งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Buob Marley

ไปว่าพี่ส้มเป็นต้นไม้ได้ไงเล่า :07:

















ต้องกระทิงสิ :47:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

โบว์

รอไอ้ปุกมาเล่าเรื่องแม่ เพราะเท่าที่มันเล่าคร่าวๆ
คือแม่เล่นพนัน ติดหนี้ มีตังไม่ถึง 10 บาท
แต่อยู่ๆ ผันตัวมาเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นได้อย่างไร :07:

ณต

ถ้ามาบอกว่า จากสิบบาทนั่น
เอาไปเล่นพนันจนซื้อร้านอาหารได้นี่ฮาเลยนะ  :58:

iannnnn

อย่าสปอยล์ซี่
มันเจ๋งตรงนี้แหละ

eThics

เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::

Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Buob Marley

พรุ่งนี้เริ่มงานที่ใหม่
ตื่นเต้นยังก๊ะย้ายโรงเรียน :25:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Ou!

งบน้อย

จักรี

#2948
อัพเดทหน้าที่การงานของผมซักหน่อย  ตัดหน้าป้าปุกเลยละกัน

 การเปลี่ยนแปลงสำหรับผมมันเริ่มมาตั้งแต่ปลายปี สองพันแปด
จริงๆ แล้ว มันมีมาตั้งแต่ต้นปีสองพันแปดแล้วละ
เพราะช่วงต้นปีสองพันแปดทางบริษัทประสบปัญหาอย่างหนัก
หนักมากขนาดที่ต้องปล่อยน้องๆ ที่เป็นพนักงาน
ออกไปทำงานกันที่อื่น  ตอนนั้น เหลือผมกับเจ้าของบริษัทสองคน
ที่เป็นพนักงานประจำ และเป็นช่วงเวลาที่ลำบากมาก
ถ้าใครจำได้ ผม เคยเอาโครงการจะเปิดร้านข้าวต้มมาโพสต์
ก็คุยกันกับพี่ที่เป็นเจ้าของว่า จะช่วยกันพยุงบริษัทไปให้รอด
ด้วยกะว่าจะเปิดร้านข้าวต้มตอนกลางคืน เพื่อเอาเงินมาหมุน
(คิดดูละกันว่าปัญหาหนักหน่วงแค่ไหน)
ส่วนตอนกลางวันก็ พยายามบริหารจัดการฟรีแลนซ์กับงานที่คลั่งค้าง
และพยายามทำงานที่สองคนสามารถทำได้
ช่วงนั้นผม แย่มากเหมือนกันเพราะน้องสาวขึ้นมาเรียน กทม.
ต้องใช้เงินอย่างน้อยเดือนละหมื่นกว่าบาท
ส่วนตอนเข้าเรียนใหม่ๆ ก็หมดไปหลายหมื่น กลุ้มใจมาก  
ต่อสู้กันมาเรื่อยด้วยผมไม่มีทุนรอนพ่อแม่ก็ไม่มีตังค์คอยแบล๊กอัพเรา
ก็ทำให้ผมแย่กว่าที่คิดเข้าไปอีก  
         ประมาณมิถุนา มีเพื่อนที่จบจากสเปนโทรมาชวนผม
ให้ไปทำงานที่มาเลเซียด้วยกัน เงินเดือนประมาณ 4 หมื่น
พร้อมตั๋วเครื่องบินไปกลับทุกเดือน  งานก็ อย่างที่เคยทำ
พวกแฟลชพรีเซนต์ต่างๆ  ผมก็เก็บมาคิดหนักอยู่หลายคืน
คิดหนักมากหลายคนคงจินตนาการออก ผมคิดไปเรื่อยถึงอนาคต
จริงๆ อยากไปมากแต่ถ้าเราไป พี่เราเขาก็จะไม่เหลือใครคอยช่วย
ซึ่งต้องแย่แน่นอน แล้วไหนจะความหวัง ความฝัน อะไรต่ออะไรอีก
อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง หรือแห้งหายไป
ในที่สุดผมก็ตัดสินใจไม่ไป ไม่รู้ว่าผมคิดถูกหรือคิดผิด
แต่ก็ไม่ได้บอกพี่เขาในตอนนั้น เพราะรู้ว่า เขาคงส่งเสริมให้เราไปแน่ๆ
เพราะเขาถามเราแล้วว่าถ้าได้ที่ดีกว่าก็ไปได้
แต่ผมถือว่า ผมมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะเขา ทั้งวิชาความรู้หน้าที่การงาน
ประสบการชีวิต หลายๆ อย่าง ก็ได้จากเขาทั้งนั้น
ผมไม่เคยคิดว่าชีวิตผมจะได้เข้าไปคุยกับลุกค้าระดับต่างหลากหลายสาขาอาชีพ
ผมนึกไม่ถึงว่า คนอย่างผมจะได้ทำอะไรต่อมิอะไรที่คนอยุ่บ้านนอกคอกนา
จินตนาการไม่ถูกอย่างนี้แน่ ผมได้ฝึกเข้าสังคม ฝึกการทำงาน
ฝึกทุกอย่างจากสมรภูมิจริงๆ ก็ด้วยคอนเน็คชั่นพี่เขาทั้งนั้น
        อีกไม่กี่วันถัดมามีโปรเจ็คใหญ่เข้ามา จากวิกฤษใหญ่เปลี่ยน
เป็นโอกาศครั้งสำคัญชั่วข้ามคืนทำให้ฟื้นคืนชีกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
เพราะในช่วงหลายปีมานี่ บริษัทผมนอกจากจะทำงานลูกค้าแล้ว
ยังเจียดเวลาไปทำสื่อธรรม ทำการกุศลบ้าง และด้วยคุณภาพงานที่
แตกต่างจากคนอื่นเคยทำก็เลยเป็นที่ชื่นชอบจากคนทั่วไปมาก
มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อย่างปกติเขาจะจัดทำแจกหนังสือที่อัดแน่น
ไปด้วยเนื้อหา เราก็เอามาแปลงเป็นสื่อที่เข้าใจง่ายๆ
หรือไม่ก็มีบางที ก็ ไปวัดเอาเทปไปอัดเสียงเทศน์มา ทำเป็นแผนดีวีดีแจก
อะไรประมาณนั้น แต่ด้วยว่า เวลาทำพี่เขาไม่ใส่เครดิตก็เลยไม่มีใครรู้
ว่าทางพวกผมทำ  ตลอดเวลา 5ปีก็ทำแบบนี้มาตลอด ทั้งเว็บ ทั้งสื่อต่างๆ นานา
มีไม่กี่คนที่รู้ว่าเป็นพวกเรา และเป็นเหตุ ให้ได้รู้จักกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง
และผู้ใหญ่ท่านนี้เองที่ได้มอบโปรเจคสำคัญนี้ให้ทำ โดยแลกกับ
การที่พี่ผมต้องเข้าไปนั่งบริหารบริษัทให้เขา ความซวยบังเกิดกับผมทันที
เพราะผมต้องเป็นคนดูแลงานบริษัททั้งหมดเพียงคนเดียว
แต่ก็ไม่เลวร้ายนัก นับจากนั้นมา ผมก็ค่อยๆ ขยับขยาย  
จ้างพนักงานกลับมา อีกครั้ง  แต่ที่หนักหนาขึ้นก็เพราะผมต้องควบทั้งงานของออฟฟิศ
และโปรเจ็คใหม่นี้ไปด้วย  จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้บริษัทได้เรียนรู้
หลายอย่างและเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการใหม่ ด้วยการ จัดให้มีการ
สร้างโปรดักของบริษัทขึ้นควบคู่ไปกับงานรับจ้าง เพราะสิ่งที่ได้เรียนรู้มานั่นคือ
การรับงานลูกค้าอย่างเดียวไม่ทำให้เราโตแต่การทำโปรดักของตัวเองอย่างเดียว
ก็กินระยะเวลายาวนานเกินไปทำให้อาจจะเกิดสภาพวะการขาดสภาพคล่องได้

ดังนั้น เมื่อผ่านวิกฤติมาได้ และด้วยประสิทธิภาพการบริหารของพี่ผม
ก็ทำให้ผม ได้แต่ดำเนินตามแนวทางเท่านั้น ไม่ต้องเหนื่อยอะไรมาก
ถึงแม้ว่าเขาจะนั่งบริหารอยู่ที่อื่น พอสิ้นปี ตอนนั้นมีพนักงานประจำเกือบสิบคน
และก็ฟรีแลนซ์ประจำอีกหลายคน ตอนแรกก็ดีใจเพราะว่าเดี๋ยวพี่เขาก็จะกลับมา
นั่งออฟฟิศแล้ว  แต่ที่ไหนได้ พอสิ้นปี ก็มีแผนจะไปทำงานที่อื่นซะนี่
คงเห็นว่า แม้ไม่ต้องมานั่งออฟฟิศ ก็สามารถบริหารจัดการได้ละมั้ง
หรือคงคิดว่าผมเอาอยู่ ซึ่ง จะบอกว่าผมเอาไม่อยุ่หรอก
เพราะผมก็มีแผนจะเปิดส่วนงานของผมเหมือนกันซึ่งก็เป็นหนึ่งในนโยบาย
ของพี่เขานั่นแหละ ที่อยากจะให้น้องๆ ทุกคนที่เขารับมา มีอะไรเป็นของตัวเอง
แต่เขาให้ผมฝึกงานบริหารแทนเขาเกือบ 1ปี และก็ได้เริ่ม แยกแผนกออกมา
รับงานเฉพาะ โดยแผนกนี้ผมบริหารจัดการเองทั้งหมด ช่วงปลายปีสองพันเก้า
ผมก็เริ่มรับพนักงานเข้าแผนกเป็นคนแรก ก็เป็นน้องๆ ที่เคยช่วยเหลือกันมานั่นแหละ  
พอต้นปี สองพันสิบ ก็เริ่มแยกบัญชีออกมาอย่างจริงจัง เหมือนแยกเป็นเอกเทศออกจากบริษัทเดิม
แต่ส่วนตัวผมยังต้องดูงานในส่วนของบริษัทอยู่บ้างแต่จะไม่ทำงานในส่วนของเว็บ
หรือคิดราคาโปรแกรมอะไรอีก แต่ก็ได้น้องๆ เข้ามาช่วยในส่วนนี้ทำให้ผม
ได้มีเวลามาบริหารจัดการทีมงานของผมอย่างเต็มที่  จริงๆ แผนกงานนี้
ตั้งใจให้มันเป็น แผนกมัลติมีเดียและงานการ์ตูนเป็นหลัก ด้วยตั้งใจมาหลายปี
มากที่อยากจะทำงานประเภทนี้ ตอนทำใหม่ๆ ก็จ้างที่ปรึกษาระดับเจ้าของดีเอ็ม มาช่วย
เอาคนเขียนบทสั่งตรงจากยูโก (คนไทยนี่ละจบจากยูโก)ส่งพนักงานไปเรียนเขียนบทกับเขา
(มีหลายครั้งที่ผมไปด้วย) ประมาณนั้น  แต่สิ่งสำคัญไปกว่านั้น  
ถ้าใครเคยอ่านสิ่งที่ผมเคยพิมพ์ไว้ในกระจู๋คุณถามจักรีตอบ เมื่อหลายปีก่อน
ผมมีสิ่งหนึ่งที่ผมตั้งใจอย่างมากที่จะทำมันให้ได้และมันจะมีความสุขมากถ้าได้ทำมัน
นั่นคือการที่ได้มีทีมที่ออกตามฝันด้วยกันเป็นทีมที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน
ถึงแม้จะไม่ใช่อุดมการณ์เดียวกัน แม้ตอนนี้ผมจะเพิ่งเริ่ม แต่ผมคิดว่าไม่นานนัก  
แต่การสร้างทีมในฝันของทุกคนในทีมนั้นเป็นเรื่องยาก ผมได้เข้าใจมันมากพอควร
เพราะในทีม จะต้องประกอบไปด้วยคนในหลายหน้าที่ ตอนนี้ผมมี ประจำกันแค่ 3 คน
ไม่รวมฟรีแลนซ์ที่ถูกใจกันอีก 2-3 คน ผมจะแบ่งอารมณ์ของคนทำงานกับคนบริหาร
เอาไว้ต่างหาก เพราะโตมาจากฝากโปรดั๊กชั่นจึงเข้าใจพอสมควร
แต่พอมาเป็นฝ่ายต้องบริหารจัดการเองบ้าง ก็ได้เข้าใจผู้บริหารเขาเหมือนกัน  
ด้วยส่วนงานของเรามันเป็นเรื่องของศิลปะด้วยแล้วมันก็ถือว่าเป็นเรื่องท้าทายอยู่ไม่น้อย

เพราะคนทำงาน ที่มีความเป็นศิลปินสูงจะทำให้เราบริหารจัดการลำบาก
แต่การบริหารจัดการโดยให้เขาทิ้งความเป็นศิลปินไปเลย นั่นก็ไม่ใช่แนวทางของผม
เพราะถ้าทำอย่างนั้น ความฝันที่จะมีทีมในฝันก็จะไม่เหลือ ผมพยายามสอนให้ทุกคนในทีมคิด
และให้มีส่วนร่วมในงานมากที่สุด พร่ำบอกอยุ่เสมอว่า งานไหนเป็นงานของเรา
มันต้องออกมาจากพวกเราทุกคน และหาจุดกึ่งกลางของมัน ให้ได้
พยายามจ่ายงานให้เขาทำเฉพาะงานที่เขาทำแล้วมีความสุข
ผมพยายามทำความเข้าใจทีมเพียงเพราะหวังว่าเขาจะทำความเข้าใจผม
ซึ่งเป็นคนที่ต้องคิดมากกว่าพวกเขาอยู่อย่างน้อย 1 สเต๊ปเสมอ  

คร่าวๆ เรื่องงานด้านบริหารของผม

ส่วนงาน เรื่องโปรดั๊กชั่น แน่นอนว่า ด้วยจำนวนคน ทีมีอยุ่จำเป็นต้องทำเองด้วยแน่นอน
ตอนนี้ผมก็เป็นคนทำพวกงาน ออกแบบ แฟลช งานพรีเซ็นต์ รวมทั้งทำแอนิเมชั่นเองบ้าง
แต่เท่าที่รู้ว่าสกิลด้านเทคนิคหายไปเยอะ อันไหนที่มีอยุ๋น้อยก็ไม่ได้พัฒนาเพิ่มเติมอะไรแล้ว
ซึ่งหลายคนคงเข้าใจว่าการที่พอมานั่งบริหารจัดการเวลาในการเรียนรู้
เพื่อพัฒนาฝีมือด้านอื่นเลยมีน้อยและยิ่งทำงานกันคนละโหมดคนละฟิวส์แล้วพยายามจะต่อกัน
ก็ต้องจูนกันพอสมควร  รวมกับงานออฟฟิศแผนกอื่นๆ ที่ผมยังต้องดูอยู่ด้วย
ก็เลยเป็นเรื่องลำบากมากที่จะไปคลุกอยุ่แต่กับฝั่งโปรดั๊กชั่นทั้งวันทั้งคืนเหมือนเมื่อก่อน
ลำพัง มีฟรีแลนซ์ 10 กว่า คน/ทีม  ต้องคอยบรีฟงาน อย่างน้อยก็ วันวันหนึ่งก็ต้องเขียนเมล
กว่า 10 ฉบับแล้ว ไหนจะเมลลูกค้า คนทำงาน  นี่ดีนะ ยังไม่พร้อมรับงานลุกค้ามากเท่าไร
ถ้าถึงเวลาที่ต้องรับ วันวันหนึงคงหมดไปกับการไปพบลูกค้าเหมือนเมื่อก่อนแน่นอน


อนาคต

ตอนนี้ ถือว่าก็ลำบากพอสมควรสำหรับการเริ่มต้น โปรดักที่เป็นงานแอนิเมชั่นยังไม่ออกเป็นชิ้นเป็นอัน  
ส่วนที่เป็นหนังสือก็ อย่างที่บอก ในจู๋ชวนไปทำบุญ แต่อีกไม่นานคงมีออกมาคิดจะ เอามาแปะให้ดูได้วย
คนทำงานที่ผมรับมาช่วยทำส่วนใหญ่ ผมก็หาจากที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก อย่างพี่กัมส์นี่ก็ให้แกมาช่วยทำทวีนให้
มาช่วยเทรนน้องๆ ให้ อย่างงานตัดต่อ ก็ยังใช้ เจ้าสามอยู่ งานเพลงประกอบ ยังดึงเจ้าฟิวส์มาช่วย  
ซึ่งหลังจากงานนี้ออกมา อนาคตผมจะได้ทำการ์ตูน ลงช่อง บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องเดิมกับที่เคยเอามาโพสต์ไว้เมื่อนานมาแล้ว
ตอนนั้นที่เป็น 3D ทาง DM เขาทำ พอผมมีแผนกนี้ ผมก็ไปเสนองานสู้กับเขามา ซึ่งแน่นอนว่า
อย่างไงซะผมก็ต้องได้ทำ แต่ปัญหามันอยุ่ที่ว่า ผมต้องมีกำลังคนมากพอ
ซึ่งแพลนงานไว้ว่า อีกไม่นานคงรับสมัคร  ซึ่ง ก่อนจะรับที่อื่นผมคงจะมาประกาศที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก
เพราะอย่างไง ผมก็ไว้ใจคนที่นี่มากที่สุด ถ้าน้องพี่คนไหนอยากทำงาน แนวนี้ ก็มาคุยกัน
ตอนนี้ก็คุยกับป๋าเลย์ไว้บ้างแล้ว อยากให้แกมาวางระบบให้ จริงๆ อยากจะมาชวนอีกหลายคนเลย
แค่มันยังไม่ถึงเวลาเท่านั้นเอง  ก็ถือว่า เป็นน้องใหม่อ่อนหัดในวงการละนะ
แต่อยากทำจริงๆ ผิดพลาดอย่างไงก็ชี้แนะกันด้วยนะครับ ^^  

_ww.youtube.com/watch?v=TveCbwzwfsw


ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ณต

 :25: :25:
ถึงกับจะต้องไปเปิดร้านข้าวต้มกลางคืนนี่  :05:
ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะได้เสื้อฟรีจากโมนามาเฟีย  :12:

นับถือเลย  :12:


หนุ่ม

Reading Learning & Sharing

PalmySyd


Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

จักรี

คือเอาจริงๆ  ยังไม่ถึงเวลาที่จะได้ดีใจหรือยังไม่ถึงเวลาออกมาพูดถึงอดีตอย่างภาคภูมิใจซักเท่าไรอะนะครับ
เพราะมันยังหัวเลี้ยวหัวต่ออยู่เหมือนกันสำหรับผมเพราะเหมือนต้องสร้างใหม่
ตอนนี้ บอกตามตรงเลยว่า กังวลมากและก็กลัวมาก เพราะถ้าแย่ผมไม่มีปัญญาใช้หนี้แน่นอน :30:
ไม่แน่หรอกถ้าผมไม่รอดจริงๆ กลับมาอ่านอีกที่นี่คงอายม้วนเหมือนกัน :30:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines