เขาพระวิหาร

เริ่มโพสต์โดย 蓝月 (lán yuè), 28 ม.ค. 2008, 11:23 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

เดอะบุ๋ม

อ้างคำพูดจาก: ณต ปีสี่ เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 02:27 น.

จากที่ผ่านๆ มา เราเน้นซื้อกันแต่ของใหญ่ๆ แพงๆ
(คงไม่ต้องถามนะ ว่าทำไม)




ทำไมเหรอคะ  :09:



อ้างคำพูดจาก: :†:Ϊη ģŎđ шε Ţѓűśţ :†: เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 00:46 น.
http://www.wing21.rtaf.mi.th/wboard/question.asp?GID=5312


ปัจจุบัน เรืออากาศตรี ณฤทธิ์ สุดใจธรรม ครองยศอัตรา นาวาอากาศเอก(พิเศษ)

แถมให้อีกหน่อย

สงครามสั่งสอน (จีน สั่งสอน เหวียด)

http://www.wing21.rtaf.mi.th/wboard/question.asp?GID=3819

ขอบคุณค่า  :46:

ณต

อ้างคำพูดจาก: เดอะบุ๋ม เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 10:29 น.


อ้างคำพูดจาก: ณต ปีสี่ เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 02:27 น.


จากที่ผ่านๆ มา เราเน้นซื้อกันแต่ของใหญ่ๆ แพงๆ
(คงไม่ต้องถามนะ ว่าทำไม)




ทำไมเหรอคะ  :09:



ค่านายหน้าหรือ คอมมิสชั่นไงครับ
ยิ่งของแพงมากคอมมิสชั่นก็มากตาม :37:

iannnnn

http://www.fringer.org/?p=365
คนชายขอบ คุยเรื่อง เหรียญคนละด้าน จากพิภพ อุดร :12:

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

#454
มันไม่จำเป็นหรอกครับ ที่ต้องเน้่นของใหญ่ หรือของแพง

ถ้าจะเล่นเื่รื่องค่าคอม ผมว่า ทำไมต้องเอาแต่ซื้อมากกว่า ทำไมไม่ R&D เอง เหมือน singapore หรือ Jap ที่สามารถผลิต ปลย ได้เองใช้เอง

อีกอย่างการซื้อของเนี่ยซื้อของเล็กๆ อย่างพวก ปลย. ซื้อที่ หมื่นกระบอก ราคาก็หลายล้านอยู่ ไม่ใช่ หรือ ?

เรื่องความพร้่อมรบก็

ถ้าทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ เพราะพอเราจะซื้ออะไรที ก็จะมีคนต่อต้าน ออกมาพูดทำนองซื้อทำไม เดี๋ยวนี้เขาไม่รบกันแล้ว บลา บลา บลา.... น่าเซ็งจิต

แต่ถ้าเรื่องความพร้อมรบของกำลังพล นั้น  OK เลยครับ

--------------------------------------

เรื่องบำรุงกองทัพ สำหรับ เรื่องเบี้ยเลี้ยงไม่น่าจะดองนานขนาดนั้น แต่ถ้าเป็น ตร. ผมไม่ทราบ

เพราะตามธรรมชาติทหาร จะไม่ดองเบี้ยเลี้ยงอยู่แล้ว แต่จะใช้ผี แทน
ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอ มันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน  เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไป ได้เรียนรู้สิ่งใหม

ณต

#455
เอาข้อเขียนของ นิติภูมิ มาให้อ่านกันครับ


อ้างคำพูดจาก: นิติภูมิ นวรัตน์
  อย่าทะเลาะกันเองให้อายชาวโลก [22 ก.ค. 51 - 17:11]

1. โทรทัศน์ไทยไม่เคยหนุนรายการสารคดีเกี่ยวกับเพื่อนบ้าน

2. เมื่อพูดถึงจังหวัดกำปงชนัง กำปงสปือ สตึงแตรง กรุงแกบ ฯลฯ คนไทยจำนวนน้อยที่รู้จักจังหวัดเหล่านี้ของเขมร หลายทีที่ผมออกไปพูดจาปราศรัยที่ต้องเกี่ยวดองหนองยุ่งถึงจังหวัดกระแจะ ตาแก้ว หรือแม้แต่กรุงไพลิน ก็ยังมีท่านผู้ฟังจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยทราบชื่อเสียงเรียงนามของจังหวัดเหล่านี้มาก่อนเลย

3. คนไทยไม่น้อยยังไม่ทราบว่า กษัตริย์เขมรคือ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี นักศึกษาหลายคนที่ตอบคำถามผมยังเข้าใจว่า สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ เป็นกษัตริย์ของเขมรซะด้วยซ้ำไป ถ้าผู้อ่านท่านตามการด่าทอในอินเตอร์เน็ต ท่านจะพบว่า มีไอ้โง่หลายคนไปกล่าวหาว่า ฮุน เซน เป็นสมเด็จปลอม ในขณะที่แฟ้มบุคคลของอเมริกา อังกฤษ รัสเซีย จีน ฯลฯ มีประวัติแม้แต่ลูกทุกคนของฮุน เซน กับนางบุน รานี ไม่ว่า ฮุน มาโนช, ฮุน มานะ, ฮุน มานิต, ฮุน มานี, ฮุน มาลี หรือแม้แต่บุตรบุญธรรมอย่างฮุน มาลิส รัฐบาลของประเทศต่างๆก็ยังให้ความสำคัญ

4. มหาอำนาจทุกชาติให้ความสำคัญกับ ร้อยเอก ฮุน มาโนช ผู้จบปริญญาตรีทางเศรษฐศาสตร์จากโรงเรียนนายร้อยทหารบกสหรัฐฯ รัฐบาลอเมริกันหมายมั่นปั้นมือกับ ร้อยเอก ฮุน มาโนช จึงหนุนทุกอย่างเพื่อให้ร้อยเอก ฮุน มาโนช เรียนปริญญาโททางเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เมื่อจบปริญญาโทแล้ว รัฐบาลอังกฤษก็ขอให้ร้อยเอก ฮุน มาโนช ไปเรียนปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์ที่ประเทศของตน

5. ปัจจุบันทุกวันนี้ เขมรเป็นประเทศลูกรัก หรือเป็น darling ของสังคมนานาอารยประเทศ ในห้วงช่วงเวลากว่าสิบปีที่รัฐบาลกัมพูชาพาบุคคลสำคัญจากชาติมหาอำนาจประเทศต่างๆ ลงไปดูพื้นที่ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีความขัดแย้งต่อไปในอนาคต

6. ยังไม่ทันที่จะมีสงคราม รัฐบาลเขมรก็ชนะในเวทีระหว่างประเทศไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผลการตัดสินคดีของศาลโลกในอดีต หรือแม้แต่การเตรียมพร้อมในการสร้างนักจารกรรม สายลับ ล็อบบี้ยิสต์ และนักเจรจาต่อรอง ผู้มีฝีมือชั้นเซียนเหยียบเมฆ ผู้คนส่วนใหญ่เหล่านี้ไม่ได้มีภูมิหลัง
เป็นคุณหนูผู้มีการศึกษาดี แต่มีฝีมือระดับโลก

7. ไทยกำลังจะมีศึก 2 ด้าน ด้านแรกอุบัติการต่อสู้ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ การต่อสู้ดำรงคงมานานถึง 4 ปีแล้ว เราประชาชนคนไทย ทหารไทย รัฐบาลไทย ยังไม่รู้เลยว่า เรารบกับใคร และในอนาคตอันใกล้ เราอาจจะมี "ศึกเขมร"

8. ไทยอาจจะอุบัติ "สงครามกลางเมือง" คนไทยฆ่าฟันกันเอง

9. คนไทยบางกลุ่มเหี้ยนกระหือรือที่จะมีสงครามกับกัมพูชา โดยที่ไม่มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับเขมร การศึกษาด้านเขมรในสถาบันการศึกษาของไทย ไม่ว่าจะระดับปริญญาตรี โท เอก ที่บรรยายโดยอภิพญามหาศาสตราจารย์ไทยคนไหนๆ ก็โง่เขลาเบาปัญญาและตื้นเขิน เพราะสอนกันแต่เรื่องของพอล พต ส่วนการกระดิกพลิกตัวของเขมรในปัจจุบันนั้น พวกเรารู้กันน้อยมาก

10. ภาพคนไทยที่ไล่เอาเสาธงชาติตีกัน คนเขมรหัวเราะเยาะกันจนฟันกระเด็นออกมาจากปาก ส่วนโลกมองมนุษย์พันธุ์ไทยด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม

11. มาเลเซียทะเลาะกับอินโดนีเซียกรณีกรรมสิทธิ์เกาะสิปาดันและเกาะลิกิตัน คนอินโดนีเซียเอาแต่ประท้วงเย้วๆ แต่รัฐบาลมาเลเซียเตรียมเอกสารเก่าฉบับ หนึ่งซึ่งมีข้อความถึง การออกกฎควบคุมการเก็บไข่เต่า และการก่อสร้าง ประภาคารบนเกาะทั้งสอง ผลการตัดสินของศาลโลกเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2545 ให้มาเลเซียชนะอินโดนีเซีย ได้เกาะทั้งสองมาครอบครอง แถมยังได้พื้นน้ำ กว้างขวางใหญ่โต ในทะเลสุลาเวสีและทะเลใกล้เคียงที่มีน้ำมันและ ก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก

12. การประท้วงแบบโง่ๆของคนอินโดนีเซียไม่ได้ช่วยให้อินโดนีเซียได้เกาะ

13. สิงคโปร์แอบสร้างประภาคารบนเกาะบาตูปูเต๊ะห์ มาเลเซียไม่ยอม จึงเอาไปขึ้นศาลโลก เมื่อไม่นานมานี้ ศาลโลกตัดสินให้เกาะบาตูปูเต๊ะห์เป็นของสิงคโปร์

14. ขณะนี้ เกาะปิสังเป็นกรรมสิทธิ์ของมาเลเซีย ผมตามดูการเตรียมตัวของสิงคโปร์แล้ว ขอทำนายทายทักว่า ต่อไปในอนาคตเกาะปิสังนี้จะต้องเป็นของสิงคโปร์

15. จะเจรจากับเขมร รัฐบาลไทยต้องใช้คนที่มีความรู้เรื่องเขมรและโลก

16. จะรบกับเขมร รัฐบาลไทยก็ต้องบอกคนไทยให้ชัดว่า พวกเราเอาแน่ มนุษย์พันธุ์ไทยทุกทั่วตัวคนจะได้เตรียมสู้

17. ข้อสำเหนียกวันนี้ อย่าโง่และทะลึ่งทะเลาะกันเองให้อายชาวโลก

กลุ่มคนที่ควรหลีกเลี่ยง พวกโง่ขยัน พวกที่จบสถาบันการศึกษาดีระดับโลกแต่โง่.



อ่านเสร็จแล้ว ก็อ่าน งูเขมรกันต่อเลยครับ



เดอะบุ๋ม

ใครจะเหมาะสม
ใครจะไกล่เกลี่ยเรื่องนี้ได้
ใครจะฉลาดพอที่จะทำการนี้
ใคร ดี ?


หายากนะคะ
:52:

X11

จากปราสาทพระวิหารถึงเกาะกง

23 กรกฎาคม 2551    เปลวสีเงิน
_http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=23/Jul/2551&news_id=161439&cat_id=200
อ้างอิงมาดูด้านปัญหา "ไทย-กัมพูชา" ต่อดีกว่า  ปรากฏว่า ปัญหานี้กลายเป็นชนวนให้ถูก "มือที่ ๓" เข้ามาแทรกแซงไปแล้ว
    ใครล่ะมือที่ ๓..ก็ "คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ" นั่นไง!
    อาทิตย์ที่ ๒๗ ก.ค.เลือกตั้งในกัมพูชาเสร็จ ก็แน่ละ..นายฮุน เซน "แบเบอร์" ที่จะกลับมาเป็นนายกฯ เหมือนเดิมอยู่แล้ว รุ่งขึ้นวันจันทร์ที่ ๒๘ ก.ค. คณะมนตรีความมั่นคงฯ อ้างว่า ทูตกัมพูชาประจำสหประชาติร้องเรียน
    "จัดประชุมฉุกเฉิน" ทันที อ้างหารือมาตรการคลี่คลายข้อพิพาทไทย-กัมพูชา!
    อื้อฮือ..ดูจะให้ความสำคัญ รีบเสนอตัวเข้ามาในขั้นที่ต้องเรียกว่า "เสือก" รวดเร็ว  และว่องไว กระไรปานนั้น และอาจพูดได้ว่า กับเรื่องคอขาดบาดตาย-ใหญ่โตกว่านี้
    "คณะมนตรีความมั่นคงฯ" ยังไม่เคยกระดิก!
    นี่ก็ไม่ใช่ประเด็นหลักที่ผมจะบอก  ประเด็นหลักคือ  ท่านสังเกตเห็นมั้ย  รัฐบาลกัมพูชาเขาใช้ "เวทีโลก" มาเล่นเพื่อเกมของเขาเก่งกว่าไทยเราเยอะ และที่สำคัญ จากปราสาทพระวิหาร ลามถึงกรณีพิพาทถึงขั้นทั้งสองฝ่าย ส่งทหารไปตรึงกำลังกันครั้งนี้
    ล้วนอยู่ในแผนการเดินเกมฝ่ายกัมพูชา และได้ตระเตรียมพรรคพวก-หาเสียงในเวทีโลกเป็นขั้น-เป็นตอนไว้เสร็จสรรพ!
    ก็ดูซี..มันรับลูกกันเป็นช่วงๆ ไล่เรียงขึ้นไป ก็จะเห็นตั้งแต่ขั้นตอนยื่นขอจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก  มีตัวแทนจากประเทศใหญ่ "เสียงชี้นำ" อย่าง สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เข้ามาเป็นพวกเขมรแล้ว
    เป็นแขกรับเชิญ นั่ง ฮ.มากินลมชมวิวกันถึงปราสาทพระวิหาร ก็เห็นกันอยู่!
    แล้วนี่..หลังสุด  ก่อนเปิดเจรจาวานซืน สหรัฐ-ฝรั่งเศส-จีน ก็นั่ง ฮ.เขมรมาสำรวจจุดพิพาทที่เขาพระวิหารอีก เจรจาเสร็จเมื่อวานซืน รุ่งขึ้น..คือวานนี้ คณะมนตรีฯ ขมีขมัน..
    "ประชุมฉุกเฉิน" ทันที!
    แล้วมันเป็นใครบ้างล่ะ คณะมนตรีความมั่นคงฯ ที่ว่านั่นน่ะ?
    ก็ สหรัฐ-ฝรั่งเศส-จีน "แขกรับเชิญ" ที่นั่ง ฮ.กัมพูชาไปๆ มาๆ อยู่นี่ไง พร้อมด้วย "เวียดนาม" ในฐานะประธานคณะมนตรีฯ ตามวาระเวียน ไม่ใช่สมาชิกถาวร
    แบบนี้ก็พอจะเข้าใจกันใช่ไหมครับว่า มติที่ออกมาจากคณะมนตรีความมั่นคงฯ มันจะเป็นบวก หรือเป็นลบกับไทยเรา!?
    แต่อย่าเพิ่งวิตกไป ผมฟังที่ท่านทูตไทยประจำสหประชาชาติ "ดอน ปรมัตถ์วินัย" ให้สัมภาษณ์  อาจอยู่ในขั้น "รวมหัวคุย" นอกรอบ ยังไม่ถึงขั้น "ประชุมฉุกเฉิน" อย่างเป็นทางการ
    อืมมมม..มาคิดๆ ดู ขณะนี้ ไทยเรา-เหมือนรบโดยไม่มีแม่ทัพ ถึงมีก็คล้ายคนบ้า แถมอาณาประชาราษฎร์ก็ระส่ำระสาย แตกสามัคคีทุบตีกันเอง ชะตาบ้าน-ชะตาเมือง ที่เคยรุ่งเรือง กลับมาโรยรา น่าละอาย
    เพราะไทยกันเอง!
    อีกทั้งฝ่าย "กระทรวงต่างประเทศ" ซึ่งได้ชื่อว่า  แหล่งทรัพยากรบุคคลเปี่ยมล้นด้วยชาติตระกูล  ด้วยซื่อสัตย์พิทักษ์ต่อชาติแผ่นดิน  ด้วยความรู้-ความฉลาด เจนจัดความสามารถเป็นหนึ่งในสยาม
    แต่  ๕-๖  ปีภายใต้ระบอบทักษิณานิยม ถึงวันนี้...ดูจะอ่อนล้า ประชาชนส่งสายตาพึ่ง แต่นับแต่เรื่องปราสาทพระวิหารเรื่อยมา ดูเหมือนว่า ณ วันนี้ ไม่เป็นที่พึ่งได้ของประชาไทยเสียแล้ว!
    แต่..หลังจากมองรอบด้านแล้ว ผมก็ได้ความมั่นใจว่า "ข้าราชการ" กระทรวงการต่างประเทศของเรา  ยังเป็นที่พึ่งได้  หวังได้ เชื่อมั่นในปรัชญาก่อเกิดกำเนิดคนบัวแก้วได้เหมือนเดิม
    ต้องจำ-ด้วยเข้าใจไว้คำหนึ่งนะครับ...
    "ในกองทัพที่เข้มแข็ง ย่อมไม่มีแม่ทัพเลว และภายใต้แม่ทัพที่เข้มแข็ง ย่อมไม่มีทหารเลว"
    บ้านเมืองเราขณะนี้  ฝ่ายบุ๋น-คือกระทรวงการต่างประเทศ ถือได้ว่ายังเป็น "กองทัพที่เข้มแข็ง"
    ฉะนั้น เวลานี้จึง "มีแต่ลูกทัพ"!?
    ฝ่ายบู๊-คือ กองทัพไทย ทั้ง ผบ.สส.พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ และทั้ง ผบ.ทบ.พลเอกอนุพงษ์  เผ่าจินดา ผบ.ทอ.พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทร.พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ นั่นถือได้ว่าเป็น "แม่ทัพที่เข้มแข็ง"
    ดังนั้น กองทัพไทยเวลานี้ "สบายใจได้"
    เพราะใต้ธงรบแม่ทัพที่เข้มแข็ง ย่อมไม่มีทหารเลว!
    ทำไม "ต่างชาติ" ภายใต้กระดองสหประชาชาติจึงกระเหี้ยนกระหือรือสอดแทรกเข้ามาในสถานการณ์ไทย-กัมพูชาถึงขนาดนี้ ท่านอาจสงสัย?
    ไม่ต้องสงสัยหรอกครับ  อย่างที่คุยกันไปแล้ว  ๒  วันนั่นแหละ ก็ด้วยผลประโยชน์ที่ "จ้องกันตาเป็นมัน" ในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชาในเขตไหล่ทวีปอ่าวไทยร่วม ๓ หมื่นตารางกิโลเมตรนั่นเอง!
    ปราสาทพระวิหาร  จดทะเบียนได้ก็เพราะมี "พี่เบิ้ม" อย่าง  สหรัฐ-จีน-ฝรั่งเศส เป็นพันธมิตรกับกัมพูชา ที่ข้องใจกันว่า
    "ทำไมจดทะเบียนให้เฉพาะตัวปราสาท  แล้วคนที่จะมาเที่ยว จะมาอย่างไร เพราะพื้นที่ทางขึ้นอยู่ทางฝั่งไทย?"
    คำตอบก็คือ  เป็นการ "สร้างเงื่อนไข" ให้เกิดข้อกำหนดที่ว่า "ให้ ๗ ประเทศเข้ามาจัดการพื้นที่อนุรักษ์รอบๆ ตัวปราสาท"
    ฟันหัว-ฟันธงล่วงหน้าได้เลย ๓ ใน ๗ นั้นต้องมี "สหรัฐ-ฝรั่งเศส-จีน"!
    แค่นี้ก็เห็นชัด ๔.๖ ตารางกิโลมตร "เสร็จเขมร" แน่ เพราะ ๗ ประเทศก็เท่ากับ ๕ คือไทย-กัมพูชา ต้องร่วมอยู่ใน ๗ อยู่แล้ว
    นั่นเท่ากับ  ๔ ต่อ ๓ เห็นตั้งแต่ยังไม่เกิดด้วยซ้ำ คือ สหรัฐ-ฝรั่งเศส-จีน-กัมพูชา ที่เหลือก็..เสียเวลาพูด!
    เมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ที่นายนพดล ปัทมะ ไปเจรจากับเขมรที่ฝรั่งเศส นั้น เป็นการเอาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนปราสาทพระวิหาร กับเรื่องพื้นที่ทับซ้อนไหล่ทวีปในอ่าวไทยไป "เจรจาควบ"
    แต่ควบบนการต่อรองผลประโยชน์บนฐาน "แหล่งพลังงาน" ก๊าซ-น้ำมันในอ่าวไทยให้ใครด้วยหรือไม่ อันนี้ไม่ทราบ?
    แต่ที่ต้องทราบกันไว้คือ  ดินแดนทับซ้อน  ๔.๖  ตารางกิโลเมตร  รอบปราสาทพระวิหาร กับดินแดนทับซ้อนในอ่าวไทย ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร อันอุดมด้วยน้ำมันและก๊าซ
    ไทยเรา..อยู่ในสถานะอันตราย และยากจะรักษาได้เสียแล้ว!!
    ตัวพื้นที่ทั้ง ๒ แห่งเสียไป ก็อาจเป็นของกัมพูชา แต่ว่า "ทรัพยากร" อันเป็นน้ำมันและก๊าซ ซึ่งมีมากเป็นอันดับ ๒-๓ ในภูมิภาคนี้
    จะตกอยู่ในกำมือ "เชฟรอน" บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา  ซึ่งขณะนี้ได้สัมปทานขุดเจาะใน "พื้นที่ทับซ้อน" ไปแล้ว ทั้งจากไทยและจากกัมพูชา
    พูดชัดๆ  ก็คือว่า  ทั้งที่ไทย-กัมพูชายังตกลงพื้นที่ทับซ้อนกันไม่ได้  แต่สหรัฐ "กินรวบ" พื้นที่ปัญหาทั้งหมดนั้นไปแล้ว!
    เพียงแต่ยังขุดเจาะไม่ได้ เพราะไทย-กัมพูชายังตกลงพื้นที่กันไม่ได้นี่แหละ!!
    อย่าลืมนะครับ บริเวณเกาะกงยันไปถึงสุราษฎร์ฯ เต็มไปด้วยน้ำมันและก๊าซ สหรัฐเข้ามาครองครึ่งตัวไปแล้ว ส่วนจีนยังไม่ตกรถ เพียงแต่มาขบวนล่าไปหน่อย แต่เกาะเส้นทางสาย GMS รวม ๖ ประเทศอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง
    บวกกับศักยภาพ  พ.ต.ท.ทักษิณ พลเอกชวลิตขณะเป็นรัฐบาล ตีโอบล้อมเข้ากัมพูชาทางฮุน เซน-เตีย บัณห์
    ฉะนั้น  พูดได้ว่าสถานการณ์ระหว่าง "สหรัฐ-จีน" ในศึกชิงแหล่งน้ำมัน-ก๊าซ และยุทธศาสตร์ทางทะเล บวกลบแล้ว..ถือว่าก้ำกึ่ง!
    ขณะนี้ "กัมพูชา" จึงเหมือนสาวเนื้อหอมของ "สหรัฐ-จีน"  เพราะหน้าไพ่การเมืองไทย ถ้ามีทักษิณอยู่ "ไม่มีปัญหา" ฉะนั้น ก็ต้องแย่งกันเอาใจกัมพูชา เพราะได้ใจกัมพูชาเท่ากับได้แหล่งน้ำมันดิบสำรองใหญ่อันดับ  ๒-๓ ในภูมิภาคนี้ไปครอง อย่างนี้ก็ต้องขอบอกว่า..ทั้ง  ๔.๖  บนบก  และทั้ง  ๒ หมื่น ๖ ในทะเล ของไทย..ว้าเหว่ครับ.

เมื่อพูดถึงคดีเขาพระวิหาร ใครหลายๆคนคงยังจำกันได้ดีว่าเป็นคดีที่คนไทยทั้งประเทศต้องน้ำตาตกในขนาดไหน เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๒ ก่อนศาลโลกจะตัดสิน ๒ ปีเศษ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์  ปราโมช ได้แต่งกลอนด่าเขมรไว้ ว่าเขมรเป็นโคตรเนรคุณ...
   
          'สัปดาห์นี้มีเรื่องความเมืองใหญ่                    ไทยถูกฟ้องขับไล่ขึ้นโรงศาล
เคยเป็นเรื่องโต้เถียงกันมานาน                                ที่ยอดเขาพระวิหารรู้ทั่วกัน
         กะลาครอบมานานโบราณว่า                          พอแลเห็นท้องฟ้าก็หุนหัน
คิดว่าตนนั้นใหญ่ใครไม่ทัน                                      ทำกำเริบเสิบสันทุกอย่างไป
         อันคนไทยนั้นสุภาพไม่หยาบหยาม                เห็นใครหย่อนอ่อนความก็ยกให้
ถึงล่วงเกินพลาดพลั้งยังอภัย                                  ด้วยเห็นใจว่ายังเยาว์เบาความคิด
         เขียนบทความด่าตะบึงถึงหัวหู                       ไทยก็ยังนิ่งอยู่ไม่ถือผิด
สั่งถอนทูตเอิกเกริกเลิกเป็นมิตร                              แล้วกลับติดตามต่อขอคืนดี
        ไทยก็ยอมตามใจไม่ดึงดื้อ                                เพราะไทยถือเขมรผองเหมือนน้องพี่
คิดตกลงปลงกันได้ด้วยไมตรี                                 ถึงคราวนี้ใจเขมรแลเห็นกัน
        หากไทยจำล้ำเลิกบ้างอ้างขอบเขต                เมืองเขมรทั้งประเทศของใครนั่น?
ใครเล่าตั้งวงศ์กษัตริย์ปัจจุบัน                                องค์ด้วงนั้นคือใครที่ไหนมา?
        เป็นเพียงเจ้าไม่มีศาลซมซานวิ่ง                    ได้แอบอิงอำนาจไทยจึงใหญ่กล้า
ทัพไทยช่วยปราบศัตรูกู้พารา                                 สถาปนาจัดระบอบให้ครอบครอง
        ได้เดชไทยไปคุ้มกะลาหัว                             จึงตั้งตัวขึ้นมาอย่างจองหอง
เป็นข้าขัณฑสีมาฝ่าละออง                                    ส่งดอกไม้เงินทองตลอดมา
        ไม่เหลียวดูโภไคไอศวรรย์                             ทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นหนักหนา
ฝีมือไทยแน่นักประจักษ์ตา                                     เพราะทรงพระกรุณาประทานไป
        มีพระคุณจุนเจือเหลือประมาณ                      ถึงลูกหลานกลับเนรคุณได้
สมกับคำโบราณท่านว่าไว้                                     อย่าไว้ใจเขมรเห็นจริงเอย...

                                                                                      ม.ร.ว.คึกฤทธิ์  ปราโมช
                                                                          หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
                                                                                       ๑๘  ตุลาคม ๒๕๐๒


http://www.oknation.net/blog/Tonkla3/2008/07/23/entry-1
ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอ มันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน  เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไป ได้เรียนรู้สิ่งใหม

จักรี

#459
ถ้าตามประวัติศาตร์ น้ำตาตกในอยู่แล้ว
แต่ช่วงนี้ ศึกในเรารุมเร้า เราขาดผู้นำ ที่มีบารมีระดับอาเซียน ทำอะไรก็เสียเปรียบไปหมด
ผมว่าถึงคุยกันแบบทวิภาคีไรนั่นก็ไม่น่าจะช่วยไรได้มาก
ส่วนนึ่งทางฝั่งฮุนเซนก็เห็นแก่ประโยชน์ของตัวเอง หาเสียงเข้าไปซิ

ข้อเรียกร้องของพันธมิตร ที่ให้ไทยเราลาออกจากองค์กรยูเนสโก้ อันนี้ออกแนวประชดหรือเปล่าเนี่ย
แล้วไล่คนเขมรที่อยุ่ในฝั่งไทยออกไป มันจะแก้ไขอะไรได้บ้างเหรอครับ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

deathberry01

เอาเรื่องตัวปราสาทก่อน มันเป็นของไทยฤา ผมจำได้ว่า คนไทยไม่ได้สร้างนิ แล้วจะไปเอามาเพื่อ??
เอาเวลามาดูแลห้วยขาแข้งกะศรีสัชนาลัย อยุธยาอะไรพวกนี้ก่อนมั้ย สงสารเจ้าหน้าที่เค้าน่ะ โดยเฉพาะห้วยขาแข้ง สงสารเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาก ๆ

ประท้วงไปก้อเท่านั้น ศาลโลกฟันมาแล้ว งัดกะ UN นี่เหนื่อยนะเฟ้ย แล้วทีตอนนั้นไม่เห้นมีใครออกมาโวยสักคำ

ปล. ถ้าแน่จริง ไปฟ้องคนที่ให้ฝรั่งเศสไปสิ ท่านคิดดีแล้วถึงให้ไปในขณะนั้น แล้วเราจะดันทุรังเอาคืนมาเพื่อ??

จักรี

ถ้าว่ากันตามประวัติศาตร์จริงๆ นะครับ  จะถามว่าใครเป็นคนสร้าง มันคงไม่มีประโยชน์ 
เพราะคนเขมรกับคนไทยในบริเวณนั้นมันปนกันหมด แยกกันไม่ออกหรอก เราจะรุ้ได้ไงว่า
คนแถวนั้นที่ถือสัญชาติไทย ก็อาจจะเคยมีเลือดเนื้อของคนที่สร้างเขาพระวิหาร
คือสัญชาติมันแยกสีเลือดไม่ออกหรอกครับ แต่มันแยกพรรคแยกพวกได้ เพื่อการปกครอง
ไอ้ใครเป็นเจ้าของที่แท้จริงมันเลยไม่มี มันอยุ่ที่ว่าแต่เก่าก่อนมันอยุ่ในดินแดนของไทย มาก่อนนะ 
ฝรั่งเศษมันทำแผนที่ รุกคืบเข้ามา ทางเราก็กลัวจะเป็นต้นเหตุให้เสียเอกราชเลยต้องยอมเขา
เสียดินแดนในครั้งนั้นตั้งเยอะแยะ รุ้สึกว่าที่แพ้คดีเมื่อ50 กว่าปีที่แล้วก็เพราะทางเขมรเอาแผนที่ฉบับนั้น
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

หงุมหงิม

โอ้ล่ะหนอ คนไทย.......  :05:

เดอะบุ๋ม

คนไทยทำไมเหรอคะหงุมหงิม  :09:

iannnnn

เอ้อ...


เขาพระวิหารนี่ อยู่จังหวัดอะไรครับ :08:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines