งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ณต

#6315
หลังจากผ่านการสอบเทอมที่สองไปได้ด้วยดี
(คณะที่พี่เรียน มี assignment และ สอบ Final ทุกวิชา
สอบสองหรือสามชั่วโมงแล้วแต่วิชา เขียนไม่ได้หยุดจนมือหงิก :05:
แล้วแม่มสอบติดกันทุกวันเลย  :59: )

ก็มาเริ่มทำ Dissertation กันจำนวนคำขั้นต่ำคือ 12000 และไม่เกิน 15000
อย่างที่บอกคือใน proposal พี่คิดไว้อยู่แล้วว่าจะมีกี่บท
แต่ละบทจะเขียนอะไรบ้าง ทีนี้เราก็มาคิดว่าแต่ละบทจะเขียนกี่คำ
ของพี่จะมีทั้งหมด 6 บท

1 Introduction เขียนว่าจะทำอะไร ทำไปทำไม เพื่ออะไร เอาไปใช้ได้ยังไง (Aim and Objectives)
แล้วก็เขียนความรู้เบื้องต้นคร่าวๆ ในเรื่องที่เราจะทำ
อธิบายว่าแต่ละบทเราจะเขียนอะไร (Organization of the dissertation)

2 Literature Review
บทนี้สำคัญมาก ถ้าไม่มี โอกาสตกสูงมาก
หลักๆ คือการ สรุปย่อบทความและงานวิจัยที่เราเอามาใช้อ้างอิง
ก็ต้องเปรียบเทียบให้เห็น(compare & contrast)
ว่างานวิจัยแต่ละชิ้นมีข้อดีข้อเสียต่างกันยังไง

3 General Knowledge ในด้านที่เราจะทำ
อย่างพี่จะทำเรื่อง "ประสิทธิภาพของ routing protocol ของเครือข่ายไร้สายแบบไร้โครงสร้างพื้นฐาน
เวลาเชื่อมต่อข้ามอินเทอร์เน็ต" บทนี้พี่ก็จะเขียนถึง Routing protocol ที่มีอยู่และเป็นที่นิยม
ก็เขียนอธิบายถึงการทำงานของ Routing protocol แต่ละชนิดโดยละเอียด
และท้ายบทก็ไม่ลืมที่จะสรุปและเปรียบเทียบ Routing Protocol แต่ละชนิด

4 บทนี้ลงลึกถึงเรื่องที่เราจะทำ ว่ามีแนวทาง(Solution) ที่จะทำยังไงบ้าง

5 บทนี้ก็จะเป็นการจำลองแนวทางที่เราทำ และผลการทดลอง
รวมถึงการวิเคราะห์(สำคัญมากๆ)

6 สรุป  ก็เขียนผลสรุป รวมถึงสิ่งที่สามารถทำต่อได้ในอนาคต

ในแต่ละบท ก็คิดหัวข้อย่อยไว้ว่าจะเขียนอะไร
อย่าลืมว่าจะกินช้าง ก็ต้องกินทีละคำ
แยกเป็นหัวข้อย่อยๆ เล็กๆ แล้วเอามารวมบททีหลัง จะไม่ทำให้เราตกใจ
(อย่างบทนึง 3000 คำ ถ้ามี 6 หัวข้อย่อย ก็แปลว่าเขียนแค่หัวข้อละ 500 คำ แค่นั้นเอง  :12: )

รูป ตาราง กราฟ ต่างๆ ต้องทำสารบัญเอาไว้ตั้งแต่แรกๆ
มาทำทีหลังตอนเสร็จแล้วจะมั่วได้
(แบบตู ตารางหายไปหนึ่งตาราง
เสือกเป็นตารางในบทที่ 5 ด้วย โดนตัดคะแนนอ้วก :05:)

Bibliographies รวมถึงการอ้างอิงในบทต่างๆ (Referencing)
สำคัญมากๆ อะไรที่เราไม่ได้คิดเองจงอ้างอิง  :37:
การอ้างอิง ถ้าไม่จำเป็นอย่าใช้วิธีการ Quote
ให้ใช้วิธีการ Paraphrase จะดีกว่า
ปกติก็ใช้ Harvard Referencing เป็นหลักเวลาทำ


MintJi

คล้ายๆ ที่มิ้นเรียนที่คณะเลย วิชาบังคับ เป็นแค่วิชา Gen Ed

แต่ไม่ลึกขนาดนั้น ต้องทำ Research ต้องอ่านหา general knowledge
ของมิ้นเขียนแค่ 1000-2000 คำต่อเปเปอร์ เทอมนึงมี 4 เปเปอร์
แล้วก็ของมิ้นใช้ APA format

เข้าใจแล้ว ทำไมต้องมานั่งเรียนไอ้พวกนี้ :59:

icez

อยู่ดีๆ ก็โดนเด้ง :3005:


ไม่ได้เด้งออกนะครับ เปลี่ยน scope งานเฉยๆ

เล่าคร่าวๆ ก่อนคือ ตอนนี้ผมทำงานที่บริษัท I โดยเป็นงานที่บริษัทนี้รับมาจากบริษัท P
แต่เมื่อต้นปี บริษัท P ถูกบริษัท M take over ไป แล้ววันนี้มีความ(ค่อนข้าง)ชัดเจนแล้วว่าบริษัท P จะไม่ต่อสัญญากับบริษัท I ที่ผมทำงานให้

ก็เลยโดนเด้งไปทำงาน dev แทน :05:

iannnnn


จักรี

แค่ชื่อบริษัท ก็แปลกแล้ว อะ :44:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

หมีโหด*

#6320
อัพเดทงานมั่ง
ตอนนี้อรมาทำที่ sony music เป็น social network pr แปลเป็นไทยว่า พนักงานเล่น facebook twitter และอัพ youtube  :30:
แรกๆปรับตัวไม่ทัน ไม่มีใครคบ เครียด  :05: เกรียนไม่ได้

ช่วงนี้โอเคขึ้นเยอะ อู้งานได้เนียนขึ้น  :10:
และได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้ามากขึ้น  :10: ได้รับมอบหมายงานใหญ่มากขึ้น (ล่าสุดเป็นผู้ช่วยดูแลเรื่องคอนเสิร์ตใหญ่อะไรซักอย่าง)
(ซึ่งไม่ต้องไว้ใจมากก็ได้ อรอยากทำงานอย่างพอเพียง เบาๆ)

และที่สำคัญอรโสดเหมือนเดิม  :19:

:37:
ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก

iannnnn


จักรี

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

หมีโหด*

ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

หมีโหด*

ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก

Bellbells


หมีเล็ก

+ ป๋าณต ขอบคุณมากค่ะ

ของอิ่มนี่รู้สึกจะซวยตั้งแต่เรื่อง supervisor แล้วอ่ะค่ะ
เพราะอิ่มไม่ได้เลือกเอง เค้าเลือกให้ (คนที่สนิทด้วยเค้าก็อยู่คนละสาขา มาเป็นให้ไม่ได้)
คนที่เป็น supervisor คนแรก เพิ่งจบป.โท ไม่มีประสบการณ์ใดๆทั้งสิ้น
แต่ตอนป.โทเค้าทำเรื่อง social network ซึ่งคล้ายๆกับที่อ.เคยทำก็เท่าันั้น
เค้าเลยแนะนำอะไรไม่ได้มาก

แต่ก็ยังมีsupervisor อีกคน ซึ่งคนนี้เนี่ย ชียุ่งมาก
บอกแค่ว่า proposal เสร็จแล้วค่อยเอามาให้ดู
ซึ่งพอเราทำเสร็จแ้ล้ว ตามที่ ที่ปรึกษาคนแรกแนะ
คนแรกเค้าก็ ดีแล้ว กรี๊ดกร๊าด โอเค เก๋กุ๊ด
คนที่สองมาดู โดนอัดเต็มๆ  :05:

โดนด่าจนกลับมานั่งร้องไห้เลยอ่ะค่ะ
ส่วนคนแรกนั้น พอเห็นเราโดนด่า นางก็ไม่ช่วยอะไรเลย ได้แต่นั่งพยักหน้างึกๆ

จนอิ่มทำเรื่องขอเปลี่ยน supervisor เลย

แล้วก็ได้คนนี้มา

เค้าเอางานมาดูแล้วก็บอกคำแรกเลยว่า
"เธอนี่ โชคร้ายนะ ไม่มีใครแนะนำให้ถูกแนวตั้งแต่ต้น ไม่เป็นไร เอาใหม่นะค่อยๆ ทำไปด้วยกัน"

งานจึงออกมาเป็นเช่นนี้..

คนใหม่นี่ดีนะคะ ดีมากด้วย
เค้าพาอิ่มไปเช็กว่า เราต้องจบแน่ๆนะ
เช็กเรื่องระบบทีสิสทั้งหมด
เอาทีสิสเก่าๆมาให้ดูเป็นแนวทาง
(ม.อิ่มไม่มีทีสิสเก่าให้ นศ ยืมนะคะ ไม่มีตัวอย่างเลย)
เค้าบอก เค้าสงสาร เราเป็น นศ.คนแรกที่เค้าเป็นที่ปรึกษาให้คนแรกในยูนี้ด้วย
เห็นมาแต่ละที หน้าป่วยมาก

เหมือนระบบการทำงานอิ่้มจะต่างจากป๋าณตด้วย
กลายเป็นว่า proposal เก่า ช่สงแม่ง โดนทิ้งไป เริ่มบทที่1 ทั้งๆที่ไม่มี proposal นั่นแหล่ะ
(ส่วนที่โดนปล่อยผ่านมาทำ เพราะเราไปยืนยันเองว่า ชั้นจะจบ master นะ graddip ไม่เอา)
ตอนนี้บทที่1 เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นแล้ว

บทที่2 literature review ที่ปรึกษาถาม 5,000 คำไหวไม๊?
เค้าบอกมาเลยว่าอิ่มต้องหาอะไร เรื่องไหน เอาทฤษฎีคนนี้ๆๆมา โอเคนะ
เรียกว่า เค้าให้โจทย์มา แล้วเราก็หาข้อมูล (เวลาไม่มีให้คิดมาก)

ตอนนี้ก็แค่กำหนดบทที่ 3 method methodology 3,000 - 4,000 คำ
แต่เรื่องเนื้อหา อ.บอกอย่าเพิ่งไปคิด ทำไปทีละบท

บทที่4 research result เอาซัก 2,000-3,000

บทที่ 5 discussion ซัก 2,000 คำ

บทที่ 6 conclusion ซัก 2,000 คำ

สรุป 16,000 คำโดยประมาน ซึ่งมันก็เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำของทีสิสพอดี๊
นี่คือที่อ. เค้าแบ่งมาให้คร่าวๆ

แต่อิ่มต้องรีบทำ เผื่อแบ่งเวลาเอาไป edit อีก  :05:
เลยอยากให้เสร็จทั้งหมดให้เร็วที่สุดน่ะค่ะ อย่างน้อยก็ร่างคร่าวๆก็ยังดี
กลัวเรียนไม่จบอะ
:3005:

ณต

สู้ๆ นะอิ่ม เหลือเวลาอีกแค่ไหนเนี่ย  :44:
แบ่งเวลาดีๆ นะ พยายามเขียนให้ได้อย่างน้อยวันละ 800-1000 คำ
ซึ่งเขียนด้วยอัตรานี้ ก็ใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งค่อนเดือนแล้วนะ
แต่ถ้าเขียนได้วันละ 500 คำ ก็ต้องใช้เวลา 32 วันแล้วเน้อ
แล้วบางบทกว่าจะเขียนได้ 1000 คำ
บางทีต้องเสียเวลาอ่าน paper หรือหนังสือไปสามวัน
ระวังตรงนี้ด้วยล่ะ วางแผนให้ดีๆ นะ
ท่องไว้เลยว่า Failure to plan is planning to fail.

ตอนที่พี่ทำ เวลาจำกัดมากๆ อย่างที่บอกไปแต่ต้นคือ
โดนลดเวลาทำเหลือแค่สามเดือน
ต้องเรียนวิชาเลือกอีกวิชานึงด้วย
แล้วก็ต้องทำโปรเจ็คสำหรับ Dissertation ด้วย
ไหนจะต้องออกแบบ ทำแบบจำลอง ทำการทดลอง
เก็บข้อมูลผลลัพธ์ที่ได้มาวิเคราะห์ ซึ่งตอนทำโมเดลนี่เสียเวลามาก

มีช่วงนึงสติแตก หยุดทำไปอาทิตย์นึง
เล่นเกมทั้งวันทั้งคืนติดกันไม่หลับไม่นอน  :37:
อ่อ ช่วงใกล้ส่งนั่นเป็นช่วงเสื้อแดงเผาเมืองด้วย 
พอเช้ามืดก็คุยกับพี่ข่าววงในที่นับถือ
ติดตามข่าวเมืองไทย เสียเวล่ำเวลามากๆ  :30:

ของพี่ตอนเขียนฉบับร่างเสร็จ ก็อยู่ที่ 18000 คำ
ก็เลยต้องมาตัดปรับแก้ ให้เหลือไม่เกิน 15000
(ตรงนี้ก็ยากเลยแหละ เรียกว่าให้เหลือแต่เนื้อๆ)

ก็อย่างที่บอกแหละ จะกินช้างก็ต้องกินทีละคำ
แบ่งหัวข้อย่อยๆ แล้วตะลุยเขียนไปทีละหัวข้อ
แล้วค่อยมาเรียบเรียงทีหลัง

คุณชาย ( 737 )

อ่านเรื่องของอิ่มแล้วลืมเรื่องของอร  :37:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines