเป็นผู้หญิงที่ผมสวยมากๆ จำได้วันแรกที่เจอ ผมยืนถือจานข้าวแล้วมองเค้าตาค้าง
ตั้งแต่เค้าเข้าโรงอาหารมาจนออกไป วันนั้นเป้นวันแรก ที่ผมใจเต้นแรงมาก แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร...

.........

....2 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก รักของผม ก็ได้แค่แอบมอง รอพบหน้า สืบดูข้อมูลต่างๆแค่นั้น
ด้วยความที่เป้นคนขี้อายไม่กล้าทักไม่กล้าคุย อย่างมากก็ได้แค่ยิ้มให้ โดยไม่รู้จักกัน แค่นั้นตอนนั้น ก็รูสึกว่ามีความสุขมากแล้ว
ผมสรรหากิจกรรมต่างๆ ที่ต้องไปทำที่แผนกหญิงอยู่ตลอด เพื่ออย่างน้อยจะได้เจอหน้าเค้า สักนิดก็ยังดี




ขออนุญาติ quote มาบางส่วนครับ
พี่โอดำ อ่านแล้วผมโดนเรื่องของพี่โอไงไม่รู้  :30:
เรื่องคล้ายกันเลยต่างกันที่ผมเจอเค้าบนรถเมล์  :22:
+ พี่โอแรง ๆ อีก 1 ที



จักรี

อ่านของบางคนก็น่ารักดีครับแต่ของบางคนก็เศร้าจัง  ชีวิตมีมีสีแบบนี้นี่เอง

สำหรับคนที่มีความสุขก็ขอให้สุขยิ่งๆ ขึ้นไปรักษาความสุขให้ยืนยง โอภากุล กันให้ถ้วนทั่ว
ส่วนคนที่เศร้า ก็อย่าจมปรักกับมันให้มากนัก ให้โอกาสตนเองให้โอกาสคนอื่น สู้ๆ ....
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

แนนเค้ก ❤

อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 16:01 น.
โลกของเธอ...เธอว่ามันกลม
โลกของฉัน....มันก็กลม....ไม่ต่างกัน
โลกของเธอ...หมุนรอบตัวเอง...อยู่ทุกวัน
โลกของฉัน....ก็ทำอย่างนั้น...อยู่ทุกคืน

โลกของเธอ....มีสองเวลา...ในหนึ่งวัน
โลกของฉัน....ก็แบบเดียวกัน...ไม่เป็นอื่น
โลกของเธอ...คือหนึ่งกลางวัน...กับหนึ่งกลางคืน
โลกของฉัน....ก็ยืนพื้น...ด้วยวันและคืนเช่นกัน

โลกของเธอ....ห่างดวงอาทิตย์...อีกตั้งไกล
โลกของฉัน...หากอยากจะไป...ก็คงแค่ฝัน
โลกของเธอ...ยังมองเห็นความเป็นไป...ของดวงจันทร์
โลกของฉัน...ก็เคยได้ยินเรื่องเล่าจากที่นั่น...เป็นบางที

โลกของเธอ....มีเรื่องให้ทำมากมาย
โลกของฉัน....ก็คล้าย ๆ จะต้องทำในแบบนี้
โลกของเธอ...สิ่งที่ตามหา...ยังคงต้องมี
โลกของฉันในวันนี้....ก็ยังคงเดินทางต่อไป

เหมือนโลกของเรา...ไม่มีอะไรที่แตกต่างกัน
ทุกเรื่องราวในโลกนั้น...เป็นเช่นเดียวกัน...มาตั้งแต่ไหน
เรื่องเดียวที่อาจไม่เหมือนกัน
คือโลกของฉัน...มีเธออยู่ที่นั่น...มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
เรื่องเดียวที่อาจจะต่างไป
แค่ไม่รู้ว่าจะมีฉันอยู่บ้างไหม...ในโลกของเธอ...



:53:

มีอยู่ในนี้ด้วย :22:
Nothingness
||•• i-nan-za™``: วนัสนันท์ is back!

ส้ ม ♥


เพิ่งมาเก็บดาว

อ่านของเจ้ปุก..แล้วจุกแทน  :08:

ส่วนไอ้กัปตันที่โดนเจ้ปุกทิ้งอ่ะ บอกได้คำเดียวว่ามันสมควร

บังอาจคิดนอกใจเมีย จะทิ้งครอบครัว โดนเจ้ปุกมาพิฆาตให้แม่งลงแดง มองอีกแง่ก็สะใจดีนะเจ้


มีเพื่อนผู้ชายเหี้ยๆคนนึง เคยบอกไว้ว่า

สุดท้ายแล้วผู้ชายเหี้ยๆ มักจะได้ผู้หญิงดีๆเป็นแฟน ถึงแม้ว่าคนนี้จะดีอยู่แล้ว ถึงเลิกกันก็จะเจอคนที่ดีกว่านี้แน่ๆ... เพราะพรหมลิขิต

ส้มเลยสวนไปว่า โธ่ ไอ้ฟายยย มึงเข้าข้างตัวเองไปรึเปล่า

หลังจากวันที่พูดกันนั้นเมื่อนานมาแล้ว มาจนวันนี้.. รู้สึกได้ว่า มันเป็นเรื่องจริงแฮะ  :07:

หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

เดอะบุ๋ม

เอโดนเจ๊ส้มด่าเรอะ  :30:  เศร้าเชียว  :35:

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Rabbitinblack

 :05: ของกวางเศร้ามากง่า

ต้องตัด  :30:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines