งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

หนุ่ม

อ้างคำพูดจาก: สถิตย์ภรณ์ เมื่อ 11 เม.ย. 2008, 09:13 น.
ภาษีสังคมนี่ บางคนตัดเป็น 10% ของรายได้ต่อเดือนเลยนะพี่แอน

ปีนึงก็เยอะอยู่  :08:

จริงครับ

ผมอยู่โรงงานอุตสาหกรรม มีลูกน้องร่วม 70 คนชายหญิง
งานบวช งานแต่ง งานศพ งานกฐินผ้าป่า สร้างโบสถ์์สร้างศาลา
บางงานใส่น้อยก็ไม่ได้ ไหนจะีของเยี่ยมคลอดลูกอีก

นี่ยังไม่รวมระดับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าอีกนะ


ยังกะทำงานการกุศล :05:


อ้างคำพูดจาก: YDA เมื่อ 11 เม.ย. 2008, 11:46 น.
มองหาข้อดีของงานที่ทำ แล้วเอาเวลาที่เหลือไปทำสิ่งที่เรารัก

:25: :25:
Reading Learning & Sharing

กำนม.};oO=

#211
หลับจนฝันอดีตงาน เงิน หวังอนาคตคิดพอหลับ
ถ้าจะเรียงความเสียใหม่ ด้วยกริยาดิ้นรน คงจะเห็นรูปวลี วลีทั้งหมดเป็นสมการแบบอนุกรม
อันนี้เป็นสมการที่ไม่มีในตำราใด ไม่ต้องไปอ้างอิง เอาล่ะ เปิดบทที่หก ย่อหน้าสอง
...
เอาล่ะ นักเรียกดู ..
หลับ จน ฝัน อดีต งาน = หวัง อนาคต คิด พอ หลับ
ด้านซ้ายและด้านขวามีสมดุล คือสมการหนึ่งในชีวิต
วรรคว่างไม่ใช่การคูณ แต่คือลำดับการพักและถอนใจ
ทั้งหมดมีแต่ตัวแปร ไม่มีตัวใดแสดงค่าคงที่
สมการไม่ใช้โจทย์ที่ต้องตามแก้เสมอ อย่าแก้ผ้าคิด
หลายสมการแสดงไว้เพื่อขยาย เราจึงอาจย่อได้ ดังนี้
ลจฝอง = วอคพล
เมื่อแยกแฟคเตอร์ออกมา เราลองแทนค่าตามลำดับ
หลับ = หลับ
จน = พอ
ฝัน = คิด
อดีต = อนาคต
งาน = หวัง
เงิน ไม่มีค่า แค่มีความหมาย =
เมื่อเอาเงินเป็นศูนย์กลาง และมองวลีชีวิต เราอาจแทนค่าเงินด้วยเครื่องหมายเท่ากับ =
= เงินไม่ใช่หน่วยนับไม่มีค่าในเชิงคณิตศาสตร์ แต่มีความหมายเป็นสัญญลักษณ์การแทนค่า
ไม่ใช่ แค่ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย
เกิดนั้นต่อกับตายที่ปลายฝัน
ชีวิตอมตะคล้ายกับการหลับ
อย่าแหย่กำนันหลับ ..ห้ามจับนมเล่น
อย่าเอาเงินไปกองไว้ที่ปลายชีวิต
และใช้เงินให้มีความหมายไม่ใช่ที่ปริมาณ
อยู่บ้านไร่ ไร้เน็ต พี่จะกางมอสกิโต้เน็ต เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง เดินตามสายรุ้ง ทิ้งเมืองกรุงไว้กับเธอ ..

ออยอิชี่

#212
สมการกำนันแม้น อย่างโดน  :12:

กลับไปอ่านตั้งแต่หน้าแรก จนหน้าสุดท้ายอีกรอบ เหตุเพราะตั้งใจไว้หลายครั้งว่าจะมาพูดคุยบอกเล่าเก้าสิบเรื่องตัวเองบ้าง บวกกับอ่านไว้นานแล้วจนลืมว่าอ่านถึงหน้าไหน :30:
และวันนี้เอง วันที่ได้ฤกษ์หลังจากกรุ้มกริ่มมาเสียนาน

อาจจะพูดไ้ด้ว่า ผมโชคดีที่ฐานะทางบ้านไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก ไม่ได้ฐานะดี แต่ก็มีใช้ไม่ขาด
พ่อทำงานพนักงานรัฐวิสาหกิจ(ไฟฟ้า) แม่เมื่อก่อนนู้นเป็นสาวโรงงาน แต่ตอนนี้เปลี่ยนอาชีพใหม่แล้ว เงินดีกว่าเดิม เป็นแม่บ้านนั่นเอง :43:

ในรั้วมหาลัย
ก่อนเข้ามหาลัย ช่วงนั้นผมได้โควต้า ทำให้ตอนสอบเอ็นทรานซ์ ไม่ได้เครียดหรือกังวลอะไรมาก ใจก็นึกสอบ ๆ ไปอย่างงั้นแหละ ยังไงเราก็มีที่เรียนแล้ว ไม่ได้รู้เลยว่า นิเทศ ที่ตัวเองเลือก เขาเรียนจบแล้วไปทำงานอะไร หรือเขามีสาขาอะไรให้เราเลือกบ้าง รู้เพียงแค่ว่า บ้านเราอยู่ชลบุรี เรียน ม. บูรพานี่แหละ ไกล้ดี อีกอย่างนึงตูเอ็นเอ็นติดนะเฟ้ย(แม้จะโควต้าก็เหอะ)
ขึ้นชื่อว่านิเทศ ทุกครั้งที่มีงาน การแสดง กิจกรรม หรืออะไรก็ตาม ทางคณะมักจะโยนมาให้นิเทศก่อนเสมอ
จึงทำให้พวกเรามีกิจกรรมทำกันอยู่ตลอดปี ชีวิตช่วงเรียนเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เฮฮา จนเมื่อถึงยุคไกล้จบ

เริ่มเข้ากรุงพร้อมกับคำว่า" ฝึกงาน "

ช่วงนั้นติดเกมส์ออนไลน์งอมแงม จึงไปหาที่ฝึกงานที่มันเกี่ยวกับเกมส์ นั่นก็คือบริษัท คอมพ์เกมเมอร์ ต้องฝึกงานสามเดือน
วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไรมาก นอกจากนั่งเล่นเกมส์ นั่งเล่นเกมส์ และนั่งเล่นเกมส์ แต่ทุกครั้งที่คุณเล่นเกมส์ คุณจะต้องได้งาน
งานที่ว่าก็คือ ที่คุณเล่นเกมส์ไป คุณพอจะจับอะไรจากเกมส์ที่คุณเล่นมาเขียนได้บ้าง  เดือนแรกของการฝึกงานผมขอฝึกงานเขียนก่อน
ช่วงนั้นยังลำพองอยู่ว่า เราเล่นเกมส์มาเยอะ งานเขียนเดือนแรกท่าจะสบาย แต่เปล่าเลย ความรู้ที่เรามี พอเขียนหลายทีเข้า เริ่มหมดมุขที่จะเขียน
แต่ก็รอดพ้นไปได้ด้วยดี เดือนที่สองเริ่มฝึกในส่วนของศิลปกรรม นั่นคือการจัดหน้า ก็จัดไปเรื่อย ๆ พอเดือนสุดท้าย ทำ พสอษ. ก็สนุกดี พกพจ
1 เล่มติดตัว ส่วนมากอ่านข้ามคำผิดเสมอ  :30: เวลาอ่านตัวหนังสือเยอะ ๆ แล้วมันเบลอ เผลออ่านข้ามคำที่สะกดผิดไปได้ไงไม่รู้ แล้วเราก็ดัน
อ่านประโยคนั้นรู้เรื่องด้วยนะ  :42:
ที่นี่ให้อะไรผมเยอะครับ ขอบคุณมากที่ให้ได้ลองทำหลาย ๆ อย่าง :46:

ชีวิตเทอมสุดท้าย ก่อนออกบิน

หลังจากฝึกงานได้รู้จักตัวเองขึ้นมาอีกนิดว่า งานเขียน เราไม่น่าจะรอด งาน พสอษ เราไม่น่าจะได้ งานจัดหน้าทำได้ แต่สนุกเหรอ?
เรื่อย ๆ มากกว่า แต่ก็ตอบตัวเองในใจว่า ยังไงเราก็ทำได้อย่างนึงหล่ะ ก่อนจะจบ เอกวารสาร ต้องทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ(ลานมะพร้าว) 3 เล่ม กับนิตยสารฝึกปฏิบัติ(อะโกโก้)อีก 1 เล่ม + นิตยสารครบรอบ 10 ปีนิเทศศาสตร์ ม.บูรพา
จนถึงตรงนี้ ยังไม่รู้แบบแน่ชัดจริง ๆ เลยว่า เราจบแล้วจะไปทำอะไร

เริ่มออกบินสู่โลกกว้าง

ผมอาจจะโชคดีนิดนึง หลังจากจบผมก็มีงานทำเลย ตอนนี้ทำมาได้ ปีกว่าแล้ว ทำฝ่ายศิลปกรรม แต่วาดรูปไม่เป็นนะจ๊ะ :16:
งานที่ทำอยู่ตอนนี้ ถามว่าชอบไหม คำถามนี้กลับมาถามตัวผมอีกครั้ง ผมก็ยังตอบคำถามนี้ไม่ได้เช่นกัน ผมได้แต่ตอบว่า ผมทำได้
คำถามนี้คงจะไปไล่ถามชาวบ้านเขาไมไ่ด้ ตัวผมเองนั่นแหละที่จะต้องตอบคำถามนี้ แต่ยัง ตอนนี้ผมยังตอบไม่ได้ สักวันผมคงมีคำตอบให้ตัวเอง

เงิน

ตอนเด็ก ๆ พ่อสอนผมเสมอว่า "อยากได้อะไร ต้องเก็บเงินเอาเอง ต้องออมเอาเอง เป็นไปไมไ่ด้ที่เราจะได้ของทุกชิ้นที่เราอยากได้ บ้านเราไม่ได้มีฐานะนะครับ  พ่อจะไม่ซื้อของให้โดยที่เราไม่ต้องออกเงินเองซักบาทเดียว
ถ้ามันแพงนัก พ่อจะช่วยออกให้กึ่งนึงหรือส่วนนึง นอกนั้นถ้าเราอยากได้จริง เราต้องเก็บ"
ผมไม่มีเงินเก็บ เงินที่ผมมี ผมจะเก็บจนกว่าจะถึงของที่อยากได้ แล้วก็จะซื้อโดยไม่ลังเล อยากได้อะไรก็จะเก็บใหม่เอา

ความหวัง

ตอนนี้ กำลังเรียนปริญญาตรี บัญชี อีก 1 ใบ ที่รามคำแหง ผมใช้เทียบโอนเอา ผ่านมา 1 เทอมแล้ว กำลังจะเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์
ด้วยความที่เราทำงาน เราจึงไปเรียนเหมือนเด็กปี 1 คนอื่น ๆ ไม่ได้ อาศัย ตอนเย็นของทุกวันไปติวเตอร์เอา ถึงเวลาก็ไปสอบ
ตอนติวไม่เหนื่อย แต่เหนื่อยเดินทาง เดินทางชั่วโมงครึ่งเพื่อไปติว 2 ชั่วโมง เดินทางกลับอีก 2 ชั่วโมงเพื่อกลับถึงที่พัก
เป็นแบบนี้เย็น จันทร์ พุธ ศุกร์ และเช้าบ่ายเสาร์-อาทิตย์
แม่อยากให้ผมเข้าการไฟฟ้า พ่อก็เช่นกัน เขาว่ามันมั่นคง ดีกว่าซีเอ็ด(พ่อผมเรียกซีเอ็ดว่า ซีเอ๊ด :30:)แล้วอีกอย่าง ตอนนี้ที่บ้านมีแค่พ่อแม่และน้องสาว พี่ชายไปทำงานต่างจังหวัด น้องยังเรียนมัธยมต้นอยู่ พ่อกับแม่เริ่มโรยราไปตามอายุ เวลาแม่ป่วย พ่อไปทำงาน น้องไปเรียน ใครจะดูแลแม่ ?   ผมได้แต่หวังว่า ผมจะได้เข้าการไฟฟ้าโดยใช้วุฒิบัญชีนี่แหละยื่น เพราะเขาไม่รับนิเทศ
ผมคงกลับไปใช้ชีวิตที่ พนัสนิคม หลังจากจบตรี บัญชี หันหลังให้กับการผจญภัยบนรถเมล์ ทั้งเช้าและเย็นเสียที

อนาคตจะเป็นยังไง ผมก็ไม่รู้ ผมอาจทำฝ่ายศิลป์ต่อไป หรือผมอาจไปทำบัญชี อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
รู้แต่ว่าตอนนี้เริ่มปูทาง เริ่มปูอีกรันเวย์ให้เครื่องบินมีทางเลือกในการเดินทางเพิ่มขึ้นก็เท่านั้น :52:

อาจจะเรียบเรียงมั่วไปนิด เพราะพิมพ์สด(แอบพิมพ์  :30:)

คุณชาย ( 737 )

 ขอให้ความตั้งใจเป็นจริงอย่างที่หวังไว้ครับ  :22:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

ออยอิชี่

ขอบคุณครับ พี่ชายคลอง  :46:   

อ่านของพี่โอ้เอ้ พี่ตาล พี่จักรี พี่โบว์ คุณครู พี่ศักดิ์ ลุงโก้ พี่โอ๋ ฟ้าและอีกหลาย ๆ คน
อ่านแล้วเหมือนมีพลังวัตร เพิ่มยังไงยังงั้น เหมือนมีภูมิคุ้มกันสำหรับโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มากก็น้อย :40:

กำลังใจ บางครั้งสำคัญไม่แพ้ กำลังกาย  เลยทีเดียว   :22:

สู้ต่อไป อย่ายอมแพ้ ไอ้มดหมี  :31:


ชวาลา จันทร์แจ่ม

อ่าวจบซะแล้ว ยังไม่ได้เขียนต่อเลยอ่ะ  :30: :30: :30:

ออยอิชี่

พี่เช่ มาเขียนภาค 2 ต่อเลย ผมรออ่านอยู่  :30:

คุณหนูฟ้า

อ่านของพี่ออย แล้วกลัว กลัวตรงปริญญาตรีบัญชี เนี่ยแหล่ะ  :39: ฟ้าเกลียดเลข
แต่ต้องมานั่งเคลียร์บัญชีร้านตัวเองทุกสามวันนะ 555+


:31: ตั้งใจเรียนเน้อ พยายามเยอะๆค่ะ สุ้ๆ

เอสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

ออยอิชี่

กลัวเหมือนกัน  :30:
เวลาผมไปนั่งเรียนทีไร ถามติวเตอร์บ่อยมาก ถามด้วยความสงสัยหน่ะ
ถามเพราะ ทำไมเป็นแบบนี้แหละครับ แล้วทำไมเป็นอย่างนั้น อย่างโน้น

เขาว่ากันว่า คนที่จบแล้วหรือทำงานแล้วกลับมาเรียนใหม่ กับ คนที่เพิ่งเริ่มเรียนปี 1 ครั้งแรก
การรับรู้จะต่างกัน คนที่จบแล้วหรือทำงานแล้วกลับมาเรียนใหม จะต่อต้านความรู้ใหม่ที่เพิ่งได้รับ
ต่างกับ คนที่เพิ่งเริ่มเรียนปี 1 เขาจะรับเลยโดยตรง :52:

แตน

งาน

ตั้งแต่ม.4 พ่อออกจากงาน แม่เสียแล้วตั้งแต่ ป.2 แม่เลี้ยงยังทำงานอยู่

( เค้าก็เป็นเงินเค้า แต่พ่อจ่าย ) พ่อเปิดร้านขายของชำที่บ้าน ตูช่วยตั้งแต่ ม.4 - เรียนจบ

ขนาดสอบเอ็นตูยังต้องนั่งขายของเลย

เรียนมหาลัย ปี 2

แอบไปฝึกงานช่อง 9  อยู่ฝ่ายข่าว อยู่ข่าวเกษตร กับเศรษฐกิจ

ได้ความรู้ดี เขียนข่าวได้นิดเดียว แต่ก็ทำให้ปี 3 ไปเรียนวิชาเขียนข่าวได้ A มา ตูโคตรดีใจเลย

แต่มันก็เป็นความรู้เล็กๆเท่านั้น 


เรียนมหาลัย ปี 3

ไปทำงานวิจัยโครงการของรัฐบาล " โครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน "

อันนี้อะสนุก ได้เงินด้วย 2 เดือน ได้เงินมา 1 หมื่น แถมกินฟรี 3 มื่อ ( เบี้ยเลี้ยงดีโคตร )

สงกรานต์ได้หยุดงานแถมได้เบี้ยเลี้ยงด้วย งานคือเราไปเก็บข้อมูลมาทำวิจัย

ว่าในพื้นที่ที่เราไปอยู่มีอะไรที่สามารถพัฒนาให้เป็นอาชีพของคนในชุมชนนั้นๆได้บ้าง

ตูอยู่กลุ่ม 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์

ก็ทำไป เห็นตูตัวเล็กๆอย่างงี้ ดูเป็นคนจัดดิสเพลย์นำเสนอโปรเจ็คของกลุ่มด้วยนะ :30:

คือเค้าจะให้อาจารย์ พลีเซนต์ผลงานที่ทำมาให้คนของรัฐบาลกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่เราไปทำงานด้วย

งานนี้ดูได้เพื่อนใหม่มาอีก 30 กว่าคนสนุกด้วย ได้ประสบการณ์เพียบเลย


เรียนมหาลัย ปี 4

จะจบแล้ว ก็ไปฝึกงาน ที่หอการค้า ( ตูเรียนที่นี่ ) ดีอย่างนึง เค้าให้นักศึกษานิเทศ

ฝึกงานตอนปี 4 เทอม 2 คือมรึงฝึกงานแล้วดี พี่เค้าก็ให้ทำงานเลย มรึงไม่ต้องไปเรียนต่ออีกเทอมเหมือนที่อื่น

ตูไปฝึกงานที่บริษัทเล็กๆแห่งนึง ( อีบริษัทคลื่นวิทยุอ้วนเค้าไม่รับตรู แม่งเล่นสถาบันสีชมพู :13: )

ตูทำทุกอย่าง ทั้งรายการโทรทัศน์ , อีเว้นท์ เคยเห็นเด็กฝึกงานที่ต้องเก็บ 200 ชั่วโมง ภายใน 3 เดือนมั้ย

ตูเดือนครึ่งเก็บไปเืกือบ 300 ชั่วโมง ฝึกจนพี่เค้าให้ตูทำงานเลย แต่อนาถมากกกก

ทำครั้งแรกให้ตู 3000 บาท แต่ 2 เดือนนะโว้ย :05: พ่อก็ไม่ให้ตังค์ เห็นว่าทำงานแล้วก็เลยไม่ให้

กินแกร๊บเลย เข้างาน 10 โมงตูตื่น 6 โมง ไปทำงาน ไม่นั่งรถเมล์ก็เดินเอา ขุดเงินเก่ากินไป ( ที่ไม่ค่อยมี )

แล้วบริษัทที่ทำก็ประสบปัญหาโดนเทคโอเวอร์ไป โดยบ.ฮาวคัม :44:

ตอนแรกตูนึกว่าจะตกงาานแล้ว แต่ตูก็สู้ ทำไปเรื่อยๆ เค้าคงเห็นใจก็เลยได้มาทำมาเรื่อยๆ

จนถึงตอนนี้

ปัจจุบัน

เมื่อเดือนกุมภาที่ผ่านมาเกิดปัญหาที่บริษัท คือตรงๆเลย บริษัทปิดอะ :05:

ตูตกงานไง แต่ยังดีที่ได้เงินชดเชยมาแสนกว่าบาท :39:

อืม ... ผลของความอดทนที่ตูทนมา 3 ปีกว่าจะ 4 ปี  :42:

ใครคิดว่าความอดทนไม่ดี ตูว่าไม่ใช่ ตูคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

ว่าบริษัทนี้อยู่ได้ประมาณนี้ละ จริงๆแล้วตั้งแต่ปลายปีที่แล้วตูก็เริ่มหางานไว้บ้าง แต่ก็ยังหาไม่ได้ :05:

ตูได้เงินแสนมา ซึ่งตูคิดว่า งานที่ทำอยู่ตอนนี้ ( ทำรายการทีวี = งานเยอะ เงินน้อย )

ตูคงทำงานเก็บตังค์ไม่ได้แน่ๆ แต่ที่ได้เงินชดเชยมาก็ถือว่าดี ( เอาเงินไปให้พ่อปั่นหุ่นเอากำไร / ปันผล ดีกว่า )

ตอนแรกก็กลัวมากๆ กลัวตกงาน กลัวหางานไม่ได้ ดูข่าวก็บริษัทนี้-นั่นปิด

โอ๊ยยยย คนตกงานเยอะ :05: แย่งกันหางาน ทำไงดีจะบอกพ่อก็กลัวพ่อเครียด เดี๋ยวป่วยอีก

( เดี๋ยวแม่เลี้ยงตูก็ด่าตูอีก  :39: ) ตังค์ก็ไม่ค่อยมี ร้านก็ขายของได้ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน

ตอนนั้นเครียดมากๆ บอกใครก็ไม่ได้ ตอนนั้นเลยบ้าดูดวงสุดๆ เจ้าไหนว่าดีไปดู ดูเรื่องงาน

ถามหมอดู ตูถามทุกเจ้า ทำไมสมัครงานแล้วไม่ได้สักที แล้วทุกทีก็บอกตรงกัน :16:

ไม่ต้องไปสมัคร สมัครไปก็ไม่ได้ แกอะ ( หมายถึงตู ) ต้องทำกับเจ้านายคนนี้ละ เกื้อหนุนกัน  :07:

ม่ายยยยยยยตูอยากทำงานอย่างอื่นบ้าง ตูอยากทำในสิ่งที่ตูยังไม่เคยทำ แต่ตูสมัครไปแล้วก็ยังไม่ได้สักที :05:

แต่โชคดี พี่ที่ทำรายการด้วยกัน เค้าจะได้ทำรายการ

ก็คือพวกเรา ( พี่ที่ทำงานด้วยกัน ) กินบุญเก่า

คือเจ้าของรายการเค้าชอบรายการที่เคยทำ คือรายการบางกอกรามา

เค้าเลยให้ไปทำ พี่เค้าเลยให้ไปช่วย ประกอบกับพี่ฮาน่า เจ้านายอีกคน เค้าจะแยกไปเปิดบริษัท

พี่เค้าบอกว่าจะเอาไปทั้งหมด :26:

สรุป รอดตัวไป มีงานทำ แต่สถานะไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่  :08:

เงิน กับ ความหวัง

จริงๆแล้วน่าจะเป็นความหวังกับเงินมากๆกว่าสำหรับแตน เพราะแตนหวังว่าเงินจะดี  :30:

ซึ่งไกลจากความหวังนั้นโข

ตอนนี้ยังดีเพราะบ้านไม่ต้องเช่า อยู่ก็ดี แม้ต้องซื้อข้าวกิน เพราะกลับบ้านไม่เป็นเวลา

งานเยอะ เงินน้อย  :07:

เงินเดือนก็พูดตรงๆ ค่ารถเป็นส่วนใหญ่ ค่ากินไม่เท่าไหร่

แต่ค่ารถแพงมากๆ :05:

คือถ้าค่ารถไม่แพง ( วันละเกือบ 200 ) ตูก็อยู่ได้แบบพอดี มีตังค์เหลือเก็บนิดหน่อย

แล้วก็หวังว่าจะได้งานใหม่

อนาคต

ถ้าพ่อย้ายไปเชียงใหม่เมื่อไหร่ จะไปอยู่ด้วย อาจจะเปิดร้านขายของ หรือ ขายข้าว หรือขายขนม :33:

ขอบคุณที่ทนอ่านกัน :46:
นานๆ จะเข้ามาที

คุณชาย ( 737 )

 เจ๊แตนสู้ต่อไปนะครับ คนขยันและอดทนอยู่ที่ไหนก็ได้ครับ  :12:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

ออยอิชี่


แนนเค้ก ❤

ไม่ใช่ชาวนิเทศ :27:
แต่ให้เจ๊แตนสู้ๆ เหมือนกัน :12:
Nothingness
||•• i-nan-za™``: วนัสนันท์ is back!

คุณหนูฟ้า

โห พี่แตน  :46: ไหว้สวยๆ กับความอดทนของพี่เลย
สู้ๆนะพี่


ปล. ออกมาขายของเองก็ดีนะ แต่ต้องอดทนมากๆ กับระยะเริ่มต้น พออยู่ตัวแล้วก็ดีค่ะ
ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

iannnnn

ขอบคุณสำหรับชีวิตครับ :12:+

อ่านตรงหมอดูแล้วน่าสนใจ .. ชีวิตนี้ตูยังไม่เคยเชื่อหมอดู
แต่ใครเลยจะรู้ว่าถ้าอับจนหนทางจริงๆ ก็คงรี่หาหมอดูแหละ (คงไม่หรอก :30:)

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines