บ้านไม่โอ ถามจานโอ(ดำ)

เริ่มโพสต์โดย หมีโหด*, 15 ก.พ. 2008, 14:55 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Buob Marley

ประหยัดๆ ก็ติดรูปดาราเอาครับ :47:

กลายเป็นร้านตัดผมไปเลย :3005:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

O.D.M.

ถ้าอยากทาสีให้มันผิวมันๆ ก็เลือกชนิดผิวมันสิครับ
เพราะมันมีให้เลือกทั้ง ชนิด ดูออกผิวมันๆ กับผิวด้าน
แต่ถ้าอยากทาทัีบ ก็พอได้นะครับ แต่มันจะเงาเว่อมากๆ

แต่อย่างผนังปูนเปลือย หรือ ผนังฉาบ Tarazzo ที่ต้องทา ยูรีเธนทับ
เพราะเพื่อความคงทนของผิวหน้า และ ความสวยงาม ครับ

มันมีสีอีกแบบ คือ สี Epoxy ซึ่งมันจะเงาแว๊บในตัวอยู่แล้ว มันใช้กับงานพื้น
แต่ทำให้เรียบ เนียน ยากครับ เพราะการปรับระดับพื้นมันยากมาก  :37:

วอลเปเปอร์ ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะครับ เพราะเปลี่ยนง่าย การติดตั้งไวมาก
แต่ระวังเรื่องความชื่นให้ดี

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

O.D.M.

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

IM

คนโดนแดดไม่ซีดนะครับ

แต่สียิ่งเข้มขึ้น  :47:

iannnnn

:46: ขอบคุณทั้งคนถามทั้งคนตอบเลยครับ ได้ความรู้มากๆ

Buob Marley

อ้างคำพูดจาก: ☼ อภิมหาแอน ☼ เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 17:23 น.
:46: ขอบคุณทั้งคนถามทั้งคนตอบเลยครับ ได้ความรู้มากๆ
ฟ้องจานหนอย :47:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

toeytoeytoey

อยากถามว่า อีพ็อกซี่ ตารางเมตรเท่าไหร่ครับ แล้วทาเองได้มั๊ยครับ หรือต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาทาให้

Piix

มารายงานความคืบหน้าของการกั้นออฟฟิส

ตอนนี้โครงการกั้นผนังโดนพักไปแล้ว เจ้าของตึกที่เช่าอยู่เค้าไม่ให้ทำ

ทางเราก็เลยคิดจะย้ายออฟฟิส แต่ยังหาไม่ได้ ต้องรอกันต่อไป

O.D.M.

#489
อ้างคำพูดจาก: บักเต้ย เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 18:51 น.
อยากถามว่า อีพ็อกซี่ ตารางเมตรเท่าไหร่ครับ แล้วทาเองได้มั๊ยครับ หรือต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาทาให้

เรื่องราคา ผมขอผ่านนะครับ เพราะไม่ค่อยได้ยุ่งเรื่องราคาจริงๆ เลยไม่รู้แน่นอนว่ามันตก ตร.ม. เท่าไหร่

ทาเองได้มั๊ย ได้ครับ แต่อย่างที่บอก มันจะดูเรียบเนียนนั้น ยากถึงยากมากที่สุดเลยครับ  :37:
ขนาดช่างที่ (เค้าว่า) ชำนาญงานด้านนี้จริงๆ ยังทำออกมาได้ไม่ดีอย่างที่ควรเลยครับ

หลายต่อหลายงานที่เจ้าของบ้าน อยากใช้สีประเภทนี้
ผมจะเตือนไว้ก่อนเสมอว่า พื้นมันจะไม่ได้เรียบเนียนกิ๊งแน่ๆทำใจไว้เลยครับ   :42:

อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 20:18 น.
มารายงานความคืบหน้าของการกั้นออฟฟิส

ตอนนี้โครงการกั้นผนังโดนพักไปแล้ว เจ้าของตึกที่เช่าอยู่เค้าไม่ให้ทำ

ทางเราก็เลยคิดจะย้ายออฟฟิส แต่ยังหาไม่ได้ ต้องรอกันต่อไป

ผมว่าส่วนใหญ่เจ้าของพวกอาคารเช่า (ที่ไม่ได้เป็นเซ้งแล้วเช่าชนิดสัญญารายข้ามปี)
มักจะไม่ค่อยให้ทำอะไรกับอาคารเดิมของเค้ามากนัก เพราะเค้ากลัวเราทำพังแล้วหนีน่ะสิครับ
เคยรับตกแต่งให้ที่นึง ทำอะไรไมไ่ด้เลย แม้แต่ทาสี  :37:

เลยต้อง หาเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวแล้วก็จัดพร๊อพได้แค่นั้น
- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

Buob Marley

คนจ้างคงเซ็ง.. รู้งี้ตูไปเดินเลิกเฟอฯเองก็ได้ฟะ :37:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

IM

มาถามเรื่องสีต่อ (รูปห้องที่จะให้ช่วยดูไว้ก่อน  ถ่ายแล้วแต่เอาลงคอมฯ ไม่ได้)

เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าตอนฝึกงานได้ทาสีอยู่ครั้งหนึ่ง
และเคยไปทาสีที่ร้านสตูดิโอแห่งหนึ่งเมื่อเดือนก่อน
เลยสงสัยกับเรื่องสีอีกนิดเพราะไม่ได้สังเกตข้างกระป๋องเลย

1.สีที่ใช้ทาตอนฝึกงานเป็นสีภายนอก  ทำไมถึงต้องผสมทินเนอร์
และยังมีกระป๋องที่เขียน Hardener หรืออะไรนี่แหล่ะผสมเข้าไปอีก
สีพวกนี้มันคืออะไรครับ  แล้ว Hardener ที่ผสมเข้าไปอีกคืออะไร

2.สีทาภายในที่ไปช่วยทาเมื่อเดือนที่แล้วทำไมถึงผสมน้ำเปล่า
หรือเป็นเพราะว่าเป็นสีทาภายในผสมน้ำเปล่า ทาภายนอกผสมทินเนอร์

3.การผสมด้วยน้ำเปล่า กับผสมทินเนอร์ แตกต่างกันอย่างไรครับ

O.D.M.

หลักการของสีทาบ้าน ก็เหมือนการใช้สี ในการทำศิลปะทั่วไปนั่นแหละครับ
นั่นคือ ในกระป๋องสีที่ซื้อมา มันจะเหมือนเป็นหัวเชื้อสี ซึ่งจะมีลักษณะ หนืดและข้น
ถ้าเอามาใช้เลยก็ใช้ได้ แต่สีที่ได้จะมีความหนามาก ฝืดในการทา จะทาได้พื้นที่น้อยและไม่เรียบเนียน จับกันเป็นก้่อน
จึงต้องมีการอาศัยตัวทำละลาย มาช่วยทำให้สีมีความลื่นและเหลวยิ่งขึ้น จึงจะสามารถนำไปใช้ทาพื้นที่ต่่างๆ ได้สะดวก

ถ้าถามว่า น้ำกับทินเนอร์ ใช้ต่างกันยังไง ในสถานะของการเป็นตัวทำละลาย

ใช้ต่างกันตามชนิดของสีครับ  :42:

อย่างที่รู้ๆกันมาแต่เดิมว่า เวลาทาสี เ้ราจะต้องเหม็นทินเนอร์ไปตลอดระยะเวลาในการทา ซึ่งบางครั้ง
มันจะตกค้างเหม็นอยู่ในบ้านค่อนข้างนาน ดังนั้น ปััจจุบันในแต่ละบริษัทจึงได้มีการคิดค้นพวกสี ที่เป็นพวกสูตรน้ำมากขึ้น
ซึ่งสูตรน้ำก็คือ ความสามารถที่สีจะใช้น้ำเป็นตัวทำละลายได้ ดังนั้น ความจำเป็นในการใช้ทินเนอร์ก็จะหมดไป กลื่นก็จะเหม็นน้อยลง
พวกนี้มักจะได้ชื่อนำหน้า ว่า สีน้ำ เสมอๆ เช่น สีน้ำพลาสติก สีน้ำอคริลิก เป็นต้น

ในปัจจุบัน ทั้งสีภายนอกและภายใน ก็มีสูตรน้ำที่ว่าทั้งคู่แล้วนะครับ
ดังนัั้นจึงเป็นคำตอบว่า ทำไมบางครั้งต้องใช้ทินเนอร์ และบางครั้งต้องใช้น้ำ

แต่ สีบางจำพวกก็ยังต้องใช้ทินเนอร์นะครับ เช่น พวกสีน้ำมัน เพราะมันเข้ากับน้ำไม่ได้ ตามหลักวิชาเคมี  :37:
การทาสีน้ำมัน ในงานจำพวกเหล็ก เลยยังต้องทนเหม็นกลิ่นทินเนอร์กันต่อไปครับ

Hardener คืออะไร ตามตัวเลยครับ คือทำให้แข็งขึ้น
มันคือสารผสมไปเพื่อเพิ่มความคงทนของพื้นผิวสี ทำให้สีทนแดดทนฝน ไม่ร่อนออกได้ง่ายครับ
- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

บิ๊กเล็ก

ตัวคนเดียว :]

Buob Marley

1. ผสมทินเนอร์ น่าจะเป็นสีน้ำมันครับ ถ้าสีน้ำอะคริลิกก็ผสมน้ำเปล่าอย่างเดียว
hardener (เท่าที่เข้าใจ) ก็ตามชื่อบอกเลยครับ มันมีส่วนผสมของโลหะ ทำให้พื้นผิวแข็งแรงมากขึ้น
เหมาะกับการใช้การที่หนักขึ้น (เคยเห็นแต่เขาเอาลงพื้น พวกโรงงาน หรือเวิร์กช็อป)

2. ตามที่บอกคือ คนละชนิดสีครับ สีน้ำต้องผสมน้ำ (มีทั้งสำหรับภายใน - ภายนอก)

3. เหมือนที่เรียนเคมีไงครับ ตัวทำละลายมันคนละประเภทกัน ใช้กับสีคนละประเภทเท่านั้นเอง

เอ๊ะ รู้สึกเหมือนตอบวนไปวนมา
ปล. ผิดพลาดเรื่องฮาร์ดเดนเน่อก็ขออภัย :47:
ปล.2 พี่โอ ตัดหน้า :05:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines