โลกนี้สีชมพู

เริ่มโพสต์โดย เดอะบุ๋ม, 17 มิ.ย. 2008, 15:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ส้ ม ♥


ทำตัวเป็นกระบอกมายาไปได้  :08:

ทำไมอาการมันน่าเป็นห่วงจังวะคะ เจ้

ไงก็กินผักบุ้งเยอะๆละกัน ไปหาหมอด้วย




\\ ไอ้กระบอกตอนเด็กๆ ที่เอากระจกมาต่อกัน แล้วใส่พวกเลื่อมเข้าไปข้างใน เจาะรูส่องดูน่ะ  (เข้าใจมั้ย :05:)
หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

เดอะบุ๋ม

อ้างคำพูดจาก: ส้ ม เมื่อ 25 มิ.ย. 2008, 01:48 น.
เจ้ ไม่เจียมสังขาร

ทำไม่หัดพิมพ์ตอนที่มันมีแสงพอดีวะคะ

เดี๋ยวก็ตาเสียพอดี  ห่วงนะเนี่ย แต่ตูก็อยากอ่าน  :39:

พอถึงเรื่องนี้ก็นึกได้  บุ๋มก็เจ็บตา เพราะฝืนนี่แหละค่ะ ได้ไปหาหมอเลย  ตาได้อักเสบ เส้นเลือดตาแดงปูด  อดปั่นไปเลย 1 วันเต็มๆ  :15:


//

พี่ปุกใส่แว่นกรองแสงจากคอมรึเปล่าคะ  ถ้าใส่  เลนส์สีเขียว มันทำให้มองซอฟท์ขึ้นนะคะ (แม่ค้าขายแว่นบอก ซึ่งมันก็จริง)

อ่อ ยาหยอดตาก็ช่วยได้ค่ะ ไปหาหมอ หมอให้ยาหยอดตามา แล้วก็ได้ใส่แว่นแบบไม่ได้ตั้งใจ

อาการตาแดงๆ เส้นเลือดตามองเห็นชัด หมอว่า เส้นเลือดมันขดตัว ใช้ยาหยอดตาเพื่อคลายเส้นเลือด

ลองดูนะคะ   :25:

ยุนเอ

อ้างคำพูดจาก: ส้ ม เมื่อ 25 มิ.ย. 2008, 01:55 น.
ทำตัวเป็นกระบอกมายาไปได้  :08:

ทำไมอาการมันน่าเป็นห่วงจังวะคะ เจ้

ไงก็กินผักบุ้งเยอะๆละกัน ไปหาหมอด้วย




\\ ไอ้กระบอกตอนเด็กๆ ที่เอากระจกมาต่อกัน แล้วใส่พวกเลื่อมเข้าไปข้างใน เจาะรูส่องดูน่ะ  (เข้าใจมั้ย :05:)

คาไลโดสโคป

หรือรายการกระจกหกด้านก็ว่า

:25:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Soris0ri

Las Noches Rubicundior

เดอะบุ๋ม


Soris0ri

เป็นเลนส์สีที่ถนอมสายตา
เคยอ่านเจอในนิตยสารพวกคอสโม รึอะไรนี่แหละนานมาแล้ว
Las Noches Rubicundior

slaveofann

ความรักของกาปุก ตอน เพื่อนรัก

ตั้งแต่ ม.4 ก็มีเพื่อนสนิทนั่งข้างหลังเราคนนึง ชื่อเอส
มันชอบแหย่ ชอบแกล้งตลอดเวลา
ด่ามัน มันยิ่งขำ เอสเป็นคนพังงา ตอนที่เริ่มเรียนด้วยกันใหม่ๆ
สูงไม่ต่างกันหรอก เอสสูงร้อยหกสิบสอง
ปุกสูงเท่าเดิมตั้งแต่ ม.2 หยุดตรงนี้ที่เธอ คือ 158CM :05:

จนเราไปแอบกิ๊กๆกับริวตอนแรก เอสมันก็ดูตกใจ
เพราะยังไม่ทันบอกใครเลย ว่าเราชอบพอกันแล้ว
เอสก็ไปเจอเราสองคนที่แฟชั่นไอส์แลนด์
อุตส่าห์ไปเสียไกลผู้คน ก็ยังจะไปเจอกันได้
เอสทำท่าตกใจ ที่เรากับริวเดินจูงมือกันมา
ส่วนตู่ เพื่อนห้องเดียวกันอีกคนก็เป่าปากปี๊ด ปิ้ว
อายแทบตาย ก็นะ เราออกจะเก๋าๆ มีเรื่องกับชาวบ้านไปทั่ว
อยู่ๆมาแต่งซะหวาน กุ๊กกิ๊ก เพื่อใครบางคน มันก็ยังไม่คุ้นเท่าไหร่

จนสุดท้าย รักของเรากับริวก็จบลงด้วยน้ำตา
เอสก็มาปลอบใจ ถึงจะสนิทกันมาก แต่เอสเป็นคนเดียวในห้อง
ลืมบอกไป พอเอสอยู่ ม.5 จากไอ้เด็กแคระสูง
162 มันโดดไป 182 ไอ้เวร ทิ้งกันไม่เห็นฝุ่นเลยนะเอ็ง

ช่วงนั้นก็ไปเรียนพิเศษด้วยกัน
มันก็ชอบมาลูบหัวมั่ง ตบหัวเบาๆหยอกเล่นบ้าง
ไอ้เราก็ขี้รำคาญ เลยด่ามันไป มึงเป็นอะไรมากป่ะเอส
แกล้งกูอยู่ได้ ใจจริงเราก็ชอบให้มันแกล้งนะ
แต่ด่ามันไปเอาเท่ๆงั้นล่ะ

หลังจากนั้น เอสมันก็ไม่แกล้งเราอีกเลย
อย่าว่าแต่แกล้งเลย พูดมันก็ไม่พูด เราก็งง อะไรวะ
ด่าแค่นี้มาทำงอน ตัวก็สูงจะตาย ใจเท่าหอยมด
เราเลยไม่ง้อ เพื่อนเยอะแยะ ไปคิดอะไรมากมาย กับผู้ชายขี้งอแง

จนม6 มันก็มีโอกาสได้นั่งด้วยกันอีก
มันก็ทำตัวแปลกๆ พูดจาผิดหูไป เราก็เลยแซวมันไป
ชอบกูอะเด้ ก็นะ คนมันน่ารัก ระวังเชื้อกูระบาดนะมึ๊ง
พูดไปแพล่มๆ เด็กๆชอบทำเท่เอาโล่มาก

เอสไม่ตอบอะไร แต่พอวันสุดท้ายไปโยนโบว์ลิ่งค์
ก่อนแยกย้าย เพราะเรียนจบแล้ว
ระหว่างเดินขึ้นบันไดในอิม ลาดพร้าว จะเข้าสู่ที่แลกรองเท้า
ในลานโบว์ลิ่ง  เอสก็ฉุดแขนเรามา พวกเราเดินท้ายขบวนอยู่ละ
คนมันก็ไม่เห็น

เอสหน้าแดงแปร๊ด บอกเราว่า
ปุก ที่กูไม่ค่อยพูดกับมึง
เพราะตั้งแต่มึงถามว่า ทำไมกูต้องแกล้งแต่มึง
กูรู้คำตอบหลังจากตอนนั้น เลยไม่อยากคุยด้วย
กลัวมึงจะรู้ความจริง ว่ากูน่ะ รักมึงวะ
รักมานานแล้ว บอกไปแล้ว อย่าเลิกคบกูนะ

ตอนนั้นเราก็ไม่มีใครอยู่แล้ว แล้วเอสก็เป็นคนหน้าตาโอเค
สูง ขาว สะอาด ใจดี ก็เลยตกลงตบกันเล่นๆ สักเจ็ดวัด
ไปดูหนังครั่งแรก ไอ้เอสสุดติ๋ม หอมแก้มเลย ตั้งหลายที
ใจเราเต้นไปหมด ไม่รู้จะปัดไง สงสัยแอบมีใจให้มันไปบ้างแหละ  :32:

แต่ไม่นานหรอก รักแบบเพื่อนรู้ใส้รู้พุง ไปกันยาก
เอสเข้าใจผิด คิดว่าเราชอบตู่ สุดท้าย มันก็เลยเป็นแค่แบบทดสอบรัก
ที่ได้ผลคะแนนห่วยแตก เราเจ้าชู้ด้วย เป็นเพือนกันดีแล้ว
จะได้ไม่ต้องมาด่ากันทีหลัง

ผ่านไปสองปี มารู้อีกครั้ง
เอสเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายที่ต่อมลูกหมาก
ก่อหน้านี้ไปตรวจหลายที่มาก หาไม่เจอ
มาเจอก็ไม่ทันแล้ว เอสค่อยๆผอมลง
ถึงจะดูไม่โทรม แต่ก็ไม่ได้สดใสเหมือนเก่อน

และเอสก็จากพวกเราไปอย่างสงบ
เหลือแต่รอยยิ่มน่ารักๆ ประทับใจเราไปตลอดกาล


Soris0ri

Las Noches Rubicundior

Rabbitinblack

 :05: ปุกเริ่มเล่าแต่สีจางๆ  :49:

ส้ ม ♥

หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

เดอะบุ๋ม

ตอนแรก   :30:

ต่อมา  :33:

สุดท้าย  :05:


เฮ้อ ...


พี่ปุกสู้ๆ   :07:

และรออ่านตอนต่อไปอีก  :25:  เช่นเคย :53b:


ว่าจะไปนอน ไหงเปิดมาเจอ ก็เสร็จโพสต์แล้วโพสต์เล่า  ลืมด้วย ว่าบอลพรุ่งนี้  นั่งรอแถมคุยเพลิน  :30:   ตีสองล่ะ

saa3


Soris0ri

Las Noches Rubicundior

ยัง มี พุง

ดองไว้นาน เค็มได้ที่ คงคอนเซ็ปต์เหม็นกะปิ :53:

โลกนี้สีชมพูกะปิ ตอน กะปิกลิ่นหมูเวลล์

หมูเวลล์คืออะไร? ถ้าถามเด็กศิลปากร ฝั่งทับแก้วคงรู้จักกันดี

เป็นหมูย่างที่ขายตรงโรงแรมเวลล์

ไอ้ตอนตูเข้าไปปี 1 เนี่ยก็ไม่รู้จักหรอก พวกพี่ๆเค้าก็บอกกันมาอีกที

แถมมีเรื่องเล่ามาด้วยว่า ถ้าไอ้หนุ่มคนไหนซื้อหมูเวลล์ไปจีบสาวแล้วจะจีบติด

เพราะว่าหมูมันอร่อยมาก แล้วก็หมดเร็วมาก ต้องฝ่าฟันไปซื้อ(กันเลยทีเดียว)

ไอ้ตอนปี 1 ที่เข้าไปวันแรกเนี่ย มันมีรับน้องรวมในศูนย์ศิลป์ฯ

ช่วงเช้านั่งแถวติดกับคณะวิศวะฯ พวกเด็กวิศวะฯก็ถูกรุ่นพี่ให้มาขอเบอร์เพื่อนๆคณะอื่น

คนที่นั่งติดกะตู เป็นหนุ่มหน้าตี๋ที่ตูว่าเฉยๆ ชื่อ วิง. มาขอก็เขียนเบอร์ให้ไปหลังป้ายชื่อ

ตูก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะว่าคนอื่นๆก็มาขอ ก็เข้าใจว่าขอเพราะพี่สั่ง

จากนั้นก็ไปทำกิจกรรม คือเดินไปองค์พระ  :08:

กลับมาตอนเย็นเข้าศูนย์ศิลป์ฯอีกที คราวนี้นั่งติดกับคณะวิทยาศาสตร์

ไอ้หนุ่มวิทยาฯที่นั่งติดกะตูนี่พูดมากกกกกก ถึงมากที่สุด ชื่อ ซัน.

ผมสีส้มมาเลย ตัวเล็กๆ (รึเตี้ย) นั่นเอง

จากนั้นกิจวัตรประจำวันของน้องใหม่ก็วนเวียนอยู่แค่

ไปเรียน กินข้าว กลับมานอน 5 โมงเย็นไปว้าก ทุ่มนึงซ้อมเพลงเชียร์ สองทุ่มครึ่งเลิกพี่รหัสมาเทคหนม

เข้าหออาบน้ำแต่งตัว หอบหมอนผ้าห่มลงมา A2 โรงอาหารคณะตอนสี่ทุ่ม ซ้อมหลีดฯจนตีสองตีสาม

แล้วก็นอนมันโรงอาหารนั่นแหละ จำได้ว่ารุ่นตูเป็นรุ่นสุดท้ายที่เค้าให้นอนใน A2 ได้ พอ 6 โมงเช้าหอเปิดก็เข้าหอนอนต่อ แปดโมงไปเรียน

วนเวียนมันอยู่อย่างนี้นี่แหละ แต่เรื่องมันเกิดเอาตอนวันเปิดกีฬาเฟรชชี่นี่แหละ

พ่อตี๋วิง.เค้าเห็นตูเต้นแร้งเต้นกาอยู่ พองานเลิกก็เลยอาสาไปส่งที่คณะให้

ไปนั่งอยู่ใน A2 เนียนเยี่ยงเป็นเด็กศึกษาด้วยกันเลยทีเดียว

เพื่อนๆตูทำชุดกัน วิง.ก็ช่วยทำ จนเป็นที่รักใคร่ และหมายปองของบรรดาเจ๊กะเทยทั้งหลาย  :30:

ตอนตี 3 ก็ไปซ้อมกันที่สนามกีฬาอีกรอบ วิง.ก็ไปด้วย ไปนั่งมันอยู่ทั้งเสื้อแดงของวิศวะฯนั่นแหละ

มืดก็มืดยุงก็กัด แต่วิง.ก็ยังนั่งรอจนกลับมา A2 อีกรอบนั่นแหละ

คราวนี้พวกพี่ๆเค้าบอกให้ตูแกะสายสิญจ์ที่บายศรีออก เพราะกลัวว่าพรุ่งนี้โชว์จะไม่สวย

ก็นั่งแกะๆ

"มาตาล. วิง.ช่วยแกะ"

กรี๊ดดดดดดดดด  :53:

ตอนนั้นมันเด็กอ่ะวุ้ย เขินไปหมด หน้าเน้อร้อน หูแดงแป๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

จนเช้าก็แยกย้ายกันกลับหอไป นัดแต่งหน้ากันอีกทีตอน 9 โมง

โอ้ว นอนแค่สามชั่วโมงมันจะไปพออะไร๊?????

แต่ 9 โมงเช้าวิง.ก็มาหาที่หอพร้อมโจ๊ก 1 ถุง

"กินก่อนเดี๋ยวแต่งหน้าแล้วจะไม่ได้กินนะ"

:25: ตอนนั้นนี่ปลื้มเลยนะ เพื่อนก็ยุให้เป็นแฟนกัน

แต่ตอนนั้นแบ๊วจริงไง ไม่เอาขอดูไปก่อน

นี่ตูสวยเลือกได้นะเฟ้ยตอนนั้น (ไม่ใช่ตอนนี้)

ด้วยความที่ว่าแต่งหน้ากันเป็นสิบคน เวลาลงรองพื้นก็คือต้องลงรองพื้นสิบคนให้เสร็จ

แล้วค่อยทำอย่างอื่นต่อ เพราะว่ามีช่างแต่งหน้าแค่สามคน

ลงรองพื้นเสร็จก็นอนรอเลย เพราะไม่ไหวแล้วตูง่วงมาก

"นอนตักเราก็ได้นะตาล."

:53: อ๊างงง ตอนนั้นไม่เขินไรแล้ววุ้ย ตูง่วง

พอถึงคิวแต่งหน้าก็ลุกไปแต่ง เสร็จแล้วก็มานอนต่อ

จนจบงานเฟรชชี่นั่นแหละก็ไปไหนมาไหนกะวิง.บ่อยขึ้น

ไอ้บ่อยคือเย็นไปกินข้าวด้วยกันนะ

แต่ถ้ามันเป็นแค่นั้นชีวิตรักตูจะราบรื่นเกินไป

อย่าลืมพ่อหนุ่มวิทยาฯด้วยนะ ซัน.ก็ยังอยู่

แถมซัน.ยังรู้ตารางเรียนตูอีกนะ ว่าว่างตอนไหน เรียนตอนไหน

ตอนนั้นตูก็อารมณ์เหมือนยังสนุกกับชีวิตมหาลัยด้วยแหละ

เพราะว่าสมัยมัธยมเรียนหญิงล้วนมาตลอด

พอมีคนมารับ มาชวนไปกินข้าว ก็ไปดิ กินฟรีไม่คิดอะไรมากมาย ขำๆ

(ตัดก่อน ยาวมาก)
ห๊ะ! อะไรนะ!!!

psyfer

คั่น มาต่อเลยเร็ว  :37:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines