เขาพระวิหาร

เริ่มโพสต์โดย 蓝月 (lán yuè), 28 ม.ค. 2008, 11:23 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Soris0ri

วันนี้ อ. ที่มหา'ลัยก็บ่นเรื่องนี้ว่า รัฐบาลผิดเต็มๆ  :41:
จะทำอะไรก็ต้องรีบแล้ว รีบแต่รีบแบบรอบคอบ
Las Noches Rubicundior

ฝั่งฝัน

วันนี้อ่านข่าวผ่านเวป สงสัยอย่างค่ะ
ที่ฮุนเซนบอกว่าพื่นที่ทับซ้อนทั้งหมดเป็นของเขมร คืออะไร?
แป้นแล้นน้อย!~

ณต

#437
อ้างคำพูดจาก: ฝั่งฝัน [เศร้า] เมื่อ 20 ก.ค. 2008, 01:42 น.
วันนี้อ่านข่าวผ่านเวป สงสัยอย่างค่ะ
ที่ฮุนเซนบอกว่าพื่นที่ทับซ้อนทั้งหมดเป็นของเขมร คืออะไร?

ลองอ่านที่แอบอ้างมาให้ข้างล่างแล้วกันครับ
เขียนไว้เมื่อเดือนก่อน มาถึงตอนนี้
เขมรพร้อมที่จะรบกับไทยแล้ว
โดยเอายูเอ็นมาช่วยรบกับไทยด้วย  :39:


อ้างคำพูดจาก: ณต ปีสี่ เมื่อ 27 มิ.ย. 2008, 11:19 น.
กรณีเขาพระวิหารเนี่ย
ผมกลัวอยู่อย่างนึงครับ
ถ้าเรายังบ้าตามพันธมิตร
ที่ขู่จะเผาทำลายร้านค้าแถวนั้น
พื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตรกม
ก็จะเสียไปเร็วขึ้น

ดูแผนที่กันนิดนึงแล้วกันครับ
นี่เป็นแผนที่ ที่เขมรใช้ในศาลโลก
โดยฝรั่งเศสเป็นคนทำขึ้น
เห็นแนวเส้นประบวกไหมครับ



นั่นคือกินอาณาเขตของไทยเข้ามา
แทนที่จะใช้แนวสันปันน้ำ
ดังนั้นไม่ว่าจะบันไดปราสาท ก็เป็นของเขมรหมด
ศาลโลกได้วินิจฉัยจากแผนที่ฉบับนี้
และเราก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรจนเวลาผ่านไปสี่สิบกว่าปี
(ถ้าจะทักท้วง ก็ต้องภายในสิบปี  :39:)

ทีนี้มาดูแผนที่ฉบับที่สอง


จะเห็นว่านี่เป็นแผนที่ปัจจุบันที่เราทำขึ้น
เราหลบแค่ตัวปราสาทพระวิหารเท่านั้น
ตามเส้นประด้านล่างและเส้นเหลือง
ถ้าเขมรจะอ้างสิทธิ์จริงๆ พื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตรกม.
ต้องเป็นของเขาตามแผนที่สมัย 2505 จริงๆ
ตามเส้นประด้านบน แต่เรื่องของเรื่องคือ
เขายังไม่อยากรบกับเรา

มาดูรูปที่สาม นี่คือแผนที่ ที่เขมรใช้ยื่น ยูเนสโก
เนื่องจากไทยทักท้วงเรื่องเส้นเขตแดน
เขาเลยยอมเรา โดยการลบเส้นเขตแดนออกทั้งหมด
จดทะเบียนเฉพาะปราสาทพระวิหารเท่านั้น
(ตรงตามจุดประสงค์ของ ยูเนสโก
ในเรื่องการพิจารณามรดกโลก
คือ โลกนี้ไร้พรมแดน)



ดังนั้น การประท้วงใดๆ ก็ตาม
ถ้ายิ่งออกไปสู่ชาวโลกแล้ว
ก็ยิ่งเข้าทางของเขมร
เพราะเขาตั้งใจจะให้ชาวโลกได้รู้ว่า
ตั้งแต่ศาลโลกตัดสิน ให้เราแพ้
เราโกงอาณาเขตเขามาตลอด
(ตรงพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตรกม.
เราไม่เคยคืนให้เขมร)

เรียกว่าเป็นแผนยืมดาบฆ่าคน
แย่ยิ่งกว่านั้นคือ
ยืมดาบคนไทยฆ่้่่าคนไทยเสียด้วย  :39:

อย่างที่บอกคือ เกมนี้ เราต้องเล่นดีๆ
คิดให้รอบคอบ ต้องมองให้ออก ว่าเขมรเขาต้องการอะไร
กับศัตรูภายในประเทศ บางทีต้องยอมกลืนเลือดบ้าง
ดีกว่าให้ศัตรูภายนอก ยืมมือคนไทยฆ่าคนไทยด้วยกัน
แล้วพวกมันค่อยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์  :39:

ฝากไว้ให้พิจารณาด้วยครับ


สองภาพแรกเอามาจากเว็บผู้จัดการ
ที่เอามาจากเว็บเสธ.แดงอีกที
ภาพที่สามจากเว็บเสธ.แดง


X11


Rabbitinblack


ณต

ผมเข้าใจแหละครับ ว่าตอนนั้นเราโดนโกง
เพราะว่าเขมรใช้แผนที่ ที่ฝรั่งเศสทำขึ้น
และไม่ได้ใช้สันปันน้ำแบ่งอาณาเขต

แต่อย่าลืมว่า ศาลโลกตัดสิน
ก็อ้างอิงจากแผนที่ฝรั่งเศส
แม้หลักฐานจากแผนที่จะไม่สมบูรณ์
แต่ศาลก็ตัดสินตามหลักฐานเท่าที่มี
(รวมถึงแผนที่ด้วย)
ด้วยคะแนนเสียงไม่เอกฉันท์

ถ้าตอนนั้นเขมรยื่นฟ้องต่อ
ให้วินิจฉัยเรื่องอาณาเขต
เราก็คงตกที่นั่งลำบากเหมือนกัน

แต่ตอนนี้เรามีแผนที่แล้ว
ใช้เทคโนโลยี ใช้พิกัดดาวเทียม
หวังว่าคงไม่พลาดอีก

แผนที่ตอนนี้ ที่เราใช้ เราเลยหลบซากปราสาทพระวิหารให้
ส่วนอาณาบริเวณอื่นๆ ก็ใช้สันปันน้ำเป็นหลักเหมือนเดิม

.......................................

ผมมีข้อสงสัยอยู่ว่า
เราสามารถยื่นอุทธรณ์ ให้พิจารณาคดีใหม่ได้
ภายในสิบปีนับจากวันพิพากษา
ทำไมเราถึงไม่ทำครับ
(ผมคาดว่าตอนนั้นเรายังไม่มีแผนที่ฉบับสมบูรณ์
ที่สามารถบอกพิกัดได้
คุ้นๆว่า เราเพิ่งจะมามีแผนที่
ีตอนสงครามเวียดนามที่อเมริกามาทำให้)

X11

_http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074456

อ้างอิงม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ย้ำว่า รัฐบาลไทยไม่เคยยอมรับอำนาจอธิปไตยกัมพูชาเหนือปราสาทพระวิหาร และได้ตั้งข้อสงวนการคัดค้านไว้ แม้ว่าตามข้อ 60 ของธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กำหนดอายุความ 10 ปี แต่ไทยได้ยื่นประท้วงไว้แล้วตั้งแต่ปี 2505 ซึ่งเมื่อมีการสงวนสิทธิ์ไว้แล้วจะไม่มีอายุความ แต่การลงนามในแถลงการณ์ร่วมที่ให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียวถือเป็นการถอนข้อสงวนดังกล่าว ซ้ำยังมีคำยอมรับของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศที่ว่าที่ตรงนั้นไม่ใช่ที่ของเรา เป็นที่ของเขา ซึ่งหมายถึงการยอมรับอธิปไตยกัมพูชาเหนือปราสาทพระวิหาร ครั้งแรกของไทย หลังปี 2505
       
       ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ กล่าวอีกว่า แถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ได้พูดถึงเขตบัฟเฟอร์โซน และเขตการบริหารร่วมกันในพื้นที่รอบๆ ปราสาท ซึ่งถ้ายึดตามตามสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส พื้นที่ตรงนั้นถือว่าเป็นของเรา เพราะฉะนั้นข้อตกลงดังกล่าวมีนัยต่ออาณาเขตของไทย จึงเข้าข่ายการเป็นหนังสือสัญญา

ณต

ไทยยื่นอุทธรณ์ตอนไหนอ่ะครับ
ถ้ายื่นอุทธรณ์ แล้วเรายอมยกเสาธงลงมาทำไม  :48:

X11

รัฐบาลไทยประท้วง คำตัดสินของศาลโลก
_http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000072311

อ้างอิง๑๓ กรกฎาคม ๒๕๐๕ หลังจากศาลโลกตัดสินแล้ว ๒๐ กว่าวัน รัฐบาลไทยโดย ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือไปยัง นายอูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงคำพิพากษาของศาลโลก โดยอ้างว่าคำพิพากษานั้นขัดต่อกฎหมายและความยุติธรรม
       
       นอกจากนี้ ยังสงวนสิทธิที่ประเทศไทยจะเอาปราสาทพระวิหารกลับคนมาในอนาคตด้วย

ต่อไปนี้เป็นคำประท้วง
       
       "ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่จะอ้างถึงคดีเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร ซึ่งได้นำขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยคำร้องเริ่มคดีฝ่ายเดียวของกัมพูชา เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ค.ศ.๑๙๕๙ (พ.ศ.๒๕๐๒) และซึ่งศาลได้พิพากษา เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ค.ศ.๑๙๖๒ (พ.ศ.๒๕๐๕) ยอมรับนับถืออธิปไตยของกัมพูชาเหนือซากของปราสาทพระวิหาร
       
       "ในแถลงการณ์เป็นทางการลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๖๒ (พ.ศ.๒๕๐๕) รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ประกาศต่อประชาชนแสดงความไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลที่กล่าวข้างต้น โดยมีเหตุผลว่า ตามความเห็นของรัฐบาล คำพิพากษาขัดต่อข้อกำหนดอันชัดแจ้งของบทที่เกี่ยวเนื่องของสนธิสัญญา ค.ศ.๑๙๐๔ (พ.ศ.๒๔๔๗) และ ค.ศ. ๑๙๐๗ (พ.ศ.๒๔๕๐) และขัดต่อหลักกฎหมาย และความยุติธรรม แต่อย่างไรก็ดีรัฐบาลก็ยังแถลงว่าในฐานะที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติ รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตนมีอยู่ตามคำพิพากษาดังกล่าว เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ตามข้อ ๙๔ ของกฎบัตร
       
       "ข้าพเจ้าใคร่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า ในการตัดสินใจที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในคดีเกี่ยวกับปราสาทพระวิหารนั้น รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรารถนาที่จะตั้งข้อสงวนอันชัดแจ้งเกี่ยวกับสิทธิใดๆ ที่ประเทศไทยมีหรืออาจมีในอนาคต เพื่อเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมา โดยอาศัยกระบวนการกฎหมายที่มีอยู่หรือที่จะพึงนำมาใช้ได้ในภายหลัง และตั้งข้อประท้วงต่อคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา"
       
       "ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงรู้สึกเป็นเกียรติที่จะแจ้งข้อความข้างต้นให้ท่านทราบ พร้อมกับขอให้ท่านแจ้งข้อความในหนังสือฉบับนี้ ให้สมาชิกทั้งปวงขององค์การนี้ทราบทั่วกันด้วย"


#444
อ้างคำพูดจาก: ณต ปีสี่ เมื่อ 16 ก.ค. 2008, 14:09 น.
รบแบบขาดสติ เขาเรียกว่าโง่ครับ
แล้วเราเคยเสียค่าโง่มาแล้วหนนึงตอนร่มเกล้า
ที่เรารบแบบไม่พร้อมรบ

หนนี้ถ้ารบกัน คงเป็นสิบปี ถ้าไม่มีการเจรจา
เพราะถนนด้านเขมรเสร็จแล้ว การส่งกำลังบำรุงคงไม่มีปัญหา
ทหารต้องตายไปอีกเท่าไหร่ พิการอีกเท่าไหร่
พ่อแม่ต้องเสียน้ำตาให้ลูกไปอีกเท่าไหร่

แต่ถ้ารออีกสองปี เผลอๆ เราอาจจะได้ปราสาทพระวิหารคืน  :37:

เรื่องบ้ัานร่มเกล้า....ถ้าไม่รู้จริงอย่าไปว่าเขาเลยครับ เก็บปา่กไว้แตกหน้าหนาวดีกว่า ทหารไทยไปตา่ยที่นั่นเยอะ ถ้ามีญาติทหารที่ไปตายที่นั่นมาอ่านเจอคงไม่ชอบใจแน่ๆ ที่มีคนว่าอย่างนั้น

อีกอย่างเวลาคนจะต่อยปากกัน จะฆ่ากัน ไปขออีกฝ่ายได้หรือครับว่า อย่าเพิ่งต่อยผม หรือ ฆ่าผมเลย ผมยังไม่พร้อม




นักการเมือง กับ นักการฑูตโง่ๆ เป็นผู้ก่อสงคราม
แต่ทหารเป็นผู้ยุติสงคราม.....
ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอ มันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน  เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไป ได้เรียนรู้สิ่งใหม

iannnnn

:46: ขอบคุณครับ คิดเหมือนกัน (ตูไม่ทันเหตุการณ์ร่มเกล้า จะหาอ่านได้จากที่ไหนครับ)

เดอะบุ๋ม

 :46:  ขอบคุณค่ะพี่แอน คิดเหมือนกัน เรื่องถามว่าหาข่าวร่มเกล้าอ่านได้จากที่ไหน

ตอนแรกว่าจะถามตั้งแต่วันโน้นนน แล้ว  ว่าจะลองกูเกิ้ลก่อน ยังไม่ได้ลองจนเท่าปัจจุบัน

http://www.wing21.rtaf.mi.th/wboard/question.asp?GID=5312


ปัจจุบัน เรืออากาศตรี ณฤทธิ์ สุดใจธรรม ครองยศอัตรา นาวาอากาศเอก(พิเศษ)

แถมให้อีกหน่อย

สงครามสั่งสอน (จีน สั่งสอน เหวียด)

http://www.wing21.rtaf.mi.th/wboard/question.asp?GID=3819
ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอ มันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน  เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไป ได้เรียนรู้สิ่งใหม

ณต

#448
อ้างคำพูดจาก: :†:Ϊη ģŎđ шε Ţѓűśţ :†: เมื่อ 20 ก.ค. 2008, 23:24 น.
เรื่องบ้ัานร่มเกล้า....ถ้าไม่รู้จริงอย่าไปว่าเขาเลยครับ เก็บปา่กไว้แตกหน้าหนาวดีกว่า ทหารไทยไปตา่ยที่นั่นเยอะ ถ้ามีญาติทหารที่ไปตายที่นั่นมาอ่านเจอคงไม่ชอบใจแน่ๆ ที่มีคนว่าอย่างนั้น

อีกอย่างเวลาคนจะต่อยปากกัน จะฆ่ากัน ไปขออีกฝ่ายได้หรือครับว่า อย่าเพิ่งต่อยผม หรือ ฆ่าผมเลย ผมยังไม่พร้อม




นักการเมือง กับ นักการฑูตโง่ๆ เป็นผู้ก่อสงคราม
แต่ทหารเป็นผู้ยุติสงคราม.....

ด้วยความเคารพ  :46:
ผมไม่ได้ว่าทหารที่ออกไปรบนะครับ
แต่ผมว่าคนที่สร้างความวุ่นวาย
ซึ่งจะทำให้เกิดสงครามต่างหาก
(ผมว่าม็อบที่อยู่ตรงเชิงเขาพระวิหาร)

ส่วนเรื่องเสียค่าโง่ในยุทธการภูสอยดาวนั่น
แม้กระทั่งลิงก์ที่พี่ซิกให้มา ก็ยังพูดถึงนะครับ
และก็อธิบายไว้หลายแนวทางถึงที่มาของค่าโง่ที่เกิดขึ้น
(ในย่อหน้าสุดท้ายของความเห็นที่ 4)

ผมไม่ได้ว่าทหารที่ออกไปรบหนนั้นโง่
ผมสดุดีในความกล้าหาญของทหารที่ออกรบทุกท่าน
แต่ค่าโง่ที่เราเสียไปมันคุ้มไหม กับชีวิตของทหารที่ต้องออกไปรบ
กับน้ำตาของพ่อแม่ที่เสียไปให้กับลูกชายที่ตายไป
กับน้ำตาของลูกเมียที่เสียพ่อและผู้นำครอบครัว

และค่าโง่แบบนี้ คงไม่ใครอยากให้เกิดขึ้นมาอีก
ดังนั้นอยากให้คนไทย มีสติกันหน่อย

เรื่องใหญ่แบบนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องต่อยปาก
หรือฆ่ากันเพราะเหม็นหน้า
ทุกอย่างมันมีกระบวนการก่อนหน้า
ที่ผ่านการวางแผนมาแล้วทั้งนั้น
ขึ้นอยู่กับว่า ฝ่ายใดพร้อมกว่า
และวางแผนได้ดีกว่า

..............................

กลับมาถึงเรื่องพร้อมรบบ้าง
ผมไม่แน่ใจว่าเราซื้ออาวุธ
อย่างพวกปืนครกหรือ อาร์พีจี
หรืออาวุธที่จะยันไม่ให้ข้าศึกลงจากเขา
บ้างหรือเปล่า (แต่คุ้นๆ ว่าเราเพิ่งสั่งปืนเล็กเบา
จากอิสราเอล)

จากที่ผ่านๆ มา เราเน้นซื้อกันแต่ของใหญ่ๆ แพงๆ
(คงไม่ต้องถามนะ ว่าทำไม)

เราทำนุบำรุงกองทัพแค่ไหน
โดยเฉพาะกับทหารชั้นผู้น้อย
ข่าวเรื่องเบี้ยเลี้ยงที่ไม่ออกเสียที
ทำไมยังมีให้ได้ยินกันอยู่เรื่อยๆ

และสิ่งที่สำคัญที่สุด สำคัญกว่าอาวุธใดๆ
นั่นคือความสามัคคี และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนไทย
ตอนนี้เรามีเหลือกันอยู่แค่ไหนครับ





ฝั่งฝัน

ตามอ่านไม่ไหวทีเดียว

ข้อมูลน่าสนใจทั้งนั้น
แป้นแล้นน้อย!~

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines