โลกนี้สีชมพู

เริ่มโพสต์โดย เดอะบุ๋ม, 17 มิ.ย. 2008, 15:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

梦琼

อ้างคำพูดจาก: ไอ้ตาล. เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 17:11 น.


แต่อาจจะไม่รู้จักกันมั๊ง

เพราะถามน้องเค้าแล้วเค้าบอกว่ามีตั้งพันสี่ร้อยคนในรอยเตอร์ :08:

เยอะนะนั่น

เดินยังไงก็คงไม่มีวันชนกันแน่ๆ :30: :30: :30:
สังคมเปลือกๆที่คุณพูดออกมา สุดท้ายมันไม่ใช่สังคมหรอก
แต่เป็นตัวคุณเองนั่นแหละที่มีแต่เปลือก

าาา๐


ขอโทษนะครับ ช่วงนี้ผมอารมณ์สีเทาบ่อยหน่อย  :39:

-------------------------------


ก่อนนี้ผมเคยคิดมาเสมอว่า การที่จะเริ่มรักใครสักคนนั้น
มันคงไม่มีเหตุผลอะไรมากมายนอกจาก ฉันรักเธอ ถ้าเธอรักฉัน ก็แฮปปี้ไป

พอเริ่มมีอายุ แม้ผมอาจพูดไม่ได้ว่าผ่านความรักมาทุกรูปแบบ หรือมากมายอะไร
แต่ผมก็ได้เข้าใจว่า ณ ตอนนี้ ความรักเริ่มไม่ใช่สิ่งที่เริ่มด้วยหัวใจและจบด้วยหัวใจอีกต่อไป

เงื่อนไขที่มีมากขึ้น องค์ประกอบต่างๆที่เริ่มส่งผลต่อการที่จะตัดสินใจรักใครสักคน
มันคงไม่ดีแน่ถ้ารักใครสักคนโดยที่รู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าเราต่ำต้อยและไม่คู่ควร

ผมเคยสรุปกับตัวเองว่า " อย่าคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ เพราะนั่นจะทำให้เราไม่มีวันดีพอ "

ผมเชื่อแบบนั้นอยู่พักนึง แต่เวลาต่อมาไม่นานผมก็กลับไปเชื่อแบบเดิมอีกครั้ง
นั่นคือผมยังดีไม่พออยู่นั่นเอง

ผมไม่ใช่ผู้ชายที่เลิศเลออะไร ย่อมมี รัก โลภ โกรธ หลง แบบที่คนอื่นๆเขามีกัน
บางครั้งก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่าความรักที่ถามหาอยู่เสมอ... ผมพร้อมจะมีจริงๆรึเปล่า

หรือแค่เหงา หรือแค่ไม่มีใคร ...


เคยหาข้อสรุปได้เหมือนกันว่า
" มีความสุขอีกมายมายบนโลก ที่เราสามารถมีได้โดยที่ไม่ต้องมีใครอยู่ข้างๆ "


แต่ต่อมาไม่นานก็ต้องสรุปไปเพิ่มเติมว่า

" เราจะมีความสุขเพิ่มอีกกี่เท่า ถ้าเรามีใครคนนั้นอยู่ข้างๆด้วย "

perfectionist

VeryHappy

คมคายว่ะเพื่อนผม :49:

❤ ตูน ❤

ครบรอบอีกปีนึงแล้วสินะ กับความรักของเรา
วันเวลาที่ผ่านไปทุก ๆ วัน กับความผูกพันที่มากขึ้น

เราเตรียมของขวัญชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นนี้เอาไว้
เป็นแหวนทองคำขาวเกลี้ยง ๆ สลักชื่อข้างใน
เพราะเธอไม่ชอบใส่เครื่องประดับ ทั้งตัวก็มีแต่นาฬิกาเรือนโปรด

วันที่ไปสั่งทำแหวนที่ร้าน มีพี่ผู้ชายที่เป็นลูกค้าคนนึงของร้าน
ใจดี๊ใจดี มาเทสลองขนาดแหวนให้ (ดูมือพอ ๆ กับคุณแฟน)
ก็กะขนาดกันไปคร่าว ๆ เผื่อหลวมนิดหน่อย

บังเอิญตอนเย็นวันนั้น คุณแฟนเผลอหลับ
เราเลยเอาเชือกไปพัน ๆ ที่นิ้ว แล้วผูกกะขนาดแทนที่วัด
แล้วก็เอาเชือกนั้น ไปให้ที่ร้านคล้องห่วงอีกที (อันนี้เป็น trick ในการแอบวัดขนาดแหวน)

ตอนที่กำลังเอาเชือกผูกอยู่ คุณแฟนดันตื่นซะนี่  :30:
เราเลยแกล้งทำเป็นมุขว่า แกล้งเล่น เอาเชือกไปผูกนิ้วเล่นเกมส์กัน
ห้ามให้เชือกหลุดจนถึงตอนเย็นนะ (เนียนได้อีก แถมเธอเชื่อด้วย โฮ่ะ ๆ ๆ)

ได้รับแหวนตรงวันเป๊ะกับวันครบรอบ เกือบไม่ทันแน่ะ :44:
เอาดอกกุหลาบดอกใหญ่ 1 ดอก ใส่แหวนไว้ข้างในแล้ววางไว้ที่โต๊ะ

ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านประจำที่ไปกินกัน
พอเธอมาถึงร้าน ก็เห็นดอกไม้  :56: "ซื้อดอกไม้ให้เค้าเหรอ"
แล้วเป็นปกติที่เธอชอบเอาดอกไม้ไปนั่งดู
(อารมณ์ประหนึ่งว่า ผู้หญิงได้ดอกไม้นั่นล่ะ)

เห็นว่ามีอะไรแวบ ๆ อยู่ในนั้น หยิบออกมาดู แล้วก็เขินใหญ่
แถมบ่นว่า ทำอะไรแบบนี้เล่า เค้าต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายทำแบบนี้ :11:
(นี่เราผิดใช่ไหมล่ะ ฮึ เดี๋ยวไม่ต้องเอาเลยนิ :07:)

แล้วก็ถึงเวลาลองใส่แหวน พอดี๊ พอดีล่ะ โอ้โล่งอก
Happy Anniversary จ๊ะ

Katezila

กรี๊ดกร๊าดดด บวกกกก :53:


น่ารักอ่ะ แต่เหมือนบทผู้ชายทำให้จริงๆนั่นแหละ

ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ ^^
สนใจท่ออุตสาหกรรม​ เลือก DragonFlex นะจ้ะ​จุ๊บๆ​

beginsun

 :56: ผู้หญิงโรแมนติ๊กกกกกก
等着

ฟิ้งซ์

อ่านเรื่องของเกศแล้วก็นึกถึงเรื่องรักปัจจุบันของตัวเอง
เรื่องรักออนไลน์ ผ่านสายใยของเครือข่าย
หลังจากที่เบี้ยวบุ๋ม ไม่ยอมเล่าเรื่องของตัวเองให้อ่านซักที
เหตุผลหนึ่งในนั้นนอกจากความขี้เกียจก็คือ มันเป็นเรื่องของ internet
การสื่อสารที่มีหลายคนยังมองว่าเป็นเรื่องของการหลอกลวงกันมากกว่าความจริงใจ
คราวนี้มีเคสใกล้เคียงฉายภาพด้านสว่างออกมาบ้างแล้ว
หวังว่าเรื่องต่อไปนี้คงจะช่วยให้ภาพพจน์ของความรักผ่านเส้นใยบางๆ นี้เด่นชัดและมีมุมมองที่ดีมากยิ่งขึ้น


ถ้าจะให้เริ่มต้นเล่า ก็ต้องเล่าความเดิมก่อน
ก่อนหน้าที่เราสองจะได้พบ ผมเป็นเพียงหนอนเว็บบอร์ดคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งเท่านั้น
สิงสู่อยู่เว็บบอร์ดที่ตอบปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่ง (ที่ตูเคยเห็นชื่อแอนก็เพราะที่นี่แหละ)
คอยโพส อ่าน แลกเปลี่ยนทัศนะความคิด ความรู้ ความบันเทิง
จนมีเพื่อนจากเว็บบอร์ดแห่งนั้นอยู่ในกลุ่มพอสมควร

หลังจากเรียนจบ ผมไม่อยากรับปริญญา กอปรกับต้องทำหน้าที่ของลูกและพุทธศาสนิกชนที่ดี
ใช่แล้วครับ การอุปสมบท ผมตัดสินใจบวช ตั้งใจว่าจะบวชประมาณหนึ่งพรรษา
จึงร่ำลาเพื่อนฝูงในเว็บบอร์ดและเข้าวัดศึกษาพระธรรม

เดือนมิถุนายน ปี 2548 ผมก็บวช และผ่านหนึ่งพรรษาไปได้ หลังจากนั้นหนึ่งเดือน
เป็นเดือนแห่งการทัวร์กฐิน เนื่องจากวัดที่ผมบวช มีสาขาอยู่สิบกว่าสาขา
จึงต้องมีการเดินทางไปร่วมอนุโมทนาบุญตามสาขาต่างๆ เป็นช่วงที่จะยุ่งมากทั้งพระและฆราวาส
จึงยังไม่ได้จังหวะลาสิกขา และหลังจากนั้น ผมก็ตั้งใจ + มีพระพรรษามากกว่าชวนไปธุดงค์
และไม่อยากรับปริญญา (ช่วงนี้พระจอมเกล้าฯ รับปริญญา) ก็เลื่อนการลาสิกขาไปอีก
ใช้เวลาธุดงค์อีกประมาณสองเดือนก็กลับวัด และแล้วก็ถึงเวลาที่จะออกมาทำหน้าที่ของลูกต่อไป
ผมลาสิกขาและกลับมาทำงานที่ร้านคอมพิวเตอร์ที่หุ้นกับเพื่อนๆ เปิดไว้ ตอนปลายเดือนมกราคม ปี 2549
รวมเวลาบวชทั้งสิ้นประมาณเจ็ดเดือน

ตลอดเวลาที่ผมอยู่ในร่มเงาของพระพุทธศาสนา แทบไม่รู้ข่าวทางโลกเลย
เนื่องจากที่วัดไม่ให้ยุ่งเกี่ยว ไม่มีทีวีให้ดู ไม่มีวิทยุฟัง ไม่มีหนังสือพิมพ์ให้อ่าน
แต่ยังได้แตะต้องยุ่งเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์บ้าง
เนื่องจากต้องช่วยพระอาจารย์บันทึกเสียงและตัดต่อเสียงสวด เสียงเทศน์
ในห้องเครื่องเสียงเล็กๆ ของวัด


ส่วนจุดเริ่มต้นของตั๊ก แฟนผม เป็นเด็กเรียบๆ ชีวิตไม่ได้โลดโผนนัก
ตั๊กเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกเว็บบอร์ดที่ผมในขณะที่ผมบวชอยู่ ประมาณปลายปี 2548
ก่อนหน้านั้น ตั๊กยังเรียน เวลาว่างก็เล่นเกมแรคนาร็อค ออนไลน์อยู่ที่บ้านอย่างเดียว
จนเราได้พบกัน...



ผมกลับเข้ามาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม เป็นทิดหนุ่มที่คิดถึงเพื่อนๆ ทางโลกออนไลน์
กลับเข้าเว็บบอร์ดจึงตั้งกระทู้ โพสบอกกล่าวชาวเว็บบอร์ดว่าข้าพเจ้ากลับมาแล้ว
ขอให้ประชาชนแห่แหนมาต้อนรับขับสู้กันให้แน่นเนืองเช่นทักษิณกลับบ้าน
เพื่อนพ้องที่เคยรู้จักกันเมื่อได้ทราบข่าวก็มาตอบกระทู้ต้อนรับการกลับมา

แต่แฟนผม ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้จักกัน จะค่อนข้างจะงงๆ ว่าไอ้หมอนี่มันเป็นใคร(วะ)
อยู่ๆ ก็โผล่มาในเว็บบอร์ดที่ตัวเองอยู่ โผล่มาแล้วจำนวนโพสต์ก็เยอะกว่าตัวเอง
และสมาชิกส่วนใหญ่ก็(ดัน)รู้จักซะด้วย

หลังจากนั้น ผมใช้เวลาทำความรู้จักกับสมาชิกที่ยังไม่เคยเห็นชื่อมาก่อน
ไม่นานนัก เราก็ได้พูดคุยกัน เหมือนผู้คนในสังคมปกติ

เวลาที่ผมอยู่ในเว็บบอร์ดกับเพื่อนๆ ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง เรามักจะออนเอ็มคุยกัน
ลากคนนั้นคนนี้มาคุยกันเยอะมาก ก่อนผมจะบวช เรามักจะคุยกันสามสี่คนเป็นอย่างต่ำ
เช่นเคย เมื่อกลับมา กิจวัตรประจำวันก็คือการแชท และลากคนที่ออนไลน์มาด้วย
เมื่อเราคุ้นเคยชื่อในเว็บบอร์ดแล้ว อีเมลก็จะถูกแอดต่อกันมาเรื่อยๆ

เราคุยกันเป็นกลุ่มกันนาน และพิมพ์เร็ว จนคนที่มาใหม่มักจะพิมพ์ไม่ทัน
ต้องอ่านเอาอย่างเดียว ตั๊กก็เช่นกัน เมื่อเป็นเด็กใหม่ที่ถูกลากมาคุยด้วย
พิมพ์ไม่ทันก็ต้องอ่านอย่างเดียว จนเริ่มปรับตัวตามกลุ่มได้ทัน
ก็ได้แลกเปลี่ยนข่าวสารกันเรื่อยมา

ตอนนั้นยังไม่ได้คิดจะจีบใครเพราะในกลุ่มก็มีน้องผู้หญิงที่น่ารักหลายคน
อาศัยว่าคุยกันไปเรื่อยๆ มีอะไรที่เว็บไหนก็บอกกันในเอ็ม ไปอ่านแล้วก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิม

แต่สำหรับคนนี้ ผมเริ่มทำตัวไม่ปกติเหมือนกับสมาชิกคนอื่น
ด้วยสิ่งที่มากกว่าตัวอักษรที่เรียงร้อย มากกว่ารูปภาพ มากกว่าเว็บแคมที่มองเห็นกัน
มากกว่าเสียงที่อัดส่งกันในเอ็ม มันมีอะไรมากกว่านั้น

เราเริ่มคุยกันผ่านโทรศัพท์ ใช้เวลานานในการแชท โทร และถี่ขึ้น
เรารู้จักตัวตนของกันและกันมากขึ้น

ทางบ้านของเราทั้งสองค่อนข้างจะแตกต่างกัน
ทั้งทางความคิดและทางความเชื่อ

อย่างเช่น
ธรรมเนียมบ้านผม กินข้าวพร้อมกัน พ่อจะเคืองมากถ้าไม่กินให้พร้อมกัน
เพราะถือว่าเป็นเวลาที่ได้เห็นหน้า พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นเวลาอบรมลูก
ซึ่งพ่อผมได้รับมาจากย่านานแล้ว

บ้านตั๊ก ใครจะกินที่ไหนยังไงก็ได้ ไม่จำเป็นต้องพร้อมกันก็ได้ หยวนๆ

ผมรู้ว่าตั๊กเป็นคริสต์ ซึ่งครอบครัวผม โดยเฉพาะพ่อ ซึ่งไม่ค่อยจะชอบใจนัก
ผมไม่ได้เล่าให้พ่อกับแม่ฟังในตอนแรกที่ท่านรู้ว่าคบกัน

ผมเล่าให้ตั๊กฟัง ผมบอกว่ามันข้ามเส้นที่จะเดินกลับไปแล้ว
เพราะผมมีใจให้ไปมากกว่าที่จะยอมหันหลังกลับ
ผมบอกตั๊กว่า เราจะผ่านมันไปด้วยกัน
ถ้าเราไม่ปล่อยมือกันซะอย่าง อุปสรรคมันก็ไม่สามารถพรากเราได้

ผมได้ยินมาตั้งแต่เด็ก พ่อคอยสอนผม
พ่อผมไม่อยากให้คบกับคนไกลบ้าน หรืออยู่ต่างจังหวัดที่ไกลกันมากๆ
พ่อบอกว่า ค่าเดินทาง ค่าติดต่อ เวลา มันมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อยากให้ดูตัวอย่างพ่อกับแม่
จากแพร่ไปน่าน จังหวัดของพ่อและแม่ ห่างกันร้อยกว่ากิโล
จากเมื่อก่อนไปกลับค่าน้ำมันร้อยสองร้อย เวลาสองชั่วโมง
ตอนนี้อะไรมันเพิ่มเป็นเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว

พ่อมีเหตุผล แต่ผมยังไม่เลิกความพยายาม


เพื่อนคนนึงในเว็บบอร์ด อยู่ฮ่องกง จะกลับมาเที่ยวไทย ในช่วงเวลาที่ตั๊กจะรับปริญญา
เรานัดเจอกัน รวมตัวกันไปเที่ยวชะอำ ตั๊กไม่ได้ไป เพราะติดซ้อมรับปริญญา
แต่ผมแพลนไว้แล้วว่าจะกลับไปวันรับปริญญา และผมก็ไป


เราพบหน้ากันครั้งแรกที่เกษตรศาสตร์ นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังที่เราเป็นแฟนกันแล้ว
(แต่แฟนผมนับวันนั้นว่าเป็นแฟนกันวันแรก เอาวะ วันนั้นก็ได้)
หลังจากงาน เราไปคาราโอเกะกันกับเพื่อนๆ ในเว็บที่รามคำแหง
ดึกแล้ว ผมนั่งแท็กซี่ไปส่งตั๊กที่มีนบุรี พ่อตั๊กรอรับตั๊กกลับแปดริ้ว
ในแท็กซี่เราทบทวนสัญญาที่ให้กันไว้ ว่าเราจะไม่ปล่อยมือกัน...

หลังจากนั้นเราติดต่อกันมาเรื่อยๆ
ถ้าผมได้มากรุงเทพฯ เราก็จะได้เจอกัน

หลังจากนั้นไม่นาน ไฮเปอร์ไทรอยด์ ก็ทำให้ผมได้มากรุงเทพฯ บ่อยสมใจ
โดยเฉพาะช่วงแรก ต้องมาหาหมอเดือนละสองสามครั้ง แล้วค่อยๆ เว้นระยะห่างขึ้นเรื่อยๆ

เราเจอกันบ่อยขึ้น แต่เวลาที่จะได้เจอกันไม่แน่นอนเสมอไป
แต่ผมมักจะแพลนให้ได้เจอกัน
ผมไปเที่ยวบ้านตั๊ก ไปเรียนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติ เปิดตัวว่าเป็นแฟนกัน
(หลังจากที่งานวันรับปริญญา พ่อแม่ตั๊กยังไม่รู้ว่าคนไหนแฟนตั๊ก)
สงกรานต์ หรือวันหยุดยาวตั๊กก็มาบ้านผม
เรียนรู้ธรรมเนียมบ้านผมบ้าง


พ่อยังปรามๆ ผมว่ายังหันหลังกลับได้นะ...

แต่สำหรับเรา เรามีมากกว่ารู้จักกัน ปรับตัวหากัน เรามีกันและกัน

เมื่อเลื่อนหรือผ่อนผันการรับปริญญาอีกไม่ได้แล้ว เลื่อนได้สองครั้ง
ครั้งสุดท้าย ผมก็เข้าพิธีรับปริญญา พ่อแม่ ญาติๆ มาร่วมแสดงความยินดี
ตั๊กก็มาด้วย พ่อแม่ไม่ได้ว่าอะไร ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี

หนึ่งปีที่ผ่านมา ผมลาออกจากร้านคอมพิวเตอร์ หางานบริษัททำ
หลายที่ผ่านไป หลายเดือนผ่านไป ยังไม่ได้งานสมใจ
จนสุดท้ายได้งานใกล้บ้านตั๊ก เลยได้มาอาศัย(เช่า)ที่บ้านตั๊กอยู่จนถึงทุกวันนี้

ที่นี่ เราไม่ได้นอนห้องเดียวกัน เพราะเรายังไม่ได้แต่งงานกัน แต่เราอยู่บ้านหลังเดียวกัน
เราเป็นแฟนกัน เราอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน แต่เราไม่ได้เจอกันทุกวัน ด้วยเหตุผลของการงาน
เราได้ผ่านการทะเลาะ ง้องอน ตามหลักเหตุและผล มีผลสะท้อนของอารมณ์เกิดขึ้นบ้าง
ตามประสาของคนรักกัน แต่เราก็ยังไม่ปล่อยมือกัน

เราอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ เราได้รับการยอมรับจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมากขึ้น
ครึ่งปีที่ผ่านมา ผมบอกแม่ไปว่า บ้านนี้เป็นคริสต์ ไม่มีความรุนแรงผ่านปลายสายมา
ไม่มีผลกระทบอะไรตามมา หรือผมอาจจะไม่รู้

สงกรานต์ที่ผ่านมา ผมพาตั๊กกลับบ้าน ไม่มีวี่แววของความไม่พอใจจากทางบ้าน
ตรงกันข้าม พ่อจะด่าผมว่าทำไมไม่ดูแลเทคแคร์แฟนให้มากกว่าเดิมอีกหน่อย


ผมมั่นใจว่า เรามาถึงจุดที่จะก้าวต่อไปอย่างมั่นคงได้แล้วพอควร
รอคอยเพียงความพร้อม จะได้ต่อยอดไปถึงขั้นตอนของประเพณีที่จะประกาศต่อคนรอบข้าง
และพิธีที่จะสานให้เราสองเดินประสานนิ้ว เกี่ยวก้อยกันเดินทางต่อไป



:22:
ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

beginsun

 :25: เข้ามากรี๊ดดด

สำนวนการเล่าธรรมดา แต่ว่าน่าติดตาม
รอดูกันไปเนาะ

+ค่าเล่า  :45:
等着

Romzaikyu

ยาวววววววววววววววววววววววววววววววววมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  :07:


:56:

ต๊อป


I’Boss

지금은 소ë...€ì‹œëŒ€ , 앞으로ë,, 소ë...€ì‹œëŒ€ , 영원히 소ë...€ì‹œëŒ€

Katezila

อ่านแล้วไม่รู้สึกว่ายาวเลย  :22:


น้ำตาปริ่มๆด้วยความซาบซึ้ง

บวกพี่ฟิงซ์ค่ะ
สนใจท่ออุตสาหกรรม​ เลือก DragonFlex นะจ้ะ​จุ๊บๆ​

Rabbitinblack


ฟิ้งซ์

สามปีกว่าแล้ว :22:


รู้สึกพักหลังตัวเองจะบ้างานไปหน่อย ไม่ค่อยมีเวลาให้แฟน
แต่เราก็ทำเพื่ออนาคตนะ บอกตัวเองไว้ จะได้ไม่เป๋
ช่วงนี้โรงงานเพิ่งจะมีโอทีให้ทำ หลังจากที่งดไปนานมาก
ขยันหน่อยจะได้รีบตัดหนี้สินที่มีไป ต่อไปจะได้มีเงินใช้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ช่วงนี้โปรโมชั่นเลยลดหลั่นลงไป เดี๋ยวว่าจะหาโปรฯ ใหม่มาเอาใจเค้าซักหน่อย :56:

ใครมาอ่าน บวกหมด :33:
ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

ต้น

#8189
..

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines