โลกนี้สีชมพู

เริ่มโพสต์โดย เดอะบุ๋ม, 17 มิ.ย. 2008, 15:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

toeytoeytoey

เดี๋ยวไปรวมตัวกินบ้านพี่อ๋าห์ก็ได้

Buob Marley

ไม่ใช่ลุงอ๋าห์ ใครจะคิดแบบนี้ได้ :30:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

MintJi

อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 03 เม.ย. 2011, 21:32 น.
มากินแถวศาลายากันมั่งมั้ย :4705:


ปิดเทอมแล้ว :05:

ณัฏฐ์


อู๋

 :05: :05: :05: อะไรก็ไม่แน่นอนครับ

ณต

อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 03 เม.ย. 2011, 20:06 น.
:30: :30:



สถาณะ ตอนนี้กำลังคุยกับคนคนนึงอยู่


ถ้าไม่ล้มเหลวจะมาเปิดตัวนะจ้ะ :30: :30:


อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:33 น.
:05: :05: :05: อะไรก็ไม่แน่นอนครับ

อะไรกั๊นนน :3005:
แค่ไม่กี่ชั่วโมงเนี่ยนะ  :07: :07:

IM


เก้อ

ออกตัวแรงแล้วก็ล่ม

ทู้กที :37:
I ROCK , THEREFORE I AM

อู๋

ฮ่าๆๆๆ ยังครับ ออกตัวไปก่อน เผื่อมันแห้วจริง

ก็ยังคุยอยู่ยังไม่ได้มีอะไรเลวร้าย


ว่าแต่บ้านเก้อวันไหนครับ  :58: (ซีเรียสส)

โตน

E entao pergunta Se eu estou em paz E eu digo sim, i feel wonderful tonight

ยุนเอ



แม้ว กูอยู่หาดใหญ่นะ

บอกเฉยๆ เผื่ออยากมาพาร์ที้~ ไรงี้
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Buob Marley

แม้วเข้าประเทศไม่ได้ :53:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

IM

พี่บวบตัดหน้า  :30:

กวางจ้ะ

แวะมาอัพเดท รอบนี้ยาวหน่อยนะ

มีนาคม 2011

ช่วงต้นเดือนดุกไปงานแต่งอีกงานนึงค่ะ เป็นงานแต่งพี่ที่ออฟฟิศ ไปคนเดียวกับพี่ ๆ ที่ออฟฟิศอีก 2 คน
(จัดงานกลางวัน แถมจัดงานวันธรรมดาด้วย ไม่ค่อยมีคนไปเท่าไหร่ค่ะ)
แล้วก็จะโดนพี่ ๆ ถามกลับเสมอว่าเมื่อไหร่น้องกวางจะแจกการ์ดสีชมพูบ้าง
พี่ขา เขายังไม่มาขอหนูเลยค่ะ แล้วหนูจะมีการ์ดให้พี่ได้ยังไงเนี่ย



ช่วงเดือนนี้ดุกคุยกับตาแว่นเรื่องจะเปลี่ยนงานค่ะ (ตามไปอ่านได้ที่นี่)
เพราะดุกคิดว่าถ้าเมื่อไหร่ที่ดุกแต่งงาน
ดุกคงต้องย้ายไปอยู่แถวหน้ารามซึ่งถ้ามาทำงานที่เดิม ก็คงไกลแน่ ๆ
แถมยังต้องคุยกับที่บ้านด้วย ว่าทำไมถึงออกไปทำที่อื่น ค่อนข้างซีเรียสทีเดียว

ตกลงกันได้ว่า ขอให้ได้ไปทำงานที่นี่ก่อนดีกว่า อย่างน้อยก็ยังดีกว่าอยู่ที่เดิม
(เงินก็ดีกว่าแถมได้วันหยุดมากกว่า)
แล้วจะตัดสินใจอะไรกันก็ค่อยว่ากันอีกทีเมื่อถึงเวลาละกันค่ะ
เพราะถ้ามาถามแบบนี้ในเวลานี้ พี่ต้นคงยังไม่พร้อมเท่าไหร่




เมษายน 2011

ต้นเดือนนี้ดุกไปเที่ยวเชียงใหม่กับตาแว่นค่ะ กลับมาจากไปเที่ยวก็ทำงานที่ใหม่เลย


ช่วงเดียวกันนั้นเอง
เพื่อนดุกที่ออฟฟิศเก่าแต่งงานอีกคู่นึงแล้ว
แต่ดุกไม่ได้ไปร่วมงานด้วยเพราะจัดงานต่างจังหวัดโน่น (อุดรธานี)
ก็ถามเพื่อนว่า ทำไมถึงรีบแต่งหว่า
เพื่อนบอกว่า พาแฟนไปตรวจสุขภาพ แล้วหมอบอกว่า แฟนเป็นโลหิตจาง
ให้รีบ ๆ แต่งงานมีลูก เพราะถ้าปล่อยไว้มีลูกตอนอายุเยอะ ๆ เด็กจะเสี่ยงเป็นนั่นเป็นนี่เยอะ

ก็เลยตัดสินใจแต่งงานเลย เพราะเพื่อนดุกก็อยากมีลูกอยู่แล้ว


เล่าให้ตาแว่นฟัง ตาแว่นบอกว่า "ไปตรวจสุขภาพด้วยกันมะ"  :49:
อย่าเพิ่งเล้ยยย  :30:



สงกรานต์ปีนี้ ดุก ตาแว่น และก็เพื่อนตาแว่นอีกคน
ปั่นจักรยานไปตะลอน ๆ ทั่วกรุงเทพค่ะ
ส่วนใหญ่จะโดนสาดที่ข้าวสาร กับระหว่างทางซะเยอะ
อันนี้เพื่อนตาแว่นถ่ายให้










พฤษภาคม 2011

ดุกเริ่มอยากได้ macbook pro บ้างแล้วค่ะ เริ่มเช็คสเปคเครื่อง เริ่มคิดนั่นคิดนี่ แต่คิดไปคิดมาก็ต้องกองไว้ตรงนั้นก่อน
เพราะมีเหตุให้ต้องซื้อแอร์มาติดที่้ห้อง กลายเป็นต้องผ่อนแอร์ให้หมดก่อนถึงจะเริ่มคิดอยากได้อย่างอื่น
ตาแว่นก็พยายามส่ง link จักรยานแบบที่ดุกชอบมาให้ดูเรื่อย ๆ (ก็ทรงแนว ๆ tokyobike นั่นแหละ)
ดุกเริ่มอู้งานน้อยลงค่ะ เพราะทำเลมันไม่เหมาะให้อู้เลยสักนิดเดียว (หลังเก้าอี้ดุกก็เป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบใสอะค่ะ)
แถมพี่หัวหน้าก็นั่งข้าง ๆ อีกต่างหาก

แต่มันก็ดีเหมือนกันนะ ทำงานที่เก่ามานาน อู้งานซะเคยชิน ทำงานตลอดเวลาดูบ้างจะเป็นไร

ดุกผ่านทดลองงานที่นี่ด้วยการพิมพ์ดีดอังกฤษได้ 50 คำ/นาทีค่ะ





กลางเดือนมีเรื่องงอนตาแว่นอีกแล้วค่ะ เพราะดุกรู้มาว่าคุณนก (แฟนเก่าตาแว่น)
เค้าเลิกกับแฟนใหม่เค้าแล้วตั้งแต่เดือนเมษามั้ง
she ก็โทรมาให้ตาแว่นไปดูโมเด็มที่บ้านให้ ประมาณว่าฝนตกแล้วโดนฟ้าผ่านั่นแหละ ดุกกับตาแว่นก็ไปดูด้วยกัน
ปรากฎว่าไม่แน่ใจว่ามันเป็นที่สายหรือตัว router รึเปล่า (ไม่เจอ she นะคะ)
สรุปว่าตาแว่นก็ไปช่วย she ซื้อของที่พันธุ์ทิพย์ด้วยกันอีก
แถม she ก็ให้ตาแว่นถ่ายรูป she แล้วส่งมาทางเมลให้ (แล้วต้องเป็นเครื่องตาแว่นด้วยสิเนี่ย)
ดุกเห็นก็งอน ๆ ไป ก่อนหน้านั้นที่ไม่หึง she ก็เพราะ she มีแฟนอยู่แล้ว คงไม่มายุ่งกับตาแว่นอีก
แต่ตอนนี้ she เลิกกับแฟนไปแล้ว ก็เลยคิดว่า
ทำไมต้องตาแว่นด้วยล่ะ เพื่อนคนอื่นที่สามารถช่วยดูเรื่องนี้ได้ไม่มีแล้วเหรอ?

แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร จนตาแว่นเอารูป she ที่ถ่ายกับโทรศัพท์ตาแว่นมาให้ดู แล้วก็จะส่งเมล
(she ใส่เสื้อบางโคตร ๆ ประมาณว่าเห็นสายเสื้อในด้านหลังทั้งหมดเลย)
ดุกงอนเลยค่ะ ไม่พูด ไปทำธุระกับแม่ตาแว่น กับตาแว่นด้วยกัน วันนั้นดุกคุยกับแม่ตาแว่นมากกว่าเสียอีก
จนเสร็จธุระ มาถึงบ้านตาแว่น ดุกกับตาแว่นก็ไปกินข้าวด้วยกัน (kfc)
มื้อนี้ดุกสั่งข้าว จ่ายเงินเอง มานั่งโต๊ะ ตั้งหน้าตั้งตากิน ๆ ๆ
ตาแว่นจะป้อนก็ไม่สนใจ พอดุกกินเสร็จก็ลุกออกไปเลย



ตาแว่นก็เดินตาม ๆ ๆ ดุกก็เดินหนี ๆ ๆ

ระหว่างทางตรงฟุตบาทฝั่ง ม.ราม จะมีสะพานลอยเยอะมาก มันจะมีจังหวะนึงที่ต้องเดินผ่านช่องบันไดแคบ ๆ
จังหวะนั้นตาแว่นก็จับดุกขึงกับรั้ว แล้วถามคาดคั้นว่าเป็นอะไร

ดุกร้องไห้.. พูดไม่ออก ร้องไห้อย่างเดียวเลย ตาแว่นก็ดึงไปกอดไว้

ดุกก็จะดิ้นหนีไปอีก จะถึงวินรถตู้อยู่แล้ว แถวนั้นมีป้ายรถเมล์ มีที่นั่งเป็นทางยาว ๆ ตาแว่นก็ดึงดุกมานั่งคุยกันก่อน



พอดุกหายสะอื้นแล้วก็ค่อย ๆ บอกไป ว่ารู้สึกยังไง
ดุกเคยบอกตาแว่นว่าจะไม่หึงแฟนตาแว่นแล้ว (ส่วนเหตุผลก็เพราะตอนนั้นแฟนเก่าตาแว่นเค้ามีแฟนใหม่แล้ว)
แต่ดุกก็ทำไมได้อย่างที่พูด (ก็ในตอนนี้แฟนเก่าตาแว่นเค้าโสด) เลยเหมือนจะกลืนน้ำลายตัวเองถ้าบอกไป
แต่ถ้ายังเห็นตาแว่นไปไหนมาไหนกับเขาสองต่อสอง ดุกก็ไม่สบายใจทุกครั้ง

แล้วยิ่งเห็นรูปเขาอยู่ในโทรศัพท์ตาแว่นแบบนั้น เห็นเขาแต่งตัวแบบนั้น ดุกก็ยิ่งเศร้าไปใหญ่
ดุกถามตาแว่นว่า เคยปฏิเสธอะไรใครบ้างมั้ย ทำไมเรื่องนี้เขาต้องให้เธอเป็นคนทำด้วยล่ะ คนอื่นไม่มีแล้วเหรอ
ถ้าเขามาขอให้ทำนั่นทำนี่อีก จะทำให้อีกมั้ย ตาแว่นบอกว่า "ก็คงบอกว่าไม่ว่าง"
ดุกยังไม่ได้บอกให้ตาแว่นเลิกเป็นเพื่อนกับเขา แต่ขอให้รักษาระยะห่าง

บอกไปว่า ตอนนี้เราทะเลาะกันแต่เรื่องผู้หญิงนะ เรื่องอื่นไม่ค่อยมีอะไรเลย มีแต่เรื่องนี้เนี่ยแหละ
ตาแว่นบอกว่า

"เหมือนโปรโมชั่นมือถืออะ
ตอนแรกก็ใช้โปรนี้อยู่ดี ๆ
มาตอนนี้พอเจ้าของเครือข่ายเค้าลำบาก
ก็เลยจะเปลี่ยนโปรโมชั่น ตัดนั่นตัดนี่เพิ่มนิดหน่อย
ก็ัยังทนใช้ไปได้อยู่
แต่ก็อย่าให้มากไปจนต้องเปลี่ยนค่ายละกัน" ประโยคนี้เล่นเอาดุกสะอึกนิดหน่อยค่ะ


เรื่องนี้ดุกบอกแม่ตาแว่นด้วยค่ะ เพราะดุกไม่รู้จะคุยเรื่องนี้กับใครดี (ซึ่งไม่ควร) แม่ตาแว่นก็บอกแค่ว่า

"อะไรกันยังไม่เลิกติดต่อกันอีกเหรอ
กวางต้องดุต้นบ้างนะลูก ต้นมันคนยังไงก็ได้ ไม่ค่อยปฏิเสธใคร
เหมือนพ่อมันนั่นแหละ"


แล้วก็มีเรื่องที่บ้านตาแ่ว่นให้ตาแว่นเครียดไปอีกเยอะ (ปัญหาครอบครัวน่ะค่ะ)
กลายเป็นเรื่องที่ทะเลาะกันไปกลายเป็นเรื่องเล็กนิดเดียวไปเลย

ยังไงก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว




สิ้นเดือนนี้ดุกแอบแหวกในปากดู เจอฟันคุดอีกซี่นึง คงต้องรีบจัดการ





มิถุนายน 2011

เดือนนี้ดุกผ่าฟันคุดตั้งแต่ต้นเดือน
แล้วหมอก็เริ่มบอกให้ดำเนินการรักษาฟันทั่วปาก
อืม ประมาณ 10 ซี่ได้มั้ง + ขูดหินปูนอีก


แถมวันที่ไปผ่าฟันคุดนั่น ทำความสะอาดเล็บเท้า เอาที่แคะขี้เล็บที่ติดมากับกรรไกรตัดเล็บแคะข้าง ๆ
แล้วมันบาดใต้เล็บทั้งด้านเลย แบบ รู้ตัวอีกทีก็เลือดซึมแล้ว
แต่ไม่ได้ไปหาหมอในวันนั้นนะคะ เพราะมีนัดผ่าฟันคุดตอนเย็น วันอาทิตย์ก็ไม่ว่าง แต่ก็เดินแล้วปวดตุบ ๆ ตลอด
ก็เลยไปหาหมอตอนเย็นวันจันทร์ ซี่งหนองก็มาตั้งแต่วันอาทิตย์แล้ว
ข้างที่โดนหนักสุด หมอจับถอดเล็บให้บางส่วน และก็ต้องไปทำแผลทุกวัน ๆ จนกว่าจะหาย (ใช้เวลาประมาณอาทิตย์นึง)
ระหว่างนั้นก็ไปหาหมอฟันตามนัดด้วยค่ะ


ที่ออฟฟิศ เจ้านายบอกคร่าว ๆ ว่าจะซื้อ macbook pro ให้ 4 เครื่อง
คนที่จะได้ก่อนก็มี พี่บอล น้องที่ออฟฟิศอีก 2 คน และก็กวาง
งานเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ ในตอนนี้


เดือนนี้ดุกมีไปดูหนังที่สกาล่าค่ะ เป็นงานของ a day foundation จัดร่วมกับ กรุงเทพเมืองจักรยาน
แน่นอนว่าตาแว่นชวน ไปกับเพื่อนเขาอีก 2 คน (เพื่อนที่ออฟฟิศเก่าของตาแว่น)
แต่ที่เพิ่งรู้คือ มีเพื่อนเขา (ที่ไม่ถูกกับดุกคนนั้นแหละ) มาด้วย
เขามากับกิ๊กที่ปั่นจักรยานด้วยกัน ก็เลยคิดว่าคงไม่มีอะไรมั้ง
แต่ที่ไหนได้ ตอนที่จะไปนั่งที่ ปรากฎว่าเป็นแถวเดียวกัน
เพื่อนตาแว่นคนนั้นกับเด็กเขานั่งริมขวาสุด ถัด ๆ มาทางซ้ายอีก 5 ที่
ก็คือดุกกับตาแว่นและเพื่อนอีก 3 คน (แต่มาแค่ 2 คนก่อน) ก็ต้องเดินผ่านเขา
แน่นอนว่าก็กลัวเหยียบเท้าเขานั่นแหละ ถึงได้เดินแบบพยายามระวังมากที่สุด ไม่ให้โดนหรือเหยียบเท้าเขา

แต่ก็ได้ยินเพื่อนตาแว่นคนนี้พูดว่า "รังเกียจสินะถึงได้เดินห่าง"
ก็เก็บไว้ไปพูดกับตาแว่นตอนหนังเลิก

"ถ้ารังเกียจ ก็คงเดินอ้อมไปเข้าอีกด้าน ไม่เบียดเดินผ่านแบบนี้หรอก หรือไม่ก็เดินแบบไม่ระวัง เอาส้นสูงเหยียบเท้าไปเลย"



เพื่อนตาแว่นอีก 2 คนนั้นก็บอกกับตาแว่นว่า
ทีหลังถ้ามีจัดทริปแล้วมี 2 คนนี้ไปด้วยไม่ต้องชวนพวกกูนะ ไม่ชอบ
ส่วนเหตุผลคือว่า เพื่อนตาแว่นคนนี้ ตาแว่นแนะนำให้รู้จักแต่ก็ไม่ยอมทักทาย เหมือนไม่อยากรู้จักด้วย
แถมมาว่าลับหลังว่าไม่มีสัมมาคารวะ อ้าว นี่ตูแก่กว่าอีกนะเขาต่างหากที่ต้องไหว้เรา
ส่วนกิ๊กเขาก็กวนตีนมาก คือปั่นจักรยานเจอกันทีไรก็ทักทายแบบ ทำให้รู้สึกแย่ไปเลย


แสดงว่าที่เรารู้สึกว่าเพื่อนสนิทตาแว่นคนนี้เค้านิสัยแปลก ๆ
ก็คงไม่ใช่เราคนเดียวที่รู้สึกแล้วสินะ (เหมือนจะมีพวกแล้ว)  :30:


วันนั้นตาแว่นซื้อเสื้อสกรีนลายหนังเรื่องที่ฉายให้ด้วยตัวนึง ใส่ได้พอดีเลย  :25:

pUiEE

ผ่านไปอีกปีแล้วนะ

ที่ปุ๋ยกับพี่กันย์
ได้เจอกัน
ได้รู้จักกัน
ได้เป็นแฟนกัน
ได้ทะเลาะกัน
ได้งอนกัน
ได้เลิกกัน

และ ได้รักกัน จนถึงวันนี้

เข้าปีที่สามแล้ว
ขอให้เราสองคน มีวันที่ดีๆด้วยกันแบบนี้
ต่อไป...

นานเท่าไหร่ไม่รู้  รู้แต่ว่าตอนนี้มีความสุขมากๆ
ปุ๋ยรักพี่กันย์นะ  :22:


อีกไม่นานก็เช้า...อีกไม่นานก็วันใหม่

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines