โลกนี้สีชมพู

เริ่มโพสต์โดย เดอะบุ๋ม, 17 มิ.ย. 2008, 15:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

slaveofann


ณต

ให้ผู้ชายอย่างตูฟันธง
กรณีของน้องเบลล์นี่

เขาก็เข้ามาจีบนั่นแหละครับ
แต่ก็ไม่กล้าบอกอะไรชัดเจน
เพราะว่ากลัวว่า น้องเบลล์จะตกใจหนีหายไป
ความสัมพันธ์มันก็เลยไม่ไปไหน
จนกระทั่งวันนึง เขาหรือเบลล์เจอคนใหม่
แล้วเขาก็จะเฟดตัวหายไป

ตูใจร้อน เห็นใจคนรอฟัง
มาสปอลย์ดักมุขให้เห็นตอนจบ  :30:

Romzaikyu

ใจเย็นสิลุง  :07: :07:

เค้าไม่ใช่พวกแม่บ้านอ่านเรื่องย่อในไทยรัฐล่วงหน้า
พร้อมหนังสือสรุปเรื่องสี่สีสวยงามแล้วค่อยมาดูทีวีนะ  :07: :07:



แต่มันก็อย่างนั้นแหละ ผู้ชายมันก็กั๊กเผื่อฟลุ๊กไปงั้นแหละ  :47:

น้องเข่มเข๊ม

พี่ร่มก็ปล่อยให้เบลล์มันเล่าซี่   
เลวยั้นเงา

slaveofann

ผู้ชายที่ชอบ
แต่ไม่พูดก็มีเยอะนะ
แสดงออกด้วยการกระทำอื่น
แต่มองกลับกัน
เชี่ยวๆนี่ก็มี ใช้ยุทธวิธี สร้างความเชื่อใจด้วยเวลา
และตีจากเมื่อเบื่อ

น้องเข่มเข๊ม

เลวยั้นเงา

เบลล์

ทีนี้ มันก็มีจุดพลิกผันเล็กน้อย ที่ทำให้เก็บมาคิดมากได้อีก

ในช่วงที่พี่เค้าทำโปรเจคจบ เบลล์ก็เหมือนกำลังบ้างาน หานู่นนี่ทำ
ฝึกกราฟิค ฝึกนู่นนี่ เป็นช่วงก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย และด้วยความที่ชอบช่วยคนอื่น
ยิ่งถ้าเป็นคนที่เราสนิทๆแล้ว ก็อยากจะช่วยมากๆ
เลยไม่รู้ไปมายังไง ไปช่วยพี่เค้าทำหน้าตาแพคเกจจิ้งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจค

ตรงนี้ก็เหมือนจะเป็นหนี้บุญคุณกัน ก็เลยคิดว่า คงเป็นส่วนนึงมั้งที่เค้าดีกับเรา

แล้วพี่เค้าก็จบ ป.ตรีไปด้วยดี ตอนรับปริญญาก็ชวนเบลล์ไปนะ
แต่ไม่ไปเองแหละ ไม่รู้จะไปทำไม และก็ติดเรียนด้วย เลยไม่ไป

หลังจากพี่เค้าเรียนจบ ก็มีการนัดเจอบ้างนานๆที นัดทานข้าว ดูหนังเป็นครั้งที่สอง
แล้วก็ ไม่มีอะไรตามเคย แต่ก็ยังพกเสื้อกันหนาวมาอีกแล้ว เลยเริ่มคิดละว่า พี่เค้าเป็นคนแบบนี้เป้นปกติของเค้าละล่ะ
ก็เลย เลิกคิด ทั้งหมดที่ผ่านมา เลิกคิดซะดีกว่า เค้าไม่เคยเอ่ยอะไรที่สื่อไปทางที่มากกว่าพี่น้องเลย
เราเองก็ไม่อยากตีค่าการกระทำของเค้า จะกลายเป็น คิดมากไปคนเดียว เลย ไม่คิดละ

แต่เค้าก็ยังคง โทรมาแบบปกติ คุยไร้แก่นสาร ส่งsmsตามเทศกาล มีของขวัญวันเกิดให้กันนิดๆหน่อยๆ
ณ ตอนนั้น สรุปไปเองว่า "เค้าเป็นพี่ชายที่แสนดี" (หรอ)

แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น  :30:

ปล. พี่ณต ลุงเป็ด คะ เรื่องของเบลล์มันไม่มีบทสรุปแหละ เพราะเบลล์เอง ณ วันนี้ก็ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาจะเรียกมันว่าอะไรดี
ช่วยสรุปให้ด้วยนะคะ จะได้สบายใจว่า ไม่ได้บ้าไปเองคนเดียว :30:

Ah!

ที่ผมเคยช่วยดูงานตอนปีหนึ่งน่ะ ผมช่วยจริงๆนะ
ไม่เคยได้คิดอะไรเกินเลย


:44:
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

น้องเข่มเข๊ม

เลวยั้นเงา

iannnnn

ตอนตูปีหนึ่งก็ช่วยพี่ปีห้าเหมือนกันนะ
ไม่ได้คิดอะไรด้วยเพราะพี่เขาเป็นผู้ชาย :44:

Romzaikyu

รอฟังของหนูเบลล์ต่อจ้ะ  :25:

แต่ก็ขอยืนยันคำเดิมว่า มันกั๊กๆ ไว้เผื่อฟลุ๊กจ้ะ
แต่ที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมา อาจเป็นเพราะ

หนึ่ง เค้าเป็นคนต้องการแค่นี้ คือ กินข้าว ดูหนังกันบ้าง แค่นี้ก็พอใจแล้ว
สอง ป๊อด อยากทำมากกว่านี้แต่กลัวต้องมารับผิดชอบความรู้สึกกันที่หลัง

จ้ะ  :37:

HS-JEF

อืม...แสดงว่าพี่ร่มลวกน้ำร้อนมาก่อน  :33:
วาว วาว เสียงรถไฟแล่นไปฤทัยครื้นเครง

Romzaikyu


BLACK DRAGON


เบลล์

อ้างคำพูดจาก: รอธชิลส์ เดอ อ๊ะอ๋าห์ เมื่อ 05 เม.ย. 2009, 01:31 น.
ที่ผมเคยช่วยดูงานตอนปีหนึ่งน่ะ ผมช่วยจริงๆนะ
ไม่เคยได้คิดอะไรเกินเลย


:44:

ไม่ใช่อย่างง๊านนนนนนนค่ะลุงอ๋าห์  :30:

:46:

อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 05 เม.ย. 2009, 01:32 น.
ตอนตูปีหนึ่งก็ช่วยพี่ปีห้าเหมือนกันนะ
ไม่ได้คิดอะไรด้วยเพราะพี่เขาเป็นผู้ชาย :44:

:30: :30: :30:

อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 05 เม.ย. 2009, 01:32 น.
รอฟังของหนูเบลล์ต่อจ้ะ  :25:

แต่ก็ขอยืนยันคำเดิมว่า มันกั๊กๆ ไว้เผื่อฟลุ๊กจ้ะ
แต่ที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมา อาจเป็นเพราะ

หนึ่ง เค้าเป็นคนต้องการแค่นี้ คือ กินข้าว ดูหนังกันบ้าง แค่นี้ก็พอใจแล้ว
สอง ป๊อด อยากทำมากกว่านี้แต่กลัวต้องมารับผิดชอบความรู้สึกกันที่หลัง

จ้ะ  :37:

จริงๆก็เคยคิดแบบนี้นะคะลุงเป็ด แต่มันดูไม่ค่อยดีเลยเนอะ
เลยไม่คิดซะเลย แล้วก็ปล่อยตามน้ำไป รอดูต่อไปว่าจะเป็นยังไง


หลังจากพี่เค้าเรียนจบ ก็เข้าสู่ช่วงหางาน เข้าสู่วันทำงาน ในขณะที่เบลล์เริ่มเข้ามหาลัย
ความถี่ในการคุยโทรศัพท์ก็เริ่มห่างหายไป เอ็มก็ไม่ค่อยได้ออน
และเบลล์เองก็ไม่ค่อยมีเวลาเหมือนแต่ก่อนแล้ว ก็เลยไม่ค่อยได้คุยเท่าไหร่
แต่ความสนิทก็เท่าเดิมนะ ไม่ได้ห่างไป

จนมาถึง ช่วงวันปีใหม่เมื่อปีที่แล้ว ก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวด้วยกันอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ เบลล์มีพกเพื่อนซี้ไปด้วยเป็นพวง ซึ่งบางคนในกลุ่มก็เคยเจอพี่คนนั้นแล้วล่ะ
ก็คุยกันได้ ไม่ค่อยอึดอัดเท่าไหร่ แต่เพื่อนเราก็มองเราแปลกๆแหละ ว่าไอ่สองคนนี้มันอะไรยังไงกันรึเปล่า
เบลล์ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไรกัน ก็แค่พี่คนนึงเอง แล้วก็ได้ดูหนังเป็นครั้งที่สาม ครั้งนี้ก็เช่นเคย เหมือนเมื่อ 4ปีที่แล้วไม่มีผิด
เบลล์เลยยิ่งมั่นใจเลยว่า การพกเสื้อกันหนาวมาดูหนัง เป็นเรื่องปกติของเค้า

หลังจากดูหนัง ก็กะว่า จะไปเซนทรัลเวิร์ลต่อ ป๊าม๊ากับน้องๆรออยู่ที่นั่น
เบลล์ก็ บ้ามาก พลาดมากด้วย ที่ชวนเค้าไปด้วยซะงั้น รู้สึกแย่มากๆ
เหมือนตราบาปเลยอะ แบบ เราไม่ได้คิดอะไร แต่พ่อแม่ น้อง คนรอบข้าง มันต้องคิดแล้วแน่นอน!
แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆค่ะ รู้สึกผิดจนถึงทุกวันนี้

บนโต๊ะอาหารวันนั้น มันช่างน่าอึดอัดเอาซะมากๆ กลืนข้าวไม่ลง
ได้แต่คิดว่า เราทำอะไรลงไปเนี๊ยยยยยยย บ้าที่สุดอะ

สุดท้าย คืนนั้นก็ผ่านไป ด้วยความอึดอัดในทุกเฮือกหายใจ

หลังจากวันนั้น ป๊าก็ ว่า และคอยสั่งสอนและก็เตือนสติ
ทำให้เบลล์กลับไปเป็นคนปกติแบบเดิมได้ และก็ ตัดใจได้สนิททีเดียว
ว่า เราจะไม่คิดอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าเค้าจะคิดหรือไม่ก็ตาม  :05:
(จริงๆก็ยังอยากรู้นะ ว่าเค้าเคยคิดอะไรกับเรารึเปล่า :30:)


และไม่รู้ทำไม หลังจากนั้น เราก็ค่อยๆห่างกันไปอย่างอัตโนมัติ
นานๆทีเค้าจะโทรมา แต่การโทรมาครั้งหลังๆ จะเป็นการคุยอย่างมีจุดประสงค์ ไม่เหมือนแต่ก่อนซะแล้วสิ

เลย อยากสรุปไปเลย ว่า เค้าเป็น "พี่ชายที่แสนดี" เท่านั้นเอง
ขอจบตำนานความกำกวมใน5ปีที่ผ่านมาเพียงเท่านี้

วันหน้าจะเล่าเคสต่อไป  :30:
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ  :46:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines