เรื่องดีๆในชีวิต วันละเรื่อง

เริ่มโพสต์โดย ความฝันกลางฤดูร้อน, 22 ก.ค. 2007, 21:31 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Ah!

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

Kums

ยังเหลือ ล้างจาน กับซักผ้าปูโต๊ะจีน อีกนะ ยัยแอน  :50:



:30:





อ้างคำพูดจาก: คุณภูกระดึง เมื่อ 27 พ.ย. 2009, 22:37 น.
5555

กำลังคิดอยู่เนี่ยว่าจะให้กัมส์ช่วยทำอะไรดีวะ
:30:

:30:




มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะงัพ :27:




☼ แอนมินิ ☼

งั้นรวม 2 อย่างนั้นเข้าไปด้วยก็ได้  :25:

icez

ทำขนาดนี้แต่งกับเจ้าบ่าวแทนเลย :30:

หมีเล็ก

ยินดีด้วยอีกครั้งค่าลุงอ๋าห์  :25: :25: :25:
:3005:

Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Kums

อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 29 พ.ย. 2009, 01:48 น.
ให้พี่กัมส์ออกค่าสินสอด :25:

อ่ะ ไหนๆก็ไหนๆและ

เดี๋ยวออกค่าสินสอดให้เลย!!!  :07:
























แต่มาใช้หนี้ ให้ค้าก่อนนะตะเอง
ไม่เยอะร๊อก สองสามแสนเอง  :56:

คิ้วหนาจ้ะ

ึพึ่งเห็น ยินดีด้วยครับพี่อ๋าห์  :25: :25: :25:

scarab69

Esprit de Corps
วิธีหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้ ก็คือทรงสร้างสถาบันหรือ "ชุมชน" ใหม่ ๆ ขึ้นมา เพื่อให้คนได้เรียนรู้ที่จะรักและเสียสละเพื่อสถาบันหรือ "ชุมชน" เหล่านั้น แล้วสามารถถ่ายทอดความรักและความเสียสละมาสู่ "ชาติ" ทรงเรียกสถาบันหรือ "ชุมชน" เหล่านี้ว่า "คณชน" ที่สำคัญได้แก่ กองทัพ, คณะลูกเสือ, คณะเสือป่า, ดุสิตธานี, โรงเรียน, นามสกุล ฯลฯ ทรงอธิบายว่า "ก็ชาตินั้นคืออะไรเล่า คือคณชนหลาย ๆ คณะรวมกันเข้าจนเปนคณะใหญ่ จึ่งได้นามว่าชาติ เพราะฉะนั้น คณะทุก ๆ คณะที่ร่วมชาติกันต้องมีความสามัคคีปรองดองกันในระหว่างคณะต่อคณะ ชาติจึ่งจะตั้งอยู่เปนอันหนึ่งอันเดียวมั่นคงได้
ทรงหาทาง "เพาะ" ความรักชาติ ด้วยการ "เพาะ" ความรักใน "คณะ" ย่อย ๆ ให้เกิดขึ้นก่อน โดยที่ผู้มีความรักใน "คณะ" ของตนจะต้องตระหนักว่าทุก "คณะ" เป็นส่วนหนึ่งของ "ชาติไทย" ซึ่งเป็น "คณะ" ใหญ่ที่สุด
ความรุ่งเรืองของชาติเรานั้นมีอะไรเป็นมูลเป็นรากเหง้า? ต้องมีความรู้สึกรักบ้านเกิดเมืองนอนของตัวจริง ๆ แต่ก่อนที่จะมีความรู้สึกรักชาติบ้านเกิดเมืองนอนได้เช่นนี้ต้องเพาะขึ้นมาเหมือนเพาะต้นไม้เหมือนกัน ก็สิ่งที่จะเพาะให้น้ำใจบังเกิดความรักชาติบ้านเมืองได้ ต้องเริ่มเพาะจากความรักคณะของตัวเองก่อน ต้องให้รำลึกอยู่เสมอว่าตัวอยู่ในคณะนั้นแล้วต้องเอาใจใส่ เท่ากับฝากน้ำใจของตัวไว้ในคณะ และต้องหวังดี หวังประโยชน์ของคณะมากกว่าหวังประโยชน์ของตัวเอง บางทีประโยชน์ของคณะอาจจะต้องการให้ตัวบุคคลประพฤติสิ่งซึ่งไม่พอใจ หรือไม่สะดวกใจ หรือแม้บางทีอาจถึงกับขอความเสียสละบางอย่าง ผู้ที่รักคณะจริงต้องยอมเสียสละให้ เสียสละความสุข เสียสละความสะดวกของตัวเอง ที่สุดเสียสละร่างกายชีวิตเพื่อประโยชน์ของคณะ นี้เปนธรรมอันหนึ่ง ซึ่งข้างฝ่ายยุโรปเรียกเปนภาษาฝรั่งเศสว่า "เอสปรีต์ เดอ คอรป์ส" (Esprit de Corps)
...คำที่เคยพูดกันมาแล้วว่า "ความรักคณะ" "ความเห็นแก่คณะ" แต่ไม่กินความลึกซึ้งเท่าศัพท์"เอสปรีต์ เดอ คอรป์ส" ...เพราะคำแปลของศัพท์นั้น แปลว่าเหมือนเปนดวงใจ หรือเปนวิญญาณ คือวิญญาณหรือดวงใจของคณะ หมายความว่าบุคคลที่มีธรรมะอย่างนั้นต้องมอบหมดทุกอย่างให้แก่คณะ ถ้าอาจารย์และครูฝึกสอนให้นักเรียนรู้จักมี"เอสปรีต์ เดอ คอรป์ส" รู้จักรักคณะของตัวไม่ใช่แต่ในเวลาที่ยังคงเปนนักเรียนอยู่ ถึงแม้ออกจากโรงเรียนไปแล้ว เมื่อไปพบผู้ใดที่เคยเปนคณะโรงเรียนเดียวกัน ก็ยังมีมิตรจิตรเผื่อแผ่ไปเสมอ...และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อรู้จักรักคณะแล้ว ต้องรู้จักนึกต่อไปว่าการรักคณะนั้นเองคือรักชาติบ้านเมือง เพราะชาติเราคืออะไร ก็คือเหมือนคณะไทยคณะใหญ่ที่สุด เราเปนสมาชิกของคณะนั้นทุกคน ควรต้องคิดอ่านช่วยเหลือคณะของเราอย่างดีที่สุด...คณะของเราก็จะยืนยาว และชาติของเราก็จะรุ่งเรือง จะมีผู้นับหน้าถือตาต่อไปชั่วกาลนาน

โซตัส (SOTUS) คือระบบหนึ่งของของการฝึกนักศึกษา พบในสถาบันอุดมศึกษาบางแห่ง โดยเฉพาะคณะวิศวกรรมศาสตร์ และโรงเรียนมัธยมบางแห่ง โดยเฉพาะในช่วงกิจกรรมต้อนรับนักศึกษาใหม่ คำว่า โซตัส (SOTUS) มาจากตัวอักษรนำของคำ 5 คำในภาษาอังกฤษ

Seniority - การเคารพผู้อาวุโส
Order - การปฏิบัติตามระเบียบวินัย
Tradition - การปฏิบัติตามธรรมเนียมประเพณี
Unity - การเป็นหนึ่งเดียว
Spirit - การฝึกจิตใจ

ระบบโซตัสมีเป้าหมายที่ฝึกให้คนในกลุ่มมีความรักสามัคคีกัน มีความเป็นพวกพ้องกัน ซึ่งระบบนี้ที่ผ่านมามีผู้เชื่อว่ามีส่วนทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อกลุ่มคนที่ไม่อยู่ในกลุ่ม เช่น ในการทำงานพบคำกล่าวว่าสถานที่บางแห่ง "มีสี" เป็นต้น
แต่หากเรานำหลัก Esprit de Corps มาใช้เป็นหลักกรอบใหญ่คลุมโซตัสอีกชั้นหนึ่งแล้ว ปัญหาของโซตัสจะหมดไปทันทีเพราะเมื่อรักคณะแล้ว ก็ต้องรักสถาบัน ,รักทุกๆคนด้วย และที่สุดแล้วก็ต้องรักประเทศไทยในฐานะคณะที่ใหญ่ที่สุด(รักคนไทยทุกหมู่เหล่าด้วย) ปัญหาสีเหลืองสีแดงก็จะหมดไป

|<3N

วันนี้เล่นถุงยางกันที่โรงเรียน สนุกมาก :30:
มีการเอาตุ๊กตาของเพื่อนผู้หญิง(?)มายัดใส่ถุงยางแล้วแอบไว้ในกระเป๋าตามเดิมด้วย :30:
ครูฝรั่งจะให้เงินไปซื้อถุงยางแล้วเพราะนึกว่า 3 คนใช้ถุงยางอันเดียวกัน :30:
สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ

ออยอิชี่

เมื่อเช้าตอนเดินลงมาจากหอพัก
ก็เจอกระเป๋าคล้ายๆ กระเป๋าสานสีม่วง ใบเล็กๆ
มองซ้าย มองขวา ไม่มีคน ก็เลยหยิบขึ้นมาดู
พอเปิดออกดู เจอเงินกับบัตรต่างๆ ในนั้น
แน่แล้ว มันคือ กระเป๋าเงิน ของใครสักคนที่ทำตกแน่ๆ
ลองเปิดๆดู ก็เห็นบัตรประชาชน เลยคิดว่า
จะหากระดาษโน้ต มาเขียนแปะตรงประตูขึ้นลงหอ ว่า
"ใครทำกระเป๋าเงินหาย มาติดต่อที่ห้อง..." อะไรแบบนี้
เลยเดินไปหากระดาษมา กำลังจะลงมือเขียนตรงเค้าเตอร์หน้าหอ
ก็เจอผู้หญิงคนนึง เดินแบบกระหืดกระหอบ ออกแนวรีบๆ
ผมเลยชูกระเป๋าใบม่วงนั้นขึ้น เขาก็ยิ้ม
แล้วตรงมาขอบคุณทันที
วันนี้ทำความดีแต่เช้าเลยแฮะเรา  :42:

เงินจะมากจะน้อยยังไงก็คือเงิน
ของที่ไม่ใช่ของเรา ยังไงก็ไม่ใช่ของเราอยู่ดี
การได้ช่วย มันก็ทำให้เราสุขใจ  :40:

Romzaikyu

แล้วก็นึกได้ว่าหน้าไม่เหมือนในบัตรประชาชน  :47:

ออยอิชี่

อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 03 ธ.ค. 2009, 10:54 น.
แล้วก็นึกได้ว่าหน้าไม่เหมือนในบัตรประชาชน  :47:

จะบอกว่าตอนคนนั้นตรงมาขอบคุณ
ผมลืมดูหล่ะว่าหน้าเหมือนในบัตรประชาชนมั้ย  :3005:
คงใช่แหละนะ ผมเดาเอา  :42:

Buob Marley

กลายเป็นเรื่องเครียดไปในบัดดล :47b:

แต่ก็เป็นเรื่องดีๆ ของคนนั้นชัวร์ๆ :52:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

กวางจ้ะ

วันก่อนไปเดินฟอร์จูนกะตาแว่น ก็ไปกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ดโลตัส
กินกันเสร็จก็เฝ้าของให้ตาแว่นไปเข้าห้องน้ำ
ดุกก็เห็นคนทำกุญแจรถตกอยู่ ก็นึกว่าเขาจะรู้ตัวหันมาหยิบ แต่ที่ไหนได้เดินฉับ ๆ ๆ ไปเฉยเลย
ก็เลยรีบวิ่งไปหยิบกุญแจรถแล้ววิ่งไปหาเขา ดูเขาไม่รู้ตัวเลยว่าทำตก
ได้กุญแจรถแล้วก็หันมาขอบคุณเรา รู้สึกดีจัง ทำความดีเนี่ย




วันเดียวกันนี้ก็ไปซื้อผงฟูให้แม่ตาแว่น
บอกก่อนว่าที่บ้านตาแว่นทำกิจการขายปาท่องโก๋ (อยู่หน้าราม แต่ถ่อไปซื้อถึงแถวเสนา)
จริง ๆ ดุกจะไปซื้อของทำขนมของเดือนธันวาคมด้วยนั่นล่ะ
ตาแว่นหยิบผงฟูเบสท์ฟู้ดมาให้ กี่กิโลก็ไม่รู้ รู้แต่เยอะอยู่
พอกลับมาถึง แม่ตาแว่นก็ถามราคา ว่าโลละเท่าไหร่ พอรู้แล้วก็บอกว่า
ร้านที่เราไปซื้อ ถูกกว่าผงฟูแบ่งขายที่ซื้อที่ตลาดขาประจำแถวบ้านอีก   :40:
(ได้ความดีความชอบนะเนี่ย) แต่มันแอบไกลอยู่ ถ้านาน ๆ ซื้อทีนึง ก็พอได้อ่ะนะ :56:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines