งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

papos

โทอิก 900 อัพ  :07: :07: :07:

ตูอ่านแทบตายได้แค่ 700 นิดๆ  :59:
อืมมม...

ออยอิชี่

ผมได้ 350 ยังใจชื้นอยู่เลย  :3005:

Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

ฟิ้งซ์

ไม่เคยสอบแฮะ แต่เคยสอบของ Chevron
ช่วงภาษาอังกฤษช่วงนึงจะมีภาพฉายบนโปรเจคเตอร์ให้ดู มีเสียงให้ฟังแล้วให้เรากาข้อที่ตรงกัน
โทอิกนี่สอบประมาณนี้หรือเปล่า
ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

☼ แอนมินิ ☼

โทอิกมีหลายส่วนค่ะ ฟังก็มี grammar ก็มี จำไม่ค่อยได้ สอบมานานแล้ว ก่อนเรียนโทอีก  :30:
ได้ 710 ไปสมัครงานที่นึงเค้าบอกว่าได้คาบเส้นเลยนะหนู

อู๋


iannnnn

ตูไม่ต้องไปอิกเอิกอะไรหรอก แค่ฟังเพลงเกิร์ลกรุ๊ปพม่าที่ร้องเป็นภาษาอังกฤษพอเข้าใจก็น้ำตาไหลแล้ว :3005:

จักรี

โทอิกคืออะไร  :30:



หมายถึงโทรไม่ติดแต่ก็ยังโทรไปหรือเปล่า   :37:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

JΛNΣ


จักรี

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

papos

อืมมม...

หมีเล็ก

มาอัพเดตทีสิสนรก

เมื่อวานไปฟังฟีตแบ๊กบทที่1มาค่ะ กลัวมา เกรงมาก
กลัวโดนด่าแล้วจะหมดไฟ ไปต่อไม่ถูกเหมือนครั้งก่อนๆ

บทที่1 มันควรจะเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดใช่ไม๊คะ เพราะเราทำ proposal มาแล้ว ก็แค่ก๊อบๆมา
แต่ proposal อิ่มมันกาก จนที่ปรึกษาคนใหม่เค้าต้องมาดูแลใหม่หมดเลย
กากเพราะ เราเริ่มต้นไม่ดีเนี่ยแหล่ะ แถมไม่มีใครที่จะปรึกษาแบบเป็นชิ้นเป็นอันได้อีก  :05:
ประมานว่าทำมา ส่ง แล้วเค้าเอาไปดูแล้วก็ด่าๆ จบ ไม่บอกอะไรตูเลยยยยย

ฉะนั้นบทที่1 อิ่มก็ต้องกึ่งๆทำ proposal ใหม่ คิดใหม่เกือบทั้งหมด
ส่งไป2รอบ เค้าว่ายังไม่ดีพอ

จนเมื่อวาน ไปหาที่ปีึกษา ไม่แต่งหน้่ไปเลย กลัวร้องไห้เดี๋ยวหน้่าเลอะ  :30:
ที่ปรึกษาบอกดีแล้ว  :25:
มีแก้นิดหน่อยนะ ปล้วก็ไปเกลาเรื่องภาษา แต่ภาษาไว้ทีหลัง ทำให้เสร็จก่อน
เริ่มทำบทที่2 ได้เลย  :40:


เดินร้องไห้ออกมาจากห้องเลย ดีใจจัด  :30:

สรุปตอนนี้เริ่มบทที่2 แล้วนะคะ เป้าหมายบทนี้อยู่ที่ 5000 คำ
บทที่1 ทำไปแล้วเกือบ 2000 คำ
เกือบครึ่งทางแล้ว  :05:
:3005:

กวางจ้ะ


หมีเล็ก

ขอบคุณค่ะ  :05:
วิลบอกให้ทำบทที่2ใช้เสร็จภายในวันอาทิตย์
เพราะยังเหลืออีกเยอะ

กลัวไม่จบ แงง
:3005:

ณต

อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 13 มี.ค. 2012, 10:55 น.
ขอบคุณค่ะ  :05:
วิลบอกให้ทำบทที่2ใช้เสร็จภายในวันอาทิตย์
เพราะยังเหลืออีกเยอะ

กลัวไม่จบ แงง

มีทั้งหมดกี่บทอ่ะ  :09:

เอาประสบการณ์ตัวเองมาเล่าให้ฟังแล้วกัน
เผื่อว่าอิ่มจะเอา(ส่วนที่ดี)ไปปรับใช้
ออกตัวก่อนว่า ยาวและคะแนน Dissertation ของพี่แค่ผ่านนะ  :37:

Dissertation ของพี่ เริ่มต้นจาก Proposal
จริงๆ เริ่มจาก Supervisor นั่นแหละ
เพราะเราจะเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญในด้านที่เราจะทำ
และที่สำคัญก็ต้องเป็นอาจารย์ที่เราคุยด้วยรู้เรื่อง
(สำคัญมากๆ นะ ถ้าคุยกับ อ ที่ปรึกษาแล้วขัดคอขัดใจขัดความรู้สึกกัน
มันจะจบยาก เผลอๆ ก็ไม่จบเอา)

ทีนี้ อ ที่พี่จะเลือกนั้น แกประกาศเลยว่า
ถ้าใครเขียน Proposal มาห่วย แกจะไม่รับน่ะ
เพราะแกบอกว่าแกรับเป็นที่ปรึกษาจำนวนจำกัดมากๆ
ดังนั้นการเขียน Proposal ก็เหมือนกับการสอบคัดเลือกเลย
เครียดยิ่งกว่าสอบปกติอีก เพราะนี่ต้องแข่งกับคนอื่นด้วย

สิ่งที่พี่ทำในการเขียน Proposal ก็คือ
พี่เอางานวิชาการที่ตีพิมพ์ของ อ คนนั้นมาอ่าน
(อ่าน abstract ของแกทุกชิ้น)
แล้วก็เลือก Paper ที่เราสนใจมารวบรวม
หลังจากนั้นก็ตะลุยอ่าน Paper เหล่านั้น
มองหากลุ่มของปัญหาที่เราสนใจ(Problem Domain)
ที่ยังแก้ไม่ได้สมบูรณ์จาก Solution ที่มีอยู่ใน Paper

หลังจากนั้นก็เอามาเขียน Proposal
ว่าเราจะทำอะไร Problem Domain ที่เราจะทำการศึกษาคืออะไร
การแก้ไขปัญหาจะดำเนินการยังไง ใช้เครื่องมืออะไรบ้าง
แล้วก็ประมาณการว่า เราจะเขียนกี่บท มีอะไรบ้าง
รวมถึงระยะเวลาที่ใช้ในการทำ แยกเป็นงานย่อยๆ (Project Timeline)
เวลาที่พี่ประมาณไว้คือ 4 เดือน
ผลออกมาว่า อ รับเป็นที่ปรึกษาให้เรา (ดีใจมาก)

หลังจาก Proposal ผ่าน พี่ก็วาง dissertation ทิ้งไว้ก่อน
เพราะเขาให้หา supervisor และเขียน Proposal ตั้งแต่ต้นเทอมสอง
ก็เวลามาตะลุยเรียน ทำ assignment และสอบในเทอมที่สองนั่นแหละ
(มีสามเทอม เรียนสองเทอม ทำ dissertation เทอมที่สาม)

พอเข้าปลายเทอมสอง ความซวยก็เริ่มมาเยือนพี่
เริ่มจาก วิชานึงที่ลงทะเบียนไป
มีความผิดพลาดของมหาลัยในระบบลงทะเบียนในวิชาเลือกตัวนึง
เขาบอกว่าพี่ไม่สามารถเรียนวิชาเลือกตัวนี้ได้
ให้ไปลงเรียนวิชาเลือกตัวอื่นแทน
(แต่ตูเรียนไปจะจบเทอมแล้วนะ แสรดดดด  :59:
ถ้าตูไปลงวิชาเลือกตัวอื่น ตูก็พลาดเลคเชอร์ไปเกือบทั้งเทอม
แล้วไหนจะ assignment ที่จะต้องส่งอีก)

พี่ก็ไม่ยอมนะครับ โวยวายไปจนเรื่องถึง คณบดี
ในที่สุดผลก็ออกมาคือ ให้พี่ไปลงเรียนวิชาเลือกตัวอื่นในเทอมหน้า
หรือเทอมที่สามที่ปกติต้องทำ Dissertation อย่างเดียว
พี่ก็ก้มหน้ารับชะตากรรมนี้ครับ คิดในแง่ดีคือ ได้เรียนฟรีเพิ่มอีกหนึ่งวิชา :3005:

ความซวยที่สองมาเยือนนั่นคือ มีการเปลี่ยนวันส่ง Dissertation
เลื่อนเข้ามาเร็วขึ้นหนึ่งเดือน สาเหตุจากการปรับเปลี่ยนเวลาเปิดเทอม
ตามกฎใหม่บ้าบออะไรก็ไม่รู้ ของ Home Office
แปลว่า ที่วางแผนไว้สี่เดือน ก็จะเหลือแค่สามเดือน
(นักเรียนด่ากันให้ขรม แต่ก็ทำอะไรกันไม่ได้  :05: )

เดี๋ยวมาเขียนต่อตอนที่สอง

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines